อยากให้มีธรรมในใจ
วันที่ 6 ธันวาคม 2546 เวลา 8:40 น. ความยาว 32.09 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖

อยากให้มีธรรมในใจ

 

ก่อนจังหัน

         พระอยู่ในวัดนี้จำนวนมากไม่น้อยนะ อย่าลืมตัวนะพระในวัดนี้ เราไม่เคยหละหลวมนะการภาคปฏิบัติทางด้านจิตตภาวนา อย่ามาเหลวๆ ไหลๆ ให้เห็น ยิ่งเวลาหัวหน้าไม่อยู่มันจะเป็นยังไงต่อยังไงไม่ทราบนะ อย่ามาเพ่นๆ พ่านๆ ตามแถว(ศาลา) นี้ หน้าที่การงานมีทางด้านจิตตภาวนาในขอบเขตที่ประกอบความพากเพียรให้อยู่นั้น อย่ามายุ่งเหยิง แล้วอย่าไปสอดรู้สิ่งนั้น สอดรู้เรื่องนี้ มันเรื่องสกปรกทั้งนั้น ให้สอดรู้ดูกิเลสตัวมันเก่งๆ อยู่ภายในจิตนั่น ตัวนี้ตัวดื้อด้านมากทีเดียว ให้ดูตัวนี้ ธรรมท่านสอนให้ดูตัวนี้ อย่าไปเพ่นๆ พ่านๆ ดูนั้นดูนี้ ซึ่งเป็นเรื่องส้วมเรื่องถานเหมือนกันหมด ให้พากันตั้งอกตั้งใจ

ผมไปไหนมาไหนเป็นห่วงเป็นใยหมู่เพื่อน หลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ทราบว่าได้หน้าได้หลังอะไร เวลานี้มันกลายเป็นส้วมไปหมดแล้วศาสนา เลอะเทอะไปหมด พระไปแบบหนึ่ง โยมไปแบบหนึ่ง เขาไปแบบหนึ่ง เราไปแบบหนึ่ง ต่างคนต่างทำลายศาสนานะเวลานี้ เรายังภูมิใจอยู่เหรอว่าเรามีพุทธศาสนา หัวใจเรามันมีอะไร มันมีแต่มูตรแต่คูถแทนพุทธศาสนา พากันดูเอานะ ถ้ามีสติมีปัญญาจะรู้ๆ จะมีเวลาแก้ไขกันได้ ถอดถอนกันได้ ถ้ามีแต่เพลินกับมันอยู่แล้วฉิบหายนะพระเรา

ยิ่งครูบาอาจารย์ไม่อยู่ ยิ่งมีความเข้มงวดกวดขันทางภาคปฏิบัติ อย่างนั้นถึงถูกต้อง ไอ้เพ่นๆ พ่านๆ อย่าให้ได้เห็นนะ ขวางหูขวางตาพอแล้ว ปรกติก็ขวางอยู่แล้ว แล้วอย่าให้เห็นอย่างนี้อีกนะ เพียงไปมาอะไรมีสติไม่มีสติ จริงจังกับอรรถกับธรรมอย่างไรหรือไม่ภายในใจ ในขณะที่เคลื่อนไหวไปมา เจ้าของไม่รู้นะ กิเลสมันตามขยำไปเรื่อยๆ ไม่รู้ ให้พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติ ทำหน้าที่อะไรให้เป็นหน้าที่ของผู้นั้นๆ เฉพาะอย่างยิ่งการทำข้อวัตรปฏิบัติ ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำตัวพระ และเป็นเครื่องประดับพระให้สวยงามด้วยกิจวัตร ข้อวัตรปฏิบัติ ความพากความเพียรทุกด้านทุกทาง ให้พากันตั้งอกตั้งใจ

มีพุทธศาสนาเท่านั้นที่จะชำระสิ่งสกปรกทั้งหลายนี้ออกได้ นอกนั้นไม่มี เราพูดอย่างยันเลยเทียว ไม่สะทกสะท้านกับโลกใดในสามโลกธาตุนี้ ว่าจะยิ่งกว่าพุทธศาสนา ไม่มี เอา ใครจะเอาไปฆ่า ฆ่าได้เลย ความสัตย์ความจริงที่ฝังต่อพระพุทธเจ้านี้ไม่มีถอน ตายไปด้วยกันเลย ขอให้ทุกๆ ท่านลงใจในพระพุทธเจ้า จะดีวันดีคืนไปโดยลำดับ ทั้งประชาชนพระเณร ถ้าหลงตามกิเลสนี้ก็มีแต่จะจมลงในส้วมในถานตลอดไป มีใครที่ฉุดลากโลกออกไปได้นอกจากธรรมของพระพุทธเจ้าเท่านั้น นอกนั้นมีแต่กิเลสฉุดลากลงๆ จำให้ดีนะ วันนี้พูดเพียงเท่านี้ละ

นี่พอฉันเสร็จแล้วเราก็จะได้ออกเดินทางไปกรุงเทพ เพื่อขวนขวายหาวัตถุเงินทองข้าวของเข้าสู่ลมหายใจของชาติไทยเรา คือคลังหลวง เพื่อจะได้หายใจเต็มปอดทั่วหน้ากัน แล้วศีลธรรมก็เทศนาว่าการไปในเวลาเดียวกัน ขอให้ยึดศีลยึดธรรมไปเตือนใจตนเอง ถ้ามีศีลธรรมภายในใจ เช่น สติธรรม ปัญญาธรรมแล้วกว้างขวางมาก คนเราไม่ลืมตัวง่ายๆ ถ้ามีสติมีปัญญา สติธรรม ปัญญาธรรม ไม่ค่อยลืมตัวได้ง่ายนะ ขอให้พากันตั้งอกตั้งใจ ต่อนี้จะให้พร

หลังจังหัน

         นี่เราจะได้เริ่มลงกรุงเทพ เพื่อทำประโยชน์ขวนขวายหาสมบัติซึ่งเป็นหัวใจของชาติ มามอบไว้ที่คลังหลวงของเรา นั้นคือหัวใจของชาติ รวมอยู่ที่หัวใจของชาติ ใครจึงมาแตะต้องไม่ได้เลย เท่ากับสังหารชาติทั้งประเทศให้จมไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นจึงต้องเข้มแข็ง จุดนี้จุดสำคัญมาก นอกจากนั้นเรายังต้องอุตส่าห์พยายามขวนขวายหามาเพื่อเป็นหลักเป็นเกณฑ์ไว้ จากเรานี้แล้วก็ลูกหลานของเรา ก็จะตามมาด้วยความอบอุ่นจากพ่อจากแม่ ปู่ย่าตายายพาดำเนินและพาขวนขวายหามา ผลก็ทำให้ลูกหลานอบอุ่น เช่นอย่างเรามีสมบัติในคลังหลวงเราเองก็อบอุ่น ต่อไปลูกหลานของเราอยู่ในนี้ก็อบอุ่นในปัจจุบัน ต่อไปก็จะได้รับความอบอุ่นจากมรดกที่ปู่ย่าตายายมอบให้ไว้ ดังที่ท่านมอบไว้มาสักกี่เท่าไร กี่ปีกี่เดือนแล้วมาเป็นคลังหลวง เป็นหัวใจของชาติอยู่นั้น ไม่มีใครเข้าไปแตะต้องเลย หลักใหญ่เป็นอย่างนั้น เพราะเป็นจุดสำคัญที่รักสงวนกันทั้งประเทศ หัวใจของชาติไทยอยู่นั้นหมด

อะไรจะขาดจะเหลือไปบ้างไม่สำคัญ สำคัญที่หัวใจของชาติได้แก่คลังหลวง ต้องมีหลักมีเกณฑ์เอาไว้ เป็นหลักเป็นเกณฑ์เอาไว้ จึงต้องได้รักษากันอย่างเข้มงวดกวดขัน ไม่ให้ใครมาแตะต้องด้วย นอกจากนั้นยังพยายามขวนขวายหามาเพิ่มเติมอีกด้วยมันถึงถูกสำหรับเราครองบ้านครองเมืองด้วยความแน่นหนามั่นคงในชาติของตน ต่างคนต่างรักสงวนชาติ และต่างเสียสละ ที่ควรจะเสียสละเพื่อชาติเสียสละไปเลย นี่เรียกว่าเป็นผู้รักชาติด้วยความพร้อมเพรียงกัน ถ้าต่างคนต่างมีความรักชาติ ความสำนึกในตัวว่าเราเป็นชาติใดแล้ว เรารักสงวนในชาติของเรานั้นๆ อย่างชาติอื่นๆ เขาก็รักสงวนของเขามาก ชาติไทยของเรารักสงวนมาก

นี่ได้อุตส่าห์พยายามขวนขวายหามา เพื่อความมั่นคงแห่งชาติไทยของเรา ไปคราวนี้รู้สึกว่าเป็นความยิ่งใหญ่อยู่นะ การมอบสมบัติเข้าคลังหลวงคราวนี้ ทองคำได้กำหนดตายตัวไว้เรียบร้อยแล้วว่า ให้ได้ ๑ พันกับ ๓๗ กิโลครึ่งดังที่เคยเรียนแล้ว ๓๗ มันคาบลูกคาบดอก มันเลยไปแล้วเลยเอาใส่ปุ๊บเข้าไปเลย เอาเลยให้เลย ๑๐ ตันขวางหน้าอยู่นั้น เราว่างั้น เมื่อหนักทางนี้ทางโน้นก็จะเบาเข้ามา จึงต้องตกลงกับทางโรงหลอมเขาเรียบร้อยแล้วให้ได้อย่างนั้นๆ เวลาจำเป็นที่ควรจะให้เป็นยังไงต้องให้เป็นอย่างนั้น เรียกว่าเด็ดเพื่อหลักเพื่อเกณฑ์เพื่อความดิบความดี เราเด็ดเรา

ทำคุณงามความดีทุกประเภท ถึงคราวเด็ดต้องเด็ด ความชั่วมันเด็ดทุกแห่งทุกหนนั่นแหละ ตั้งแต่หมามันยังกัดกัน ตัวไหนก็ว่าตัวเด็ด เวลาไปเจอรังต่อเห็นแต่แตกฮือเลย เด็ดไม่เข้าท่า กัดกันใส่รังต่อ รังต่ออยู่นั้น กัดเข้าไป อู๊ย รังต่อมันขนาดนี้อยู่นั้น พระก็ไม่เห็น ต่างตัวต่างเด็ด กัดกันใส่รังต่อ รังต่อเป็นผู้พิพากษาโลก พอฟัดทางนี้ฟังเสียงแง็กงักๆ เลยไม่มีตัวใดแพ้ชนะ ร้องทั้งวันนั่นแหละ กินแล้วมันไม่ได้กลับไปบ้านมัน มันรั้วลวดหนาม กินแล้วไปหาหลบหาซ่อนนอนอยู่ตามรั้ว ทีนี้เวลาต่อฟาดหัวมันแล้ว โหย ร้องอยู่ทุกแห่ง ร้องได้ทุกเวลา คือเวลาพิษมันขึ้น อยู่เฉยๆ ร้องแง็กๆ ๆ เราขบขันจะตาย เด็ดแบบนี้เด็ดแบบต่อกัดหมา เพราะหมามันเด็ดไม่เข้าท่า อย่ามาเด็ดอย่างนี้นะ

ให้เด็ดชนะความชั่วของตัวเอง ต้องมีเด็ดบ้าง ฟังแต่ว่าบ้าง ถ้าไม่เด็ดจริงก็ให้เป็นบ้าง ขยับเข้าไปหาขั้นเด็ดจริงก็มี เป็นขั้นๆ เด็ดเอาขาดไปเลยก็มี เพราะกิเลสมีหลายประเภท มันแข็งเราต้องแข็ง มันแข็งเราอ่อนไม่ได้ไม่ทันกัน นี่จึงกล้าพูดได้ทุกอย่างเพราะได้ขึ้นบนเวทีมาแล้ว ทุกอย่างเราก็ไม่เคยได้ศึกษาเล่าเรียนมาจากใคร เหตุผลกลไกมันก็อยู่ระหว่างกิเลสกับธรรมซึ่งเกิดอยู่ในหัวใจดวงเดียวกันฟัดกัน อุบายใดที่จะทันกันก็มาเลยๆ อุบายวิธีการฆ่ากิเลสถ้าเราไปค้นตามตำรับตำราไม่ทัน กิเลสกลืนหมดเลย ต้องปัจจุบันๆ กิเลสเกิดขึ้นจากจิต ธรรมเกิดขึ้นจากจิต กิเลสมีอุบายอย่างไร ธรรมมีอุบายอย่างนั้นแก้กัน ๆ ตก

เด็ดกันๆ ถึงคราวเด็ดต้องเด็ดซิ ไม่งั้นไม่เป็นท่านะ เราอย่าอ่อนแอท้อแท้ ให้มีจังหวะจะโคน มีวรรคมีตอน ควรอ่อน ควรแข็ง ควรเด็ด ให้เป็นอย่างนั้นนะ จะเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ใช้ไม่ได้นะ อะไรๆ ก็เฉื่อยๆ เราเองก็จมได้ คนทั้งชาติจมได้ถ้าต่างคนต่างอ่อนแอ ถึงเวลาเข้มแข็งต้องเข้มแข็ง อย่างเวลานี้เรากำลังเข้มแข็งใส่การช่วยชาติของเรา ต้องเอาให้ได้ตามนั้นเลย ที่กำหนดตายตัวไว้แล้วว่า ๑๐ ตัน ขาดไม่ได้เลยอันนี้ ดอลลาร์ก็ ๑๐ ล้าน อันนี้ก็ขาดไม่ได้ เราก็เด็ดไปเป็นจังหวะๆ ถ้าเด็ดตอนนี้มากตอนนี้ได้ตอนนี้ข้างหน้าก็เบามา แน่ะ ถ้าตอนนี้อ่อนก็ไปหนักข้างหน้า เราควรเด็ดตรงไหนก็เอาเสียก่อนๆ

ไปนี้เราจะไม่ได้อยู่นะตั้งแต่วันไปถึง วันที่ ๗ เรื่อยเลย หมุนอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้ ท่านทั้งหลายได้พิจารณาแล้วยังก็เคยเตือนแล้วนี่ เราหมุนเพื่อใคร หมุนเพื่อพี่น้องทั้งหลายทั้งประเทศ เราไม่ได้หมุนเพื่อเรานะ เราบอกอย่างนี้แหละบอกตรงๆ ถึงขนาดที่พูดในบางครั้ง พูดออกมาได้ตามหลักความจริงที่มันเป็นจริงๆ ไปที่ไหนๆ คนเขาโจมตีกันไปละ ว่าหลวงตาบัวไปที่ไหน ไปหารบกวนบ้านกวนเมืองเขา ครั้นหามาแล้วก็เอาเข้าใส่พุงเจ้าของ พวกปากสกปรก ออกมาจากหัวใจที่สกปรก ใจเป็นส้วมเป็นถาน ปากออกมาก็พ่นของสกปรกออกมา แล้วก็เข้ามาโปะตัวเองนั่นละ

ก็เราทำดีเราจะสกปรกที่ไหน เช่นอย่างเขาว่าเราเอาเข้าพุงตัวเอง เราไม่ได้เอาเข้า แน่ะ มันก็ผิดผู้ว่าละซี ว่ารบกวนบ้านเมือง เราไม่ได้รบกวน เราขวนขวายหาจากบ้านเมืองมาสงเคราะห์ชาติของตัวเองจะเสียไปที่ไหน เราอุตส่าห์พยายามขนาดนั้นทั้งๆ ที่เราไม่ได้ต้องการอะไรเลย เรายังได้อุตส่าห์พยายามด้วยคิดเหตุคิดผลเกี่ยวโยงกันทั้งประเทศ สัตว์โลก นอกไปอีกก็สัตว์โลก พระพุทธเจ้าเมตตา มหาการุณิโก นาโถ หิตาย สพฺพปาณินํ.พระพุทธเจ้าทรงพระเมตตามหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ และทำประโยชน์ให้สัตว์โลกไม่มีประมาณเลย นี่แปลออก นี่ฟังซิพระพุทธเจ้ามีเมตตาหรือใจจืดใจจาง

ใจพระพุทธเจ้าไม่จืด สัตว์โลกทั้งหลายได้รู้บุญรู้บาปรู้ดีรู้ชั่วเพราะพระพุทธเจ้าที่เมตตาสั่งสอนนั้นแหละ จากนั้นก็มอบภาระให้พระสงฆ์ทำงานแทน ท่านก็แนะนำสั่งสอนทั่วดินแดน จนกระทั่งศาสนาตกมาถึงเมืองไทยของเราจากอินเดียมานี้ ล้วนแล้วแต่ท่านผู้มีเมตตากระจายความดีออกมาๆ นี่บรรดาพระสงฆ์สาวก แล้วพระองค์ไหนบ้างเราก็ลืมแล้ว ดูนาน ที่มาทางแดนเรา ได้ศาสนาเข้ามาหาชาติไทยเรานี่ อย่างนี้แหละท่านผู้มีเมตตา ที่ตีบตันอั้นตู้ใจจืดใจจาง เห็นแก่ตัวนั้น มันไม่ทำประโยชน์ให้ใครแหละ ทำประโยชน์ให้ตัวก็มีแต่ฟืนแต่ไฟเผาตัว มันไม่ได้เป็นบุญเป็นคุณอะไรแหละคนประเภทนั้น ผู้ที่ท่านทำคุณท่านทำจริงๆ

นี่ก็พยายาม กะแล้วว่าวันที่ ๒๖ นี้จะมอบทองคำตามจำนวนนี้ หลังจากนั้นเราก็กลับ ขวนขวายอีกให้ถึงจุดนั้น พอได้อันนี้เต็มที่แล้ว จุดข้างหน้าก็คงไม่มากนักตามเหตุการณ์แหละ แต่คงไม่รุนแรงเหมือนคราวนี้ นี้ซึ่งเป็นเรื่องกฐินของชาติต้องเหตุผลให้สมดุลกัน ต้องให้ได้มากๆ คราวนี้ ไม่มากไม่สมเหตุสมผล เพราะฉะนั้นเราจึงดุจึงเด็ด ทุกอย่างเด็ดทีเดียวเพื่อจุดอันสำคัญ ให้เข้ากันได้กับเหตุผล จากนั้นก็ค่อยเบาลงๆ แล้วก็จะยุติละ อย่างช้าบอกเลย ไม่ให้เลย ๔๗ ให้เสร็จสิ้นไปทั้งดอลลาร์ทั้งทองคำ จากนั้นเราก็เลิกราละ เราเหนื่อยมากพอแล้ว ไม่หวาดไม่ไหว ธาตุขันธ์ไม่อำนวย

จิตใจจะเมตตาขนาดไหนก็แสดงออกเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ได้ เพราะธาตุขันธ์ไม่อำนวย เวลาพอเป็นไปนี้จึงตะเกียกตะกาย ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้อุตส่าห์พยายามทุกผู้ทุกคน เวล่ำเวลาควรจะย่นเข้ามาก็ให้ย่นการช่วยชาติของเรา ย่นเข้ามา เช่นสมมุติว่าย่นเสร็จในวันนี้ หลวงตาก็หยุดในวันนี้เลยไม่กวนพี่น้องทั้งหลายนะ กวนที่จะหาสมบัติเข้ามาประดับประดาชาติไทยของเราและพี่น้องทั้งหลายทั่วหน้ากัน เราจะหยุดทันที อยากหยุดอยู่แล้วแต่เหตุผลกลไกไม่อำนวยที่จะหยุด ก็ต้องก้าวเดินต่อไปจนถึงจุดที่หมาย ต่อไปพวกเราตายลูกหลานของเราก็จะได้ครองสมบัติเหล่านี้ เป็นสง่าราศี เป็นความอบอุ่นสืบทอดเราไปที่ขวนขวายหามา

อย่างที่เราอยู่ทุกวันนี้ก็มาจากปู่ย่าตายายที่มอบมรดกไว้ให้พวกเรา เพราะฉะนั้นมรดกอันนี้จึงใครแตะไม่ได้ว่างั้นเลย เพราะเป็นหัวใจของชาติ เป็นมรดกอันล้นค่าของปู่ย่าตายายที่มอบมาให้ลูกหลานไทยทั้งชาติ ให้เก็บสงวนรักษาไว้อย่าให้รั่วไหลแตกซึม หรือถูกทำลายไปด้วยเหตุผลกลไกอะไร ซึ่งชาวไทยที่จะพอต้านทานขัดขวางได้อยู่ต้องเอากัน เหมือนเขารบกัน นี่ก็เหมือนกัน รบกับเหตุร้ายต่างๆ จนถึงขั้นจะเข้าสู่ความจม ก็ต้องเจ้าของทรัพย์แหละรบ คนอื่นไม่รบแหละ ปล่อยให้โจรมารมันกิน มันกินหมดไม่มีอะไรเหลือเลย ต้องเป็นผู้รักษานั่นละที่จะต้องทำงานเอง

นี่ก็เทศน์ไม่ได้หยุดนะ ไปวันนี้ก็จะเข้า ๒ แห่ง รับทองเขา เขานิมนต์ไว้เป็นจุด ๆ แก่งคอยแห่งหนึ่ง แล้วในตัวเมืองสระบุรีหรืออะไร เขตสระบุรี ๒ แห่ง จากนั้นเข้าไปถึงวัดก็คงค่ำ พอตื่นเช้ามาวันที่ ๗ ก็เอาอีกแล้วเรื่อย วันที่ ๘ ก็จำต้องได้ไปฉันที่ปราจีนโน้นก่อน นั่น ก็ฟ้าหญิงนิมนต์มาจะทำยังไง ตกลงก็เลยอนุโลมผ่อนผัน ฉันแล้วกลับมา เกี่ยวกับฟ้าหญิงมี ๒ เทศน์ที่พุทธมณฑล วันที่เท่าไรนะ

โยม วันที่ ๒๓ ค่ะ

หลวงตา เออ นั่นละ วันที่ ๒๓ ที่พุทธมณฑล ตอนบ่าย ๕ โมง ท่านปลูกต้นโพธิพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้ท่านมาปลูกต้นโพธิ์ ท่านเลยนิมนต์เราให้ไปเทศนาว่าการเพื่อเป็นมงคล งานนี้เราก็จำต้องรับวันนั้นบ่าย ๕ โมง จากนั้นก็หมุน ที่เทศน์ใหญ่กว่าเพื่อนก็คือ กทม.ดูว่าจะเป็นจตุจักร จตุจักรนี้หนหนึ่งมาแล้ว เทศน์ กทม.๓ หนแล้ว หนหนึ่งสนามหลวง หนที่ ๒ สวนลุมพินี หนที่ ๓ กทม. หนที่ ๔ นี้ก็น่าจะเป็น กทม.อีก แล้วเทศน์ที่อื่นที่ใดก็มีเยอะนะ แต่เราหมายถึงใจกลางของกรุงสยามเราที่กรุงเทพ ก็คือ กทม.เทศน์คราวนี้มีกัณฑ์ใหญ่สภาแมว แมวเป็นแมวแบบ อ๋าว ๆ อยู่นะ สภาเสือโคร่งด้วยจะว่าไง นี่ก็ ๔ หนแล้ว กทม.นิมนต์เราไปเทศน์ ๔ หน ที่ใหญ่ๆ เทศน์ซ้ำๆ เรื่อยทั้งนั้นละ     โรงพยาบาลต่างๆ ศิริราช ๓ หน จุฬา ๓ หน วชิระฯ ๒ หน รามา ๑ หน มีแต่โรงพยาบาลใหญ่ๆ ทั้งนั้นที่ไปเทศน์ แล้วกระทรวงสาธารณสุขหนหนึ่ง นั่นละที่ปลัดกระทรวงตื่นเต้นตกใจเห็นประชาชนไปมากๆ เพราะบอกว่าไม่เคยคิดเคยคาดว่า จะมีประชาชนมาฟังมากถึงขนาดนี้ ก็เคยนิมนต์พระท่านมาเทศน์อยู่เสมอ เจ้าฟ้าเจ้าคุณนั่นละมาเทศน์ คนก็มาหร็อมแหร็มว่างั้นนะ นี่ก็เลยตายใจนึกว่าเป็นทำนองเดียวก็ไม่ได้จัดที่รับรองอะไรมากนัก เวลาเห็นมานี้ผิดหูผิดตาทีนี้ทำอะไรก็ไม่ทัน รู้สึกเสียใจ นี่ปลัดกระทรวงพูดเอง ที่เราไปเทศน์กระทรวงสาธารณสุข

เราสงเคราะห์โลกเราอยากให้มีธรรมในใจ ถ้ามีแต่สมบัติเงินทองเหลวไหลกันทั้งเพ ถ้าไม่มีธรรมเป็นเครื่องประกัน ธรรมเป็นแกนกลางสำคัญ คุ้มครองรักษาธรรมนำธรรมออกไปทำประโยชน์ คือคุ้มครองรักษาสมบัติ นำสมบัติออกไปทำประโยชน์ตามที่ธรรมท่านเห็นสมควร นี่เรียกว่าธรรมเป็นเจ้าของแล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะดีไป ถ้ากิเลสเป็นเจ้าของได้มาเท่าไรพังทั้งนั้นละ ไม่มีอะไรดีให้จำเอา ถ้ามีธรรมเป็นเจ้าของแล้วดี เราอยู่ในบ้านในเรือนมีธรรมคุ้มครองรักษา คนเรามันจะไม่เตลิดเปิดเปิง ไม่ผาดโผนโจนทะยาน จะไปพอดิบพอดี ถ้ามีธรรมเป็นอย่างนั้น

สำคัญที่สุดคือธรรม สติธรรม ปัญญาธรรมนี่จะออกกระจาย สติพอรู้สึกตัวนี้ ความรู้นี้มันจะซ่านออกไป ความผิดถูกชั่วดีต่างๆ มันจะตามรู้ไปหมด สติตั้งปั๊บ ถ้าสติไม่ตั้งความรู้ไม่จดไม่จ่อ ความรู้จ่อนี้มันกระจาย ถ้าปล่อยลอย ๆ นี้มันก็ไปเรื่อยคิดเรื่อยอย่างนั้น ความรู้อันนี้แหละ ถ้ามีสติเข้าหักห้าม สติเข้าจับปุ๊บอย่างนี้ ความรู้นี้จะอยู่ที่จุด พอเข้าสู่จุดแล้วมันจะกระจายออกไปให้รู้ผิดถูกดีชั่วประการต่าง ๆ แล้วปัญญายิ่งกระจายออกไปอีกมากมาย แต่สำคัญที่สติควรได้พิจารณาเสมอ

ส่วนมากสติกับปัญญามักจะตามๆ กันไปนั่นแหละ ถ้าไม่มีธรรมเลยจะเหลวไหลนะ วัตถุเงินทองข้าวของจะได้มามากน้อยจะไม่มีความหมาย ต้องมีธรรมเข้ารักษาใจ ใจรักษาสมบัติถึงได้ ให้พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติหน้าที่การงาน ทางบ้านทางเรือนอย่าขี้เกียจขี้คร้าน อย่าเห็นแก่ได้แก่กินโดยขี้เกียจทำการทำงาน ให้พากันพยายามสร้างความดีภายในใจ อย่าปล่อยอย่าวาง

ใจนี้แหละตัวสมบุกสมบันมากที่สุดมาประจำตั้งกัปตั้งกัลป์ไม่มีสิ้นสุด เงื่อนต้นเงื่อนปลายแห่งการเกิดตายและความแบกหามทุกข์ไปประจำตัวนี้คือใจ ตัวนี้เป็นผู้แบกหามหนักมากทีเดียวนะ ส่วนที่ได้มาเสียไปๆ ข้างนอกนี้เป็นอีกอย่างหนึ่ง ตัวสมบุกสมบันจริงๆ คือตัวใจ จึงต้องอบรมจิตใจให้ดี จิตใจเมื่ออบรมให้ดีแล้วคุณธรรมก็จะรักษาใจ หน้าที่การงานของเราก็ทำไป แล้วในภพชาติหนึ่งๆ คนมีธรรมในใจ มีบุญมีกุศลไม่จนตรอกจนมุม แน่ไปเลยทีเดียว ผิดกับคนที่สายตาสั้น ๆ เห็นแก่ได้แก่กินแก่หลับแก่นอน ไม่ได้คิดถึงเรื่องความเป็นความตาย การก้าวเดินของจิตใจแล้วผู้นี้เสีย ก้าวเดินคือใจมันไม่หยุดนะ ออกจากอัตภาพนี้แล้วเรียกว่า ออกแล้วเข้าไปเกาะอีกแล้ว ไปแล้วอยู่อย่างนี้เกิดตาย ๆ เหมือนวันนี้วันพรุ่งนี้นั่นละ มีมืดแจ้ง ๆ

ทีนี้เขาสม่ำเสมอความมืดแจ้งของอากาศของดินฟ้าทั้งหลาย แต่ความมืดแจ้งของจิตใจนี้ มันหนักกว่านั้นนะ จิตใจที่มืดคือจิตใจมืดแล้วทำเจ้าของให้สร้างความชั่วช้าลามก แล้วทรมานตัวเองด้วยผลแห่งความชั่วนั้นแหละ ให้ได้ความรับความทุกข์ ความลำบาก ใจที่มีความคิดอ่านไตร่ตรองและมีอรรถมีธรรมภายในตัวแล้ว อยู่ที่ไหนก็มีความโล่ง ความสว่างภายในใจ สุดท้ายเป็นหรือตายก็ไม่สะทกสะท้าน นี่เรียกว่าความดีพอในใจแล้ว ใจอิ่มพอแล้ว ไม่ต้องเดือดร้อนอะไรเลย

เช่น ใจพระพุทธเจ้า ใจพระอรหันต์ ท่านไม่มีสถานที่ เวล่ำเวลาว่าจะปลดจะปล่อยจะล่มจะจมหรือจะฟื้นฟูที่ไหนท่านไม่มี ท่านพอ นั่น ต่างกันอย่างนี้ เวลาสร้างให้พอแล้วก็พออย่างนี้ ถึงไม่พอก็ตาม สมบัติเหล่านี้จะตามสนองเราไปทุกภพทุกชาติ ไปไหนไม่อดอยากขาดแคลน ไปสู่แต่สถานที่ดี ๆ ๆ ทั้งนั้นแหละนะ ให้พากันจำเอานะ วันนี้พูดเพียงเท่านั้นแหละ แล้วต่อไปนี้ก็จะได้ออกเดินทาง

 

 

ชมการถ่ายทอดสดทั่วโลกทุกวัน  ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก