เป็นบุญเป็นกรรมของชาติไทยเรา
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2547 เวลา 8:50 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๗

เป็นบุญเป็นกรรมของชาติไทยเรา

         ผู้กำกับ เป็นจดหมายที่แม่ของลูกสาวสองคนเขียนมาถึงหลวงตา ลงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ กราบนมัสการเรียนหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เนื่องในงานทำบุญประทายข้าวเปลือกที่จะมาถึงนี้ ข้าพเจ้านางอาภารัตน์ ปภัสสรสรางกูล อัมพรชัยประทีป และลูกสาวทั้งสองคน คือ น.ส.สุชานันท์ อัมพรชัยประทีป และ ด.ญ.นัฐวรา อัมพรชัยประทีป กราบถวายเครื่องไทยทานและเช็คของขวัญจำนวนสี่ร้อยบาท แก่องค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน สุดแต่องค์หลวงตาจะพิจารณา

เนื่องจากบุตรสาวทั้งสองคนของข้าพเจ้า คือ ด.ญ.นัฐวรา อัมพรชัยประทีป และ น.ส.สุชานันท์ อัมพรชัยประทีป โดยเฉพาะ ด.ญ.นัฐวรา อัมพรชัยประทีป ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และได้สิ้นลมหายใจเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ที่ผ่านมา บุตรสาวหมดลมหายใจพร้อมกับคำภาวนา พุทโธ อย่างสงบ ก่อนที่ร่างกายทุกอย่างจะไม่ทำงาน บุตรสาวได้พยายามลุกขึ้นมานั่งสมาธิบนเตียง และกราบรูปหลวงตา ๓ ครั้ง พร้อมกับกล่าวว่า องค์หลวงตาสว่างเป็นรัศมี บุตรสาวข้าพเจ้าเคยมาอยู่ปฏิบัติภาวนา เดินจงกรม ที่วัดป่าบ้านตาด ตั้งแต่อายุยังน้อยๆ

หลายปีที่ผ่านมาข้าพเจ้าพาบุตรสาวทั้งสองคนมาอยู่ภาวนาที่วัดป่าบ้านตาด ซึ่งก็ได้อยู่ปฏิบัติครั้งแรก ๙ วัน ปีถัดมาอยู่ปฏิบัติจำนวน ๓ วัน จากการที่ลูกได้มาปฏิบัติภาวนาที่วัดหลวงตา ลูกจึงได้หลักใจ เมื่อลูกมาป่วยเป็นมะเร็งดังกล่าว ลูกก็ได้กล่าวกับข้าพเจ้าผู้เป็นแม่ว่า โชคดีที่แม่พาหนูไปวัดตั้งแต่เล็กๆ  ได้กราบหลวงตา และได้กล่าวภาวนาพุทโธจนลมหายใจสุดท้าย (อายุได้ ๑๔ ปีกับ ๖ เดือน) ข้าพเจ้าและลูกสาวทั้งสองคนมีบุญวาสนาได้กราบหลวงตาครั้งแรกเมื่อวันที่เสาร์ที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๘ เวลา ๑๒.๒๐ น.ตรงกับวันอาสาฬหบูชา ที่พิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น วัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร

ขณะนั้นข้าพเจ้าและลูกสาวทั้งสองคน เข้าไปกราบรูปปั้นและอัฐิธาตุของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ขณะที่ข้าพเจ้าเข้าไปกราบ ข้าพเจ้าและลูกสาวได้เห็นหลวงตากำลังกราบหลวงปู่มั่นอย่างงดงาม และเมื่อหลวงตากราบหลวงปู่มั่นเสร็จแล้ว หลวงตาลุกขึ้นยืนและหันกลับมา ข้าพเจ้าน้ำตาไหล และรู้สึกว่ากายเบา และเห็นองค์หลวงตาสว่างเป็นรัศมี ลูกสาวข้าพเจ้ากอดข้าพเจ้าแล้วถามข้าพเจ้าว่า ทำไมแม่เห็นหลวงตาแล้วแม่ร้องไห้ และลูกสาวทั้งสองยังกล่าวเช่นกันว่า องค์หลวงตาสว่างมาก ลูกสาวทั้งสองสวดมนต์ไหว้พระและภาวนาพุทโธ จวบจนถึงปัจจุบันตามอัตภาพอยู่เสมอ และเคารพหลวงปู่มั่นและหลวงตา ยึดเป็นหลักใจ ขอกราบนมัสการมาด้วยความเคารพอย่างสูงสุด น.ส.อาภารัตน์ อัมพรชัยประทีป

หลวงตา พอพูดอย่างนี้แล้วก็ทำให้ระลึกถึง โยมผู้หญิงที่จันทบุรีคนหนึ่ง แกภาวนาเก่งเหมือนกันแต่ปากเปราะ แกมาจังหันแล้วก็นั่งอยู่ร้านเตี้ยๆ เป็นร้านสำหรับพระฉันจังหัน ไปสร้างวัดใหม่ เราเดินไป แกนั่งอยู่นั้น ๒ คน เราไปบิณฑบาตพึ่งกลับมา ว้ายวีดขึ้นทันที รัศมีของอาจารย์สว่างหมด รัศมีรัดสะหมาที่ไหนเป็นบ้าหรือ เดี๋ยวตีปากเอานะ เราว่างั้น ขึ้นอย่างไม่ได้สติสตังนะภาษาของเรา แต่แกมีสติ เป็นความตื่นเต้นของแกเอง เรากำลังเดินเข้ามา ว้ายวีดขึ้นทันที รัศมีของอาจารย์ทำไมอัศจรรย์มากนัก จ้าไปหมดเลย รัศมีรัดสะหมาอะไร ตีปากเอานะปากเปราะ เราว่างี้ โอ๋ย ก็มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ยังเถียงอีก มันไปสัมผัสกันก็เลยเล่าให้ฟัง รัศมีสะหมาอะไรเราว่างั้น ตีปากเอานะมันปากเปราะ

นี่เขาเล่ามาให้ฟังเฉยๆ นะ ลูกสาวเขาเสียไปคนหนึ่งใช่ไหม (ครับ คนที่สิ้นชีวิตนี่ละครับที่ภาวนาแล้วลุกขึ้นมากราบหลวงตา ๓ ครั้งแล้วสิ้นใจอย่างสงบ และเป็นผู้ที่เห็นรัศมีสว่างขององค์หลวงตา)

เมื่อวานนี้ทองคำได้ ๑๕ กิโล ๑๔ บาท ๘๖ สตางค์ ส่งไปแล้วแต่เช้านี้เพื่อให้ทันเข้าโรงหลอมวันนี้ สำหรับดอลลาร์ได้ ๑๑,๑๐๔ ดอลล์ เงินสดได้ ๑,๑๕๙,๓๗๒ บาท งานเมื่อวานนี้ ข้าวที่มานั้นดูจะไม่ลดกว่าปีกลายนี้มากนักนะ ทีแรกเราคิดว่าจะลดมาก เพราะปีนี้คนทำนาไม่ค่อยสะดวก รอบๆ นี่ไม่สะดวก ตั้งแต่ขอนแก่นไปนี้ เพราะพวกนี้ทำบุญถึงกันหมด ขอนแก่น มหาสารคาม แถวนี้ฝนไม่ดี อุดรมีดีอยู่บ้างกว่าทางนู้น แต่ไม่สมบูรณ์ ดีไปตั้งแต่สว่าง ไปสกลนคร นครพนม ดีหมด เราจึงคิดว่าข้าวปีนี้จะไม่ได้มากเหมือนปีที่แล้ว เพราะฟ้าฝนไม่ค่อยดี ครั้นเวลาไปดูที่ไหนได้ โถ มันยังไงกัน เราคิดว่าจะไม่ลดมากนักนะ คอยฟังก็แล้วกัน ปีกลายได้ตั้ง ๘,๐๐๐ กระสอบ แปดพันกว่าปีกลายนี้ ปีนี้จะได้สักเท่าไรคอยดู แต่ก็มากมาย

ทองคำที่เข้าคลังหลวงแล้วเวลานี้ ๙,๑๒๖ กิโล เอาหมื่นกิโลตั้งลงไป เอานี้ลบ ขาดเท่าไรก็นั่นละที่เราจะหาให้พอ อย่างน้อยต้องให้พอในวันปิดโครงการ คือมอบทองคำ ดอลลาร์ สมบูรณ์แบบเลย แล้วปิดโครงการในวันนั้น นี่ยังขาดอยู่เท่านี้แหละ เวลานี้ดูเหมือนจะยังขาดอยู่ประมาณสัก ๔๐๐ กิโล แต่ก่อนมันถึง ๘๐๐ นี้ลดมาแล้วมาก ยังเหลืออยู่คงไม่เลย ๔๐๐ กิโล ยังขาดอยู่นะ สำหรับดอลลาร์นั้นมอบคลังหลวงแล้ว ๘ ล้าน ๘ แสนดอลล์ ดอลลาร์ที่ได้เพิ่มหลังมอบคลังหลวงแล้วเมื่อวันที่ ๒๖ นั้นเป็นวันมอบนะ ได้ดอลลาร์ ๑๒๙,๔๗๘ ดอลล์ อันนี้ก็ลบ ๑๐ ล้านนั่นแหละ เหลือเท่าไรก็ขาดเท่านั้น แต่อันนี้ไม่ได้แน่นอนนัก เพราะบัญชีมีทั้งทางโน้นมีทั้งทางนี้ ดอลลาร์ อย่างเรามาทางนี้บัญชีดอลลาร์ก็เข้าทางนี้หมด ทางนู้นก็ทราบบ้างไม่ทราบบ้าง แต่เวลาถึงวันก็รู้เอง ออกผึงจากบัญชี โอนปึ๋งขึ้นทางนู้นเลยเทียว

ได้เป็นหมื่นๆ ไม่ใช่น้อยๆ นะ ตั้งแต่เรากลับมาจากกรุงเทพแล้วก็ได้มาเรื่อยๆ  คือมาทางนี้เข้าทางนี้หมด ไปทางโน้นเข้าทางโน้นหมดเลยไม่เอามา ดอลลาร์ที่ได้แล้วทั้งหมด ๘,๙๒๙,๔๗๘ ดอลล์ ยังขาดดอลลาร์อยู่อีก ๑,๐๗๐,๕๒๒ ดอลล์จะครบจำนวน ๑๐ ล้าน อันนี้ก็ไม่แน่ละ นี่เขาบอกตามที่เขาทราบมา เพราะมันเข้ามาเรื่อยๆ  ดอลลาร์มาอยู่เรื่อยๆ คือเข้าบัญชีแล้ว ที่ยังไม่เข้ารอจะเข้าอยู่ก็มี นี่ละจำนวนที่ว่านี้ บอกอย่างเด็ดขาดเลยว่าขาดไม่ได้เลย คราวนี้เด็ดที่สุดเลย เด็ดสุดขีด วาระที่ประกาศออกช่วยชาติ เทศนาว่าการในที่ต่างๆ เรียกว่างด การเทศน์อย่างนั้น ไม่เอาแล้ว หากจะเทศน์จะนอกรายการในรายการก็ไปตามอัธยาศัยและธาตุขันธ์ของเราเท่านั้น เราไม่ไปตามโครงการ

สำหรับโครงการที่ว่าช่วยชาติของเรา ที่ออกเที่ยวเทศนาว่าการ หยุด โครงการเอาไว้ข้างนอกเลย ไม่เอามาไว้บนหัวเรา ไว้ข้างนอก คือเราอยากจะไปตามโครงการหรือนอกโครงการอะไรก็แล้วแต่เรา ส่วนบัญชีนั้นเดี๋ยวนี้ยังปิดไม่ได้นะ เราต้องรอไปชั่วระยะหนึ่ง แล้วเราจะประกาศล่วงหน้าให้ทราบ เราจะปิดบัญชีวันนั้นบอกเลยเทียว ทีนี้ก็เป็นปรกติไปเลย แต่เวลานี้ยังปิดบัญชีไม่ได้ เพราะเงินยังมาอยู่ มาทั่วประเทศไทย มาเล็กมาน้อยมันก็มาอยู่ตลอด เราจึงปิดบัญชีไม่ได้ จึงต้องรอบัญชีไว้ก่อน ยังไม่ปิดบัญชี จนกว่าเวลาสมควรแล้วเราก็จะบอกล่วงหน้าอีก เราจะปิดบัญชี ย่านประมาณวันที่เท่านั้น พอถึงวันนั้นก็ประกาศบอกเลยทั่วถึงกันหมด

ส่วนที่เขามาตามหลัง มันก็เข้าของเก่านั่นแหละ เราพูดตามโครงการที่เรากำหนดเฉยๆ นะ สำหรับเงินทองทั้งหลายที่พี่น้องทั้งหลายมาบริจาคนี้ สำหรับเงินมาหาหลวงตาบัวโดยเฉพาะนี้มันจะสักกี่พันล้าน พูดจริงๆ นะไม่ใช่ธรรมดา เฉพาะของเราเข้าช่วยโลกทั้งหมดเลย เราไม่เคยเกี่ยวข้องนะ ไม่เคยไปหาซื้ออะไรๆ มา นอกจากจ่ายในวัดนี่กับทำสาธารณประโยชน์เพื่อโลกเสีย จ่ายเหล่านี้ๆ ก็เป็นเรื่องส่วนรวมไปเสียทั้งหมด ที่จะมาหาเราไม่เห็นปรากฏนะ เราไม่เคยสนใจ เพราะมันท่วมเห็นไหมล่ะ บิณฑบาต พระจะตายเพราะท่วม ก็อย่างนั้นแล้ว ทุกอย่างท่วมมาโดยลำดับๆ เพราะฉะนั้นจึงออกหมดเลยสำหรับเงินส่วนของเรา

มาอะไรๆ ก็เข้าส่วนรวมทั้งนั้นๆ ออกหมดตลอดมาตั้งแต่สร้างวัด เราไม่เคยสั่งสมอะไรตลอดมา เราช่วยโลกมาตั้งแต่เริ่มสร้างวัด โรงร่ำโรงเรียนช่วยมาตั้งแต่เริ่มสร้างวัด ตลอดไปหมดเลย พอดีการช่วยชาติมารวมกันเข้าก็เลยเข้ากองเดียวกันๆ หมดเลย เราบริสุทธิ์ใจเต็มที่ในการช่วยชาติคราวนี้ ช่วย เราพูดตรงๆ เลย พูดอย่างอาจหาญชาญชัย เลยอาจหาญของสมมุติอีก ว่าเราไม่มีอะไรในหัวใจของเราแล้ว เราช่วยโลกนี้ด้วยความเมตตาล้วนๆ แม้บาทหนึ่งสตางค์หนึ่งเราไม่เคยมีในหัวใจของเรา เข้มงวดกวดขันทุกอย่าง เราเป็นผู้ทำหน้าที่แต่ผู้เดียว ใครมาทำแทนเราไม่ได้มันจะรั่วไหลแตกซึม นี่เราเชื่อความบริสุทธิ์ของเราขนาดนี้

เราช่วยโลกคราวนี้ถึงขนาดคอขาดขาดไปเลย ไม่ได้มีอะไรเสียดายยิ่งกว่าชาติและศาสนา ซึ่งเราครองอยู่ในเมืองไทย หรือเรากราบไหว้อยู่ตลอดเวลาในเมืองไทย เราไม่มีอะไร เวลาช่วยช่วยจริงๆ เด็ดๆ จริงเลย เราไม่มีละว่าเหยาะๆ แหยะๆ จะกลัวใครหรือกล้ากับใครไม่มี กลัวก็ไม่มี กล้าก็ไม่มี ไม่มีกลัวจะมีกล้ามาจากไหน ไม่มีทั้งกล้าทั้งกลัว ผ่านไปหมด เหยียบหัวไปหมดเลย พูดตรงๆ อย่างนี้นะ ธรรมชาตินี้มันเลิศเลอสุดยอดทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ครองอยู่ในหัวใจมาได้ ๕๔-๕๕ ปีนี้ มาโกหกท่านทั้งหลายเหรอ ฟังซิน่ะ

เพราะฉะนั้นการทำทุกอย่างเราจึงเชื่อหัวใจเราที่มีแต่ธรรมล้วนๆ จะมีมลทินเข้ามาแทรกไม่ได้เลยเป็นอันขาด ตัดสะบั้นเลยนะเรื่องของมลทินนี่ เข้ามาไม่ได้ในหัวใจอันนี้ ถ้าเป็นเรื่องของธรรมแล้วออกได้ ออกทะลุถึงว่าคอขาดไปเลยนู่นน่ะ ถ้าเรื่องของธรรม ถ้าธรรมพาเดินแล้วเดินอย่างนั้นละ ถ้าเรื่องกิเลสมันผิดอย่างนี้เราจะฝืนไม่มี แม้เส้นผมหนึ่งเราก็มีไม่ได้ มันขัดกันทันทีเลยกับธรรมชาตินี้ ก็เหมือนกับว่าก้างขวางคอ สิ่งที่กิเลสมลทินที่เข้ามาพาดพิงในหัวใจนี้มีไม่ได้เลยมันหากเป็นเอง เหมือนกับว่าขาดสะบั้นไปเลย เข้ามาก็ขาดไปพร้อมกันเลย

นี่ละเรื่องจิตเมื่อเป็นธรรมล้วนๆ แล้วเป็นธรรมตลอด จะทำให้เป็นโลกเป็นสงสาร เป็นกิเลสตัณหาเป็นไม่ได้ เรียกว่าอฐานะ เป็นไปไม่ได้เลย นี่เราช่วยโลกเราช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจอย่างนี้ตลอดมา เพราะฉะนั้นเราถึงอดวิตกวิจารณ์ไม่ได้นะ ที่โลกเขาโจมตีเราๆ แทนที่เราจะมาคิดถึงเรื่องเขาโจมตีไม่คิดนะ ไม่มีเลย ฟังแต่ว่าไม่มีเลย ในหัวใจของเรา เขาโจมตี บรรดาลูกศิษย์ลูกหาเสียอกเสียใจ เคียดแค้น ว่าเขาโจมตีอาจารย์ตัวเองอย่างนั้นอย่างนี้ อู๊ย ช่างหัวเขาเถอะน่ะ ปากเขา ว่าไปงั้นแหละเรา ความคิดเขา ปากเขา เขาจะยกมาทั้งโคตรก็ช่างเขาซี ก็โคตรของเขาไม่ใช่โคตรของเรานี่วะ เป็นอย่างนั้นไปเสีย ก็เราไม่มีนี่ จะทำให้มีก็ไม่มี

จึงอดวิตกวิจารณ์ไม่ได้ เอ๊อ มันกรรมอะไรกันน้า เราก็สร้างคุณงามความดีเพื่อโลกเพื่อสงสารเต็มเม็ดเต็มหน่วย เต็มหัวใจ ชีวิตขาดดิ้นเราก็เพื่อไปหมดเลย แล้วก็ยังมีผู้มาโจมตี ขนเอาบาปเอากรรมไปจากเราอีก มันยังไง คิดนะ เพราะเราไม่มีอะไร แต่พวกนั้นมันมีละซี เอ๊อ มันจะกรรมอะไรเกี่ยวกันนะ คิดไปอีก เราอยู่ดีๆ ธรรมดา สร้างแต่ความดี แล้วความชั่วมันก็โปะเข้ามาๆ แทนที่จะโปะแต่เรามันย้อนไปซี มันไม่ไปไหนนะ นี่ละทำให้เราวิตกวิจารณ์ เอ๊อ พวกนี้มันยังไงกันน้า คิดไป แล้วก็คิดถึงเรื่องพระพุทธเจ้า เรื่องพระพุทธเจ้าคิดน้อยมาก เพราะเราไม่มีอะไร พระพุทธเจ้าเป็นฉันใด สาวกเป็นฉันนั้นเลย แน่ะว่างั้น ถูกเขาโจมตีทุกด้านทุกทาง เขาจ้างกันยืนเป็นแถวด่าพระพุทธเจ้า เขาจ้าง นี่มีในตำรา จ้างให้ยืนเรียงแถว เวลาพระพุทธเจ้าบิณฑบาต แทนที่เขาจะเรียงแถวใส่บาตร เขาเรียงแถวเอาไม้ตีพระพุทธเจ้า ไม้ปากเขาน่ะเข้าใจไหม

ไอ้อูฐ ไอ้ลา ไอ้หัวโล้น ไอ้ขอทาน ว่าไปทุกอย่าง เพราะจ้างเขามา เขาก็มาว่าตามประสา เหมือนอย่างที่เขาจ้างให้ว่าเรานี่ โจมตีเรานี่เขาก็จ้างเหมือนกันเราแน่ใจ ไม่เห็นก็แน่ใจ เพราะการมาโจมตีเรานี้มันสะเปะสะปะ ว่าตรงไหนมันไม่ถูกๆ มาโดยลำดับ นี่แสดงว่าจ้างกันมา ผู้ที่รับจ้างเขาก็หาเงินหาทอง พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเขาก็เอา พอได้เงินแล้วก็ว่าไปๆ เขาเองจริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้ติดใจกับเราแหละ เขาติดใจกับเงินค่าจ้าง แล้วจ้างว่ากันไปทั่วทุกแห่งทุกหนทั่วประเทศไทย จ้างว่าเรา โจมตีเรา โจมตีเรื่องของเราที่บริสุทธิ์สุดส่วนๆ แล้วโจมตีด้วยกองมูตรกองคูถมาตลอด แล้วกองมูตรกองคูถจะไปไหน มันไม่โปะเจ้าของมันจะไปไหน

ในหัวใจเรามันไม่มี ทำอะไรให้มีก็ไม่มี จึงทำให้อดวิตกวิจารณ์ไม่ได้นะ เอ๊อ น่าสงสารนะ ผู้สร้างบาปสร้างกรรมก็ตั้งหน้าตั้งตาสร้างเอาจริงๆ สร้างอย่างความถึงใจ สร้างอย่างความเคียดแค้น สร้างแบบก่อกรรมก่อเวรจริงๆ เราไม่มีกับใคร เราจึงวิตกย้อนหลังนะ แทนที่จะมีกับเรา เราบอกว่าเราไม่มี ตั้งแต่พระพุทธเจ้าก็ยังเป็นอย่างนั้น เราตัวเท่าหนูจะให้เลยศาสดาไปไหน เขาอยากว่าก็ว่าไปซิ เท่านั้นแหละ ปล่อย แต่มันก็อดวิตกวิจารณ์ในกรรมของเขาไม่ได้เหมือนกัน

เช่นอย่างกรรมที่จ้างคนมาว่านี่ก็เหมือนกัน นี่ก็ถูกไถเหล็กไถหัวหน้าผู้จ้างวาน นี่มันมีในตำรา ถูกไถเหล็กไถเอาเลย เมื่อเขาสืบทราบชัดเจนไม่มีสงสัยแล้วก็ให้นั่งลงเอาไถเหล็กไถไปเลย นี่มีในตำรา เป็นกรรมปัจจุบัน แล้วกรรมอนาคตข้างหน้า ไปเมืองผีไม่ทราบว่าเมืองผีเมืองไหนจะรับได้คนประเภทนี้น่ะ ดีไม่ดีถูกเนรเทศไปอีก เข้าไปอยู่เมืองผีก็อยู่กับเขาไม่ได้ ลงนรกมันจะอยู่ได้หรือไม่ได้ นรกพิเศษสำหรับมันมีหรือเปล่า เป็นอย่างไรเรื่องสร้างกรรม ใครอย่าหาญนะ คิดดูอย่างที่เขาว่าให้เราขนาดนี้ เราจะฉุกคิดเรื่องตัวเองมันไม่มีเลยนะ มีแต่ย้อนวิตกกับความคิดอย่างนี้ เพราะเราไม่มีเจตนาต่อโลกในทางให้ร้ายอย่างนี้ แต่นี้มันก็มามีอย่างนี้

         นี่เราพูดถึงเรื่องเราช่วยโลกด้วยความบริสุทธิ์ใจนะ เราช่วยจริงๆ ไม่ได้ช่วยเล่นๆ ถึงขนาดคอขาด ขาดเลย นู่นน่ะ ฟังซิน่ะ ให้เสียดายชีวิตยิ่งกว่าชาติกว่าศาสนาไม่มีสำหรับเรา ถึงคราวเด็ด เด็ดขาดสะบั้นไปเลยนะด้วยธรรม ไม่ได้เด็ดด้วยโลกนะ โลกเข้ามายุ่งไม่ได้ เด็ดตรงไหนนั้นละธรรมออกตรงนั้นๆๆ เลย ถ้าขัดธรรมไม่เอา หมอบราบเลย ไม่ฝืน ถ้าเรื่องธรรมแม้ผมเส้นหนึ่งก็ไม่ฝืน หมอบเลย ถ้าเป็นกิเลสมันขาดของมันเองละ ขาดสะบั้นๆ ไปเลย

         มันก็เป็นบุญเป็นกรรมของชาติไทยเรา ผู้ดึงขึ้นก็มี ผู้ลากลงก็มี อย่างงั้นละจะให้ว่าไง ให้พากันพยายามทำความดีของเรา คนเราดีด้วยควมดี เป็นสุข บรมสุขด้วยความดีนะ ไม่ได้เป็นทุกข์ เป็นบรมทุกข์ด้วยความดี ไม่มี เหล่านี้เป็นสมบัติของความชั่ว มันสร้างความชั่วมันก็เป็นของมันเอง

         เรื่องราวที่สืบไปเมื่อวานนี้ก็สืบแล้วนี่ ที่ป้างๆ พูดเมื่อวาน ว่ามาประกาศโฆษณาห้ามไม่ให้เปิดวิทยุฟังเสียงธรรมหลวงตาบัว อย่างนั้นะเห็นไหมล่ะ ถอยใครเมื่อไร ให้ไปสืบถามให้ได้นะ สืบถามได้ความแล้วจะซัดกันนะกับเรา มันของเล่นเมื่อไร มันกลัวใครเมื่อไรว่างี้เลย มีแต่ขี้หมูขี้หมากลัวหาอะไร กลัวขี้หมา นอกจากหลีกไปเฉยๆ ให้กลัวมันไม่กลัว หากหลีกเข้าใจไหม ใครจะไปกล้าเหยียบขี้หมาใช่ไหม แต่จะว่ากลัวมันก็ไม่เห็นกลัวใช่ไหม หากหลีก นี่ก็เหมือนกันนั่นแหละ แบบเดียวกัน กลัวขี้หมูขี้หมาให้กลัวมันไม่กลัว แต่หลีกเฉยๆ

         ฟังเสียงเขาจ้างวานกันมาโฆษณาโจมตีเรา มันไม่มีที่เขาโฆษณาโจมตี ๆ มานั้นมีแต่เหลวไหลๆ ทั้งหมดเลย จึงได้บอกว่าขอบิณฑบาตพวกโฆษณาโจมตีให้ผ่อนลงหรือให้หยุดเสีย มันไม่เกิดประโยชน์อะไรแหละ มีแต่โทษโดยถ่ายเดียว เพราะมันไม่เป็นไปตามความจริง แสดงให้เห็นว่าผู้ที่มาโฆษณาโจมตีเรามีแต่รับจ้างมาทั้งนั้น ถ้าเป็นความจริง จริง ๆ ต้องมาหาเหตุหาผลใช่ไหมล่ะ ได้หลักได้เกณฑ์แล้วไป เอ้าประกาศออกมา นั่นอย่างงั้นถึงถูก แต่นี้โฆษณาโจมตีสุ่มสี่สุ่มห้า เพื่อแสดงความเลวร้ายของเจ้าของให้คนทั้งชาติได้ดูได้เห็น ดูเอาซิท่านทั้งหลาย

         พวกนี้พวกทำคุณประโยชน์ให้โลกอย่างไรบ้าง พวกที่โจมตีอยู่ทุกหัวระแหงทั่วประเทศไทย สอดแทรกไปหมดเพื่อโจมตีๆ ผู้ทำดีเพื่อชาติ เพื่อศาสนา โจมตีทุกหย่อมหญ้าเวลานี้ ฟังเอานะ แล้วพวกนี้มันมาทำประโยชน์อะไรให้โลก ตั้งแต่เริ่มต้นตั้งรัฐบาลใหม่มา มีแต่เรื่องก่อกรรมก่อเวรกับชาตินั่นละเป็นสำคัญ กับชาติไทยของเรา ศาสนาก็ไปด้วยกัน เคียงข้างกันไป ทั้งจะทำลายชาติ ทั้งจะทำลายศาสนา ออกทางศาสนาก็เพื่อทำลายชาติ ออกจากทางชาติก็มากระเทือนศาสนา มันเป็นการทำลายด้วยกัน จากคำโฆษณา จากอุบายวิธีการของพวกนี้ที่ทำลายชาติโดยถ่ายเดียว

         เงินบาทหนึ่งเราไม่เคยเห็นเขาเอามายื่นให้เรา ว่าช่วยชาติบ้านเมือง ไม่มี ทองคำกิโลหนึ่งจากคณะนี้ คณะที่กำลังทำลายชาติ ทำลายศาสนา อย่างโจ่งแจ้ง อย่างหน้าด้าน อย่างเปิดเผยอยู่เวลานี้ มันจะยื่นทองคำมาให้เราสักชิ้นหนึ่ง พอเป็นเครื่องหมายที่จะให้ประชาชนเชื่อถือมันได้นั้นไม่มี ออกมาแง่ไหนมีแต่ทำลาย มีแต่เผาแต่จุดตลอดเวลา แล้วใครจะเชื่อได้คนไทยทั้งประเทศ พากันฟังให้ดีนะ เหล่านี้ไม่ได้ฟังเฉยๆ นะ สิ่งเหล่านี้เป็นเสี้ยนเป็นหนามต่อชาติต่อศาสนาและต่อตัวของเราเองทั้งนั้น ไม่ว่าดอลลาร์ ไม่ว่าเงินสด ไม่ว่าทองคำ ไม่มีจากพวกนี้ ที่โฆษณาอย่างโจ่งแจ้งหน้าด้านอยู่ทุกวันเวลานี้ โฆษณาให้เขาชวนเชื่อ เขาชวนเชื่อก็คือว่า ให้มาทำลายทั้งชาติทั้งศาสนาให้จมลงในทะเลด้วยกันกับพวกเปรตนี่ ว่างั้นพูดง่ายๆ คำโฆษณาเหมือนออกอย่างนั้นมาละ

ผู้ทำดีทำแทบเป็นแทบตาย แต่ผู้ทำชั่วไม่ทำอะไรเลย มีตั้งแต่ทำชั่วโดยถ่ายเดียวๆ เท่านั้น ทางความดีที่จะมาหยิบยื่นให้เห็นเป็นน้ำใจสักนิดหนึ่ง ว่าการตำหนิติเตียนหรือการโฆษณาโจมตี ก็เพราะเห็นว่าพวกนี้ทำไม่ดี เราทำดี แล้วเครื่องหมายแห่งการทำดีของเรา เอามายื่นให้บ้างซิ ทองคำหนึ่งกิโล หรือว่าดอลลาร์สักหนึ่งดอลล์ เงินสดสักห้าบาท ไม่เห็นมี มีตั้งแต่ฟืนแต่ไฟออกมาเผาโลกเวลานี้ ท่านทั้งหลายเชื่อได้ไหมพิจารณาซิ การพูดเวลานี้ใครเป็นคนพูด หลวงตาบัวที่เป็นนักโกหก นักต้มตุ๋นโลกหรือมาพูด หลวงตาบัวต้มตุ๋นใคร พิจารณาซิ

คำพูดเหล่านี้เป็นที่เชื่อถือได้ไหม กับพวกที่โฆษณาเต็มแผ่นดินไทยเวลานี้ กับคำพูดของเรานี้ คำไหนเป็นสัตย์เป็นจริง คำไหนเป็นภัยต่อชาติต่อศาสนาของเรา ให้เอามาเทียบเคียงกันไปนะ คำพูดของเรานี้คำพูดออกมาจากการขวนขวาย จากความเมตตาล้วนๆ สุดส่วน คิดดูซิว่าไม่มีอะไรติดตัว ช่วยโลกถึงขนาดที่ติดหนี้เขาก็ยังมี นั่นฟังซิน่ะ คนมีมันจะติดหนี้เหรอ ถึงขนาดนั้นเวลานี้เราทำ แล้วเรื่องที่เป็นภัยต่อชาติมันก็ออกทุกแง่ทุกมุม ออกทุกแห่งทุกหนอย่างหน้าด้านทีเดียวเลย ตั้งหน้าตั้งตาจะครองอำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ ในเมืองไทยต่อไปอีก ว่าให้มันชัดๆ อย่างนี้ละ

         มันเคยครองมาแล้วพวกนี้ เคยเหยียบย่ำทำลายจนกระทั่งจะไม่มีอะไรติดเนื้อติดตัวในเมืองไทยของเรา แม้ที่สุดในคลังหลวงก็จะโกยออกไปถลุงกันหมด เมื่อมันผิดหวังแล้ว จึงตั้งหน้าตั้งตาจะยึดเป็นอำนาจคืนอีก เมื่อยึดไม่ได้แล้วก็ก่อกวน อะไรที่จะทำให้ชาติให้ศาสนาเอนเอียง ล่มจม เพื่อมันจะขึ้นเหยียบขึ้นมันก็ต้องขึ้น ทำทุกวิถีทาง ทั้งด้านพระทั้งด้านประชาชนกลมกลืนเป็นเนื้ออันเดียวกันเวลานี้ กำลังลุกลามมากมายทีเดียว แผ่อำนาจป่าๆ เถื่อนๆ ออกมาเหยียบชาติและศาสนาที่บริสุทธิ์ของเมืองไทยเรา

         คนบริสุทธิ์ก็คือคนไม่ได้ทำอย่างนั้นนั่นเอง บริสุทธิ์จากสิ่งเหล่านี้ คือจากการทำลายชาติและศาสนาของตน พวกนี้บริสุทธิ์ และพวกที่เป็นเปรตเป็นผีกำลังทำลาย เวลานี้ก่อตัวขึ้นทุกแบบ เดี๋ยวก่อเรื่องนั้นขึ้นมา เดี๋ยวก่อเรื่องนี้ขึ้นมา พอชำระสงบ เดี๋ยวเรื่องนี้ขึ้นมาอีก นีเรื่องนี้ก็กำลังขึ้นมา เรื่องกำลังรุมกินโต๊ะพระ กินโต๊ะสมเด็จพระสังฆราชนี้กำลังขึ้นมาอีกนะ นี่ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ท่านทั้งหลายเป็นเรื่องดีหรือที่เขาโฆษณาว่า เพื่อเป็นการรับใช้สมเด็จพระสังฆราชอะไรอย่างนี้ เป็นเจตนาดี เอาหวาน ๆ มาพูดหลอกลวงประชาชน

         พระในวัดนี้ไม่มีหรือความภักดีต่อสมเด็จพระสังฆราช พระในวัดทุกวัดๆ ไม่มีความหวังดีต่อกันแล้วหรือ ทั้งๆ ที่หลักธรรมวินัยครอบอย่างแน่นหนามั่นคง สำหรับการพยาบาลรักษาพระภิกษุไข้ในวัดนั้นๆ ไม่มีกฎหมายบ้านเมือง หรือข้อบังคับของผู้ใด ของฆราวาสคนใดที่จะมาอาจเอื้อมเป็นใหญ่เป็นโต ที่จะมาครอบครองธรรมวินัยของพระ เหยียบพระลง เหยียบธรรมวินัยของพระลง แล้วยกตนหัวขน ๆ นั้นขึ้นมาเป็นใหญ่เป็นโต เป็นเจ้าอำนาจบาตรหลวง เป็นเจ้ากี้เจ้าการนี้ไม่เคยมีในหลักธรรมวินัย เพราะฉะนั้นเราถึงพูดได้อย่างชัดเจน

         อย่ามายุ่ง ถ้าพูดตามหลักธรรมวินัยมีสมบูรณ์อยู่แล้ว ไม่มีอะไรบกพร่อง อย่ามายุ่งว่างั้นเลย ฆราวาสที่จะมายุ่งกับพระไม่เคยมีในครั้พุทธกาลตลอดมาจนกระทั่งบัดนี้ ที่ฆราวาสที่จะมาเป็นใหญ่เป็นโตตั้งหน้าที่การงานขึ้นมาบนหัวพระ และประจบประแจงว่าเพื่ออุปถัมภ์อุปัฏฐาก เช่นสมเด็จพระสังฆราชเป็นต้น อย่างนี้ไม่มี เพราะฉะนั้นออกทางการประชุมเมื่อวันที่ ๗ กุมภานี้ที่วัดอโศการาม พระจำนวน ๑๐,๓๕๙ องค์ เหล่านี้ท่านมาด้วยความพออกพอใจของท่าน รักษาศาสนา เพราะท่านดูธรรมวินัยทุกวัน

         ไม่ได้เหมือนพวกนี้มีแต่ทำลายธรรมวินัย มันจะดูหรือไม่ดูก็ตาม แต่เรื่องทำลายเห็นโจ่งแจ้ง สำหรับผู้ที่ดูธรรมวินัยอยู่ขัดกันขนาดไหน ท่านถึงได้ออกมาทุกทิศทุกทาง ในนามลูกศิษย์ตถาคต มาด้วยความพออกพอใจ ไม่มีใครไปกเป็นเกณฑ์ อย่างหลวงตาบัวก็ไม่ไปกไปเกณฑ์ ไปบังคับ หากเป็นน้ำใจของท่านเหล่านั้นซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักธรรมวินัยของศาสนาที่ตนเทิดทูนอยู่นั้นพร้อมหน้ากันมาต่างหาก

         ครั้นมาแล้วมันก็สอดแทรก ฟังซิน่ะ นี้ละไอ้พวกเปรต ฟังเอาซิ พระท่านมาแล้ว ท่านมาด้วยอัธยาศัยนี้ สตางค์หนึ่งเราไม่เคยจ้างท่านมา พระเหล่านี้ไม่ได้มาด้วยค่าจ้างรางวัล มันก็บอกว่านี่จ้างกันมาประชุม จ้างไม่จ้างโคตรพ่อโคตรแม่มึงเดือดร้อนอะไร ถ้าว่าจ้างกูก็เอาเงินกูต่างหาก ก็จะตอบอย่างงั้นถ้าจะตอบนะ มึงมาเดือดร้อนหาพ่อหาแม่มึงอะไร อยากว่าอย่างงั้นนะ นี่พวกนี้บาทหนึ่งท่านก็ไม่เคยหยิบจากการรับจ้างนะ พระที่มาหมื่นกับสามร้อยห้าสิบเก้าองค์ ท่านมาด้วยความพอใจของท่าน แล้วก็สอดแทรกยาพิษเข้าไปว่า พระเหล่านี้ถูกจ้างวานมา ได้องค์ละหนึ่งพันบาท ๆ

         นี้เราพูดตามที่เราได้ยินมา ได้ยินอย่างนี้เราก็ตอบกันได้ยินอย่างนี้ ถ้าคำพูดนี้เป็นลม ๆ แล้งมา ๆ ไม่มีความจริง คำพูดของเราก็ตามลมแล้งไปอีกเหมือนกันเข้าใจไหม มันไปไหนกับเขามันไปด้วยกันนั่นแหละ นี่ฟังซิพี่น้องทั้งหลายฟังได้ไหม พวกแทรกพวกซึม พวกทำลาย หาว่าพระนี้มาได้องค์ละพันๆๆ นู่นน่ะ มันหาเรื่องแทรก นี่จริงหรือไม่จริงไปถามพระดูซิน่ะ ถ้าหากว่าเราหาความโกหกใส่นะ สำหรับเราเองเราไม่เคยคิดว่าจะจ้าง ยังไม่เคยคิดนี่นะ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจ้าง ฟังซิน่ะ มันยังโจมตีขึ้นมาได้สดๆ ร้อนๆ แบบหูหนาตาเถื่อน  แบบมืดแบบหนาสาโหดที่สุด เป็นไฟเผามันทั้งตัวๆ แสดงมาจากปากของมันมีแต่ฟืนแต่ไฟเผาชาติเผาศาสนา ให้จำทุกคน

         คำพูดเหล่านี้ไม่ใช่คำพูดที่ให้ความร่มเย็นแก่ชาติแก่ศาสนา เป็นคำพูดที่ทำลายทั้งชาติทั้งศาสนาให้ล่มจมไปด้วยกันทั้งนั้นแหละ เราพูดให้มันชัดเจนอย่างนี้ เราไม่ได้เคยกล้าเคยกลัวกับผู้ใด เราเทิดทูนธรรม ธรรมว่าไงพูดตามธรรม นี้เราก็พูดตามธรรม เราได้ยินมาอย่างนี้ว่าจ้างมา จ้างมาองค์ละพันบาทๆ ว่างั้น นั่นฟังซิน่ะ โคตรพ่อโคตรแม่ไหนมีเงินมาจากไหนมาจ้างมันวะ โคตรพ่อโคตรแม่หลวงตาบัวไม่มีเงินไปจ้างมัน ตั้งแต่เอากล้วยมาเลี้ยงลูก ลูกก็ตั้ง ๑๕-๑๖ คน แทบเป็นแทบตาย จะเอาเงินไหนมาจ้างพระไปประชุม เข้าใจไหมละ มันน่าคิดนะ อู๊ยทุเรศมาก ไม่มียางอายนะพวกนี้ ออกแง่ไหนออกได้ทั้งนั้น พวกมันอะไรพูดไม่ถูก มันเลยเสียทุกอย่าง

         นี่พูดก็เกี่ยวโยงกันมาอย่างนี้ละ ให้ท่านทั้งหลายฟังเอา คำพูดนี้เป็นคำพูดมีสัตย์มีจริง เราไม่หลอก ที่บอกได้ยินมาเราก็บอกว่าได้ยินมา ถ้าลงได้เห็นตัวจริงๆ แล้วหงายหมาเลยแหละ พูดง่ายๆ ไม่ทราบเขาหงายหรือเราหงาย หมามันสองตัวกัดกันเข้าใจไหม พากันจำเอานะ ฟังให้ถึงใจทุกคน โฆษณาหนาแน่นขึ้นทุกวันๆ กินโต๊ะสงฆ์นี่ก็จะพยายามเอาขึ้นกินโต๊ะให้ได้นะ ฟังนู่นน่ะ ด้วยอำนาจป่าเถื่อนของมันนั่นแหละ บีบบังคับทั้งพระเจ้าพระสงฆ์ เจ้าคณะนั้นเจ้าคณะนี้ให้มาอยู่ใต้อำนาจของมัน แล้วก็ให้มาบีบชาติบีบศาสนา บีบคนดีให้จมลงไปด้วยกันหมด มันจะขึ้นครองบ้านเมือง ทั้งชาติทั้งศาสนา มันจะขึ้นเหยียบหัวพระพุทธเจ้า เหยียบหัวชาติไทยทั้งชาติไปด้วยกันหมด ด้วยความหน้าด้านของมัน เห็นแก่ได้ เห็นแก่ร่ำแก่รวย เห็นแก่อำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ เอาไฟเผาโลก เพราะอำนาจบาตรหลวง เพราะเป็นบ้ายศนั่นเอง จะเป็นอะไร

         พระเป็นบ้ายศมาดูสมัยปัจจุบันนี้ดูเอา สมัยแต่ก่อนก็หากมี แต่ท่านไม่ได้มาแสดงออกเปิดเผยเหมือนบ้ายศของพระทุกวันนี้ นี่เป็นใหญ่เท่าไรยิ่งบ้าใหญ่บ้าหนัก  ทำความเดือดร้อนให้แก่ทั้งชาติทั้งศาสนาทั่วประเทศไทยเราเลยเวลานี้ นี่บ้ายศของพระดูเอานะ เวลานี้พระกำลังเป็นบ้ายศ บ้าอำนาจไปตามๆ กัน เที่ยวบีบบังคับพระอยู่ในวัดในวา หรือว่าอยู่ใต้อำนาจของตน ตนเป็นผู้ปกครองบีบไป ให้ไป ให้ทำยังไง ให้ทำอย่างงั้น ถ้าไม่ทำจะถอดยศ ว่างั้นนะ

         ไม่ได้ยินนะว่าจะมาถอดยศหลวงตาบัวเท่านั้น ถ้าบอกว่าจะมาถอดยศหลวงตาบัว เราจะบอกให้ยกโคตรมาเลย ไม่เอาธรรมดาละ เพียงคนเดียวมันจะถอดยากเข้าใจไหม ให้ยกโคตรมา นี่มันบีบกันอย่างงั้นนะ บีบฝ่ายปกครองฝ่ายปริยัติ เป็นเจ้าคณะนั้นเจ้าคณะนี้ เจ้าคณะนั้นบีบลงไปๆ ให้ไปทำทุจริตกับมัน ให้เอาไฟไปเผาบ้านเผาเมืองเดียวกับมัน พระก็ให้เอาไฟไปเผา ฆราวาสก็เอาไฟไปเผา พวกบ้ายศ พวกบ้าอำนาจ โหย มันตามืดตาบอด มันไม่รู้ดีหรือชั่ว บาปบุญนะไม่มีกับพวกนี้ มีตั้งแต่เรื่องฟืนเรื่องไฟเผาไหม้หัวอกมันทั้งนั้น พูดแล้วน่าสลดสังเวชนะ เวลานี้กำลังพิลึกกึกกือเหลือประมาณ ให้ฟังทุกคน เอาละวันนี้เทศน์เพียงเท่านั้นพอ (สาธุ)

         เป็นอย่างไรล่ะผู้ว่า ฟังเทศน์ธรรมะหลวงตาแล้วเป็นยังไง อย่างนี้ละไม่เหมือนใครนะ ถ้าลงได้ออกไม่ได้ถอย ก็มันไม่จริงถอยได้ยังไง เราเป็นเจ้าของสมบัติ จะปล่อยให้มหาโจรเข้ามาปล้นบ้านปล้นเมืองเราหรือ มีแต่กำปั้นก็ซัดมันเลย กำปั้นหรือหมัดนี่ หมัดนี้ใส่ๆ หมัดไม่มีนี้ไปยืมหมัดหมามาอีก เอาอีก จึงเรียกว่านักสู้

        ผ้าป่าหน้าศาลาได้ ๑,๙๙๐ บาท ทองคำจากต้นผ้าป่าได้ ๒ บาท ๕๐ สตางค์ แหวนหนึ่งวง ดอลลาร์ ๑๐ ดอลล์ เอาพอใจ ๆ (สาธุ)

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก