ไม่เห็นไม่ดูเลยดี
วันที่ 10 ตุลาคม 2546 เวลา 5:00 น. ความยาว 29.24 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด

เนื่องในวันออกพรรษา

เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖ [เช้า]

ไม่เห็นไม่ดูเลยดี

 

            ให้มากน้อยเท่าไร ที่เราสั่งให้จ่ายที่จำเป็น ๆ มีอยู่ทั่วไป ไม่พูด มันทั่วประเทศไทยยังบอกแล้ว เราให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถ้าไหนที่ไม่ควรระบุชื่อเขาที่เราไปสงเคราะห์เขาก็ผ่านเลย ๆ อันไหนที่เราจะระบุชื่อบ้างซึ่งเขาเคยออกทางหนังสือพิมพ์บ้างแล้ว อย่างนั้นเราพูดก็ได้ไม่พูดก็ได้ แต่ที่เราช่วยเขาโดยเฉพาะ ๆ ไม่เกี่ยวกับอะไรเหมือนเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา  เราให้แล้วผ่านเลย เพราะรักษาเกียรติเขา ไม่ใช่อะไรนะ ให้ไปแล้วยังไปประกาศโฆษณาแล้วเหยียบเขาลงไปไม่เหมาะ เพราะฉะนั้นเราถึงไม่ได้พูดถึงเลย ถ้าเป็นเรื่องของบุคคลโดยเฉพาะ ไม่ว่าที่ไหน ทั่วประเทศไทยนะที่ช่วยอยู่อย่างนี้ไม่ใช่น้อยนะ ตามแต่ความจำเป็นมากน้อย เช่นอย่างรายนี้ก็แสนกว่านะ ก็อย่างนี้แหละ เป็นแสนเป็นล้าน เป็นล้าน ๆ มีอยู่ทั่วไปนี่นะที่ว่าช่วยโลก

         ถ้าอย่างนั้นแล้วเราไม่ระบุ ไม่บอกชื่อเขา ให้เกียรติเขา ให้เขาผาสุกเย็นใจ ให้แล้วผ่านไป ๆ เหมือนไม่ได้ให้ ทั่วประเทศไทยว่าอะไร ไม่ว่าภาคไหนเหมือนกันหมด ช่วยทั่วกันหมด เสมอกันหมด เราทำด้วยความเป็นธรรม มีความจำเป็น ๆ มากน้อยแค่ไหน ๆ  ทดสอบเรื่องราวให้ถูกต้องด้วยเหตุด้วยผลแล้วควรจะสงเคราะห์เท่าไร ๆ ก็สงเคราะห์ตามนั้น ๆ  พอให้แล้วผ่านเลย ๆ โห มันน้อยเมื่อไร ก็เราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ประกาศไม่ประกาศไม่เป็นอะไร ให้แล้วเป็นอันให้แล้วถูกต้องแล้ว ผู้รับไปแล้วก็ชุ่มเย็นแล้ว ไปโฆษณาอะไรเหยียบคนนั้นลง ไม่ให้เขาเสียยังดีกว่า นั่น เราไม่ไปเหยียบย่ำทำลายเกียรติเขา คนเราเกียรติเป็นของสำคัญ

         เพราะฉะนั้นเราจึงปฏิบัติอย่างนั้นเรื่อยมา ถ้าเขาออกทางหนังสือพิมพ์แล้วเราอยากพูดก็ได้ไม่พูดก็ได้ ถ้าเป็นเรื่องรู้ภายในโดยเฉพาะๆ ก็สงวนชื่อนาม เท่ากับสงวนศักดิ์ศรีเขาไว้ ให้แล้วผ่านไป อย่างอุดรนี้ก็ให้น้อยเมื่อไร นี่เราพูดเฉพาะ เหมือนไม่ได้ให้นะผม ให้แล้วเหมือนไม่ได้ให้ เหมือนกันหมด เพราะเราไม่มีอารมณ์กับอะไร จะไปทวงเอาบุญเอาคุณอะไรกับใคร บุญคุณอะไรก็เกิดจากเราผู้ทำไป ไม่เกิดจากผู้อื่น เกิดจากเรา บุญก็เกิดจากเรา คุณก็เกิดจากเราแล้ว จะไปหาทวงเอาที่ไหนให้บอบช้ำเขา เราปฏิบัติอย่างนี้มา

         การปฏิบัติต่อโลกผมปฏิบัติสุดขีดแห่งความเมตตา และบริสุทธิ์เต็มที่ เพราะฉะนั้นใครที่จะมาว่ากล่าว หรือตำหนิติเตียนยังไงผมจึงไม่เคยหวั่น เราเป็นคนทำเองรู้ด้วยเราเองทุกสิ่งทุกอย่าง เขาไม่ได้ทำเขาจะว่าอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า โจมตีอย่างนั้นอย่างนี้เป็นเรื่องของเขา เรื่องของเราดีอยู่แล้วสนใจอะไร นั่นละธรรมไม่เอนไม่เอียงกับอะไร ตรงแน่วเลยจึงเรียกว่าธรรม เอาเป็นแบบฉบับได้ ไอ้เรื่องโลก โอ๊ย มันมีแต่กองมูตรกองคูถ ส้วมถาน มันประดับประดาตกแต่งกันแล้วมาหลอกกัน

         พระเรา ผมช่วยชาติบ้านเมืองอยู่นี้นะ ไม่ควรสอดแทรกอย่าไปสอดแทรก อย่าไปอวดรู้อวดฉลาด ความรู้เท่าหางอึ่ง แล้วไปสอดแทรกนั้นทำให้กระทบกระเทือน ทำให้เสียหายมีอยู่นะ ไปอวดรู้อวดฉลาด เจตนานั้นแหละเจตนาของหางอึ่งมันมี เจตนาของอรรถของธรรมมี มันหลายอย่างนะ หาสอดหาแทรกเรื่องนั้นเรื่องนี้ อยากรู้ อยากเห็น ครั้นแล้วก็เอาไฟมาเผากัน เผาศาสนา ได้ยินอยู่นะในวัดนี่น่ะ ผมก็ไม่เคยเชื้อเชิญ ไม่เคยบอกขอความช่วยเหลืออะไรๆ จากใคร ที่มาแสดงอย่างนั้นก็เป็นเรื่องอวดดีไปเลย

         ถึงเจตนาหวังดีอย่างลึกลับก็ตาม ความผิดพลาดนั้นเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรงได้นะ ใครอย่าไปอวดรู้อวดฉลาดสอดแทรกเรื่องนั้นเรื่องนี้นะ วัดนี้อย่าหูดีตาดีในสิ่งที่สกปรก เรื่องโลกไม่ใช่เรื่องสะอาดนะ เรื่องธรรมที่เราปฏิบัติอยู่นี่ต่างหากเป็นเรื่องที่สะอาด รักษาไว้ให้ดี ไปยุ่งอะไรกับเรื่องโลก ถ้าจำเป็นอะไรที่ผมจะขอความช่วยเหลือจากหมู่เพื่อนผมก็ขออย่างปฏิบัติมา แล้วไม่ขอมันก็รู้กันเอง ที่ควรจะช่วยเหลือกันยังไงๆ ให้งานการดำเนินไปด้วยดี อุบายต่างๆ วิธีการที่เราจะนำไปใช้เพื่อช่วยโลก และหนุนธรรมอย่างนี้ต้องได้พิจารณาอย่างมากนะ

         อย่างผมดำเนินมานี้ผมดำเนินโดยลำพังผมเอง ความคิดอ่านทุกอย่าง เท่าที่ผ่านมาก็ไม่เห็นผิดพลาดอะไรนี่ ไอ้เรื่องที่มันมีอะไรขึ้นมามันไม่ใช่เรื่องของผม เรื่องความผิดของเขาต่างหาก เราเองไม่เห็นมีผิดอะไรที่ได้ตำหนิตนเองที่ดำเนินอยู่ตั้งแต่ต้นมานี้ ไม่เห็นอะไรนี่นะ เพราะเราพิจารณาเต็มสัดเต็มส่วนแล้วออก ๆ ๆ ควรเบาเบา ควรหนักหนัก ควรเด็ดเด็ด ธรรมเป็นอย่างนั้น เหมือนเขาถากไม้ จะควรถากเบา ๆ เขาก็เบา ที่ถากเบา ๆ เพราะอะไร เพราะควรจะถากเบา ถากหนักกว่านั้นไม่ได้ แน่ะ แล้วควรจะถากหนักก็ต้องหนักเพราะมันคดมันงอ ก็ต้องหนักมือถากไม้ แน่ะ เขาทำไม้ท่อนเดียวเขายังถากเบามือหนักมือต่างกัน

         อันนี้ควรจะหนักก็หนักเรื่องธรรม ควรเบาเบา ควรเบาจะหนักไม่ได้  ควรหนักจะเบาไม่ได้ มันหากเหมาะสมอยู่กับผู้ทำเอง เหมือนเขาถากไม้ ที่ควรจะเบาเราจะไปหนักมือไม่ได้ แน่ะ นายช่างถากก็เป็นอย่างนั้น อย่าไปหูดีตาเลวนะ ว่าหูดีตาดี มันหูเลวตาเลวนะ เรื่องราวอะไรไปสอดไปแทรก อยากรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วเอาความสกปรกเข้ามาในวัด ทีนี้ใครเป็นคนรับเคราะห์ ผมเอง แน่ะ มันอยู่กับผม ครั้นเวลาไปทำไม่บอกไม่กล่าว เวลามันสกปรกมากระทบกระเทือนแล้วถึงมากระเทือนผม ที่เป็นหัวหน้า

         แล้วเรื่องผู้คน พวกหญิง พวกชายอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องในวัด อย่าทำตัวสนิทสนมกับเขานะได้ยินไหม ไปทำตัวสนิทสนมกับเขาให้เห็นไม่ได้นะ ยิ่งในครัวนี้ไม่ได้เด็ดขาด ใครจะเข้าไป ถ้าไม่ใช่เรื่องผมสั่ง มีเหตุจำเป็นอะไร ๆ ที่จะให้เข้า ใครเข้าไม่ได้นะ ไม่มีซักถามนะ ไล่หนีเลย เพราะได้สั่งเสียเรียบร้อยแล้ว เหตุผลกลไกที่ควรจะเข้า มีอะไรมาปรึกษาเพื่อนฝูงเวลาผมไม่อยู่ เวลาผมอยู่จะปรึกษาใครก็ได้สมควร หรือผมสั่งไป รักษามากนะ ไม่ได้นะเรื่องผู้หญิงกับพระเป็นภัยต่อกันอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นเราจึงต้องได้ระมัดระวังตลอดเวลา ไม่มีอะไรรวดเร็วยิ่งกว่าหญิงกับชาย และพระกับผู้หญิง

         เห็นไหมที่ท่านแสดงไว้ ใครเอามือเท้าอยู่นั่น นั่นอย่างนั้นละ มันเห็น เท้ามันน่าดูไหม ดูซิน่ะ ในท่ามกลางสงฆ์น่ะ มันหยิ่งมาจากไหนนักหนา นี่ความเคยชินต่อสันดานมันเป็นอย่างนี้นะ ทำอย่างนี้มันดูได้ไหม ครูบาอาจารย์ก็นั่งทนโท่ พระสงฆ์นั่งอยู่นี่ ไม่เคารพสงฆ์ ไม่เคารพครูอาจารย์เคารพใคร เคารพไอ้อย่างนี้เหรอ อันนี้หรือพาศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง พระพุทธเจ้าเอานี่เหรอไปสอนโลก นั่นน่ะมันน่าดูเมื่อไร นี่พูดเรื่องอะไรก็มาเห็นขวางหน้าอย่างนี้ ที่ไม่เห็นมันเป็นยังไง นั่น น่าพิจารณาอยู่นะ

         พระพุทธเจ้าท่านแสดงไว้ต่อพระอานนท์ พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้า การปฏิบัติต่อมาตุคามคือผู้หญิงนี่จะให้ปฏิบัติยังไง ฟังซิน่ะฟังให้ดีนะ นี่ละพระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้า การปฏิบัติต่อมาตุคามคือผู้หญิงจะให้ปฏิบัติยังไง ใครก็เห็นด้วยกันทุกคน พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้าจะให้ปฏิบัติยังไง ท่านว่า ไม่เห็น ไม่ดูเสียเลยอานนท์ดี ฟังซิน่ะ คือไม่เห็น ไม่ดูเลยนั่นแหละดี นั่น พักแรกเป็นอย่างงั้น หากความจำเป็นที่จะได้เห็นได้ดูมีจะทำยังไง อย่าพูด นั่นฟังซิ นี่ละภัยที่รุนแรงที่สุดอยู่จุดนี้นะ

         ท่านบอกว่าถ้าหากจำเป็นจริงๆ ที่ควรจะดูได้เห็นทำยังไง อย่าพูด นั่นฟังซิ หากมีความจำเป็นที่จะได้พูดล่ะ นั่นพระอานนท์ท่านฉลาดขนาดนั้นนะ ที่จะพูดแล้วทำยังไง ให้ตั้งสติให้ดี นั่นเห็นไหม ให้ตั้งสติให้ดี อย่าให้เป็นไปตามอำนาจแห่งราคะตัณหา สามประโยคนี้กระเทือนหมดทั่วประเทศไทย หญิงกับชาย พระกับผู้หญิง นี่กระเทือนมากทีเดียว สำหรับพระกับผู้หญิงนี่กระเทือนมาก หญิงกับชายทั่วโลก ตลอดสัตว์มันก็เหมือนๆ กันไม่เอาเข้ามาเป็นกฎเกณฑ์ พระพุทธเจ้าสอนพระต่างหาก เรื่องโลกของเขาเป็นโลกของเขา

         นี่ละเด็ดไหมฟังซิพระพุทธเจ้า คุ้นได้เมื่อไรเรื่องเหล่านี้ มันของเล่นเมื่อไร ตัวนี้ตัวสำคัญมาก เราจะได้เห็นเวลาปฏิบัติต่อมัน มีแต่อันนี้มันขึ้นๆ ผมจึงได้พูดได้สอนให้หมู่เพื่อนฟัง เวลาเรียนหนังสืออยู่เห็นสิ่งเหล่านี้ก็เห็น ก็ไม่เห็นแสดงความแปลกประหลาดสะดุดใจ ๆ พอออกปฏิบัติตั้งหน้าจะฆ่ามัน อาการอันนี้มันจะออกในจิตๆ แย็บๆ กวนอยู่ตลอด เอ๊ ทำไมจึงเป็นอย่างนี้   แต่ก่อนเราไม่ตั้งหน้าตั้งตาชำระมัน  ทีนี้เวลามาตั้งหน้าตั้งตาทำไมจึงมีแต่อันนี้แทรกเต็มหัวใจ  มันเป็นอยู่ในจิตนั้นแหละ มันไม่ได้มาแสดงภายนอก

         จนกระทั่งเหมือนว่าโมโหนะ เห็นไหมเป็นภัยมาก ถ้าตัวนี้ได้รุนแรงหาความสงบร่มเย็นเป็นตัวของตัวไม่ได้นะพระเรา เพราะฉะนั้นอย่าคุ้นกับเรื่องเหล่านี้ เป็นภัย พระพุทธเจ้าเห็นว่าเป็นภัย เราอย่าเห็นว่าเป็นมิตรเป็นสหาย นั้นแหละคือมหาภัยเผาหัวใจ พระทุกวันนี้เป็นยังไงที่ไหน ๆ ก็เหมือนกัน เดี๋ยวนี้มันเป็นคู่กันแล้วนะ พระกับผู้หญิง ดูมันเลอะเทอะไปหมดเลย ดูไม่ได้นะ จนกระทั่งพระดูพระไม่ได้ว่างั้นเลย ผมพูดจริง ๆ ดูพระนี่จนดูไม่ได้ มันกระเทือนใจพระแบบนี้ เราให้ระวังให้ดีนะ อย่าเก่งกว่าศาสดานะ

         นี่ศาสดาสอนไว้สามประโยค อย่าเห็น อย่าดูเลยอานนท์ ถ้าหากว่าจำเป็นที่จะเห็นจะดูจะทำยังไง อย่าพูด นั่นฟังซิเป็นภัยขนาดไหนถึงได้เด็ดอย่างงั้น แล้วหากว่าจำเป็นที่ควรจะพูดแล้วทำยังไง ให้ตั้งสติให้ดี คือตั้งสติพูดเวลาจำเป็นเท่านั้นแล้วพรากจากกันเลย ไม่ให้มาคลุกเคล้าวุ่นวายกัน เอาไฟเผากัน เผาสดๆ ร้อนๆ ไฟเผาอย่างอื่นยังค่อยยังชั่ว ไฟกิเลสตัณหามาเผาพระเผาเณร แหม กระเทือนทั่วโลก ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะ ให้พากันจำเอานะคำนี้ อย่าคุ้นกับใคร พระพุทธเจ้าไม่สอนให้คุ้นอย่าคุ้น สอนให้ระวังอย่างเต็มที่ นี่ละมหาภัย

         สามจุดนี้จุดมหาภัย ไม่เห็นไม่ดูเลยดี จำเป็นที่จะได้เห็น อย่าพูด คือไม่ให้ความสนิทเลยกับผู้หญิง สนิทไม่ได้พันเลยทันที หากจำเป็นต้องพูดทำยังไง ตั้งสติให้ดี คือตั้งท่าระวัง พูดด้วยความระวังแล้วพรากจากกันทันทีเลย เมื่อเหตุจำเป็นที่ควรจะพูด พูดด้วยความมีสติแล้วตัดออกทันทีเลย อย่างนั้นนะ พากันจำ อย่ามาคุ้นนะ คุ้นกับสิ่งเหล่านี้ ตายจริง ๆ พระพุทธเจ้าไม่พาคุ้นอย่าคุ้น อย่าอวดดีกว่าศาสดา

 

                 ชมการถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาทุกวัน ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก