ศาสนาพาดำเนินย่อมเป็นมงคล
วันที่ 30 สิงหาคม 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ศาสนาพาดำเนินย่อมเป็นมงคล

ก่อนจังหัน

พระต่างชาติอยู่ที่นี่เยอะนะ เรารับได้แค่นี้ พระต่างชาติที่อยากมาวัดนี้มีมาก แต่มันจะกลายเป็นสวนฝรั่งไปซี เราให้มีสวนไทยด้วยมีสับปนกัน ไม่ให้มากนักพระฝรั่ง แม้อย่างนั้นก็ยังมากอยู่ ถ้าจะรับตามที่ต้องการมา โอ๋ย วัดนี้จะมีแต่สวนฝรั่งทั้งนั้น เราคิดคำนึงคำนวณเฉลี่ยให้สม่ำเสมอกัน เฉพาะอย่างยิ่งเมืองไทยเราเป็นเมืองพุทธ เป็นเจ้าของพุทธศาสนาในแดนไทย เพราะฉะนั้นจึงถือนี้เป็นเจ้าของเป็นอันดับหนึ่งแล้วก็แจกจ่ายกันไป ทางนู้นเข้ามาทางนี้แจกจ่ายออกไป นี่เรียกว่าความเป็นธรรม ไม่มีคำว่าจะยกอันนั้นเหยียบอันนี้ ธรรมไม่มี เพราะฉะนั้นบรรดาพระที่มาจากประเทศใดเมืองใดจึงเข้ากันได้หมด มีธรรมคือความเสมอภาคครอบไว้หมด ให้ความเสมอภาคต่อกัน

คนเราถ้ามีศาสนา เอาพุทธศาสนาเลย ศาสนานอกนั้นเราพูดตามหลักความจริงหรือตามธรรม เราไม่ได้สนิทสนมอะไรนัก เรื่องดู ๆ เรื่องดูศาสนา แต่ที่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์มอบตายได้เลยคือพุทธศาสนา หาที่ค้านไม่ได้เลยนะไม่ว่าแง่ใดมุมใด ถอดออกมาจากหัวใจ ปฏิบัติมันรู้ขึ้นมาเห็นขึ้นมา พระพุทธเจ้าสอนไว้แล้ว ๆ เราจะทะนงตนไปไหน สิ่งที่เราไม่รู้มากขนาดไหนซึ่งศาสดารู้ทั้งนั้น ๆ เพียงเรารู้เท่านี้มันก็เป็นสักขีพยานกันๆ ถ้าเราจะค้านพระพุทธเจ้า เอ้า เราค้านความรู้ของเรานี่ได้ไหม เมื่อเราค้านไม่ได้มันก็หมอบ

นี่ละพุทธศาสนา เรียกว่าเป็นศาสนาของผู้สิ้นกิเลสจริง ๆ คือแจ้งกระจ่างไปหมด สม่ำเสมอ ไม่มีเอนมีเอียง มีความเสมอภาค เอาธรรมคือความเสมอภาคครอบกันไว้หมด เพราะฉะนั้นใครจะมาเมืองใดแดนใด เมื่อมีความมุ่งหมายต่อธรรมด้วยกันแล้วอยู่ด้วยกันได้สนิทเหมือนหนึ่งว่าอวัยวะเดียวกัน นี่เรียกว่าธรรม ธรรมอยู่ที่ไหนจึงเย็นสบาย ๆ ธรรมจึงปราศจากโลกไม่ได้ ถ้าโลกได้ห่างเหินจากธรรมเมื่อไรก็ใกล้ชิดติดพันกับฟืนกับไฟคือเรื่องของกิเลสมากขึ้นเท่านั้น ศาสนาจึงเป็นความจำเป็นมาก

เฉพาะอย่างยิ่งเราเป็นลูกชาวพุทธ ขอให้มีพุทธศาสนาติดแนบอยู่ในหัวใจเรา จะทำอะไร ๆ ให้คำนึงถึงความผิดถูกชั่วดีซึ่งเป็นเรื่องของธรรมออกจากศาสดา อย่าทำสุ่มสี่สุ่มห้า เสียมาก ไม่ได้เสียใครเสียเราผู้ทำนั่นแหละ พระพุทธเจ้า พระธรรม ท่านไม่เสีย มาเสียเรา เราจึงต้องนำธรรมนี้เข้ามารักษาตัวของเรา นี่ดูซิพระมาจากประเทศใดแดนใด ส่วนพระในเมืองไทยไม่ต้องพูด เป็นอย่างนี้ตลอดทุกภาคในเมืองไทยตั้งแต่เริ่มสร้างวัดมา นอกจากนั้นประเทศนั้นประเทศนี้เข้ามา เป็นแต่เพียงว่าเรารับได้มากได้น้อยตามควรแก่เหตุผลเท่านั้น จึงรับไว้พอประมาณ นี่ละธรรมอยู่ที่ไหนเป็นอย่างนั้น เย็นด้วยกันหมด

ใครมาจากชาติชั้นวรรณะใด สัตว์ก็มีชาติชั้นวรรณะของมัน คนเราก็ต้องตั้งชื่อไว้ อันนั้นไม่สำคัญยิ่งกว่าธรรมซึ่งเป็นของเลิศเลอ จะต้องยึดอันนี้เป็นหลัก เมื่อเป็นเช่นนั้นชาติชั้นวรรณะใดมาอยู่ด้วยกันสนิท ตายใจได้ทั้งนั้น เพราะธรรมเหนือกว่าชาติชั้นวรรณะ

ประการหนึ่ง สำหรับพระวัดนี้ส่วนมากไม่ค่อยจะมาฉันจังหันครบองค์ ขาดวันละ ๙ องค์ ๑๐ องค์ หรือ ๑๐ กว่า ท่านฝึกหัดภาวนา การอบรมจิตใจการผ่อนอาหารการอดอาหารรู้สึกจะถูกกับการประกอบความเพียรมากกว่าวิธีการอื่น ๆ เพราะฉะนั้นพระในวัดนี้ท่านจึงมักจะอดอาหาร เพราะอดอาหารแล้วร่างกายเบา กิเลสราคะตัณหาไม่แสดงฤทธิ์ ตัวนี้สำคัญมากนะตัวราคะตัณหานี่ พอเสริมอาหารให้ดิบ ๆ ดี ๆ พวกผัดพวกมันเข้าแล้ว โอ๋ย นอนไม่อยากตื่นเลย ตื่นขึ้นมายังอยากนอนอีก เป็นอย่างนั้นนะ เพราะฉะนั้นเวลาเราอดอาหารผ่อนอาหารลงไปสิ่งเหล่านี้จึงค่อยเบาลง ทีนี้สติสตังซึ่งเป็นเครื่องประกอบความเพียรก็หนาแน่นขึ้น ๆ

การทุกข์ยากลำบากด้วยการอด เพราะความหิวโหยโรยแรงจากการอดนี้เป็นด้วยกันทุกคน ใครจะไม่เป็นทุกข์ ก็กินมาแล้วตั้งแต่วันเกิด มาอดไม่ได้กินทำไมจะไม่เป็นทุกข์คนเรา แต่ทุกข์อันนี้ทุกข์เพื่อความสุขที่หนาแน่นมั่นคงและเลิศเลอ ทุกข์อันนี้เพื่อนี้ต่างหาก เพราะฉะนั้นท่านถึงอุตส่าห์พยายามบึกบึนเพื่อผลอันดีงาม นี่ละท่านเรียกว่าเหตุว่าผล ทุกข์เพื่อความดิบความดีนี้ เอายอมทุกข์เถิด แต่ทุกข์เพื่อมหันตทุกข์นี้อย่าทำกันนะ การขวนขวายการเสาะแสวงหาในสิ่งไม่ดีทั้งหลายเป็นทุกข์เหมือนกัน แต่ทุกข์อันนี้เพิ่มทุกข์เข้าอีก แต่การเสาะแสวงหาคุณงามความดีนี้ทุกข์ แต่ทุกข์เพื่อความสุข

นี่ละที่พระท่านอดอาหาร ท่านมีปากมีท้องทำไมจะไม่หิวไม่โหย แต่เหตุผลอรรถธรรมเหนือการกิน การกินนี้กินเมื่อไรก็ได้ยากอะไร แต่การเสาะแสวงหาธรรมที่จะได้มาครองหัวใจให้มีความสงบร่มเย็นนี้มันยากแสนยาก ท่านจึงต้องทนเอา ๆ ไม่ใช่จะทำตามชอบใจ ถ้าทำตามชอบใจแล้ว โอ๊ย สะพายย่ามไปเลย บาตรลูกหนึ่งไม่พอ สะพายย่ามติดข้างไปเลย โยมใส่ในบาตรนะ ย่ามอาตมายังว่างนะโยม นี่พูดถึงเรื่องความอยากมันอยากด้วยกันอย่างนั้น อยากไม่มีประมาณ แต่พูดถึงเรื่องอรรถเรื่องธรรมครองใจและเป็นธรรมชาติที่เลิศเลอแล้ว ปัดออกเลยสิ่งเหล่านี้ จะเอาแต่สิ่งที่จำเป็นเพื่อเทิดทูนธรรมเท่านั้น นี่ละพระที่ท่านอด ท่านอดท่านก็พิจารณา ท่านผ่อนท่านก็พิจารณา

เพราะการอดและการผ่อนอาหารนี้ เป็นการเสริมความพากเพียร เสริมจิตใจให้ดีขึ้น อย่างไรดีกว่ากันก็ต้องทำอย่างนั้น แต่ที่ให้พอดีนั้นก็คือการผ่อนนั้นแหละ เวลาอยู่กับหมู่กับเพื่อนมากนี้การผ่อนดี ถ้าไปอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวเรียกว่าทุ่มกันเลย ทีนี้เอาให้หมดตัวเลย อดว่างั้นเลย ตายก็ตาย ซัดกันเลย นี่ได้ผลเป็นที่พอใจ เกี่ยวกับหมู่กับคณะนี้ก็ต้องลดหย่อนผ่อนผัน จึงต้องมีผ่อนอาหาร ๆ เพื่อการประกอบความเพียรให้พอเหมาะพอดี เพราะฉะนั้นพระในวัดนี้ท่านจึงทำอยู่เสมอไม่ขาดวัดขาดวาแหละ

การอดอาหารไม่ได้เพื่อตรัสรู้ด้วยการอดอาหารนะ ด้วยความเพียรต่างหาก เป็นแต่เพียงว่าอาหารมันเป็นเครื่องเสริมเครื่องกดเครื่องถ่วงได้ จึงต้องระมัดระวัง นี่ละให้บรรดาลูกหลานทั้งหลายจำเอาไว้ เห็นไหมพระท่านอด ท่านจะเป็นจะตายเหมือนเรา แต่ทำไมท่านถึงอด ท่านก็มีหัวใจเหมือนกัน นั้นละอดด้วยเหตุด้วยผลด้วยอรรถด้วยธรรมอดเถิด ว่างั้นเลย ดังพระพุทธเจ้าท่านทรงสอนไว้ แสดงไว้แล้วในบุพพสิกขาเราเห็นอยู่ เรื่องอดอาหารนี่ถ้าอดเพื่อความโอ้อวดยกยอตนนั้น ท่านปรับอาบัติโทษทุกอากัปกิริยาที่เคลื่อนไหว เรียกว่าปรับโทษตลอดเวลา ก็คือว่าไม่ให้อดนั่นเอง ถ้าใครฝืนอดไปก็ปรับโทษ ถ้าอดเพื่อประกอบความเพียรจิตตภาวนาอดเถิด เราตถาคตอนุญาต นั่นฟังซิ คือถ้าอดเพื่ออรรถเพื่อธรรมแล้วอดเถิด ตถาคตอนุญาต เอาละทีนี้ให้พร

หลังจังหัน

เมื่อวานนี้เราก็ไปด่าน เอาของไปแจกด่านตามปรกติประจำเดือนทุกเดือน แล้วก็ไปดูที่เราให้เขาสร้าง พอดีท่านชิตก็มาเจอกันที่นั่นพอดี ก็ถามว่าใครส่งข่าวมาบอกหรือว่าผมจะมาที่นี่ บอกว่าไม่มีใครส่ง มาปรกติมาดูงาน เออ เอาละเข้าใจ อะไร ๆ ก็จ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถามท่านชิต ว่าไม่มีอะไรแล้วเกี่ยวกับการเงิน บทเวลาทำไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะ ได้โอกาสลุกไปเรื่อยลามไปเรื่อย เหมือนตลาดทีเดียวตรงนั้นสร้างขึ้น ไฟฟ้าก็กำลังลงตรงนั้นไฟฟ้าแรงสูง กำลังจะเสร็จ ส่วนบ่อบาดาลเสร็จไปนานแล้ว แล้วบ้านพักตำรวจหลังใหญ่พอสมควรก็กำลังจะเสร็จ กำลังขัดพื้น โรงรถเสร็จเรียบร้อยแล้ว ห้องน้ำห้องส้วม ๖ ห้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายหญิง ๓ ฝ่ายชาย ๓ ตู้ยามตำรวจที่ชำรุดแต่ก่อนเขาเลยรื้อออกหมด ทำใหม่เลย เมื่อวานไปดูแล้ว โอ๊ย ไม่ใช่เล่น มันเยอะเหมือนตลาดหลังหนึ่งเหมือนกัน สร้างนั้นสร้างนี้เต็มไปหมดเลย พอดีพบท่านชิตที่นั่น ท่านลงมาดูงานพอดีกับเราไป ดูว่ายังไม่เที่ยง

จากนั้นก็ไปด่านสุดท้าย ด่านสุดท้ายก็ขอแต่ยังไม่ให้เพราะเวลานี้ยังไม่มีเราบอก เห็นด่านนั้นได้ด่านนี้ก็อยากได้จะว่าไง แต่เงินเราไม่มีซิ ให้พักไว้เสียก่อน พักไว้ไม่มีกำหนดเราบอกอย่างนั้น เรามีเมื่อไรเราก็ให้เองเพราะเราเคยให้โลกอยู่แล้วเราว่างั้น ระยะนี้จ่ายเงินมากทีเดียวไม่ใช่น้อย ๆ จ่ายเป็นล้านเป็นล้าน ๆ ระยะนี้นะ อย่างที่เคยพูดให้ฟังโรงพยาบาลศูนย์นั้น เอกซเรย์เครื่องเดียวก็ ๓ ล้านกว่า ให้เขาสั่งแล้ว แล้วเครื่องอบเด็กแต่มีอะไรละเอียดกว่านั้นอีก เรายังไม่ได้ถามราคาก็ให้เขาสั่งมาเลย ระยะ ๓-๔ วันนี้จ่ายตลอด

ทางลาดยาวตอนที่เรามากำลังรื้อ รื้อแล้วก็สร้างขึ้นพร้อม ถึงขนาดที่ว่าค่ารื้อถอนของเขา เขาจะรับเองรื้อถอนเอง สุดท้ายก็มาเป็นเราอีกรับให้ เขาก็ไม่ได้ว่าแต่มันช้าซี พอรื้อถอนเสร็จหลังนี้ก็ขึ้นเลย แล้วรื้อถอนหลังนั้นเสร็จก็ขึ้นต่อกันไปเลย อันนี้ของบประมาณเป็นปีกว่าจะมา โอ๋ย เสียเวลา เราเลยให้ค่ารื้อถอนทั้งหมด รื้อถอนพร้อมกันแล้วปลูกสร้างพร้อมกัน สุดท้ายก็เราเสียค่ารื้อถอนทั้งหมด ทั้งตึกของเราและตึกของเขาที่มาขอใหม่ เพราะเป็นตึกชำรุดทรุดโทรมมาก ก็ต้องรื้อเสียก่อนก่อนจะสร้างใหม่หลังจากได้รับอนุญาตจากเราแล้ว ของบประมาณก็ยังไม่มี ต้องเป็นปีกว่าจะมา ตกลงเราเลยให้หมดเลย

อันนี้เราพูดไว้แต่หลักเฉย ๆ นะที่ว่าบ้านหลังหนึ่ง ๓ ชั้น อีกหลังหนึ่งก็ ๓ ชั้น อันนี้เป็นแก่นเอาไว้แล้ว ส่วนที่มันจะคืบคลานจะขยายตัวของมันเป็นไปแน่เราไม่สงสัย แม้แต่ไม่ใช่เรือนจำซึ่งเป็นที่จนตรอกจนมุมก็มีอย่างนั้นเป็นประจำ สร้างโรงพยาบาลที่ไหน ๆ ต้องมีคืบคลานออกไป เสริมกันไปเรื่อยขอเรื่อยให้เรื่อยไป อันนี้ยิ่งเป็นความจนตรอกจนมุม เขาก็หวังอย่างยิ่งด้วยว่าจะต้องได้รับการสงเคราะห์จากเราโดยแท้ ได้นี้แล้วก็ควรจะได้นั้น ได้นี้เรื่อยไปแหละ มันสักเท่าไรไม่รู้ คือการก่อการสร้างเราจะกำหนดเอาว่าหลังนั้นเท่านั้น หลังนี้เท่านี้ อย่างนั้นไม่ได้นะ คือธรรมไม่เหมือนโลก แล้วแต่เหตุผลกลไกพอเหมาะพอดีตรงไหนก็ลงจุดนั้นเลย เช่นสร้างให้เขานี้แล้ว เขาขอตรงไหนเป็นความสมควรที่จะสงเคราะห์ได้เราก็สงเคราะห์ไป จนเรียบร้อยแล้วจ่ายไปเท่าไร เท่านั้น พอเท่านั้นขาดไปเลยเรียบร้อย นั่นถึงจะพูดได้นะ เราจะเอาตึกหลังนั้นเท่านั้น ๆ มาเป็นตัวตั้งตัวตีไม่ได้ ของเศษเลยมันเยอะ

ไม่ว่าที่ไหนสร้างตึกให้โรงพยาบาลแต่ละแห่ง แม้แต่โรงเรียนก็ยังมี แต่โรงเรียนไม่ค่อยมาก สำหรับโรงพยาบาลเราอยากจะพูดว่าแทบทุกแห่ง ขอนั้นขอนี้เรื่อย เราจึงกำหนดราค่ำราคาไม่ได้ เอาความเหมาะสม สมควรแล้วเสร็จเมื่อไรแล้ว นั่นละถึงจะบอกได้ ตึกโรงพยาบาลไม่ทราบว่ากี่สิบตึกนะ มาก โรงเรียนก็กี่สิบหลัง สองชั้น ชั้นเดียว มีสับกันไป ๆ

เราก็เร่งนะกฐินชาติไทยของเรา ตั้งวัดป่าบ้านตาดเป็นจุดศูนย์กลางแห่งงานมหากุศลเพื่อหนุนชาติไทยของเรา วันที่ ๒๖ ตุลา เป็นวันงาน งานนี้เป็นงานของชาติเรา ต่างคนต่างหนุน ถือว่าเป็นงานใหญ่โตมากทีเดียวสำหรับการช่วยชาติในแต่ละปี ๆ นี้ ปีนี้ก็เป็นปีหนึ่งอีกแล้ว ที่จะเสาะแสวงหาทองคำมาเข้าสู่คลังหลวง ๘๔,๐๐๐ กอง ๆ ละสลึงของทองคำ เป็นเงินไทยเท่าไร ผู้จะบริจาคมาเป็นทองคำ ๑ สลึงเลยก็ได้ ผู้จะบริจาคมาด้วยเงินสดเงินไทยก็ได้ เทียบกันทองคำ ๑ สลึงเท่ากับเงินไทยเท่าไร อย่างนี้ก็ได้ มีอยู่ ๒ ภาค สำหรับทองคำนั้นเรียกว่าเข้าหลอมเลย ส่วนเงินสดนั้นได้เท่าไรเข้าบัญชีไว้ก่อน จนกระทั่งถึงเวลาแล้วถอนออกมาปุ๊บซื้อทองคำปั๊บเอาเข้าเลย คงจะเข้าในระยะเดียวกัน

พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้นะ คือวันที่ ๑๐ ธันวา ข้างหน้านี้จะมีงานครบรอบ ๖๐ ปีของธนาคารชาติไทยเรา เป็นงานอันใหญ่โตอยู่นะ เขามอบเรื่องพระให้เราเป็นผู้พิจารณา เราติดต่อพระมาหมดแล้ว ทีแรกว่าจะเอาเพียง ๓๐ เพราะมีรายการทางเหตุผลเพราะเราไม่ได้ตายตัว ๓๐ ตั้งไว้ก่อน แล้วแต่เหตุผลกลไก จะให้ลดไม่ลด มากกว่านั้นมีได้เราบอก แล้วแต่เหตุผลกลไก นี้ก็ขึ้นเรื่อย ๆ จะเข้า ๖๐ แล้ว พระอย่างน้อย ๖๐ หรือ ๖๑ องค์จะมาในงานนี้ มาเจริญพุทธมนต์ ฉันเช้า ทำพิธีใหญ่โตที่นั่น เป็นวันอันใหญ่หลวงวันหนึ่งที่พี่น้องทั้งหลายเราจะได้รวมกันบริจาคเงินและทองคำ ดังที่เคยปฏิบัติมา นี่ก็เข้าสู่คลังหลวงอีกเหมือนกัน รวมหมดในวงรัฐบาล ธนาคารต่าง ๆ ก็รวมกันอีก

นี้เรียกว่าความขวนขวายของชาติไทยเรา จากความรักชาติของทุกคน ๆ ต้องมีความพร้อมเพรียงสามัคคี อย่าเห็นว่างานเหล่านี้เป็นงานของผู้หนึ่งผู้ใดนะ งานของเราทุกคนร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอกันหมด ให้ถือเป็นความจำเป็นทั่วหน้ากัน โดยมีหัวหน้าทางบ้านเมืองก็ตั้งแต่นายกลงมาแหละงานนี้ก็ดี หน่วยงานต่าง ๆ ตลอดถึงธนาคาร ทางศาสนาก็มีเราเป็นหัวหน้านิมนต์ครูบาอาจารย์ทั้งหลายลงไปรวมที่นั่น ได้บำเพ็ญมหากุศลอันยิ่งใหญ่ อันนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่โตเรื่องหนึ่ง วันที่ ๒๖ ตุลา นี้ก็ตั้งที่วัดป่าบ้านตาด กฐินช่วยชาติของเรา ถือเอากฐิน ๘๔,๐๐๐ กองๆ ละสลึง เป็นพื้นฐานเอาไว้ ให้ต่ำกว่านั้นไม่ได้ นี้ตั้งเป็นพื้นฐานแล้วเหยียบย่างขึ้น ให้สูงขึ้นเป็นลำดับลำดาไว้

อันนี้ก็เป็นงานสำคัญ เพราะเรื่องของชาติต้องถือเป็นสำคัญด้วยกันทุกคน อย่าทำเหยาะ ๆ แหยะ ๆ ไม่ได้นะ ชาติไทยเราไม่ใช่ชาติเหยาะ ๆ แหยะ ๆ แล้วจะเสียขายหน้าไปตลอดนะ เมืองไทยเป็นเมืองเหยาะ ๆ แหยะ ๆ ไปหมดใช้ไม่ได้นะ ต้องมีความเด็ดความเดี่ยว ความเฉียบความขาดความอ่อนโยน ผสมกันไปตามกาลเวลาที่เห็นว่าสมควรๆ จะลงในบทใดต้องเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่จะแบบเดียวเถรตรง ๆ ไม่ได้นะ อะไรก็ว่าเรื่องของคนอื่น ๆ นี่เหลวไหลนะ ชาติไทยจะเหลวไหลตรงนี้นะ ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้ ใครรักษาชาติไทยอยู่เวลานี้ ไม่ใช่พี่น้องชาวไทยเรารักษาเป็นใคร ก็พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศเลยรักษาด้วยกัน เมื่อเป็นอย่างนั้นความรับผิดชอบต้องมีด้วยกัน ความเสียสละเกี่ยวกับสิ่งที่บกพร่องก็ต้องมีเสมอหน้ากัน

นี่เป็นความจำเป็นเสมอกันไปหมด นี่เรียกว่าเราเป็นเจ้าของของสมบัติคือชาติไทยของเรา ต่างคนต่างเสียสละรับผิดชอบด้วยกันเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยกัน มีมากมีน้อยเอาให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่งั้นไม่ได้นะ ต้องฟังเสมอ หัวหน้าทางศาสนาก็เราเป็นผู้นำ เราผู้นำก็ออกมาจากองค์ศาสดา องค์ศาสดาสอนใครนำใครไม่เคยผิดพลาด เราก็พยายามตามร่องรอยของศาสดามาเพื่อจะไม่ให้ผิดพลาด การที่ดำเนินมาเหล่านี้ก็รู้สึกว่าสม่ำเสมอมาโดยลำดับ ตามการพินิจพิจารณาเต็มกำลังความสามารถของเราทุกด้านทุกทาง แล้วแสดงออกต่อประชาชน ก็ไม่ปรากฏว่าผิดพลาดที่ตรงไหน

เราพยายามยึดเอาหลักธรรมมาก้าวเดิน ๆ แยกแยะตรงไหนให้ธรรมพาแยกแยะ ไม่ใช่เราจะแยกแยะด้วยทิฐิมานะ ด้วยความรู้ ความเห็นความฉลาดดันทุรัง ขวางธรรมไปอย่างนั้น เราทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นการเทศนาว่าการ หรือการพูดการจาจึงมีบทหนักบทเบาบทอ่อนบทโยนบทเข้มแข็ง ไปตามเหตุผลกลไกนั้นละ ไม่ได้เป็นไปตามกิเลสนะ เป็นไปตามเหตุผลกลไกของธรรมทั้งนั้น ควรหนักต้องหนักไม่หนักไม่ได้ นี่คือธรรมประเภทหนึ่งที่จะใช้ในเหตุการณ์อันนี้ ควรเบา ๆ เป็นลำดับ ควรนิ่มนวล ๆ ควรเข้มแข็ง ๆ เอ้า คอขาดขาดไปเลยก็มี นั่นเห็นไหม ธรรมต้องมีเด็ดเหมือนกันกับกิเลส ไม่เด็ดอย่างนั้นไม่ทันกัน กิเลสมันเด็ดมันหน่วงมันเหนี่ยว มันไม่มีคำว่าอ่อนแอ มันเหนียวแน่นตลอดเวลาให้พึงทราบไว้เสมอ

ธรรมยังมีกาลมีเวลานะ นอกจากธรรมประเภทดังที่เคยพูดแล้ว ถ้าธรรมที่แข็งแกร่งแล้ว กิเลสผ่านไม่ได้แล้ว นั้นเป็นอีกประเภทหนึ่ง ธรรมของพระพุทธเจ้ามีเหมือนกันกับกิเลส กิเลสเวลามันเด็ดมันขาดก็เอาโลกพินาศได้ เห็นไหมสงครามโลกสงครามแลก เอาโลกพินาศฉิบหายได้ นั่นกิเลสกำเริบเป็นอย่างนั้น ถ้าธรรมแสดงออกโลกนี้ร่มเย็น ต่างกันอย่างนั้นนะ เราต้องมีบทหนักบทเบาต่อชาติไทยของเรา เรารับผิดชอบ เมืองอื่นเขามีหูมีตาเหมือนกันกับเมืองเรา เมืองเราเป็นเมืองมีหูมีตาอยู่โดยตรงแล้ว ทำไมจะดูเมืองเจ้าของไม่รอบคอบ ทำไมจะไม่ดูด้วยความจดจ่อในสมบัติของตน ต้องพิจารณาทุกคนสิ่งเหล่านี้

เวลานี้กำลังซ่อมแซม บำรุงหรืออุดหนุนชาติไทยของเรา ซึ่งมันยอบแยบมาแล้วจนกระทั่งถึงจะจม เวลานี้รู้สึกว่าฟื้นขึ้นมาเป็นลำดับลำดา มองไปที่ไหนฟังเรื่องอะไรรู้สึกเป็นมงคล ๆ ขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างที่เราอ่านนั้นก็อ่านดูซิ ก็เป็นมงคลขึ้นมาเรื่อย ๆ สิ่งที่ไม่เคยคาดเคยคิดก็เห็นขึ้นมาในความเป็นมงคลเรื่อย ๆ ไป เพราะศาสนาพาดำเนิน ย่อมจะเป็นมงคลไปเรื่อย ๆ ศาสนาพาดำเนินผลที่เกิดขึ้นมาเป็นความฉิบหายก็ยังไม่เคยเห็นในวงศาสนาพระพุทธเจ้านะ แต่เรื่องของกิเลสไม่ต้องบอก ออกตรงไหนเป็นไฟตรงนั้นเผาไหม้ตลอดไปเลย นี้เป็นพื้นเพของกิเลสจะพาโลกให้เจริญรุ่งเรืองไม่ได้ นอกจากพาให้ล่มจมฉิบหายแล้วหลอกลวงไปเรื่อย ๆ ให้จมไปเรื่อย การที่จะฟื้นตัวด้วยอำนาจของกิเลสนี่ไม่มี แต่เรื่องของธรรมนั้นมีโดยลำดับลำดา ตั้งแต่น้อย

เช่นอย่างเรามาศึกษา พวกเด็กเล็กเด็กน้อยมานี้มาศึกษา วันนี้ได้ข้อหนึ่งวันนั้นได้ข้อหนึ่ง เอาไปเป็นคติเครื่องเตือนใจตัวเอง ปรับปรุงแก้ไขตัวเองให้เป็นเด็กดีขึ้นไป ๆ คนนั้นก็ดีคนนี้ก็ดีจากการได้ยินได้ฟัง ต่อไปก็ดี คละเคล้ากันก็มีแต่เด็กดีขึ้นไป โรงร่ำโรงเรียนก็สงบร่มเย็นไม่ยกพวกตีกันเหมือนหมากัดกันในโรงร่ำโรงเรียน นี่มีอยู่เสมอนะในเมืองไทยของเรานี่ นักเรียนยกพวกตีกันมันเหมือนหมา ไปเรียนหนังสือไปเรียนอะไร ไปกัดกันเขาก็เรียกไปเรียนวิชาหมาละซิ ครูก็เป็นอาจารย์ของหมาละซิ ใช้ไม่ได้นะ อย่าให้มีอย่างนั้น เราไปเรียนหาความรู้วิชา สิ่งใดที่จะเข้าร่องเข้ารอยกันได้ ให้ปรับตัวเข้าหากันมันถึงถูก สมกับเรียนวิชาความรู้มาเพื่อความสุขความสงบร่มเย็นของชาติไทยเรา ไม่ใช่เรียนมาเพื่อความฉิบหาย เอาไฟเผาทั้งชาติบ้านเมืองศาสนาจมไปตาม ๆ กัน อย่างนั้นใช้ไม่ได้นะ ต้องให้ต่างคนต่างตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ

เรียนหนังสือก็ให้ตั้งอกตั้งใจเรียน เวลานี้อยู่ในเกณฑ์เรียน โครงการก็โครงการเรียน แม้ที่สุดพ่อแม่อยู่ในบ้าน ถามหาลูก ลูกไปไหน ลูกไปเรียนหนังสือ อยู่ที่ไหนก็ต้องชี้ไปอยู่ในโรงเรียนไหนก็ดี ฟาดถึงเมืองนอกเมืองนาก็ต้องชี้ไปเมืองนอก ลูกของเราอยู่เมืองนอก ลูกของใครไม่สนใจ ต้องชี้ไปหาลูกของตัวเองนั้นแหละ เป็นยังไงความจดจ่อของพ่อของแม่ที่มีต่อลูก ลูกไปเรียนหนังสือตั้งหน้าตั้งตาไปเรียนจริง ๆ ซิ จะไปเหลว ๆ ไหล ๆ อย่างนั้นใช้ไม่ได้นะ ให้ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาเล่าเรียน

การอยู่กินความเป็นอยู่ของเราในความเป็นนักเรียนนี้อย่าฟุ่มเฟือย ให้มีประหยัด ๆ มัธยัสถ์ มีเขียม ๆ ไว้เสมอถูกต้องนะ เราอย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ขายก่อนซื้อสุกก่อนห่ามใช้ไม่ได้นะ เมื่อความรู้วิชามีมาแล้วในตัวของเรา เรามาปฏิบัติหน้าที่การงานสมควรจะดำเนินยังไง เราก็รู้เอง ไอ้เรื่องความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมมันคอยแทรกเสมอนะ ให้ลูกหลานทั้งหลายได้พินิจพิจารณาทุกคน อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวนะ เสีย เสียอะไรก็ตามเสียเรานี่สำคัญมาก ถ้าเสียเรามันก็กระจายไปทั่วประเทศ เสียไปหมดทั้งประเทศนั่นแหละ เพราะเราเป็นคนไทย คนหนึ่งเสียคนสองเสียคนสามเสีย เสียหมดทั้งประเทศเหลวแหลกไปหมด ไม่มีอะไรดีเลย ให้พากันตั้งอกตั้งใจเรียน

การอยู่การกินใช้สอยอย่าถือเป็นภาระหนักมากยิ่งกว่าการศึกษาเล่าเรียน และการปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี อันนี้สำคัญมาก การปฏิบัติตัวเป็นคนดี เกี่ยวโยงกันไปกับการศึกษาเล่าเรียนนี่เหมาะสม เรื่องภายนอกที่มันจะคอยมาแฉลบ ๆ งับเอาบ้าง ๆ สุดท้ายงับหมดทั้งตับทั้งปอดนั้นมันมีมากนะ อยู่ในหัวใจของทุกคนนั่นแหละ อย่าปล่อยให้มันออกมาเพ่นพ่านนะ ให้เอาแต่ความดิบความดีที่จะเป็นประโยชน์แก่ตนมาปฏิบัติ เรียนจริง ๆ แล้วตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติตัวให้เป็นคนดีด้วยกันทุกคน แล้วจะเป็นเด็กดี

บ้านเมืองดีดีอยู่กับคนในชาตินะ ไม่ได้ดีอยู่กับต้นไม้ภูเขา มันดีอยู่กับคนในชาติ เพราะเจ้าของของชาติและสมบัติของชาติทั้งหมด อยู่กับตัวของเราแต่ละคน ๆ ที่จะรับผิดชอบด้วยกัน อันใดที่จะเป็นความเสียหายแก่ส่วนรวมให้หยุดทันทีอย่าทำ อย่าพากันทำ เสียหายหมด เท่ากับสังหารชาตินั่นแหละ ถ้าใครฝืนทำลงไปไม่ใช่ของดีนะ การบ้านการเมืองการกุศลมันก็คละเคล้ากันไปอย่างนี้ ถ้าไม่มีการกุศลเลยแล้ว มีแต่การบ้านการเมืองแหลกได้นะ นี่มีการกุศลสนับสนุนเข้าเป็นเรื่องอรรถเรื่องธรรมประสานกันเรื่อย ๆ ดี ๆ เรายิ่งเป็นลูกชาวพุทธ ข่าวการงานกุศลทั้งหลายจึงมีแทรกตลอดเวลา ประสานหัวใจเราเข้าสู่ธรรม ๆ ด้วยการคิดอ่านไตร่ตรองทางอรรถทางธรรม ทางทานการกุศลเพื่อผลประโยชน์แก่ส่วนรวมและส่วนตัวเอง ต้องมีอยู่ด้วยกันทุกคนสมชื่อสมนามว่าเป็นลูกชาวพุทธ นี่ละเรื่องอรรถเรื่องธรรมประสานใจอยู่อย่างนี้

เราอย่าไปคิดว่ามีงานบุญทางนั้น มีงานบุญทางนี้ แล้วแสดงความรำคาญว่าการงานบุญนี้เป็นการมารบกวนบ้านกวนเมือง มันไม่ใช่ การบุญการกุศลนี้เป็นการขยายอรรถธรรมเข้าสู่จิตใจของขาวพุทธเราให้รู้ศีลรู้ธรรม รู้จักประมาณทุกอย่าง การที่เราจะทำบุญให้ทานมากน้อยเป็นกำลังของเรา แต่การทำบุญทำกุศลเกี่ยวกับเราเป็นชาวพุทธนี้ต้องทำทุกแห่งทุกหนไป เพื่อประสานความดีงามคือธรรมเข้าสู่จิตใจ ไม่ให้ลืมตัว ถ้ามีแต่โลกล้วน ๆ ไม่มีงานเกี่ยวข้องกับกุศลแล้วเป็นโลกพินาศไปได้ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะ ว่าธรรมไม่ไปเกี่ยวข้อง ให้โลกทำงานตัวเอง ก็กัดกันไปเท่านั้นเอง คำว่าชิงดีชิงเด่นมันชิงความเลวทราม พวกนี้ชิงความเลว เลวที่สุดนะ กิเลสพาให้ชิง ชิงหาแต่ความเลวร้ายที่จะทำลายชาติบ้านเมือง และศาสนาให้จมไปด้วยกันนั้นแหละ พากันจำเอานะ ลูกหลานทุกคน วันนี้ก็พูดเพียงเท่านี้ไม่ได้พูดมากอะไร การกุศลทั้งหลายนี้ก็ได้บอกพี่น้องทั้งหลายทราบแล้วนะ ให้ขยับตัวขึ้นเรื่อย ๆ

สรุปทองคำเมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๑ บาท ดอลลาร์ได้ ๑๗ ดอลลาร์ กฐินทองคำได้ ๒ กอง เงินสดได้ ๓ กอง รวมเป็น ๕ กอง ทองคำที่มอบเข้าคลังหลวงแล้วเวลานี้ ๕,๐๕๙ กิโล ครึ่ง ทองคำที่ได้หลังจากมอบเข้าคลังหลวงแล้วเวลานี้ ๒๐๒ กิโล ๔๗ บาท ๙๕ สตางค์ รวมทองคำทั้งหมดได้ ๕,๒๖๒ กิโล นี่ละทองคำที่เราได้แล้วเวลานี้

กฐินทองคำ ๘๔,๐๐๐ กองนั้น ทองคำได้ ๔๖๙ กอง เท่ากับน้ำหนัก ๑ กิโล ๕๒ บาท ๑ สลึง นี่กฐินที่สำเร็จมาเป็นทองคำเลยนะ กฐินเงินสดนั้นได้ ๒,๒๕๑ กอง เท่ากับเงินสด ๓,๖๐๑,๖๐๐ บาท อันนี้เป็นกฐินเงินสด คือเอาเงินสดมาถวายเป็นกฐินแล้วแปรจากเงินสดนี้เข้าไปซื้อทองคำ กรุณาทราบตามนี้นะ รวมกฐินทองคำและเงินสดได้ ๒,๗๒๐ กอง ยังขาดอยู่อีก ๘๑,๒๘๐ กอง นี่ละเอาตรงนี้นะ พวกเรานะ ตามตัดหางมันตรงนี้นะ หางมันยาวเหลือเกินตั้ง ๘๑,๒๘๐ กอง หางยาวเลยแม่น้ำโขงไปอีก ตามตัดมัน ให้มันแหลกไปเลยนะ จำไว้ให้ดีวันนี้

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก