กินโต๊ะกันแต่ยังไม่ตาย
วันที่ 20 มกราคม 2547 เวลา 8:45 น. ความยาว 45.33 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

กินโต๊ะกันแต่ยังไม่ตาย

 

         (อันนี้พวกซองปัจจัยพวกชาวจังหวัดเพชรบุรีเขาถวายมา เนื่องจากทีแรกว่าหลวงตาจะเมตตาไปแสดงพระธรรมเทศนา แต่ไม่ได้ไป เขาเลยถวายมา) ถวายที่ไหนก็เข้าส่วนรวมหมดนั่นแหละ สำหรับเรานี้แทบจะพูดได้ว่าไม่มี ออกทั้งนั้น ของเรานี้เป็นพื้นฐานมาโดยลำดับแล้วตั้งแต่เริ่มสร้างวัด ออกตลอดมาเลย จากนั้นก็รวมเข้ากับการช่วยชาติเข้าอีก ไปใหญ่เลยเทียว เดินไปที่ไหน นั่งไปที่ไหน เห็นแต่สิ่งก่อสร้างตลอดสายทาง ส่วนมากก็โรงพยาบาล เมื่อวานนี้ก็ได้ไปดูโรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์มา เห็นเขามาบ่อย มาติดต่อกับโกดังเรานี้บ่อย เราก็เคยไปช่วยหนหนึ่งแล้ว แต่มันมากต่อมากไม่ค่อยได้ไปอีก เห็นทางนี้มาบ่อย วันนั้นมาขอเครื่องมือแพทย์ ๓ เครื่องให้หมดเลย แล้วยังถามว่าขาดอะไรอีก เขาก็ไม่ตอบว่าไง เขาเกรงใจเรา เพราะขนาดนั้นมันก็เป็นล้านเข้าไปแล้ว

เมื่อวานนี้เราไปดูจริงๆ ลงรถแล้วก็ออกเลย ตระเวนดูข้างนอกบริเวณวัด ถามเนื้อที่ของวัดดูแล้วว่า ๒๙ ไร่ ก็ดีอยู่ พอเหมาะ โรงพยาบาลอำเภอ ๒๙ ไร่เหมาะอยู่ ไปก็ดูสถานที่แล้วถามถึงเรื่องสถานที่อยู่ที่พักอาศัย ขาดตรงนั้นเหมือนกันหมดนั่นแหละ นี่ก็ของบประมาณไปได้ ๓ ปีแล้ว เข้ากันได้กับที่ศรีเชียงใหม่ เขาขอไปได้ ๓ ปี ยังไม่ได้รับคำตอบจนกระทั่งป่านนี้ งบประมาณ ว่างั้น อันนี้เราก็ให้แล้ว เมื่อวานนี้ไปก็เอาจุดนี้เลย เขาก็เข้ามาจุดนี้ก่อน เราก็ให้เลย แต่ก่อนหลังกันหรือช้าเร็วนั้นเรากำหนดไม่ได้นะ เราบอก แต่เรื่องให้เราให้ตามเวลาของมันที่เหมาะ เวลานี้มันก็ขัดกันอยู่ คือว่าเป็นเหมือนคู่แข่งกันตามเวลา คือศรีเชียงใหม่กับนี่แหละ

ศรีเชียงใหม่ก็กำลังสั่งให้เขาถมดิน เนื้อที่ ๔ ไร่ทั้งหมด ถมทั้งนั้นแหละ ดีไม่ดีดูเหมือนจะเข้าไปราคาซื้อที่ก็ไม่ทราบแหละ เพราะที่มันต่ำ คิดว่าอย่างน้อยเมตรห้าสิบ ทางโน้นถมเข้ามาแล้วก็จะพอดีกันกับลานโรงพยาบาล พอดีเท่าไรก็เอาแค่นั้น คิดว่าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าเมตรห้าสิบแหละ ๔ ไร่ถมหมดเลย จะสักเท่าไรเราบอกเราจะเสียให้ทั้งหมดเลยค่าถมดิน เราซื้อที่ให้แล้วว่างอยู่เฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์ เราจึงติดตามไป เราคิดไว้แต่แรก เวลานั้นยังไม่ได้พูดอะไร มาพิจารณาอีกทีหนึ่งเสียก่อน พิจารณาคราวหลังนี้ไปก็ติดต่อให้เขาถมที่เท่านั้นแหละ พูดกลางๆ ยังไม่ได้ซอกแซกซิกแซ็กให้ละเอียด ไปคราวหลังนี้ซอกแซกละเอียดลออเรียบร้อย เขาก็เริ่มจะถมแหละ

พอดีไปทางนี้ ถ้าหากว่าทางโน้นมันว่าง สร้างก่อนแล้วเสร็จก่อน อาจจะมาทางนี้ก่อน ทางศรีเชียงใหม่อาจทีหลังก็ได้ อันนี้แล้วแต่ทางไหนควรจะได้ก่อนได้หลัง แต่เรื่องได้ได้แหละ เราว่างั้น นี่ก็สามชั้นๆ ตึกพวกเจ้าหน้าที่ เหมือนกับบุ่งคล้า เอาแปลนมาดูก็แบบเดียวกัน บุ่งคล้าก็สามชั้นเหมือนกัน นี่ก็แบบเดียวกัน คราวนี้จะขึ้นทางนี้สอง ทางโนนสะอาดนี่ก็ตึกสองหลังๆ ละสองชั้น กำลังสร้าง หลังหนึ่งกำลังเริ่มขึ้น มันจะช้าอยู่ตรงนี้ หากว่าควรที่จะเป็นไปได้แค่ไหนเขาจะมาหาเราอีกทีหนึ่งทางโรงพยาบาลโนนสะอาด ควรจะลงทางไหนก่อน ศรีเชียงใหม่กับพิบูลย์รักษ์ก็ลงทางนั้นก่อนเรื่อยไป เวลานี้มันตั้งแปดหลังละมัง นู่นน่ะฟังซิ อยู่ในภาระของเราทั้งหมดที่จะดูแล อันนี้นับเข้าด้วยก็จะเป็นสิบ นี่จะจ่ายในระยะเดียวกันหมดนะ

เราเจียดเงินเอาไว้ๆ จ่ายตามนี้ ไม่ติดแหละติดหนี้ ถ้าได้ตกลงกันอย่างธรรมดาๆ แล้วไม่ติดหนี้ ที่มันเอะอะน่ะซีมันติด ส่วนมากเครื่องมือแพทย์ติด มาก็มาจ๊ะเอ๋กันเลย ความจำเป็นทางไหนมากกว่ากัน แน่ะ เมื่อเห็นว่าคนไข้มากกว่าหนักกว่าแล้ว เรื่องติดหนี้ติดสินนี้เบากว่าก็ยอมติดๆ ไปเลย อย่างนั้นมีเรื่อยติดหนี้แบบนี้นะ แต่เรื่องที่เราสั่งสร้างอะไรๆ นั้นไม่ติด เพราะเราคิดคาดเอาไว้เรียบร้อยทุกสิ่งทุกอย่างในบัญชีเงินที่จะจ่าย เพราะฉะนั้นเราถึงได้บอกว่า เวลาเราตายนี้เงินยังไม่ได้จ่าย มันจะเต็มอยู่ในนั้นนะ มันจะหาว่าหลวงตาบัวนี้เป็นเศรษฐีนะ ไม่ได้คิดดูที่เราคิดไว้ใช่ไหมล่ะ เราคิดไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ติดหนี้ เราคิดเป็นระยะๆ ไปเลย

เมื่อวานนี้ก็เอาของไป พอดีก็ไปเหมาเอาไก่ที่หนองเม็ก เลยหนองหานไปเสียก่อน เพราะไก่มันมีอยู่ที่นั่น ไปเอาไก่แล้วก็ย้อนกลับมา ไปพิบูลย์รักษ์ ดูเหมือนได้ไก่ ๑๐๑ ตัวเรียกว่าหมด ถ้าเราไปที่ไหนตลาดนี่ล้มเลย ล้มๆ ล้มทั้งนั้น เข้าร้านไหนล้มไปเลย อันนี้ก็ล้มหมดเมื่อวานนี้ พวกขายไก่อยู่สองแถวถนนที่จะไปหนองเม็ก เอาหมดเลย เหลือแต่ที่ยังไม่สุก นอกนั้นเราเอาหมด จากนั้นก็ย้อนกลับมาแล้วไปพิบูลย์รักษ์ เข้าไปดู พูดเฉพาะตึกเท่านั้นเมื่อวานนี้ ไม่ได้พูดอะไรมากนัก เพราะตึกมันหนักมากอยู่แล้ว แล้วก็กลับมาเท่านั้นเมื่อวาน

เรื่องทางศาสนาเราเวลานี้กำลังยุ่งมากนะ พี่น้องทั้งหลายกรุณาทราบ เราก็อกจะแตกอีกเหมือนกัน เรื่องศาสนายุ่งมากทีเดียวเวลานี้ ก่อตั้งแต่ความยุ่งเหยิงวุ่นวายตลอดมา ตั้งแต่เริ่มตั้งรัฐบาลใหม่นี้แล้วก็ตามตีตามต้อนตามฟัดตามเหวี่ยงกัน เหมือนกับว่าก่อกรรมก่อเวรกัน เราอยากจะพูดให้เต็มปากอย่างนี้ เพราะพิจารณามาโดยตลอด ไม่มีเรื่องอะไรๆ ก็ก่อขึ้นมา ๆ ก่อขึ้นมาแล้วก็อันหนึ่งเป็นของปลอม อันหนึ่งเป็นของจริง ครั้นก่อขึ้นมาแล้วของจริงเหนือกว่ามันก็ลบล้างไป แล้วก็อันนี้ขึ้นมาอีก เวลานี้กำลังก่อ

         นี่เราทราบ เรายังไม่ได้อ่านหนังสืออะไรละ ผิดถูกประการใดเราก็ฟังเสียงที่เขาอ่านหนังสือพิมพ์ อ่านรายการต่างๆ มาเล่าให้เราฟัง ผิดถูกก็ต้องอยู่กับนั้นแหละ เราได้ยินอย่างงั้นเราก็มาเล่าให้ฟัง เวลานี้มีคนเขาพูดว่าสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบันเรานี้กำลังจะถูกกินเลี้ยงบนโต๊ะเก้าอี้ จากพวกรุมทึ้งที่จะแย่งตำแหน่งหน้าที่เป็นใหญ่เป็นโต  แล้วเอาสมเด็จพระสังฆราชเรานี้ขึ้นบนโต๊ะ กินโต๊ะกัน สมเด็จสังฆราชองค์นี้ยังไม่ตาย กินโต๊ะกันแต่ยังไม่ตายแล้วเวลานี้ นี่คนพูดมามากแล้วเวลานี้ กำลังรุมกินโต๊ะกัน พวกที่เคยเป็นนั้นละเป็นมาเรื่อยๆ ก่อแล้วเรื่องนี้ล้มไปก่อใหม่ขึ้นมาเรื่อย ก่อใหม่ขึ้นมาเรื่อย มันตั้งหน้าตั้งตาที่จะทำลายทั้งชาติ ทั้งศาสนาของเมืองไทยให้ล่มจม ทั้ง ๆ ที่มันเป็นคนไทยด้วยกันนั้นแหละ

         นี่เราทราบอย่างนี้เราก็พูดตามหลักความจริงแห่งความทราบมา ผิดถูกประการใดก็แล้วแต่ท่านทั้งหลายจะพิจารณา เราไม่โกหก ได้ยินมายังไงพูดตามความสัตย์ความจริงที่ได้ยินมา เวลานี้กำลังรุมทึ้งกันทีเดียว สมเด็จพระสังฆราชองค์นี้ยังไม่ตาย แต่รุมกินโต๊ะกัน จัดตั้งคณะกรรมการดูแลสมเด็จสังฆราช ตั้งคณะนั้นคณะนี้ขึ้นมา ขึ้นไปถึงไหนบ้างล่ะ เหอ หลายคณะ ตั้งแต่ต้นไปหาเถรสมาคม และหัวหน้าเถรสมาคม เป็นโดยลำดับลำดามา จะมาดูแล ว่างั้น พูดคำสวยงามว่าจะมาดูแลกิจการ กลัวจะบกพร่อง สมเด็จสังฆราชประชวรมากแล้ว แล้วสมเด็จสังฆราชประชวรขนาดไหนใครก็เห็นอยู่ด้วยกันทุกคน

         แล้วสมเด็จพระสังฆราชเป็นสมเด็จพระสังฆราชมากี่ปีกี่เดือน ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์พี่น้องชาวไทยเรา ก็มีสมเด็จพระสังฆราชมาประจำศาสนาพุทธของเรา ประจำเมืองไทยเรามานานแสนนาน เราก็ยังไม่เคยเห็นว่าสมเด็จสังฆราชองค์ใดที่ถูกรุมทึ้งเอากินโต๊ะทั้งดิบทั้งสดเรื่อย ๆ ๆ มาอย่างนี้ เราไม่เคยเห็น พึ่งจะมาเห็นสมเด็จสังฆราชของเรานี้ กำลังรุมทึ้ง เขาบอกว่ากำลังรุมทึ้งกันเดี๋ยวนี้ รุมทึ้งจะกินโต๊ะกันสดๆ ร้อนๆ หาเรื่องหาราวมารักษาการอย่างนั้น รักษาการอย่างนี้ ตั้งแต่คณะกรรมการมาเข้าไปหาเถรสมาคม แล้วเข้าไปหาผู้ใหญ่ที่ไหนอีก อันนี้ก็ได้ยินว่าอย่างงั้นละ ให้เป็นผู้ควบคุม

         แล้วทีนี้ก็มาอีกสายหนึ่งอีกแล้ว พวกนี้จะหาอุบายวิธีการที่จะขึ้นเป็นสังฆราชสององค์แข่งกัน ว่างั้นเอาอีกแหละ สมเด็จสังฆราชสององค์แข่งกันเราก็ไม่เคยเห็น พึ่งจะเห็นเดี๋ยวนี้กำลังรุมทึ้ง กินสมเด็จสังฆราชนี้กินสด ๆ ร้อน ๆ แล้วสมเด็จสังฆราชอื่นก็จะขึ้นมาแทน เขาพูดว่ายังไงเราก็พูดตามหลักความจริงอย่างนี้ เวลานี้อึกทึกครึกโครม ทั่วประเทศไทยเรา ซุบ ๆ ซิบ ๆ  อยู่ทุกแห่งทุกหน พวกนี้มันได้เรียนวิชาเปรตวิชาผีมาจากไหนมากินเนื้อสดๆ ร้อนๆ สมเด็จสังฆราชเรานี้ยังไม่ตายกินสดๆ ร้อนๆ แล้ว นี่ฟังซิพี่น้องทั้งหลาย

         เราเอาเรื่องเอาราวที่ได้ยินได้ฟัง หูเราฟังมาตลอดตั้งแต่วันเกิด เราไม่เอาคำโกหกพกลมมาพูด ได้ยินมาอย่างนี้ เวลานี้กำลังเกิดเรื่อง ขึ้นประกาศโครมครามๆ แล้วจากสำนักอะไรเขาเรียกสำนักพุทธศาสนา ว่างั้น มาประกาศตั้งขึ้นอะไรต่ออะไร จะเป็นพลการ หรือเป็นอะไรก็ไม่ทราบได้ ตั้งขึ้นโผงผางประกาศขึ้นมาแล้ว ว่างั้นนะ เราก็ไม่ได้ยินเรื่องประกาศ ยังไม่ได้อ่าน แต่บรรดาลูกศิษย์ลูกหา ใครมากต่อมากมาเล่าเรื่องให้ฟัง บางคนก็ถือหนังสือพิมพ์มา ไม่ต้องอ่านเราว่างี้ละ หนังสือพิมพ์เรื่องราวมาไม่ต้องอ่านแหละ เราขี้เกียจอ่าน เรื่องสกปรกเรื่องส้วมเรื่องถานเราว่างั้น เราจะฟังตั้งแต่เรื่องที่มันเป็นเหตุเป็นผลเท่านั้น

         อันนี้ดูมันไม่ค่อยเป็นเหตุเป็นผล ถึงอย่างนั้นเราก็ยังได้เอามาพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง อย่างที่ว่านี่แหละ ก็เรื่องส้วมเรื่องถาน เรื่องรุมทึ้งกันกินด้วยอำนาจแห่งความโลภโลภาในยศ ในลาภ ในชื่อในเสียงอะไรเหล่านี้ ที่จะมารุมทึ้งกินโต๊ะสมเด็จสังฆราชเรา ทั้งภายนอกภายในขุ่นเป็นตมเป็นโคลนสมเด็จสังฆราชเราเวลานี้ ข้างในนี่ก็ได้ยินว่าเซ็นลายมือปลอมๆ ไปขออะไรต่ออะไรก็ไม่ทราบ นี่ภายใน เอาภายนอกก็กำลังรุมทึ้งเข้ามา แล้วเสร็จละ สมเด็จสังฆราชนี้ท่านเป็นเพื่อนของเรานะ สมเด็จสังฆราชนี่นะ เราพูดตรง ๆ ก็เคยเป็นเพื่อนกันมาแล้ว สนิทสนมกันขนาดไหน เป็นแต่เวลานี้ไม่ค่อยได้ไปหากันเท่านั้น เราก็พูดได้เต็มปากตามที่ได้ยินได้ฟังมาอย่งนี้ ว่าเวลานี้กำลังถูกรุมทึ้ง ว่างั้น

         สมเด็จสังฆราชก็มีองค์นี้ละที่แปลกต่างสมเด็จสังฆราชทั้งหลายมา นอกนั้นก็มีมาเป็นลำดับลำดา สมเด็จสังฆราชก็มีมาเรื่อย ผู้ดูแลรักษาการแทนสมเด็จสังฆราชก็ดูแลมาเรื่อยๆ อย่างงั้นก็ไม่เห็นมีเรื่องมีราวอะไร ก็พึ่งมาปรากฏนี้ว่าสมเด็จสังฆราชนี้อาภัพมากนะ ฟังว่า ไม่มีอะไรที่จะเป็นตัวของตัว จึงต้องอาศัยบรรดาบริษัทบริวาร ไม่ทราบบริษับริวารเทวบุตรเทวดา หรือยักษ์หรือผีมาจากไหน มารุมทึ้งกันกินอยู่เวลานี้ กำลังจะกินสดๆ ร้อนๆ สมเด็จสังฆราชเราเวลานี้ เราก็น่าวิตกวิจารณ์เหมือนกันนะเพราะเราเป็นเพื่อนกัน

         สมเด็จสังฆราชกับเรานี้เพื่อนกัน เกิดปีเดียวกัน เราก่อนท่านดูเหมือนสองเดือน  เราเกิดเดือนสิงหา ท่านเกิดเดือนตุลา เวลาบวชก็ท่านดูเหมือนบวชเดือนกุมภา ไม่ชัดนัก เราก็เดือนพฤษภา ท่านก่อนเราเล็กน้อย เป็นเพื่อนกันมาโดยตลอดทุกอย่าง มาจนกระทั่งป่านนี้ แล้วเรื่องราวที่ได้ยินเรื่องราวอย่างนี้แล้ว เราก็รักสงวนเนื้อหนังของท่าน ไม่อยากให้เขามารุมมาทึ้งกินเอาอย่างไม่มีเหตุมีผล กินด้วยความหิวความกระหาย กระหืดกระหอบมากินกันนี้มันดูไม่ได้นะ ขอให้พิจารณา บ้านเมืองมีขื่อมีแป มีหลักมีเกณฑ์ พุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าเรานีไม่เคยบกพร่องที่ตรงไหน พอที่จะมารุมกัน ทำลายกัน ประกาศว่าเป็นการส่งเสริม ส่งเสริมในหลักธรรมชาตินี้แล้ว หลักธรรมวินัยบกพร่องที่ตรงไหน จึงต้องได้รุมกันถึงขนาดนี้ สมเด็จสังฆราชท่านทำผิดอะไรถึงต้องมารุมกัน

         การปกครองบ้านเมืองสมเด็จสังฆราชมากี่พระองค์ ท่านปกครองกันมาเรียบร้อยมาตลอด สมเด็จสังฆราชนี้ไปทำความผิดที่ตรงไหนจึงต้องมีการเกิดเรื่องกัน กำลังโกลาหลอลหม่านเวลานี้ ท่านมีความผิดพลาดที่ไหน พิจารณาซิ ถึงจะถูกรุมกินกันทั้งสด ๆ ร้อน ๆ อย่างนี้ เราก็อยากจะถามดูมันเป็นเพราะเหตุไร แล้วใครมีเรื่องราวก็ค่อยไปสืบถามดูเถอะ เราคอยฟังแต่เขามาพูดให้ฟังเราก็พูดตามนี้เท่านั้นเอง กำลังพิลึกกึกกือนะเวลานี้ แหม แย่งกันนี้พิลึกพิลั่น เรื่องเหล่านี้เกิดมาเรื่อย ๆ ไม่หยุดไม่ถอย

         พวกที่หาก่อเรื่องก่อราวก่อมาตั้งแต่ต้นๆ มา ทีแรกเมืองไทยจะล่มจะจม พลิกจากนั้นแล้วทีนี้เมืองไทยกำลังกวนกัน ทั้งชาติทั้งศาสนาตามกวนกันมาเรื่อยเลย เรื่องนั้นลมไป เรื่องนี้ตั้งขั้นมา ๆ จากคณะไหนไม่รู้ ถ้ามีผู้มาต้านทานแล้วผู้ต้านทานอยู่จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ ชื่อว่างั้นงี้ พวกเปรตพวกผีที่มันก่อเรื่องขึ้นมามันอยู่จังหวัดไหนมันไม่มีที่อยู่เหรอ ชื่อมันว่าไง ไม่มีที่อยู่ ทำไมไม่เห็นระบุชื่อมาให้ได้ยินบ้างน่ะ เรื่องราวมันมีอยู่อย่างนี้ การกระทบกระเทือนกันมันมีชื่อมีเสียงด้วยกัน มีชื่อมีนามด้วยกัน ทำไมชื่ออันหนึ่งไม่เอาออก มาออกตั้งแต่ชื่ออีกฝ่ายหนึ่งยังไง นักมวยต่อยกันสองคน คนนี้ชื่อว่าไง อยู่อำเภอไหน จังหวัดไหน มันต้องรู้ด้วยกันทั้งสอง

         อันนี้หาก่อนั้นก่อนี้ ยุ่งนั้นยุ่งนี้ ยุ่งมาตลอดนะ หาแต่เรื่องแต่ราวที่จะทำลายชาติทำลายศาสนา อ่านดูฟังเสียงเรื่องราวอะไรนี้ไม่เห็นมีที่จะส่งเสริมพระพุทธศาสนา คือหลักธรรมวินัยให้แน่นหนามั่นคง จากการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของพระ ตั้งแต่ผู้น้อยไปถึงใหญ่ ถึงใหญ่สุด จะส่งเสริมศาสนาให้มีความสงบร่มเย็นสมเป็นผู้ใหญ่นี้เรายังไม่เห็น ถ้าเรื่องที่จะก่อกวนกันอย่างนี้ ให้ทำลายอย่างงี้เด่นอยู่เวลานี้ เป็นยังไงเป็นผู้ใหญ่เป็นมายังไง ตั้งกันมาแล้วปฏิบัติหน้าที่ยังไง เราก็อยากถามอันนี้เหมือนกัน ตั้งมาเพื่อกัดเพื่อฉีก เป็นยักษ์เป็นผี หรือแย่งอำนาจบาตรหลวงกันอย่างนี้เหรอ หรือตั้งมาอะไร เราไม่ทราบเราจึงถามมาอย่างนี้แหละ ถ้าเราทราบแล้วเราจะไม่ถาม เพราะเรื่องราวมันดังขึ้นมา ดังขึ้นมาเรื่อย หาความสงบไม่ได้เลย ตั้งแต่เริ่มฟื้นเมืองไทยขึ้นมา

         พอฟื้นเมืองไทยขึ้นมา เรื่องเปรต เรื่องผี เรื่องยักษ์ เรื่องมาร เรื่องการทำลาย ก่อกรรมก่อเวรนี้ตามต้อนกันมาเรื่อย ตามต้อนกันมาเรื่อยจนกระทั่งบัดนี้ คัดค้านมาตรงไหนที่จะเป็นสารประโยชน์ให้ได้เดินตามไม่มี คัดค้านเพื่อทำลายๆ นี้มีดาษดื่นตลอดมา มันเป็นยังไง นี่หรือผู้รักษาศาสนาคือคนประเภทนี้หรือ พวกนี้หรือ คณะนี้เหรอ เราอยากถามว่าอย่างงั้น พระพุทธเจ้าบกพร่องที่ตรงไหนถึงได้เกิดความโกลาหลอลหม่าน ไม่ไว้ใจพระพุทธเจ้านั่นเอง จึงตั้งหน้าตั้งตาขึ้นเป็นผู้ใหญ่เป็นโต จะกินกันสด ๆ ร้อน ๆ ต่อหน้าพระพุทธเจ้า เหยียบหัวพระพุทธเจ้าไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ละ

         มันน่าทุเรศนะ พิจารณาดูแล้ว ดูไม่ได้นะเวลานี้ ก่อกวนเอามากทีเดียวพวกนี้ เดี๋ยวเรื่องนั้นขึ้นมา เรื่องนี้ขึ้นมา ไม่มีหยุดมีถอยเลย มันเป็นยังไงถิ่นฐานบ้านเรือนมันอยู่ที่ไหนคนพวกนี้ พอมีผู้มาต้านทานแล้วก็ระบุแล้ว คนนี้อยู่บ้านนั้น เมืองนั้น อำเภอนั้น จังหวัดนั้น เหมือนมันเป็นเจ้าอำนาจบาตรหลวงมาจากเทวบุตรเทวดา อินทร์ พรหม ที่ไหนก็ไม่ทราบ ทั้งๆ ที่มันก็อยู่ในมืองไทย ถิ่นฐานบ้านเรือน พ่อแม่โคตรแซ่ของมันก็อยู่ด้วยกันนี่เอง ทำไมไม่เอาโคตรแซ่ของเจ้าของมาแจงบ้าง ไปหาพูดตั้งแต่เรื่องคนนั้นอยู่ที่ไหน คนนี้อยู่ที่ไหนที่มาต่อต้านเขานะ ไปหาระบุหมดนั่นแหละ

         แม้ที่สุดหลวงตาบัวนี้อยู่เมืองอุดร เขาเรียกว่าต่อต้านเขา อยู่เมืองอุดร หลวงตาบัวนี่อย่าว่าแต่เมืองอุดร ถ้าที่ไหนอยู่ได้อยู่มันหมด มันมีที่อยู่ อยู่หัวคนพออยู่ได้อยู่ไปเราก็จะอยู่นะ ว่าไง ก็ไม่มีที่อยู่ก็อยู่ไปซิ พอจะบรรเทาความจำเป็น นี่ใครก็มีบ้านมีเรือนเหมือนกันมันมาหาระบุอะไร การตอบรับกันด้วยความดีความงาม ด้วยเหตุด้วยผล มีสิทธิที่จะตอบรับด้วยกันตามสถานที่ที่อยู่ และชื่อของบุคคลที่มาตอบรับซึ่งกันและกัน แล้วมันระบุหาอะไร หรือพวกนั้นเป็นโจรเป็นมาร หรือเราเป็นเจ้าอำนาจบาตรหลวง เป็นใหญ่เป็นโตด้วยความชอบธรรมแล้วหรือถึงไปหาระบุ ตัวนี้มันตัวขโมย ถ้าใครมาคัดค้านขึ้นมาแล้ว ตัวนี้เหมือนว่าตัวนี้ผู้ร้ายชายโจร ตัวมหาภัย ชี้หน้ามัน มันอยู่บ้านไหน ให้สืบถามลักษณะเป็นอย่างนั้นนะ จับมาลงโทษ เป็นลักษณะนั้น

         ไอ้ตัวที่เป็นเจ้าใหญ่นายป่านายเถื่อนนี้ ทำไมไม่ถามบ้าง ไม่มีที่อยู่หรือ โคตรแซ่ไม่มีหรือคนนี้น่ะ มีโคตรแซ่ตั้งแต่ผู้ต่อต้านนั่นเหรอ มันเป็นยังไงเป็นอย่างงั้นเมืองไทยเรานี้ เรียนมาก็สูง ก็เรียนมาด้วยกันทุกคนๆ คัมภีร์พระพุทธเจ้าก็มี ทำไมมันไม่ดูคัมภีร์พระพุทธเจ้า สอนให้รบราฆ่าฟันกันด้วยฝีปากอย่างนี้เหรอ ลบล้างกันอย่างนั้น ลบล้างอย่างนี้ นี่หรือธรรมพระพุทธเจ้า นี่คือวิชาหมา อย่าเอามากัดกันในวงพุทธศาสนาที่ศาสดาสอนไว้แล้วด้วยสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบทุกสิ่งทุกอย่างแล้วไม่มีบกพร่อง คำว่าบกพร่องก็คือพวกกำลังเป็นหมากัดกัน อวดอำนาจกันอยู่เวลานี้ ถ้าเรียกว่าหมาก็เรียกได้ พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนวิชานี้ วิชานี้เป็นวิชาของสัตว์เดรัจฉาน กัดฉีกกันกินเหมือนหมา วิชาพระพุทธเจ้าไม่มี สอนตั้งแต่ความสงบร่มเย็นเท่านั้น

         เราน่าสลดสังเวช ได้ฟังแล้วเวลานี้ โอ๋ยมันพิลึกกึกกือนะพวกนี้ หาเรื่องหาราวไม่ได้หยุดได้ถอยนะ เดี๋ยวยังจะเป็นเรื่องหนึ่งขึ้นมาอีกนะ เดี๋ยวจะมีอีกๆ พวกนี้ จนอิดหนาระอาใจประชาชนคนผู้มีความดีงาม ตลอดถึงพระเจ้าพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านเอือมระอาเหลือประมาณ ในวิชาที่มาจากจรวดดาวเทียมที่ไหนมาทำลายพระพุทธเจ้า ตีหน้าพระพุทธเจ้า ฟันหัวพระพุทธเจ้าต่อหน้าต่อตาด้วยการลบล้างธรรมวินัย ไม่มองดูธรรมวินัยเลย เวลานี้มันกำลังออกหน้าออกตามาทำ พากันฟังนะ เราพูดตามหลักความสัตย์ความจริงที่ได้ยินได้เห็นมา

         หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเรายังไม่เคยดู มีแต่เขามาเล่าให้ฟังอย่างนี้ๆ พวกนี้ไม่ใช่พวกที่จะมาโกหกพกลมต่อเรา เราเชื่อถือในคำพูดเขาได้ เราก็นำคำพูดนี้ออกมาพูด ผิดถูกประการใดขอให้ท่านทั้งหลายพิจารณาก็แล้วกัน เรื่องที่หลวงตาบัวพูดบ๊งเบ๊งนี้มันมีไหมเรื่องเวลานี้ มีไหม ไปตรวจดูในกรุงเทพฯนะ เอาล่ะให้ฝากท่านทั้งหลายไปตรวจดูมันมีหรือหลวงตาบัวพูดปากเปราะ ปากบอนต่างหากนะ เอาละพอ เท่านั้นแหละ เอาแค่นี้แหละ เวลาขึ้นก็ต่อยซิ ลงมาแล้วก็เฉยธรรมดา ถึงเรียกว่านักกีฬา นักกีฬาต้องเป็นอย่างงั้น ต่อยพอเสร็จแล้วกอดกัน ถือสนิทสนมกันผู้ต่อยกันนั่นละ อันนี้ลงมาแล้วก็เฉย จะว่าไง เราไม่มีอะไร ว่าเฉย ๆ แล้วมีอะไรล่ะ

ปัญหาธรรมะจากอินเตอร์เน็ต

ถาม โยมปฏิบัติจิต และได้ทำลายกายโดยไม่กลับมาเห็น หรืออาศัยกายอีก เข้าใจว่าผ่านฐานกาย และเข้าสู่ตัวผู้รู้ที่ไม่มีตัวตนปรากฏ เป็นเพียงอาการที่รู้ว่ามีบางสิ่งคู่กันอยู่ส่วน ก็คือผู้รู้ เข้าใจว่าคือสติ-ปัญญาที่แจ่มชัด และสิ่งที่ถูกรู้ เข้าใจว่าคือ กิเลสตัณหา อุปาทาน

เมื่อเข้าสู่ตัวผู้รู้ และค้นดิ่งลงไปในฐานของจิต ทำลายกิเลสลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงสภาวะของการย้อนอดีต สัญญาต่างๆ ก็ผุดขึ้นมา เข้าใจว่าระลึกชาติต่างๆ ก็ทำลายไปเรื่อยๆ สังเกตได้ว่าการทำงาน ทำลายกิเลสภายในทุกขณะจิตที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่มีกายย้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง จนในที่สุดมั่นใจว่าผ่านการทำลายกิเลส ถึงขั้นระงับดับอารมณ์ความฟุ้งซ่าน ภายในจิตใจได้อย่างเด็ดขาด

จนกระทั่งขณะที่โยมเดินจงกรม และจิตจดจ่อค้นเข้าไปในฐานของจิต ก็ไม่ปรากฏอาการใดๆ อยู่นานมาก จิตโยมก็ตั้งอยู่กับพุทโธๆ ไปเรื่อยๆ จนปรากฏจุดดำเล็กๆ อยู่กลางฐานของจิต และสัมผัสถึงพลังงานที่ออกมาจากจุดดำเล็กๆ นั้น เหมือนมีป้อมปราการที่แข็งแกร่งมาก ขณะที่จิตตัวผู้รู้ก็สร้างพลังงานขึ้นมา เมื่อกระแสของพลังตัวผู้รู้กับกระแสของพลังงานจากจุดดำ (สิ่งที่ถูกรู้) กระทบกันเหมือนเกิดการผลักดันต่อสู้กันอย่างแรง

ขณะที่กิริยาทางจิตภายในกำลังจ้องทำลายจุดดำอยู่นั้น กริยาอาการทางกายโยมก็ยังคงเดินจงกรมอยู่ จิตเฝ้าจดจ่อต่อสู้ผลักดันกันอยู่สักพักใหญ่ พลังงานของจิตที่ยังรับรู้ได้ว่าเป็นตัวผู้รู้นั่นก็ทะลุผ่านจุดดำ วึบเข้าไป โดยไม่มีอาการของการทำลายอย่างรุนแรง เหมือนทุกขั้นตอนหยาบๆ ต่างๆ ที่ผ่านมา แต่ก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่เป็นจุดกำเนิดของจุดดำนั้นได้ถูกทำลายไปอย่างถาวรด้วย

เมื่อรู้สึกว่าผ่านจุดดำวึบเข้าไป โยมเกิดความเข้าใจ ในขณะนั้นว่าตัวผู้รู้หายไป เป็นเพียงความอิสระ ว่างเปล่า ไม่มีขอบเขต รู้สึกแจ่มใส สติปัญญาคมชัด ไม่ยึดติดเกี่ยวข้องกับสิ่งใดๆ ไม่มีของสองส่วน คือ ผู้รู้กับสิ่งที่ถูกรู้อีกต่อไป อาการทางกายที่กำลังเดินจงกรมอยู่ขณะนั้น ก็เกิดอาการร่างกายเหมือนถูกตัดขาด หมดแรงดึงดูดซึ่งกันและกัน ทรงตัวไม่อยู่ เหมือนจะร่วงลงไปกองกับพื้น ต้องประคองตัวไปนั่งลงกับขอนไม้ข้างทางเดินจงกรม

        พอตั้งตัวได้ก็ตั้งจิต เพื่อจะเข้าฐานก็ไม่ปรากฏว่ามีจิต ไม่มีตัวผู้รู้ มีแต่อิสระอย่างเต็มที่ รู้สึกบริสุทธิ์ ว่างๆ อยู่อย่างนั้น สองปีผ่านไปก็ไม่มีการค้นหา เพราะไม่เห็นจิต ไม่ต้องทำงาน แต่สิ่งที่โยมเป็นอยู่ ไม่ต้องเข้า ไม่ต้องออก บริสุทธิ์ ประณีต มั่นคงกว่าการเข้าออกในฌาณ ไม่มีอาการย้อนเข้าย้อนออก เป็นเอกเทศ

        โปรดชี้แนะและอธิบายด้วยเถิดเจ้าค่ะ กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง (จาก เบญ)

หลวงตา ตามแถวแนวที่พูดมานี้ เป็นวิธีต่อกรกันบนเวที ต้องมีการยอกการย้อนสูงต่ำดำขาวเป็นธรรมดา ขอให้ดำเนินไปอย่างนั้น เราจะไปตัดสินให้คนอื่นคนใดที่ไม่ใช่เรื่องของเราผู้ปฏิบัติเป็นผลขึ้นมา เราก็ไม่กล้าจะตัดสินนะ แต่การดำเนินนี้เป็นวิธีที่ถูกต้องสำหรับผู้ขึ้นเวทีต่อกรกับกิเลส ต้องมีวิธีการหลายสิ่งหลายอย่างยอกย้อนกลับไปกลับมาสูงต่ำลุ่มๆ ดอนๆ เป็นวิธีการของการต่อสู้กับกิเลส นี่เราเห็นด้วยที่ดำเนินมานี้ถูกต้องมาโดยลำดับ เราจึงจะขอย้ำให้อีกว่า ให้ดำเนินอย่างนี้ไปเรื่อยๆ มันจะออกวิธีใดให้เป็นหลักปัจจุบันเกิดขึ้นมา เราอย่าไปคาดสิ่งที่เกิดมาแล้วมีมาแล้วหายไปแล้ว มาเป็นปัจจุบัน จะไม่เกิดประโยชน์ อะไรที่เกิดขึ้นกับจิตที่สัมผัสสัมพันธ์กันอยู่ เหมือนนักมวยเขาต่อยมวยกันบนเวที ต่อยกันปัจจุบันๆ

เหล่านี้ก็เหมือนกันระหว่างกิเลสกับธรรมที่พินิจพิจารณาซึ่งกันและกัน ก็ให้ทำกันอย่างนั้น ให้เป็นปัจจุบันตลอดไป สิ่งที่มันล่วงมาแล้วก็ให้ล่วง ปัจจุบันที่เราพิจารณาอะไรในเวลานั้น ให้พิจารณาไป  เป็นการถูกต้องในการดำเนิน แต่การรับรองผล  มอบให้เป็นสนฺทิฏฺฐิโกของผู้ปฏิบัติ คือเจ้าของเองเป็นผู้ตัดสินเอง เราเป็นแต่เพียงผู้รับฟังให้ซ้ำอันนี้ไปอีก เข้าใจเหรอ ให้พิจารณาอีก เมื่อถึงขั้นที่จะเป็นสนฺทิฏฺฐิโกไม่ต้องถามใครแล้ว พระพุทธเจ้าก็ไม่ถามใคร สาวกทุกองค์ไม่เคยถามใคร ทั้งๆ ที่เป็นนักศึกษาจากพระพุทธเจ้า พอถึงขั้นเต็มภูมิแล้วไม่ศึกษาอีกต่อไป อันนี้คุณก็ให้เป็นนักศึกษาปฏิบัติของตัวเองตลอดไป เมื่อถึงขั้นอิ่มพอแล้ว สนฺทิฏฺฐิโก จะประกาศขึ้นเองเหมือนครั้งพระพุทธเจ้าครั้งพุทธกาล เข้าใจไหม เอาแค่นั้นก่อน

คำถาม คนที่สอง หลานนั่งภาวนาช่วงปีแรกๆ มีเสียงดัง เห็นภาพมากมาย จนมาถึงปัจจุบันสิ่งเหล่านั้นหายไป และจับพุทโธที่ออกได้ชัดเจนมากเจ้าค่ะ สามารถจับได้ทุกเวลา หลานมีปัญหาถามดังนี้เจ้าค่ะ

ข้อที่ ๑ เวลาหลานภาวนาไม่เห็นอะไรเลย รู้แต่พุทโธที่อกเท่านั้น อาการนี้ถูกต้องหรือเปล่าเจ้าคะ

หลวงตา ถูกๆ ให้อยู่กับพุทโธตลอดไป ถูกต้องแล้วเหมาะสมมาก อยู่กับพุทโธ คือรู้กับพุทโธ หมายถึงว่าสติติดแนบกับพุทโธทำถูกต้องแล้ว

ถามข้อที่ ๒ เวลาหลานนั่งภาวนา ในบริเวณที่องค์หลวงตาพัก ทำไมจิตมันนิ่งสงบไม่ฟุ้งซ่าน แต่เมื่อหลานตอนอยู่บ้านจิตมันวุ่นวาย ไม่สงบเลยเจ้าค่ะ

หลวงตา อ๋อ ตอนนั้นคือหนูมันอยู่ใกล้แมว มันกลัวแมวมันก็ไม่ดิ้น พอเวลาห่างจากแมวแล้วมันก็ซุกซิกๆ ออกมาเป็นธรรมดาแหละ ให้พยายามดึงแมวมาไว้ที่หัวใจเสมอ คือครูบาอาจารย์พระพุทธเจ้าพระธรรมพระสงฆ์ดึงเข้ามาไว้เสมอนะ นี่เท่ากับแมว หนูตัวคะนองคือกิเลสมันจะหมอบเข้าใจเหรอ เอาแค่นั้นแหละ

โยม จากเมื่อกีนี้นะครับ บอกว่า เมื่อตอนหลานอยู่บ้าน จิตมันวุ่นวายไม่สงบเลยเจ้าค่ะ หลานจึงกราบขอความเมตตาจากองค์หลวงตาชี้แนะวิธีภาวนาเมื่ออยู่ที่บ้าน จะทำอย่างไรให้สงบ

หลวงตา ให้ทำเหมือนว่าเราอยู่กับครูบาอาจารย์ที่จิตใจเราสงบ ให้ทำเหมือนอย่างนั้นนะ ว่าไป

ถามข้อ ๓ เมื่อไม่นานมานี้ หลานนั่ภาวนา ใช้คำบริกรรมพุทโธพร้อมกับลมหายใจ โดยให้พุทหายใจเข้า โธหายใจออก และมีช่วงหนึ่ง ตอนลมหายใจเข้าหยุดชะงักไปพักหนึ่ง แล้วเมื่อลมหายใจออกก็หยุดชะงัก แล้วต่อไปก็เช่นกัน เป็นอย่างนี้ ๒-๓ ครั้ง หลานก็เลยเปลี่ยนให้ลมหายใจเข้า-ออกเร็วขึ้นๆ อาการก็หายไป ทำไมหลานจึงเกิดอาการเช่นนี้เจ้าคะ กราบขอความเมตตาแนะแนวทางในการแก้ไขลมหายใจชะงักด้วยเจ้าค่ะ

ตอบ นี่ก็เหมือนนักมวยเขาต่อยกัน เขาไม่เห็นมาถามพวกนั่งชมนะ เขาต่อยกันเป็นยังไงผมต่อยเขานั่น หมัดผมไปยังไงหมัดเขามายังไง เขาไม่เห็นถามกัน เวลาเขาต่อยกันเขาก็ต่อยกัน เวลาลงมาเขาก็ลงมา นอกจากกรรมการจะคอยเตือน ที่ครูมวยว่างั้นเถอะ เตือนกันเป็นระยะๆ ไปอย่างนั้นเวลามีโอกาส อันนี้ก็ให้ปฏิบัติอย่างนั้นแหละ มันจะเป็นอย่างไรให้ดู อาการของจิตกับของกิเลสมันสลับซับซ้อนกันอยู่ วกวนกันไปมาเหมือนนักมวยต่อยกัน เข้าใจไหม ให้ทำความรู้สึกอยู่ด้วยความมีสติสำคัญมากนะ อย่าเผลอสติ มันจะค่อยรู้ทุกอย่างนั่นละ ก็ไม่เห็นมีเรื่องอะไรมากนัก

โยม จบแล้วครับ

หลวงตา จบแล้ว ทางนี้ก็อยากจบมาตั้งแต่ยังไม่ถาม มันจะตายอยู่แล้ว เราคอยฟังแต่เสียงจะจบนั่นแหละ

เมื่อวานนี้ทองคำได้ ๑ บาท ๑๑ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๓๓๔ ดอลล์ เท่านั้นแหละนะ ให้เร่งนะทองคำเรา ให้เร่งเข้าโดยลำดับ ดอลลาร์เวลานี้ยังขาดอยู่อีก ๑,๑๑๖,๒๔๗ ดอลล์ จะครบจำนวน ๑๐ ล้านดอลล์ ก็บอกไว้อย่างนั้นแหละ มันมาอยู่เรื่อยๆ เราก็กำลังรวบรวมเงินทั้งจะแยกไปทางทองคำ ทั้งจะแยกมาดอลลาร์ ถ้าไม่พอทางดอลลาร์ก็จะหมุนมาดอลลาร์ เราดูอย่างนี้อยู่ตลอดนะ เราคิดของเราเอง พอทางนั้นแล้วก็สั่งปั๊บเลย ทำอย่างนั้นปั๊บเลย  เช่นหมุนไปทางทองคำก็หมุนไปเลย ถ้าจะแยกมาทางดอลลาร์ เอ้า มันหวุดหวิดอยู่ ควรจะเอาอันนั้นมาเสริมเข้าให้มันเต็ม เอามาอย่างนั้นแหละ

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก