มาขอเราก็เห็นใจ
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2546 เวลา 8:35 น. ความยาว 45.09 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๖

มาขอเราก็เห็นใจ

 

         (โรงพยาบาลแวงน้อย มาขอรถพยาบาล) นี่เราข้ามไปท่าขี้เหล็กนี้ก็ หมอทางนู้นก็มาขอเครื่องมือแพทย์ห้อง ไอ ซี ยู เครื่องหนึ่งสองแสน อีกเครื่องหนึ่งแปดแสน รวมแล้วเป็นล้านสองแสน เรารับให้แล้ว จะให้ทางนี้สั่งทางเมืองไทยเราไปให้ อย่างนั้นแหละโลกอยู่ที่ไหน โลกที่ไหนสมบูรณ์เอามาอวดธรรมบ้างซิ ถ้าว่าธรรมของพระพุทธเจ้าสอนโลกผิดไป ที่ไหนที่มีความสมบูรณ์พูนผลตามความดิ้นบ้าของกิเลส กิเลสหลอกคนให้จมๆ พระพุทธเจ้าประกาศเท่าไรมันก็ไม่ยอมฟังเสียง และใครจะมีความสุขยิ่งกว่าศาสดาองค์เอกล่ะ และใครจะมีความทุกข์ยิ่งกว่าคนเก่งกว่าศาสดาองค์เอก ต่อสู้กับพระพุทธเจ้า พวกนี้พวกกองทุกข์

         อันนี้พักไว้ก่อนนะ เรากำลังหนักมาก วันนี้จะโอนเงินไปเพิ่มอีก ที่จ่ายทางนู้นก็น้ำท่วม คือน้ำท่วมเพชรบุรี ตอนไปก็จ่ายทางนู้นสามล้านกว่า ที่ยังขาดเหลือเท่าไรวันนี้ก็พูดกันเสียเดี๋ยวนี้ก็จะได้โอนไปอีก ดูเหมือนอันนี้ก็สี่ล้านกว่า คือจ่ายไปแล้วสามล้านกว่า วันนี้ก็จะโอน โอนวันนี้ละตอนเช้า รวมสองบัญชี โอนให้สองเจ้าวันนี้ ดูเหมือนเป็นร่วมห้าล้าน วันที่สองละมั้งที่เราไปเทศน์ท่าบ่อ ทางนี้โทรตามเราเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมเพชรบุรี เราก็ตอบโดยด่วนเลยให้ขนของไปช่วยตามความจำเป็นอย่างรีบด่วน เราก็บอก เท่าไรเราพิจารณาเอง เอ้าทุ่มลงไปเลยในจุดจำเป็น โทรไปทางนู้น ตอบรับกับทางนู้นที่เขาบอกมา

         เราก็บอกถึงขั้นเอ้าทุ่มลงเลย ฟังซิทุ่มลงเลย ดูว่าวันที่สองวันไปเทศน์ท่าบ่อ พอกลับมาจากกรุงเทพก็จ่ายตามที่ตกลงเรียบร้อยๆ เขาบอกมาอย่างแจ้งชัดเท่าไรก็จ่ายตามนั้น ๆ จ่ายคราวไปกรุงเทพฯ นี้สามล้านกว่า นี่กำลังจะตามหลังไปอีก คราวนี้จะเรียบร้อย เพราะน้ำท่วมก็หยุดไปแล้วนี่นะ ของที่เอาไปตั้งแต่น้ำท่วมมีเท่าไร ๆ บอกกันตะกี้นี้ โอนไปวันนี้ ทางเพชรบุรีน้ำท่วม ที่ไหนก็ตามถ้าลงว่าจำเป็นมันเหมือนกันหมด ถ้าว่าน้ำท่วมนี้ท่วมที่ไหนมันก็เหมือนกันหมด มันไม่ค่อยกลัวตั้งแต่ปลาแหละน้ำท่วม ปลามันไม่ค่อยกลัว คนมาจากไหนก็มาเถอะน่ะกลัวทั้งนั้น กลัวน้ำท่วม

         ความจำเป็นมันมีอยู่ทั่วไป ดังที่ว่าไปท่าขี้เหล็ก ทางหมอ โรงพยาบาลท่าขี้เหล็ก ก็วิ่งมาหาเรา มาเล่าเรื่องความจำเป็นให้ฟัง ตกลงเราก็ได้ให้ อย่างงั้นละ ตกลงให้เรียบร้อยแล้ว เอ้าให้ตามนี้ ให้หมอสั่งเลย เราเห็นใจทางโรงพยาบาล เราพูดตามส่วนที่จำเป็น ๆ มาเกี่ยวข้องกับเรานี้ รู้สึกว่าทางโรงพยาบาลจะจำเป็นมากกว่าเพื่อน ที่ได้เกี่ยวข้องกับเราตลอด ๆ ๆ นี่รู้สึกว่าจำเป็นมากกว่าเพื่อน จนเรียกว่าต้องให้พัก คือเราหมดกำลัง ต้องพัก คิดดูซิข้ามไปท่าขี้เหล็กเขาก็ยังต้องตามไปขอ เพราะเขารู้แล้วว่าเราเคยช่วยโลกมาอย่างงั้น พอข้ามไปปั๊บเขาก็ตามไปขอ เล่าความจำเป็นให้ฟัง ว่าเป็นยังไง ๆ เครื่องไม้เครื่องมือจำเป็นอะไร ๆ

        เมื่อได้ความกันแล้วก็รับคำตอนนั้นเลย เราก็บอกเขาชัดเจนว่า คือเขาก็บอกเลยว่าเครื่องมือเหล่านี้ทางนี้ไม่มี ไม่มีไม่เป็นไรแหละ เราจะให้ทางนู้นจัดการให้ จนกระทั่งไปติดตั้งหรืออะไรๆ ก็แล้วแต่ หากเกี่ยวกับราชการของเราทางนี้ ทางนี้จะประสานไปเอง ไม่ยากอะไรแหละ เขาขอเราก็ให้เลย เพราะความจำเป็น อยู่ที่ไหนมันจำเป็นด้วยกันหมด นี่ละธรรม ธรรมท่านเป็นอย่างนั้น สพฺเพ สตฺตา ทั่วโลกธาตุเลย เพราะฉะนั้นธรรมพระพุทธเจ้าจึงครอบโลกธาตุ ไม่มีขอบมีเขต..ธรรม เพราะโลกไม่มีขอบมีเขต มีอยู่ทุกแห่งทุกหน สัตว์โลกอยู่ที่ไหนเป็นความทุกข์อยู่ที่นั่น ต้องได้ช่วยเหลือกัน จำเป็นมากน้อยเพียงไรก็ต้องช่วยเหลือกันอย่างนี้

อย่างที่มาขอเราก็เห็นใจ แต่เราก็กำลังหนัก นี่ก็กำลังจะโอนเงินไปทางกรุงเทพเดี๋ยวนี้ อย่างนั้นแล้ว ที่สั่งเมื่อเร็วๆ นี้ก็สองคันหรือสามคัน ยังไม่ได้ถาม คืออันนี้มีอยู่สองอย่าง ควรจ่ายเช็คก็จ่าย ควรจ่ายเงินสดก็จ่าย ถ้าเงินสดพอก็จ่ายเงินสด สำหรับบริษัทกับวัดเราเอาทางไหนก็ได้ เขาก็ตายใจว่างั้นเถอะ เขาตายใจกับเรา เรานี้ตายใจมาตลอดแล้วเรื่องความบริสุทธิ์นะ ดังที่พูดแล้ว บาทหนึ่งไม่เคยแตะ ฟังซิไปหาที่ไหนที่ช่วยโลกขนาดนี้ แล้วจริงอย่างนั้นจริงๆ นะ ใครมาแตะไม่ได้เลย เข้มงวดกวดขันทุกอย่าง ธรรมคือตายใจได้ เราเองก็ตายใจ พระพุทธเจ้าก็ลงพระทัยทุกอย่างสอนสัตว์โลก ไม่ผิด สอนเลย เป็นอย่างนั้น

ถ้าพูดถึงเรื่องความเกี่ยวข้องกันมากๆ ทางโรงพยาบาลแหละมาก เวลานี้ก็สองร้อยกว่าโรง ช่วยตลอด ทุกแห่งทุกหน ใกล้ไกลอย่างนี้แหละ ฝั่งลาวก็มี ฝั่งพม่าก็มี ฝั่งลาวก็เยอะ ไปหลายล้าน สร้างตึกให้สามหลังหรือไง ให้เอกซเรย์ รถแอมบูแลนซ์ ที่เราจำได้ส่วนใหญ่นะ ทางนู้นก็ยังข้ามมาขอเพราะความจำเป็นให้ขอ ถ้าเราจำเป็นที่ควรจะขอทางไหน เราก็ข้ามไปได้เหมือนกันกับเขาข้ามมาใช่ไหม เพราะความจำเป็นมันบีบบังคับให้จำต้องไปตามจุดที่จะมีความหวัง ก็ต้องไปๆ อย่างนั้นแหละ

ไปคราวนี้ก็เทศน์มากเหมือนกัน กัณฑ์สุดท้ายนี้ดูว่าทางโน้นขอมาก็ให้ไปแล้ว ที่เราเทศน์บ้านต้นสน เชียงราย วันที่ ๑๕ หรือไง เทศน์ตามที่ต่างๆ ส่วนมากก็มีตั้งแต่วิทยุออกทั่วจังหวัดๆ ไปทุกจังหวัด ที่ถ่ายทอดสดทั่วประเทศไทยนี้ก็จังหวัดน่าน เวลา ๕ โมงเย็น นอกจากนั้นถ้าไม่ได้ถ่ายทอดสดก็ออกทั่วจังหวัดเลย วิทยุออกเต็มกัณฑ์ๆ ไปเลย ออกทั่วโลกด้วย ออกตามท้องถิ่นด้วย เทศน์นี่ว่าเบาลงเราจะพักเรื่องการเทศนาว่าการ ส่วนการไปที่นั่นที่นี่ดังแต่ก่อน สิ้นปีนี้เราก็หยุดเราบอกแล้ว แม้แต่ไม่สิ้นเราก็ยังต้องคัดต้องเลือกที่ควรจะไปหรือไม่ควรไป พอหยุดอันนั้นแล้ว อันนี้เราจะเลือกเฟ้นหนักเข้าอีกหากว่าจำเป็นที่ควรจะไป ให้เป็นตามอัธยาศัยทั้งนั้นแหละ

เรื่องเทศน์เราว่าจะหยุดนี้ เทศน์ยิ่งหนาแน่นเข้ามาเดี๋ยวนี้ มากกว่าเพื่อนก็คือเทศน์นี่แหละสำคัญนะ หนักมาก ไปแต่ละครั้งๆ ไปเทศน์ทั้งนั้น เทศน์ไม่หยุดไม่ถอย ไม่ทราบว่าของเก่าของใหม่งัดออกมาเรื่อยไม่สนใจ เทศน์ไปเรื่อย ผู้ฟังไม่ทราบว่าเป็นของเก่าของใหม่ เราก็ไม่เคยสนใจกับผู้ฟังด้วย เราผู้เทศน์ก็ไม่สนใจด้วย ไปที่ไหนขึ้นธรรมาสน์แล้วต่อยเลย ลงธรรมาสน์แล้วไปเลยๆ แล้วจะไปที่ไหนอีก (วันที่ ๒๒ ถ้ำพวงเจ้าค่ะ) แน่ะ ถ้ำพวงอีกแล้ว (๒๓ ก็กุดจับ) แน่ะก็อย่างนั้นแล้ว แล้วมีที่ไหนอีกตอนนี้ (ขอนแก่น วันที่ ๒๕) เทศน์ที่ไหนขอนแก่น (เทศน์มหาวิทยาลัยขอนแก่นเจ้าค่ะ)

         อ๋อเทศน์มหาวิทยาลัยเหรอ มหาวิทยาลัยนี่ก็ไม่ทราบกี่ครั้งแล้วนะ (ในอาคาร ๒๕ ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ หลังเทศน์เสร็จแล้วเขานิมนต์หลวงตาพักค้างคืน) เหอ พักค้างที่นู่น แน่ะก็อย่างงั้นแล้ว ก่อนจะไปกรุงเทพฯ มันก็ไม่ได้หยุดเหมือนกัน หมุนติ้ว ๆ  ทีนี้พอลงไปกรุงเทพฯ ทีนี้หมุนใหญ่เลยนะ หมุนทั้งเทศน์เกี่ยวกับทองคำที่จะหมุนเข้าให้พอกับความต้องการ อันนี้หนักมากอยู่ เพราะคราวนี้เราจะให้ได้ทองคำน้ำหนัก ๑ ตันกับ ๓๐ กิโล ไม่ให้เคลื่อนเลย นี่เด็ดออกมาแล้วนะ เพราะคราวที่แล้วนั้นธรรมดา ๆ ก็ได้ตั้ง ๑ ตัน ๒๕ กิโล คราวนี้กฐินของคนทั้งชาติต้องให้ได้เหนือนั้นขึ้นไป ไม่งั้นเสียหน้า ชาติไทยของเรานั่นเองเอาไปให้แต่เสียหน้าเจ้าของเอง

         เพราะฉะนั้นคราวนี้จึงให้ได้ ๑ ตันกับ ๓๐ กิโล คราวที่แล้ว ๑ ตันกับ ๒๕ กิโล คราวนี้ให้สูงกว่ากันไป อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๕ กิโลแหละ นี่กำหนดแล้วตายตัวแล้วนะ ส่วนดอลลาร์จะตามกันไปเท่าไรเราไม่ได้สนใจกับมันนัก เพราะมันเบา ดอลลาร์นี้เบา ทองคำแม้ชิ้นเล็กก็หนัก หนักเหมือนยกก้อนหินกับสำลีแข่งกัน สำลีเอากะละมังมายกขึ้นมันก็ไม่หนัก หนักกะละมังมากกว่าสำลีเสียอีกใช่ไหมล่ะ ทองคำนี่ โถ ไม่ได้ หนักมาก

         มีที่ไหนอีก วันที่ ๒๒-๒๓ แล้ว เอ้าว่ามา ๒๕ ขอนแก่น (๒๗ นากลาง ๒๘ ไปน้ำหนาวเพชรบูรณ์ ๒๙ มานางกลาง หนองบัวลำภูครับ ๓๐ ศาลาหน้าวัดครับ) ที่พระจะมารวมกัน ใครมีอะไร ๆ เช่นทองคำเป็นต้นก็จะรวบรวมมา สำนักกรรมฐานจะมาวันที่ ๓๐ เอาศาลานอก วันที่ ๓๐ และจากนั้น (วันที่ ๖ ธันวาลงกรุงเทพฯ) ลงกรุงเทพฯก็ดาดาษไปตั้งแต่กลางทางนี่นะ ที่จุดไหนบ้างเอ้าว่าซิ (วันไปเดินทางจากวัดป่าบ้านตาด บ่ายสองโมง วัดพระธาตุเจริญธรรม ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี รับทองคำตามอัธยาศัยครับ เวลา ๑๕:๐๐ น. โรงเรียนเทคโนโลยีพาณิชยการสระบุรี อ.เมือง จ.สระบุรี รับผ้าป่าตามอัธยาศัยอีกครับ) วันเดินทางก็สองแห่ง ก็พอดีค่ำกว่าจะไปถึง มีแต่ตามอัธยาศัย ผู้เทศน์เลยจะตาย ไปมันตั้งธรรมาสน์ไว้แล้ว มันบอกว่าตามอัธยาศัย มันหลอกหลวงตาขึ้นธรรมาสน์ ต้มยำกันนั้นแล้ว

         เป็นอย่างนั้นทั้งนั้นจึงว่าหนักมาก แต่สำหรับที่ไปไกล ๆ อย่างนี้ คงจะมี อย่างไปภาคเหนือรู้สึกจะเป็นครั้งสุดท้าย ไปอย่างงั้นอีกไม่ได้แล้ว ถ้าไปก็ไปอย่างนิด ๆ หน่อย ๆ ถ้าจะให้เตลิดไปเป็นอาทิตย์ๆ บอกไม่ไปแหละที่นี่ เหน็ดเหนื่อยมากทีเดียว (สุพรรณบุรีนิมนต์มาครับ วันที่ ๒๐ ธันวาคม เรื่องขอกราบนมัสการรับผ้าป่าช่วยชาติ และแสดงพระธรรมเทศนา นมัสการพระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) ด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน และศิษยานุศิษย์ในจังหวัดสุพรรณบุรีพร้อมใจกันจัดงานบำเพ็ญกุศลให้แก่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และบรรพบุรุษไทย พร้อมทั้งทหารที่เสียสละชีพเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อดำรงรักษาเอกราชชาติไทยจนตราบเท่าทุกวันนี้ และเพื่อเป็นสิริมงคลของประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง

         จึงขอกราบอาราธนานิมนต์พระธรรมวิสุทธิมงคล หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนไปรับผ้าป่าช่วยชาติ และแสดงพระธรรมเทศนา ณ บริเวณโบราณสถานสนามชัย ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ในวันเสาร์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๖ เวลา ๑๖:๐๐ น. เป็นต้นไป จึงขอกราบอาราธนามาด้วยความเคารพอย่างสูง ขอนมัสการด้วยความเคารพ ลงชื่อนายทรงพล …..ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี) นี่คงไม่ได้ค้าง เทศน์จบแล้วคงกลับ (เทศน์แล้วกลับสวนแสงธรรม) สุพรรณไม่ไกลนัก เขตนั้นดูเหมือนไม่เลยสองชั่วโมง ทางนั้นก็ไปเทศน์ไม่รู้กี่ครั้งละสุพรรณมาก เพราะฉะนั้นจึงกำหนดได้ว่าเทศน์จบแล้วเรากลับวัดเราได้เลย มาก็ไม่เลยสองชั่วโมง

         เพราะไปไหนก็มีรถนำ รถนำมันเร็ว อย่างไปภาคเหนือคราวนี้ตลอดสายเลย รถนำถึงวัดมาเลยเชียว ตลอดตั้งแต่ไปเรื่อย จังหวัดไหน ๆ รถนำต่อสายไปเลย เปลี่ยนเป็นวาระตามเขตจังหวัด เขตอำเภอไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงเขตอุดรนี่ รถนำของเราไปอีกสองคันไปรอ ของเราก็มีประจำอยู่แล้ว รถนำติดไปไม่ขาด รถนำเขาก็ดี คราวนี้รถนำตลอดสายเลย นี่มันเร็ว ความหมายนี้ว่าเร็ว อย่างเราไปสุพรรณนี้เราก็มีรถนำ เวลาออกก็บึ่ง ไม่ค่อยรอ มาเมื่อวานนี้ตั้งแต่วัดเจริญธรรม มาถึงที่นี่บ่ายโมงกับ ๓๔ นาที เราวิ่งเป็นเวลา ๔ ชั่วโมง ๔ นาที ไม่หยุดไหนเลย แล้วก็มีรถนำประจำด้วย เพราะฉะนั้นจึงเร็ว

         ถ้าธรรมดาแล้วอย่างน้อยต้อง ๔ ชั่วโมงครึ่งจึงจะมาถึง อันนี้เพียง ๔ ชั่วโมงกับ ๔ นาที เพราะเรามีรถนำ ทางไหนไฟแดง ถ้าไม่มีรถมากนักรถนำเขาก็ขอผ่านไปเลย นอกจากว่าไฟแดงมีรถมาก แล้วชะลอตามจังหวะ อย่างงั้นมันก็ยังต้องเร็วอยู่โดยดี เรามาเสียท่าเมื่อวานนี้ ทางสายนี้เราเคยไปเคยมาแล้ว ระยะทางที่จะมาทางเพชรบูรณ์ มาทางน้ำหนาว แล้วถามไปทางชัยภูมิ เขาก็เอาเส้นทางมาแข่งกันให้เราฟัง ไอ้เราก็งง ไปทั้งสองทางมาแล้วนะงง คิดดู เออ เอาไปทางชัยภูมิ พอออกจากนั้นมา มาเส้นภักดีชุมพลมีแต่ภูเขาขึ้นลง ๆ กูตาย หลีกภูเขานะที่ว่าไปทางนี้ ครั้นไปทางนี้มันก็มีภูเขาอยู่ทางด้านน้ำหนาวที่เราเคยไปมาประจำอยู่แล้ว รู้หมด คดเคี้ยวที่ไหนรู้หมด เพราะเอาของไปส่งพวกด่านนี้เดือนละครั้ง ๆ เป็นประจำ

เลยคิดโง่ตอนไปชัยภูมิ นึกว่าไม่มีภูเขา ที่ไหนได้ออกมาจะไปเข้าเขตภักดีชุมพล ซึ่งเป็นเขตที่เราเคยไปส่งอาหารให้โรงพยาบาลอยู่แล้ว มาก็ขึ้นเขาพอดี โอย ตาย มีแต่ภูเขา หมดท่าเลย มันจนตรอก เอ้าไป สุดท้ายทางนั้นก็ไม่เห็นดีอะไร เลยนั้นมาแล้วก็ดี..ทาง เรื่องทางดีตลอดถ้าไม่มีภูเขานะ ตรงแน่วๆ  อย่างจากชัยภูมิมา ตั้งแต่หนองบัวระเหวโน่นแหละมาน่ะ ทางเรียบมาตลอดถึงชัยภูมิ ออกมัญจาฯ มาขอนแก่น ทางดีทั้งนั้นแหละ รวมแล้ว ๔ ชั่วโมงกับ ๔ นาที เป็นทางนี้ก็พอๆ กัน ทางไหนเราก็เคยไปแล้ว แต่ว่าจำไม่ได้คืออันนี้นะ ไปหมดช่วยชาติคราวนี้ ไปที่ไหนไปหมดซอกแซกซิกแซ็ก เป็นแต่เพียงว่าเราจำสายทางที่เราไปมาไม่ได้เท่านั้นเอง อย่างชัยภูมิเมื่อวานนี้เจ้าของก็ต้มเจ้าของเสียเองมันจำไม่ได้ ก็อย่างนั้นแหละ

สรุปทองคำและดอลลาร์ได้รับจากเดินทางไปทางภาคเหนือ ๗ จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก พิจิตร ลำปาง เชียงใหม่ น่าน เชียงราย และเพชรบูรณ์ รวมทั้งจังหวัดท่าขี้เหล็กประเทศพม่า ตั้งแต่วันที่ ๕ ถึงวันที่ ๑๗ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๖๗ กิโล ๓๒ บาท ๖๖ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๖๐,๔๗๔ ดอลล์ ทองคำและดอลลาร์ที่มอบเข้าคลังหลวงแล้ว ทองคำมอบแล้ว ๗,๗๒๕ กิโล ดอลลาร์มอบแล้ว ๘ ล้าน ๓ แสนดอลล์ ทองคำและดอลลาร์ที่ได้รับเพิ่มหลังมอบแล้ว เวลานี้ทองคำได้ ๗๔๓ กิโล ๓๒ บาท ๖๖ สตางค์ ขาดอีก ๒๘๗ กิโล จะครบจำนวน ๑,๐๓๐ กิโลที่จะมอบคราวนี้ ดังที่ได้เรียนให้ทราบแล้ว ดอลลาร์ได้ ๒๔๓,๔๗๔ ดอลล์ นี่ก็คงไม่ต่ำกว่า ๓ แสนเวลาเรามอบทองคำ นี่ก็สองแสนกว่าแล้ว ได้เท่าไรก็ไม่ค่อยหนักนัก ทองคำนี่สำคัญ

รวมทองคำทั้งหมดได้ ๘,๔๖๘ กิโล ขาดอยู่อีก ๑,๕๓๒ กิโลจะครบจำนวน ๑๐ ตัน รวมดอลลาร์ทั้งหมดได้ ๘,๕๔๓,๔๗๔ ดอลล์ ขาดอยู่อีก ๑,๔๕๖,๕๒๖ ดอลล์ จะครบจำนวน ๑๐ ล้านดอลล์ คือ ๑๐ ล้านดอลล์กับ ๑๐ ตันนี่ตายตัวเลย เราจะให้ได้ตามนี้เลย ส่วนดอลลาร์เราก็แน่ใจแล้วว่ายังไงมันต้องได้ ๑๐ ล้าน เพราะฉะนั้นเราถึงไม่ค่อยจะพิถีพิถันกับมันอะไรนัก ยันกันอยู่แต่ทองคำแหละ หายใจเข้าหายใจออกอยู่ตรงนั้นแหละ มีนายประตูปิดเปิดรออยู่จังหวะของทองคำ ที่ได้ไปเมื่อวานนี้ก็เข้าโรงหลอมเรียบร้อยแล้ว โทรติดตามนะ เมื่อวานนี้ก็โทรติดตาม เข้าโรงหลอมเรียบร้อยแล้ว ได้ ๖๗ กิโล ต่อไปเราก็จะขยับเข้าเรื่อย ตอนสำคัญก็คือตอนเราลงกรุงเทพนี่แหละ ตอนนี้จะหมุนทองคำมากทีเดียว ให้ได้ เราหมุนนั้นแล้วเราก็จะมอบเดือนนั้นด้วย ปลายเดือนธันวา ตอนที่เราลงไปกรุงเทพจะมอบตอนนี้ด้วย ดูเหมือนจะตอนปลายเดือน นอกนั้นวันนั้นวันนี้ไม่ว่างๆ เราไม่ว่า เพราะยังไม่ใช่กำหนดที่สำคัญของเราคือการมอบทองคำ

การมอบทองคำเอาตอนปลายเดือน อันนี้สำคัญมาก จึงกำหนดเอาจวนสิ้นเดือนธันวาไปมอบ ถ้ามอบคราวนี้แล้วมันก็ยังไม่ถึงตันแหละ ทีนี้รายได้ของเราถือเป็นประมาณหลังจาก ๑,๐๓๐ กิโลที่มอบผ่านไปเรียบร้อยแล้ว อันนี้เราก็จะเข้ามอบเป็นระยะๆ ตามรายได้ที่มีมากน้อยไม่กำหนดกฎเกณฑ์ ที่กำหนดก็คือว่าต้องให้ได้ ๑๐ ตัน อยู่โน้น ไม่ได้กำหนดเดือนวันเวลาอะไร เรากำหนดไว้อย่างนั้นๆ ให้ตายตัวๆ เลย ต้องมีหนักมีเบา มีอ่อนมีแข็ง มีเด็ดมีขาด การดำเนินงานทุกอย่างๆ ต้องมี ควรอ่อนๆ ควรแข็งๆ ควรเด็ดต้องเด็ด

เวลานี้เราจะเด็ดใส่ทองคำเรา เพื่อคนทั้งชาติที่เขาจ้องมองจะดูถูกเหยียดหยามเรามากกว่าที่เขาจะชมเชยเรา เพราะฉะนั้นเราจึงเอาหมัดนี้เด็ดไว้จะตีหน้าผากมัน เวลามันมาดูถูกเหยียดหยามเรา ใส่ปั๊วะเลย เราเตรียมไว้แล้ว ๑๐ ตัน ทองคำใช่ไหมล่ะ เอาตรงนี้ละ เอาหมัดหนักๆ ใส่มันเลย เราถึงได้อุตส่าห์พยายามเพื่อพี่น้องทั้งหลาย ชื่อเสียงมีอยู่กับทุกคนเป็นความงาม โลกเขามีศักดิ์ศรีดีงาม มีขอบมีเขตมีเนื้อมีหนัง มีหลักมีเกณฑ์ ประเทศไทยเราก็เป็นประเทศของคน เราก็คน นั่นซีที่มันรับกัน เข้าใจไหม เราต้องยกระดับของเราขึ้นให้ได้เหมาะสม

พอจากนี้แล้วหลวงตาก็ปล่อยละที่นี่ ไม่เอาไหนละ ปล่อยเลยพอเสร็จเรียบร้อยนี่แล้ว ที่จำกัดไว้จริงๆ ขาดไม่ได้คือทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันและดอลลาร์ ๑๐ ล้าน ในการช่วยชาติคราวนี้จะขาดไปไม่ได้ว่างั้นเลย เป็นเครื่องหมายแห่งการช่วยชาติของเรา และจะเป็นประวัติศาสตร์อันงดงามต่อไป ถ้าต่ำกว่านั้นไม่งามนะ เราคิดหมดทุกแง่ทุกมุมก่อนที่จะนำมาประกาศพี่น้องทั้งหลาย คราวนี้จึงเอาตรงนี้แหละ แต่เราก็แน่ใจ เวลานี้เราแน่ใจอยู่แล้วว่าจะได้แน่ๆ จากน้ำใจของพี่น้องชาวไทยที่รักชาติ และความเสียสละด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน ได้มาเป็นลำดับๆ เวลานี้ก็จะก้าวเข้า ๙ ตันแล้ว จวนแล้ว ตั้งแต่ก่อนมีที่ไหน บาทหนึ่งน้ำหนักของทองคำก็ยังไม่เคยมี ดอลลาร์ก็ไม่มีใครเอาเข้าคลังหลวง มีแต่จะมาโกยเอาคลังหลวงออกไป เห็นไหมล่ะ นี่เราเอาเข้าคลังหลวง เวลานี้ก็ได้ตั้ง ๘ ตัน รอจะเป็น ๙ ตันอยู่ในปลายเดือนนี้เท่านั้น จะหนักขึ้นเรื่อยๆ พอจากนั้นแล้วเราก็ปล่อยละ ปล่อยไปตามบุญตามกรรมของโลกของธรรมไปละที่นี่ สะดวกสบาย

โรงพยาบาลอะไรที่พูดบรรยายไปให้ฟังนั้นก็ให้พักไว้เสียก่อน กำลังหนัก หนักมากทีเดียวเวลานี้ วันนี้จะโอนเงินไป ๔ ล้านลงไปตามความจำเป็น แน่ะ อย่างนั้นแหละ แล้วพวกเครื่องมือแพทย์ที่ตกมาถึงๆ ยังไม่ได้คลี่คลายดูพวกบิล ต้องพักไว้วันสองวันเสียก่อน พระท่านจะเอามาให้เราดู เสร็จแล้วก็สั่งจ่ายเช็คๆ เรื่อยอย่างนั้นแหละ นี่ละการจ่ายเงิน จึงไม่มีอะไรเหลือติดตัว พักไว้เสียก่อนนะ เราเคยอาศัยกันอยู่แล้ว เมื่อพอได้อาศัยกันเมื่อไรมันก็ถึงกันเองนะ เวลาเบาก็เบา เวลาหยุดก็หยุด เวลาก้าวเดินก็ก้าวเดินตามจังหวะของมัน

หลวงตานี้ช่วยทั่วโลก คิดดูซิอย่างไปท่าขี้เหล็ก ฟาดไปเสียล้านสอง ก็อย่างนั้นแล้ว ไปที่ไหนเป็นอย่างนั้นทั้งนั้นแหละ ที่ไหนควรผ่อนให้ผ่อนไว้เสียก่อน พักไว้ก่อนผ่อนไว้ก่อน พอได้จังหวะแล้วก็ถอยกลับมาดึงกันไปเรื่อยๆ แล้วที่หนักตรงไหนก็พักไว้ก่อนๆ พอเบาแล้วก็มาดึงกันขึ้นๆ เรื่อย เป็นอย่างนั้นตลอดมานะ กรุณาลูกหลานทั้งหลายทราบตามนี้นะ วันนี้ก็เป็นอันเทศน์ไปเรียบร้อยแล้ว เทศน์ไปพอสมควรแล้ว มีแต่เรื่องราวมากมาย ที่จะพูดเป็นอรรถเป็นธรรมเป็นแถวเป็นแนวไปมันก็ไม่ได้อย่างนี้แหละ มีสับปนกันยุ่ง พูดธรรมะก็เลยไม่ได้เรื่อง

 

ชมการถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก