ศาสนาไม่มีอะไรบกพร่อง
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2546 เวลา 8:35 น. ความยาว 29.33 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๖

ศาสนาไม่มีอะไรบกพร่อง

 

         น้ำท่วมเพชรบุรี ท่วมอยู่ที่ไหนออกไม่ได้ เขาโทรมาเมื่อวานตอนเราไปเทศน์ ท่านชิตก็ไปโน้น ท่านชิตอยู่ที่น้ำหนาว ท่านเป็นคนเพชรบุรี แต่เป็นพระวัดนี้ เราเลยสั่งให้ท่านชิตไปจัดการโดยด่วน ของมีจำนวนเท่าไร เอา ทุ่มลงไปเลย บอกว่า เอา ทุ่มเลย ถึงไหนถึงกัน แล้วให้รีบสั่งโดยด่วนเรื่องจัดของนะ กว่าท่านชิตจะไปถึงมันช้า เราว่างั้น ให้รีบด่วนจัดก่อน โถ น้ำท่วมมันของเล่นเมื่อไร ท่านชิตลงไปแล้ว คือให้รีบด่วนไม่ให้ชักช้า ที่ว่าน้ำท่วมเพชรบุรีนี้มันเขตอำเภออะไร (ท่วมทุกอำเภอครับ ทั้งจังหวัดครับ) เราสั่งไปแล้ว ให้ดูความจำเป็นมันทั่วถึงกัน สิ่งของมีเท่าไรๆ ให้ทุ่มไปเลย เราจะตามทีหลัง อันนี้มันรีบด่วนก็ให้ไปก่อนๆ บอกว่าให้ทุ่มเลย เราว่างั้นเลยนะ ถึงไหนถึงกัน ให้ท่านชิตไปดู ถึงกรุงเทพแล้วว่างั้น ถึงไม่ถึงก็ตาม ควรที่จะสั่งล่วงหน้าไปก่อนมันรวดเร็ว เราว่างั้นแล้ว

น้ำท่วมไม่เพียงสิ่งของเสียหาย ดีไม่ดีท่วมคนตายด้วยก็มี ที่ว่าเหล่านี้นะ เราจึงบอกให้รีบด่วน สิ่งของให้ตามจำนวนคนมากน้อย บอกว่าทุ่มเลย เราว่างั้นนะ ฟังแต่ว่าทุ่มเลย เราจะพิจารณาทีหลัง ขอให้เรื่องจำเป็นนั้นเบาลงๆ จนหมดไปก็แล้วกัน แถวนั้นมีกี่อำเภอ (ทั้งตั้งใหม่ทั้งเก่ารวม ๘ อำเภอครับ) ท่วมทั้งนั้นเหรอ (ท่วมทั้งจังหวัดเลยครับ หัวหิน ประจวบ ชุมพร ไปถึงสุราษฎร์ธานี) แต่เราคิดว่าหากไม่จำเป็นมากขึ้น ทางจังหวัดคงจะพิจารณา (ครับทางจังหวัดเขาก็ช่วยส่วนหนึ่ง) นั่นละทางจังหวัดต้องพิจารณาก่อนอื่น ยังไม่ถึงนายกแหละสั่งแล้ว เราว่างั้น ถ้าเราเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดซัดเสร็จแล้วป่านนี้ ยังไม่ไปหาใครละ เอาเลย เพราะฉะนั้นจึงแน่ใจว่าทางจังหวัดจะรีบด่วนช่วยเหลืออยู่แล้วก่อนที่จะถึงนายก เราว่างั้นนะ (นายกโดย ค.ร.ม.อนุมัติล่วงหน้าไปแล้ว ๒๐๐ ล้านครับ) อนุมัติไปทางไหน (ช่วยน้ำท่วม ๑๐ จังหวัดภาคใต้นี่ละครับ ๒๐๐ ล้านเป็นเบื้องต้น) ว่างั้นซิ ๒๐๐ ล้าน

ไฟไหม้ น้ำท่วม นี่มันจำเป็นจริงๆ นะ ทั้งสองอย่างนี้เราเคยเกี่ยวข้องมาตลอดนะ ที่ไหนก็เหมือนกัน ไฟไหม้ก็เหมือนกัน ยกทัพไปเลย น้ำท่วมก็เหมือนกัน จากอุดรไปหนองคายไปทางโน้นก็มี ที่ไหนก็มีน้ำท่วมๆ ไฟไหม้ก็มี เช่นอย่างอำเภอบ้านดุง ยกขบวนไปเลย แล้วพวกอพยพจากลาวมานี้ก็เหมือนกัน นั่นก็ไปหนองคาย ๓ ครั้งนะไม่ใช่เล่นๆ  ไปสำรวจดูคนเรียบร้อยแล้วทีนี้ก็เอาเลยๆ แจก ๓ ครั้ง แจกแต่ละครั้งสองวันสามวันถึงหมด ขนาดนั้น ฟาดรถสิบล้อๆ เป็นแถวเลย จนเขาว่าจะไปรบรากันที่ไหน เห็นขบวนรถพิลึกพิลั่น รบรากับความจนรู้ไหม เราก็ว่างั้น พอเขามองเห็นหน้า เอ้า หลวงตามาอีกแล้ว อย่างนั้นนะ ข้าว พวกเครื่องกระป๋อง คนทางจังหวัดหนองคายเขาร้องโก้กเลย ไปที่ไหนล้มเลย ไปตลาดล้มเลย ไปร้านต่างๆ ล้ม มันไม่พอกับที่เราต้องการ เอาไปไหนนักหนาว่างี้ พอว่าอาจารย์มหาบัว เอ๊อ ทันทีเลย ทีนี้เอาใหญ่เลย

อพยพ โถ คนเป็นหมื่นๆ ไม่ใช่น้อยๆ เพื่อความเสมอภาคกัน แจกให้เสมอกันไปเลยเทียว สำรวจเรียบร้อยแล้ว ผู้ทำหน้าที่แจกก็เอาเต็มเหนี่ยวๆ อันนี้เมื่อมันจำเป็นอยู่ห่างไกล จึงสั่งไปเลย ให้ความสะดวกหมดเลย จำเป็นเท่าไรเอ้าทุ่มลงไปเลย เราจะพิจารณาตามหลัง คือความจำเป็นมันมีจะไปรอไม่ได้ บอกเอาเลย

         ไปกรุงเทพฯ คราวนี้ยุ่งมากทีเดียว เรายุ่งเพื่อชาติบ้านเมือง เราจึงไม่ถือว่าเป็นความยุ่ง มีแต่จำเป็นตรงไหนสอดเข้า ๆ เรื่อยเท่านั้นละ หมุนตัวเป็นเกลียวทีเดียว ไปกรุงเทพฯ นี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ตอนนี้จะต้องรวบรวมทองคำ ดอลลาร์อะไรต่ออะไร ได้เท่าไร ๆ เราเป็นคนดูแล เราเป็นคนสั่งงานทั้งหมด แต่ยังไงก็ตามเราจะให้ได้ ๑ ตันกับ ๓๐ กิโลคราวนี้ เพราะเป็นคราวอันยิ่งใหญ่ของชาติไทยเรา ประกาศลั่นกฐินมหากุศลช่วยชาติทั่วทั้งประเทศมาเป็นเวลาตั้ง ๕-๖ เดือนแล้วมั้ง ดูเหมือนก่อนเข้าพรรษาหรือยังไงไม่รู้แหละ ในพรรษาอย่างน้อยก็สามเดือน นั่น ประกาศใหญ่โตไหมล่ะ

         รู้สึกว่าใหญ่โตพอสมควร เรื่องราวก็มีแทรกกันไป ๆ แต่ก็เดชะนะ เรื่องราวอะไรแทรกเราตบทีเดียวหายเงียบ ๆ เลย ก็เดชะบุญช่วยเหมือนกันนะ เรื่องราวมีอะไรแทรกขึ้นมาในวงมหากุศลจะมาถึงเรานั่นแหละ พอถึงเราปั๊บใส่ปุ๊บไปเลย ก็ค่อยเรียบไปโดยลำดับ ๆ นี่ยังไม่ได้รวมทองคำทั้งหมด กำหนดไว้วันที่ ๓๐ พฤศจิกาจะรวมกัน สุดท้ายตอนนั้น จะมาสุดท้ายตอนนั้น วันที่ ๓๐ พระจะประชุมกันที่ศาลาใหญ่ บรรดากรรมฐานใครมีมากมีน้อยมารวบรวมกัน

         วันที่ ๕ เราก็ลงกรุงเทพฯ เอาทองนี้ปุ๊บปั๊บเข้าเลย ทางนู้นได้ติดต่อไว้แล้วเรื่องทองคำ จะขาดไม่ได้นะเราบอกงั้นเลย ทองคำต้องหามาให้ได้ตามกำหนดนั้นเลย เตรียมพร้อมไว้นะเราว่างั้น กลัวทองคำในโรงมันจะล้มละซิ ล้มตูมลงไปว่าไงละ ต้องสั่งไว้เพื่อไม่ให้เสียการเสียงาน ทางเงินเราก็หนุนเข้าไปโดยลำดับลำดา เวลานี้ก็ไปรออยู่นู้นแล้วคอยจะออก คุณชายปั๋มมาเมื่อวานก็เลยสั่งอย่างเด็ดขาดแล้ว อย่ารอนานนะ ขึ้นลงแค่นี้เป็นไรไป (ราคาทองคำ) เรื่องของเราใหญ่กว่านี้ จะมาเอานี้เป็นอุปสรรคต่อชาติ ชาติจมได้นะเราว่างี้

         ขึ้นให้มันขึ้นไปลงไปซี เราเหนือมันอยู่นี่เราจะเอาเท่านั้น นั่นเหนือมันแล้วนะ จะให้ได้เท่านั้น บอกเลย ให้เตรียมพร้อมเลยคราวนี้ อย่าไปสนใจกับการขึ้นลงของมันยิบ ๆ แย็บ ๆ เท่านั้น มากเกินกว่าชาติของเราซึ่งมีน้ำหนักมากกว่านั้น พอได้แล้วเอาเลย คราวนี้คงจะเอาเลย เพราะเตรียมเงินไปเป็นระยะ ๆ หนุนเข้า ๆ ไปเรื่อย ๆ ที่กำหนดนี้ต้องให้ได้ตามนี้เลย เราที่กำหนดมาเป็นระยะ ๆ ก็ไม่เคยบกพร่อง ได้ทุกที ๆ คราวนี้เป็นคราวยิ่งใหญ่จึงต้องได้เตือนพี่น้องทั้งหลายให้ทราบกันไว้ล่วงหน้า อย่างน้อยต้องให้ได้ทองคำน้ำหนัก ๑ ตันกับ ๓๐ กิโล

         คราวที่แล้วนี้ก็ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาอะไรมากนัก อยู่ ๆ ก็ได้ทองคำตั้ง ๑ ตันกับ ๒๕ กิโล ส่วนดอลลาร์มันเป็นเรื่องบังเอิญ คือดอลลาร์มันขาด ๘ ล้าน ที่นี่เราต้องการจะให้ครบ ๘ ล้านในระยะนี้เสีย ระยะนี้มันจะได้เท่าไร ดูเหมือนได้ ๒ แสนหรือ ๓ แสน เลยตูมตามเอาเดี๋ยวนั้นเลย รวบรวม ขาดเท่าไรบอกมา คือขาด ๘ ล้านเท่าไรให้บอกมา จะให้ครบจำนวน ๘ ล้านในเวลานี้ว่างั้น รวบรวมกันปุบปับ ๆ จึงเป็นกะปริบกะปรอยไป อันใหญ่มันก็ ๔๓๒,๐๐๐ ดอลล์ นับว่าได้มาก คราวนี้เป็นคราวจำเป็นที่จะให้เข้าจุด ๘ ล้าน ก็พอดีครบ ๘ ล้าน

         คราวนี้ยังไม่ได้พูดอะไรนักละเรื่องดอลลาร์นะ คือเราหมุนแต่ทองคำมาก  ยังไงทองคำขาดไปไม่ได้ ส่วนดอลลาร์จะเป็นยังไงค่อยพิจารณากันเราไม่ว่าอะไร ส่วนทองคำขาดไปไม่ได้ ว่างั้นเลย เด็ดทีเดียวคราวนี้ ได้คราวนี้แล้วทีนี้ก็เบาละ เรื่องการงานทั้งหลายที่จะรวบรวมปัจจัยนี้ก็มีน้อยไป ไม่เหมือนงานกฐินช่วยชาติของเราซึ่งเป็นเรื่องใหญ่โตมาก เพราะฉะนั้นผลรายได้จึงให้เหมาะสมกัน จากนั้นมาก็ค่อยลดลงไปๆ ให้ถึงจุด ถ้าถึงเวลาไหนเราก็ไม่ได้ว่า แต่อยู่ในเวลาอันสมควรที่เรากำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว พออันนี้เต็มที่ตามที่เราต้องการนี่แล้วทางนั้นมันก็ค่อยต่ำลงๆ ลดลงๆ แล้วจบ ไม่ตูมตาม คราวนี้ต้องตูมตาม คราวนี้คราวยิ่งใหญ่ต่อชาติของเรา ต้องเอาให้หนัก ให้ตูมตาม ให้ได้อย่างนั้นทีเดียว พอจากนั้นแล้วไม่ตูมตามละ ค่อยเป็นค่อยไปเรื่อย ๆ ไป

         เราที่ประกาศไว้แล้วเวลานี้ก็คือว่า ตัวของเราเองที่จะไปเที่ยวเทศนาว่าการตามโครงการซอกแซกอย่างงั้นไม่ไปแล้วนะ พอสิ้นปีนี้แล้วก็หยุด เราปิดบัญชีการก้าวเดินของเราเพื่อโครงการ แต่ส่วนบัญชีอันนี้ไม่ปิด จนกว่าจะถึงกาลเวลาที่ควรปิดเราก็จะประกาศเองให้ทราบทั่วถึงกัน จะเปิดบัญชีไว้อย่างงั้นเรื่อยๆ มา พอถึงจุดแล้วทีนี้ก็เริ่มปิดบัญชี ถ้าจะเปิดก็เปิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เอาไว้เผื่อที่ว่ามันมีคี่อยู่นั้น ให้มันไหลเข้ามา ซึมเข้ามา เราไม่ได้มีกำหนดกฎเกณฑ์ ให้เท่าไรเราก็เอา ไม่ให้เราก็ไม่ทวงอันนี้ แต่จำนวน ๑๐ ตันนี่ โหย ไม่ได้นะ ทวงหรือไม่ทวงตีกระเป๋าแตกไปเลยจะว่าไง อันนี้เอาใหญ่

         เมื่อวานนี้ก็ได้ทอง ๒ กิโลกว่า เขาเอาลงไปหมดแล้ว เอาลงไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ดูจะได้ทองหลายกิโลอยู่นะ ตั้งแต่ ๑๔ กิโลท่านทุย แล้วแห่งละ ๒ กิโลก็มี ๓ กิโลก็มี เช่นเมื่อวานนี้ก็ ๒ กิโลกว่า อย่างน้อย ๒๐ กิโลขึ้นไป (๓๐ ครับ ถ้ำเจียน้อย ๑๔ กิโล ท่านอาจารย์ทุยท่านฝากไว้ก่อนแล้วที่กรุงเทพฯ ๑๔ กิโล แต่ทองจริง ๆ ประมาณ ๖ กิโลเศษ แต่ถ้ำเจียน้อยนี่ ๑๔ กิโล) มันจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ไอ้เราผู้เป็นหัวหน้าหมุนติ้วอยู่ลึก ๆ นะหมุนติ้ว วนอยู่ลึกๆ น้ำวนอยู่ลึกๆ นะ

         เมื่อวานก็ได้ ๒ กิโล  ๕๙ บาท ๔๓ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๒,๓๘๗ ดอลล์ ทองคำที่ได้แล้วทั้งหมดเวลานี้ ๘,๒๐๑ กิโลครึ่ง ยังขาดอีก ๑,๗๙๘ กิโลจะครบจำนวน ๑๐ ตัน ดอลลาร์ได้แล้วทั้งหมด ๘,๔๘๒, ๔๗๐ ดอลล์ ยังขาดอยู่อีก ๑,๕๑๗,๕๓๐ ดอลล์ จะครบจำนวน ๑๐ ล้าน บอกไว้อย่างงั้นแหละ ดอลลาร์ไม่ค่อยแน่นัก แต่ทองคำนี้ยันตลอด ทองคำได้แล้ว ๘ ตันกว่า คราวนี้มันจะเข้าไป ๙ ตันกว่าแล้วมั้ง คิดว่าอย่างนั้นละ จะก้าวเข้าถึง ๙ ตันกว่าเรามอบคราวนี้แล้ว จากนั้นก็ค่อยไหลลงเรื่อย ๆ จนถึงกำหนด

         เรารู้สึกหนักมากอยู่นะ หนักจริง ๆ คราวนี้หนัก หลายด้านหลายทางรอบมาอยู่ในประเทศไทยเรา เข้ามาหัวอกของเรา จนกระทั่งการบ้านการเมือง การศาสนา เลยมารวมอยู่จุดนี้ทั้งนั้นนะ การบ้านการเมืองท่านทั้งหลายก็ทราบแล้วเป็นยังไง ถ้าไม่อย่างนั้นไม่ได้จมเมืองไทย มันต้องเด็ด ถึงคราวเด็ดต้องเด็ด เด็ดด้วยเหตุด้วยผล ด้วยอรรถด้วยธรรมไม่มีเสียดายอะไรเลยเรา เพราะฉะนั้นถึงได้ออกให้พี่น้องทั้งหลายได้เห็น เวลาออกสนามขึ้นเวทีแล้วจะถอยไม่ได้เลย คอขาดขาดไปเลย เราไม่เหมือนใครบอกแล้วอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรเสียดาย เหตุผลลงจุดไหนแล้วจะลงจุดนั้น ปึ๋ง ๆ เลยเชียว

         นี่ที่ผ่านมาก็แบบเดียวกันนี้ ถ้าว่าทางวงศาสนาก็อย่างที่รู้นั่นแหละ มันก็มานี้จะไปไหน เข้ามาที่นี่แหละ วันพรุ่งนี้ก็จะให้พระไปประชุมเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ.รอแบอะไร พ.ร.บ.สงฆ์ ฟังแล้วมันฟังไม่ได้นะ ก็เรียนหลักธรรมหลักวินัยมาด้วยกัน อะไรออกมามันเข้าไปตีแต่ศาสนา มันไม่ได้เข้าไปส่งเสริมศาสนา เมื่อเป็นเช่นนั้นไม่ต้านทานกันได้ยังไง หลักเกณฑ์ความถูกต้องดีงามมีอยู่เอามาทำลายหาอะไร นี่ละมันข้ามกันตรงนี้ ต้านทานกันตรงนี้เอง เพราะหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องดีงามเห็นอยู่ทุกคน หลักธรรมหลักวินัยเรียนมาทุกคน อะไรที่แฉลบเข้ามาเพื่อการทำลายหลักใหญ่ที่ถูกต้องดีงามจากพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว มากน้อยมันก็รู้กันๆ จึงว่า เอ๊ มันตั้งอะไรขึ้นมาหาแต่เรื่องทำลาย หาเรื่องส่งเสริมศาสนามันไม่มี เราอยากว่าอย่างนั้นละ ก็มันอ่านดูเห็นอยู่นี่นะ กำหนดกฎบัญญัติข้อไหนเป็นข้าศึกต่อธรรมวินัยข้อไหนๆ มันก็รู้กันอยู่ แล้วจะฝืนให้มันเหยียบหัวไปเหรอ เหยียบหัวพระพุทธเจ้าไป

ก็เราเทิดทูนพระพุทธเจ้าอยู่ตลอดเวลา จะปล่อยให้เขามาเหยียบหัวพระพุทธเจ้า ก็เท่ากับเหยียบหัวสัตว์โลกทั้งโลกนั่นเอง นั่น จะยอมได้ยังไง เมื่อสมควรต้านกันมันก็ต้องต้านเต็มเหนี่ยว ผู้รักษามีอยู่ ผู้ปฏิบัติตามมีอยู่ มาทำลายกันหาอะไร เกิดประโยชน์อะไรการทำลายนั้น นอกจากจะเอาชื่อเอาเสียง กิตติศัพท์กิตติคุณของส้วมของถาน ถานมันเหม็นขนาดไหน กิตติคุณมันมีที่ตรงไหน พิจารณาซิ เมื่อเป็นอย่างนั้นมันก็กระเทือนกันละ กระเทือนกับของที่ถูกต้องดีงามอยู่แล้ว เราไม่อยากให้อะไรเข้ามากระเทือน ความถูกต้องดีงามก็คือ ปฏิบัติตามหลักธรรมหลักวินัย พระพุทธเจ้า สาวกทั้งหลาย พากันปฏิบัติมานานแสนนานแล้ว มีแต่ความสงบร่มเย็นแก่โลกตลอดทั่วถึงกัน เวลามาตั้งข้อนั้นข้อนี้เข้าไป มีแต่เสี้ยนแต่หนามเข้าไปเผาๆ ทำลายศาสนา มันก็เกิดยุ่งเหยิงวุ่นวาย ผู้ไม่เข้าใจหลักเหตุผลกลไกอะไรก็โลเลกัน ความโลเลมันก็เถียงกัน ทะเลาะกัน นั่นเรื่องราวมันเป็นอย่างนั้น

เราไม่เอาอะไรมากนักละ เอาตรงนี้ ตรงที่ทองคำเรา พยายามเอาเข้าสู่คลังหลวงให้ได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้นี้ เราจะเป็นที่พอใจตลอดไปเลย พี่น้องทั้งหลายก็จะมีความอบอุ่นเย็นใจ แน่นหนามั่นคงจากสมบัติที่เข้าหนุนชาติไทยของเรา ชื่อเสียงของเรา ศักดิ์ศรีดีงามทุกอย่างก็จะขึ้นพร้อมๆ กันเลยกับสมบัติที่เราได้เข้าสู่คลังหลวงตามความมุ่งหมายของเราแล้วนะ จะเป็นอย่างนั้นไม่เป็นอย่างอื่น นี่พิจารณาเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเราถึงได้บึกได้บึนต่อจุดนี้เพื่อชาติไทยเรา

ศักดิ์ศรีดีงามเป็นของสำคัญมากนะ ใครจะอยากได้รับความดูถูกเหยียดหยาม ตั้งแต่หมาไปดุมันมันก็ยังไม่พอใจ เด็กไปดุมันมันร้องไห้แงๆ แล้วคนทั้งประเทศของชาติไทยเราสมบูรณ์แบบ จะมาชี้หน้าด่าทออย่างหาเหตุหาผลนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจึงหาสมบัติที่ต้อนรับกันให้พอเหมาะพอดีของเรา ทีนี้ใครจะว่าอะไรว่ามาเมื่อเราเพียงพอแล้ว กำลังวังชาทุกอย่างก็อบอุ่นแน่นหนามั่นคงเต็มเมืองไทยเราแล้ว เพราะการขวนขวายของพวกเราแล้วใครจะว่าอะไรว่ามา เราไม่ได้สนใจแหละ เวลานี้เราสนใจมากเพื่อต้านทานสิ่งเหล่านี้ เพื่อยกศักดิ์ศรีดีงามแห่งชาติไทยของเราขึ้น จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้พร้อมหน้าพร้อมตากันอุตส่าห์พยายาม

ทุกสิ่งทุกอย่างเวลานี้ก็ดีขึ้น ทางบ้านเมืองก็ดีขึ้นเป็นลำดับ ทางศาสนาก็กำลังยุ่งกันอยู่เวลานี้ ไม่ทราบว่ายุ่งเพื่อเลวลงไปหรือเพื่อดีขึ้นเราก็ทราบไม่ได้ ความดีนั้นดีอยู่แล้ว ศาสนาไม่มีอะไรบกพร่อง เราหาที่ต้องติไม่ได้เลย ที่ต้องติอยู่เวลานี้ก็คือ เรื่องยุ่งเหยิงวุ่นวายที่จะมาทำลายสิ่งแน่นหนามั่นคงดีงามทั้งหลายของพระพุทธเจ้าเรา ให้สึกหรอหรือเลวร้ายหรือเสียหายไปเท่านั้น ได้เกิดเรื่องเกิดราวอยู่เวลานี้ อันนี้มันยุ่งทั้งสอง ชาติบ้านเมืองก็ยุ่ง ศาสนาก็ยุ่ง เพราะพวกนักยุ่งนั่นแหละมันอยู่สงบไม่ได้ มันหาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาตบมาต่อยมาทุบมาตีมาถีบมายันอยู่อย่างนั้น ต้องพยายามปกป้องรักษาอยู่ ไม่เช่นนั้นพังได้เลย

พุทธศาสนาของเราถ้ามีผู้นำเอาไปปฏิบัติ ไม่ว่ากว้างว่าแคบจะมีความสงบร่มเย็นทั่วหน้ากันเราไม่สงสัยอะไรเลย เพราะศาสนานี้เป็นน้ำดับไฟล้วน ๆ ไปมากไปน้อยชุ่มเย็นไปตลอด ขอให้มี วันหนึ่งให้ระลึกถึงอรรถถึงธรรมบ้าง อย่าปล่อยตัวไปตามกิเลสตัณหา มีแต่ฟืนแต่ไฟเข้ามาเผาหัวใจ เวลาไม่มีงานอะไรมานั่งเฉยๆ ก็นั่งคิดนั่งปรุงเรื่องฟืนเรื่องไฟอยู่ตลอด ภายในหัวใจไม่ได้สงบนะ มันสงบแต่สิ่งภายนอก กิริยาท่าทางสงบ แต่ใจมันไม่สงบนะมันหมุนของมันอยู่ตลอดเวลาเรื่องฟืนเรื่องไฟ ก็เพราะอำนาจของกิเลสนั่นแหละ ถ้าเรื่องของธรรมมีแต่ความร่มเย็น หมุนไปเท่าไรร่มเย็นไปเรื่อย ๆ

ธรรมกับกิเลสต่างกันนะ ธรรมหมุนไปมากเท่าไรยิ่งเบิกยิ่งกว้างออกไป ทางเพื่อความดับทุกข์ทั้งหลายยิ่งเบิกกว้างออก ๆ นี่ธรรมหมุนเป็นอย่างนั้น ถ้ากิเลสหมุน หมุนเท่าไรยิ่งเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ไปเรื่อย ๆ จนเป็นเถ้าเป็นถ่านได้ ให้พากันจำเอาตรงนี้นะ ให้อุตส่าห์พยายามรักษาจิตใจของเราบ้างนะ ศาสนาเป็นศาสนาที่รักษาจิตใจโดยแท้ เพราะจิตใจเป็นมหาเหตุอยู่ที่ใจ เมื่อระงับดับเหตุเลวร้ายทั้งหลายที่เกิดอยู่ใจด้วยธรรมแล้วจะค่อยสงบร่มเย็นตาม ๆ กันไปคนเรา ให้จำเอานะ วันนี้พูดเพียงเท่านั้น เหนื่อยมาก ไม่พูดอะไรมากนักละ พอสมควร

เมื่อวานซืนก็ไปหนองคาย เอาของไปทำบุญเกี่ยวกับท่านเจ้าคุณธรรมไตรโลกาจารย์ของเรา ไปตอนบ่าย กะว่าจะไม่มีผู้มีคน ไปตอนพอดีบ่ายโมงถึง กะว่าไปเวลาว่าง ๆ ไปที่ไหนได้ โอ๊ย.เต็มอยู่นั้น กำลังสวดอะไรอึกทึก เราเอาของไปทำบุญ เราเอาของไปทำบุญ ๒ หนแล้ว เมื่อวานซืนนี้หนหนึ่ง เรากับท่านเจ้าคุณธรรมไตรโลกาจารย์คุ้นกันมาตั้งแต่ท่านเป็นมหาเปรียญยังหนุ่ม ๆ อายุดูเหมือน ๖-๗ พรรษา เราก็บวชใหม่ คุ้นกันมาตั้งแต่โน้นจนกระทั่งบัดนี้ คุ้นไม่ใช่คุ้นธรรมดา คุ้นสนิทสนมเอาจริง ๆ ท่านเป็นพระดี หาถือเนื้อถือตัวไม่ได้ แต่เรื่องความรื่นเริงบันเทิงมันไม่ใช่คนตายพระตายมันก็รื่นเริงได้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ มันก็มีเป็นธรรมดา แต่ไม่ได้รื่นเริงนอกเหนือธรรมวินัยไปจะเป็นอะไรไปวะ แน่ะ นิสัยท่านไม่ถือเนื้อถือตัวเข้าได้หมด กับเรา โอ๊ย.สนิทมากจริง ๆ

เรายังไม่ลืมตั้งแต่เผาศพท่านอาจารย์พรหมมี ที่วัดโนนนิเวศน์ ตั้งแต่โน้นพวกผู้คนก็มีเคารพนับถือมากเหมือนกัน แต่ไม่ได้มากเหมือนทุกวันนี้ ถึงขนาดนั้นท่านยังพูด นี่ก็คือพูดหยอกเล่นนั่นแหละ จะเป็นอะไรไป ท่านกำลังเริ่มฉันจังหันอยู่ เรากำลังเข้าไปตอนเช้า วันนั้นมีงานอะไรเกี่ยวกับศพนั่นแหละ เราไปพอเห็น โอ้ พระสีวลีมาแล้ว ๆ ขึ้นเลย มันอะไรกันก็ไม่รู้แหละ ก็พระสีวลีมาจะให้ว่ายังไงขึ้นเลย อย่างนั้นละความสนิทกัน ท่านพูดสนุกเฉย ๆ นะ เอาละให้พร

 

ชมการถ่ายทอดสดทั่วโลกทุกวันที่  ได้ที่

www luangta.หรือ com www.luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก