มีศาสนาติดตัวบ้าง
วันที่ 27 ตุลาคม 2546 เวลา 8:30 น. ความยาว 34.5 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Real)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖

มีศาสนาติดตัวบ้าง

 

         วัดกรรมฐานมีมากอยู่นะ อยู่ในป่าในเขาลึกๆ ลับๆ เพื่อภาวนาของท่าน อย่างนาแห้วนี้ก็เหมือนกัน เหตุที่เราจะรับไว้ นี่เขาถวายไว้นะ เหตุที่เราจะรับไว้ก็เพราะว่า แถวนั้นไม่มีพระกรรมฐานเลย เหมือนสัตว์อยู่ในป่า เหมือนไม่ใช่มนุษย์เพราะไม่มีธรรมของมนุษย์ประจำตัว ก็เป็นเรื่องสัตว์ไปหมด เขาถวายที่ เราเลยต้องไปดูจริงๆ นะไปดู เหมาะสม แถวนั้นไม่มีวัดเลยไม่ว่าวัดบ้านวัดป่า ไม่มีเลย โอ๋ อยู่กันยังไง เราก็เลยรับ เขาถวายที่เราก็รับ พอรับแล้วก็ให้พระของเราไปอยู่ ตาหมูเราไปอยู่นานแล้วนะ อดทนเก่ง ถ้าพูดถึงว่าโลกเขาอยู่ได้นานแล้วก็อดทน เข้าใจไหม แต่นี้ท่านไม่ได้ทนแบบโลก ท่านทนต่อความพากเพียรซึ่งอยู่ในป่าที่เหมาะสมอย่างนั้นต่างหาก ที่นั่นจึงมีวัดมา

อีกที่หนึ่งเขาก็ถวาย เราทราบว่าทางวัดถ้ำผาปู่ก็มาเที่ยวทางนั้น ก็เลยบอกเขาให้ถวายถ้ำผาปู่เลย ที่นั่นน่ะ ท่านจะมาพักทางด้านโน้นด้านนี้ ทางโน้นก็มี วัดถ้ำผาปู่ไปที่นั่น ตอนนั้นท่านสีธนยังมีชีวิตอยู่ บอกให้มอบท่านสีธนเลย นั่นละถึงได้มีวัดแถวนั้น เราคิดไว้เพื่อในปัจจุบัน เพราะที่นั่นไม่มีวัดเลย เพื่ออนาคตก็เพื่อลูกเพื่อหลานจะได้มีศาสนาติดเนื้อติดตัวบ้าง มีแต่เป็นมนุษย์เต็มโลกก็เห็นกันอยู่นี่แหละ ไปที่ไหนไปหาเอาความสุขๆ ได้ชั่วหยิบหนึ่งก็ไม่ได้นะ เราไม่ได้ประมาทโลก เราพิจารณาตามความจริงของโลก โลกกิเลสตัณหามันเอาความสุขให้ใครที่ไหน มีแต่เรื่องความหลอกลวงเพลิดเพลินไปตามมัน แล้วมันก็เอาเบ็ด เกาะปากไปๆ ไปเรื่อยๆ เท่านั้น เรื่องของกิเลสเป็นอย่างนั้น ตามมันรู้จนหมดรากแก้วของมัน ฟาดมันจนแหลกเหลว มันจะไม่จ้าไม่รู้ได้ยังไงเรื่องของกิเลส

มันอยู่หัวใจเรานี้ก็ตั้งกัปตั้งกัลป์ หัวใจใครก็ตั้งกัปตั้งกัลป์ ถ้าไม่มีธรรมเข้าส่องแล้วไม่รู้ ไม่มีธรรมเป็นเครื่องสังหารไม่ตาย ให้กิเลสฆ่ากันไม่มีทาง มีแต่เสริมขึ้นเรื่อยๆ ให้ธรรมฆ่ากิเลสแล้วตาย ไปที่ไหน เฉพาะเราเป็นลูกชาวพุทธ ในเมืองไทยของเรานี่ที่ไหนควรจะมีวัดมีวา เราไปที่ไหนเราเสริมทันทีเลย เพราะเราเห็นคุณค่าของวัดที่ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่ในสถานที่เหล่านั้น ไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าเราไม่เล่นด้วยนะ เห็นมันขวางตา หัวโล้นๆ ด้วยกันมองดูกันขวางตา ดูไม่ได้นะ อ้าว พูดจริงๆ นี่ภาษาธรรม ดูสัตว์ดูอะไรๆ นี้เป็นประเภทหนึ่ง มีความเมตตาเขาเป็นลำดับลำดา ตลอดประชาชนทั่วไป ไม่สะดุดตาสะดุดใจในทางผลลบ แล้วดูพวกเดียวกันนั่นซีสะเทือนนะ เราพูดจริงๆ

ผู้รักษารักษาอยู่ ผู้ปฏิบัติปฏิบัติอยู่ ผู้หนึ่งมาทำอย่างเลวอย่างร้าย อุจาดบาดตาต่อพวกปฏิบัติด้วยกัน เพศเดียวกัน มันดูกันไม่ได้นะ นี่ละที่ว่าแตกเป็นนิกายนั้นนิกายนี้ คือทนอยู่ไม่ได้ อันหนึ่งสะอาด อันหนึ่งสกปรก เอามาคละเคล้ากันได้ยังไง ตัดออกแยกออกซิ เมื่อทนไม่ไหวแล้วก็ต้องได้แยก อย่างผัวเมียอยู่ด้วยกัน คนหนึ่งสะอาด คนหนึ่งสกปรก อยู่กันไม่ได้นะ ต้องสะอาดด้วยกันทั้งคู่ทั้งผัวทั้งเมีย เข้าใจไหมล่ะ พระอยู่ด้วยกันก็ต้องให้สะอาดด้วยกัน เช่นอย่างอยู่ในวัดป่าบ้านตาด อยากว่าทั่วโลกมาอยู่นี้หมด ประเทศนั้นประเทศนี้ เป็นแต่เพียงว่าเรารับไม่ได้ตามความต้องการของท่านทั่วๆ ไปหรือเสมอไปเท่านั้นเอง เพราะเราก็เห็นใจคนไทยเรา ทุกภาคอยู่ที่นี่หมด ระเบียบแบบแผนอันเดียวกัน ธรรมวินัยกางปุ๊บนี้ มาจากที่ไหนให้แบบนี้ๆ อยู่ด้วยกันได้เป็นอวัยวะเดียวกันหมดเห็นไหมล่ะ ไม่มีอะไรระแคะระคาย สนิทสนมกัน

นี่ละธรรมเข้าที่ไหน เห็นไหม ทั่วโลกมาอยู่นี้หมดกี่ประเทศ แล้วเป็นอันเดียวกันหมดเลย ดูซิคนมีธรรมเป็นอย่างนั้นละ สมัครสมานกันเอง เป็นเอง เราก็ตายใจเรา สนิทใจเรา มั่นใจในเราด้วยการปฏิบัติความดี องค์นั้นก็เช่นนั้นๆ เข้ากันได้ปุ๊บเลย ประสานกันทันที ถ้ามีรายใดรายหนึ่งเข้ามาขวางดูซี มันก็เหมือนก้างขวางคอ กินมากน้อยเท่าไรไม่มีความหมาย ก้างขวางคอจะพาให้ตายอันเดียวนี้นะ อันนี้ก็เป็นเนื้อร้ายขึ้นมาในวัดในวา ต้องขับออก เมื่อเหลือกำลังที่จะอบรมสั่งสอน ที่จะเยียวยาได้แล้วต้องขับออก จัดเป็นเนื้อร้าย ประเภทที่เยียวยารักษาได้ เช่น เป็นแผลเป็นอะไร ใครก็เป็นได้เหมือนกัน บางทีไปเหยียบหนามก็มีแผลขึ้นมา ชนนั้นชนนี้มีแผลขึ้นมา เล็กๆ น้อยๆ เยียวยารักษากันได้ คนเราเป็นปุถุชน จะดีขนาดไหนความพลั้งความเผลอมันมี เหมือนเราเหยียบขวากเหยียบหนาม ใครอยากจะไปเหยียบ แต่มันก็ได้เหยียบไปแล้วจะว่าไง ก็ยอมรับ ถอนหัวหนามออก เอายาใส่เข้าไป

อันนี้ก็เหมือนกัน พระท่านที่ว่าปรับอาบัติต้องโทษ ก็คืออย่างนี้แหละ ด้วยความพลั้งเผลอ ก็เหมือนกับเราชนหัวตอบ้าง หรือสะดุดตอบ้าง รากไม้บ้าง หรือเหยียบหนามบ้าง ผิดพลาดอย่างนี้เราก็เอายาใส่แล้วหายไปๆ อันนี้ที่ท่านปรับอาบัติโทษท่านเป็นโทษก็แบบเดียวกัน ท่านยอมรับปุ๊บทันทีแล้ว เรียกว่าถอนหัวหนามออกแล้ว ผิดตรงนี้ยอมรับทันที เท่ากับถอนหัวหนาม แสดงโทษของตัวเองว่าผิด แล้วอยู่ด้วยกันได้ รักษากันได้ก็อยู่ด้วยกัน เพราะไม่มีเจตนา ถ้าเจตนา คืออลัชชิตา นี้ไปที่ไหนแตกนะ อลัชชิตา หาความละอายบาปไม่ได้ อย่างนี้อยู่ไม่ได้ อยู่กับเพื่อนกับฝูงในพระในเณรนี้ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ เตือนกัน หัวหน้าละเตือน เพื่อนฝูงมาเตือนมาบอกเสียก่อน องค์นั้นเป็นอย่างนั้น องค์นี้เป็นอย่างนี้ ชอบกลอะไรๆ  เรียกมาถามมาเตือน นั่น เตือนหนึ่ง สอง ที่สามปัด ถ้าอย่างร้ายแรงปัดทีเดียวเลยไม่รอ

อย่างนั้นละท่านมีหลักธรรมหลักวินัยอยู่ด้วยกัน ดูซิมีกี่ประเทศอยู่ในนี้ ทั่วโลก พูดแล้วเราก็สาธุไม่ได้โอ้อวดนะ เราพูดยกยอคุณธรรมต่างหาก นี้มาประเทศไหนๆ สำหรับในวัดนี้เรายังไม่เคยเห็นพระทะเลาะกัน เรียบมาตลอดอย่างนี้ เพราะเหตุไร เพราะคุณค่าแห่งความดีที่ยกมาพูดนี้ เราไม่ได้โอ้อวดนะ เราพูดตามคุณความดีของพระท่าน ที่มาจากประเทศใดเมืองใด จังหวัดใด ในประเทศไทยเรานี้เรียกว่าทุกภาค อยู่ในนี้มาประจำ ประเทศนอกก็มา รับได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะเราเห็นแก่คนไทยเราซึ่งเป็นเจ้าของศาสนาในเมืองไทย เพราะฉะนั้นพระทางเมืองนอกจึงรับได้น้อยกว่า เรื่องที่ขอมานี่มากต่อมาก ถ้าเราจะรับตามที่ขอมานั้น โอ๋ย ที่นี่มันเป็นสวนฝรั่งไปนานแล้วนะไม่ได้เป็นวัดแหละ มันเป็นสวนฝรั่งไปนานแล้ว เต็มไปหมดนั่นแหละ

ที่พูดเหล่านี้เพราะว่า ธรรมนี่อยู่ที่ไหนด้วยกันนี้เย็นไปหมด ประสานกันได้หมด ไม่มีคำว่าชาติชั้นวรรณะอะไร ไม่มี อันนั้นตั้งไว้พอเป็นชื่อเป็นนาม ให้มีเขตมีแดนไปเพียงเท่านั้นเอง ไม่ได้มาถือเป็นใหญ่เป็นโตเพราะชาติชั้นวรรณะนะ ความเป็นใหญ่เป็นโต แล้วที่สุดทั้งฝ่ายดีฝ่ายชั่ว คือความชั่วกับความดี นี้เป็นใหญ่โตด้วยกัน ความชั่วถ้ามันผางขึ้นมาแล้วแตกได้ ความดีกระจายออกมานี้ประสานกันได้หมดเลย อยู่ด้วยกันได้ เพราะฉะนั้นจึงขอให้พากันนำไปปฏิบัติ

เฉพาะอย่างยิ่งต่อครอบครัวของเรา มีสองคนต้องดูใจเขาใจเรา มีสามคนดูสามดวงใจ มีกี่คนให้ดูดวงใจกัน ดูใจกันผิดด้วยถูกด้วยประการใด ให้ส่อถึงจิตใจเป็นยังไง เป็นคนดื้อด้านหาญธรรม หรือเป็นคนดี มีความผิดพลาดด้วยประการใด ดูกันอย่างนั้นนะการดูกัน อยากว่าอะไรก็ว่ากันโผงผางๆ อย่างนั้นใช้ไม่ได้นะ ให้มีเหตุมีผลว่ากัน ชมกันก็เหมือนกัน ต้องเป็นอย่างนั้น

พระท่านมาอยู่ที่นี่ก็อย่างที่เห็นนี่ พอฉันเสร็จแล้วเงียบเข้าไปในป่า เราเป็นหัวหน้าเราก็เสริมเต็มที่เลย บริเวณนี้ห้ามไม่ให้ใครเข้าไปเลย เพราะสถานที่ท่านบำเพ็ญไม่มีอะไรยุ่งกวน กลางวันกลางคืนเดินจงกรมนั่งสมาธิภาวนา เวลาว่างๆ เราก็ด้อมไปดูสถานที่ต่างๆ ไม่ดีตรงไหนแนะบอก ชี้บอก ดุ แน่ะไปอย่างนั้นนะ เวลาว่างๆ เราไปเรื่อยๆ ของเรา เวลาธรรมดาไม่ไป เวลาว่างๆ ส่วนมากจะไปตอนพระบิณฑบาต ไปดูสถานที่อะไรๆ ที่บำเพ็ญเพียรต่างๆ มาแล้วเตือน ที่นั่นเป็นที่ของใคร ไล่เข้าไปละ นี่ละเรื่องธรรมสมานกันได้หมด

ขอให้พี่น้องทั้งหลายรักธรรมแล้วก็รักกัน อย่ามองกันคอยแต่จะเพ่งโทษเพ่งกรณ์ คนนั้นคือถือฟืนถือไฟไปด้วย ไปที่ไหนจะหาแต่เรื่องแต่ราวของคนอื่นมาแผ่ออกให้โลกได้เห็น ในขณะเดียวกันก็เท่ากับยกตนสูงกว่าคนทั้งหลาย นั่นละคนๆ นี้คือคนเป็นภัยต่อสังคม ต่อเพื่อนต่อฝูง อย่าให้เป็น ดูใจเขาดูใจเรา ดูความผิดพลาดของเขา ดูความผิดพลาดของเรา คนเรามันมีได้ด้วยกัน ถือหลักเกณฑ์คือความถูกต้องเป็นสำคัญ ผิดตรงไหนตีเข้ามาหาความถูกต้อง ปัดออกความไม่ดีทั้งหลาย เมื่อต่างคนต่างรักสงวนตัวอยู่ด้วยความดีทั้งหลายเป็นเจ้าของแล้ว อย่าให้ความชั่วเป็นเจ้าของ ก็เป็นคนดีขึ้นมาได้ด้วยกันคนเราไม่ว่าหญิงว่าชาย อยู่กับผู้ทำนะ

แม้แต่พระแต่เณรไม่ดีก็เลว ก็เรียกว่าเลวอยู่อย่างนั้น บวชเข้ามาเอาจีวรมาครองหมดตลาดเอามาใส่ มันก็เป็นกองจีวร จีวรถมกองขี้ละซี พระเป็นมูตรเป็นคูถอยู่ข้างใน ปฏิบัติตัวไม่มีธรรมมีวินัย มีแต่ผ้าเหลืองก็ไม่เกิดประโยชน์ โกนหัวโกนลงไปจนกระทั่งถึงกะโหลกศีรษะ มันก็มีแต่กะโหลกศีรษะไม่มีความดี ถ้าไม่ทำตัวให้ดี ถ้าทำตัวให้ดี ฆราวาสก็ไม่จำเป็นต้องโกนศีรษะเหมือนพระ โกนศีรษะนี่เป็นเครื่องหมายต่างหากนะ ว่าเพศนี้เป็นเพศนักบวช เป็นเพศสำรวมระวัง เป็นเพศละเอียดสุขุมคัมภีรภาพ ลูกศิษย์ตถาคตคือประเภทนี้ เพศอันนี้ ว่าอย่างนั้นต่างหากนะ ถ้าเลวแล้วก็ดูไม่ได้อีก ยิ่งเลวร้ายยิ่งกว่าประชาชนไปอีก นั่น

พระเราเลวร้ายดูได้เมื่อไร ไปที่ไหนเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้จิตใจของประชาชนให้เกิดความเดือดร้อนไปหมด แทนที่จะได้รับความเย็นจากพระเจ้าพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ กลายเป็นเห็นเปรตเห็นผี มองหน้ากันไม่ได้เลย มันก็เข้ากันไม่ได้กับหลักธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าน่ะ เพราะฉะนั้นจึงว่าอย่าหาความดีที่ไหนจากสิ่งอื่นใด ต้องเอาความดีของตัวเองเป็นรากฐานก่อน ตั้งตัวของเราให้ดี ทุกสิ่งทุกอย่างมาเกี่ยวข้องกับเราจะเป็นของดิบของดี ได้อะไรมาก็ดี หาอะไรก็ดี เคลื่อนไหวไปไหนก็ดี ถ้าตัวเจ้าของดี ถ้าตัวเจ้าของเลว ไปที่ไหนจะคว้าแต่ฟืนแต่ไฟมาเผาทั้งตัวเองและผู้อื่นไม่ดีเลย ให้พากันระมัดระวังอย่างนั้น ว่าถือศาสนาๆ มันมีแต่ชื่อเฉยๆ ตัวคนไม่ปฏิบัติตามหลักศาสนา มันก็เลวอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ประกาศหมดทั้งโคตรทั้งแซ่ว่าถือศาสนานั้นแหละ แต่มันไม่ได้เรื่อง มันเลวอยู่กับความประพฤติของตัวเองนะ

เมื่อสองสามวันนี้ก็เห็นพวกไหนมา เก้งก้างๆ เข้ามากำลังเริ่มมืดแล้วนะ ก็พอดีมาเจอกับเราเข้า เพราะส่วนมากเราจะออกไปตอนค่ำๆ เวลาคนเริ่มหนีหมดแล้ว เราจะไปดูสิ่งนั้นสิ่งนี้ออกไปนั่น ไม่ได้ไปเที่ยวเฉยๆ เพราะตอนกลางวันไปไม่ได้ ตอนค่ำแล้ว เวลาคนเลิกไปหมดแล้วแอบไปดูตรงนั้นตรงนี้ ไม่ดีตรงไหนก็มาเตือนมาบอกแล้วสั่ง งานอะไรๆ ที่มันตกค้างหรือไม่ดีตรงไหน เราไปแล้วดู บอก คอยแนะ นี่ละเราไปตอนว่าง ๆ ไป พอดีเมื่อสองวันมานี้ มานี้ มีผู้หญิงสักสามสี่คน กำลังมืดนะ จนมองดูหน้ากันขนาดต้นเสานี่ยังจะไม่เห็นกันชัดเลย มันยังเข้ามากัน พอมาเราก็ยืนกึ๊กนั่นทันที นี่จะไปไหนกัน มาจากไหน เท่านั้นซิ มาจากที่นั่นที่นี่ เราถาม แล้วจะไปอะไร จะไปเที่ยวดูวัด ขนาบใหญ่เลยเทียว ไล่ออกเดี๋ยวนั้นเลย ไปเดี๋ยวนี้อย่าเข้ามา วัดนี้เป็นสถานที่รักษาความดีงามทั้งหลาย นี้ไม่ใช่ความดีงาม เพ่นพ่านๆ มาหาอะไร ถามไม่ได้หลักได้เกณฑ์ ไปเดี๋ยวนี้ ไล่เดี๋ยวนั้นเลย นั่นเห็นไหมล่ะ เอาเดี๋ยวนั้นเลย ไล่ ห้ามไม่ให้ข้ามเข้ามาเป็นอันขาด ยืนขวางอยู่ข้างหน้า ไปเดี๋ยวนี้ นั่นเอาอย่างนั้นแหละ

มันเลว มันคอยมาทำลายวัดวาอาวาสศาสนา ไม่ปฏิบัติศีลธรรมแต่เข้ามาเก้งก้างๆ ผู้รักษารักษาอยู่ มันขวางหูขวางตาจะตายไป ให้ระวังนะพวกลูกพวกหลานเข้ามาในวัดในวาเก้งก้างๆ มาดูนั้นดูนี้ มันมาดูหาพ่อหาแม่มันอะไร ชั่วดีมันก็มีอยู่ทุกแห่งทุกหน ถ้าว่าวัดมันก็มีอยู่ทุกแห่งทุกหน มาไม่มีเวล่ำเวลาไม่มีแบบมีฉบับ เข้ามาก็ไม่มีแบบมีฉบับ ผู้รักษาท่านรักษาอยู่นี่น่ะ ตอนค่ำตอนมืดแล้วใครอย่าเพ่นพ่านๆ นะ ข้างในก็เหมือนกัน ครั้นมองดูจับตัวได้ไล่หนีทันทีนะ เก้งก้างๆ ไม่ใช่เวล่ำเวลา ออกมามักจะมาเจออยู่เสมอ จนมืดจนค่ำแล้วอยากมาเมื่อไรก็มา อยากไปเมื่อไรก็ไป เหมือนวัดนี้เป็นวัดสำเพ็งนะ ยุ่งไปหมด เลวไปหมดนะมองไม่ทัน ขนาดนั้นนะเวลานี้ เราก็ไม่เคยคิดเคยเห็นว่ามันจะเป็นอย่างนี้ แล้วมันก็เป็นอย่างให้เห็นนี่ละ

เรื่องราวมันก็เกี่ยวกับเรื่องการช่วยโลก คนถึงได้จุ้นจ้านๆ เข้ามา ปรกติธรรมดามายุ่งไม่ได้นะวัดนี้ เอาอย่างเข้มงวดกวดขันตลอดมา นี่มันก็เก้งก้างๆ ให้เห็น ไม่ว่าข้างนอกข้างใน ไปที่ไหนมันก็อย่างนั้น เลอะเทอะไปหมดนะเวลานี้ เมื่อไม่มีผู้รักษาแล้ว ความดีคนดีจะมีที่ไหนล่ะ มันต้องมีผู้รักษาเพื่อความดีงามมันถึงจะมีคนดี ทั้งหญิงทั้งชายทั้งพระทั้งเณรดีถ้ามีการรักษา ถ้าไม่รักษา เอาเทวดามาก็เป็นนักโทษด้วยกัน ถูกเขาตำหนิติเตียนไม่มีใครยอมรับ เช่นเดียวกันกับนักโทษในเรือนจำนั้นแหละ เลอะเทอะนะ

การแต่งเนื้อแต่งตัวก็เหมือนกัน โคตรพ่อโคตรแม่มันเคยแต่งมาอย่างนั้นเหรอเราอยากถาม ไปถามดูซิใครที่มันแต่งตัวล่อนจ้อนมามองเห็นหีเห็นหำมา โคตรพ่อโคตรแม่มันเคยแต่งมาอย่างนั้นเหรอ มันถึงเอามาอวดหลวงตาให้เห็นนี่ เราอยากถามโคตรพ่อโคตรแม่เราไม่มีแต่งตัวแบบนี้ เพราะฉะนั้นเราจึงเอาโคตรพ่อโคตรแม่เราซัดกันเลยละซิ โคตรพ่อโคตรแม่สูมีเหรออย่างนี้ สูถึงแต่งมา อุตริมาจากไหน มันไม่ดูหน้าดูหลังอะไรเลย แต่งอวดกิเลสตัณหา แต่งแบบหมาขี้เรื้อน แบบนี้มันแบบหมาแบบไม่มีศีลมีธรรม

ไปสถานที่ควรเคารพยำเกรง สถานที่เช่นไรการแต่งเนื้อแต่งตัวแต่งยังไงปฏิบัติยังไง เราเป็นประเพณีของคนไทยซึ่งเป็นลูกชาวพุทธ ทำไมมันไม่ดูพ่อดูแม่มัน พ่อแม่โคตรวงศ์ของเราแต่ก่อนไม่เคยมีอย่างนี้ พึ่งมาเห็นใหม่ ๆ นี่ มันเอาลิงเอาค่างเอาหมูเอาหมามาจากไหน เพ่นพ่าน ๆ นอกวัดนอกบ้าน ไปในบ้านในเมืองยังตามเข้ามาในวัด มาเพ่นพ่านในวัดมาถูกหลวงตาบัวเขกเอาแหลกไปเลยนะ หลวงตาบัวไม่ใช่หมาขี้เรื้อนอย่างนั้น อย่าเอามาหลอกนะ

เรื่องโลกธาตุนี้อย่ามานั่นนะ อะไรจะมาลูบหน้าปะจมูก จะพูดอย่างนี้เกรงใจอย่างนั้น อย่ามาพูดกับหลวงตาบัวอย่ามาผ่านนะ ถ้าไม่อยากคอขาดว่าจริง ๆ นะ ธรรมนี้เอาจริงเอาจังมากทีเดียว รักษาความดีไว้สำหรับคนดีทั้งหลาย มีกี่คนก็ดี ชำระความชั่วซึ่งมีเพียงเล็กน้อยมันก็เป็นไฟได้ออกให้หมด ไม่ให้เข้ามายุ่งกวนในสถานที่รักษาความดีงามทั้งหลายไว้ เก้งก้าง ๆ แต่งเนื้อแต่งตัวจนดูไม่ได้นะ มันขนาดนั้นละเวลานี้ หลับหูหลับตาดูไปอย่างนั้นละ ถ้าเวลามาใกล้ ๆ จี้เอา บางทีเอาจริง ๆ นะ มาใกล้ ๆ พ่อแม่สูพาแต่งอย่างนี้แต่งตัวเอานะ นี่ไปตามนี้ อย่างนี้ละเวลาจะเอาไม่เหมือนใครนะ พ่อแม่สูพาแต่งตัวอย่างนี้เหรอ หนีเดี๋ยวนี้อย่าเข้ามา นั่น เอาอย่างนั้นนะเรา ไม่ได้เหมือนใครนะ

คนเราเมื่อมันหยาบ หยาบเท่าไรมันยังไม่รู้ ฟาดเอาหนัก ๆ เข้าใจไหมให้มันพอดีกันกับคนหยาบคนหนา พูดอ้อม ๆ แอ้ม ๆ พูดธรรมดา โอ๋ย.ไม่ได้พวกนี้หน้าด้านที่สุด พวกกามกิเลสพวกคึกพวกคะนอง พวกหญิงพวกชายตายไม่มีป่าช้าพวกนี้ เลวร้ายมากทีเดียว ตัวคึกตัวคะนอง อายุ ๑๕-๑๖-๑๗ นี่แหละมันตัวคึกคะนองมากทีเดียว ไม่ว่าผู้ชายผู้หญิงมันแบบเดียวกัน หมาเดือน ๙ หมาเดือน ๑๒ แล้วเข้ามาในนี้ไม่ใช่สำนักหมาเดือน ๙ เดือน ๑๒ จึงขนาบเอาละซิ

มันเป็นยังไงเมืองไทยเรา มีแต่ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเหรอ เหยียบอรรถเหยียบธรรมเหยียบศาสนา จะไม่ให้มีขนบประเพณีอันดีงามของมนุษย์ติดเหลืออยู่ภายในร่างกายกิริยามารยาทบ้างเหรอ จะมีตั้งแต่หมาเดือน ๙ เดือน ๑๒ หรือเต็มบ้านเต็มเมืองเวลานี้ มันน่าคิดน่าพูดจะให้ว่ายังไง ก็มันเห็นอยู่จัง ๆ เขียนติดไว้นั้นเขาก็เขียน ใครไปเขียนไว้เราก็ไม่รู้แหละ การแต่งเนื้อแต่งตัวอย่างนั้นอย่างนี้ เวลามันมาไม่ได้ดูซิการแต่งเนื้อแต่งตัว มันดูตั้งแต่ตัวของมันสวยหรือไม่สวย งามไม่งามนะ ไอ้หนุ่มชอบหรือไม่ชอบนะ ไอ้ตัวผู้หญิงนี้ตัวมันคะนองเก่งกว่าผู้ชายนะ มันลิกแล็ก ๆ ๆ เหมือนลิงนะ ผู้หญิง

ผู้ชายก็มีในโลก ผู้ดีเราก็บอกว่าดี ผู้หญิงดีในโลกเราก็บอกว่าดี เราว่าเหล่านี้เราว่าผู้หญิงที่มันเลว ผู้ชายที่มันเลวต่างหากนะผู้ไม่เลวเราไม่ว่านะ พากันจำเอานะ ไปนี้ไปตรวจดูอีก เปิดหีให้กันดู สูแต่งเนื้อแต่งตัวมาเป็นยังไง หีกูกับหีสูเป็นยังไงเอาไปเทียบกันดูนะ พวกบ้าไม่รู้จักตาย มันเป็นยังไงกัน ศีลธรรมมันเป็นอย่างนี้หรือศีลธรรม เป็นอย่างเอามาอวดกันอยู่เหมือนหมาเดือน ๙ เหรอ ศีลธรรมดูไม่ได้นะดูหมาเดือน ๙ เหมือนเราไปดูหนอนในถาน เป็นยังไงหนอนในถาน มันปีนป่ายกองมูตรกองคูถ กับคนไปดูหนอนในถานมันเป็นยัง เรื่องธรรมดูพวกสัตว์โลกเป็นแบบเดียวกันนี้เอง ทนไม่ไหวก็ป้าดปี้ดเสียทีหนึ่ง ขี้ซ้ำเข้าไปอีกเข้าใจไหมป้าดปี้ด หนอนมันแย่งกัน มันอะไรกัน

มันจะไม่มีเหลือศาสนาในเมืองไทยเรานะ แหม อำนาจของกิเลสตัณหามันเหยียบแหลกไปหมดไม่มียางอายเลย แม้แต่พระหัวโล้น ๆ มันก็เป็นของแบบเขาไปเดี๋ยวนี้ วิ่งตามบ้านตามเมืองเขาแซงหน้าแซงหลัง อยากให้เขาว่าดีว่าเด่นทั้ง ๆ ที่หัวโล้น ๆ ไม่มีอะไรก็อวดดีอวดเด่นไปแบบกิเลส แบบกิเลสแบบส้วมแบบถาน ส้วมถานเรายกขึ้นชั้นดาวดึงส์ก็ยกขึ้นซิ มันก็เป็นส้วมเป็นถานชั้นดาวดึงส์ จะเอาความวิเศษวิโสมาจากไหน ถ้าเป็นของดิบของดีไว้ที่ไหนดีหมด ถ้าเป็นของเลวเอาไว้ที่ไหนเลวหมด ให้พากันระมัดระวัง เอาละ เทศน์เพียงเท่านั้นละวันนี้ มีเท่านั้นละ เทศน์ไปเทศน์มากลัวมันได้ฆ่าคนนะ มันโมโห

เมื่อวานนี้ตอนบ่าย ตอนเที่ยงกว่า ๆ คณะถ้ำเจียน้อยเขาก็มาได้ ทอง ๑๔ กิโล กับ ๒๖ บาท ทีนี้พอตอนบ่าย ๓ โมงเขามาอีก เขาเอาเช็คมาแทนทองคำ ทองคำเขาว่าจะให้ได้ ๕ กิโล เลยไม่ได้มา เลยเอาเช็คมาแทนทองคำ ๕ กิโล ในเช็คเป็นจำนวน ๒ ฉบับรวมแล้วเป็นเงิน ๒,๔๗๐,๐๐๐ บาท ในกรอบของทองคำ ๕ กิโล ว่างั้นนะ เช็คนี้เราก็เอาเข้าบัญชี บัญชีก็ออกซื้อทองคำ อันไหนมามันก็เหมือนกันนั่นละ เราเป็นผู้รับผิดชอบไม่มีแง่ไหนที่จะสงสัยเลย เอามานี้ก็เข้าบัญชีปุ๊บ ออกจากบัญชีนี้ก็ซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงเหมือนกัน

โยม หลวงตาเจ้าคะ บูชาธรรม ๕๐๐ บาทเจ้าค่ะ

หลวงตา บูชาหรือไม่บูชาเราไม่ว่าละ ขอให้เป็นคนดีก็แล้วกัน เราไม่ได้เทศน์เพื่อเอาเงินบาทเงินสตางค์ของใคร เทศน์เพื่อให้เป็นคนดี ถ้าเทศน์มันไม่เป็นหน้าเป็นหลังแล้ว เอาทองคำกองเท่าภูเขามาให้เรา เราปัดทีเดียวทองคำตกแม่น้ำโขง มันมีคุณค่าเท่าคนเหรอทองคำ สมบัติเหล่านี้เราหามา หาเพื่อพี่น้องชาวไทยให้เป็นคนมีความอบอุ่น ความเป็นคนดีรักษาชาติบ้านเมืองให้สงบร่มเย็น นี่เราต้องการอย่างนี้ต่างหากนะ ทองคำมีคุณค่าขนาดไหนสู้คน ๆ เดียวได้เหรอ นั่น คน ๆ หนึ่งมีค่าขนาดไหนถ้าปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี พระพุทธเจ้าเลิศพระองค์เดียวเห็นไหม พระสาวกทั้งหลาย สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ เลิศกว่าทองคำขนาดไหน ท่านหาอย่างนั้นหาคนดี อันนี้เป็นเครื่องหมายที่จะรักษาคนเป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นส่วนรวมกัน ให้มีความสงบร่มเย็นเป็นหลักเป็นเกณฑ์เป็นเนื้อเป็นหนังของตน และปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี รักษาสมบัติอันดีนี้ให้ยิ่งขึ้นไปเท่านั้นเองเข้าใจ เราไม่ได้มาหาอะไรนี่ เอามาเป็นกัณฑ์ท่งกัณฑ์เทศน์ คนไม่ดีจับคืนเดี๋ยวนี้วะ ถ้าดีแล้วไม่ให้เราก็ไม่ว่าเข้าใจไหม มันก็มีเท่านั้นแหละ เออ เอาละยังไม่ได้ให้พรเหรอ

ให้พร ยถา วาริฯ

พูดท้ายให้พร

โอ้ ไอไม่ใช่เล่นนะ เมื่อเช้าวานนี้ลงเดินจงกรมไม่ได้เลย ปิดตายเลย เมื่อเช้านี้ลงไปเดินตี ๓ ลงไปเดินยังไม่ได้กี่ตลบนะ คันคอขึ้นทั้งไอทั้งจามน้ำมูกไหลตลอดเลย เลยหนีขึ้นมา เย็น ๆ ไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะ มันดี ๆ อยู่นะ เราก็สังเกตดูดู ๆ จะเป็นยังไงวันนี้ลงเดินนะ พอลงไปเดินไม่ได้สักกี่ตลบแหละ รู้สึกมันอะไรแปลก ๆ คันคอ ไอขึ้นมา ๆ แล้วที่สุดน้ำมูกนี้เป็นน้ำใสไปเลยนะ ไหลออกมา โอ๋ย ไม่ไหวนี่เลยหนีขึ้นมา นี่ละถูกเย็นเป็นอย่างนั้นนะ หวัดถูกเย็น เมื่อเช้านี้เห็นได้อย่างชัดเจน มาก็เลยมาฉันยาอันนั้น เขาเรียกยาจิบ จิบ ๆ ไปค่อยสงบ ก็ไปนอนอยู่ข้างใน พอสายหน่อยก็เลยออกมา หวัดมันยังไม่หายมันกำลังกำเริบเวลานี้ รอกำเริบตลอด เอาละวันนี้พอ

ให้พากันเดินจงกรมภาวนานะพวกอยู่ในครัว ฝึกหัดจิตใจให้มันหมอบราบสักที กิเลสหมอบราบธรรมเจริญ เย็นใจสบายใจ ให้ฝึกนะเข้ามาที่นี่ เป็นสถานที่ฝึกหัด อย่ามากินมานอนอยู่เฉย ๆ เป็นขอนซุงไม่ได้นะ

 

 

ชมการถ่ายทอดสดทั่วโลกทุกวันที่  ได้ที่

www luangta.หรือ com www.luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก