ยกเลิกให้หมดมหาภัยต่อพุทธศาสนา
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2547 เวลา 9:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๗

ยกเลิกให้หมดมหาภัยต่อพุทธศาสนา

 

         ผู้กำกับอ่าน หนังสือชี้แจงของคณะสงฆ์ไทยดังนี้

 

หนังสือชี้แจงของคณะสงฆ์ไทย

 

ในการชี้แจงของคณะสงฆ์ไทย วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ .. ๒๕๔๗ เวลา ๑๔.๐๐ . สวนแสงธรรม ถนนพุทธมณฑลสาย กรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบไปด้วย ตัวแทนคณะสงฆ์ฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสีจากจตุรทิศ ทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุต จำนวน ๑๕๙ รูป  ได้ประชุมร่วมกันเพื่อทำหนังสือชี้แจงประเด็นปัญหาข้อสงสัยแก่พุทธบริษัทและสื่อมวลชน อันเนื่องมาจากประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ เครืองาม เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม .. ๒๕๔๗

การชี้แจงในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้

๑.   เพื่อระงับความสับสนและให้เกิดความชัดเจนแก่หมู่พุทธบริษัท เกี่ยวกับพระธรรมวินัย

๒.   เพื่อรักษาพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ รักษาพระเกียรติของสมเด็จพระสังฆราช และปกปักรักษาหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ซึ่งเปรียบประดุจ “พ่อแม่ครูอาจารย์”

๓.   เพื่อแสดงจุดยืนและยังความเข้าใจแก่หมู่พุทธบริษัท ต่อการประชุมคณะสงฆ์ไทย    วัด อโศการาม .เมือง .สมุทรปราการ เมื่อวันที่ กุมภาพันธ์ .. ๒๕๔๗

 

สำหรับการชี้แจงต่อพุทธบริษัท และสื่อมวลชนนั้น คณะสงฆ์ไทยยึดพระธรรมวินัย จารีตประเพณี และกฎหมายเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ได้ข้อสรุปดังนี้

. กรณีที่พระธรรมโกษาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) วัดชลประทานรังสฤษดิ์ .นนทบุรี กล่าววิพากษ์วิจารณ์พระผู้บำเพ็ญสมณธรรมตามป่าเขาหรือ “พระกรรมฐาน” ว่าเป็นผู้มี “สติไม่สมประกอบ” (abnormal) คณะสงฆ์ไทยขอชี้แจงว่า

พระพุทธเจ้าทรงเป็นแบบอย่างแก่พระภิกษุ โดยทรงบำเพ็ญสมณธรรมในป่าเขาอันสงบสงัด มีจุดหมายเพื่อความสิ้นอาสวะกิเลส  ทรงตรัสรู้ธรรมในป่า ดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสสรรเสริญพระผู้บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่าแก่พระนาคิตะว่า “นาคิตะ เราสรรเสริญการอยู่ป่าเป็นวัตรของภิกษุ”

ในการอุปสมบทพระภิกษุไม่ว่าจะเป็นฝ่ายคามวาสีหรืออรัญวาสี ตามพุทธบัญญัติแล้วพระอุปัชฌาย์จะต้องสอนมูลกรรมฐาน สอนนิสสัย   ฯลฯ แก่พระภิกษุทุกรูปนับแต่วินาทีที่อุปสมบท  พระอุปัชฌาย์จะละเว้นมิได้  การสอนมูลกรรมฐาน ได้แก่ เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ ฯลฯ หมายถึงการพิจารณา ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ฯลฯ เป็นต้น และสอนนิสสัย แก่ภิกษุผู้อุปสมบท พึงถือผ้าไตรจีวร ถือบิณฑบาต อยู่รุกขมูลร่มไม้ ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า จงทำความอุตส่าห์พยายามบำเพ็ญอย่างนี้ตลอดชีวิตเถิด ดังความตอนหนึ่งปรากฏในพระไตรปิฎก เล่ม ๔ พระวินัยปิฎก  มหาวรรค ภาค ๑ ว่า ;

“รุกฺขมูลเสนาสนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโย”

“เมื่อเธอบรรพชาอุปสมบทแล้ว ให้ท่านทั้งหลายอาศัยอยู่ตามรุกขมูลร่มไม้ ในป่าในเขา ตามถ้ำ เงื้อมผา หรือป่าช้าป่ารกชัฏ เป็นที่บำเพ็ญสมณธรรมได้สะดวกสบาย จงทำความอุตส่าห์พยายามบำเพ็ญอย่างนี้ตลอดชีวิตเถิด”

ดังนั้น พระกรรมฐานที่บำเพ็ญสมณธรรมในป่าเขา เจริญอริยมรรค มี “สัมมาสติ” เป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่ง จึงเป็นการปฏิบัติตรงตามพระพุทธโอวาท  การที่ท่านปัญญานันทภิกขุกล่าวติเตียนพระป่าว่า “มีสติไม่สมประกอบ” จึงเท่ากับติเตียนพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ การกระทำเช่นนี้ไม่สมกับความเป็นพระเถระ

 

. การวิพากษ์วิจารณ์สมณศักดิ์ของหลวงตามหาบัว

. สมณศักดิ์ของหลวงตามหาบัวฯ คือ “พระธรรมวิสุทธิมงคล” นั้นพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง  การที่ท่านปัญญานันทะกล่าววิพากษ์วิจารณ์ประชดประชันสมณศักดิ์ของหลวงตามหาบัวฯ  เท่ากับเป็นการก้าวล่วงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ ไม่เอื้อเฟื้อต่อพระวินัย เป็นการพูดเสียดแทงเพื่อนบรรพชิต ถือเป็นความผิดเข้าข่ายหมิ่นประมาท ในทางธรรมปรับอาบัติปาจิตตีย์สิกขาบทที่ และ ๖๔ ไม่ใช่วิสัยของสมณะจะพึงกระทำ

. กรณีท่านปัญญานันทะ พระพยอม กัลยาโณ และพล...อุดม เจริญ ผู้อำนวยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้กล่าววาจาเท็จ โดยระบุชื่อหลวงตามหาบัวฯ อย่างชัดเจน ทั้งที่ปราศจากหลักฐานอ้างอิง ว่า “มีความอิจฉาริษยา ประสงค์จะเป็นสมเด็จพระสังฆราช” “ว่าเป็นไปตามโผ” การกล่าวมุสาวาจาดังกล่าวเผยแพร่ไปทั่วราชอาณาจักรในรายการ “กรองสถานการณ์” สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ .. ๒๕๔๗ ทำให้ประชาชนและพุทธบริษัทเกิดความเข้าใจผิดแก่หลวงตามหาบัวฯ

ความจริงนั้น หลวงตามหาบัวฯ ได้บำเพ็ญสมณธรรม มีปฏิปทาเป็นแบบอย่างในทางธรรม อีกทั้งยังสั่งสอนแก่พระภิกษุ ตลอดจนอุบาสก อุบาสิกา ตลอดมาว่า ให้เป็นผู้มักน้อย สันโดษ ไม่ขวนขวายในลาภ ยศ สรรเสริญ หลวงตามหาบัวฯ ไม่เคยเสนอชื่อตนเองหรือวิ่งเต้นขวนขวายเพื่อให้ได้มาซึ่งสมณศักดิ์แต่อย่างใดทั้งสิ้น หลวงตามหาบัวฯ เป็นแบบฉบับอันงดงามในเรื่องความมักน้อย สันโดษ ปรากฏชัดเจนจาก บริขาร เครื่องใช้ เสนาสนะ กุฏิ ศาลา สภาพวัดที่เรียบง่ายของท่าน หลวงตามหาบัวฯ เคร่งครัดในพระธรรมวินัยและข้อวัตรปฏิบัติอย่างยิ่งยวด สมเป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส ด้วยเหตุที่ท่านตั้งใจปฏิบัติตามพระพุทธโอวาทอย่างเคร่งครัดนี้ พระภิกษุทั้งฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสีทั่วสังฆมณฑลจึงให้ความเคารพเทิดทูนเป็น “พ่อแม่ครูอาจารย์”

ดังนั้น การที่ท่านปัญญานันทะ พระพยอมฯ และพล...อุดมฯ กล่าววาจาเท็จเช่นนี้ จึงเป็นการกล่าวโฆษณาอย่างเลื่อนลอย ไร้สาระ

 

. การวิพากษ์วิจารณ์การประชุมคณะสงฆ์ไทยจากทิศทั้ง วัดอโศการาม .เมือง .สมุทรปราการ เมื่อวันที่ กุมภาพันธ์ ..๒๕๔๗

. พระภิกษุทุกรูปในคณะสงฆ์ไทยถือปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และข้อวัตรปฏิบัติ   การประชุมเป็นไปโดยสงบในสถานที่อันเหมาะสม    คือภายในพระวิหารวัดอโศการาม ก่อนประชุมมีการลงทะเบียนนับพระภิกษุล้นหลามเนืองแน่นทั้ง ชั้น คราคร่ำล้นออกไปถึงบริเวณเต๊นท์รอบนอกพระวิหาร นับจำนวนพระภิกษุได้ ๑๐,๓๕๙ รูป การประชุมของท่านล้วนเป็นไปตามพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ กรณีเกิดอธิกรณ์ขึ้น เพื่อนำมติสงฆ์ยังความสงบร่มเย็นกลับคืนโดยเร็ว เมื่อมีเหตุอันจะเป็นภัยต่อพระธรรมวินัยและพระพุทธศาสนาบังเกิดขึ้นเช่นนี้ ท่านจึงพร้อมเพรียงกันมาประชุมหารือเพื่อปกป้องพระธรรมวินัย เหมือนการประชุมสงฆ์เมื่อครั้งพุทธกาล กรณีเจ้าวัฑฒะลิจฉวี ปรากฏความในพระวินัยปิฎก เล่มที่ จุลวรรค ภาค

ดังนั้น กรณีที่มีผู้เรียกการประชุมของคณะสงฆ์ไทยว่า “เป็นม็อบพระ” หรือกล่าวหาว่า “พระถูกชักจูงมา” จึงเป็นการดูหมิ่น และใส่ความเท็จแก่คณะสงฆ์ไทย

. พระภิกษุทุกรูปที่เข้าร่วมประชุม วัดอโศการาม ถือตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด โดยมิได้มีพระภิกษุรูปใดจับต้องเงินทองตามสิกขาบทที่  ใน โกสิยวรรคที่ แห่งนิสสัคคิยปาจิตตีย์  ฉะนั้น การกล่าวหาพระที่มาประชุมว่าได้รับเงินค่าจ้างรูปละ ๕๐๐-,๐๐๐ บาท จึงเป็นการกล่าววจีทุจริต โดยปราศจากความละอาย มุ่งหวังสร้างความเสื่อมเสียต่อคณะสงฆ์ที่มาประชุมร่วมกันโดยชอบตามพระธรรมวินัย

. กรณีนายเทพพนมฯ ซึ่งเป็นผู้ยื่นหนังสือต่อ ปปง. ให้ตรวจสอบบัญชีเงินหลวงตามหาบัวฯ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเสียหายต่อหลวงตามหาบัวฯ และโครงการช่วยชาติ นายเทพพนมยังได้กล่าวอีกด้วยว่า เคยบวชและจำพรรษาที่วัดป่าบ้านตาด ซึ่งคณะสงฆ์ไทยได้ตรวจสอบไปที่วัดป่าบ้านตาดแล้ว ทางวัดฯ ยืนยันได้ว่า ตั้งแต่ปี .. ๒๕๑๘ เป็นต้นมา ไม่เคยมีพระชื่อ “เทพพนม” จำพรรษาที่วัดป่าบ้านตาดเลย

สำหรับจตุปัจจัยไทยทานทั้งหลายที่บริจาคแก่หลวงตามหาบัวฯ นั้น หลวงตาไม่เคยเก็บสะสมไว้ หรือทำทุจริตมิชอบแม้แต่สตางค์เดียว หน่วยราชการหรือบุคคลใดสามารถตรวจสอบได้ ทุกบาททุกสตางค์ของหลวงตามหาบัวฯ มีแต่มุ่งทำประโยชน์ทั้งสิ้น เช่น ช่วยเหลือคนเจ็บ คนป่วย คนทุกข์ คนจน หน่วยราชการ โรงเรียน โรงพยาบาล สถานสงเคราะห์ต่างๆ รวมกว่า ๒๐๐ กว่าแห่งทั่วประเทศไทย นับเป็นเงินกว่าหมื่นล้านบาท หลวงตาปฏิบัติเช่นนี้ตลอดมาตั้งแต่ .. ๒๔๙๘ จนกระทั่งปัจจุบัน

การที่มีผู้สงสัยว่าเงินบาทที่หลวงตามหาบัวฯ ได้รับในโครงการช่วยชาติฯ นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์นั้น ความจริงก็คือว่า หลวงตามหาบัวฯ ได้ประกาศตั้งแต่เริ่มต้นโครงการฯ ว่า เงินดอลลาร์และทองคำจะนำเข้าสู่ “คลังหลวง” สำหรับเงินบาทนั้น ท่านจะนำไปสงเคราะห์โลกเหมือนที่เคยปฏิบัติมา ซึ่งท่านก็ปฏิบัติตรงตามที่ได้ประกาศเจตนาไว้ทุกประการ นอกจากนั้น หลวงตาฯ ยังได้นำเงินบาทเป็นจำนวนมากซื้อทองคำและเงินดอลลาร์เข้าสู่ “คลังหลวง” อีกด้วย ซึ่งมีหลักฐานทางบัญชีให้ตรวจสอบได้อย่างชัดเจน

 

. กรณีที่จะมีการสอบสวนพระสังฆาธิการ และพระภิกษุที่เข้าร่วมประชุมคณะสงฆ์ไทย วัดอโศการาม นั้น คณะสงฆ์ไทยขอชี้แจงว่า การประชุมของคณะสงฆ์ไทยเป็นไปตามพระธรรมวินัย หากผู้ดำเนินการสอบสวนจะกระทำการนอกเหนือพระธรรมวินัย การนั้นก็ย่อมมิชอบ แม้จะกล่าวอ้างกฎหมาย มติ หรือคำสั่ง ตลอดจนระเบียบใดๆ ก็ไม่เหนือไปกว่า “พระธรรมวินัย” คณะสงฆ์ไทยจึงมิได้หวั่นเกรง  เพราะการกระทำที่ขัดต่อพระธรรมวินัย ย่อมเป็นโมฆะและเป็นโทษต่อผู้กระทำการนั้นโดยแท้

. เนื่องจากการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดย นายวิษณุ เครืองาม ขัดต่อพระธรรมวินัย ขัดจารีตประเพณี และกฎหมายมาตั้งแต่ต้น ดังนั้น การปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของผู้ได้รับการแต่งตั้งนั้น คณะสงฆ์ไทยไม่ยอมรับโดยเด็ดขาด

 

. กรณีคณะสงฆ์ไทยประกาศนิคหกรรมคว่ำบาตรแก่นายวิษณุ เครืองาม ก็ด้วยความผิดฐานที่เข้ามาใช้อำนาจก้าวก่าย แทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายในกิจการสงฆ์ อันเป็นภัยอย่างร้ายแรงแก่พระธรรมวินัยซึ่งเป็นเสมือนองค์พระบรมศาสดา ความผิดของนายวิษณุ เครืองาม ครั้งนั้น ได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งลุกลามบานปลายจนเรียกได้ว่าเกิด “สังฆราชี” (ความร้าวฉาน) ขึ้นในแผ่นดินไทยอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

เพื่อความสงบสุขและสามัคคีธรรม คณะสงฆ์ไทยจึงขอบิณฑบาตอีกครั้งหนึ่งมายังผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ให้พิจารณาเอื้อเฟื้อโดยด่วน

ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ นายทองก้อน วงศ์สมุทร และคณะ นำหนังสือชี้แจงฉบับนี้ไปแจ้งต่อพุทธบริษัท ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้รับทราบโดยทั่วกัน

 

                                                                  คณะสงฆ์ไทย

                                                            ๒๐ กุมภาพันธ์ .. ๒๕๔๗

(จบครับ)

หลวงตา การชี้แจงก็ถูกต้องแล้ว ละเอียดลออไปหมด ก็ไม่มีอะไรที่จะคัดค้าน ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย ที่เป็นพุทธศาสนาของโลกอย่างสมบูรณ์แบบมาทุกแง่ทุกมุมแล้ว เรามีแต่อนุโมทนาด้วยการประชุมนี้เท่านั้นแหละนะ (สาธุ) อันนี้ไม่พูดอะไรมากละ อันนี้คลุมไปหมดเรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรจะเพิ่มเติม เพราะถูกต้องหมดแล้ว การชี้แจงมานี้ไม่มีอะไรขัดข้องเลย ถูกต้องหมดแล้ว นอกจากต้องยกเลิกไอ้มหาภัยที่เข้ามาก้าวก่าย มาทำลายพุทธศาสนา และพระสงฆ์ทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนี่เท่านั้น จะให้มารุ่มร่ามๆ อย่างนี้ไม่ได้ ศาสนาจะจม ดีไม่ดีลุกลามเข้าไปถึงชาติไทยจมไปด้วยกัน เพราะเหตุแห่งมหาภัยนี้มันลุกลามตลอด เราพูดได้อย่างนี้

ส่วนที่จะแก้ไขที่พระสงฆ์ท่านมาประชุม แสดงให้บรรดาชาวพุทธทั้งหลายทั่วประเทศไทย หรือนอกประเทศก็ตาม ทราบนั้น ไม่มีทางที่จะตำหนิติเตียนท่านได้เลย เป็นอันถูกต้องสมบูรณ์แบบแล้ว แต่การพูดนี้ต้องขออภัยด้วยนะ พูดไปนี้หลงลืมไปด้วยนะ มันไม่ค่อยติดกันไปเรื่อยๆ นะ หลงปั๊บเดี๋ยวตั้งอื่นขึ้นมาอีก มีอย่างเดียว ถ้าไม่อยากให้พระสงฆ์แตก พุทธศาสนาแตกจากเมืองไทย และลุกลามไปแตกถึงชาติไทยแล้ว ให้ยกเลิกนี้ทั้งหมดนี้เท่านั้น นี่เราพูดตามหลักธรรมหลักวินัย ซึ่งเป็นข้อยืนยันอันหนักแน่นในชาวพุทธของเรา ซึ่งถือพุทธศาสนาเป็นหัวใจของชาติ และถือชาติเป็นสมบัติของตนโดยทั่วกัน

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะทำลายทั้งชาติทั้งศาสนาด้วย จะลุกลามไปตามๆ กันเลยจึงรับไว้ไม่ได้ เราพูดได้เท่านั้นแหละ นอกจากต้องเอาออกทั้งหมด โดยที่ว่าไม่ถือโทษกัน ทางนี้ทางธรรมะไม่ถือโทษ สำหรับเราพูดเราพูดโดยหลักธรรมะ เราไม่ถือโทษกับใคร ส่วนกฎหมายบ้านเมืองหรืออะไร จะพิจารณากันไปอะไรนั้นเราไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง เราเกี่ยวข้องแต่ด้านธรรมะล้วนๆ ที่ว่าพูดนี้เป็นภัยอย่างยิ่งแล้ว ที่เข้ามาเป็นอยู่เวลานี้เป็นมหาภัย ไม่มีสิ่งใดที่จะดีเลย นอกจากเป็นมหาภัยต่อพุทธศาสนา รวมทั้งพระสงฆ์ พุทธบริษัททั้งหลายทั่วประเทศไทย ที่เป็นลูกศิษย์ตถาคตให้เป็นภัยไปตามๆ กันเท่านั้น ไม่มีอย่างอื่นนะ ต้องมียกเลิกอย่างเดียว อย่างอื่นจะอนุโลมกัน ข้อนั้นอนุโลมเอาไว้ ไว้เพื่อรักษา นี่ไม่มี สิ่งเหล่านี้เป็นภัยทั้งหมด ที่จะยกแยกอันไหนออกมาไว้ไม่ยกแยก เพราะเป็นภัยทั้งหมด

ที่ท่านแสดงจากการประชุมนี้ถูกต้องทั้งหมดแล้ว เราหาที่ค้านไม่ได้ อันที่แสดงมาที่ได้แก้ไขอยู่เวลานี้ผิดทั้งหมด ว่างั้นเลย ไม่มีข้อใดที่จะถูก ออกแง่ใดมีแต่แง่ทำลายๆ ทั้งนั้นแหละ ถ้าจะขยายออกไปก็จะเป็นอะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อยศเพื่อลาภ เพื่ออวดดีอวดเด่น เหยียบหัวคนทั้งประเทศเท่านั้น เราพูดเท่านี้แหละ นี่เป็นภาษาธรรม มันส่อออกไปอย่างนั้นว่างั้นเถอะ ถ้าหากว่ายังจะมีบาปมีบุญติดตัวอยู่บ้าง ยังจะอาศัยมนุษย์เมืองไทย แล้วจะกราบไหว้พระพุทธเจ้าลงคออยู่บ้าง ควรยกเลิกสิ่งทั้งหลายที่ผิดนี้ ผิดนี้ผิดธรรมด้วย ผิดวินัยด้วย ออกให้หมด ไม่มีชิ้นใดที่จะเหลืออยู่ให้เป็นภัยต่อชาติต่อไป พูดเท่านั้นละนะ

เทศน์ทุกวันนี้ลำบากมากนะ เทศน์คอยแต่จะหลงจะลืม สับสนวนเวียน แต่ก่อนไม่เป็น พอจับปั๊บก็เรื่อยเลย เดี๋ยวนี้คอยตัดๆ ยิ่งหนาแน่นขึ้นนะ ต่อไปนี้จะเทศน์ไม่ได้ แล้วก็พอดีกับเราจะปิดโครงการ ก็เหมาะกันแหละ เพราะเทศน์ก็เทศน์ไปไม่ได้ หลงหน้าหลงหลังแล้วเวลานี้

วันนี้จะไปบ้านโพน เวลา ๖ โมงเย็นเทศน์นู้น เรากะว่าจะออกจากนี้ไปบ่าย ๒ โมงพอดี จากนี้ไปไม่เลยชั่วโมงกับ ๔๕ นาทีถึงวัดท่านเจ้าคุณเขียน เพราะเราเคยไปเคยมาเสมอ ไปถึงก็ ๓ โมง ๔๕ ในย่านนั้น จากนั้นก็เป็นเวลาพัก ตอนเย็นมาก็เทศน์ วันอาทิตย์รุ่งขึ้นฉันจังหันแล้วก็มีพิธีวางศิลาฤกษ์ จากนั้นก็กลับ ไม่ถึงเที่ยงก็ถึงวัดแล้ว

ท่านเจ้าคุณเขียนกิริยามารยาทท่านเรียบร้อยมากนะ นิ่มนวลมาก ตั้งแต่เป็นหนุ่มอยู่ด้วยกัน เคยอยู่ร่วมกันทางโคราช ท่านดี เวลาสอบเปรียญ ๙ ประโยคได้แล้ว ผู้ใหญ่ก็ตั้งให้ท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัด เป็นไม่นานท่านก็ลาออกมาอยู่บ้านของท่าน บ้านโพน แล้วก็อยู่ในวัดป่าเสียด้วยนะ ดี จนกระทั่งท่านมรณภาพไป นี่ก็เห็นว่าเป็นเพื่อน สนิทสนมกันมานาน จึงต้องได้ไปทุกครั้ง นิมนต์มาทีไรเราก็ไม่เคยขัด ไปทุกครั้งๆ เลย เอาละให้พร

วันที่ ๒๙ ก็จะไปเทศน์วังสามหมอ ทางผ่านไปนี้ละ ไปคราวที่แล้วเขาก็เสียใจ เราก็เสียใจ พอเริ่มเทศน์ฝนกระหน่ำลงมาเลยแตกฮือ เลยไม่ได้เรื่องเทศน์ คราวนี้เขาขอซ้ำอีก วังสามหมอก็ช่วยไม่ใช่เล่นนะ โรงพยาบาล สร้างตึกและเครื่องมือแพทย์อะไรให้ ไปที่ไหนผ่านไปมีทั้งนั้น โรงพยาบาลตั้งสองร้อยกว่าโรง ไม่ใช่เล่นๆ นะ ดังที่เราพูดเมื่อวานจะว่าขบขันหรือไม่ขบขันก็ตาม ที่เขาอยากจะมาตรวจบัญชีเงินหลวงตา เราจะไล่ให้มันมาทั้งโคตรก็ได้ ให้ไปหาตรวจเอา ดีไม่ดีมันตายก่อน ไม่ครบ ไปตรวจเงินเรา ตรงนี้ตรงนั้นไป แล้วโรงพยาบาลตั้งสองร้อยกว่าโรงแล้ว โรงนี้มีอะไรบ้าง ไล่เบี้ยกันอีกเป็นเวลาหลายชั่วโมงใช่ไหม โรงนี้ได้ให้อะไรบ้าง หมอเขาจะเอามาแจงหมด เขามีบัญชีไว้หมดนี่นะ ทางกระทรวงเขาก็ถามโรงพยาบาลทุกโรง หลวงตามหาบัวได้ช่วยอะไรไว้บ้าง

สองร้อยโรงนี้ จะไปไล่เบี้ยโรงนี้โรงนั้นๆ โรงหนึ่งตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะได้ เพราะมันมากต่อมาก โรงพยาบาลแต่ละโรงๆ ความจำเป็นต่างกัน บางโรงนี้มากจริงๆ พรรณนาไม่จบ และไปโรงนั้นๆ เป็นอย่างนั้นเรื่อย จากนั้นก็มาโรงร่ำโรงเรียน ที่ราชการต่างๆ ทั่วประเทศไทย กว่าจะหมดพวกนี้ตาย ถ้าเขากลัวตายเขาคงไม่มา ถ้าหากว่าเขาไม่กลัวตาย เราจะบอกให้มาทั้งโคตรก็ได้ ให้มันตายกันหมดทั้งโคตร เข้าใจไหม มาตรวจของเรา ตายจริงๆ ของไม่ใช่น้อยๆ เราช่วย คิดดูซิว่า เงินบาทหนึ่งเราไม่เคยแตะนี่ ที่พี่น้องทั้งหลายบริจาค บริสุทธิ์ขนาดไหน เราทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตายใจได้เลย เราตายใจในตัวของเรา อะไรจะขัดธรรมไม่ได้เลย ปุ๊บๆ ตัดออกๆ เลย

บาทหนึ่งเราไม่เคยแตะ คิดดูซิ แล้วเงินนี้ไม่ใช่เพียงที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคในการช่วยชาติ เป็นเงินตั้งแต่สร้างวัดมา เขาถวายเราเป็นส่วนตัวๆ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๙ จนกระทั่งป่านนี้ ๔๐ กว่าปี เขาถวายมามากขนาดไหน คนเคารพนับถือมาก ไหลเข้ามาเท่าไรๆ เราเอาออกหมดเลย ฟังซิน่ะ ไม่มีเหลือเลย ช่วยโลกมาตั้งแต่โน้นเลย สร้างโรงร่ำโรงเรียนโรงพยาบาลก็สร้างตั้งแต่โน้นมา ไม่ใช่มาใหม่ๆ นี่ สร้างมาตั้งแต่โน้นแล้ว เรื่อยๆ สงเคราะห์คนทุกข์คนจนทั่วประเทศไทย

เราเคยพูดแล้วว่า ผู้ใดที่เขามีความจำเป็นโดยเฉพาะบุคคลๆ  สืบถามถึงต้นตอเขาเป็นที่ชัดเจนแล้ว ให้ๆๆ ผ่านเลยนะ เรารักษาเกียรติเขา รักษาศักดิ์ศรีเขา เราให้เพื่อส่งเสริมศักดิ์ศรีดีงามของเขา เราให้แล้วไปประกาศโฆษณา เหมือนกับว่าเหยียบย่ำทำลายเขา ไม่เอามาให้เสียดีกว่าจะมาทำลายกันอย่างนี้ไม่เหมาะ นั่น เพราะฉะนั้นเราจึงไม่บอก เป็นล้านๆ ๆ นะ ไม่ใช่น้อยๆ นะ ทั่วประเทศไทย หมดทุกภาคที่มีความจำเป็น จำเป็นจริงๆ สืบให้ถึงต้นตอนะ ไม่ใช่ให้สุ่มสี่สุ่มห้า จนกระทั่งมีหลักฐานพยานยืนยันมาชัดเจนแล้ว เอ้าให้ๆ ผ่านๆ เว้นแต่ที่ใดเขามีหนังสือพิมพ์ออกมา เขาประกาศทางหนังสือพิมพ์ เราเห็นในหนังสือพิมพ์ เราติดตามไปดูชัดเจนแล้ว มาเราก็ช่วยเลย อันนี้เราจะออกก็ได้ คือเราจะพูดก็ได้ไม่พูดก็ได้ เพราะเขาออกทางหนังสือพิมพ์ก่อนแล้ว นอกจากนั้นเราไม่พูด มีอยู่ทุกแห่งทุกหน

นี่ละการทำดีด้วยความเป็นธรรม ไม่จำเป็นจะต้องระบุชื่อระบุนามอะไรแหละ ความดีอยู่กับคนผู้ทำๆ มีมากต่อมาก จะไปตรวจที่ไหน โรงเรียนก็ไม่ทราบกี่สิบหลัง มากต่อมาก โรงพยาบาลก็อย่างว่าสองร้อยโรง ที่ราชการก็มีเป็นแห่งๆ เฉพาะอย่างยิ่งไปดูซิสถานีรถไฟอุดรธานี นั่นละเราสร้างให้ทั้งหมดนะนั่น ตึกเก่ารื้อออกหมดเลย สร้างใหม่แล้วต่อให้อีกใหม่ เป็นตึกต่อกันไปอีกด้วยทั้งหมด จากนั้นบริเวณที่เป็นลานจอดรถที่เขามาขึ้นรถไฟ จนชนกับชานเมืองเลย เราเทคอนกรีตให้หมด รั้วไม่ดี เอ้าให้ ห้องน้ำห้องส้วมอะไรไม่ดี ให้ อะไรไม่ดี ให้ เวลาได้ให้อะไรให้หมดเลย มันจะเป็นเงินจำนวนเท่าไร ไปดูเอาซิ

จากนั้นก็ก้าวเข้ามาสถานีตำรวจ อันนี้ก็ให้หมดเหมือนกัน ลานสถานีให้หมด เทคอนกรีตเรียบร้อย แล้วก็ปลูกศาลาใหญ่ให้หลังหนึ่ง นั่นเป็นเท่าไรๆ นี่เรียกว่า ๑๐ กว่าล้านๆ ทั้งนั้นนะเราทำเรื่อยๆ นี่ที่ราชการเราก็ทำอย่างนี้มา เราไม่คำนึงคำนวณว่าเงินนี้หมดไปเท่าไร ถ้าจะมาคำนวณหมดไปเท่าไรๆ แสดงว่ายังหึงหวงอยู่คงทำไม่ได้ ถ้าอย่างว่านี้เราทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ถาม หมดเท่าไรได้เท่าไรช่วยเท่าไรเอาความจำเป็นเข้าว่าเลยๆ เสร็จแล้วผ่านไปๆๆ เราจึงไม่ได้ลงทะเบียนบัญชีตลอดมา ถ้าเขาจะมาตรวจ ก็ไปไล่เอาต้นบัญชีคืออะไร ไล่ให้เขาไปหาตรวจเอ เราไม่มีเงิน มีแต่อันนั้นแหละไล่เขาไป ขบขันไหมล่ะฟังซิ นี่เราทำด้วยความบริสุทธิ์

แล้วไอ้มูตรไอ้คูถที่จะมาตรวจตราพาชีเรานี้มันฟังได้ไหม ไอ้พวกมูตรพวกคูถที่จะมาตรวจตราพาชีธรรมทั้งแท่ง คือบุญคือกุศลศีลธรรมทั้งหลายที่เราได้ทำไว้ประกาศให้โลกเห็นได้คือทองคำทั้งแท่ง กับกองมูตรกองคูถเอาไปอวดทองคำมันเป็นยังไง อย่างที่เขาไล่เบี้ยคนนั้นคนนี้ พระสังฆาธิการที่ไปประชุมวัดอโศการามมีเท่าไรๆ ไปตรวจเขาหาอะไร หือ ตัวเป็นนักโทษเป็นมหาโทษเป็นมหาภัยทำไมจึงไม่ตรวจตัวเอง กำลังก่อความวุ่นวายใส่โลกอยู่เวลานี้ ใส่เมืองไทยเรา ทำไมไม่ตรวจตัวเองผู้ที่ก่อความยุ่งเหยิงวุ่นวายคือใคร ก็คือพวกนี้ พระท่านก่อเรื่องอะไร แล้วไปหาตรวจท่านหาอะไร วางอำนาจบาตรหลวงใหญ่โตนะมหาโจรเหล่านี้ วางอำนาจน่าหัวเราะเสียด้วยนะ วางตรงไหนมันอดหัวเราะไม่ได้ โอ๊ย น่าสงสาร หาตรวจที่นั่นที่นี่ ทั้งๆ ตัวเองชิ้นดีชิ้นหนึ่งไม่เห็นมี แล้วอวดโลกว่าตัวเป็นผู้ดิบผู้ดีล้นโลกล้นสงสาร

เวลานี้อวดตัวว่าเป็นคนดิบคนดีเป็นผู้บริสุทธิ์ ไปเที่ยวตรวจพระเจ้าพระสงฆ์ในวัดในวา ไปเที่ยวตรวจหมด จนกระทั่งถึงพระพุทธเจ้าก็เป็นพระวิกลจริตไปหมด เขาบริสุทธิ์ พระพุทธเจ้าเป็นพระวิกลวิการ พระสงฆ์สาวกเป็นพระวิกลวิการ พระป่าที่อยู่สืบทอดกันมาเป็นพระวิกลวิการ ที่ไม่วิกลวิการคือใครฟังซินะ ที่ไม่วิกลวิการคืออะไร อันนี้มันเลยทุกอย่างไปแล้ว ถ้าว่าตายมันก็เลยไปแล้ว ไม่ทราบจะไปตรวจตรามันหาอะไร มันหมดคุณค่าหมดราคาขนาดนั้น ถ้าเรายกก็เหมือนส้วมเหมือนถานไปอวดดิบอวดดีต่อทองคำทั้งแท่ง มันเป็นไปได้ไหมพิจารณาซิ เวลานี้กำลังมูตรกำลังคูถออกตัวว่าเป็นของดิบของดี โปะทั้งหัวพระพุทธเจ้าตลอดประชาชนทั่วประเทศไทยให้แหลกเหลวไปหมด ดูหัวไหนมีแต่หัวขี้พวกนี้มาโปะแหละ คลำดูซิหัวใครถูกโปะไหม นี่แหละของดิบของดีเขาเอามาโปะหัวเราเวลานี้แหละ จะสลัดออกหรือไม่สลัดออกหรือจะบอกให้เขามาโปะอีก เอ้า เอาไปพิจารณาเองนะ อันนี้เราไม่บอกแหละ หรือบอกแล้วก็ไม่รู้ (หัวเราะ) เอาละให้พรเท่านั้นแหละ

โยม หลวงพ่อเจ้าขา หนูขออนุญาต ๑ นาทีได้ไหมคะ

หลวงตา ว่ามา

โยม เขาเกิดมาเขาไม่เคยเห็นใคร ที่ให้ทานช่วยเหลือคนอื่นขนาดนี้ (หือ) คนที่เขาจะสืบสวนนี่ค่ะ (เออ) เขาเกิดมาเขาไม่เคยเห็นใครที่จะทำทานช่วยทุกข์ผู้อื่น หรือแม้แต่ประเทศชาติขนาดนี้ เขาไม่รู้เลยว่าเงินทองวัตถุที่ไหลมาเข้าหาพระเดชพระคุณนั้น เข้ามาด้วยความบริสุทธิ์ของพระเดชพระคุณ ถ้าพระเดชพระคุณไม่บริสุทธิ์สิ่งเหล่านั้นจะไม่ไหลเข้ามาเจ้าค่ะ

หลวงตา เท่านั้นแหละ จะพูดหลายนาทีก็ได้ ไปแล้วเผ่นแล้วๆ เอาละ

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก