อย่าหูเบา
วันที่ 29 ตุลาคม 2546 เวลา 8:30 น. ความยาว 30.06 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖

อย่าหูเบา

 

ก่อนจังหัน

         พระให้พากันตั้งหน้าตั้งตาทำความเพียรนะ อยู่ในวัดนี้อย่ามาเก้ง ๆ ก้าง ๆ ไม่ได้นะ พระพุทธเจ้าไม่ใช่ศาสดาองค์เก้งๆ ก้างๆ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ไม่ใช่องค์เก้งๆ ก้างๆ นะ พากันตั้งอกตั้งใจจริงๆ นะ เหลาะแหละโลเลดูไม่ได้นะ ให้เล็งดูศาสดาตลอด หลักธรรมหลักวินัยนั้นแหละคือองค์ศาสดา ดูตรงนั้นอย่าให้เคลื่อนคลาด ถ้าไม่เคลื่อนคลาดจากหลักธรรมหลักวินัยแล้วนั้นแหละคือทางมรรคผลนิพพานก้าวไปตรงนั้น ถึง อย่าไปหาตามดินฟ้าอากาศ สถานที่ต่างๆ เวล่ำเวลา ไม่ใช่กิเลส ไม่ใช่มรรคผลนิพพาน ตัวกิเลสและมรรคผลนิพพานอยู่ที่ธรรมวินัยนั้นแหละ ธรรมวินัยชำระกิเลสออก ก็ปรากฏอรรถธรรมขึ้นมา เป็นมรรคผลนิพพานขึ้นมาที่นั่น อย่ามองไกลนะ ศาสดามองลงในธรรมในวินัย สอนลงในธรรมในวินัย อันนี้สำคัญมากนะ ให้พากันตั้งอกตั้งใจ

ผมก็สงสาร จะทำยังไง จะมีเวล่ำเวลาที่จะแนะนำสั่งสอนอบรมหมู่เพื่อนเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้วเวลานี้ เวลากับธาตุขันธ์มันไปด้วยกัน กำลังไม่พอ เวลาไม่พอ  อยู่อย่างนั้นตลอดเวลา ให้พากันตั้งอกตั้งใจนะ อยู่ที่ไหน ๆ อย่าเผลอสติ สติเป็นของสำคัญมากทีเดียว  ความเพียรภาคใดก็ตาม ไม่ว่างานภายในใจ งานนอกกาย กิริยาอาการต่าง ๆ ให้มีสติติดแนบ แล้วปัญญาจะค่อยสอดแทรกไปตาม ๆ กัน ถ้าไม่มีสติแล้วเลยเถิดๆ ทั้งนั้น พากันจำให้ดี

         พระก็ค่อยเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตามาเรื่อย เปลี่ยนมาเรื่อย  ไม่ทราบว่าความรู้ค่อยเปลี่ยนชั่วเป็นดีไปหรือเปล่า หรือเปลี่ยน ถ้ามีอยู่บ้างหมดก็หมดเลย หมดเนื้อหมดตัวเลย มีแต่ชั่วเต็มตัวใช้ไม่ได้นะ พระเราใช้ไม่ได้แล้วดูไม่ได้นะโลกนี้ เมืองไทยเราถือพุทธศาสนาเป็นหลักเกณฑ์ เป็นหัวใจ แล้วถือพระถือเณรเป็นที่อบอุ่นในสถานที่ต่างๆ อย่างที่สร้างบ้านสร้างเรือนที่ไหนต้องสร้างวัดสร้างวาไปพร้อม ๆ กัน คือสร้างความอบอุ่นให้แก่จิตใจ โดยอาศัยครูอาจารย์คอยแนะนำสั่งสอน เราให้เป็นหลักเกณฑ์แก่ตัวเองได้ด้วย ให้เป็นหลักเกณฑ์แก่ผู้ที่มาเกี่ยวข้องได้ด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วชุ่มเย็นนะ จำให้ดีข้อนี้ ให้พร

 

 

หลังจังหัน

         คณะสงฆ์วัดป่าสีธนพร้อมด้วยคณะศรัทธาญาติโยม ขอน้อมถวายทองคำน้ำหนัก ๓ บาท วัดสีธน หนองตูมไม่ใช่เหรอ แต่ก่อนเป็นวัดร้างอยู่นั้น เรามักเที่ยวกรรมฐานอยู่ที่นั่น อยู่ที่วัดร้าง วัดสีธน มันเป็นดง แต่ก่อนดงทั้งหมดเลย มีสัตว์ มีเนื้อ เราภาวนาอยู่ที่นั่น ดูเหมือนพรรษา ๑๔ กำลังเร่งความเพียรตอนนั้น เดินจงกรมเพราะมันเป็นดง เงียบ ทางไปบิณฑบาตหนองตูมนี้ ๑ กิโลพอดี พอตอนบ่าย ๆ ออกจากทางจงกรมเดินไป มีเก้งตัวหนึ่งมันเห็นเราแล้วมันดักจ้ออยู่ เราเห็นมันแล้วเราก็เลยทำท่าไม่เห็น เดินไป อีเก้ง พอเราเดินผ่านไปมันวิ่งปึ๊งออกไปเลย นี่ละที่ว่าวัดสีธน จากนั้นก็เป็นวัดขึ้นมา

         (หลวงตาเจ้าคะ หนูเข้าไปอยู่ข้างในแล้ว หนูเข้าใจถูกหรือเปล่าคะ ที่หลวงตาบอกว่าให้อยู่ข้างใน หนูมาพิจารณาการอยู่ข้างในหมายถึงเราต้องปฏิบัติธรรมในวัดนี้ด้วยค่ะ) ไหน ปฏิบัติอยู่ข้างในจิตข้างในกาย เข้าใจไหม ไม่ใช่ในครัว โถ มันอะไร อย่างงั้นก็ไปคิดไปตีในครัวนู่น ให้จิตอยู่ภายในกายๆ เข้าใจหรือยังล่ะ อยู่ในกายนี้อยู่ไหนถูกต้องหมด เป็นที่ถนัดใจของเรา สติจ่อเข้าไปนี้เป็นองค์อริยสัจ องค์อริยสัจนี้เป็นหินลับปัญญาเพื่อความหลุดพ้น อริยสัจๆ (ช่วงนี้หนูก็เลยอยากเข้ามาปฏิบัติในวัดด้วย) เข้าไม่เข้าไม่จำเป็น ให้สติอยู่ในกายเจ้าของ อยู่ในบ้านในเรือน อยู่ที่ไหนได้ทั้งนั้น เราบอกอย่างนั้นต่างหาก

         อย่างพุทธกาลก็มี พระพุทธเจ้าท่านสอน ท่านพูดเป็นปัญหา ๆ คงจะเป็นปัญหา ไม่งั้นพระคงไม่เอามีดไปฟันไม้ในป่า เราอ่านดูถากถางไม้ในป่ามันรกรุงรัง สอนว่างั้น พระคว้าเอามีดเอาขวานแล้วไปฟันไม้ในป่า พระองค์ทราบแล้วก็รับสั่ง มันเป็นบ้าอะไรพระนี่ ศาสตราอาวุธได้แก่สติปัญญาถากถางฟันป่า คือกิเลสอยู่ภายในออก ท่านว่าอย่างนั้น ทีนี้พระก็ไปคว้าเอาขวานไปฟันป่าหมด นี่เราจึงไม่อยากให้เข้ามาอยู่ในครัว เดี๋ยวจะเอามีดเอาขวานมาฟาดครัวของเราหมด อยู่ภายในวัด ว่างั้นเถอะน่ะ

อย่างหนึ่งก็บอกให้วิดน้ำออกจากเรือ อย่างหนึ่งให้เอาขวาน ได้แก่สติปัญญาถากถางป่าที่มันรกรุงรัง พระก็ฟาดเอามีดเอาขวานไปฟันป่า ท่านบอกว่าภิกษุ ท่านจงวิดน้ำออกจากเรือ เรือนี้เพียบด้วยน้ำ ขับขี่ไปไหนไม่สะดวก ให้วิดน้ำออกจากเรือ เรือจะได้คล่องตัวแล้วไปสะดวก แน่ะก็อย่างนั้นแหละ ในบาลีเราจำไม่ค่อยได้เดี๋ยวนี้ แต่ก่อนจำได้ เราก็เรียน เดี๋ยวนี้มันนานแล้ว บอกเป็นภาษาบาลีว่า สิญฺจ ภิกฺขุ อิมํ นาวํ สิตฺตา เต ลหุเมสฺสติ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอจงวิดน้ำออกจากเรือ เพราะเรือนี้เพียบด้วยน้ำ วิดน้ำออกเรือจะได้เบา เดินได้คล่องตัว วิดน้ำ น้ำก็คือกิเลสตัณหา อยู่ในเรือคือหัวใจเรา วิดออกๆ

ที่ลงชื่อกัน ลงแล้วส่งแล้วยัง (ส่งแล้วเจ้าค่ะ) ส่งแล้วเหรอ (เขารวบรวมกันอยู่) รวบรวมแล้วส่ง ส่งไปไหนก็ส่งไปเลย เรื่องพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นยอดหัวใจของชาติไทยเรา ซึ่งพี่น้องชาวไทยเราเทิดทูนอยู่ตลอดมานี้ จะปล่อยพระองค์ให้สิ่งเลวทรามทั้งหลายเข้าไปเหยียบย่ำทำลายนี้ ไม่สมควรแก่ชาติไทยเราอย่างยิ่ง ที่มีกษัตริย์ครองหัวใจชาติไทยเรา ตั้งแต่สัตว์มันยังมีพ่อมีแม่ คนก็มีพ่อมีแม่ ประเทศทั้งประเทศก็มีพ่อมีแม่ มันจึงมีที่ยุติ กษัตริย์ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เป็นความร่มเย็น

         อันนี้ก็ดังที่พูดนั้นแล้วละ มาลิดรอน เราจึงรีบทำเสียเดี๋ยวนี้ พูดว่าเรายังไม่ตายเข้าใจไหมล่ะ บอกให้ชัด ๆ เลย เวลานี้ยังอยู่ในท่ามกลางสนาม ทางชาติบ้านเมืองก็ดี ทางศาสนาก็ดี เราอยู่จุดศูนย์กลาง หมุนได้ทุกด้านเพราะเป็นความชอบธรรม เราไม่ได้ถูลู่ถูกัง เข้าไปอย่างงั้นนะเข้าใจเหรอ เราทำด้วยธรรมทุกสิ่งทุกอย่างกับบรรดาพี่น้องชาวไทยเรา จากการปฏิบัติธรรมมาเรียบร้อยแล้ว นำธรรมออกแสดง เราจึงแน่ใจตลอดมา ไม่เคยผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปไหนเลย อันนี้เป็นภัยอย่างใหญ่หลวงต่อชาติไทยของเรา เข้าใจหรือเปล่าล่ะ

         หัวใจของชาติไทยเราคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พวกมหาภัยเหล่านั้นที่มาลิดรอน มาตัด มาลด เหยียบอำนาจของพระองค์ลงอย่างนี้ใครไปกราบมัน มีไหมคนไทย เราอยากจะถามว่าแม้คนเดียวก็ไม่มีใครกราบ ไม่มีใครที่จะไม่บูชา เทิดทูน อบอุ่นจากท่านคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อยู่ในนั้นหมดเลยว่าไง รวมหัวใจของชาติไทยเราเข้านั้น รวมอยู่นั้นหมด เพราะฉะนั้นจึงต้องอย่านอนใจนะ ให้รีบทำเสียเวลานี้ นี่เรายังมีชีวิตอยู่ เพราะอันนี้เป็นเรื่องร้ายแรง ทำลายจิตใจของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะ จึงต้องให้รีบจัดรีบทำ

         เวลาเรายังมีชีวิตเราพูดตรง ๆ เราพูดได้ทุกด้านทุกทางตามหลักความถูกต้องดีงามคือธรรม นี้ถูกต้องแล้วที่พี่น้องทั้งหลายทำ เพื่อเทิดทูนหัวใจของตนแต่ละคนๆ ขึ้นไว้กราบไหว้บูชาเป็นขวัญตาขวัญใจต่อไป อย่าปล่อยให้สิ่งเลวร้ายทั้งหลายมารุกรานบีบบี้สีไฟ ให้คนทั้งประเทศนี้เหงาหงอยสร้อยเศร้า ใครจะพูดว่ายังไงก็พูดไม่ได้อย่างนั้น ไม่ได้เรา ว่างั้นเลย ผึงเลย เป็นไม่รอ ถูกต้องทุกอย่างแล้วไม่ผิด เราพิจารณาหมดแล้ว เราเสียใจมานานเหมือนกันแต่ยังไม่มีโอกาสจะเข้าไปเกี่ยวข้อง ทีนี้เวลาเข้าเกี่ยวข้องแล้วก็บุกเบิกออก อันไหนที่เป็นภัยต่อชาติสมควรที่เราจะทำได้นะ เราต้องทำ

ชาติเป็นของเรา เมืองไทยทั้งประเทศเป็นสมบัติของคนไทยทุกคน ต้องต่างคนต่างรักษากัน จะมาหมอบอยู่ หดหัวอยู่ในกระดองเหมือนเต่าไม่ได้นะ เมืองไทยเราไม่ใช่เมืองเต่า อย่าไปหดหัวอยู่ในกระดอง อะไรไม่ชอบมาพากลให้พูดกันขึ้นมาเลย ออกมาเลย เรื่องราวมี ผู้ใหญ่ผู้น้อยมี เรื่องราวมันจะกระจายออกไปให้รู้ผิดรู้ถูก เพื่อแก้ไขดัดแปลงสิ่งที่ไม่ดีในชาติไทยของเรา อย่างนั้นถึงถูกต้อง จะปล่อยให้ใครมาเหยียบย่ำทำลาย เป็นเจ้าอำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ มาเหยียบคนทั้งประเทศอย่างนี้ไม่ได้ หลวงตานี้คอขาดไปเลยเชียว เป็นไม่ถอย เพื่อคนทั้งชาติ เข้าใจไหมล่ะ

นี่ก็หัวใจคนทั้งชาติอยู่จุดนี้หมด เราจะปล่อยได้ยังไง จึงว่าต้องให้รีบทำนะ เป็นอะไรเป็น เราจะคอยดูคอยฟัง ควรติดคุกเราจะเข้าก่อนเพื่อนเลย เข้าใจไหม ท่านทั้งหลายเคยเห็นพระติดคุกไหม หลวงตาบัวจะติดคุกด้วยเหตุการณ์เหล่านี้ เอา ติด เทิดพระองค์ไว้เพื่อประชาชนได้กราบไหว้ หลวงตาติดคุกติดไป เข้าไปติดคุก เดี๋ยวญาติโยมเขาก็จะเอาข้าวไปใส่บาตรอยู่ในนั้น เขาไม่ปล่อยให้ตายแหละ นักโทษแบบนี้เขาไม่ปล่อยให้ตายแหละ ดีไม่ดีนักโทษทั้งหลายจะได้อาศัยเราทั้งเรือนจำนั่นแหละ อาศัยนักโทษตัวสำคัญนี่ละ

เราพูดอย่างนี้พูดถึงความเข้มข้นต่อสมบัติแห่งชาติไทยของเรา นี้เป็นมหาสมบัติอันล้นค่าในชาติไทยของเรา ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยพอเราจะปล่อยแบบหดหัวอยู่ในกระดอง ไม่ได้นะ ต้องให้รีบ จึงบอกว่ารีบ ทางโน้นเราก็จัดการเรียบร้อยแล้วก่อนที่จะมาจากกรุงเทพ เราสั่งเสียเรียบร้อยให้ออก ทางนั้นออกก่อนเรียบร้อยแล้วนะตั้งแต่เราอยู่กรุงเทพ อันนี้มาทีหลัง ให้ส่งเข้าไปเร็วๆ บอกให้เร็วๆ ตอนเราไปกรุงเทพเราจัดการเรียบร้อยแล้วเรื่องนี้น่ะ สั่งเสียเรียบร้อย ทางโน้นก็จัดการก่อนแล้ว แล้วทางนี้ก็มาทีหลัง หนุนกันไปซิ อยู่ที่ไหนก็เป็นคนไทยด้วยกัน ต้องช่วยกันเต็มเหนี่ยวซิ

         ของดีของชั่วก็รู้เห็นกันอยู่ทั้งประเทศ ใคร ๆ ก็รู้ก็เห็นกันอยู่ อย่าปล่อยอย่างนี้ไปไม่ได้นะ ไม่ได้ทีเดียว ปล่อยไม่ได้

         นี่ทองคำก็ได้เพิ่มเข้าไป เพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ นะ เอานะความพร้อมเพรียงสามัคคี อย่าฟัง อย่าเป็นคนหูเบานะ ให้ฟังคำนี้ให้ดีด้วย หูเบาไม่ได้ มันกระซิบกระซาบแทรกแซงมาทุกแห่งนะพวกที่เป็นมหาภัย อย่าเข้าใจว่ามันจะมาเปิดเผย อยู่ใต้ดินออกทุกแง่ทุกมุม พอจะออกแง่ไหนได้ออก เราเป็นเจ้าของสมบัติให้ดูให้ดี พิจารณาให้ดีทุกอย่าง อย่าเป็นคนหูเบา ถ้าสงสัยให้ไปถามหัวหน้า เรื่องราวเป็นยังไง เอาไปเล่าให้ฟัง เช่นอย่างมาเล่าให้เราฟังมาเลย มาเล่าเลย เราจะพิจารณาทุกแง่ทุกมุมเลย ทุกสิ่งทุกอย่าง ควรแก้ไขดัดแปลงยังไงเราจะออกทันที

         ชาติไทยเป็นของเราทุกคน ไม่ได้เป็นของคนใดคนหนึ่ง ต้องต่างคนต่างรักษาอย่างเข้มงวดกวดขัน ไม่งั้นจะจมได้นะเมืองไทยของเรา ถ้าปล่อยให้เป็นไปดังที่เคยเป็นมาอยู่บ้างแล้วนั้นเป็นได้จมได้นะ ต้องเข้มแข็งซิ ไม่เข้มแข็งไม่ได้นะ เอาให้หนักมือ อะไรที่เป็นภัยปัดทันทีๆ คอขาดขาดไปด้วยกันเลย นั่นซีจึงชื่อว่าผู้รักษาสมบัติของชาติต้องเป็นอย่างงั้น มาหมอบนั้นหมอบนี้ แล้วหดหัวอยู่ในกระดองไม่ได้นะ ถึงคราวเข้มข้นต้องเข้มข้น ถึงคราวเด็ดต้องเด็ดเพื่อชาติของตน

         เราเคยพูดให้ฟังแล้วไม่ใช่เหรอ เราไปทดลองมดแดง รังมันก็เท่านี้มันอยู่ต่ำ ๆ เราเดินไปเราไปเห็นรังมันเท่านี้ ตัวอยู่ข้างในเต็มไปหมด ข้างนอกมันมีมารักษาเวรเป็นตำรวจรักษาเวร อยู่นี้ตัวหนึ่ง อยู่นั้นตัวหนึ่ง ห่าง ๆ พอวิ่งถึงกัน อยู่ห่าง ๆ รอบรังมดแดงนั้นละ เราไปเราก็ทดลองดูมันจะเป็นยังไง เราไปเราทำท่าเอามือ โอ๋ย มาเลยนะ ตัวนี้มา ๆ แล้ววิ่งใส่กันเลย นั่นเห็นไหมล่ะ เขาบอกกัน ตัวนี้รุมมา ๆ ตัวนี้ก็เข้าในรัง ในรังก็แตกออกมาเลยเทียวนะ อู๊ย ไม่ใช่ของเล่น เราแหย่ทางนู้นแหย่ทางนี้ ทดลองดู ด้วยความรักความสงสารเขา ไม่ใช่อะไรนะ หยอกเขา

เขาเอาใหญ่เลยเขาไม่นึกว่าเราหยอก เรียกว่าข้าศึกเกิดในเมืองแล้วคงว่างั้น แตกออกมา พอมันมามากๆ นี้ ทีนี้เราเอามือมานี้ เขาเอาตัวต่อกันขึ้นนะ เราเอามือมานี้เขาขึ้นมานี้ ตัวนี้ขึ้นตัวนี้ ขึ้น ๆ นะ จะขึ้นหาเรา เราก็เอามือขึ้นเขาก็ต่อกันขึ้นเรื่อย ๆ โถ มันเอาจริงเอาจังมากนะ เอาจริงจังมาก เอาละกูหยอกสูเล่นเฉย ๆ เข้ารังสูเสีย เราชม เราก็เลยเดินออกไปอยู่ข้างนอก เขาก็รุมไม่เข้าไปในรัง เขาก็รุมกันอยู่ พอสงบแล้วเขายังมองเห็นเราอยู่นะ เราเลยเดินหนีไป แล้วกลับมาดูอีก เงียบสงบนะ นั่นเห็นไหมล่ะ เข้าในรังหมดแล้ว เหตุการณ์สงบไปแล้ว พูดภาษาของเราก็เรียกว่า มหาภัยได้ปราบมันแล้วแหละ มันวิ่งไปทวีปไหนก็ไม่รู้แหละ ไป เข้ารวงรังเราได้คงว่างั้น ก็เลยเข้าหมดเลยนะ มหาภัยมันมาตะกี้นี้ หัวโล้น ๆ คงว่างั้น ขบขันดี เราทดลองดู

นี่ความสามัคคี เอาความสามัคคีมาพูดนะ ว่าคนนั้นจะไปอย่างนั้น คนนี้จะเป็นอย่างนี้ไม่ได้นะ เหมือนมดแดงพรึบออกมาเลยพร้อมกันหมด จากนี้ต่อตัวกันขึ้นสูงขึ้นหาเรา เราเอามือ เขาต่อขึ้น ๆ เรื่อย ๆ ๆ เขาจะเอาให้ถึงเรา นั่นละ เขาเก่งขนาดนั้นละ เขาเก่งมากนะ

วันนี้ก็ไม่ได้เทศน์อะไรมากละ โอ๊ย.เหนื่อยนะวันหนึ่งๆ เราเหนื่อยจริงๆ ออกไปตามนี้ไม่ได้นะ ออกไปตามนี้มันรุมมาหาอะไรก็ไม่รู้ เราเบื่อขนาดนั้นนะ ไม่มองดูกระทั่งหน้านะ ขี้เกียจ เราพูดอย่างนี้เราก็ตั้งหน้าตั้งตาพูดให้ฟัง ออกจากนี้แล้วมายุ่งเราไม่ได้ ก็มีเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องยุ่ง เวลาเทศน์ก็เทศน์ เวลาพูดก็พูด พอหยุดนี้แล้วก็ขาดไปคนละวรรคละตอนเลย ไม่ให้มายุ่งกันอีก มันก็จำเป็นที่เราจะต้องได้ออก เช่น เมื่อเช้านี้ก็ออก นู่น ไปดูที่เขาทำอะไรทางด้านโน้น ไปแนะเขาคอยบอกเขา ทางนู้นมีเยอะนะเขาทำ ทั้งทำถังน้ำด้วย ถังน้ำใหญ่ ๆ ๒ ถัง แล้วมีหลายอย่างเต็มอยู่ทางด้านโน้น เราได้ไปดู

อย่างเมื่อเช้านี้ก็ไปแล้วเข้ามา ตอนสาย ๆ ละเมื่อเช้านี้ เพราะออกไปสายหน่อยเมื่อเช้านี้ ไปดู ไม่ไปก็ไม่ได้ มันมีบังคับอยู่ในตัวของเราที่รับผิดชอบอยู่ในวงวัดทั้งหมด เราจะต้องไปดูที่นั่นที่นี่ แม้ที่สุดกุฏิที่สร้างใหม่อยู่นี้เราก็ได้ไปดู ทั้ง ๆ ที่มอบให้ท่านปัญญาแล้วก็ยังได้ไปดู อย่างนั้นแหละ แล้วไปมันรุม ไม่ทราบมันรุมหาอะไร ท่านอยู่ของท่านเราไปของท่าน เราอยู่ของเราก็อยู่สบาย แล้วรุมเข้ามารุมหาอะไร สร้างความดีอยู่ที่จิตใจ เห็นท่านระลึกถึงธรรมเข้าในใจเจ้าของก็เป็นมงคลแล้ว จำเป็นอะไรจะต้องวิ่งไปรุมอย่างนั้น มันอะไรก็ไม่รู้นะ รุม ๆ อยู่อย่างนั้น

นั่นมาแล้วรถคันนี้ไปแล้ว หนองแสง ยังไม่ถึง ๙ โมงเช้า หนองแสงนี้เราก็ช่วย ช่วยหมดแหละ หนองแสงอยู่ใกล้ ๆ เขามาที่นี่มาเอาเรื่อย ๆ ของจัดให้สมบูรณ์แบบเสมอกันหมด เราสงสารจะว่ายังไง เมื่อวานนี้ก็เอาไปเต็มรถเลย ถ้าเราไปเองก็ได้ของพิเศษ พวกอาหารสดเช่นไก่อย่างนี้ เมื่อวานนี้ไปเอาตามทางไปหนองคาย พวกไก่หันไก่หมุนเอาหมดเลยนะ ดูเหมือนได้ ๗๒-๗๓ ตัว ได้เท่านั้นหมด แล้วกล้วยเป็นห่อ ๔ ห่อใหญ่ ถ้าเราไปก็ได้พิเศษ ถ้าเขามาอย่างนี้ไม่ได้นะ อาหารสดก็ไม่ได้กล้วยก็ไม่ได้ ได้แต่ของแห้งอยู่ข้างใน อย่างนั้นทุกแห่งทุกหนไป เราสงสาร เหล่านี้ถ้าพอถูไถได้อยู่แล้วจะไม่มา ยิ่งไกล ๆ เช่นอุบลฯ จำเป็นจริง ๆ เห็นจะช่วยตัวเองไม่ไหวแล้วต้องอาศัยผู้อื่นก็มา จากอุบลฯ มานี้ใกล้เมื่อไร อุบลฯ โคราช ชัยภูมิ ไม่ใช่ใกล้ ๆ นะ อุตรดิตถ์เราก็ให้พิเศษทั้งนั้นเลย เต็มรถ ๆๆ

สำหรับค่าน้ำมันนั้น คือรถคันไหนมาก็ตาม เราจะเติมน้ำมันให้เต็มรถเต็มถังทุกคัน ๆ เป็นประจำอย่างนั้นตลอดมา ด้วยความเมตตาสงสารนั่นแหละ เขามาจะมาถือว่าเขามารบกวนเรา เราไม่เป็นอย่างนั้นนะ เราเห็นใจเขาอุตส่าห์พยายามมา ใกล้ไกลขนาดไหน ถามแล้วมาจากไหน มาไกล ๆ เช่นอย่างอุบลฯ หากว่าพอช่วยเหลือตัวเอง ตะเกียกตะกายได้แล้วจะไม่มา นี่เห็นว่าจำเป็น ลำพังตัวเองช่วยตัวเองจะไม่ไหว ต้องขอพึ่งคนอื่นเขาก็ต้องมา มาก็ให้ ๆ เลย

         เมื่อวานนี้คงจะได้ไปดูละ โรงพยาบาล ทีแรกก็พวกโรงเรียนเสียก่อนขอมา เราก็พักไว้ก่อน ทีนี้ขอมาอีก เลยไปตกค้างกันอยู่ที่ว่าเราจะไปดูเสียก่อนโรงพยาบาลเป็นยังไง ตอนว่างเราจะไปดู ควรช่วยเหลืออะไร ๆ แล้ว ถ้าเราไปเห็นด้วยตาของเราแล้วไม่มีปัญหาอะไรแหละ ไปดูได้เลย จะควรช่วยเหลือมากน้อยเราจะพิจารณาของเราเอง แต่เวลานี้ยังให้ไม่ได้เราบอกงั้น จะไปดูเสียก่อน เพราะมาทุกแง่ทุกมุม ไม่ทราบว่าจะช่วยทางไหนต่อทางไหน ไม่ทันนะ เงินมากต่อมาก สมบัติเงินทองที่ได้มามันไม่พอ จะให้ว่าไง ฟังซิว่าบางครั้งติดหนี้ ติดหนี้เขา ถ้ามีเงินจะไปติดหนี้ทำไมใช่ไหม แต่มันไม่มีนั่นเอง แต่ความจำเป็นมันท่วมท้นเข้ามา จึงต้องได้แบ่งทางนู้นบ้างแบ่งทางนี้บ้าง เรื่อยไปอย่างงั้น วันนี้เอาแค่นี้นะไม่พูดมาก เหนื่อยมากแล้ว

         ทองคำเมื่อวานนี้ได้ ๑ บาท ดอลลาร์ได้ ๒๐ ดอลล์ วันนี้ได้ ๕ บาทแล้ว (หลวงตาเจ้าค่ะ เมื่อวานผ้าป่าทั้งวันและวันนี้รวมได้แค่ ๑,๑๐๐ บาทเจ้าค่ะ) เท่าไรช่างมันเถอะ เท่าไรเอาหมดละ

 

ชมการถ่ายทอดพระธรรมเทศนาของหลวงตาทุกวัน ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก