บทเรียนอันใหญ่หลวง
วันที่ 22 กันยายน 2546 เวลา 8:30 น. ความยาว 39.42 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๖

บทเรียนอันใหญ่หลวง

 

         ปีไหนปี ๔๐ หรือ ๔๑ ที่ว่า ๕๖ บาทน่ะ จากนั้นลดลงมาอีก จะเป็นปี ๔๐ หรือปี ๔๑ นะ มันขึ้นถึง ๕๖ (ปี ๔๐ ครับ) อันนั้นที่เราร้องโก้ก เราบอกว่าเมืองไทยเราไม่ได้ครึ่งบาทนะ เขาตั้ง ๕๖ กินขึ้นไป เราไม่ได้ครึ่งบาทนะขาดตาเต็ง เป็นคนไม่เต็มบาท ทั่วประเทศไทยขาดตาเต็งไม่ครึ่งบาท ๆ ว่าไง นี่เราไม่ได้ลืม มันทำไมถึงเป็นขนาดนี้นะ ไม่เคยมีมาก่อน ที่ว่าร้องโก้กแล้วก็ให้เขาติดตามเข้าไปเรื่องติดหนี้ติดสินในจุดใหญ่ ให้ไปติดตามมามันเป็นยังไง ๆ ติดหนี้เขาเท่าไร ๆ ให้ติดตาม เอาจากจุดใหญ่ ๆ มา พอมาได้เรื่องแล้วก็นั่นละที่นี่

         (วันนี้วันเกิดโยมเจ้าค่ะ ถวาย ๒,๐๐๐ ดอลล์) เออ ๆ พอใจ ๆ ตระกูลเกิดผล นี่ให้มาน้อยเมื่อไร หลายครั้งหลายหนเป็นหลายๆ กิโล อันนี้ก็ตั้ง ๒,๐๐๐ ดอลล์ นิมนต์ไปบ้านก็นิมนต์ไป ไปเอาทองคำที่บ้าน เราไม่ลืม เอาทองคำที่บ้านในกรุงเทพฯ ให้เรื่อย ๆ ให้ทีละน้อย ๆ เมื่อไรเป็นกิโล ๆ ขึ้นไป

         พูดถึงเรื่องเงินไทยที่มันถึง ๕๖ ปีนั้นละ บวกกับติดหนี้เขาพะรุงพะรัง คือเราให้ไปติดตามดูจริง ๆ ในคลังหลวงคลังใหญ่นู้นน่ะ ติดหนี้เขาเท่าไร ๆ ค้นมาให้หมด มาแจงให้เราทราบ เงินนี้ก็ฟาดขึ้นถึง ๕๖ บาทต่อดอลล์ มันยังไงกันนี่น่ะ อยู่ไม่ครบบาทครบตาเต็ง ขาดบาทขาดตาเต็ง ไม่ครึ่งบาทเสียด้วยนะ ตั้ง ๕๖ เขากินไป เราไม่ได้ครึ่งบาท ๕๐ สตางค์ก็ไม่ได้ มันเป็นยังไง เหอ เมืองไทยเรานี่ มันคึกคักไปใหญ่ เหอ มาตั้งแต่พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ไม่เคยเป็นอย่างนี้ แล้วทำไมมันถึงเป็นขนาดนี้ นี่หลวมตัวเสียจนเกินเหตุเกินผลแล้วหรือจนเมืองไทยจะจมแล้วนี่น่ะ

         นั่นละเหตุเบื้องต้น ก็ ๕๖ บาทต่อดอลล์ แล้วก็ไปติดหนี้ติดสินเข้ามาจากจุดนั้น ๆ เอามาบวกกันเข้า เมืองไทยแทบมองไม่เห็น คลื่นทะเลเริ่มท่วมเข้ามา ๆ มันจะเอาให้จม คลื่นทะเลได้แก่หนี้สินพะรุงพะรัง มันท่วมเข้ามา ๆ คนก็ไม่ถึง ๒ สลึง เอ้อ อะไรมันถึงได้เป็นอย่างงี้ ทุกอย่างเข้ามาละที่นี่ คนทั้งประเทศไม่เต็มสองสลึง อ้าว ถ้า ๒ สลึงก็เรียกว่า ๕๐ บาทใช่ไหม นี่ฟาดเข้าไป ๕๖ บาท มันไม่เต็ม ๒ สลึง ยังไงกันนี่ว่ะ แล้วดูหนี้ดูสินก็เป็นคลื่นเข้ามาๆ หนี้สินเหมือนคลื่นทะเลจะเอาให้จม เราลืมเมื่อไร ถึงขนาดร้องโก้กเลย ยังไงกันนี่ว่ะ

         นั่นละที่นี่ จากนั้นก็หมุนละ เอ้า จะช่วยเลย ตั้งแต่นั้นมาก็เอาเลยจนกระทั่งมาปัจจุบัน ที่ ๕๖ ก็ไม่เคยปรากฏขึ้นอีกเลย ค่อย ๆ ลงมา ๆ มาอยู่ในย่าน ๔๐ นะ ๔๑,๔๒ อะไรนี่ แล้วก็เลยมาอยู่นี่ตั้งแต่บัดนั้นมาเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าดี เราก็พอใจ ไม่ได้คิดได้อ่านว่าจะได้หมุนตัวออกมาอย่างนี้ ก็นี้ละต้นเหตุ ๕๖ บาทต่อดอลล์นี้เอง แล้วติดหนี้ติดสินเขาพะรุงพะรัง มีตั้งแต่เรื่องที่จะจมๆ คลื่นทะเลคือเจ้าหนี้ ๆ การติดหนี้เหมือนคลื่นทะเลใหญ่ที่จะมาฟัดเมืองไทยเราให้จม ทางนี้ก็ ๕๖ บาท คอยแต่จะจมอยู่แล้ว ทางนั้นคลื่นใหญ่ทะเลที่ติดหนี้เขาก็มา ยังไงกันนี่ จะออกทางไหน นั่นละเรื่องราวมัน

         เราจึงได้ยกขึ้นมาพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังอย่างนี้ การติดหนี้เขา เขาเหมือนกับอุ้งเหยี่ยวใหญ่ พวกเราหัวเท่าหัวหนู ๆ อยู่ใต้อุ้งเข้า เขากำทีเดียวหมดเลย บีบเข้ามาทุกด้าน ติดหนี้เขาแล้วยังไม่แล้ว เขายังมาเป็นเจ้านายมาคอยบังคับรายได้รายจ่ายที่จะได้ เพื่อเขาจะเอาหนี้เขาไป ทุกอย่างบังคับเรา ฟังว่าในธนาคารชาติไอ้นั่นมันมาจุ้นจ้าน ๆ เกี่ยวกับเรื่องหนี้เรื่องสินบังคับอยู่ในตัว ๆ ตลอด นี่ที่มันพิลึกพิลั่นนะ เรานี้เหมือนกับหนูตัวหนึ่ง อันนั้นแมว หรือว่าราชสีห์นู่น มันกำเมื่อไรก็หมด เราจึงได้บอกว่านี่คือสงครามเศรษฐกิจ ไม่ใช้ปืนผาหน้าไม้อะไรแหละ เอาหนี้ข้ามา ไม่มาพวกเธอต้องเป็นบ๋อยของข้าทั้งประเทศ เท่านั้นละ กำทีเดียวเงียบเลย เราจะไปเถียงเขาได้ยังไง ก็มีแต่คอยจะจมเท่านั้น

         เพราะฉะนั้นจึงพากันดีดกันดิ้นออกช่องเล็ก ๆ สุดท้ายก็ออก ๆ ๆ พ้นไปได้นะ ไอ้เอ เอ็ม เอฟ เอ็มแอฟอะไรนั่นน่ะมันตัวสำคัญ บักห่านี่สำคัญมากนะ เข้าใจไหมบักห่านี่ สำคัญมาก พวกเหล่านี้ไม่เข้าใจหรอก ไม่เข้าใจช่างใคร เข้าใจเราสองคนก็พอนะ นี่รอดไปได้แล้ว อันนี้ใช้สามวาระนะ ผ่านไปได้เลย (ครับผ่านแล้วฮะกรกฎาคม) เออนั่น นอกนั้นยังอยู่ใต้อุ้งเล็บเขาเยอะนะประเทศต่างๆ ยังอยู่ใต้อุ้งเล็บเหยี่ยวใหญ่ เยอะ บีบอยู่ในตัวนั่นละ อะไรก็เป็นของเขาหมด เขามาเป็นเจ้าอำนาจบีบบังคับในวงการวงงานต่าง ๆ ทุกอย่างในเมืองนั้น ๆ บีบเอาทางนั้นบีบเอาทางนี้เรื่อย

         เมืองไทยเรานี้ก็ใช้กันอย่างงั้นละแต่ก่อน บีบ โรงงานใหญ่ ๆ อะไรใหญ่ ๆ มาเป็นเจ้าของๆ มาเป็นเจ้าอำนาจคอยควบคุมการเงินการทอง ได้แล้วเขายักเอา ๆ นะ โอ๊ยทุเรศนะ เรายังใจหายอยู่นะตั้งแต่ฟังทีแรก เพราะฟังเอาจริงเอาจังไม่ฟังเล่น ๆ ถึงขนาดให้เขาไปติดตามดูคลังใหญ่คลังหลวงเรา ติดหนี้เขาเท่าไร ๆ บอกมาให้หมดเลย โอ๊ย ติดหนี้ไม่ใช่ติดธรรมดา ดิ้นตั้งแต่นั้นมา ๕๖ ก็ไม่เขยิบขึ้นอีกนะ ๕๖ ลดลงก็เลยมาอยู่ที่ ๔๒ เรื่อยมาจนกระทั่งทุกวันนี้

         เราก็ไม่เคยคิดเคยอ่านว่าจะได้มาเจอเอาอย่างนี้ ได้ทำงานอย่างนี้นะ งานของพระก็เป็นเรื่องของพระตลอดมา ไม่เคยเกี่ยวกับการบ้านการเมือง เรื่องตั้งวงรัฐบาล ตั้งวงไหนเรารู้ทั้งนั้น ๆ ละ รู้มา ๆ โดยลำดับ ลูกศิษย์ลูกหาเต็มอยู่ตามกระทรวงต่าง ๆ เป็นอะไร ๆ ดีชั่วประการใดรู้ แต่ไม่เคยสนใจนะ เป็นเรื่องของบ้านของเมืองเขาไป เราไม่เคยสนใจ จนกระทั่ง ๕๖ บาทกับติดหนี้เขาพะรุงพะรัง มากระเทือนเอาหนักตรงนี้ ถึงได้วืดวาดออกเลย เป็นบ้าออกเลย ว่าไง ทีนี้เวลาขึ้นมันก็ไปใหญ่ ชนดะไปเลย ไม่ถอยเลย

         แต่เราไม่เคยให้เคลื่อนคลาดจากธรรมนะ เราจะแข็งจะอ่อนขนาดไหน ดุเดือดขนาดไหนก็อยู่ในวงของธรรม ได้พิจารณาเรียบร้อยแล้วออก จะควรอ่อนควรแข็งขนาดไหนจะออกตามพิจารณาแล้ว ควรจะผึงก็ผึงเลยเชียว อย่างนั้นละ นี่เราไม่ได้เอาโลกมาใช้ ใช้มาตลอดนะเราไม่เคยมีความเสียวใจ หรือไม่สบายใจว่าเราได้ทำผิดทำพลาดไปยังไง ไม่ว่าทางด้านวัตถุ ทางด้านธรรมะ เราดำเนินไปด้วยอรรถด้วยธรรมทั้งนั้น เรื่องราวจะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงไร หนักเบาขนาดไหน เราจะเอาธรรมเข้ากาง ๆ ทุกอย่าง อะไรขวางธรรมแล้วเบิกออก ๆ ถ้ามันมาขวางธรรม เราเห็นว่าเป็นธรรมแล้วที่เขาจะก้าวเดิน อะไรเข้ามาขวางเอาเลยที่นี่ ฟาดเลย ถ้าเราขวางธรรมเราไม่ทำนะ ถ้ารู้สึกมันขัดข้องในธรรม ไม่ออก ไม่เอา

         นี่จึงเป็นข้อเตือนพี่น้องทั้งหลายทั้งประเทศได้เป็นอย่างดีเยี่ยมเชียว คราวนี้นะ โห เมืองไทยเราหวุดหวิดจะจมจริง ๆ นี่เป็นบทเรียนอันใหญ่หลวง เป็นประวัติศาสตร์แหละเรื่องความจะล่มจมของชาติไทย และการฟื้นฟูชาติไทยขึ้นมา เรียกว่าเป็นประวัติเคียงคู่กันไปอย่างนี้ เรื่องจะล่มจมแล้วฟื้นขึ้นมาได้ จะไปทั้งสองอย่าง อันที่สามก็คือ เราจะหาทองคำให้ได้ ๑๐ ตัน และดอลลาร์ ๑๐ ล้าน ที่เป็นเครื่องประดับละที่นี่ พอขึ้นมา พอหายใจได้บ้างพอสมควรแล้วทีนี้เราจะเอาทองคำเข้าประดับชาติไทยของเรา เป็นประวัติศาสตร์อันสวยงามมากอันหนึ่ง นี่ละตอนสุดท้ายเรามุ่งอย่างนี้

         เพราะฉะนั้นจึงเข้มข้นในทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วกัน เราพิจารณาเต็มสัดเต็มส่วนแล้ว ถึงออกประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบครอบประเทศไทย พิจารณาหมดแล้วอันนี้เหมาะสม งาม ถ้าได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน ดอลลาร์ ๑๐ ล้านแล้วงาม สวยงามประดับได้หมด หรือลบ กลบ สิ่งที่มันเลวร้ายทั้งหลายได้ เอาความสง่างามขึ้นมาแทนที่ด้วยทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันและดอลลาร์ ๑๐ ล้าน แล้วเครื่องประดับทั่วประเทศไทยของเรา นี้ก็เป็นยังไง เงินสดนี้ออกไปช่วยชาติไทยมากน้อยเพียงไร ท่านทั้งหลายพอทราบกันอยู่ เพราะไม่ได้ไปไหนสักบาทสักสตางค์ เงินที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคผ่านเข้ามาหาเรา

         เราช่วยสมกับเราร้องโก้ก พูดง่าย ๆ ว่างั้น เข้ากันได้สนิทเลย อะไรที่จะมาหยิบออก โหยไม่ได้เลยเชียว มีแต่พุ่ง ๆ เพื่อชาติบ้านเมืองของเรา ถ้าเอาขึ้นไม่ได้คราวนี้ก็หมดแล้วเมืองไทยเรา บรรดาปู่ ย่า ตา ยาย พาถ่อพาพายตะเกียกตะกายมาก็เป็นความสงบร่มเย็น ถึงจะไม่เป็นเมืองเศรษฐีเด่นดังกับเมืองทั้งหลาย เราก็เป็นเมืองสงบร่มเย็นตลอดมา ไม่ว่าเรื่องใด ๆ เมืองไทยเราจะสงบตลอดมา เพราะอำนาจแห่งพุทธศาสนาครอบงำในหัวใจของพี่น้องชาวพุทธเราทุกผู้ทุกคน ทำให้ระลึกถึงศีลถึงธรรม ความสงบร่มเย็นมาโดยสม่ำเสมอ เรื่องก็พอเล็ดลอดไปได้ๆ อย่างนี้

         เพราะฉะนั้นคราวนี้จึงเป็นคราวสำคัญที่เราจะประดับชาติไทยของเรา ความล่มจมกลบมันไว้เลย เอาความดีที่เกิดจากความรักชาติ ความเสียสละ ด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน รวมหัวกันเป็นทองคำ ดอลลาร์ ขึ้นมาประดับชาติไทยของเราให้สวยงามอร่ามตาของเราต่อไปนี้ จึงว่าให้จำเอาไว้นะ แล้วอย่าลืม ให้เข็ดหลาบด้วยนะ อย่าพากันลืมเนื้อลืมตัว อย่าพากันสุรุ่ยสุร่ายอีลุ่ยฉุยแฉกไม่ได้นะ แล้วจะจมได้ ถ้าเรามีอาจารย์องค์เอกมาสอนแล้วเนื่องจากเมืองไทยล่มจม เพราะความลืมเนื้อลืมตัวของชาติไทยเรา โดยมีหัวหน้าเป็นผู้พาให้ลืมเนื้อลืมตัว แล้วจะทำเมืองไทยให้จมไปหมด ให้เราจำอันนี้เอาไว้ ให้เป็นผู้เข็ดหลาบ การเป็นอยู่ปูวาย การใช้การสอยอย่าสุรุ่ยสุร่ายเกินเนื้อเกินตัว ไม่ดีเลย นี่เป็นทางที่จะให้เข้าสู่ความล่มจม ดีไม่ดีจมยิ่งกว่าที่ผ่านมานี้ก็ได้ถ้ายังไม่รู้สึกตัว ถ้ารู้สึกตัวจะค่อยฟื้นฟู ทรงตัวได้ไปตลอด ต่างคนต่างรู้จักประมาณ

การเป็นอยู่ปูวาย การใช้การสอย เมืองไทยเรามักจะเป็นเมืองสุรุ่ยสุร่าย พูดจริงๆ เราอยู่ตรงกลางของชาติไทย เราพูดได้ทั้งส่วนได้ส่วนเสีย นิสัยของเมืองไทยเรานี้ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า เมืองไทยเราเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ ไม่เคยอดอยากขาดแคลน อะไรก็มีเต็มบ้านเต็มเมือง ไปที่ไหนไม่อดไม่อยาก ก็ทำให้ลืมตัวไปได้ ครั้นทำไปนานเข้าๆ กลายเป็นนิสัย เวลาเหตุการณ์ไม่เหมือนแต่ก่อน มันคุกคามเข้ามาทุกด้านทุกทาง เราจะเอานิสัยสุรุ่ยสุร่ายนี้ไปใช้ ก็เป็นเครื่องสังหารตัวของเราและชาติไทยของเราไปได้โดยไม่สงสัย จึงควรพิจารณา ให้รู้เนื้อรู้ตัว

อะไรๆ พอเป็นพอไปให้อยู่ นั่นละความสะดวกสบายสงบร่มเย็น อยู่กับความพอดิบพอดี ไม่ได้อยู่ด้วยความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมชิงดีชิงเด่น ชิงดีอะไรชิงชั่ว ชิงความล่มจมซึ่งกันและกัน สุดท้ายก็จมไปด้วยกันทั้งหมด มันไม่ได้ชิงดีชิงเด่นนะ แต่กิเลสมันพูดว่าชิงดีชิงเด่น มันเด่นอะไร ดีอะไร ชิงชั่วชิงความล่มจม ให้พากันระมัดระวังให้ดี การใช้การสอยทุกอย่าง สิ่งที่จะเข้ามาทุกวันนี้จะมากนะ เช่นบ้านนั้นเมืองนี้เขาจะเข้ามาค้าขายในเมืองไทยเรา เขาเข้ามาเขาต้องหวังได้ ที่นี่เราเป็นคนลืมตัวแล้วก็มีแต่จะเสียท่าเดียวๆ เขาก็โกยเอาเงินไทยเราไปอีกแหละ ให้ระวังให้ดีจุดนี้

เราต้องรู้ตัวของเราเสมอ เขาก็คน เราก็คน เขาก็เมืองคน เราก็เมืองคน ต้องพินิจพิจารณาทางได้ทางเสียรอบประเทศไทยของเราทุกคนๆ ให้คิดด้วยกันอย่างนี้ จะไม่ลืมเนื้อลืมตัวจนเกินไป ถึงกับทำบ้านเมืองให้จม ให้ระวังให้ดี อะไรๆ พอเป็นพอไปให้อยู่ไป นั่นละสงบเย็น ถ้าดีดถ้าดิ้นแล้วเป็นความทุกข์ความเดือดร้อน แล้วจะนำความล่มจมมาสู่ชาติไทยของเรา ให้พากันระวัง แบบพระพุทธศาสนาไม่ได้ฟุ่มเฟือยนะ แต่ไม่มีใครนำมาใช้ แบบพระพุทธศาสนา แม้แต่พระ ตัวฟุ้งเฟ้อก็อยู่กับพระสมัยปัจจุบันนี้ทั้งเขาทั้งเรา

พระพุทธเจ้าใครจะไปรู้จักประมาณยิ่งกว่าพระองค์ พอดิบพอดี พระไม่ได้มีอะไรมากนะ เรื่องของลูกศิษย์ตถาคตที่จะนำคติตัวอย่างอันดีงามออกไปสอนโลก เจ้าของต้องปฏิบัติตัวตามแบบฉบับของศาสดา ของศาสนธรรมเรียบร้อยแล้ว ไปที่ไหนก็งามหูงามตา ความมักน้อย ความสันโดษ ความไม่ดีดไม่ดิ้นคือเรื่องของพระที่ตั้งใจปฏิบัติเพื่ออรรถเพื่อธรรมโดยถ่ายเดียว มักน้อย ไม่ยุ่งกับอะไร คิดดูซิท่านว่าบริขาร ๘ นี่ละสมบัติของพระ มี ๘ ชิ้นด้วยกัน สังฆาฏิ จีวร สบง บาตร มีดโกน ธัมมกรก ประคตเอว กล่องเข็ม  นี่ละสมบัติของพระ ผ้าสังฆาฯก็หนึ่ง สบงหนึ่ง จีวรหนึ่ง เป็นสามแล้ว สี่บาตร ห้ามีดโกน หกประคตเอว เจ็ดกล่องเข็ม แปดธัมมกรก เครื่องกรองน้ำ นี่บริขารของพระยกไปใช้ได้สบาย สะพายเต็มบาตรพอดี บริขาร ๘ มีเท่านั้นไม่ได้มาก อันนั้นเป็นของเหลือเฟือ นี่ละสมบัติของพุทธศาสนาที่ใช้แก่พระ เพื่อกระจายออกไปหาประชาชนทั้งหลาย

อย่าให้เป็นน้ำล้นฝั่ง ให้อยู่ในฝั่งพอดิบพอดี อยู่ที่ไหนอยู่สบาย อย่าฟุ้งเฟ้อ เห็นเขามีเราก็อยากมี เห็นเขาได้เราก็อยากได้ ฐานะของเขากับฐานะของเราไม่เหมือนกัน เขาดิ้นด้วยเขามีเครื่องไม้เครื่องมือพาให้ดิ้น เราดิ้นแต่ด้วยกำปั้นไม่ได้นะจม เราไม่มีดิ้นอยากให้มั่งมีเหมือนเขา นี่ละพาเจ้าของให้จม สุดท้ายก็พะรุงพะรังติดหนี้ติดสินไปหมดทั้งบ้านทั้งเมือง ระโยงระยางทั่วประเทศไทย มองไปที่ไหนมีแต่ตาข่ายแห่งความติดหนี้ติดสินซึ่งกันและกัน ตั้งแต่ส่วนใหญ่มาถึงส่วนเล็ก แม้ที่สุดเด็กไปเรียนหนังสือก็ไปติดหนี้ติดสินกันในโรงร่ำโรงเรียน นี่เรียกว่าตาข่ายแห่งการติดหนี้กัน เพราะความไม่รู้จักประมาณนี้เป็นตัวสังหาร เป็นตัวกางข่ายออกมา ให้พากันจำเอาไว้

ใหญ่เท่าไรก็ยิ่งติดหนี้ติดสินมากขึ้นๆ จากนี้ก็ยกประเทศใส่กัน ติดหนี้ติดสินกัน เราต้องระวังสิ่งนี้ให้มาก ไม่ระวังนี้จะพาเมืองไทยให้จม ให้นำพุทธศาสนาไปใช้ ฆราวาสก็ตามมีตามเกิดของเรา ได้มาเท่าไรให้ยินดี อย่าดีดอย่าดิ้นจนเกินเหตุเกินผล เป็นน้ำล้นฝั่งใช้ไม่ได้ ให้พอดิบพอดี มีอะไรใช้อะไรใช้ไป นี่ถูกต้อง เรื่องความฟุ้งเฟ้อ มีเท่านี้ไม่อยากได้เท่านี้ มันอยู่เหนือนั้นอีก อยู่เหนือนั้น ได้เท่าไรไม่พอ มีแต่ไม่พอ อันนี้ละพาความฉิบหายมาสู่บ้านเมืองของเรา พากันระวังให้ดี

คิดดูซิอย่างพระอานนท์ท่านทำไว้เป็นคติตัวอย่างพวกเรา ได้จีวรขาดท่านไม่ยอมทิ้งนะ เอาไปยำผสมกับดินเหนียว เอาไปโปะกุฏิ ทาฝากุฏิ ท่านไม่ทิ้ง ท่านยกตัวอย่างมาเป็นอย่างนั้น ท่านไม่สุรุ่ยสุร่าย อย่างบริขารของหลวงปู่มั่นที่วัดสุทธาวาสก็ไปดูเอาซิ นั่นละท่านผู้เป็นเศรษฐีธรรมอันเลิศเลอท่านเป็นอย่างนั้น เศรษฐีแห่งความยากจนคือพวกเรา ไม่รู้จักประมาณ จนมากจนร่ำลือ เป็นเศรษฐีแห่งความทุกข์มหันตทุกข์ อยู่ในเมืองไทยของเราที่ไม่รู้จักประมาณ ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเกินเนื้อเกินตัวเสียได้ ให้พากันจำเอาทุกคน มีบทเรียนมาแล้วทั่วประเทศไทย จะเอาชาติไทยของเราให้จม ให้ต่างคนต่างถือมาเป็นบทเรียน

บทเรียนด้วยความรู้จักประมาณทุกสิ่งทุกอย่าง การจับการจ่ายการซื้อการขายติดต่อกับเมืองนอกเมืองนาให้ดูให้ดี อะไรที่มีความจำเป็นที่เราไม่มี จำเป็นจะต้องซื้อจากเขา เราก็ซื้อด้วยความจำเป็นที่ทราบแล้วด้วยเหตุผล ถ้าเรามีอยู่แล้วแต่ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมอยากได้อันนั้นมาดีมาแข่งบ้านแข่งเมืองของตัวเอง เอาลูกเขามาแข่งลูกเรา เอาผัวเขามาแข่งผัวเรา เอาบ้านเมืองเขามาแข่งบ้านเรา สมบัติต่างๆ ของเขามาแข่งบ้านเมืองของเรา มีแต่เอาของเขามาเหยียบบ้านเมืองของเรา เช่นเอาลูกเขามาแข่งลูกเรา อย่างนี้ก็มาเหยียบลูกเรา เอาผัวเขาเมียเขามาเหยียบผัวเราเมียเรา มาเหยียบครอบครัวของเรา บ้านเขาบ้านเราเอามาเหยียบกันไม่ใช่ของดี ฟังแต่ว่าเหยียบเป็นไร เป็นของดีแล้วเหรอ

อันนี้ของเขาอะไรดีหมด หมอบหัวเข้าไปให้เขาเหยียบเอาๆ ไม่ได้คิดรู้เนื้อรู้ตัวว่าจะตั้งเนื้อตั้งตัวขึ้นเพื่อเป็นเนื้อเป็นหนังแห่งตนและชาติไทยของตนบ้างเลย อย่างนี้เสียหายนะ อะไรที่ซื้อเขามันจำเป็นยอมรับ ซื้อทั้งเขาทั้งเรา ถ้าอะไรไม่จำเป็นไม่ซื้อ ซื้อของบ้านเมืองของเรา ไปที่ไหนมีใครที่ขายอยู่ตามท้องตลาด หรือตามข้างถนนหนทาง เอาซื้อมาหนุนชาติไทยของกันและกัน เขาหนุนเรา เราหนุนเขา ในประเทศไทย เนื้อหนังเป็นของคนไทย เมื่อมีการซื้อการขายได้กำลังขึ้นมา มีคนมาซื้อมาอะไรมันก็มีกำลังใจคนเรา ผลิตให้ดียิ่งกว่านั้นขึ้นไปอีก ดีไม่ดีเมืองนอกสู้ไม่ได้ อันนี้มีแต่หมอบใส่เขาๆ มันจะหาความดีมาจากไหน

อันใดที่เราไม่มียอมรับ แต่เราจะผลิตตัวของเราขึ้น ฟิตตัวของเราขึ้นให้หนักแน่นขึ้น เอาจนกระทั่งมี สิ่งที่เขามีเราไม่มี พยายามทำให้มี สิ่งที่เขาดีเรายังไม่ดี พยายามทำให้ดี สุดท้ายก็ฟัดเหวี่ยงกันได้ มีแพ้มีชนะ ต่อไปชนะไปเลย อย่างนั้นซีจะสร้างเนื้อหนังเพื่อเป็นชาติของตัวเองให้มีความแน่นหนามั่นคง มีแต่ก้มหัวหมอบใส่ของเขา ถ้าเป็นของเมืองนอกเมืองนาแล้วเอาละนะ แม้ที่สุดแอปเปิลอะไร โคตรพ่อโคตรแม่มันไม่มีหรืออยู่ในเมืองไทย ไปที่ไหนเหยียบแต่แอปเปิลเลอะเทอะไปหมด ถ้าเป็นของเขาแล้ว นี่แอปเปิลๆ นะ มันแอปเปิลหีพ่อหัวแม่มันหรือเราอยากว่างั้น เข้าใจไหม มันโมโห มันไม่ได้ดูแอปเปิล พ่อแม่มึงสร้างมา ตัวของมึงก็ใครเลี้ยงมา มึงจะมาว่าแอปเปิลที่ไหน พ่อแม่เลี้ยงมึงมามึงไม่เห็นพ่อเห็นแม่เห็นชาติของมึงนะ เข้าใจไหม มีแต่อันนั้นแอปเปิล อันนั้นดีอันนี้ดี พวกหน้าผากแตก ถ้ามาพูดให้หลวงตาบัวฟังนี้ใส่เปรี้ยงเลย คนพูดนี้ด้วยความลืมตัว ไม่ตั้งหน้าตั้งตาจะสร้างเนื้อหนังของตน ให้เป็นเนื้อเป็นหนังมีความแน่นหนามั่นคงขึ้นไป เห็นอะไรมาหมอบใส่ๆ เขาก็เหยียบหัวไปละซี เข้าใจเหรอ

ของเมืองไทยเราซื้อกันมันเป็นอะไร มันกีดมันขวางอะไร ถ้ามันไม่เป็นบ้าของคนขวางตัวเอง แล้วจะเหยียบชาติให้จมด้วยความลืมเนื้อลืมตัวหมอบหัวใส่เขาเท่านั้น ถ้าตั้งหน้าตั้งตาฟิตแล้วต่างคนต่างดีนะ ให้พากันพินิจพิจารณาทุกคน นี่ละธรรมท่านสอนอย่างนี้ ให้รู้เนื้อรู้ตัวทุกคน เอามีอะไรของเราเราซื้อกันเองๆ เมื่อต่างคนต่างอุดหนุนกันมีรายได้ขึ้นมา คนผู้ที่ผลิตออกมานั้นมันก็มีกำลังใจ ผลิตดีขึ้นไปๆ ต่อไปแข่งได้ทั้งนั้น นี่การช่วยตัวเอง ให้เป็นเนื้อหนังของตัวเอง ต้องเป็นอย่างนั้น นี่เอะอะก็คว้าใส่เขาๆ เอามาทับหัวตัวเองให้แหลกไปหมด การยินดีในของผู้อื่นของคนอื่น ของชาติอื่นเมืองอื่นที่ไม่มีเหตุมีผล แต่ยินดีไปด้วยความฟุ้งเฟ้อความลืมเนื้อลืมตัวเสียหายทั้งนั้นละน่ะไม่ว่าเขาว่าเรา ส่วนมากมีแต่เราแหละเสียหายเพราะความลืมตัว ให้พากันพินิจพิจารณาให้ดีนะ

พอพูดอย่างนี้เราก็ระลึกถึง เราไม่ได้คุยนะ ไอ้พี่ชาย บักห่าบักคำไพที่ เจียแปลว่าดังวีกนั่นน่ะ กับเรามันขัดกันอยู่เรื่อยนะเป็นอะไรไม่ทราบ ถ้าเป็นของคนอื่นไปหาซื้อ แม่ทำขึ้นมันไม่สนใจ แม่ทำขึ้นไม่สวย เขาทำไปซื้อเอามา ทีนี้กับเรามันไม่เป็นอย่างนั้น เอา ทำขึ้นแม่ เราใช้หมดถ้าเป็นของแม่ ผ้านุ่งผ้าห่มโสร่งสะเหร่งของแม่ สวยไม่สวยก็ตามแม่ทำเราใช้ นี่มันขัดกันนะ เราเป็นมาตั้งแต่เด็กนะ ไอ้พี่ชายบักห่านั่น อันไหนของดีมันไปเอามาหมดมาเหยียบหัวแม่มันเข้าใจไหม เราเทิดหัวแม่ คนสองคนพี่กับน้องยังไม่เข้ากัน นี่เอามาพูดเสียบ้างเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ  ถ้าเป็นของแม่ เอ้าอะไรทำมาจะนุ่ง เขาเอามาขายผ้าโสร่งสวยๆ สวยยังไงช่างเถอะไม่ใช่ของแม่เรา ไม่เห็นมีค่ามีราคาอะไร ว่าอย่างนี้แหละเรา

ทีนี้เวลามาบวชเข้าในอรรถในธรรม เข้ากันได้ปึ๋งเลยกับการสร้างเนื้อสร้างตัว เพราะฉะนั้นจึงได้นำมาสอนพี่น้องทั้งหลาย คืออรรถธรรมเป็นสักขีพยานมาก่อนเราเกิดแล้ว เรามาปฏิบัติตามนิสัยของเราก็เข้ากันได้ๆ แล้วเข้ากับธรรมได้เลย ให้พากันจำเอานะ จะแต่งสดสวยงดงามขนาดไหนก็ตาม ถ้าคนไม่มีหลักมีเกณฑ์ก็กลายเป็นคนเลว ทำลายตัวเอง ทำลายชาติของตัวเองแล้ว เอาประดับเท่าไรก็ไม่เป็นหน้าเป็นหลังอะไร ก็เหมือนอย่างไปหาเอาไม้เชื้อไฟ หาเอาไม้ราคาแพงๆ งามๆ เอามาเสริมไฟกองนี้ให้มันสวยมันงาม ไฟกองนี้เผาแหลกหมดเลย นี่ความไม่รู้จักประมาณนั่นละเป็นเครื่องเสริมไฟ ไปหากว้านเอามาเผาตัวเอง เข้าใจเหรอ เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านั้น วันนี้ไม่มีปัญหานะ (ไม่มีครับ)

เมื่อเช้านี้ฝนตกเราก็ลงเดินจงกรมอยู่ในป่า ตกแช็กๆ ๆ เลยต้องเอาร่มไปกางเดิน จนกระทั่งตี ๕ กว่าๆ จวนสว่างถึงกลับขึ้นมา

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาทุกวัน ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก