พูดอวดไม่ดี
วันที่ 25 สิงหาคม 2546 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : สวนแสงธรรม
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม

วันที่ ๒๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖ [เช้า]

พูดอวดไม่ดี

 

        ถ้าท่านเจ้าคุณต้องการอยากได้คาถา ท่านเจ้าคุณต้องบวช โอ้ย ผมก็สึกได้สองสามวัน นั่นแหละก็มันไม่ได้ ตั้งแต่นั้นมาเห็นหน้าทักเลย หมาไม่กัดท่านมีคาถากันหมา แต่ท่านไม่ยอมให้จนกระทั่งตายจากกัน ท่านสนิทกันมากกับเรา คุณหญิงอุบลสนิทกันมากมาแต่ไหนแต่ไร นั่นละต้นเหตุให้สนิทมากตั้งแต่นั้นมา จากนั้นก็เรื่อยมาเลย จนกระทั่งท่านจากไป

          ท่านมาป่วยอยู่นี้ก็ลูกเขาก็มานิมนต์ให้ไปเยี่ยม มาป่วยอยู่ในกรุงเทพฯ ท่านให้ลูกมานิมนต์เราที่วัดบวรฯไป เราก็ไปไม่ได้ เราก็ติดหนักมากตอนนั้นเลยไปไม่ได้ ไอ้เรื่องหมาไม่กัดเรานี่คนงงกันไปหลายแห่งนะ ไปที่ไหนที่หมาไม่กัด ในกรุงเทพฯนี่เขาก็งงเหมือนกัน หมาเขาเลี้ยงไว้ในบ้าน ก็เราบิณฑบาตเราไม่ได้ไปตามถนนนี่นะ เราไปซอกแซกตามตรอก เข้าไปบ้านนั้นบ้านนี้ พอดีไปถึงบ้านเขาหมาเขาเห็นวิ่งมาเลย มาก็รุมเราที่กรุงเทพฯ เขาก็รีบวิ่งมา เอ้ย ๆ นี่ก็แบบเดียวกันนั่นแหละ เป็นยังไงมันกัดตรงไหน มันไม่กัดเราว่า เอาอีกแหละงง จากนั้นบิณฑบาตเราก็ผ่าน เขางง หมาเหล่านี้ไม่กัด มีเราว่า แต่ท่านอาจารย์นี่หมาไม่กัดแปลกนะ เขาว่าแปลกนะหมาไม่กัด ไปที่ไหนมีเสมอนั่นละ

          เราพูดเรื่องหมายังไม่จบ มักมีเสมอแต่เราก็ไม่เคยสนใจ มีเสมอที่ทำให้คนงง หมาไม่กัดเรา (หลวงตาค่ะมีคนทำเงินตกหายที่หน้ากองสลากแล้วหนูเก็บสตางค์ได้ที่หน้ากองสลาก ราชดำเนิน) ที่ราชดำเนินเหรอ นี่มีผู้ทำเงินตกหาย ๕๐๐ บาท อยู่ที่หน้ากองสลากเลยไม่ทราบเจ้าของคือใคร มีผู้เก็บได้แล้วเขาเอามาแจ้งให้หลวงตาทราบ หลวงตาเลยเรียนให้ทราบเลยว่าเป็นความบริสุทธิ์ใจด้วยกัน ทั้งผู้ที่ทำตกหาย ทั้งผู้ที่เก็บได้มา ทั้งที่หลวงตารับไว้นี้จะเอาเข้าส่วนรวมของเรา คือคลังหลวงผ้าป่าของเรานะ ผู้ที่ทำเงินตกหายก็เงินตกหายไปให้ได้บุญติดตัวไปก็แล้วกันนะ เอาละพอ (สาธุ)

          (เย็นนี้งดไหมครับ กลับมาก็มืดแล้วครับ) เทศน์นู่นเวลาเท่าไร (สี่โมงเย็นครับ) ไม่บอก มาเราอยากก็เทศน์ เราไม่อยากเทศน์เราก็ไล่กลับ ไม่เห็นยาก มันจะยากอะไรใช่ไหม ไม่ใช่ข้าศึกเข้าบ้านนี่วะ

          พอพูดเรื่องหมานี้แล้วก็ให้ระลึกถึงสมเด็จมหาวีระวงศ์ วัดบรมนิวาสฯ ชื่ออะไร ติโส อ้วน ดูเหมือนจะเป็นองค์แรกละมั้ง สมเด็จชื่อว่ามหาวีระวงศ์ เป็นองค์แรกได้ตำแหน่งสมเด็จมหาวีระวงศ์ จากนั้นก็ต่อไปเรื่อยๆ  พูดถึงเรื่องหมา ไปสัมผัสถึงเรื่องหมา หมากัดคนอะไร ๆ แล้วท่านก็เลยว่า พระไปบิณฑบาตหมามันตามเห่า แล้วทีนี้ท่านก็วกมาหาท่าน เราก็เคยเป็นเหมือนกัน ตอนไปบิณฑบาต ไปบิณฑบาตพอไปหมามันก็วิ่งมาเห่า มันจะกัดหรือไม่กัดไม่รู้ มันเห่าล้อมหน้าล้อมหลังมันเหมือนจะกัด พวกพระก็วิ่งมาแอบหลังเรากลัวหมากัด ท่านว่างั้นนะ ทีนี้ไปบิณฑบาตแถวนั้นหมาชุมด้วย บ้านแถวนั้นหมาชุม ไปที่ไหนมีแต่จะเห่าจะกัดตลอด ออกมาดุพวกพระ พวกนี้มันไม่มีคาถา ท่านว่างั้นนะ แต่ท่านพูดนิสัยท่านมีขลัง ๆ ท่านพูดท่านไม่ยิ้มละแต่ผู้ฟังมันจะตายละซิ

          พวกนี้มันไม่มีคาถาเหมือนข้า ไปไหนมีแต่หมาจะเห่าจะกัด ว่างั้น ว่าให้เขาแล้วก็เลยพูดว่าเรามีคาถา คาถาอยู่ที่ไหน พระท่านก็ถามละ องค์ที่ควรเรียนถาม คาถาอยู่ไหน คือท่านสักดอกคำแว่นอยู่แข้ง นี่คาถาเรา หมาไม่กล้ากัด ท่านว่างี้นะ พอเช้าวันหลังไปอีกละ หมาบึ่งมาฟาดตรงนี้เลยตรงคาถา โอ๋ย เลือดสาดเลย เอ้อนี่นะคนเราคุยไม่ดีนะ ท่านว่างั้นนะ ฟาดเราตรงนั้นแหละตรงดอกคำแว่นที่ว่าคาถาเก่ง ๆ เลือดสาดเลย นี่พูดอวดไม่ดีนะ คาถาของเราไม่ทราบว่าดีหรือไม่ดี เราเอาออกอวดมันก็ซัดเสียบ้าง ถ้ามันดีจริง ๆ ก็ไม่ว่า มันเอาขาท่านนะตรงที่ดอกคำแว่น ท่านชี้ว่ามีภาษาว่าไง นี่ก็ชี้ลงที่แข้งท่านสักดอกคำแว่นไว้ พอเช้าวันหลังไปมันก็โดดเข้ามา มันฟาดเอาตรงนั้น เลย เอาตรงนั้นเลือดสาด คุยนักไม่ดีนะ ท่านว่า

          ความจริงท่านพูดหยอกเล่นเฉย ๆ ท่านไม่ได้คุยอะไรแหละ ท่านพูดหยอกเล่น กับพระหนุ่มพระน้อย แต่หมามันคงจะหมั่นไส้มันเลยมาฟาดเอาเสียบ้าง ไอ้สำหรับเรา ไม่มีเล่น อะไรก็ไม่มี ที่มันไม่กัดก็บอกว่าไม่กัด มีบ่อยไม่กัด แต่เราไม่มีคาถา เราก็บอก อย่างพระยาอุดร ไม่เชื่อ ถึงขนาดไม่เชื่อนะ คือท่านเชื่อหมาของท่านมากกว่า ท่านบอกว่าหมาสามตัวนี้อยู่ตัวเดียว หากพอกัดมันก็กัด พอสองตัวแล้วกัด ท่านว่างั้นนะ พอสามตัวแล้วเทวดามาก็ไม่ถอย ขาดไปเลย กัดแหลกเลยสามตัวนี่

          แล้วทีนี้มันไปยืนเฝ้าท่านอยู่ มันไม่กัดนี่เป็นยังไง ท่านต้องมีคาถา เราไม่ได้บอกว่าเรามีคาถาเหมือนสมเด็จนี่นะ แต่ท่านพระยาอุดรว่าเรามีคาถา เราบอกว่าไม่มี พอทราบว่าเราชื่อมหาบัวอยู่วัดป่าบ้านตาด นั่นละพึ่งพบกันครั้งแรกกับพระยาอุดร โรงเรียนใหญ่พระยาอุดร นั่นละบ้านท่านอยู่ตรงนั้น สนามหญ้าท่าน เราบิณฑบาตเราไม่ค่อยไปตามถนนแหละ เราไปมักจะซอกแซกเข้าไปตามหมู่บ้านไป ตามธรรมดาเคยไป พอดีไปที่นั่น หมามันอยู่ใต้ถุนสามตัว ตัวหนึ่งเห่าวอกวิ่งมา โถ มันเหมือนจะชนเรานี่หงายไปนะ มันรุนแรงขนาดนั้น วิ่งมาทั้งสามตัวเลย เราก็เดินเฉย

          มีพระองค์หนึ่งอยู่ข้างหลังเรา พระองค์นั้นติดหลังเราเลยนะ ไปด้วยกันสององค์ พระองค์นั้นยืนติดหลังเราก็ยืนเฉย มันก็จะทำยังไง แน่ะมันก็แปลก คนหนึ่งจะเอาจริงเอาจัง หมาสามตัวจะเอาจริงเอาจัง เรามีแต่จะเล่นกับมัน ว่าจะทำยังไงวะ วิ่งปึ๋ง ๆ ๆ มา นี่เรายืนอยู่นี่ มันยืนกึ๊กตรงนี้ ตัวหนึ่งนะคงเป็นหัวหน้ามันละ ตัวหนึ่งยืนกึ๊กข้างนี้ ตัวหนึ่งยืนกึ๊กข้างนี้ แล้วเงียบเลยนะ เงียบ เราก็ยืนเฉย เอ๊มาอยู่นาน แล้วคนไม่มี พระยาอุดรอยู่ทางครัว ไม่มีคน มันก็ยืนเฝ้าอยู่นั้นเราก็ยืนเฉย พอมันยืนนานแล้ว เอ้า มาเหมือนจะกัดจะฉีกเป็นผุยเป็นผงทำไมเห็นเงียบไป  เราเลยค่อยชำเลืองตาลงไปดู โอ๋ย ตามันแหงนดูเรา เราก็เฉย

          สักเดี๋ยวพระยาอุดรมองเห็น เรื่องราวมันนะ ท่าน เฮ้ย ทีเดียวหมาแตกหนีหมดเลย ท่านก็รีบลงมา เป็นยังไง ๆ กัดตรงไหน ๆ เลยนะ ไม่ได้ว่ากัดหรือไม่กัดนะ มันกัดตรงไหน ๆ เป็นยังไง มันไม่กัด ใช่เหรอ ๆ ขึ้นเลย เพราะท่านเชื่อหมาท่านสามตัวท่านบอกว่าเทวดามาก็ไม่รอถ้าลงได้อยู่สามตัว ถ้าเจ้าของเอาไม่ทันเอาเลย อันนี้มันไม่กัดท่าน ก็เลยถามท่านอยู่วัดไหน เวลานี้อยู่วัดโพธิสมภรณ์เรามาบิณฑบาต แล้ววัดเดิมท่านอยู่ไหน อยู่วัดป่าบ้านตาด หรือเป็นท่านมหาบัวเหรอ ใช่แล้ว นิมนต์ขึ้นบ้าน กวนกันตั้งแต่จะเอาคาถากันหมา เอาอะไรไม่เอามีแต่จะเอาคาถากันหมา เราบอกว่าเราไม่มี โอ้ย อย่าปิดผมเลย ลงมาสามตัวนี้ไม่กัดแล้วต้องมีคาถา เชื่อหมายิ่งกว่าเชื่อเรา หมาสามตัวท่านเชื่อมากกว่าเชื่อเรา ท่านไม่ยอมเลยจริง ๆ คือท่านเชื่อหมาของท่านกัดจริง ๆ คือไม่รอเลย ถ้าลงสามตัว ใครมาก็ไม่รอ ถ้าเจ้าของเอาไม่ทันกัดทันที นี่มันไม่กัดท่าน ท่านต้องมีคาถา แล้วก็ขอเรียนคาถากับเรา มีตั้งแต่ไม่เชื่ออย่างเดียว ท่านต้องมี ๆ อย่าปิดผม เมื่อมันออกไม่ได้เราก็สู้ โอ้ย ถึงมีมันก็ให้ไม่ได้แหละ ทำไมถึงให้ไม่ได้ ท่านยังมีได้ สิ่งที่ให้ไม่ได้มันมีอยู่ ต้องปฏิบัติตามคาถาที่เรียนมา แล้วปฏิบัติยังไงละ ถ้าท่านจะเอาคาถาจริง ๆ แล้วท่านต้องบวช เอาละนะทีนี้ โอ้ย ผมก็สึกมาสองสามวันเอง จะให้ผมบวชได้ยังไง นั่นละไม่ได้คาถา สุดท้ายเลยไม่ได้คาถา ตั้งแต่นั้นมาพอเห็นหน้า มีคาถาก็ไม่บอกเรื่อย จนกระทั่งตายจากกัน สนิทมาก

          นี่พูดถึงเรื่องหมาไม่กัด มันก็อย่างนั้นละ มันก็เป็นของมันเอง โอ้ย ไม่ทราบว่ากี่ครั้งกี่หน เราไม่ค่อยถืออะไรกับมัน นะ เพราะงั้นเราถึงไม่เคยพูดละหมาจะกัดไม่กัด ส่วนมากมีแต่มันมาอย่างว่าไม่กัดกับเรา กรุงเทพฯก็เหมือนกัน บิณฑบาตซอกแซกในกรุงเทพ พักอยู่วัดบรมนิวาสเป็นแบบเดียวกัน ก็เรากับหมามันสนิทกันมาแต่ไหนแต่ไรมันจะมากัดเราได้ลงคอเหรอ อย่างสองตัวนี่เมื่อเช้าไปเห็นก็เล่นกับมันแล้ว ว่าไง เรียกว่ารับคาถาละซิ รับคาถาให้คมกล้าหมาก็ไม่กัดน่ะซิ ไปที่ไหนมักมีอยู่เสมอ เจ้าของจนไม่เชื่อ อย่างพระยาอุดรเหมือนหนึ่งว่าไม่เชื่อเลยว่าเราไม่มีคาถา เพราะท่านเชื่อหมาท่านมากกว่า คือท่านว่าหมาสามตัวนี่ไม่เคยรอใครเลย ถ้าเจ้าของเอาไม่ทันกัดทันทีเลย นี่ไม่กัดท่าน ท่านต้องมีคาถาแล้วมาขอเอาคาถาจากเรา เลยไม่ได้แล้ว เราไม่มีคาถา แต่หมามันก็ไม่เป็นอะไรกับเรา เพราะเรากับหมามันถูกกันอยู่แล้ว

          นี่กำลังจะเร่งดอลลาร์ให้ทัน ๓๐๐,๐๐๐ วันพรุ่งนี้ ๓๐๐,๐๐๐ จะมอบดอลลาร์วันพรุ่งนี้ ๓๐๐,๐๐๐ พร้อมกับทองคำ รวมดอลลาร์เมื่อเช้านี้ได้ ๔,๖๓๒ ดอลล์ รวมดอลลาร์ที่ได้ทั้งหมดนะ ๒๘๓,๕๔๖ ดอลล์ ยังขาดอยู่อีก ๑๖,๔๕๔ ดอลล์ จะครบจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์ ซึ่งจะมอบวันพรุ่งนี้ ๓๐๐,๐๐๐ ดอลล์ กรุณาทราบตามนี้ (ครอบครัวคุณวิบูลย์ถวาย ๕๐๐ ดอลล์ครับ) พอใจ ๆ ๕๐๐ ดอลล์ นั่นเห็นไหมละ นี่คาถาของดอลลาร์ ไม่มีคาถากันหมา แต่คาถาขอดอลลาร์นี้มีตลอด

          ทองคำ ๑,๐๐๐ กับ ๒๕ กิโล หรือ ๑ ตัน กับ ๒๕ กิโลที่จะมอบวันพรุ่งนี้ แล้วดอลลาร์จะมอบ ๓๐๐,๐๐๐

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาทุกวัน ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก