ใจมีคุณค่าคือใจมีธรรม
วันที่ 13 ตุลาคม 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕

ใจมีคุณค่าคือใจมีธรรม

 สรุปทองคำ ดอลลาร์และกฐินเมื่อวันที่ ๑๒ วานนี้ ทองคำได้ ๓ บาท ๙๖ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๙ ดอลล์ กฐินทองคำได้ ๑๒๕ กอง กฐินเงินสดได้ ๑๕๐ กอง รวมเป็น ๒๗๕ กอง รวมทองคำทั้งหมดที่เข้าคลังหลวงแล้วและยังไม่เข้าได้ ๕,๒๘๐ กิโลครึ่ง ไม่ได้นับส่วนกฐินนะ กฐิน ๘๔,๐๐๐ กองนี้ไม่ได้นับ กฐินทองคำ ๘๔,๐๐๐ กองนั้น กฐินทองคำได้ ๓,๙๔๙ กอง เท่ากับน้ำหนัก ๑๕ กิโล ๑ บาท เงินสดและเช็คได้ ๑๑,๕๕๔ กอง เท่ากับเงินสด ๑๘,๔๘๖,๔๐๐ บาท รวมกฐินทองคำทั้งหมดได้ ๑๕,๕๐๓ กอง ยังขาดอยู่อีก ๖๘,๔๙๗ กอง

ผู้ว่าฯหลวงตาเคยไปดูบ่อเหล็กน้ำพี้ ที่อุตรดิตถ์ รูปหลวงตาเดี๋ยวนี้ยังอยู่ที่นั่นเลยครับ อยู่ที่พิพิธภัณฑ์

หลวงตาโหย ไปที่ไหนมันมีทุกแห่ง หลวงตาผีบ้านี่มันเต็มบ้านเต็มเมือง เราไปเห็นเราอยากเอาค้อนปารูปของเจ้าของ มันอะไร ไปที่ไหนเห็นแต่รูปหลวงตาองค์เดียวนี้ว่ะ เราอยากเอาค้อนปาใส่รูปเจ้าของ.มันโมโห เขาไปทำเอาไว้ เราไม่ได้สนใจกับอะไร ๆ ความชมเชยกับความสรรเสริญนินทามีน้ำหนักเท่ากัน นี่อิฐก้อนนี้น้ำหนัก ๑๐ กิโล นี่ทองคำก้อนนี้น้ำหนัก ๑๐ กิโลเช่นเดียวกัน มีน้ำหนักเท่ากัน ไม่จับทั้งสอง นั่นละธรรม พิจารณาซิ ปล่อยหมด ไม่มีอะไรดียิ่งกว่าคำว่าปล่อยหมด นั่นละธรรมที่เลิศเลอที่สุด พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้

 นี่พวกเราทั้งหลายมีวาสนามากนะ อย่าลืมวาสนาของตัวเองนะ เรื่องกิเลสที่มันพันหัวใจสัตว์มาตั้งกัปตั้งกัลป์ มีธรรมเท่านั้นที่ถอดที่จะแก้ออกได้นอกนั้นไม่มี ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะแก้กิเลสพันหัวใจสัตว์ออกได้นอกจากธรรมอย่างเดียว ทีนี้ธรรมนี้ใครจะหามา ที่จะมาแก้กิเลสได้ในโลกนี้ ต้องพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ตรัสรู้ขึ้นมาปึ๋งนี้ได้ธรรมขึ้นมาพร้อมแล้ว แล้วแก้สัตว์ทั้งหลาย ๆ ให้รู้บุญ รู้บาป รู้ศีล รู้ทานการกุศล ทีนี้เมื่อรู้บุญแล้วก็สั่งสมบุญขึ้น บำเพ็ญบุญ รู้บาปละบาป ๆ นี่ละทางแก้กิเลสออกจากหัวใจเรา มีพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์เท่านั้น คนอื่นคนใดสามแดนโลกธาตุนี้อย่าหวังที่จะมาแก้สัตว์ทั้งหลายในสามแดนโลกธาตุที่ถูกกิเลสพันคอนี้ออกได้ ไม่มี มีพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ ๆ เท่านั้นจึงเป็นของเลิศเลอมาก ทั้งธรรมพระพุทธเจ้า ทั้งพระพุทธเจ้า

เรามีวาสนาได้มาเกิดพบพระพุทธศาสนา อย่าว่าเป็นของง่าย ๆ นะ บางคนพบก็เหมือนไก่พบพลอย ไก่แจ้พบพลอยนั้นแหละ คุ้ยเขี่ยไปหาแปลงอื่นๆ เรื่อยไป หาแปลงไหนก็ลงเหว ๆ ๆ พลอยเม็ดหนึ่งมันไม่สนใจ สู้ข้าวสุกข้าวสารไม่ได้ ข้าวสุกข้าวสารพาลงจมเลย มันไม่ได้กินแต่เพียงอิ่มปากอิ่มท้อง มันยังเพลิดยังเพลินยังรื่นยังเริงยังหวังร่ำหวังรวยจากข้าวสารนั้นแหละ ก็จมเรื่อย ๆ เพชรพลอยมันไม่เอาละ เพชรพลอยที่มีคุณค่ามากมันไม่สนใจนะ นี่เราให้รู้จักเพชรพลอยนะ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์นี้พลอยอันเลิศเลอสูงสุดแล้ว ที่จะได้นำธรรมมาสั่งสอนสัตว์โลกหรือมารื้อถอนสัตว์โลก แก้กิเลสที่มัดหัวใจสัตว์ออกได้ มีธรรมพระพุทธเจ้าเท่านั้น

ก่อนธรรมที่จะเกิดพระพุทธเจ้าต้องเกิดก่อน เกิดแล้วก็เจอธรรม แล้วก็เอาธรรมนั้นออกมาแก้สัตว์เรื่อยมาจนกระทั่งทุกวันนี้ พระพุทธเจ้าผ่านไปแล้ว พระสงฆ์สาวกก็แก้แทนไปเรื่อย ๆ มาอย่างนี้ นอกจากนั้นยังวางพระโอวาทไว้อีก ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์นี้รวมลงพอประมาณ แล้วประกาศสอนไว้นี้คือบันได นี้คือสายทางเดินเพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัย คือสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้ว ทางก็ทางตรงแน่วแล้ว ตรงแน่วต่อจุดที่หมาย ๆ คือสวากขาตธรรม ที่ว่าตรัสไว้ชอบแล้วไม่ต้องมาแก้ไขอะไรเลย พระพุทธเจ้าสอนไว้เรียบร้อยทุกอย่าง ให้ก้าวเดินตามนี้ ๆ อย่าออกนอกลู่นอกทาง ถ้าออกไปตกเหวตกบ่อ คือฝืนธรรมพระพุทธเจ้านั้นละ ฝืนธรรมก็คือฝืนตัวเอง ทำลายตัวเองนั้นละให้ระวัง

คำสอนพระพุทธเจ้ามีแต่คุณค่ามหาศาลทั้งนั้น ที่จะมีโทษนิดหนึ่งจากคำสอนไม่มี ให้พากันเคารพอันนี้ให้ดีนะ ส่วนกิเลสคอยอยู่ตามสองฟากทางนะ เผลอไม่ได้กิเลสกลืนพับ ๆ ให้ระวัง ความราบรื่นความชอบใจมันไปทางกิเลสนะ มันไม่อยากไปทางธรรม มันอยากไปทางกิเลส พอกิเลสแย็บมันพุ่งใส่เลย แล้วก็ลงเหวลงบ่อไปเรื่อย ๆ ธรรมมันไม่อยากมอง ให้ระวังให้ดี

ส่วนมากในเบื้องต้นที่เราบำเพ็ญความดีนี้ มันมักจะราบรื่นไปทางกิเลส ทางอรรถทางธรรมมันจะฝืด จะขัดจะขวางภายในจิตในใจ พอเราจะทำบุญให้ทานหรือไปวัดไปวา แม้ที่สุดระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ จะกราบนี้มันก็ขวางใจแล้ว นี่เรื่องทางธรรมขวางตลอด คือกิเลสนั่นแหละเข้าขวางไม่ให้รู้นะ ที่เราอยากทำบุญให้ทานนี้ขัดข้องในใจ เราไม่รู้ว่าอะไรขัดข้อง คือกิเลสเข้ามาขัดเราไม่รู้ เราจึงต้องฝืนความขัดข้องนี้ออกไปตามทางของธรรม เราก็ไปได้ ๆ นี่ละเรื่องกิเลสเบื้องต้นเราฝึกฝนอบรม ถ้ายังไม่ได้หลักได้เกณฑ์แล้วกิเลสจะเหนือกว่าตลอดไปเลย มันจะคอยฉุดลากออกนอกลู่นอกทางไปเรื่อย ๆ

ทีนี้พอเราบำเพ็ญหนักเข้า ๆ ๆ ยิ่งรวมจิตตภาวนาเข้าไปด้วยแล้ว ที่นี่แน่วนะ ที่นี่จิตมันก็พุ่ง ๆ โล่งทางด้านธรรมะ ทางบาปทางกรรมทั้งหลายนี้ไม่สนใจปัดออก ๆ มีแต่ทางโล่งเพื่ออรรถเพื่อธรรม เพื่อมรรคผลนิพพาน โล่งเรื่อย ธรรมเมื่อมีกำลังโล่งเช่นเดียวกับกิเลสมีกำลัง คือกิเลสมีกำลังทำให้สัตว์โลกนี้โล่งลงนรกไปได้สบาย ไม่กลัวบาปกลัวกรรม ถ้าเป็นธรรมปั๊บแล้วหิริโอตตัปปะ ความสะดุ้งกลัวต่อบาปต่อกรรมมาเองในหัวใจ รู้เอง ๆ ปัดออกทันที ๆ เพราะฉะนั้น ที่ท่านสำเร็จพระโสดาแล้ว ที่ว่าศีล๕ ท่านบริสุทธิ์นั้นท่านเป็นเองนะ ท่านไม่มีเจตนาที่จะรับศีลอย่างนั้นอย่างนี้เหมือนโลกทั่ว ๆ ไป พอสำเร็จพระโสดา โสตะ แปลว่ากระแสแห่งพระนิพพานพาดพิงถึงแล้ว แปลว่าอย่างนั้นนะ พอกระแสพระนิพพานพาดพิงแล้ว ความแน่วแน่ในพระนิพพาน ในบุญในบาปทั้งหลายแน่วแน่ทุกอย่าง เชื่อบาปว่าเป็นบาปเชื่อแน่ เชื่อบุญว่าเป็นบุญเชื่อแน่ด้วยกัน ทีนี้ปัดทางบาปออกเข้าทางบุญ ด้วยเหตุนี้เองพระโสดาจึงไม่ต้องรับศีล ๕ ไปที่ไหนไม่ต้องรับ ท่านเป็นเองเจตนาของท่านเอง ในหัวใจของท่านเอง

นี่แหละธรรมเมื่อเวลาราบรื่นแล้วหากเป็นเอง ๆ แล้วก็ราบรื่นไปเรื่อย ๆ ยิ่งธรรมมีกำลังมากเท่าไร เข้าถึงขั้นไม่มีวันมีคืน ด่วนที่สุดที่จะออกจากทุกข์ๆ เห็นกิเลสซึ่งเป็นมิตรเป็นสหายตายใจกับมันแต่ก่อน เป็นข้าศึกศัตรูอย่างใหญ่หลวงที่สุดเลย ปัดกันทันที ๆ พุ่ง ๆ นี่แหละสิ่งใดที่มีกำลังแล้วสิ่งนั้นย่อมราบรื่น เวลากิเลสมีกำลังกิเลสราบรื่น ลากสัตว์ลงเหวลงบ่อ ธรรมเมื่อมีกำลังแล้วลากขนสัตว์ขึ้นสู่ความสุขความเจริญมรรคผลนิพพาน ให้จำเอานะ ยังไงเราอย่าลืมว่าให้เชื่อพระพุทธเจ้านะ ไม่เคยมีพระพุทธเจ้าพระองค์ใดหลอกลวงสัตว์โลกแม้พระองค์เดียวไม่เคยมี พระโอวาทก็เหมือนกัน ไม่มี มีแต่สอนให้ถูกต้องดีงาม เรื่องหลอกมีแต่กิเลสทั้งนั้นมันหลอก ๆ ให้พากันระมัดระวัง

นี่เวลานี้เราก็กำลังพร้อมหน้าพร้อมตากันที่จะทอดกฐิน กฐินเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อไร เรื่องของคนทั้งชาติ มีหลวงตาเป็นหัวหน้ากฐินนี้เท่านั้น ที่จะพาพี่น้องทั้งหลายดำเนินเพื่ออุ้มชาติไทยให้ขึ้นจากล่มลึก ซึ่งมันจวนจะจมอยู่แล้วจนมองหน้ากันไม่ติดว่างั้นเถอะนะ มองหน้ากันไม่ทั่วถึงแหละ เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ทีนี้ก็พอลืมตาอ้าปากได้บ้าง แล้วเราก็จะอุ้มชาติไทยของเราขึ้นด้วยทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน นี่หลวงตาได้ประกาศแล้ว ยังไงขอให้ได้น้ำหนัก ๑๐ ตัน ถ้าน้ำหนักไม่ได้ ๑๐ ตันเมืองไทยเราไม่เห็นมีคุณค่าอะไรนะ ถึงว่าช่วยชาติ อะไรช่วยชาติ ถามหาไม่มีอะไรเป็นหลักเป็นเกณฑ์ ช่วยชาติคืออะไร ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน ปึ๋งขึ้นมาแล้ว ใครจะมาต่อว่าต่อขานอะไร เอ้า มาเถอะ ดอลลาร์ก็เคียงข้างกันไป เวลานี้ก็ได้ ๗ ล้านดอลลาร์แล้ว กว่าทองคำจะถึงน้ำหนัก ๑๐ ตันนี้จะต้องได้ ๑๐ ล้านไม่สงสัยแหละ

นี่ละความสง่าราศีเป็นเครื่องประดับชาติไทยเรา จากการช่วยชาติบ้านเมืองในคราวนี้ เพราะฉะนั้นจึงขอให้พี่น้องทั้งหลายมีความพร้อมเพรียงสามัคคี ความแตกร้าว ความขัดความแยกกันอย่างนี้ไม่ดีนะ เป็นโทษทั้งนั้นละ ให้พากันระวัง มาเป็นภัยต่อชาติไทยของเราแหละ ความทะเลาะเบาะแว้ง ความขัดความแย้งกันประการใดที่จะทำประโยชน์อันใหญ่หลวงให้แก่ชาติ แต่มาเกิดความขัดแย้งกันในแง่ใดก็ตาม นั้นคือภัยของชาติ ให้พากันปัดออก อย่าเห็นเรื่องของบุคคล ของผู้ใดก็ตามที่ตัวสนิทติดใจชอบรัก ยิ่งกว่าชาติ ชาตินี้ใหญ่โตมากทีเดียว คนใดก็ตามมาอยู่ในชาติของเรา จึงต้องปัดออกเรื่องของบุคคล ให้เอาเรื่องอันใหญ่ คือเรื่องชาตินี้ขึ้นเป็นทางก้าวเดิน นี่ถูกต้องดีงาม

แล้วเวลานี้ก็กำลังเริ่มแล้ว ทองคำก็ดี ดอลลาร์ก็ดี จะมาในกฐินนี้แหละ จะเอาให้เต็มเหนี่ยวคราวนี้ จะได้มากน้อยเพียงไรกฐินผ่านไปแล้วก็จะทราบนะ พอกฐินผ่านนั้นปุ๊บนี้เงินจะเข้าธนาคารพร้อม ๆ กันไปเลย พอกฐินเรียบร้อยแล้ว รวมกันไปหมดแล้ว เงินที่เข้าฝากธนาคารนี้จะถอนออกมาทันที ถอนออกมาซื้อทองคำทั้งหมด ทองคำที่ได้แล้วก็จะเข้าหลอม ที่ยังไม่ได้ซึ่งจะซื้อให้ได้มาด้วยเงินนี้ก็จะเข้าหลอมด้วยกัน ให้ได้ก่อนวันที่ ๑๐ ธันวา คือวันที่ ๑๐ ธันวานี้เป็นวันธนาคารชาติครบรอบ ๖๐ ปี และนิมนต์พระมาทำบุญ เราก็เป็นผู้รับนิมนต์พระให้หมดเลย วันนั้นเป็นวันที่เราจะมอบทองคำอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ กิโล จะรวมทั้งหมดทองคำ คราวนี้ เข้ามาหลอม ที่เอามาจากบัญชี ๆ ก็จะมาซื้อทองคำเข้ามาหลอมด้วยกันหมด แล้ววันนั้นเป็นวันที่จะมอบทองคำ

สำหรับดอลลาร์นั้นแน่นอนแล้วเวลานี้ได้ ๒ แสนดอลล์ กว่าจะถึงวันที่ ๑๐ นั้นมันจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร ๆ เราก็จะเพิ่มเข้าไปตามส่วนที่ได้มา ถ้ามันควรจะได้ ๓ แสน ก็จะขยับเลยเอาให้ได้ ๓ แสน เข้าพร้อมกันกับทองคำอย่างน้อย ๕๐๐ กิโล ขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วหน้ากัน เวลานี้หลวงตาเป็นหัวหน้านำพี่น้องทั้งหลาย เสียงนี้เป็นเสียงอรรถเสียงธรรมทั้งนั้น อย่าไปคิดว่าเป็นเสียงอันใด เสียงอรรถเสียงธรรมที่เรานำมาจากพระโอวาทคือธรรมของพระพุทธเจ้า หรือว่าเราเข้ามาเป็นสมบัติของเราแล้วออกก็ได้ผิดอะไร ก็เราหามาเท่าไรเราก็พูดได้เต็มปากของเราซิ เขาหาเงิน ๕ บาทเขาพูดได้เต็มปาก วันนี้แกไปหาเงินได้เท่าไร ได้ ๕ บาท ไหนดูน่ะ เปิดออกดูเลย นี่วันนี้แกไปหาเงินได้เท่าไร ได้ ๑๐ บาท ไหนเอามาดู เปิดแบมือปั๊บ ๑๐ บาท ๆ ๒๐-๓๐ ร้อย พัน หมื่น แสน อยู่ในเงื้อมมือนี้ เปิดออกแล้วใครจะมาว่าอะไร ก็เขาหามาด้วยความบริสุทธิ์ใจของเขาทำไมจะพูดไม่ได้วะ

นี้อรรถธรรมเราหามาแทบล้มแทบตาย พระพุทธเจ้าหามาแทบล้มแทบตายจนถึงขั้นสลบไสล ผลปรากฏขึ้นว่าได้ตรัสรู้แล้ว เป็นศาสดาเอกของโลก นำธรรมมาสอนพวกเรา นี่คือผลแห่งการเสาะแสวงหาธรรมของพระพุทธเจ้า พระสงฆ์สาวกมีกี่หมื่น กี่แสน กี่ล้านองค์ ตรัสรู้ธรรม ๆ แล้วเป็นสาวกอรหันต์ ๆ นี้ธรรมเต็มตัว ๆ ท่านทำไมจะพูดไม่ได้ พระพุทธเจ้าทำไมจะพูดเรื่องรายได้ของพระพุทธเจ้าได้แก่ธรรมอันเอก พูดไม่ได้วะ เหอ ทำไมพูดไม่ได้ พระสงฆ์สาวกตรัสรู้ธรรมมาเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าองค์เอก ๆ ๆ ด้วยกันทำไมท่านจะพูดไม่ได้ ท่านหามาเอง อยู่ในกำมือของท่านเอง ทำไมท่านจะพูดไม่ได้ ตั้งแต่เราหาเงิน ๙ บาท ๑๐ บาท ได้มาเท่าไรเรายังพูดได้ แบมือให้ผู้อยากเห็นอยากดู ดูได้ นี้อันนี้ใครอยากฟังก็ฟังซิ ธรรมพระพุทธเจ้าประกาศมาได้ ๒,๕๐๐ กว่าปีนี้แล้ว

นี่ละผลของธรรมที่พระพุทธเจ้าหามา สมบัติของธรรม สมบัติของพระพุทธเจ้าคือธรรม สมบัติของโลกคือเงินทองข้าวของ ใครหามาได้เท่าไรก็แบมือให้กันดูได้ทั่วถึงกัน ไม่เห็นมีระแคะระคายตำหนิติเตียนกันอะไรในทางโลกทางสงสาร ทำไมพระพุทธเจ้าหาธรรม ศาสดาองค์เอกหาธรรมมาได้กระจายทั่วโลกดินแดน จนสาวกทั้งหลายเต็มไปหมดตั้งแต่เป็นพระอรหันต์เลิศเลอๆ ทำไมของเลิศจะเอามาแสดงไม่ได้ แต่ของเลวเป็นส้วมเป็นถานมันยังแสดงได้ แล้วทำไมของเลิศจะแสดงไม่ได้ มันเป็นยังไง เอ้า ตั้งปัญหาขึ้นซิ ของจริงด้วยกัน ของเลวมันก็จริงไปทางเลว ของเลิศของดีก็จริงไปทางดี ทำไมจะพูดไม่ได้ด้วยกัน มีความเสมอภาคกันในสิทธิที่จะหามาทั้งดีทั้งชั่ว มีสิทธิที่จะเปิดออกได้เมื่อผู้ใดอยากทราบอยากอยากรู้ เอ้า เปิดออก ๆ

อย่างธรรมพระพุทธเจ้าที่สอนเวลานี้ เปิดออกมาจากการเสาะแสวงหา พระพุทธเจ้าได้มาแล้วสั่งสอนสัตว์โลกแจกสัตว์โลก บรรดาสาวกทั้งหลายแจกบรรดาสัตว์ทั้งหลาย หลวงตาบัวตัวเท่าหนูก็แจกพี่น้องทั้งหลาย เห็นไหมนี่ เราไม่สะทกสะท้าน เราหามาเต็มกำลังความสามารถของเรา ถ้ามีผู้มาถามนะ มีผู้มาถาม ท่านหาอะไร เราบอก หาธรรม ธรรมเป็นยังไง พ่อมึงเคยได้บำเพ็ญธรรมหรือ มึงอย่ามาถามกู นี่ใส่ปั๊วะเสียก่อนนะ แล้วค่อยตอบไปอีก เข้าใจไหม ต้องตอบไปอีก มันต้องมีตลกด้วยซิ

นั่นละธรรม เราปฏิบัติมาเป็นยังไงรู้ประจักษ์ในหัวใจ เขาไม่ปฏิบัติเขาไม่รู้ก็เราปฏิบัติเรารู้ เหมือนคนไม่หาเงินมันก็ไม่เงิน ผู้หาเงินได้เงินมาแบออกได้ใช่ไหมล่ะ นี่เราหาได้ ๙ บาท ๑๐ บาท เราแบมือออกได้ เมื่อมีผู้ถาม อันนี้ธรรมของเราก็เป็นธรรมเปิดเผยทั่วโลกดินแดนเหมือนกัน หามาได้เท่าไรทำไมจะพูดไม่ได้ นี่เราก็หามาเต็มเม็ดเต็มหน่วยจนกระทั่งเต็มความสามารถ ถึงได้สอนพี่น้องทั้งหลายมาได้ ๕ ปีนี้แล้ว ธรรมนี้ไม่ทราบว่าหมดหรือไม่หมด ก็ไม่ทราบเทศน์ทุกวันเข้าใจเหรอ หามาอย่างนี้แหละ เทศน์อยู่อย่างนี้ทุกวันให้จำเอานะ ธรรมนี้ไม่พาใครให้ล่มจมนะ ให้จำ จำให้ดี ธรรมนี้เราได้มาจากการรื้อฟื้นเจ้าของ หลุดออกมาแล้วจึงได้เอาธรรมนี้มาสอน เอ้า จ้าว เข้าใจไหมจ้าว เร่งใหญ่ละซิ อู๊ย.จ้าวมันก็ไม่รู้ มันต้องมีพลิกแพลง ทั้งจ้าวทั้งเร่งเข้าใจไหม เอ้า จ้าวใหญ่เลย พ้น ๆ ได้ ขอให้เดินตามธรรมของพระพุทธเจ้า

ถ้าจิตไม่มีธรรมอยู่ไหนไม่มีคุณค่านะ ให้ท่านทั้งหลายจำคำนี้ให้ดี จิตใจที่ไม่มีธรรมในใจแล้วไม่มีคุณค่า จะอยู่กับกองเงินกองทอง กองข้าวกองของมากน้อยเพียงไรก็ตามไม่ได้มีคุณค่า เหมือนเอาตุ๊กตาไปวางไว้บนกองเงินคือตุ๊กตาไม่มีคุณค่า มีคุณค่าแต่เงิน เงินก็เลยไม่เป็นประโยชน์อะไร อันนี้หัวใจเราไม่มีคุณค่าสมบัติทั้งหลายก็ไม่มีคุณค่า มันมีคุณค่าอยู่ที่หัวใจ นำไปใช้ไปอะไรเป็นประโยชน์ตามที่เราพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ใจมีคุณค่าคือใจมีธรรม ให้พากันระลึกถึงอรรถถึงธรรมนะ วันนี้พูดเพียงเท่านี้เสียก่อน ที่รวมลงมาแล้วให้มีความพร้อมเพรียง สามัคคีกัน ทุกอย่างอย่าให้แตกให้แยกนะ ชาติไทยของเราเป็นชาติที่กลมกลืนความสามัคคี พลังแห่งความรักชาติ พลังแห่งความเสียสละด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน เอาให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ให้เด่นในประเทศไทยของเรา จำให้ดีคำนี้ เอาละพอ

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.com

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก