สร้างความดีใส่หัวใจในวันว่าง
วันที่ 2 มกราคม 2547 เวลา 8:40 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

สร้างความดีใส่หัวใจในวันว่าง

         สรุปทองคำและดอลลาร์วันที่ มกรา เมื่อวานนี้ ทองคำได้ กิโล ๖๓ บาท ๕๓ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ,๘๕๘ ดอลล์ ทองคำที่มอบเข้าคลังหลวงเรียบร้อยแล้ว ,๑๒๕ กิโล ดอลลาร์ที่มอบแล้ว ,๘๐๐,๐๐๐ ดอลล์ นี่หมายถึงเข้าเรียบร้อยแล้วนะ ทองคำและดอลลาร์ที่ได้เพิ่มหลังจากมอบแล้วเมื่อวันที่ ๒๖ นี้ทองคำได้ ๔๑ กิโล บาท ๙๒ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๖๖,๔๗๘ ดอลล์ รวมทองคำที่ได้แล้วทั้งหมด คือทั้งที่ยังไม่ได้มอบได้ ,๑๖๖ กิโล ยังขาดอยู่อีก ๘๓๔ กิโล จะครบ ๑๐ ตัน ดอลลาร์ที่ได้แล้วทั้งหมด ,๘๖๖,๔๗๘ ดอลล์ ยังขาดอยู่อีก ,๑๓๓,๕๒๒ ดอลล์ จะครบจำนวน ๑๐ ล้านดอลล์

         อ่านนี่เพื่อให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วกัน ยังขาดยังเหลือมากน้อยเพียงไร แสดงว่าเรายังขาดเท่านั้น ยังไม่เต็มบาท เข้าใจไหม บาทของเราถ้าเป็นทองคำก็ ๑๐ ตัน ถ้าเป็นดอลลาร์ก็ ๑๐ ล้าน เวลานี้พวกเรา ๖๒ ล้านนี่คนยังขาดอยู่คนละเล็กละน้อย ต้องหามาเพิ่ม เดี๋ยวนี้ได้ ,๑๖๖ กิโลแล้ว ยังขาดอยู่อีก ๘๓๔ กิโลจะครบ ๑๐ ตัน นี่พวกเราพวกยังขาดอยู่ ๘๓๔ กิโลนะ เวลานี้คนไทยทั้งหมด นับหลวงตาบัวด้วยไม่ได้เต็มบาทนะ หามาให้เต็มบาททุกคน เต็มบาทก็คือ ๑๐ ตันทองคำ ดอลลาร์ก็ ๑๐ ล้าน นี่เรียกว่าเต็มบาท

         เวลาบทสุดท้ายนี่แล้วเราจะเอาความเต็มบาทออกประกาศ คือทองคำได้น้ำหนัก ๑๐ ตัน ดอลลาร์ได้ ๑๐ ล้านนี้ออกประกาศให้โลกได้เห็น หรือเราจะเอาว่าทองคำขาด ๑๐ ตันอยู่ ๑๑ ตัน แล้วขาด ๑๐ ล้านอยู่ ๑๒ ล้าน อย่างนี้ออกประกาศ ฟังได้ไหม เรียกว่าความขาดไม่ดีเลย นี่เราต้องการความสมบูรณ์ในชาติไทยของเรา จึงต้องเอาให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยทุกคน เวลานี้พระวัดป่าบ้านตาดนี่ขาดหมด มาจากที่ไหนมาอยู่นี้ในเมืองไทยขาดด้วยกันหมด หลวงตาเป็นหัวหน้าขาดบาทขาดตาเต็ง เหล่านี้ขาดกันทั้งนั้นทั่วประเทศไทย จังหวัดอุดรธานีนี้ผู้ว่าฯ นี่ขาดบาทขาดตาเต็ง นายกฯ นี้ก็ขาดบาทขาดตาเต็งเหมือนกัน ไม่ใช่สมบูรณ์นะ ขาดด้วยกันหมด หามาให้ได้นะ เข้าใจเหรอ

         นี่ได้กำหนดเรียบร้อยแล้วว่า วันที่ ๑๒ เมษาที่เราเปิดโครงการ กับวันปิดโครงการจะเป็นวันเดียวกัน ทองคำที่ขาดนี้เราจะเน้นหนักให้ทัน ดอลลาร์ด้วย ทองคำด้วย ให้เต็มบาทเต็มเต็ง แล้วประกาศลั่นให้โลกเขาได้เห็นเมืองไทยเรานี้เต็มแล้ว เข้าใจไหม ให้พากันทราบทุกคน เราอย่านอนใจนะว่าเราเต็มบาทเต็มเต็ง มันไม่ได้เต็ม ๖๒ ล้านคนนี่ขาดทั้งนั้น แม้ที่สุดไอ้ปุ๊กกี้ ไอ้หยอง ก็ขาดไปตาม กัน เข้าใจเหรอ มันอยู่กับพระมันขาดไปกับพระ มันจะเก่งกว่าพระไปไหนหมาน่ะ

         นี่ละเราแน่ใจ คือเราแน่ใจกับบรรดาพี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศไทยเรา ว่าจุดไหนได้จุดนั้นไม่เคยบกพร่องนะ คือหัวหน้าว่าตรงไหนว่าคราวนี้เอาให้ได้เท่านั้น ปั๊บได้เลย เท่านั้นปั๊บ มอบทองคำมานี้ไม่รู้กี่ครั้ง ดูเหมือน ครั้ง ๑๐ ครั้ง ได้ไม่ผิดพลาดไปเลย ได้ทุกครั้ง   คราวนี้ยิ่งเป็นคราวจุดสุดท้ายของเรา ยังขาดอยู่เวลานี้เพียง ๘๓๔ กิโล กับตั้ง ตันไปแล้ว ดูซิเราได้มาตั้ง ตันกว่าแล้ว ขาดเพียง ๘๓๔ กิโลนี้ไม่ต้องสงสัย ว่างั้นเถอะ ได้แน่วันนั้น แล้วดอลลาร์ก็ ๑๐ ล้าน แน่ วันที่เราจะประกาศปิดโครงการต้องเหล่านี้สมบูรณ์แบบ ประกาศลั่นโลกไปเลย กรุณาทราบตามนี้

         ระยะนี้มีแต่ระยะที่จะเร่งต่อไปล่ะเรา เร่งใส่จุดหมายของเรา พี่น้องชาวไทยเราให้ทราบว่าเวลานี้เราขาดบาทขาดตาเต็งอยู่ทั้งนั้น ยังไม่เต็ม จะประกาศความเต็มหรือความขาดวันนั้นล่ะนะ ถึงวันที่ ๑๒ ความมุ่งหมายก็ว่าให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ร้อยเปอร์เซ็นต์ คน ๖๒ ล้านคน หมู หมา เป็ด ไก่ เต็มหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ ตั้งใจว่าจะประกาศอย่างนั้น คือได้ตามจุดนั้นแล้วเราจะประกาศอย่างนี้ ถ้าว่าขาดเราก็จะบอกอีกว่าขาด เวลานี้คนไทย ๖๒ ล้านคนขาดตาเต็งไป ๙๕% ยังเหลือ ๕%

         นี่เวลาจะออกประกาศความขาดนะ เราจะประกาศว่าเมืองไทยนี้ขาดบาทขาดตาเต็งไป ๙๕% ได้เพียง ๕% แล้วดอลลาร์ก็เหมือนกันอีก ขาดเหมือนกัน เราจะเอาแบบไหนออกโชว์ เอาๆ ให้พิจารณาทุกคนนะ เราจะออกโชว์ บอกประกาศ ๙๕% ขาดทั้งนั้นเมืองไทย ว่างั้น ออกประกาศ หรือจะเอาเต็มเหนี่ยวเลยร้อยเปอร์เซ็นต์ ร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ไปอีก เข้าใจเหรอ พากันเข้าใจเอาไว้นะ

         นี่ได้กำหนดแล้ว เรากะว่าเหมาะสมดี ทุกอย่างเหมาะสม วันเปิดกับวันปิดในวันเดียวกันเลย ได้เต็มนั้น เราแน่ใจกับบรรดาพี่น้องทั้งหลาย เพราะฉะนั้นเราจึงกล้าประกาศป๋าง น่ะซิ เพราะไม่เคยพลาดตลอดมา ตั้งพันกว่ากิโล คราวที่แล้วก็ตั้ง ,๔๐๐ กิโลทองคำ ได้เรียบวุธ นั่น เรากะไว้ว่าเพียง ,๐๓๗ กิโล ขาดไม่ได้เด็ดขาด เวลามันได้มันตั้ง ,๔๐๐ กิโล แล้วดอลลาร์เราก็ไม่ค่อยหนักแน่นอะไรนัก พอได้แค่ไหนก็เอา พอดีมันจะถึง ๕๐๐,๐๐๐ ดอลล์ ฟาดเสีย ๕๐๐,๐๐๐ ดอลล์เลย นั่น ตกลงก็ได้ทองคำ ,๔๐๐ กิโล และดอลลาร์ ๕๐๐,๐๐๐ เข้ามอบคราวนี้ สง่างามมากทีเดียว งามทั้งดอลลาร์และทองคำ

         เมื่อมอบเสร็จเรียบร้อยทีนี้ก็หายห่วง เราผู้เป็นหัวหน้านี้หายหวง ส่วนสมบัติที่จะค่อยติดตามมาทีหลังมาแน่นอน ต้องมา ถึงจุดนี้แล้ว ปิดโครงการแล้วแต่บัญชีไม่ได้ปิด ปิดโครงการที่เราเป็นผู้นำออกนู้นออกนี้ เราหยุดเราไม่ไป เท่านั้นแหละ ส่วนบัญชีนั้นยังเปิดไว้ตามเดิม คือท่านผู้บริจาคมีอยู่ทั่วประเทศไทย แล้วแต่ใครจะว่างเมื่อไร ได้โอกาสเมื่อไรก็เข้ามา เข้ามาถวายดังที่เคยปฏิบัติมา ถึงไม่มากก็มี เราจึงเปิดบัญชีเอาไว้ ทีนี้เวลาเปิดบัญชีเอาไว้เรียบร้อยแล้วนั้นเราก็ปฏิบัติตามเดิม คือไม่ว่าดอลลาร์ ไม่ว่าทองคำ จะเข้าคลังหลวงร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน ได้มากน้อยเพียงไรพอที่จะหลอมเราก็จะหลอมไว้ๆ เมื่อมันตามหลังๆ มา ทีนี้พอสมควรจะมอบคลังหลวงเราก็มอบอีกเหมือนกัน

         เรื่อยๆ ไปอย่างนี้ละ จนกว่าว่าเห็นสมควรทีนี้เราก็จะประกาศออกเลย ว่าปิดหมดโดยประการทั้งปวงเราก็จะบอกหมด ปิดทั้งบัญชี ปิดทุกอย่าง ให้เป็นปรกติตามเดิมเราก็จะบอก แต่ระยะที่ปิดบัญชีนี้ยังไม่บอก เพราะบรรดาพี่น้องชาวไทยเรามันกว้างขวาง แล้วแต่ท่านผู้ใดจะบริจาคมาที่ไหนๆ เราก็เปิดบัญชีไว้รับๆ พอเห็นสมควรแล้วเราถึงจะประกาศ เรียกว่าขาดไปร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้จะได้มาเราก็ต้องปฏิบัติตามเดิม แต่เราจะประกาศอย่างนั้นไม่ใช่ว่าได้มาแล้วให้ส่งกลับคืน เราไม่ให้ส่งกลับคืน ได้มาเราก็จะเก็บไว้เพื่อเข้าคลังหลวงอีกเช่นเดียวกันนั่นแหละ กรุณาพี่น้องทั้งหลายทราบตามนี้ 

         คราวนี้เป็นคราวที่ยิ่งใหญ่ในประเทศไทยของเรา ที่จะล่มจะจมคนก็ทราบกันทั่วโลก ไม่ใช่ธรรมดานะ เมืองไทยเราจะล่มจะจมไม่กี่ปีมานี้ มองหน้ากันไม่ทั่วถึงเลย เหือดแห้งไปหมด หน้าไม่มีเลือดเลย เหือดแห้งไปหมด เราก็ทราบกันทั่วประเทศไทย และยังทราบกันทั่วโลก ทีนี้เราก็เป็นคนไทยหัวใจของคนไทย ต่างคนต่างฟิตกันขึ้นเต็มเหนี่ยว เวลานี้มันก็ขึ้นพร้อมกัน ทางบ้านเมืองก็ขึ้น ทางศาสนาก็ช่วย หนุนกัน อุ้มชาติไทยและศาสนา ซึ่งอยู่ในท่ามกลาง พี่น้องทั้งหลายเป็นผู้อุ้ม ผู้ชูขึ้นมา

         เวลานี้ทองคำก็ได้มากแล้ว พูดเป็นส่วนรวมเลยว่า สมบัติเงินทอง ทั้งคลังหลวง นอกคลังหลวงของเรา รู้สึกว่าเป็นที่พอใจ ทุกอย่างเป็นที่พอใจแล้ว แล้วลบล้างที่มันจะจมเมื่อไม่กี่ปีมานี้ขึ้นมาได้โดยลำดับลำดา แล้วสมบัติทั้งหลายได้เข้าเรื่อย เลยเวลานี้ นี่เป็นเรื่องนายกฯ พูดให้ฟัง วันที่จะมานี่นายกฯ พูด ให้เราหายสงสัย หายห่วง คืออยากให้เราหยุด เราก็บอกเราจะหยุด เราว่างี้นะ มันหากมีแง่อยู่ในนั้นแหละ เราจะหยุด เราบอกงั้น แต่เราไม่พูดว่าถ้าได้เท่านั้นแล้วเราจะหยุด เดี๋ยวพอว่าได้เท่านั้นแล้ว นายกฯ เดี๋ยวก็ขาดเท่าไร แล้วก็ใส่ตูมเลย ทีนี้มันเสียหน้าของพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ เข้าใจไหม

         ถึงผู้นำจะเป็นผู้นำคนทั่วประเทศก็ตาม เวลานั้นผู้นำใส่ตูมคนเดียว ขายหน้าเรา เราจึงไม่พูด บอกว่าเราจะหยุด เราว่าเท่านั้นเอง มันมีเงื่อนหน้าเงื่อนหลังอยู่นะ เราจึงไม่บอก ว่าทองคำได้เต็มที่แล้วจะหยุด เดี๋ยวทางนู้นก็จะถามเข้ามา เวลานี้ขาดเท่าไร เราก็จะต้องบอกตามความจริงว่าขาดเท่านั้น เดี๋ยวใส่ตูมมา เราเชื่อแน่ ท่านผู้ใดก็ตามลงมีน้ำใจต่อศีลต่อธรรมอยู่แล้ว เป็นอย่างนั้นด้วยกันนั่นแหละ ถึงผู้ไม่พูดเช่นนั้นก็เป็นอยู่แล้ว เราก็เห็นอยู่ชัดๆ นั่น เป็นอย่างงั้นนะ เวลานี้เราพูดขึ้นมาว่า ท่านอยากให้เราหยุด เราก็ตอบตามเรื่องเฉยๆ ท่านเหล่านั้นก็อยากให้หยุดเหมือนกัน ก็ช่วยมาเต็มเม็ดเต็มหน่วย ฟาดเต็มที่ๆ มาเหมือนกัน เราก็ตอบไปตามธรรมดาๆ

         นี่ก็บอกว่าสมบัติของเราหนุนเข้าเต็มที่แล้วเวลานี้ รู้สึกว่าอบอุ่นทั่วประเทศไทย แล้วยังไหลเข้ามาเรื่อยๆ ว่างั้นนะ สมบัติเงินทองทั้งหลายไหลเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ว่าดอลลาร์ เงินสด ไหลเข้ามาเรื่อยๆ ว่างั้น ยกเว้นไม่ได้พูดถึงตั้งแต่ทองคำ บอกว่าพวกดอลลาร์ เงินสด ไหลเข้ามาทุกทิศทุกทาง ว่างั้น จึงขอให้หลวงตาหายห่วงได้แล้ว แล้วก็หยุดโครงการ และให้อยู่ตามสภาพร่างกาย ว่างั้น เราก็บอกว่าเราจะหยุด เราว่างั้น แต่เรามีแง่อันหนึ่ง เราบอกว่าเราจะหยุดเมื่อถึงกาลเวลาจะหยุดแล้วจะหยุด เราว่างั้น ถ้าพอแล้วจะหยุดมันมีปัญหานี่ ถึงกาลเวลาที่จะหยุดแล้วเราจะหยุด เราว่างี้

         นี่ละที่เราช่วยชาติของเราขึ้นพร้อม กัน ทั้งชาติ ทั้งศาสนา ชาติและศาสนาอยู่ในอ้อมอกของพวกเราทั้งนั้น อุ้มขึ้นๆ เวลานี้ก็เด่น เด่นชัดแล้ว เรียกว่าค่อนข้างหายสงสัย ไปแล้วทุกอย่าง มีแต่จะก้าวเดินเรื่อยๆ ทีนี้เราก็ยังมีบกพร่องอยู่นี่แหละ ที่ว่าเมืองไทยของเรานี้เป็นที่ภาคภูมิใจแล้ว ดังที่นายกฯ มาพูด เรายังแย้งนายกฯ แต่เราไม่กล้าแย้งโต้ตอบเฉยๆ มันจะภาคภูมิใจยังไงเวลานี้น่ะ คนไทยทั้งหมดนี้มันขาดตาเต็งไปตั้ง ๙๕% ได้เพียง ๕% ยังจะว่าสมบูรณ์อยู่เหรอ ถ้าตอบจะตอบอย่างงั้น แต่เราไม่ตอบ

         รากใหญ่จริงๆ ก็เป็นอย่างนายกฯ ว่านั่นแหละ เราจึงว่าพยายามเน้นหนัก ถ้าได้นี้แล้วก็ปิดโครงการวันที่ ๑๒ เมษา นั่นละวันนั้นเป็นวันปิด แล้วประกาศขึ้นในเวลานั้นเลย ความเอาจริงเอาจัง ความรักชาติ ความเสียสละ ด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคี และเดินตามผู้นำด้วยความเป็นศีลเป็นธรรม เป็นที่พอใจของพี่น้องทั้งหลายแล้วออกประกาศได้เลย ไม่มีอะไรขัดข้อง

         ตอนขึ้นปีใหม่นี่ ท่านทั้งหลายก็ให้คิดนะ ผู้ที่มีจิตใจเป็นกุศล จิตใจบางดวงมันมืดมันตื้อ ใจบางดวงค่อยผ่องใส ใจบางดวงผ่องใสมาก ถ้าจิตใจผ่องใสมากน้อยเพียงไรแสดงว่าธรรมเข้าซักฟอกๆ การให้ทาน การรักษาศีล การปฏิบัติตัวเพื่อความสงบจิตใจ ท่านเรียกว่าจิตตภาวนา นี้เข้าซักฟอกจิตใจ ใจก็มีความสง่างามขึ้นมา ไอ้ผู้ที่เอากิเลสเข้าไปซักฟอกนั้น เช่น วันขึ้นปีใหม่ สามวันสี่วันนี้ พวกนี้เอาอย่างมอมแมม ไม่เห็นกระทั่งตัว มืดเหมือนกับหลังหมีดำ คือวันเช่นนี้เขาจะดิ้นรนกระวนกระวาย หาความเพลิดความเพลินกันทั้งนั้น แล้วส่วนมากเพลิดเพลินไปทางต่ำทราม แล้วโกยตั้งแต่ความทุกข์ความลำบากจากบาปจากกรรมที่ตนสร้างขึ้นด้วยความลืมตัว เข้าโปะตัวเอง

         ทีนี้วันปีใหม่ก็ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว พวกนี้ก็อบอุ่นภายในจิตใจด้วยศีลด้วยธรรม พวกนั้นเกิดความเดือดร้อนภายหลัง ผลมันต่างกันอย่างนี้นะ ให้พากันจำเอาไว้ ผู้ที่มีใจรักศีลรักธรรม วันที่ว่างอย่างนี้เข้าวัดเข้าวาหาที่บำเพ็ญทำบุญให้ทาน นี่เป็นส่วนกุศลชำระซักฟอกจิตใจของเรา ไอ้พวกที่ใจมืดใจดำก็ยิ่งหาตั้งแต่ความมืดความดำเข้าไปในวันหยุดงานปีใหม่นี้ หาทำด้วยความเพลิดเพลินรื่นเริง ส่วนมากมีแต่เรื่องฝ่ายต่ำๆ  นั่นมันต่างกันอย่างนี้นะ คนเราต่างกันในจิตใจ จิตใจผู้หนึ่งเสาะแสวงหาทางอรรถทางธรรม หาทางบุญทางกุศล จิตใจผู้หนึ่งหาตั้งแต่เรื่องความเพลิดความเพลินรื่นเริงบันเทิงตามเรื่องของกิเลส ซึ่งมีแต่ความเพลิดเพลินอย่างเดียว เวลาผลได้มา พอปีใหม่ผ่านไปแล้วความดีที่เราได้ปฏิบัติบำเพ็ญในวันว่าง คือวันขึ้นปีใหม่นี้ อบอุ่นสำหรับผู้ที่จิตใจใฝ่ธรรม เสาะแสวงหาบุญหากุศล แต่พวกที่จิตใจใฝ่ต่ำแล้ว ไปกลับมาแล้วไม่ได้ความอบอุ่นนะ ได้แต่ความเดือดร้อนเต็มตัว ให้พากันจำเอานะ อย่าเข้าใจว่าพวกนี้จะได้รับความชุ่มเย็นนะ มีแต่ความเดือดร้อนเต็มบ้านเต็มเมือง มีแต่ความเดือดร้อนเต็มบ้านเต็มเมืองตามที่ประพฤติตัวเหลวแหลกไปอย่างนี้

วันว่างอย่างที่ท่านแสดงไว้ในครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ว่า วันพระ พระ ค่ำ ค่ำ วัน ๑๔–๑๕ ค่ำ นี้เปิดโอกาส ใครมีหน้าที่การงานอะไรให้ลดให้ผ่อนไปเสียก่อน หยุดไปเสียก่อน แล้วเข้าบำเพ็ญตามศีลตามธรรม ให้ได้บุญกุศลในวันว่างเช่นนั้น คือเอาวันว่างเช่นนั้นมาสร้างความดีใส่หัวใจ นอกจากนั้นก็ดิ้นไปตามเรื่องตามราว นี่พระองค์ก็ทรงบัญญัติไว้แล้วอย่างนี้ วัน ค่ำ ค่ำ วัน ๑๔–๑๕ ค่ำ ให้เป็นวันมีโอกาสสำหรับเสาะแสวงหาคุณงามความดีเข้าสู่ใจ นอกจากนั้นก็เปิดโอกาสไปตามเรื่องตามราว วิ่งเต้นขวนขวายหาอยู่หากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไป ผู้ทำความชั่วก็ไปเรื่อยไปตาม กันนั่นแหละ แต่สำหรับผู้มีความดีไม่เป็นอย่างนั้น วันพระวันเจ้าให้มีๆ ทีนี้ทางราชการบ้านเมืองของเราก็อนุโลมไปตามนี้เหมือนกัน เช่นวันเสาร์วันอาทิตย์นี้เป็นวันว่างอันหนึ่ง ทางราชการท่านก็เปิดโอกาสให้

พวกที่มีอัธยาศัยจิตใจใฝ่ธรรมแล้ว ก็ไปเที่ยวเสาะแสวงหาศีลหาธรรมในวันเช่นนั้น พวกที่มอมแมมวันเช่นนั้นวันเสาร์วันอาทิตย์ เป็นวันเปิดโล่งให้พวกนี้ลงนรกกัน จับหางดึงไว้หางขาดตัวยังลง เข้าใจหรือ มันไม่ได้เสียดายหางนะ มันเสียดายนรกยิ่งกว่าหางมัน จับหางดึงเอาไว้ อย่าลง นรก มันก็บืนไปจนหางขาด ตัวลงนรกก็ดี เข้าใจไหม หางขาดช่างหัวมัน นี่อย่างนั้นมีมนุษย์เรา ให้ท่านทั้งหลายจำเอาทุกคนๆ นะ ธรรมพระพุทธเจ้านี้เลิศเลอสุดยอดแล้ว เราเอาหัวใจออกมากางให้พี่น้องทั้งหลายฟัง เราเปิดโล่งในหัวใจเราด้วยการปฏิบัติตามธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ถูกต้องแม่นยำ แสดงไว้แล้วเพื่อบุญเพื่อกุศล เพื่อมรรคผลนิพพาน ไม่มีผิดแม้อนุกระเบียด ไม่มี ธรรมของพระพุทธเจ้า

นี้เราก็ได้ดำเนินตามนั้น ความภาคภูมิใจก็ได้มาโดยลำดับๆ ตามทางที่ถูกต้อง ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ จนได้เห็นผลเป็นที่พอใจ เมื่อเป็นที่พอใจทุกสิ่งทุกอย่างภายนอกภายในที่พระองค์ทรงแสดงไว้แล้ว หาที่ค้านไม่ได้ ภายในท่านก็แสดงว่า กิเลสเป็นภัยต่อสัตว์ ให้แก้ให้ถอดถอนมัน เราก็พยายามแก้พยายามถอดถอนเต็มเม็ดเต็มหน่วย เมื่อผู้ที่แก้กิเลสให้หมดไปจากจิตใจแล้ว ผู้นั้นเป็นบุคคลที่เลิศเลอ นั่นท่านก็แสดงไว้ เช่นพระพุทธเจ้าพระอรหันต์เป็นประเภทที่เลิศเลอ เพราะแก้สิ่งที่เลวร้ายทั้งหลายออกหมดแล้ว คือกิเลสนั่นแหละเลวร้าย จิตใจบริสุทธิ์เต็มที่แล้วเป็นผู้เลิศเลอ

นี้เราก็ปฏิบัติมาตามนั้นเต็มเม็ดเต็มหน่วย ตามทางเดินก็ราบรื่นดีงาม เพราะทางเป็นทางราบรื่นแล้วจากองค์ศาสดาที่แสดงไว้ ก็ดำเนินตามนั้นๆ จนเป็นที่พอใจ เราจึงได้นำธรรมะมาสอนพี่น้องทั้งหลาย ด้วยความแน่ใจในธรรมทั้งหลายทุกขั้นไม่ได้สงสัย ถอดออกมาจากหัวใจ ถ้ารู้หัวใจเป็นผู้รู้ เห็นหัวใจเป็นผู้เห็น บรรจุไว้ซึ่งธรรมทั้งหลายเหล่านี้ หัวใจเป็นผู้บรรจุจากธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้แล้วด้วยความถูกต้อง

เพราะฉะนั้นการนำสั่งสอนท่านทั้งหลายจึงสอนเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ได้สงสัย ท่านผู้ใดเชื่อพระพุทธเจ้า สายธรรมก็ดำเนินมานี้ ผู้ปฏิบัติตามเห็นผลตามมาโดยลำดับๆ มานี้ เอา เราก็ก้าวเดินตามกันไปซิ ผู้ไปก่อนแล้วไป ผู้เดินตามหลังไป เดินทางความดีด้วยกันแล้วจะไปสู่สถานที่ดีด้วยกัน ผู้เดินทางชั่วไปก่อนไปหลังก็ลงทางชั่วด้วยกัน ร้อนตามกันไปเหมือนกันแหละ ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอานะ วันนี้พูดเพียงเท่านี้แหละ พอเป็นคติเครื่องเตือนใจ

แต่อย่าลืม ฝากเอาไว้นะ เรา ๖๒ ล้านคน เวลานี้ยังขาดบาทขาดตาเต็งอยู่นะ ทองคำขาดเท่านั้นดอลลาร์ขาดเท่านั้น ให้ไปสอนตนเอง ไปบ้านไปเรือนแล้วก็บอกทางบ้านทางเรือน เห็นหมูเห็นหมา สูรู้ไหมกูเลี้ยงสูไว้ กูขาดตาเต็งสูไม่ขาดได้ยังไง เข้าใจเหรอ ถ้าหากว่าหมาตัวมันปากเปราะ มันก็จะถามขาดอะไรมันก็จะว่า เข้าใจไหม ให้บอกว่าขาดอันนี้แหละ เข้าใจหรือ เอาละให้พร

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก