น้ำใจรักชาติเป็นเศรษฐี
วันที่ 29 กันยายน 2546 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : สวนแสงธรรม
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม

วันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๖ [เช้า]

น้ำใจรักชาติเป็นเศรษฐี

 

 

            เมื่อวานซืนนี้ก็ไปเทศน์วัดมงกุฎฯ  แล้วเมื่อวานนี้เทศน์วัดเทพฯ และจากนั้นเทศน์ดะไปเลย ไปที่ไหนเทศน์ตลอด มันตายได้นะคน อย่าว่าแต่พระคอยกุสลาให้คนตายเหรอ เวลาพระตายไม่เห็นใครมากุสลาสักคน ตายเวลาคนตายกว้านเอาพระไป    กุสลา เราท้อใจ เวลาเราตายจะไม่มีใครมากสุลาให้เราน่ะซิ มีแต่พระกุสลาให้โยม โยมคนไหนไม่เห็นมากุสลาให้พระวะ เราจึงไม่อยากตาย เมื่อยังมีลมหายใจ (ลูกศิษย์สาธุ) ฟังซิว่ามันมีข้อแม้อยู่นั่น ฟังรึเปล่า มันจนตรอกง่าย ๆ เหรอ นี่เรายังไม่อยากตายเมื่อมีลมหายใจอยู่ นั่นเห็นไหม ก็อย่างงั้นซี

          เทศน์ไม่หยุดไม่ถอยนะ วันนี้ตอนบ่ายนี้ก็จะไปนู้นไปสุพรรณฯ ไปค้างที่นั่นคืนหนึ่ง วันพรุ่งนี้ก็ไปอ่างทอง ดูเหมือนไปเทศน์ที่โรงเรียนอะไรไม่รู้นะ (โรงเรียนสตรีอ่างทองครับ) นั่นซิ โรงร่ำโรงเรียนก็ได้เที่ยวหมดนะเดี๋ยวนี้นะ ไม่เทศน์สอนแต่ประชาชน พวกนักเรียนก็ได้เทศน์ เทศน์ในที่ทั่ว ๆ ไป วงราชการ ประชาชน นักเรียน ได้เทศน์หมดเลยนะ นี่ก็ได้เทศน์โรงเรียนอะไรอ่างทอง พอเทศน์เสร็จแล้วก็กลับมา ไปค้างคืนเดียวเท่านั้นละ ต่อจากนั้นก็ติด ๆ กันไปจนกระทั่งวันกลับ

          นี่ก็ได้ทราบว่าพระเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาสก็เสียไปแล้วเมื่อคืนวานนี้ ตอนค่ำวันนี้อาบศพอะไร หากว่าเราว่างเราก็ไปของเราเอง ไปเยี่ยมพระที่เป็นเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส วันนี้ถ้าว่างก็ว่างตอนเช้า พอตอนบ่ายก็จะไปสุพรรณ เราไปก็ไปตอนเช้า

          ระยะนี้ดูเหมือนทองคำเราเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะ ดอลลาร์ พวกกฐินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ละ เราเร่ง เวลานี้เร่ง เร่งทองคำ ดอลลาร์ เงินสด เข้าด้วยกันที่เข้าสู่คลังหลวงของเรา เพราะจวนมาทุกวันแล้ว สังขารร่างกายของเรามีลมหายใจอยู่มันก็อ่อนให้เห็นต่อหน้าต่อตาว่าไง เพราะงั้นจึงว่าจะหยุดแล้วในปีนี้ ธันวานี้หยุด ที่จะไปเที่ยวรบกวนพี่น้องทั้งหลายดังที่เคยปฏิบัติมาได้ ๕ ปี ร่วม ๖ ปีนี้แล้วเป็นอันว่ายุติ อย่างงั้น การเทศนาว่าการไปตามโครงการอย่างแต่ก่อนไม่ได้เอาและ นอกจากตามอัธยาศัยที่มีความจำเป็นเฉพาะราย ๆ ดังที่เคยปฏิบัติมาก่อนที่เราจะมานำชาติ เราก็ปฏิบัติตามเดิมอย่างนั้น

          ส่วนที่จะให้ไปซอกแซกซิกแซ็กเหมือนแต่ก่อน ไม่เอาและหยุดละ สำหรับเงินทองได้เท่าไรก็เท่านั้นแหละ เมื่อกำลังมันไม่อำนวยเราก็ต้องหยุด อย่างเห็นไหมละเศรษฐีตระหนี่ถี่เหนียวตายแล้วก็ไปเฝ้ากองเงินกองทอง ก็ไม่เห็นเกิดประโยชน์อะไร นี่หลวงตาบัวตายแล้วก็จะไปเฝ้ากองคลังหลวงที่ยังไม่ได้ครบจำนวนอยู่นั้น เป็นเปรตอยู่นั้น แล้วก็จะอาละวาดคนทั้งกรุงเทพนี่ซี มันจะยุ่งตรงนี้นะ หลวงตาบัวตายมันจะไม่ค่อยเหมือนใครตายนะ มันจะอาละวาดใหญ่นะ ตั้งแต่มีชีวิตอยู่นี้มันก็อาละวาดอยู่ตลอดเวลา ไปเที่ยวอาละวาดที่นั่น อาละวาดที่นี่ ทั่วบ้านทั่วเมือง ทั่วกรุงสยาม ตายแล้วก็จะไปอาละวาดอยู่ในแถวนี้ละ กรุงเทพฯแตกว่าไง ให้ระวังให้ดีนะ ถ้าทองคำไม่ได้น้ำหนัก ๑๐ ตันแล้ว อาละวาดแน่ ๆ ละ

          จะไม่ไปที่ไหน มีที่ไหนจะไม่ไป จะไปในจุดที่จะไปนั้นแหละ จุดนี้ทำไมมันถึงได้ไป มันบกพร่องเข้าใจไหม ไปอาละวาดจุดมันบกพร่องนั่นแหละ อะไรบกพร่อง ทองคำไม่ได้ตามจำนวน ดอลลาร์ไม่ได้ตามจำนวน จุดนี้ละจุดกรุงเทพฯจะแตกให้ระวังให้ดีนะ บอกไว้แต่ยังไม่ตายเข้าใจไหม เอะอะขึ้นบ้านนั้น เอะอะขึ้นบ้านนี้ เอะอะทั่วกรุงเทพฯ มันเรื่องอะไร ๆ จะไม่เข้าใจ ให้บอกว่าเอะอะนั้นแหละ ให้ว่างั้นเข้าใจไหม ทองคำไม่ได้ ๑๐ ตันนั้นแหละ และดอลลาร์ไม่ได้ ๑๐ ล้านนั้นแหละ ให้ว่างั้นเลยนะ ให้เข้าใจเอาไว้

          ที่เราได้พยายามเต็มกำลังความสามารถทุกด้านทุกทางนี้ ก็ได้เคยเรียนให้พี่น้องทั้งหลายทราบแล้ว ว่าได้พิจารณาเต็มกำลังในหัวใจ เรียกว่าพิจารณาเป็นธรรม ๆ เรื่องกิเลส เรื่องเสี้ยนเรื่องหนามอะไรไม่เอามา ปัดออก ๆ จะเดินไปตามอรรถตามธรรมอย่างโล่งไปเลย เราก็ได้เสียสละเพื่อชาติ-ศาสนาของเราเต็มกำลังเรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้มันก็ได้ ๕ ปีกว่าแล้ว รู้สึกว่าผลราบรื่นมาเป็นลำดับลำดาจนกระทั่งบัดนี้ เรายังไม่ได้พอจะตำหนิพี่น้องชาวไทยเราที่ตรงไหน ยังไม่มี แต่ที่อาละวาดที่นั่นที่นี่ก็คือว่าดึงขึ้นเอาเรื่อย ให้หนักข้อขึ้นเรื่อยเข้าใจไหม ไม่ใช่มันอ่อนแอท้อแท้ มันเดินก็เร่งฝีก้าวให้วิ่งบอกซี ว่างั้น เข้าใจไหมให้วิ่ง เราบอกงั้น

          นี่ละที่เร่งทางนู้น เร่งทางนี้ อาละวาดทางนู้น อาละวาดทางนี้อยู่ตลอด ก็เพื่อจะหนุนชาติไทยของเราขึ้นให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย มีคุณค่ามีราคาเสมอโลกทั่ว ๆ ไป เราก็อยู่เย็นเป็นสุข คำว่ามีคุณค่ามีราคาเสมอโลกทั่ว ๆ ไปนั้น เพราะเมืองไทยเราจะล่มจะจม ดังที่ไม่เคยมาในที่ไหน ๆ แต่จะมาเป็นที่เมืองไทยเรานี้เราฟังไม่ได้เลยนะ ถึงบอกว่าให้หลวงตาบัวตายเสียก่อนถ้าเมืองไทยจะจม แล้วจะจมอะไรก็สุดวิสัยแล้ว แต่เมื่อยังมีชีวิตอยู่นี้จะเอาเต็มเหนี่ยวเลยละ นี่ก็ได้พยายามเต็มกำลังความสามารถเรื่อยมา

          สังขารร่างกายก็อ่อนลง ๆ จึงได้เตือนพี่น้องทั้งหลาย ให้เร่งทุกสิ่งทุกอย่าง ให้ได้ตามจุดที่หมายของเราที่ตั้งไว้ ในจำนวนคนทั้งชาติรับทราบกันหมดว่าทองคำเราต้องให้ได้น้ำหนัก ๑๐ ตันและดอลลาร์ให้ได้ ๑๐ ล้าน นี้เป็นที่ทราบทั่วถึงกัน ยังไงจึงขอให้ได้จุดนี้ เมื่อได้จุดนี้แล้วเมืองไทยเรามีความสัตย์ความจริง เอาจริงเอาจังจากการรักชาติ ของตัวเอง พร้อมกับการเสียสละด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน เหล่านี้จะเป็นเครื่องประดับชาติไทยลงไป จนกระทั่งถึงลูกเต้าหลานเหลนของเรา จะได้ถือพ่อแม่คือพวกเราทั้งหลายนี้แหละเป็นคติตัวอย่างอันดีงาม

          ถ้าเหลวไหลโลเลแล้วจะเอาอะไรเป็นคติ ก็มีแต่จะพาเมืองไทยจม แน่ะ พ่อแม่พาเมืองไทยจมลูกหลานจะเอาอะไรมาเกาะมายึดที่จะไม่ให้จม มันก็ต้องจมไปตาม ๆ กัน เมื่อพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย พาดำเนินมาด้วยความเข้มแข็งราบรื่นดีงามมาเรื่อย ๆ บรรดาลูก ๆ หลานก็ต้องยึดตามรอยพ่อรอยแม่ไป นี่เราก็ได้พยายามเต็มกำลัง เพราะฉะนั้นจึงว่าคราวนี้ทองคำเราต้องให้ได้ ๑๐ ตัน เป็นเครื่องหมายที่เด่นดวงที่สุด เมื่อได้จุดนี้แล้วเด่นดวงไม่มีที่ต้องติเลย ดอลลาร์ได้ ๑๐ ล้าน ทองคำได้ ๑๐ ตัน เรียกว่าเด่นดวงเต็มอำนาจวาสนาของชาติไทยเรา ไม่มีใครมาต้องติได้เลย ถึงต้องติเราก็ไม่สนใจฟัง เพราะเราเป็นผู้รับผิดชอบในชาติบ้านเมืองของเราเอง จากบุคคลทั้งชาติ

          เมื่อได้มาเต็มกำลังที่เราตั้งความมุ่งหมายไว้แล้วเราก็พอใจ ใครจะมาตำหนิติเตียนซึ่งเขาก็ไม่ได้เคยเอาสมบัติเงินทองมาให้เรา แม้แต่บาทหนึ่ง ทองคำ ๑ กิโลก็ไม่เคยเห็น จะมาตำหนิติเตียนเราเอาค่าเอาราคามาจากไหนจากคำตำหนิติเตียนนั้น นี่ละเราคนไทยทั้งชาติจึงไม่ฟัง ขอให้ได้น้ำหนักทองคำ ๑๐ ตัน และดอลลาร์ ๑๐ ล้านเถอะ เท่านั้นพอใจแล้ว ใครจะตำหนิติเตียนที่ไหนไม่สนใจ เพราะความรับผิดชอบอยู่กับชาติไทยเรา เราได้มาตามความรับผิดชอบของเราเรียบร้อยแล้ว นั่น จุดนี้แหละจุดที่เราเอานะ แล้วเมืองไทยเราคราวนี้ต้องได้ประวัติศาสตร์อย่างไม่สงสัยเลย

          เพราะงั้นจึงต้องจดจารึกประวัติศาสตร์ด้วยความรักชาติ ด้วยความเสียสละ ด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน ให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ในชาติไทยของเราทั้งชาติ อย่าให้ใครมาตำหนิได้เลยในเรื่องอย่างนี้ ที่จะรับผิดชอบในชาติและสมบัติของชาติทั้งหมด เป็นภาระของพี่น้องทั้งชาตินั่นแหละที่จะช่วยกันดูแลรักษา และสนับสนุน ใครมีมากมีน้อย ใครก็ทราบแล้วว่าเมืองไทยเราไม่ใช่เมืองเศรษฐี พ่อแม่ของเรา ปู่ ย่า ตา ยาย ของเราก็ไม่ใช่เศรษฐี เป็นคนธรรมดา ๆ เกิดมาเราก็ลูกมีพ่อมีแม่ พ่อแม่เราก็ไม่เป็นเศรษฐี เราก็ไม่เป็นเศรษฐี แต่น้ำใจที่รักชาติเป็นเศรษฐีเต็มหัวใจด้วยกัน เอาตรงนี้นะ เอาความรักชาติด้วยความเป็นเศรษฐีแห่งความรักชาติของเรานี้

          เอ้า ทีนี้มีเท่าไรบาทสองบาทเอ้า เอามา จากความรักชาติของเรานี้มีคุณค่ามากนะ ถึงจะไม่เป็นเศรษฐีคุณค่าแห่งเงินของเราที่ออกมากจากน้ำใจของคนจนนี้มีคุณค่ายิ่งกว่าเศรษฐีที่มีตั้งแต่ความตระหนี่ถี่เหนียว ไม่มองหน้าใคร มีสตางค์หนึ่งก็ไม่มีใครอาศัยให้เป็นความร่มเย็นได้นะ คนที่มีน้ำใจต่างหาก เป็นคนทุกข์คนจนแต่มีน้ำใจนี้สนิทสนม ใครก็มีความรักความเมตตาสงสารถ้าเป็นผู้น้อย ถ้าเป็นผู้ใหญ่เขาก็เคารพบูชา น่ากราบไหว้บูชาเขากราบเป็นที่ระลึกไปตลอดเวลา นี่คือความดี เรารักชาติ เราเสียสละเพื่อชาติไทยของเรา วางความเสียสละด้วยความรักชาตินี้ไว้สำหรับลูกหลานได้ก้าวเดินต่อไปตามเรา

          นี่ลูกหลานทั้งหลายก็ได้มีความยิ้มแย้มแจ่มใส พอคิดถึงเรื่องพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยายพาดำเนินยังไงปลื้มใจ เขาก็ต้องพยายามก้าวเดินตามเรา ถ้าเราออดแอดอ่อนแออะไรอย่างงี้ไม่ได้นะ จะทำให้ชาติไทยจม ลูกหลานก็หาที่ยึดที่เกาะเป็นคติตัวอย่างไม่ได้นะ เราจึงต้องเอาให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยของเราทุกคน หลวงตาเองก็เอาเต็มเม็ดเต็มหน่วยละคราวนี้ไม่มีที่ต้องติ สำหรับตัวเองที่ได้ออกช่วยชาติบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดที่ควรจะออก หลวงตจะออกเอง ๆ และเคยออกเองมาตลอดแล้ว นี่ก็จะพยายามเต็มกำลังความสามารถ ดังที่กล่าวนี้ละ

          ยังไงขอให้ได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันแล้วก็ดอลลาร์ ๑๐ ล้าน นี่ละเป็นอย่างน้อย อันนี้คือวางพื้นฐานไว้เลย เรียกว่าขาดไม่ได้ นอกจากจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทีนี้เวลาถึงจุดแล้วหลวงตาก็จะเปิดบัญชีไว้ตามเดิม คือที่จะไปให้รบกวนอาละวาดที่นั่นที่นี่กับพี่น้องทั้งหลายเรียกว่ายุติ พูดต้องให้มีคำสัตย์คำจริง ว่าออกก้าวเดินเดิน ว่าหยุดต้องหยุด อันนี้ที่จะออกก้าวเดินดังที่ปฏิบัติมาแล้วนี่เราก็จะยุติ เป็นแต่เพียงว่าเปิดบัญชีไว้ เพราะพี่น้องชาวไทยเราได้เริ่มประกาศทั่วหน้ากันว่าบริจาค นั่นฟังแต่คำว่าบริจาคเพื่อชาติของตน และเรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้

          ทีนี้เวลาหยุดจะหยุดกึ๊กปิดบัญชีทีเดียวไม่เหมาะ เราก็เปิดบัญชีเอาไว้ ท่านผู้ใดมีทองคำ หรือดอลลาร์ เงินสดอะไร ที่จะได้นำมาบริจาค จะมาโดยวิธีโอนเข้าบัญชีต่าง ๆ ที่กำหนด หรือมีอยู่แล้วสำหรับรับการบริจาคของชาติไทยเรา ในการช่วยชาติคราวนี้เราก็มีไว้แล้ว ไม่ว่าทองคำ ไม่ว่าดอลลาร์ เงินสด มีไว้ ท่านผู้ใดจะโอนเข้ามาหาบัญชีนั่นก็ได้ ผู้ที่บริจาคด้วยตนเองก็ได้ จะมาด้วยวิธีไหนได้ทั้งนั้นละเพราะบัญชีเราเปิดไว้เรียบร้อย ทีนี้การปฏิบัติต่อบัญชีก็ปฏิบัติดังที่เคยปฏิบัติมาแล้ว คือทองคำเมื่อได้พอสมควรพอหลอมเราก็หลอม เมื่อหลอมแล้วยังไม่ครบจำนวนที่ควรจะมอบคลังหลวงเราก็เก็บไว้ก่อน พอสมควรที่จะมอบดังที่เคยปฏิบัติมาแล้วเราก็มอบเป็นลำดับลำดามา ทุกสมบัติทั้งสาม ทองคำ ดอลลาร์ เงินสด เราจะปฏิบัติอย่างนั้นตามที่เคยปฏิบัติมาตลอดไปอย่างนี้ กรุณาพี่น้องทั้งหลายทราบเอาไว้

          เมื่อถึงกาลเวลาที่จะประกาศ หยุดการรบกับความทุกข์ความจนของชาติไทย หยุดแล้วนี่มันจะรู้เองนะ เพราะเวลาออกก็มีหัวหน้าพาออก เวลาหยุดจะออกจากหัวหน้านั่นแหละ ถึงกาลเวลาเอาหยุดทีนี้ให้เป็นปกติเหมือนไม่มี ๆ อะไรเลย เหมือนเป็นมาดั้งเดิมท่านทั้งหลายก็จะทราบเอง แต่เวลานี้ยังไม่เป็นปกติ ทุกสิ่งทุกอย่างยังมีความบกพร่องอยู่มาก จึงต้องพยายามช่วยเหลือกันเต็มกำลัง เรียกว่ารบกับความจน ให้ได้ความมั่งมีศรีสุข สมบูรณ์กันขึ้นมาแทนที่เราเป็นที่พอใจ กรุณาทราบตามนี้นะ

          วันนี้ก็พูดถึงเรื่องการช่วยชาติ การช่วยมันช่วยอยู่สองด้านนะ ช่วยชาติวัตถุของเราเพื่อหนุนชาติไทยของเราขึ้น ให้ความเป็นอยู่ปูวายทั้งหลายสะดวกสบาย ราบรื่นดีงามประการหนึ่ง ประการที่สองจิตใจมันขัดข้องด้วยศีลด้วยธรรม บกพร่องทางศีลธรรมก็แนะนำสั่งสอนให้รู้จักการปฏิบัติตัวเอง ความเป็นอยู่ปูวาย การอยู่การกิน การใช้สอยอย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเกินเนื้อเกินตัว อันนี้เสีย จะทำให้ชาติไทยของเราล่มจมได้ไปจากเราแต่ละคน ๆ เป็นนักฟุ้งเฟ้อ แล้วก็เป็นผู้ทำลายชาติไปในตัว ๆ แต่ละคน ๖๒ ล้านคนกลายเป็นคนทำลายชาติไปเสียทั้งหมดนี้ใช้ไม่ได้ เมืองไทยจมเพราะความฟุ้งเฟ้อของเรา ไม่รู้จักประมาณ

          ถ้าต่างคนต่างรู้จักประมาณ การอยู่กินใช้สอยให้รู้จักประมาณ ความพอเหมาะพอดีไม่เอาความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม สุรุ่ยสุร่าย เข้ามาเป็นใหญ่เป็นโตแล้วเมืองไทยของเราจะมีความสม่ำเสมอสมบูรณ์พูนผลขึ้นไป นี่เรียกว่าวัตถุ ทางด้านศีลธรรมนี่ให้รู้จักประมาณในการจับจ่ายใช้สอย แล้วการปฏิบัติตัวก็เหมือนกัน เราเคยปฏิบัติตัวไม่ดีมายังไง ความไม่ดีเป็นมาตั้งแต่เราเริ่มปฏิบัติตัวในทางไม่ดี ยืน เดิน นั่ง นอน อิริยาบถใดคนนั้นคือคนไม่ดีตลอด ฝังจมอยู่ในนั้นละความไม่ดีของคนคนนั้น ไม่ว่าจะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน คนไม่ดีที่ทำความชั่วไว้กับตนนั้นติดตัวอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งคนไม่ดีตายไป ตายไปก็ไปอาละวาดตัวเองนั้นแหละความชั่วน่ะ จะไปอาละวาดใคร ไปทำลายใคร ทำลายตัวของเรา

          เพราะฉะนั้นจึงให้แก้ไขสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย ซึ่งมันติดกับเนื้อกับตัว กับความคิดอ่านของเราในทางที่ไม่ถูก ไม่ดี จนกระทั่งถึงได้มีการประพฤติหรือกระทำออกไปเป็นความเสียหาย ให้พยายามลบล้าง แก้ไข ดัดแปลงไปให้ดี แล้วเราจะดีวันดีคืน ทีนี้เมื่อเวลาดีแล้วยืน เดิน นั่ง นอน ก็กลายเป็นคนดีไปตาม ๆ กันหมดนั้นแหละ ถ้าเราดีแล้วนะ พากันจำเอนะ วันนี้เทศน์เพียงเท่านี้แหละ ต่อไปนี้จะให้ศีลให้พร

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาทุกวัน ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

 

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก