ลูกศิษย์กาฝาก
วันที่ 7 กันยายน 2546 เวลา 8:30 น. ความยาว 44.46 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Real)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๖

ลูกศิษย์กาฝาก

 

         (หมอจีนเขาขออนุญาตแมะหลวงตาครับ) เอาแมะเลย เข้ามาตรงนี้ (พิษค่อย ๆ ถอยลงแล้ว ) การนอนก็ดีขึ้นบ้าง เท่าที่สังเกตดูกำลังรู้สึกว่ามีขึ้น (หัวใจก็ดีครับ) มันเป็นยังไงดวงชาตาของหลวงตานี้ถูกกับหมอจีน คราวที่แล้วที่จะจมลงนั้นดีดขึ้นได้เพราะหมอจีน นี้มาก็ซ้ำอีกตอบแบบเดียวกันเลย โรคของหลวงตานี้หมอจีนคนก่อน ไม่มีอะไรขัดแย้งกันเลย ตรงเป๋งๆ เหมือนกันเลย เออ พอใจ ๆ มีตรวจอะไรอีกไหม (ไม่มีครับ ถวายยาเพิ่มไว้ครับ ) เออนี่แทนที่คนไข้จะเอาเงินให้หมอ หมอกลับเอาเงินให้คนไข้อีก (นี่พี่สาวหมอถวายปัจจัยเหมือนกันครับ) เออ พอใจนะ โรคก็รู้สึกว่าค่อยกระเตื้องขึ้น การฉันก็เป็นปรกติอยู่เรื่อยๆ กำลังรู้สึกว่าค่อยดีขึ้น ค่อยปรากฏนะหลังจากเราฉันยานี้แล้ว ไม่อ่อนเพลียมากเหมือนแต่ก่อน แล้วการหลับนอนก็ค่อยดี สังเกต (ถ้าฉันยาได้ถูกกับโรคก็ดี) นั่นแหละ มันจะค่อยดีขึ้นไปเรื่อย ๆ 

         เราก็ไม่ได้ประมาทหมออื่นใดนะ เราพูดถึงเรื่องว่าโรคเรากับหมอจีนรู้สึกจะถูกกันมาเรื่อย ๆ เริ่มมาตั้งแต่นู่น แต่หมอศรีสุข อยู่สะพานเหลือง เดี๋ยวนี้น่าจะตายแล้วมั้งหมอศรีสุข อันนี้ก็เก่งเหมือนกัน นี่ก็เป็นหมอใหญ่ หมอเก่ง มาแมะเราปั๊บนี่ คือเราขัดแขนจนจะยกไม่ขึ้น แต่เราไม่เคยพูดนะ แกมาแมะดู ส่วนมากมักจะเป็นแขนขวา เส้นมันตึง มันรัดเข้า ๆ จนมันปวดจนจะยกไม่ขึ้นแต่เราไม่เคยพูด ทีนี้แกแมะ นี่มันสำคัญมากนะ คือมาแมะนี้แมะเรื่องท้องต่างหากนะ ท้องเราเป็นมาตั้งแต่นู้นน่ะ ระยะนั้นมันก็เริ่มเป็น อย่างว่านานตั้งแต่เริ่มเป็นท้อง หมอไทยเราก็บอกว่าท้องเราไม่ดี

         จึงอยากให้หมอจีนมา เขาละเชิญหมอจีนมาเองเราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร มาตรวจมาแมะ พอแมะนี้แล้วเวลาตอบขึ้นแทนที่จะตอบเรื่องท้องก่อนนะ กลับไปพูดเรื่องแขนนี้ก่อน “ท่านอาจารย์ไม่ได้เป็นแต่เพียงท้องนะ” ว่างั้น “แขนท่านอาจารย์นี้เจ็บปวดขัดมากเวลานี้ เป็นมาได้เดือนกว่าแล้ว” ว่างั้นนะ เราไม่ได้พูดถึงเลยนะแมะ แทนที่จะตอบเรื่องท้องกลับมาพูดนี้ก่อน จะหายามาให้กิน กินยาก็หาย นี่มันก็แปลกอยู่นะ แมะนี่เพื่อท้องแกก็ไปตอบอันนี้ก่อนนะ แล้วเป็นอย่างงั้นจริง ๆ เดือนกว่าจริง ๆ ด้วย แน่ะแม่นยำเหลือเกิน หมอคนนี้ที่รักษามาเรื่อย ๆ ดูเหมือนเป็นยาบำรุงธาตุหรืออะไร ตั้งแต่บัดนู้นละจนกระทั่งทุกวันนี้ ยาก็ยังสืบเนื่องมา คงจะเป็นลูกเป็นหลานติดต่อหามาเรื่อย

         นี่ก็ดารณี คำวงษา เขาติดต่อกับหมอส่งยามาให้เราเรื่อย ๆ กับหมอศรีสุขนี้ไม่ได้พบกันมา โอ๊ย ตั้ง ๓๐ ปีละมั้ง แต่ยาก็ยังมาติดต่ออยู่เรื่อย บำรุงธาตุขันธ์เห็นว่าดี ฉันไปนานเท่าไรก็ไม่มีปัญหาการแพ้ยาอะไร ๆ เราก็เลยฉันมาเรื่อย ทุกวันนี้ก็ยังฉันอยู่ นี่คือหมอจีน แล้วจากนั้นก็มาหมอเติ้ง ยาท้องหาย นี่ก็หมอนี้อีก มาพูดถึงเรื่องท้องเรื่องอะไรไม่ขัดกันเลยนะ ว่าเวลานี้สารพิษในลำไส้ยังมีอยู่ แน่ะ สารพิษที่หมอเติ้งรักษาเวลานี้ยังมีอยู่ยังไม่หาย จึงได้หายามาเพิ่ม มีแต่ยาเกี่ยวกับสารพิษ

         (โยมอ้วนที่ซื้อโค-กระบือ ๓๙ ตัวมากราบหลวงตา) มากับใครบ้าง ไปไหนมาไหนถึงมามากมาย (หนูรวบรวมปัจจัยได้ทั้งหมด ๖๓๗,๐๐๐ บาท ขอถวายเป็นส่วนตัวแด่พระหลวงตา เพื่อเอาเช็คนี้ไปซื้อโค-กระบือน่ะค่ะ ถวายเช็คใบนี้ให้หลวงตารับทราบ แล้วเอาเช็คใบนี้ไปไถ่ชีวิตโค-กระบือ) ไปเอาไปดีแล้ว (จะได้เป็นเงินของหลวงตาน่ะค่ะ ไม่ใช่เงินของพวกหนูแล้วค่ะตอนนี้ หลวงตารับแล้วเป็นเงินของหลวงตา) บุญก็เป็นของหนูแหละ มันไม่ได้เป็นของแมวแหละ หนู เป็นของหนูแน่นอน ไม่ได้เป็นของแมวแหละ พอใจ ๆ

         (หลวงตาขา พระทั้งหมดประมาณร้อยกว่าองค์จะไปทำพิธีที่หลวงปู่เจี๊ยะ ที่วัดป่าภูริทัตตน่ะค่ะ ที่ปทุม) พิธีอะไรล่ะ (พิธีสวดธาตุให้พระหลวงตาไงคะ ให้หลวงตามีอายุถึง ๑๒๐ ปี) สวดให้เราเหรอ (ค่ะ) เลิกให้หมด อย่าเป็นบ้ากันทั้งประเทศ ไปเราสั่งขาดไปเลย อย่ามาสวดให้เรา เราสวดทุกวัน ตะกี้นี้ก็สวด สวดแล้วก็ยังสวดนี้อีก แล้วจะเอาอะไรมาสวดอีกนักหนา อย่ามายุ่งนะเรื่องสวดนั้นสวดนี้ ตื่นบ้ากันหาอะไร เรียนธรรมะอะไร มีแต่พระทั้งนั้น พวกเรียนธรรมมันเป็นบ้าธรรมหรือไง ห้ามขาดอย่ามายุ่งบอกเท่านั้นละ เรื่องอย่างนี้เราไม่เล่นด้วยเลย หาเหตุหาผลไม่ได้ อะไรพากันตื่น จะให้เราตื่นด้วยเราไม่ตื่น ไป พากันไป

         โอ๋ย นิมนต์พระมาสวดนั้นสวดนี้ เป็นบ้าเลย ยุ่งไม่เข้าท่า..พระ พระพุทธเจ้าพาสวดแล้ว ทุกฺขํ อริยสจฺจํ สมุทัย อริยสจฺจํ นิโรธ อริยสจฺจํ มคฺคปฏิปทา อริยสจฺจํ สี่อริยสัจนี่สวดตรงนี้เข้าใจไหม อย่าไปสวดตรงนู้นตรงนี้ ดูมันเป็นยังไง พระพุทธเจ้าตรัสรู้จากอันนี้แหละ ไม่ได้ตรัสรู้จากอะไร โลกหลงกัน นี่กำลังจะมาสวดเป็นบ้ากัน หลงกันหาอะไร ถ้าเรียนนี้แล้วไม่หลง นี้พูดจริง ๆ บอกว่านี้ไม่หลง ขาดสะบั้นไปหมดความหลงทั้งหลายเหล่านี้ อริยสัจสี่ ไม่ได้ติดกันแหละ แต่ก่อนอริยสัจสี่มันติดอยู่กับหัวใจ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค พันอยู่ภายในใจ ทั้งฝ่ายชั่วฝ่ายดี ทุกข์-สมุทัยนี้คือฝ่ายชั่ว นิโรธ-มรรคคือฝ่ายยาแก้กัน แก้กันตรงนี้ ขาดสะบั้นกันที่ตรงนี้แล้ว เราเรียนจบอริยสัจแล้ว เราพูดจริง ๆ เราไม่มีอะไร

         ธาตุขันธ์ก็อยู่ไปดังที่ว่านี่ ที่รักษาเหล่านี้เราเพื่อโลกเพื่อสงสารไปเพียงเท่านั้น เราไม่ได้ตื่นบ้าหาสวดนั้นสวดนี้ รักษากันไปพอได้แค่ไหนก็เอา ไปไม่ได้แล้วเหรอสลัดปั๊วะเดียวไปเลย แสนกังวลก็อยู่ในธาตุขันธ์ โลกสมมุตินี้มันหดเข้ามาเป็นระยะ ๆ  ผู้ปฏิบัติธรรมไม่ต้องถามใครจะรู้เอง โลกธาตุนี้ธรรมดามันยึดหมด มันไม่เคยรู้เคยเห็น มันยึดได้ทั้งนั้นกว้างแคบขนาดไหน สามแดนโลกธาตุเป็นบริเวณที่ยึดที่ครองของกิเลสทั้งนั้นทีเดียว ธรรมะก็ตีพวกนี้ออก สามแดนโลกธาตุ ตีออก ๆ ๆ ก็เบิกกว้างออก ๆ สิ่งที่เคยยึดเคยถือ จิตดวงเป็นบ้านี้ที่ไปยึดนั้นยึดนี้หดตัวเข้ามาๆ ปล่อยสิ่งนั้นสิ่งนี้เข้ามา ในขณะเดียวกันก็ปล่อยทุกข์เข้ามาด้วยๆ หดเข้ามาจนกระทั่งถึงขันธ์ห้า

         ถึงขันธ์ห้านี้ก็ รูปํ อนิจฺจํ นี้ก็ปล่อยเข้าไป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อนิจจังนี้ก็ย่นเข้าไปหาจิต นี้เรียกว่านามธรรม รูปธรรมได้แก่ร่างกาย เป็นส่วนหยาบเหมือนสิ่งทั้งหลายนี้ ปล่อยนั่นเข้ามาแล้วก็ปล่อยนี้ไปด้วยกัน หลังจากนั้นก็เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตามเข้าไป อันนี้ออกมาจากรากเหง้าคือตัวภพตัวชาติ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สังขารที่อวิชชาดันออกมามันก็เป็นสังขารสมุทัย สังขารส่วนกิเลสตลอดไปเลย สมุทัยเป็นกิเลส ตีนี้เข้าไป ตีนี้เข้าไปก็ไปถึงนั้น นี่แหละเรียนอริยสัจ จนกระทั่งถึงรากแก้วของมันถอดพรวดขึ้นมาเท่านั้นขาดสะบั้นไปหมด ไม่มีอะไรเหลือเลย

         ท่านจึงสอนว่า อวิชฺชายเตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ พออวิชชาดับเสียอย่างเดียว สังขาร วิญญาณ นามรูป อายตนะ ผัสสะ ดับไปพร้อมกันหมด เวลามีอวิชชาก็ปจฺจยา ๆ ๆ เรื่อยไปเลย หนุนกันไปเรื่อย นี่ขาดสะบั้นลงหมด ทีนี้เวลามันขาดสะบั้นลงหมดแล้วสิ่งเหล่านั้นไม่อะไรเลยละ มันสำคัญอยู่ที่ขันธ์ห้าโดยเฉพาะ พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ท่านมีขันธ์ห้าเป็นสมมุติอันสุดท้าย สมมุตินี้ไม่ยึดแต่สัมผัสสัมผัสกันอยู่ตลอดเวลา เจ็บท้อง ปวดศีรษะก็เรื่องรูปกายเวทนา ตา หู จมูก ลิ้น กาย มันก็สัมผัสสัมพันธ์ให้ใจรับทราบ ๆ ตลอด

         ใจไม่ยึด แต่ใจเป็นผู้รับผิดชอบในร่างกายโดยสัญชาตญาณ หรือโดยหลักธรรมชาติ ให้ยึดนั้นไม่ยึด บางครั้งให้ยึดก็ไม่มีทาง เรียกว่าอฐานะ เป็นอะไรไปไม่ได้แล้ว แต่ความรับผิดชอบโดยสัญชาตญาณ หรือโดยหลักธรรมชาติมันหากมีเหมือนกัน พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ กับประชาชนทั้งหลายนี่ เรื่องความรับผิดชอบมีเหมือนกัน ต่างกันแต่ไม่ยึดเท่านั้นเอง อย่างที่เคยพูดให้ฟัง เช่น พระปุถุชนก็ตาม พระอรหันต์ก็ตาม เดินไปนี่ ไปลื่นจะหกล้ม ปุถุชนก็ช่วยตัวเองอย่างสุดความสามารถ ไม่ควรล้มไม่ให้ล้ม พระอรหันต์ท่านก็ช่วยตัวเองเต็มความสามารถ ไม่ควรล้มก็ไม่ให้ล้ม เหมือนกัน อันนี้ไม่ได้ผิดกันเลย ต่างกันที่จิต จิตปุถุชนจะร้อนวูบวาบ ตื่นทุกอย่างนะ แต่จิตพระอรหันต์ท่านแย็บเท่านั้นพอ

เรื่องความรับผิดชอบมีเหมือนกัน การหัวเราะหรือว่าร้องไห้ น้ำตานี้อยู่ในวงขันธ์ ขันธ์ทำงานเป็นได้ด้วยกัน ท่านรับผิดชอบอันนี้ตลอดๆ รับผิดชอบทั้งๆ ที่ไม่ยึดไม่ถือ มันก็กวนของมัน แต่มันไม่ได้บอกว่ามันกวน ท่านจึงให้ชื่อว่าขันธ์ล้วนๆ ไม่มีกิเลสเข้าแฝงเลย เรียกว่าขันธ์ล้วนๆ อันนี้ก็รับผิดชอบกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงวาระ พอลมหายใจขาดปั๊บเท่านั้น ที่นี่สมมุติอันสุดท้ายก็มาดับมาสิ้นสุดลงที่ลมหายใจขาด เรียกว่าระหว่างสมมุติกับวิมุตติขาดกันไปเลย คือสมมุติอันนี้หมายถึงว่า สมมุติของ สอุปาทิเสสนิพพาน ผู้บริสุทธิ์แล้วแต่ยังรับผิดชอบในขันธ์ พอขันธ์ขาดสะบั้นไปแล้วก็ อนุปาทิเสสนิพพาน ปัดหมดไม่มีเหลือ นั่นท่านเป็นอย่างงั้น

         เรียนอย่างงั้นซิเรียนอริยสัจ เรียนจบ ไปหาสวดนู้นสวดนี้ สวดกินข้าวต้มขนมเขายุ่งไปหมด ทั้งญาติทั้งโยมทั้งพระสวดธาตุให้หลวงตาบัว โยมก็หาธาตุหมู ธาตุหมา ธาตุปู ธาตุปลา ธาตุผัก ธาตุหญ้ามาเลี้ยงพระเข้าใจไหม พระก็ฟาดธาตุนี้เข้าไป พวกบ้า ว่างั้นเลยเรา พูดสรุปแล้ว เอ้าพระเราเป็นเราว่าได้ คนอื่นไม่ได้ว่านะ มันเป็นขั้น ๆ ยิ่งพระกรรมฐาน นี่ฟังว่าจะมาอยู่วัดอาจารย์เจี๊ยะมีแต่กรรมฐานล้วน ๆ พวกบ้าล้วนๆ เลยเข้าใจไหม มันน่าทุเรศนะ สวดหาอะไร เท่านั้นพอ ไม่มีอะไร การรักษาโรค โลกสงสารเขาก็รักษา รักษาธาตุขันธ์ อันนั้นก็รักษาเหมือนกัน ไม่เลยเหตุเลยผล

         นี่บอกแล้วอย่าไปสวดนะ ให้หยุดอย่าสวด อย่ายุ่งกัน ถ้าไปสวดเพื่อเราเราไม่ต้องการ บุญกุศลเราก็ไม่เอาด้วย ทั้งไม่หยิบยื่นให้พวกนี้ด้วย ไม่เสริม บุญก็ไม่ให้พวกนั่น เราก็ไม่เอา มีแต่ไล่พระหนีเตลิดเปิดเปิง ไปไหนก็ไปเถอะ บอกงั้นนะ เราไม่เล่นด้วยแล้ว หาเรื่องเกาในที่ไม่คัน ที่คันไม่เกา หยุดละ เลิกละ จะสวดวันไหนก็ตามให้เลิก ไม่เล่นด้วยเรา ไม่เสริมให้พระหลงมากกว่านั้นไป เวลานี้ก็หลงแล้ว มาประชุมความหลงด้วยกัน พวกศรัทธาใหญ่สนับสนุนพระให้เป็นบ้า พวกเหล่านี้ไม่ใช่เหรอมาตะกี้นี้ พวกศรัทธาใหญ่ทั้งนั้นมาสนับสนุนพระให้เป็นบ้า ไม่ฟังเสียงครูเสียงอาจารย์บ้าง ทำสุ่มสี่สุ่มห้า ใครว่ายังไงก็ เหอ ๆ ๆ อะไรก็ไม่รู้ ต้องฟังเหตุฟังผลซิ

         อย่างเราช่วยโลกทุกวันนี้ เราไม่ได้ช่วยนอกเหนือไปจากเหตุจากผลจากอรรถจากธรรมนะ เราจึงพูดให้มันตรงว่า เราชุ่มเย็นราบรื่นไปตลอด ใครจะโจมตีแบบไหน วิธีชั่วช้าลามกจะมาแบบไหน นั้นก็เป็นแบบของเขาไม่ใช่แบบของเรา เราไม่สนใจ แบบของเราคือเจตนาเริ่มว่ายังไง ก็เพื่อช่วยโลกช่วยสงสาร เราก็ก้าวเดินตามที่เรามีเจตนาอย่างนั้น ช่วยโดยอรรถโดยธรรม ไม่ให้มีโลกความสกปรกเข้ามาเคลือบมาแฝงในกิริยาอาการการคิดการอ่านการดำเนินของเรา เราจะก้าวเดินให้ถูกอรรถถูกธรรมทุกแง่ทุกมุม เต็มกำลังความสามารถของเรา เราดำเนินมาอย่างนั้นตลอดปัจจุบันนี้ นี่เรื่องธรรม

เรื่องสกปรกมันก็มีของมัน คือเรื่องกิเลสกับเรื่องธรรมมีมาดั้งเดิม ไม่มีต้นไม่มีปลายเหมือนกัน แล้วเป็นข้าศึกกันมาดั้งเดิมมาเรื่อยๆ อยู่อย่างนี้ จะชำระสะสางกันไปยังไง ถ้าปล่อยให้ฝ่ายชั่วฝ่ายสกปรกรกรุงรัง ฝ่ายเป็นฟืนเป็นไฟเหยียบย่ำทำลาย ธรรมก็ไม่เหลือ ความสุขก็ไม่มี จะมีตั้งแต่ฟืนแต่ไฟเผาไหม้โลกไปหมด เพราะฉะนั้นฝ่ายธรรมคือความถูกต้องดีงามจึงต้องมีคัดค้านต้านทานกันไว้เสมอ เหมือนว่าฝั่งนั้นเป็นฝั่งกิเลส ฝั่งนี้เป็นฝั่งธรรม ตรงกลางคือใจ รักษาใจนี้ไว้ไม่ให้กิเลสไหลเข้ามาทำความสกปรกเป็นตมเป็นโคลนไป ทางนี้กั้นเอาไว้ทางธรรม ความดีต้องมี ธรรมต้องมี ไม่มีธรรมไม่ได้..โลก ทีนี้เราจะไปเดือดร้อนกับโลกกับสงสาร ว่าเขาทำไม่ถูกไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ประหนึ่งว่าพึ่งเกิดมาเมื่อวานนี้วันนี้ มันเกิดมาแต่เมื่อไร ก็พร้อมๆ กันกับธรรม ก็แก้ไขกันไปตามเรื่องตามราวอย่างนั้นถูกต้อง

อย่างเวลานี้เสี้ยนหนามมันกำลังแทรกขึ้น ภายในวงการแห่งการช่วยชาติของพี่น้องชาวไทยเราทั้งประเทศ โดยมีหลวงตาเป็นหัวหน้า แล้วความชั่วนี้มันก็มีปัญญา ความชั่วมันอยู่กับคน คนมีหัวใจ มันต้องมีความเคลื่อนไหวทางความชั่วของมันไปด้วยวิธีการของมันตลอด ทีนี้ทางความดีก็คือมีใจเป็นผู้ครอง อันนี้ก็ประคองรักษาความดีไปตลอด อันใดที่จะเข้ามากระทบกระเทือนให้เกิดความเสียหาย ก็คอยปัดต้านทานกันไปเรื่อยๆ อย่างนี้ ที่จะไปปัดให้มันหมดเสียจริงๆ ไม่มีเหลือเลย ฝั่งนั้นกิเลสแห้งผากไม่มีเหลือ มีแต่ฝั่งนี้ ฝ่ายนี้เป็นธรรมล้วนๆ ล้นฝั่งนี้ไม่มี มันมีอยู่ของมัน มันหากกระทบกันอยู่อย่างนั้นเรื่อยๆ

อย่างที่เวลานี้หลวงตาก็กำลังช่วยพี่น้องทั้งหลายเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มีเจตนาอะไรแม้เม็ดหินเม็ดทรายที่เป็นอกุศลแก่พี่น้องทั้งหลาย เรื่องราวเวลานี้กำลังขึ้นนะ พากันจำให้ดี ลูกศิษย์แฝงเงาเข้ามา ว่ามาเป็นลูกศิษย์หลวงตาบัว นี่พวกโจรพวกมารพวกข้าศึกศัตรู เหมือนกันกับสนิมแหละ มันแฝงขึ้นมาในเหล็กมันก็กัดเหล็กเข้าไป นี่ลูกศิษย์ผู้ทรยศ ผู้จะทำลายครูอาจารย์ ทำลายความดีงาม ทำลายประเทศชาติที่กำลังพยุงกันอยู่นี้ มันก็แทรกขึ้นมาทุกแง่ทุกมุม เวลานี้ก็ประกาศออกลั่นแล้วนะ ออกแล้ว เปิดเผยเต็มที่ จดหมายเชิญชวนให้เขามาทำบุญให้ทาน โดยยกกฐินเพื่อชาติ ที่มีหลวงตาบัวเป็นหัวหน้าเป็นประธานขึ้นเป็นต้นเหตุ แล้วเขียนหนังสือไปในที่ต่างๆ

การเขียนจดหมายนั้น มันเป็นแผนการของพวกที่จะทำลาย คือสนิมมันอยู่ในเหล็กมันทำลายเหล็ก ว่าเจตนาหวังดี นี่ละมันแฝงขึ้นมาในคำว่าเจตนาหวังดี แต่กิริยาที่ทำนั้นมีแต่ความเป็นฟืนเป็นไฟ กระทบกระเทือนไม่ว่าผู้ใหญ่ผู้น้อย จดหมายนี่ประกาศลั่นไปเลย เป็นการเรี่ยไรหรือว่าระบุชื่อคนนั้นคนนี้ออกมาๆ ซึ่งไม่มีขั้นมีตอนมีความเคารพอะไรกันเลย โยนตูมๆ เข้าไป ไม่ได้เป็นแบบเป็นฉบับขนบประเพณีอันดีงามของบ้านของเมือง ของอรรถของธรรมเลย เมื่อหนังสือนี้เข้าไป หนังสือนี้เป็นยังไง ก็พวกเขาเองละซิมันแต่งตั้งกันมา ให้พวกนี้เข้าไปเรี่ยไร เข้าไปตรงนั้นมันก็โดนพวกนั้น เขาแต่งเองเพื่อไปโดนพวกกันเองแล้วจะให้เกิดเรื่องขึ้นมา เพื่อมาเหยียบย่ำทำลายโครงการช่วยชาติของพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ โดยมีหลวงตาเป็นหัวหน้านั้นแหละ

ว่าหลวงตาบัวทอดกฐินนี้ หาเรี่ยไรรบกวนบ้านกวนเมืองไป นั่นเห็นไหม กวนไม่รู้จักสูงจักต่ำ ไม่รู้จักขั้นจักตอน ใครต่อใครเข้าไปหมด มันก็หาเรื่องมาว่าเราไม่รู้จักขั้นจักตอน ไม่รู้จักสูงจักต่ำ มีแต่เรี่ยไร ทั้งๆ ที่เราไม่ได้เรี่ยไร เข้าใจไหม เขาแต่งขึ้นมาเอง ที่ว่ามาเป็นลูกศิษย์ของหลวงตาบัวเงาๆ แทรกเข้ามาเป็นตัวสนิทสนม คอยเป็นสนิมเข้ามากัดตับกัดปอดหลวงตาบัว แต่จะกัดได้หรือไม่ได้ก็ไม่รู้ มันก็เอาอันนี้แหละไปออกกระจาย มีแต่ความเสียหายนะเวลานี้ โฆษณาออกไปทั่วหมด จนกระทั่งทราบเรื่องมาถึงเรา เราก็บอกให้ระงับทั้งหมด เพราะเราไม่เคยทำ แน่ะ เราไม่เคยทำเราก็บอกเราไม่เคยทำ เที่ยวไปเรี่ยไรคนนั้นคนนี้บอกกล่าวอะไรนี้ เราไม่เคยบอกผู้ใดให้ไปทำ แล้วเราก็ไม่เคยทำด้วย

ให้เลิกให้หมดจดหมายฉบับนี้ ยังบอกผู้ที่เขียนเสียด้วยนะ โดยอ้างว่าเจตนาหวังดี เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ มันเป็นสนิมกำลังกัดตับกัดปอดเหล็กอยู่นั้น เข้าใจไหม เราก็บอกไม่ให้โฆษณาต่อไป อะไรก็ตามที่จะออกต้องให้เราทราบเสียก่อน เพราะเราเป็นหัวหน้างานทุกอย่าง จะไปทำสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะเสียหมด เราบอกชัดๆ ต่อหน้า จี้หน้ากันอยู่นี้ ออกไปคราวนี้โฆษณาเสียเต็ม ไม่ทราบว่ากี่แสนฉบับที่เราห้ามนั้นแหละ เห็นไหม นี่ออกชัดเจนแล้ว ออกแล้วเวลานี้ กำลังโจมตีกองกฐินของชาติ ก็เท่ากับโจมตีทั้งชาติทั้งศาสนา มีเราเป็นหัวหน้าทางฝ่ายธรรมทั่วประเทศนั้นเอง นี่ออกชัดเจนแล้ว พี่น้องทั้งหลายทราบเสียนะ

นี่ตัวเสนียดจัญไรมันแฝงมาในลูกศิษย์ของหลวงตาบัว มาสนิทชิดชอบกับเราแล้วไปแสดงว่าเจตนาเป็นกุศล ถึงจะผิดถูกประการใดก็เป็นเจตนาเป็นกุศลๆ มันแฝงๆ เข้าไปอย่างนั้น เวลานี้กระทบกระเทือนถึงผู้ใหญ่ๆ มันผิดขั้นผิดตอนผิดความเคารพ ถูลู่ถูกังเข้าไป ก็เขาก่อเรื่องเองเข้าใจไหมล่ะ เราไม่ได้ก่อ เขาก่อทั้งฝ่ายนั้นฝ่ายนี้พอเกิดเรื่องขึ้น ทางนั้นก็ทำท่าโมเมขึ้น ทำไมทำอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วย้อนเข้ามาหาหลวงตา เข้าใจไหม ให้เขาเสื่อมศรัทธาทุกสิ่งทุกอย่างกับหลวงตา พวกนี้ละพวกที่จะทำลายทั้งชาติทั้งบ้านทั้งเมือง ไม่มีกี่คนแหละ มีแต่ตัวเป็นภัยๆ เหมือนอย่างศาลาของเรา ไม้ขีดไฟก้านเดียวไม่ต้องมาก เผาได้หมด คนชั่วไม่ต้องมากแหละ เหมือนนิวเคลียร์นิวตรอน ใส่ตูมเดียวหมดเลย อันนี้กำลังเวลานี้ ให้พี่น้องทั้งหลายทราบเสีย เราบริสุทธิ์เราไม่เคย

เวลานี้พวกนี้มาเป็นภัยอย่างโจ่งแจ้งแล้ว เราบอกต่อหน้าต่อตาแล้ว ออกไปนี้เหมือนกับเหยียบหัวเราไปเลย ไปโฆษณาไม่ทราบว่ากี่แสนฉบับ ไปบอกอย่างนี้ละ ให้เกิดโมเมๆ กันในวงเขานั่นแหละจะเป็นวงของใคร ก็มันแต่งกันขึ้นนี่ แต่งเป็นวงของเขาแล้วก็มาแอบเป็นลูกศิษย์ของเรา มีเจตนาหวังดี บอกข่าวคราวการกุศล แล้วชนต้นชนปลายชนไปหมดเลย มันก็กระทบกระเทือนซิ ก็มันต่างคนต่างแต่งรับกันแล้ว ทางนู้นก็มีแบบหนึ่ง ทางนี้มีแบบหนึ่ง พอทางนี้ขึ้นไป ทำไมจึงทำอย่างนี้ล่ะ ไม่มีวรรคมีตอน ทำไมทอดกฐินจึงมากวนบ้านกวนเมือง ไม่รู้จักสูงจักต่ำไม่รู้จักขั้นจักตอน แน่ะมันก็ขึ้นแล้วนะ

ทั้งๆ ที่เขาแต่งขึ้นเองทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ จำเอานะอันนี้นะ มันแต่งขึ้นเองในวงพวกเปรตพวกผี มันเป็นอย่างนั้นแหละนะ เราเห็นได้ชัดๆ คราวนี้จะแจ้งมากทีเดียว ว่าเจตนาที่จะทำลายคนทั้งชาติทั้งศาสนาให้จมไปด้วยกัน ด้วยคนไม่กี่คนนี้แหละ ออกแบบนั้นออกแบบนี้ เสี้ยมสอนแบบนั้นเสี้ยมสอนแบบนี้ แบบไหนที่จะให้คนล่มจมไปด้วยเพราะความตายใจเขา เขาจะออกมาใช้นิ่มนวลอ่อนหวาน ไม่มีใครเกินพวกนี้ ปากหวานลิ้นหวานสุดอยู่ในนั้นหมด แต่ข้างในมันเป็นยังไงพี่น้องทั้งหลายฟังให้ชัดนะ ออกแล้ววันนี้ ว่าทนไม่ไหวก็ถูก เมื่อมันมาสัมผัสเราก็ต้องพูดออกมา เรื่องเป็นอย่างนี้ไม่เป็นอย่างอื่น เราเป็นผู้ห้ามปรามเองไม่ให้ออก หนังสือเช่นนี้เป็นภัย เสียหาย เราไม่เคยสั่งเคยเสียไม่เคยบอกไปออกทำไม อะไร ๆ ต้องปรึกษาปรารภเสียก่อนซิ จะเจตนาหวังดีเท่าไรก็ควรปรึกษาปรารภก่อน ก็นั่งฟังหน้าแง้อยู่นี้ พอออกไปก็ไปพิมพ์นี้ไม่ทราบกี่แสนแล้วนะเวลานี้

นี่ตัวสำคัญ เหมือนว่าปฏิญาณตนว่าเป็นลูกศิษย์ของเรามากี่ปีกี่เดือนแล้วพวกนี้น่ะ เวลานี้กำลังถูกเสี้ยมสอนให้เป็นสื่อเข้ามาหาเราทุกแบบ เข้ามาแอบแฝงกับเรานี้นะ แอบแฝงถือว่าเป็นลูกศิษย์หลวงตาบัวพูดไปที่ไหนเขาก็จะเชื่อ ก็เอาอันนี้ออกหน้าไปกลับมาทำลายเราเวลานี้ มีแต่ลูกศิษย์เคลือบแฝง ๆ ลูกศิษย์กาฝาก ๆ ทั้งนั้นแหละมันกำลังทำ ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอานะ ใครโง่กับมันจะถูกมันต้มให้แหลกทีเดียวละนะ ให้จำเอาไว้ พวกนี้มาหลายสันพันคมทุกแบบทุกฉบับ เอามาเรื่อย ๆ ก็เห็นไหมล่ะ เอามาเรื่อย ๆ เมื่อมันเห็นเหตุเห็นผลแก้กันลงไป ๆ พลิกเรื่องอันนี้ขึ้นมา เวลานี้กำลังพลิกอันนี้ขึ้นมาเข้าใจไหมล่ะ ให้มันอยู่เฉย ๆ ไม่อยู่พวกนี้ มันจะคุ้ยเขี่ยอยู่ภายใน พอโผล่ขึ้นมาก็อย่างนี้แหละ ได้โอกาสก็เปรี้ยงปร้าง ๆ เข้ามา หาเรื่องหาราวว่าคนทั้งประเทศนี้ผิดหมดเลย ถูกแต่มันเพียง ๒-๓ คนเท่านั้นละ เข้าใจเหรอ

นี่ละกลอุบายของคนที่ทำลายชาติทำลายศาสนาต้องมีแต่อย่างนี้ เขาทำความดิบความดีเต็มบ้านเต็มเมืองมันไม่ได้ฟังเสียงนะ อย่างที่เราอุตส่าห์พยายาม พี่น้องชาวไทยทั้งประเทศรวมหัวกันขนขึ้นมาเป็นเครื่องหนุนชาติไทยเราก็เห็นอยู่นี้ มันไม่ได้มองดูเลยนะ มันไม่ได้มาช่วยสักสตางค์หนึ่งเลย มีแต่คอยมาทำลายพวกนี้ ท่านทั้งหลายจะเอาพวกไหนมาเป็นที่ฝากเป็นฝากตายของท่านทั้งหลาย เอาไปคิดให้ดีนะ นี่ละพวกที่จะคอยทำลายถ่ายเดียว คอยแต่จะเอาไฟไปเผาเขา ใครก่อตั้งอะไรขึ้นมาอะไร ๆ แล้วคอยเอาไฟไปเผาเขา ดูให้ดีนะ เอามาเทียบให้ดีกับคนทั้งประเทศ แล้วการนำก็เราไม่ได้เป็นมหาโจรมหามาร มีชื่อเสียงมาตั้งแต่ไหนว่าทำลายชาติบ้านเมืองมาเป็นเวลานานแล้ว เวลานี้กำลังจะทำลายชาติไทยของเรา และกำลังจะทำลายพุทธศาสนาของเราให้ล่มจมไปจากอีตาบัวคนนี้ เคยเห็นได้ยินที่ไหน เวลานี้กำลังมันขึ้นแผนนี้ละ แผนแบบว่าเรานี้เป็นผู้ทำลายเสียหมด พี่น้องทั้งหลายกลายเป็นผู้ชั่วไปหมด เขาดีเพียง ๒-๓ คนเท่านั้นละ มันมาแง่ไหนให้ฟังให้ดี

เราเป็นหัวใจคนไม่ใช่หัวใจหมานี่วะ ฟังให้ดี วันนี้จะเปิดให้ฟัง ตัวเป้ง ๆ ตัวสำคัญ ๆ มันอยู่ลึก ๆ อยู่ใต้ดินเวลานี้ เป็นหัวเรือใหญ่มันอยู่ใต้ดิน ค่อยป้อนยาพิษออกมา ๆ ให้ไปเผาตรงนั้นให้ไปเผาตรงนี้อยู่ทุกแห่งทุกหน พวกนี้พวกหัวเรือใหญ่ มันเป็นของเล่นเมื่อไรวะให้พิจารณาเสีย เปิดให้ฟังเสียวันนี้ เราพิจารณาอยู่ในหัวใจเราพอแล้วแต่ไม่จำเป็นที่จะต้องพูด เพราะเรื่องธรรมไม่กดไม่ดัน เมื่อมีเหตุผลสัมผัสที่ควรจะพูดหนักเบาพูดได้หมดเรื่องธรรม ไม่มีปิดบังลี้ลับ ไม่มีว่าที่นั่นสูงที่นี่ต่ำเหยียบแหลกไปเลย ธรรมสูงกว่าโลกมาเป็นกาลไหน ๆ จำให้ดีนะ หัวเรือใหญ่มันอยู่ใต้ดินเวลานี้ มันป้อนเชื้อมันออกมา ๆ ให้ยื่นออกมา นี่กำลังป้อนออกมาให้ยื่นแบบนั้นแบบนี้ พิจารณาให้ดีพี่น้องทั้งหลายนะ อย่าไปหลงกลมันง่าย ๆ เราก็มนุษย์คนหนึ่งมนุษย์มีครู ครูของเราก็ศาสดาเอก เวลานี้ท่านทั้งหลายก็คงจะถืออยู่แล้วว่าหลวงตาเป็นครูของท่านทั้งหลาย จึงได้ยอมใจลงสละเงินทองข้าวทองของเรามีมากขนาดไหนไหลเข้าสู่คลังหลวงเวลานี้ ก็มีแต่พวกพี่น้องทั้งหลายที่ลงใจกับหลวงตาบัว ที่ลงใจเพื่อจะช่วยชาติเต็มเหนี่ยวแล้วเหมือนกัน ไม่มีผู้ใด

ถ้าเราเอาขึ้นไม่ได้ไม่มีใครขึ้นนะ ต้านทานพวกนี้ไม่ได้จม เมืองไทยเราจมแน่ๆ เพราะพวกนี้จะไม่หวังความสุขความเจริญจากผู้ใดทั้งนั้น มันจะเอาเพียง ๒-๓ คนก็ตาม ได้ขึ้นเหยียบบ้านเหยียบเมืองให้จมแล้วเป็นที่พอใจ เป็นอำนาจบาตรหลวงอันใหญ่โตเหยียบชาติไทยของเราให้จม แล้วจะเอาผู้ใดมาเป็นนายมันก็ไม่รู้แหละ มาเหยียบลงเป็นชั้น ๆ อย่างนี้แหละ

เป็นยังไงเมืองไทยเรากำลังจะจมเร็ว ๆ มานี้เห็นไหม เป็นยังไง ทีนี้เมื่อเราฟื้น ๆ จากใครให้พิจารณาทบทวนให้ดีนะ ฟื้นจากพวกเปรตพวกผีพวกทำลายชาติศาสนาอย่างทั้งลับทั้งที่แจ้งอยู่เวลานี้เหรอ มันเป็นมานานแล้วนะไม่ใช่เป็นมา ๒-๓ วันนี้ จนเมืองไทยเรานี้จะจมจริง ๆ แต่เมืองไทยก็เป็นเมืองคนไม่ใช่เมืองหมา มีหัวใจมันก็ต้องคิดซิ คิดเมื่อรู้ผิดถูกชั่วดีแล้วก็ต่างคนต่างดีดต่างดิ้นช่วยกัน ผลประโยชน์ก็เห็นขึ้นมา เวลานี้บ้านเมืองของเราก็กำลังเริ่มจะเป็นสาวงามขึ้นมาแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นทุกอย่าง ๆ เห็นไหมเอาไปเทียบดูซิกับความที่จะมาเหยียบชาติไทยของเราให้จม กับพวกเราทั้งหลายที่กำลังฟื้นฟูชาติไทยของเรา จนเวลานี้เป็นที่พอใจขึ้นเป็นลำดับลำดา เงินในคลังหลวงก็มาก

นี่ก็ผู้ว่าการธนาคารชาติพูดให้ฟังเสียเอง ก็ไม่เคยคาดเคยคิดว่าเราจะมีสมบัติเงินทองข้าวของเป็นที่อบอุ่นเย็นใจเหมือนคราวนี้เลย นู่น ฟังซิ ผู้ว่าการธนาคารพูดเอง อะไร ๆ ไหลเข้ามาๆ  ผู้ช่วยชาติบ้านเมืองก็เอาเต็มเม็ดเต็มหน่วยว่างั้น ๆ พูดง่าย ๆ ก็นายกละจะเป็นใครไป ตั้งนายกมานี้กี่ยุคกี่สมัยแล้ว หูมีตามีทุกคนดูเอาซิจะให้ใครมาเป็นพยาน ตาเรามีหูเรามีใจเรามีทุกอย่าง เห็นอยู่นี้เป็นยังไง ไม่ได้เหยียบย่ำทำลายนายกชุดไหนๆ รัฐบาลชุดไหน ชุดไหนเป็นยังไงๆ ก็รู้อยู่ ใจเป็นนักรู้ทำไมจะไม่รู้ เป็นแต่เพียงไม่พูดไม่ตำหนิไม่ติไม่ชมเท่านั้นเอง ก็ดูเรื่อยมา ๆ ทีนี้เวลาบ้านเมืองจะจมจริง ๆ ก็ต่างคนต่างรู้เนื้อรู้ตัวฟื้นกันขึ้นเต็มที่ พอดีก็ได้นายก นายกก็เป็นคนดี นายกคนนี้เป็นคนชั่วตรงไหน เอ้า ว่ามาซิ ไปที่ไหนดิ้นดีดจนจะเป็นจะตาย เดี๋ยวนี้ก็อยู่ทางสิงค์โปร์ ทางฟิลิปปินส์ ไปเพื่ออะไร ไปเพื่อชาติไทยเราทั้งชาติ คน ๆ เดียวจะตาย สมบัติเงินทองของเจ้าของกินกระทั่งถึงวันตายก็ไม่หมด ทำไมจึงต้องดีดต้องดิ้น ดิ้นเพื่อชาติบ้านเมืองของเรา ดูบ้างซิคนดี เรามีหูมีตาเราจะหาใคร เห็นทั้งคนชั่วคนดีเมื่อตามีหูมี ให้พากันพิจารณาเอา

นี้ก็ทุกสิ่งทุกอย่างฟื้นฟูขึ้นมา ๆ เพราะใคร ถ้าไม่ใช่เพราะนายกคนนี้จะเป็นใครไป ตั้งมากี่ยุคกี่สมัยแล้ว ตาเราก็ไม่ใช่ตาบอดแต่ก่อน เราก็ตาดีมาโดยลำดับ เห็นอยู่รู้อยู่จะให้ว่ายังไง พิจารณาซิน่ะมันเป็นอย่างนี้ ดีก็ต้องว่าดีซิคนไทยเรา หาของดิบของดีมาครองบ้านครองเมืองอุ้มชูบ้านเมือง ทำไมเห็นของดีมาจะเห็นเป็นขี้เป็นมูตรเป็นคูถไปเหรอ เห็นชั่วว่าเป็นเทวดามันจะลงไปเป็นเทวดาอยู่ในทะเลหลวงทั้งหมดนะเรา ถ้าเอาพวกนี้มาเป็นเทวดา เราก็จะไปเป็นเทวดาอยู่ทะเลหลวงนู่นละ เป็นยังไงอยากไปไหม เป็นเทวดากับพวกกำลังทำลายบ้านเมืองอยู่เวลานี้ อยากไปกับพวกนี้ไหม ถ้าไม่อยากไปก็ให้ต่างคนต่างรู้เนื้อรู้ตัวแก้ไขดัดแปลง อย่ามาใกล้ชิดติดพันกับมัน พวกเสี้ยนพวกหนามพวกฟืนพวกไฟพวกมหาภัยนี่ พวกนิวเคลียร์นิวตรอนจะทำลายคนทั้งชาติ ศาสนา ทั้งที่ศาสดาประทานให้ด้วยความเมตตาให้จมลงนี้มันสมควรแล้วเหรอกับคนชาติไทยของเรา ที่รักเทิดทูนมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์กาลไหน ๆ

เรื่องชาติไทยก็ดี เรื่องศาสนาพุทธก็ดี เราเทิดทูนมาด้วยกัน คน ๒-๓ คนนี้มีใครไปเทิดทูนมันว่า สรณํ คจฺฉามิ อีตาหมูนี้ สรณํ คจฺฉามิ  อีตาหมานั้น สรณํ คจฺฉามิ เลยยกหมูยกหมาขึ้นเป็นเทวดา ใครจะยกขึ้นได้ลงคอเข้าใจเหรอ ต้องยกคนดีซิขึ้น ควรเป็นเทวดายกให้เป็นเทวดา ท่านก็กล่าวไว้แล้วว่า สมมุติเทพ อุปปัตติเทพ วิสุทธิเทพ นั่น สมมุติเทพ ก็คือคนดีเรานี้แหละเป็นผู้ใหญ่เป็นผู้ดี ผู้ใดก็ตามเป็นคนดียกเป็นสมมุติเทพเป็นเทวดาโดยสมมุติ เป็นเทวดาของสมมุติให้ความร่มเย็นแก่มนุษย์ทั้งหลาย นี้ควรยกเป็นเทวดาได้ ท่านก็บอกไว้ในธรรม ที่ว่าตะกี้นี้

นี่ละเทวดาเป็นสมมุติ อย่างพวกผู้ใหญ่ที่พาบ้านพาเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมานี้ นี่เรียกว่า สมมุติเทพ เทวดาโดยสมมุติที่มนุษย์ทั้งหลายยอมรับและเทิดทูนเป็นเหมือนเทวดาองค์หนึ่ง นี่มีในธรรม วิสุทธิเทพ ได้แก่ พระอรหันต์ผู้สิ้นกิเลส เป็นวิสุทธิเทพ บริสุทธิ์ นั่น ท่านว่าอย่างนั้นนะ ท่านบอกไว้ชัด ๆ อย่างนั้น สมมุติเทพ อุปปัตติเทพ วิสุทธิเทพ

อุปปัตติเทพ เทวดาโดยกำเนิดเข้าใจเหรอ คือเกิดเป็นเทวดาโดยกำเนิดนั้นเรียกว่า อุปปัตติเทพ

สมมุติเทพ ด้วยความเสกสรรปั้นยอจากความดีของตัวนั่นแหละ เป็นเทวดาของประชาชนทั้งหลาย

อุปปัตติเทพ พวกเทวบุตรเทวดาโดยหลักธรรมชาติ

วิสุทธิเทพ หมายถึงว่าท่านผู้บริสุทธิ์ใจแล้ว ให้พากันจำเอานะ

นี่เราจะเอาไหน นี่ละเป็นสมมุติที่แท้ที่ควรกราบไหว้บูชาเป็นชั้น ๆ ไป คือ สมมุติเทพ ท่านผู้ดีนำชาติบ้านเมืองให้ได้รับความสงบร่มเย็นเห็นกันทั่วหน้า ผู้นี้ควรจะยกเป็นเทวดาโดยสมมุติได้แล้ว วิสุทธิเทพก็คือ ท่านพระอรหันต์ อุปปัตติเทพ ก็คือเทวดาโดยหลักธรรมชาติ ให้พากันจำ ทีนี้เราจะยกใครเป็นเทวดา ยกหมูยกหมายกเปรตยกผี กำลังมันจะทำลายชาติบ้านเมืองอยู่อย่างลึกลับอยู่นี้ นั้นหรือเป็นเทวดา นั้นหรือมากราบมาไหว้ ไปเลือกเอานะ พิจารณาให้ชัดเจน โห บ้านเมืองสร้างมาแทบเป็นแทบตาย ตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ยาย ศาสนาประคองกันมาจะล่มจมด้วยเปรตด้วยผี ๒-๓ ตัวเท่านี้มีอย่างเหรอ ไม่ได้ฟังเสียงอะไรเลย เขาทำดีขนาดไหนไม่ฟังเสียง เงินบาทหนึ่งจะมายื่นให้เพื่อเชิดชูชาติบ้านเมืองสมกับว่าเราเกิดในชาติ เราเป็นลูกชาวพุทธ ไม่มีเลยสักสตางค์ นอกจากเอาไฟเผาพวกที่เขาทำดีเท่านั้น มันฟังได้ไหมพิจารณาซิ  เอาละเหนื่อยแล้ว พูดคึกคัก ๆ เหมือนจะกัดจะฉีก หยุดแล้วมันธรรมดาไม่มีอะไร หยุดแล้วก็ธรรมดา

โยม พระหลวงตาเจ้าคะ ผ้าป่าหน้าศาลาวันนี้ได้ ๖,๐๒๐ บาทเจ้าค่ะ

หลวงตา เออ เท่าไรเอาหมดละ เราเหมา

สรุปเมื่อวานนี้ได้ทองคำ ๑ บาท ดอลลาร์ได้ ๗๒๓ ดอลล์เมื่อวานนี้นะ ทองคำที่ได้หลังจากการมอบแล้วเวลานี้ได้ ๔๔ กิโล ๑๙ บาท ๙๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๔๐,๔๓๕ ดอลล์

รวมทองคำที่ได้แล้วทั้งหมดเป็น ๗,๗๖๙ กิโล ยังขาดอยู่อีก ๒,๒๓๑ กิโล จะครบจำนวน ๑๐ ตัน ดอลลาร์ที่ได้แล้วทั้งหมด ๘,๓๔๐,๔๓๕ ดอลล์ ยังขาดอยู่อีก ๑,๖๕๙,๕๖๕ ดอลล์ ให้จำไว้ทุกคน เอาไว้เสี่ยงวาสนาของเรานะ วาสนาของเรามันคู่ควรกันไหมกับการฟื้นฟูนี้ขึ้นได้ตามต้องการ มันคู่ควรกันไหม หรือว่าฟื้นฟูเท่าไรยิ่งจมลง ๆ ให้เราเสี่ยงทายวาสนาบารมีของเราโดยมีหลวงตาเป็นหัวหน้านะ จำให้ดีคำนี้ เอาละนะ

 

ชมการถ่ายทอดสดทั่วโลกทุกวัน  ได้ที่

www luangta.com หรือ www.luangta.or.th

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก