ดอกเตอร์ตัวอย่าง
วันที่ 22 สิงหาคม 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ดอกเตอร์ตัวอย่าง

สรุปทองคำ ดอลลาร์ และกฐิน วันที่ ๒๑ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๖ บาท ดอลลาร์ได้ ๒๐๐ ดอลล์ กฐิน เงินสดได้ ๑ กอง กฐินทองคำ ๘๔,๐๐๐ กองนี้ ทองคำได้แล้ว ๑๐๗ กอง เท่ากับน้ำหนัก ๒๖ บาท ๓ สลึง เงินสดได้แล้ว ๑,๘๔๑ กอง เป็นเงิน ๒,๙๔๕,๖๐๐ บาท อันนี้เป็นเงินสดจะแปรเข้าไปหาทองคำ รวมกฐินทั้งหมดได้ ๑,๙๔๘ กอง ยังขาดอยู่อีก ๘๒,๐๕๒ กอง

ขอบรรดาพี่น้องทั้งหลายกรุณาทราบทั่วหน้ากัน ที่ได้รบกวนพี่น้องทั้งหลายมาตลอดเป็นเวลา ๔-๕ ปีนี้ กรุณาทราบหัวใจหลวงตาด้วยดีนะ หลวงตาเพื่อพี่น้องทั้งหลายทุกคน ๖๒ ล้านคนเป็นอย่างน้อย สำหรับหลวงตาไม่เอาอะไรแล้ว พูดจริง ๆ เต็มเม็ดเต็มหน่วยเราพอทุกสิ่งทุกอย่าง นี้เคยประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วหน้ากันอยู่แล้ว นี่เราเป็นห่วงเป็นใยชาติไทยของเรา ซึ่งกำลังจะจมอยู่เมื่อ ๓-๔ ที่ผ่านมานี้ ถึงขนาดเราร้องโก้ก นี่สะเทือนหัวใจมาก เพราะฉะนั้นจึงติดตามลบล้างกันให้ได้ ว่างั้นเลยนะ ร้องโก้กนี่ขึ้นความเคียดแค้นทีเดียว ถ้าหากว่าเป็นผู้เป็นคนตามฆ่ากันแหลกเลยนะ ถ้าเป็นคู่แค้นกันขนาดนั้นตามฆ่าเลย อันนี้เราก็จะตามฆ่าความจน ความจนเป็นคู่เดือดคู่แค้นของเมืองไทยเรา ๖๒ ล้านคน มีหลวงตาบัวเป็นหัวหน้าที่จะตามต้อนเอาความจนนี้ให้ลงทะเลได้ด้วยทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน

ที่น้ำหนัก ๆ ๑๐ ตันนี้เพื่ออันนี้เอง ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบตามนี้นะ เรียกว่าเคียดแค้น มันจะจมแล้วจะเอาอะไรมาลบให้ดีดดิ้นขึ้นมาได้นอกจากทองคำ เราคิดไปหมดแล้วจึงว่า ถ้าได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันแล้วเราพอใจ ความเคียดความแค้นนั้นจะหายไปทันทีเลย ถ้าหากว่าอันนี้ไม่ได้แล้วความเคียดแค้นนี้ก็จะตายไปด้วยกันกับหลวงตาบัว และเป็นห่วงพี่น้องชาวไทย มิหนำซ้ำยังอาจน้อยใจก็ได้เวลาจะจากพี่น้องทั้งหลายไปนะ น้อยใจยังไง ก็พี่น้องทั้งหลาย ๖๒ ล้านคนเอาทองคำ ๑๐ ตันนี้ขึ้นอุ้มชาติของเรา เพื่อลบล้างสิ่งเลวร้ายทั้งหลายที่จะพาให้เมืองไทยเราจมนี้ก็เอาขึ้นไม่ได้ทำยังไง ตายก็ตายไป แล้วรู้สึกน้อยใจกับบรรดาพี่น้องทั้งหลายด้วยนะ

หากว่าเราตายแบบนี้จะเป็นอย่างนั้น แต่เวลานี้เรากำลังก้าวเดิน เราจึงไม่วิตกวิจารณ์กับสิ่งเหล่านี้กับพี่น้องชาวไทยพอที่จะให้เกิดความน้อยใจ ยังไงต้องได้ ๑๐ ตันนี้ต้องได้ว่างั้นเลย เป็นแต่เพียงว่ารอเวลา เวลานี้เรียนให้พี่น้องทั้งหลายทราบเรื่องราวคาดการณ์ข้างหน้าข้างหลังเสียก่อน เพื่อท่านทั้งหลายจะได้ตั้งอกตั้งใจ หลวงตาก็จะได้เบาใจ ๆ ไปโดยลำดับลำดา ด้วยที่ได้ทองคำ ๑๐ ตัน เวลานี้ก็ได้แล้ว ๕ ตัน ๒๖๑ กิโลครึ่ง ก็ยังขาดอยู่ ๔ ตันกว่า ๔ ตันกว่านี้เอาให้เต็มที่เต็มฐานนะ

จิตของเรามาอยู่จุดนี้เท่านั้น เพื่อจะอุ้มชาติไทยเราลบล้างสิ่งเลวร้ายทั้งหลายที่จะจมเมื่อ ๓-๔ ปีผ่านมานี้ แหมดูอะไรไม่ได้เลย ใบไม้นี่ดูเหมือนมันเหลืองไปหมดเลยนะ เพราะจิตใจมันเหือดมันแห้งมันเสียอกเสียใจ ที่เมืองไทยอยู่ ๆ ก็จะจมกันทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นจึงต้องเอากันอย่างหนักทีเดียว คราวนี้จะฟื้นขึ้นมา เอาทองคำเรานี้กลบความเลวร้ายทั้งหลายที่กำลังจะเหยียบย่ำหัวชาติไทยของเราให้จมลงทะเล ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันนี้ขึ้นสง่างามอยู่ทั่วประเทศไทยของเรา นี่ละถ้าลงได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันนี้สง่างามมาก ทั่วประเทศไทยแล้วยังไม่แล้ว ยังกระจายออกทั่วโลก เขาจะทราบกันหมด เมืองไทยของเราได้ช่วยตัวเองเป็นยังไงบ้าง นี่ละผลแห่งการช่วยตนเองคือทองน้ำหนัก ๑๐ ตัน เราพอใจ

ใครจะมาโจมตีเราก็เคยเรียนให้พี่น้องทั้งหลายทราบแล้วว่า ใครจะมาโจมตีเมืองไทยเราทั้ง ๆ ที่ได้ทองคำตามความมุ่งหมายเข้าสู่คลังหลวง ซึ่งเป็นหัวใจของประชาชนทั้งชาติแล้ว แต่จะมีผู้ใดก็ตามจะมาชี้หน้าด่าทอพี่น้องชาวไทยเราว่าไม่เป็นท่า ทองคำได้ ๑๐ ตันแล้วยังช่วยอะไรไม่เป็นท่า เราจะปัดพี่น้องทั้งหลายไว้ข้างหลังเรา เราจะออกข้างหน้าเลย ออกหน้าทัพ เพราะทองคำ ๑๐ ตันนี้เป็นผู้สั่งการสั่งงานเอง แล้วก็ได้มาตามความมุ่งหมายนั้น แล้วพวกนั้นยังจะมา.. พูดให้มันขบขันสักหน่อย มันจะมาเย่อหยิ่งจองหองต่อเมืองไทยอยู่เหรอ เมืองไทยได้ทองคำมาตั้ง ๑๐ ตัน ว่าเมืองไทยไม่เป็นท่า กำลังจะจมลงทะเล ๆ ลบล้างสิ่งเลวร้ายทั้งหลายไม่ได้

นี่เราก็ลบล้างแล้วด้วยทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน เราจึงบอกโบกมือเลย โคตรพ่อโคตรแม่มึงเคยเอาทองคำมาให้กูสักกิโลเหรอ คนไทยทั้งชาติ ๖๒ ล้านคนนี้ได้ทองคำมาตั้ง ๑๐ ตัน ได้มาแล้วพวกสูน่ะว่างั้นเลย ยังเก่งมาจากไหนมาชี้หน้ากูน่ะ กูน่ะคือหมายความว่าหลวงตาบัวอยู่ข้างหน้าทัพ เข้าใจไหม อย่ามาชี้หน้ากูนะ ถ้ามึงเก่งมึงเอาทองคำมาอวดกูสักหน่อยซี มาชี้หน้ากูอย่างนี้ใช้ไม่ได้พวกนี้ มึงรีบไป ไม่รีบมึงตกทะเล ว่างั้น เข้าใจไหม หัวหน้าคือหลวงตาบัวจะพาฟัดลงทะเล เข้าใจแล้วนะ เราพอใจ

ถ้าลงได้ ๑๐ ตันปัดพี่น้องทั้งหลายไว้เลย เอา ใครจะมาเราจะต้านทานคนเดียว สู้คนเดียวไม่ถอยเลย เพราะ ๑๐ ตันนี้เราเป็นผู้ประกาศเอง แล้วพี่น้องทั้งหลายก็ได้เดินตามนี้จนกระทั่งได้ ๑๐ ตัน แล้วใครจะมาเก่งอีกล่ะ หมายเอาตรงนี้ละนะ เพราะฉะนั้นขอให้ได้กู้ชาติไทยของเราขึ้นมาจากความล่มจมด้วย อย่างน้อยทองคำ ๑๐ ตัน ส่วนดอลลาร์อะไร ๆ เหล่านี้ก็ตามกันไปเราไม่ว่า เอาทองคำเป็นแนวหน้าเลย เราจะพอใจอย่างยิ่ง แล้วชาติไทยของเราจะชุ่มเย็น อย่าเสียดายทองคำน้ำหนัก ๑๐ กว่าตันนี้ เสียดายไปหาอะไร เมืองไทยในคนทั้งชาติ ๖๒ ล้านคนจมมีความหมายอะไร เพราะเสียดายทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน สละไม่ได้มีอย่างเหรอเมืองไทย น้ำหนักทองคำ ๑๐ ตันจะสละเพื่ออุ้มชาติไทยเราขึ้นให้เด่นดวงนี้ทำไม่ได้เหรอ นั่นต้องถามตัวเองทุกคน ๆ แล้วได้ว่างั้นเลยไม่สงสัย

หลวงตาบัวนี่พูดด้วยความมั่นใจกับพี่น้องทั้งหลายว่าต้องได้ แต่ยังไงก็ต้องประกาศให้ทราบทั่วหน้ากันไปโดยลำดับลำดาอย่างนี้ เพราะเวลานี้เรากำลังเดินทาง ต้องเตือนกันเรื่อย ๆ แม้จะถึงจุดหมายแน่ ๆ ก็ต้องเตือนกันไปในระยะเดินทาง นี่ก็เหมือนกันเราก็แน่ใจในทอง ๑๐ ตัน แต่ก็ต้องเตือนพี่น้องทั้งหลาย เพราะเรากำลังเดินทางก้าวเข้าสู่ทองคำ ๑๐ ตัน จำไว้ทั่วหน้ากันนะ ถ้าหากทองคำนี้ได้ ๑๐ ตันแล้วการเทศนาว่าการของหลวงตาที่เป็นสายเกี่ยวโยงกับทองคำอยู่นั้นจะล้มทันทีเลย เพราะเวลานี้อ่อนเต็มที่แล้ว จิตใจของเราหมุนอยู่ที่ทองคำ เกาะอยู่ที่ทองคำ การเทศนาว่าการจึงมีบ้างเป็นบางกาลบางเวลา ไม่ขาดวรรคขาดตอนไปเสียทีเดียว ถ้าขาดเทศนาเสียอย่างเดียว มีแต่ความมุ่งหมายทองคำ ๑๐ ตันมันเข้ากันไม่สนิท เพราะฉะนั้นการแนะนำสั่งสอนคนเป็นสายเกี่ยวโยงกันอยู่นั้น ก็สมชื่อสมนามว่าเรายังเป็นหัวหน้าพี่น้องทั้งหลายอยู่ ความหมายว่างั้นนะ กรุณาทราบตามนี้

นี่ละที่ว่าขออภัยจากพี่น้องทั้งหลาย อย่าได้คิดได้อ่านว่าหลวงตาบัวนี้กวนบ้านกวนเมืองนะ ทองคำ ๑๐ ตันนี้หลวงตาบัวเป็นจุดมุ่งหมายติดแนบอยู่นั้นเลย ถ้าตายก็อย่างพระติสสะตายนั่นแหละไม่เป็นอื่นนะ พระติสสะท่านเป็นห่วงจีวรของท่าน ตัดจีวรเย็บย้อมจีวร ซักฟอกเรียบร้อยแล้วตากไว้ กลางคืนมาเป็นโรคท้อง เลยตายปัจจุบัน ท่านเป็นห่วงจีวรของท่าน เลยไปเล็นติดอยู่จีวร พระพุทธเจ้ารับสั่งเลยทีเดียวบอกว่า จีวรผืนนี้ห้ามไม่ให้ใครแตะต้องเป็นอันขาด แม้แต่ไปจับไปอะไรก็ตาม คลี่คลายอะไรก็ตาม ไม่ได้เด็ดขาด อย่าไปแตะ พระติสสะนั้นบวชมาเพื่อมรรคผลนิพพาน แต่เวลานี้ไม่เห็นมรรคผลนิพพานมีน้ำหนักหรือมีคุณค่ามากยิ่งกว่าจีวรผืนนี้เลย เพราะฉะนั้นเธอตายแล้ว เพราะความเป็นห่วงของเธอจึงมาเป็นเล็นติดอยู่นี้ เธอไม่ได้เป็นห่วงสวรรค์นิพพานมากยิ่งกว่าจีวรผืนนี้ มันจะเป็นอย่างนั้นนะพิจารณาให้ดี จนพระพุทธเจ้ารับสั่ง

ได้อาทิตย์กว่าดูว่างั้น พระองค์กลับมารับสั่งอีก เอา ทีนี้จีวรนี้แจกกันได้แล้ว พระติสสะตายแล้วไปสวรรค์แล้ว นั่นฟังซิชัดไหม ทีนี้จีวรนี้แจกกันได้ ไม่ได้มาเป็นเล็นหึงหวงอยู่ ถ้ากำลังหึงหวงอยู่นั้นพระองค์ใดไปแตะนี้ พระติสสะนั้นโกรธแค้น ตายแล้วเธอจะตกนรก เพราะฉะนั้นจึงอย่าไปแตะ เห็นไหมพระพุทธเจ้าทราบเรื่องของจิตแห่งสัตว์ทั้งหลาย มีเล็นเป็นต้น ใครทราบเมื่อไร พระองค์มารับสั่งไม่ให้แตะจีวรผืนนี้ ใครคาดใครฝันเมื่อไรว่าพระติสสะจะมาตายเป็นเล็นอยู่นี่ พระองค์ทราบเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น มารับสั่งอย่างขาดตัวเลยไม่ให้ใครแตะ ไปจับไปอะไรไม่ได้นะ กำลังหวง ฟังซิน่ะ จึงห้ามไม่ให้พระไปแตะ เหมือนของไม่มีเจ้าของ ทิ้งไว้อย่างนั้นเลยว่า พอถึงกาลเวลาแล้วเล็นก็ตาย พระพุทธเจ้าก็มารับสั่ง เอ้า แจกได้แล้วที่นี่ พระติสสะตายไปสวรรค์แล้ว นั่นเห็นไหมล่ะ จีวรแจกกันได้

นี่เราตายไปแล้วมันก็จะมาเป็นเล็นอยู่นี่ เกาะประเทศไทยอยู่นี่ แล้วเล็นตัวนี้มันสำคัญนะ มันกลายเป็นเปรตเป็นผีได้ เล็นหลวงตานี่ เล็นตัวนั้นมันยังเกาะจีวรนะ เล็นติสสะ เล็นหลวงตาบัวนี้มันเกาะทุกแห่งนะ เมืองไทยเรานี้จะอยู่ไม่เป็นสุข ถ้าทองคำไม่ได้ถึง ๑๐ ตันหลวงตาบัวตายไปเสีย หลวงตาบัวจะเป็นเล็นหรือเป็นเปรตตัวใหญ่ทีเดียว ใครจะออกนอกบ้านในบ้านไปไหนมาไหนไม่ได้ แม้ที่สุดเข้าห้องน้ำก็ขี้แตกออกมา ถูกหลวงตาบัวไล่ฟาดอยู่ในห้องน้ำเข้าใจไหม ให้ระวังนะ ถ้ากลัวขี้แตกให้รีบหาทองมาให้ได้ อย่าให้หลวงตาบัวตายเวลาเช่นนั้น แล้วพวกท่านทั้งหลายจะขี้แตกราดนะ ก็เปรตตัวนั้นไล่อยู่ในส้วม มันก็ขี้ราดละซิ

ให้รีบหาทองมา ถ้าไม่อยากขี้ราดให้หาทองมา ได้ทองเราไม่เอาละ ไม่เอาไปเลย ผึงอย่างที่ว่าละ ถ้ายังไม่ได้ทองถึงจะควรขนาดไหนยังไม่ไป ยังจะต้องมาเป็นเปรตเสียก่อน แก้ลำกัน มันโมโหนี่วะ ให้พากันจำเอา จุดใหญ่ของชาติไทยเราอยู่ตรงนี้ จะมีความสง่างามมีคุณค่ามีราคามีศักดิ์ศรีดีงาม อยู่กับนี้ละ แล้วจากนั้นก็หนุนมาด้วยทองคำด้วยสมบัติต่าง ๆ ที่หนุนเข้ามา แต่ทองคำเป็นแนวหน้า เพราะฉะนั้นทองคำจึงให้ได้ ๑๐ ตัน จึงขอพี่น้องทั้งหลายกรุณาอย่าคิดอย่างใดที่จะเป็นอกุศลแก่ตัวเราเอง และจะเป็นความเสียหายต่อชาติไทยของเรา ว่าหลวงตาบัวรบกวนชาติบ้านเมือง กวนหาแต่ทองคำๆ หาทราบไม่ว่าทองคำนี้เป็นยังไง จะอุ้มชาติ นั่น พอคิดว่าชาติไทยนี้จะอุ้มชาติ ศักดิ์ศรีดีงามคุณค่าทุกอย่างจะอยู่ในทองคำ ๑๐ ตันนี้ทั้งนั้น หายสงสัย ต่างคนต่างพุ่ง ๆ ๆ เลยละ ให้พากันเข้าใจ

ส่วนดอลลาร์นั้นเราแน่ใจต้องได้ ๑๐ ล้าน อย่างน้อย๑๐ ล้านนี้ยังไงต้องได้ละ กว่าทองคำจะเข้าถึง ๑๐ ตัน เวลานี้ทองคำเรายังขาดอยู่ ๔ ตันกว่า ๕ ตันนั้นได้ไปแล้ว นับวันเวลาไปเรื่อย ๆ แหละ เพราะฉะนั้นจึงเร่ง กฐินก็มีกฐินแยกแยะไปหลายประเภทหลายหน่วย หลายชิ้นหลายอัน กฐินทองคำก็มี กฐินธรรมดาก็มี เพื่อจะแยกหาทองคำเข้าสู่คลังหลวง เหล่านี้เป็นอุบายวิธีการของชาติไทยเรา ที่จะช่วยพยุงชาติของตนด้วยวิธีการต่าง ๆ จากสมบัติทั้งหลายที่หาได้มา หนุนชาติไทยของเรา

ความพร้อมเพรียงสามัคคีนี้เป็นธรรมที่มีคุณค่ามาก สำหรับชาวพุทธเราในเมืองไทย ขอให้มีความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน แล้วเสียสละในเหตุที่จำเป็นของเราเวลานี้คืออะไร ดังที่พูดผ่านมาแล้วนี้ เอาด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน ความพร้อมเพรียงสามัคคีนี้มีกำลังมาก ความแยกแยะความแตกร้าวความสามัคคีนี้กลายเป็นความอวดดีอวดเด่น ครั้นแล้วก็เป็นความอวดเลว เหลวไหลไปได้นะ ความพร้อมเพรียงสามัคคีเป็นธรรมสำคัญมาก สามคฺคี สมคฺคานํ ตโป สุโข พระพุทธเจ้าแสดงไว้ ความพร้อมเพรียงสามัคคีนี้ยังประโยชน์ให้สำเร็จมีความสุขความเจริญได้ เพราะความพร้อมเพรียงสามัคคี อะไร ๆ ก็ตามถ้าสามัคคีดีทั้งนั้น แน่ะฟังซิ ถ้าแยกสามัคคีไม่ดี พระพุทธองค์ทรงตำหนิความแตกร้าวแตกสามัคคี และทรงชมเชยความพร้อมเพรียงความสามัคคีเป็นอย่างมาก

เราเป็นลูกชาวพุทธ ขอให้ยึดหลักนี้ไว้ให้ดี ให้มีความพร้อมเพรียงสามัคคี แล้วก็ฟังหัวหน้า หัวหน้าก็คือธรรมนั้นแหละ เวลานี้ชาติไทยเราจะพยุงขึ้นทั้งชาติทั้งศาสนาด้วยกัน มีทั้งแขนซ้ายแขนขวาอุ้มชาติไทยของเรา แขนหนึ่งทางชาติบ้านเมือง แขนหนึ่งทางศาสนา อุ้มกันขึ้น

เรานี้เป็นอารมณ์กับอันนี้มาก เพราะได้พิจารณาเหตุผลต้นปลายทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะได้มาประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบว่า ขอทองคำ ๑๐ ตัน พิจารณารอบเรียกว่าทั่วประเทศไทยเรา พิจารณาหมด ผลมาอยู่จุดนี้แหละ เพียงแต่ว่าเราช่วยชาติไทยเราๆ แล้วก็ไม่ทราบว่าได้มากได้น้อยเพียงไรก็ผ่านไป ๆ อย่างนี้ ไอ้เรื่องสิ่งเลวร้ายทั้งหลายยังโผล่หน้าขึ้นมาแผ่พังพานเหยียบหัวเราได้สบาย จะเป็นความร้อนอกร้อนใจอยู่ตลอดเวลา ไม่มีจุดเด่นคือได้แก้ตกไปแล้วอย่างนี้ไม่มี เพราะฉะนั้นจึงต้องแก้อันนี้ให้ตกไป ด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน

เมื่อวานซืน ไปภูวัว ดินเป็นโคลนเลอะเทอะหมด ก็เดชะเราไม่รู้เรื่องรู้ราวนะว่าทางเป็นยังไง พอตอนเช้าก็สั่งเขาเลยว่าวันนี้จะไปภูวัว สั่งให้เขาไปตลาด ไปเอาของที่ตลาด แล้วที่นี่เด็กที่เขาเคยไปส่งของมาแล้วเขาทราบว่าทางเป็นยังไง เพราะเขาไปเอง รถได้ถูกลากถูกเข็นเข้าวัด ไม่ใช่ไปโดยลำพังได้ ทีนี้เขาก็เข็ดซิ พอทราบว่าเราจะไปภูวัว เขาเลยโผล่ไปทางภูวัว ท่านอุทัยทราบ ก็พอดีทางกำลังเลอะเทอะ ท่านก็จัดการทันที สั่งให้รถเกรดมาทันทีเกรดออกหมดเลย ทางโล่งไปเลย พอเราไปเห็นขี้ตมขี้โคลนอยู่สองฟากทาง โอ๊ย.น่ากลัวนะ ถ้าหากว่าท่านไม่มาเกรด ตายเลยไปไม่ได้นะ นี่ท่านรีบเกรดตั้งแต่เช้า พอเราไปถึงก็ตอนเที่ยง ท่านเกรดหมดพอดีเลย เกรดเรียบร้อย รถเราก็วิ่งได้อย่างสบาย คือมีแต่ดินแข็ง ๆ หรือเป็นหินเป็นอะไรวิ่งตามสบายเลย ส่วนขี้ตมขี้โคลนเกรดออกทิ้งหมดเลย เราก็พอใจ

นอกจากนั้นแล้วท่านยังจัดรถลากรถเข็นมารออยู่ปากทางอีกนะ พอเราไปรถลากก็ตามหลังเราไป กลัวเราจะไปติด จนกระทั่งไปถึงวัดแล้ว กลับออกมารถลากยังตามมาอีก ตามมาทำไมไม่มีอะไรแล้ว ยังเป็นห่วงอยู่เขาว่า นั่นฟังซิ จนกระทั่งผ่านอันตรายมาได้แล้ว รถลากค่อยกลับไป อันนี้ก็นับว่าเป็นบุญเหมือนกันนะ โถ เราไปกลัวตอนที่ไปเห็นนั่นซิ เราไม่ได้คิดนี่ ไปเจอเข้า ดินมีแต่ขี้ตมขี้โคลนอย่างเหนียวเหนอะที่สุดเลย พอล้อรถเข้าไปมันจะไสลงคลองโน่นน่ะ มันลื่น นี่ท่านเกรดออกหมดเลย มีแต่ดินล้วน ๆ หินล้วน ๆ แข็ง ๆ ดั้งเดิม เราไปก็วิ่งผึงถึงที่เลยไม่มีปัญหาอะไร รถลากก็ตามหลังเรามา โอ๊ย. ขบขันดีนะ รถลากก็ตามหลังเรามา ก็ไม่มีอะไรละวันนั้น ทางโน้นต้อนรับเราราบรื่นไปเลย

เขาไปส่งของคราวที่แล้วนั้นรถไปติดนะ แต่เราก็ไม่เคยถามเขา เขาก็ไม่เคยบอกเราว่ารถเขาติด ตอนที่เราจะไปเยี่ยมเอาอาหารไปส่งเสริม พอเขาทราบว่าเราจะไป ก็เด็กในบ้านนั้นแหละ เขาก็รีบโทรไปภูวัวเลย ไปหาท่านอุทัย ท่านก็จัดการรถทันทีเลย เอารถเกรดมาเกรดออกหมด พอเสร็จปั๊บ รถมาจอดปั๊บเราก็เข้าถึงพอดีเที่ยง เข้าไปถึงในวัดจริง ๆ เที่ยงกับ ๕ นาที ไปด้วยความราบรื่นทุกอย่างไม่มีอะไรเป็นปัญหา สบายใจโล่งใจมา คือวัดนี้เวลาว่างเราค่อยไป แต่คราวนี้ห่างหลายเดือนนะ ไม่ได้ไป เราว่างเมื่อไรเราจะไป คือไปก็นำอาหารเสริมไป ที่เราส่งเป็นประจำ ๆ เดือน ส่งเรียบร้อยแล้ว ไปนี้เพื่อเป็นอาหารเสริมต่างหาก เราว่างเมื่อไรเราก็ไป ไม่ว่างเราก็ไม่ไป อาหารก็พอ เพราะเราสั่งเอง จนกระทั่งทางโน้นบอกให้ตัดลงว่าอาหารมาก เราเฉยเราไม่ตัดเพราะฉะนั้นเราจึงไม่วิตก

แต่เวลาไปนี้แล้ว พวกอาหารสด เช่นอาหารยาว อะไรอย่างนี้ก็ต่อกันไปด้วยกันนั้นแหละ เช่น อย่างกุนเชียงเป็นอาหารยาวได้ใช่ไหมล่ะ ใส่ถุงดำ ๆ เต็มรถ ๆ ไปเลย นี่ก็ไปได้หลายวัน ส่วนอาหารสดก็ได้วันสองวันก็หมดอายุของมัน อาหารยาวก็ต่อกันไป พอดีถึงเวลารถที่ประจำเดือนก็ไป อันนั้นเขาเอาเต็มเหนี่ยวแหละ ๔ คันนะ รถที่ไปนั้น ๔ คัน ปิกอัพบองขึ้นไปอย่างนี้เต็มรถเลย ๓ คัน ๖ ล้อก็บองขึ้นไปอีก เต็มเอี๊ยดเรียกว่า ๔ คันเต็ม มันก็หนัก ๆ เสียด้วย มันก็ไปติดละซิ รถเขาลากเสียจนแทบเป็นแทบตาย มาก็ไม่ถามเขา เขาก็ไม่บอก แต่พอทราบว่าเราจะไปภูวัวแล้วเขารีบโทรไปทางโน้นเลย เราถึงได้ไปรับผลความดีของเขา ทางนี้ก็ส่งไปทางโน้น ทางโน้นก็ต้อนรับทางนี้

พี่น้องทั้งหลายชาติไทยเรา เมืองไทยเราขอให้พลิกแพลงเปลี่ยนแปลงจิตใจ อย่างน้อยก็เสียบ้างเถอะ ไม่งั้นจะจมได้นะเมืองไทยเรา ทั้ง ๆ ที่ว่าเจริญดีดดิ้นกันอยู่นั้น มันจะจมได้ เพราะกิเลสทำงาน ดีดดิ้นด้วยอำนาจของกิเลส จะหาคนมีความสุขความเจริญไม่ได้นะ จะพาคนให้ล่มจมเท่านั้น ถ้าดีดดิ้นไปด้วยธรรมแทรกเข้าไป ๆ เหมือนรถเรานี้แหละ เบรกก็มี คันเร่งก็มี พวงมาลัยก็มี คนขับก็ดี เอาธรรมเป็นคนขับ เราเป็นเหมือนรถเหมือนรานั้นแหละ หมุนไปทางไหนก็ไป ให้พากันตื่นเนื้อตื่นตัวนะบรรดาพี่น้องทั้งหลาย หลวงตาก็ได้นำธรรมออกมาอย่างสุดขีดสุดแดน จะว่าสุดยอดแห่งธรรมในหัวใจเรา เราก็ไม่สงสัยแล้ว เพราะการสอนโลกนี้ เราสอนด้วยความสุดยอดแห่งธรรมทั้งหลาย สุดยอดหัวใจเราแล้ว เราไม่คิดที่จะไปทางไหนอีกแล้ว พอ

นี่ละนำธรรมที่ว่าพอแล้วมาสอนโลก เป็นที่เชื่อถือได้ไหมพี่น้องชาวไทยเรา หรือมีแต่ศาสดาองค์เอกคือ ความโลภ ความโกรธ ราคะตัณหา นั้นหรือเป็นหัวหน้าลากเข็นอยู่ทุกวันนี้ มันพาลากไปไหน พุทโธ ธัมโม สังโฆ ไม่เห็นได้ลาก ไม่รู้เนื้อรู้ตัวจะจมนะ ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ให้พากันพินิจพิจารณาทุกคน เวลานี้ธรรมก็เราเองเป็นผู้ประกาศเองด้วยธรรมทั้งหลายเหล่านี้โดยความไม่สงสัยอะไรเลย ไม่ว่าธรรมขั้นใดที่สอนโลก เราถอดออกมาจากหัวใจ หัวใจนี้ถอดออกมาจากสวากขาตธรรมของพระพุทธเจ้า ตะเกียกตะกายดำเนินตามสายทางของธรรม ก็เจอตามที่ท่านสอนไม่ผิดพลาดไปเลย จนได้เป็นธรรมชาติเป็นที่พอใจหายห่วงทุกอย่างแล้ว ก็พอดีเป็นจังหวะที่ได้มาช่วยพี่น้องชาวไทยเรา เป็นเวลา ๔-๕ ปีเข้ามานี้แล้ว

สอนทั้งด้านวัตถุให้รู้จักการตะเกียกตะกายทำมาหาเลี้ยงชีพ การจับจ่ายใช้สอย การอยู่การกินการใช้การสอย อย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเกินเนื้อเกินตัว เรื่องเหล่านี้จะทำคนให้เสียทั้งนั้น เราเห็นไหมเวลานี้ของในร้านตลาด แต่ก่อนเราก็ไม่เคยเห็นมีนะ ของในร้านตลาดเป็นของที่ผลิตขึ้นมาก็ไม่ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเกินประมาณ แม้จะอดอยากก็ไม่ดีดดิ้นเกินไป แต่เวลานี้เหลือเฟือ ทำคนให้ดีดดิ้นมาก ของอยู่ในร้านต่าง ๆ มีแต่ของออกจากโรงงาน ท่านทั้งหลายคิดไหม โรงงานหนึ่งผลิตออกมาได้เท่าไร ๆ แล้วผลิตออกมาแล้ว ผู้ผลิตออกมาก็เพื่อจะขาย ผู้นี้ก็เพื่อจะซื้อ ก็ต่างอันต่างขัดต่างแย้งกันอยู่ซิ เงินไม่มีก็ดิ้นหาซิทางนี้ ทางโน้นเขาก็ไสเข้ามาถ้าไม่ขายได้กำไรพอเป็นพอไป คนงานของเขาก็จะพัง เอ้า เขาก็ต้องหาวิธีการ ไอ้เรามาซื้อ ซื้อไม่ได้ก็วิ่งเต้น นี่ก็ต่างคนต่างเป็นทุกข์ สุดท้ายจะเป็นบ้านะพวกที่ซื้อนะ แล้วจะเป็นบ้ากันทั้งสองนะ ให้รู้จักประมาณทั้งสองฝ่ายก็ดีนะ

มันฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมมากนะ ดูซิของในร้านตลาดที่ไหน หลวงตาบัวไม่ได้เป็นพ่อค้า มองไปที่ไหนมันรู้จะว่ายังไง มันของที่ผลิตด้วยมือธรรมดาเราเมื่อไร โรงงานโรงหนึ่ง ๆ มันผลิตออกมาได้ทั่วประเทศ ๆ เป็นของเล่นเมื่อไร แล้วมันมีกี่โรงงาน คนในประเทศไทยของเราต่างคนต่างดีดต่างดิ้น อันนั้นก็จะเอา อันนี้ก็ดี อันนั้นมาก็อันนี้ก็ดีมีแต่เครื่องหลอกกันให้เป็นบ้าทั้งนั้น นี่มันจะตายอันหนึ่งนะ ให้พิจารณายับยั้งตัวเอง การอยู่การกิน อยู่พอเป็นพอไป กินพอเป็นพอไป ใช้สอยให้พอเป็นพอไป อย่าดีดอย่าดิ้นจนเกินไป อันนี้เป็นเรื่องฟืนเรื่องไฟจะเผาหัวอกเรานั้นแหละ จะเผาใคร แต่ละครอบครัวมันมีกี่หัวอกอยู่ด้วยกัน จะเผาด้วยกันทั้งหมดนั้นแหละ ให้พากันรู้จักประมาณนะ อย่าดีดอย่าดิ้นจนเกินไป นี่ละเรียกว่าธรรม ให้อยู่ในศูนย์กลางความพอเหมาะพอดี มีมากมีน้อยอยู่ความพอดี มีมากมีน้อยเอาความพอดี ใช้พอดี กินพอดี อยู่พอดี นี่เรียกว่าธรรม ทีนี้เราก็ไม่เดือดร้อน ทุกสิ่งทุกอย่างก็ค่อยเรียบร้อยไป

เวลานี้ก็เด็กก็กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ทุกคน ๆ เข้ามาศึกษาปรารภเรื่องวิชาความรู้ ทางโลกเราก็เรียนมาแล้ว ทางโลกจนจะเฟ้อแล้วเวลานี้จะว่ายังไง คือมันมากต่อมากเรียนทางโลก แม้ที่สุดพระในวัดหัวโล้น ๆ ก็ไปเรียนโลกกับเขา มันเป็นบ้ากับเขาไปหมดเลย แล้วอรรถธรรมที่จะทำความสงบร่มเย็นแก่จิตใจและตัวเองทั้งส่วนรวมทั้งหลายไม่ค่อยมีใครสนใจ นี่ละจุดจะจมอยู่จมอยู่ตรงนี้นะ ธรรมไม่มีแล้วใครจะดีดไปไหนก็ดีดเถอะ อย่าอวดตัวนะ อย่าอวดว่าเก่งกว่าธรรม กิเลสมันมักอวดตัวเก่งกว่าธรรม แล้วก็กิเลสนั้นแหละพาคนให้จม ธรรมท่านไม่ได้พาใครให้จม ให้พากันพินิจพิจารณาทางอรรถทางธรรมให้มากขึ้นนะ

พวกลูกหลานที่มาศึกษาเล่าเรียน การศึกษาเล่าเรียนระยะนี้กำลังเป็นระยะไวไฟเสียด้วยนะ ผู้หญิงผู้ชายหนุ่มกับสาวมาเห็นกันพันกันเลย เหมือนหมาเดือนเก้านะ พากันจำให้ดี อย่าเป็นบ้าเกินไป ให้มีเขตมีแดน คนเรามีเขตมีแดน ไม่สูญพันธุ์ ถึงกาลเวลาที่จะแต่งให้เป็นการเป็นงานเป็นโลกเป็นสงสาร ไปตามประเพณีที่สงบร่มเย็นอยู่ในกรอบของศีลของธรรม ค่อยเป็นไปแล้วจะดีไป แบบเตลิดเปิดเปิงน้ำล้นฝั่งนี้ฉิบหายทั้งนั้น ไม่ว่าลูกผู้หญิงผู้ชายฉิบหายด้วยกันหมด อย่านำมาใช้ ให้มีขอบเขต เวลานี้เรากำลังศึกษาเล่าเรียน ให้ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาเล่าเรียน ประพฤติตัวให้เป็นคนดี ประกอบพร้อมกันไปเลย อย่าลืมเนื้อลืมตัว

การคบค้าสมาคมกันอย่าหวังเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ของดี ต้องหวังให้เป็นความสุขความเจริญ เป็นที่ตายใจต่อกันได้ นี้เรียกว่าธรรม คบค้าสมาคมกันไม่ว่าหญิงไม่ว่าชาย ให้คบค้าสมาคมด้วยความเป็นมงคลต่อกัน อย่าเอารัดเอาเปรียบต่อกันใช้ไม่ได้ เสียหายหมด ให้จำให้ดี เวลาไปโรงเรียนตั้งหน้าตั้งตาศึกษาเล่าเรียนจริง ๆ เรียนมาแล้วให้มาปฏิบัติตามหลักวิชาที่เรียนมา อย่าเอาหลักวิชาที่เรียนมานี้ไปเป็นโจรเป็นมาร เป็นดาบฟันหัวเจ้าของ ฟันทั้งโลกทั้งสงสารให้แหลกเหลวไปหมด เพราะหลักวิชาสกปรก เป็นหลักวิชาเพชฌฆาต เพราะไม่มีธรรมเข้าแทรก

หลักวิชานี้เป็นวิชาของกิเลส มันสังหารคนได้ เรียนมามากมาน้อยเท่าไรไม่สำคัญ ถ้าไม่มีธรรมเข้าแทรกแล้วยังไงฉิบหายได้คนเรา ตาสีตาสาไม่ทำความฉิบหายแก่โลกได้มากเหมือนคนที่เรียนสูง ๆ ตัวทะนงเก่ง ๆ นั่นน่ะ ตัวนี้ตัวทำลายโลก บ้านเมืองจะล่มจมนี้เพราะตัวเก่ง ๆ นี้ทั้งนั้น เขาอยู่ตามประสีประสาเขา ถึงเขาไม่เจริญเขาก็ไม่พาโลกให้ล่มจม แต่ผู้ที่ว่าเรียนเก่ง ๆ สูง ๆ ดอกเตอร์ดอกแต้อะไรก็ไม่รู้ เราไม่พูด เราพูดเสียงดังไป มีดอกเตอร์คนหนึ่งอยู่นี้ เราค่อยพูดเบา ๆ ไป ตอนนี้เราผ่อนเสียงแล้วแหละ แต่ดอกเตอร์คนนี้มีธรรม หาที่ติไม่ได้นะ ในมหาสารคามเขาเรียกว่า ดอกเตอร์พุทธ เข้าใจไหม ถือบังเหียนทางพุทธศาสนาสอนพวกนักศึกษาทั้งหลาย เราพูดมันเกี่ยวกับดอกเตอร์เราก็ฟาดมานี่ ทีนี้ดอกเตอร์ของเราไม่ใช่ดอกเตอร์แบบนั้น เราก็พลิกกลับไป

ดอกเตอร์เรานี้เขาให้เชื่อว่าดอกเตอร์พุทธ อยู่มหาสารคาม ให้ถือเป็นตัวอย่าง นี่ละผู้ใหญ่อยู่ที่ไหนเป็นอรรถเป็นธรรมนี้ ผู้น้อยเคารพนับถือ ที่ไหนตายใจได้นะ ผู้ใหญ่มีศีลมีธรรม ถ้าไม่มีศีลมีธรรม แม้แต่หมามันก็เข้าใกล้ไม่ได้นะ มันกลัวพวกนี้พวกยักษ์พวกมารคอยจะกินจะกลืนจะรีดจะไถ ร้อยสันพันคมไม่เกินพวกที่มีความรู้ของกิเลสตัณหาเป็นเจ้าของนะ พากันจำนะทุกคน วันนี้ก็พูดเท่านั้นละนะ

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก