ศาสนาไม่มีคือผู้นำมาสอนไม่มี
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2547 เวลา 8:45 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๗

ศาสนาไม่มีคือผู้นำมาสอนไม่มี

 

         เมื่อเช้านี้ออกไปดูที่เขาจะขยายคลองออกไปหนึ่งเมตร ตั้งแต่เขตวัดเข้ามา เราไปดู ขยายออกไปแล้วก็คิดว่าดีอยู่นะ คือขยายออกไป ๑ เมตร จากริมคลองนี่เข้าไป ๑ เมตร ยาวพอสมควร น้ำนี้มีไว้เพื่อสูบเข้ามาใช้ในนี้ น้ำก็หมดพอดี คลองหน้าวัดเราดูว่าหมดพอดี บวกกับที่เราจะขุดคลอง ก็ต้องได้เอาน้ำนี้ออก ไม่งั้นก็สกปรก ขุดคลอง ลอกออก ให้สะอาดบ้างแล้วก็ขังน้ำได้เลย

         เดือนนี้มีเทศน์ที่วังสามหมอแห่งเดียวมิใช่หรือ (ครับ) สิ้นเดือนนี้ยังเหลือวันที่ ๒๙ กัณฑ์หนึ่ง มีนา วันที่ ๑๖ ศรีไทยใหม่ แล้วก็วันที่ ๒๑ มีนาคม บ่ายสองโมง สนามโรงเรียนบ้านสี่แยกสมเด็จ กาฬสินธุ์ ก่อนไปกรุงเทพฯดูเหมือนเทศน์อีกสามแห่งนะ วังสามหมอ อุดรก็ศรีไทยใหม่ สี่แยกสมเด็จกาฬสินธุ์ พอวันที่ เราก็ลงกรุงเทพฯแล้ว วันที่ ๕ มีนาคม พอลงกรุงเทพฯงานก็ติดยุ่งไปเลยละ แล้วงานก็ติด ๆ กันไปเรื่อย ๆ ทั้งจะรวบรวมทองคำและดอลลาร์เข้าสู่คลังหลวง อันนี้อันหนึ่ง จะเร่งเรื่องทองเรื่องดอลลาร์ให้ได้ทันกับวันปิดโครงการ และให้ครบทั้งทองคำและดอลลาร์ ซึ่งกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว ๑๐ ตัน(ทองคำ) ๑๐ ล้าน(ดอลลาร์) ให้ได้

         คราวนี้แล้วโล่งหัวอกอีกทีหนึ่ง เงินที่ยังมีอยู่ทางนี้บ้างโครงการ เราจะโอนไปทางนู้นเลย โอนไปทางกรุงเทพฯที่มันเป็นบัญชีของเราเอง ทางนี้ก็บัญชีของเรา เราโอนไปไว้ที่กรุงเทพฯ เตรียมพร้อมไว้นั้นเลย พอโอนไปแล้วก็ปิดบัญชีเลยทางนี้นะ บัญชีโครงการช่วยชาติเงินสดปิดเลย หากว่ามันได้มาก็เข้าโครงการพื้นฐานของเราที่ทำอยู่แล้วนะ มันก็เหมือนกัน เข้าโครงการของเราเพราะลงในจุดเดียวกัน ปิดเสียดีกว่า เราพิจารณาแล้วเห็นว่า ปิดเสียดีกว่าให้ลงช่องเดียว คือบัญชีพื้นฐานของเราที่ช่วยโลกอยู่แล้วตั้งแต่สร้างวัดบัญชีนี้น่ะ ตั้งแต่นู้นมาเรื่อย ๆ หากมีท่านผู้ใดบริจาคมาก็เข้านี้ ๆ เลย

         ส่วนดอลลาร์คงยังปิดไม่ได้ คิดว่ายังจะเข้าอยู่เรื่อยๆ ไป ไม่มากก็เข้า เพราะมันเกี่ยวกับเมืองนอก ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทยเรา ทางเมืองนอกเขาก็ส่งมาอยู่เรื่อยๆ ก็จะต้องได้เปิดบัญชีดอลลาร์ไว้อย่างนั้น มาก็เข้า พอสมควรที่จะเข้าคลังหลวงเราก็เข้า เช่นเดียวกับที่เราเข้ามาแล้วนะ ดอลลาร์ก็ดี ทองคำก็ดี หากว่าแม้หยุดไปแล้วมีผู้มาบริจาค เราก็ต้องเป็นภาระรับผิดชอบอยู่ ดังที่เคยปฏิบัติมาแล้วนั้นแหละ ควรหลอมก็หลอม ถ้ามามากน้อยเท่าไรควรหลอมก็หลอม พอเสร็จแล้วพอมอบก็มอบเลย ดอลลาร์ก็เหมือนกัน ควรจะมอบเมื่อไรเราก็มอบ

         เงินอยู่ในบัญชีไม่ได้มากนะเดี๋ยวนี้ นี่ก็ไปซื้อทองคำทางนู้นอีกแล้ว เอาออกจากบัญชีก็ไปซื้อทองคำอีกแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อสองสามวันนี้เอง สั่งไปทางนู้น ซื้อทางกรุงเทพฯ คือทองคำให้ซื้อทางกรุงเทพฯเพิ่มเข้าอีกแล้ว เพราะฉะนั้นเงินเราจึงจะไม่มีเหลือมากเงินในบัญชีโครงการ เราจึงคิดว่าจะโอนไปทางนู้นเสียเลย แล้วปิดบัญชีโครงการอันนี้เสีย ค่อนข้างแน่ใจแล้ว เราคิดหลายหนแล้ว มันก็ลงจุดเดียวกัน จุดที่เก่าๆ นั่นละ จะเอาไว้เฉพาะบัญชีดอลลาร์ทางนี้นะ ทางนู้นปรึกษากับคุณชายปั๋มดูก่อน ว่าจะควรปิดบัญชีโครงการช่วยชาติหรือเอาไว้อย่างนั้น หากไม่เป็นอารมณ์มากนะจะเอาไว้ก็ได้ ดอลลาร์เอาไว้ก็ได้ เพราะมันก็เป็นบัญชีของเราอันเดียวกันแหละ

         ทองคำก็ได้เพิ่มขึ้นมาอีก ไปซื้อเข้ามาอีกเพิ่มเข้ามาอีก ได้มาเรื่อย ๆ เพิ่มเข้า พอถึงกรุงเทพฯแล้วก็จะแน่นอนตรงนั้นแหละ เรื่องทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันนี้เรียกว่าเด็ดขาดเลยนะ มาจุดนี้ละที่ได้ช่วยชาติมา ๖ ปี ที่ได้นำสมบัติเข้าสู่คลังหลวงซึ่งเป็นหัวใจของชาติเรา ต้องให้ได้ตามกำหนด เคลื่อนไม่ได้เลย คือทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน เลยนั้นไม่เป็นไร แต่ขาดไม่ได้เลยเข้าใจไหม ดอลลาร์ก็เหมือนกันต้อง ๑๐ ล้าน ขาดสตางค์หนึ่งไม่ได้ จะเพิ่มขึ้นไปไม่ว่า ได้เท่าไรเอา แต่ทีนี้ไม่มีการเที่ยวตีนั้นตีนี้เหมือนแต่ก่อนเข้าใจไหม ตีกระเป๋านั้นตีกระเป๋านี้มาได้ ๖ ปีแล้วนะ ตอนนี้หยุดละแล้วแต่เขาจะให้ ถ้าควรออดเราก็ออดเอา ไม่ควรออดก็เฉยเสีย จะให้ไปตีกระเป๋าอย่างแต่ก่อนไม่เอาละ

         พูดต้องมีคำสัตย์คำจริง ไม่มีไม่ได้ ถ้าพูดโดยเฉพาะสำหรับเรานี้ ความจริงนี้แน่นหนามั่นคงมาก จนได้เคยพูดให้ลูกศิษย์ฟังอยู่ เราไม่ทราบว่าเราเคยมีความสัตย์ความจริงมาตั้งแต่เป็นฆราวาส คือเราไม่เคยอรรถเคยธรรมเราก็ทำตามนิสัยของเรา เฉพาะความสัตย์ความจริงนี้เป็นมาแล้วตั้งแต่เป็นฆราวาส ลงลั่นคำไหนแล้วเอาละ ปั๊บเลย เคลื่อนไม่ได้เลย เหมือนว่านอนไม่หลับกลางคืน ถ้าไม่ได้ทำไม่หลับนะ มันเป็นของมันอยู่งั้นละ ต้องทำให้เสร็จแล้วก็โล่งไปทีหนึ่ง ถ้าลงลั่นคำหรือลงใจที่ตรงไหนแน่แล้วเอาเลยๆ นี้เป็นมาตั้งแต่เป็นฆราวาส

         เราก็ไม่รู้ว่าเรามีคำสัตย์นะ แต่เวลามาบวชมาอ่านหนังสือทางธรรมะนี่ โอ๋ นี่เราเคยมีคำสัตย์มาแล้วนี่ เลยยิ่งแน่นหนามั่นคง รู้ไปตามหลังหมดเลย อันนี้มีมาดั้งเดิมคำสัตย์ เราก็ไม่รู้อรรถรู้ธรรมอะไรละ คือว่ายังไงเป็นอย่างงั้นเลย ทีนี้เวลาเข้ามาในอรรถธรรมท่านเรียกว่าคำสัตย์คำจริง เป็นหลักใจ ท่านว่าคนมีความสัตย์ความจริงแล้วเรียกว่ามีหลักใจ ในธรรมท่านบอกอย่างงั้น เราก็ชักจะยกเราขึ้น เอ๊ นี่เราก็มีหลักใจมาแล้ว เก็บเล็กผสมน้อยตั้งแต่เป็นฆราวาสมาแล้วนี่ เอามาเพิ่มใหม่เข้าอีก เราถึงรู้ว่าเคยมีคำสัตย์มาแต่ก่อน

         คราวนี้เป็นคราวที่เด็ดขาดทีเดียว วันปิดโครงการกับวันมอบทองคำและดอลลาร์ให้ได้ตามจำนวนนั้นลงในวันเดียวกัน งานนี้เลยจะกลายเป็นงานใหญ่ขึ้นมา เราคิดว่ามันอาจจะได้เพิ่มขึ้นอีกนะทองคำ เพราะอันนี้เราขาดตัวแล้วได้มามันอาจจะเพิ่มอีก ส่วนดอลลาร์เดี๋ยวนี้มันขาดอยู่ตั้งล้านเราก็ไม่แน่ละ แต่เรื่องให้ขาดหนึ่งบาทหนึ่งสตางค์ไม่ได้ละ ต้อง ๑๐ ล้าน ทองคำเหมือนกัน มันจะเพิ่มเท่าไรเราก็ฟัง วันนั้นเป็นวันงานใหญ่โตอยู่อาจจะมีผู้มาส่งเสริมเพิ่มเติมเข้าอีก และเป็นส่วนเพิ่มเข้าไปอีก ถ้าหากว่าจะลงบัญชีเวลานั้นไม่พอเราก็เก็บไว้เสียก่อน แต่คิดว่าจะพอ เศษเหลือเท่าไรให้เขาลงบัญชีพร้อมกันเลยก็คงได้มั้ง คือเช่นอย่างดอลลาร์เขาต้องมีอะไรเขาเรียกเช็คใหญ่นะ จำนวนเท่าไรเขาเอามาติดให้อ่านทั่วหน้ากัน ถ้าจะทำนี้อาจไม่ทันกับบัญชีใหญ่เราก็เก็บไว้เสียก่อน  แล้วต่อไปเราก็ใส่ เหมือนเราปฏิบัติมานั้นแหละไม่ได้คลาดเคลื่อนอะไรเลย

         ต่อจากนั้นก็หยุดทีนี เราก็พัก อยู่ตามสภาพสบายๆ แต่การเทศน์นี่รู้สึกยิ่งหนาแน่นเข้านะ ว่าจะหยุดโครงการ หยุดการเทศน์ ยิ่งหนาแน่นเข้ามา เอ๊ชอบกลอยู่นะ แทนที่การเทศน์นี่จะเบาบางไป คนฟังก็จะค่อยชินค่อยอะไรไปกลับไม่เป็นอย่างงั้น ยิ่งหนักเข้าการเทศน์ ไปที่ไหนมีแต่ให้เทศน์ เอ้อมันยังไงกันนี่

         ให้พากันตั้งอกตั้งใจนะพี่น้องชาวพุทธเรา คราวนี้เป็นคราวที่ยิ่งใหญ่ต่อชาติไทยของเรา หลวงตาเองได้ออกประกาศทั้งด้านวัตถุและด้านธรรมะ เฉพาะธรรมะนี้เราฝังลึกมากนะ ด้านวัตถุเป็นอันดับสองของด้านจิตใจที่จะสอดแทรกธรรมะเข้าไปทุกแห่งทุกหนให้คนได้เข้าใจกัน อันนี้เราฝังลึกมาแล้วตั้งแต่ต้นแล้วแหละ การที่จะให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบเรื่องอรรถเรื่องธรรมมาโดยลำดับลำดา เพราะฉะนั้นการเทศน์ที่ไหนจึงมุ่งต่อศีลต่อธรรมไปเรื่อย ๆ ยิ่งกว่าด้านวัตถุ วัตถุเราจะออกมาพูดเป็นระยะ ๆ แต่เรื่องด้านธรรมะนี้เรี่ยราดไปตลอดเลย เพราะธรรมะกับใจ ใจเป็นของสำคัญ ถ้าใจไม่มีหลักรั่วไหลไปหมด อะไรเก็บไม่อยู่ ได้มาก็ไม่อยู่ หามาก็หมาเพื่อถลุงๆ ถ้ามีหลักใจแล้วเก็บไว้ ออกใช้ก็เป็นประโยชน์ เก็บไว้ก็เพื่อประโยชน ถ้าไม่มีหลักใจมันจะเรี่ยราดไปหมด นี่อันหนึ่ง

         แล้วก็ให้รู้จักบุญจักบาปกันนะ บุญบาปนี้มีมาดั้งเดิมตั้งกัปตั้งกัลป์พร้อมโลกพร้อมธรรม มีมาดั้งเดิมแต่กาลไหนๆ แล้วยิ่งมีศาสนาพุทธเป็นรากฐานแห่งความแน่ใจและความมั่นคงของจิตใจผู้มุ่งอรรถมุ่งธรรมแล้วยิ่งเหมาะสมมาก นีเราเกิดมาพบพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เหมาะสมมากที่สุดเลย เราไม่ได้พูดอะไร เราตรวจทานของเราเอง วิ่งใส่ธรรมะพระพุทธเจ้าได้สัดได้ส่วนเหมือนกันหมดเลย ไม่มีที่ขัดข้องตรงไหนกับธรรมพระพุทธเจ้า นอกนั้นเราไม่พูดถึง

         ศาสนาอื่นๆ ใดๆ เราไม่พูดถึง อ่านเหมือนกันศาสนาต่างๆ เราอ่านผ่านเหมือนกัน พอให้รู้เรื่องรู้ราวบ้างเล็กน้อย แต่เรื่องพุทธศาสนานี้เรียกว่าทุ่มหมด หมดตัว หมดชีวิตจิตใจเลย ผลที่ได้มาก็ดังที่เห็น ดังที่ว่านี่ นี่มันสมใจอย่างนี้นะ ประกาศพยานแห่งความดีของศาสนาที่สอนไว้เพื่อความดีอย่างชัดเจนๆ แก่ผู้บำเพ็ญ ผู้ปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติมันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรแหละ เหยียบย่ำไปมาอยู่อย่างงั้น ถ้าปฏิบัติแล้วจะเห็นชัดเจนเลยธรรมพระพุทธเจ้า พุทศาสนาเป็นศาสนาคู่โลกคู่สงสารมาดั้งเดิม ไม่ได้ล้มเหลวไปไหน

         พอหมดพุทธศาสนาเรานี้แล้วศาสนาพระอริยเมตไตรก็จะมา มาวางแนวแบบเดียวกัน ไม่ผิดกัน บรรดาพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ว่างั้นเลย จะสอนเป็นแบบเดียวกัน เพราะปฏิบัติมาก็รู้แบบเดียวกัน เห็นอย่างเดียวกัน เวลาสอนสอนแบบเดียวกันหมด จึงเป็นพื้นฐานของโลกงสาร คู่โลกคู่สงสารคือพุทธศาสนา ขอให้พี่น้องทั้งหลายจดจำเอาไว้ หลวงตาจะตายก็อดไม่ได้ ที่จะดึงออกมาเป็นสักขีพยานนะ คืออันนั้นกับอันนี้มันอยู่ด้วยกันๆ

         พูดง่ายๆ ก็เหมือนกับเราโผล่ขึ้นมาในท่ามกลางมหาสมุทร มองรอบด้านเป็นมหาสมุทรเหมือนกันหมด ไอ้ตัวที่โผล่ขึ้นมานี้ก็เป็นมหาสมุทร เข้าใจไหม ที่รอบด้านก็เป็นมหาสมุทร ที่โผล่ขึ้นมาในท่ามกลางมหาสมุทรนี้ก็เป็นมหาสมุทรอันเดียวกัน ธรรมทั้งหลายที่พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ตรัสรู้มา ฟังให้ชัดนะ มามากมายก่ายกอง พอธรรมชาตินี้โผล่ขึ้นมาแล้วมันเป็นอันเดียวกันหมดเลย ฟังให้ชัดคำนี้ เราจึงไม่ได้สงสัยพุทธศาสนาของเราทุกๆ พระองค์ของพระพุทธเจ้า ด้วยการโผล่ขึ้นมานี้เอง โผล่ขึ้นมาอันนี้ก็เป็นอันนั้น อันนั้นก็เป็นอันนี้ อันเดียวกันหมดเลย

         เราหายสงสัยทุกอย่าง จึงกล้าสอนได้อย่างไม่สะทกสะท้านกับอะไร ใครจะว่าอะไรก็ตาม ความจริงมันมีอยู่นี้เต็มหัวใจเราแล้วเราจะไปถามใคร นั่น ตรงนี้ละเราจึงแน่ใจ สอนพี่น้องทั้งหลายสอนด้วยความแน่ใจนะ อย่าฝ่าอย่าฝืนพระพุทธเจ้า เท่ากับฝ่าฝืนตนเอง ทำลายตนเองนะ พระพุทธเจ้าสอนไว้เพื่อความดีงามทั้งนั้น ไม่ได้เพื่อความทำลายพวกเรา สัตว์ทั้งโลกทั้งสงสารนี้อาศัยธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นเครื่องฉุดลากขึ้นไป ไม่มีธรรมแง่ใดของศาสดาที่จะฉุดลากสัตว์ลงสู่กองทุกข์ไม่มี ไม่มีทุก ๆ พระองค์ มีแต่ฉุดลากขึ้นทั้งนั้น ๆ

         เวลามันได้โผล่ขึ้นมาแล้วไปถามใครที่ไหน ดังที่ว่านี่ละ น้ำโผล่ขึ้นมากลางมหาสมุทร ก็เป็นน้ำมหาสมุทรอันเดียวกันเสีย ธรรมประเภทนี้โผล่ขึ้นมาในท่ามกลางธรรมทั้งหลายที่เป็นธรรมธาตุก็เป็นธรรมธาตุด้วยกันเสีย เข้าใจไหมละ แล้วไม่มีที่คัดที่ค้าน ทีนี้มันก็จ้า ไปไหนมันก็ถึงกันหมดเลย แล้วจะสงสัยอะไร นี่ละธรรมแท้เป็นอย่างงั้น ถูกปิด ถูกหุ้มห่อ ถูกเหยียบย่ำทำลายจากกิเลสมานี้ตลอดเหมือนกัน โผล่ขึ้นมาได้เป็นบางกาล กาลที่พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้นั้นคือธรรมโผล่ขึ้นมากระจายออกทั่วโลก

         ทีนี้เวลาที่พระพุทธเจ้านิพพานไปแล้วก็กิเลสมันหนาแน่นเข้ามาๆ เหยียบย่ำทำลาย จึงกลายเป็นว่าไม่มีศาสนา คือไม่มีผู้สอน ธรรมนั้นมีอยู่ แต่ผู้สอนเรื่องอรรถเรื่องธรรมดีชั่วไม่มี มันเป็นอย่างงั้นละที่ว่าศาสนาไม่มี คือผู้นำมาสอนไม่มี ผู้ที่รู้ที่เห็นธรรมทั้งหลายนี้นำธรรมเหล่านี้มาสอนไม่มี ก็ประหนึ่งว่าเหมือนธรรม มีอยู่ก็เหมือนไม่มี เหมือนเครื่องไม้เครื่องมือเราวางอะไรไว้ มันก็ทิ้งอยู่งั้น เจ้าของไม่เอามาใช้ก็ไม่เกิดประโยชน์ นี่ธรรมะก็เหมือนกัน ให้พากันตั้งอกตั้งใจ

         เราอย่าเชื่อเรามากกว่าเชื่อพระพุทธเจ้า เชื่อธรรมนะ เรื่องกิเลสไม่มีอะไรเกินมัน กิเลสนี้หยาบ หิวโหยตลอดเวลา เรื่องของกิเลสไม่มีอะไรอิ่มพอ หิวโหยตลอดเวลา เรื่องธรรมนั้นถึงขั้นใดพอๆ เป็นลำดับลำดาไปตั้งแต่ขั้นสมาธิ สมาธิเมื่อเต็มภูมิแล้วพอ ให้เหนือนั้นไปไม่ได้ แน่ะ มันก็ประจักษ์อยู่ในหัวใจแล้ว ปฏิบัติมาแล้วรู้มาแล้ว ไม่ใช่มาด้นเดาพูดเอาเฉยๆ ทีนี้พอเวลาก้าวเข้าทางด้านปัญญามันก็หมุนติ้ว ๆ นั่น พอถึงขั้นปัญญาสุดขีดแล้วพอแล้ว ก็คือว่ากิเลสขาดสะบั้นลงไปหมดแล้ว ปัญญาพอแล้ว ธรรมพอแล้ว นั่นมันมีขั้นพอ ๆ สำหรับธรรมทั้งหลาย

         เรื่องกิเลสนี้ไม่มีพอ ผู้ที่มีโลกสมมุติให้ แล้วตนก็สำคัญตนด้วยว่ามั่งมีศรีสุข สมบัติเงินทองข้าวของมีมากเท่าไร ๆ เราอย่าไปเข้าใจว่าคนนั้น ความหิว ความทะเยอทะยานจะน้อยนะ ผู้นั้นละมากกว่าเพื่อน  กองทุกข์กวนมากกว่าคนทั้งหลายที่เขาทุกข์เขาจนอยู่ตามท้องไร่ท้องนา ผู้นั้นทุกข์กว่าผู้นี้ แต่ความเสกสรรปั้นยอก็ว่าผู้นั้นดี ๆ เฉย ๆ เอาธรรมจับเข้าไปมันก็รู้ เพราะฉะนั้นท่านจึงถือว่ากิเลสเป็นภัย ไม่ได้ไว้หน้า ใครจะเป็นคนทุกข์ คนมี คนจน คนโง่คนฉลาด ถ้าลงกิลสได้เหยียบหัวแล้วดิ้นตามกิเลสทั้งนั้น เมื่อดิ้นตามแล้วก็ต้องเป็นทุกข์ด้วยกัน ยิ่งผู้มั่งมีมากเท่าไรยิ่งดิ้นยิ่งดีด อันนี้ก็อยากได้ อันนั้นก็อยากได้ไม่มีคำว่าพอ

         เพราะฉะนั้นเราถึงได้เตือนลูกศิษย์ที่ควรจะเตือน เขาก็พยายามทำการค้าการขาย  อันนี้ก็ดีอันนั้นก็ดีขึ้นมาเรื่อย ๆ พอสมควรแล้วเราบอกให้ระงับนะ นั่น ความดีอันนี้เป็นธรรมแล้ว คำว่าจะดียิ่งกว่านี้ไปอีกมันจะเป็นโทษนะ นั่นบอก ให้ระวัง บอกจริง ๆ เราก็บอกแล้วอย่างนี้ เรื่องของกิเลสจะไม่พอ จะเอาให้เป็นไฟไปอีกแหละ ทั้งๆ ที่มั่งมีแหละแต่เป็นไฟอยู่ในหัวใจ เพราะฉะนั้นจึงระงับความอยากความทะเยอทะยานอันนี้เอาไว้ ความชุ่มเย็นเป็นสุข ความพอดิบพอดีจะมีในนั้นแหละ เราบอก เพราะธรรมนี้มีคำว่าพอ เรื่องกิเลสไม่มี ใครจะเอาอะไรมาให้เท่าไรไม่พอ เหมือนไฟได้เชื้อ ไฟนี่เอาเชื้อไสเข้าไปซิ จะให้ไฟนี้พอด้วยเชื้อ ดับด้วยเชื้อไสเข้าไปหามันไม่มีทาง กิเลสจะดับเพราะความได้มาจากความต้องการของกิเลสนี้ไม่มีพอ เหมือนไฟได้เชื้อ ไสเข้าไปเท่าไรยิ่งแสดงเปลวจรดเมฆ อันนี้ความอยากได้เข้ามาไสเข้าไปอีกเท่าไรก็ยิ่งไปใหญ่ๆ เผาเจ้าของ

พอพูดอย่างนี้เราก็ได้คิดเห็นที่เราไปจำพรรษาอยู่ทางโน้น ไม่บอกสถานที่แหละ หากชัดเจนมาก เป็นคนที่ใกล้ชิดติดพันจริงๆ กับสกุลมหาเศรษฐีในสมัยปัจจุบัน แต่ก่อนใช้เงินเหรียญกัน บ้านนี้มีเงินบาทเงินเหรียญถึง ๗ หมื่นบาท คนมีเงินถึง ๗ หมื่นบาทแต่ก่อนร่ำลือที่สุดแหละ เขามาเล่าให้ฟังถึงเรื่องการขวนขวาย มาได้แค่ ๗ หมื่นแล้วลดลงๆ  ได้แค่ ๗ หมื่นแล้วลดลง ไม่มีขึ้นเลยว่างั้น บืนเท่าไรก็ไม่ขึ้น ถึง ๗ หมื่น จากนั้นก็ลดลงๆ  แล้วมีลูกมีเต้ามีหลานมีเหลน คนนั้นก็แยกไปทำอันนั้น คนนี้แยกไปทำอันนี้ แยกไปเท่าไรก็ยิ่งหมดไป ที่จะให้ได้มาเพิ่มไม่มีๆ แกนับข้อมืออีกด้วย คนนั้นติดหนี้เราเท่านั้น คนนี้ติดหนี้เราเท่านี้ นี่เราก็จะตายแล้ว หนี้นี้คงจะจมไปเลย ลูกก็ถาม แล้วคุณพ่อนับอะไรนั่งอยู่เฉยๆ กำลังแก่ชรามากๆ นับข้อมือ แล้วนับอะไรอยู่เฉยๆ ก็นับ

อู๋ย พ่อจวนจะตายแล้ว นับดูที่เขาติดหนี้ คนนั้นติดเท่านั้นๆ นี้ไม่หวังจะได้กลับคืนมาแหละ แกว่างั้นนะ เงินของเราก็มีอยู่เท่านี้ ที่บืนมากที่สุดแต่ได้เต็มเหนี่ยวเพียง ๗ หมื่นบาท ที่มีเงินมากที่สุด ร่ำลือไปหมดทางภาคอีสานกับทางประเทศลาว ทางนู้นก็มีเงินเป็นเศรษฐีเช่นเดียวกัน ทั้งสองนี้เลยเป็นสหายกันเป็นเสี่ยวกัน ผูกมัดเป็นเสี่ยวกันจริงๆ นะ ผูกข้อไม้ข้อมือเป็นเสี่ยวกันจริงๆ ดังทั่วภาคอีสาน ทางประเทศลาวฝั่งนั้นกับฝั่งนี้ เศรษฐีต่อเศรษฐีเป็นเสี่ยวกัน เขาว่า  ทีนี้เงินจำนวนเหล่านั้นก็เลยค่อยหมดไปๆ  ลูกคนนั้นเอาไป หลานคนนี้เอาไป เขาจะไปทำการค้าการขายอย่างนั้นๆ ใครเอาไปทำที่ไหนจมเลยๆ ไม่มีอะไรฟื้นขึ้นมาเลย สุดท้ายผู้เฒ่าก็เลยตาย เป็นอย่างนั้นละ บืนถึง ๗ หมื่น ได้ ๗ หมื่นเท่านั้นไม่เคยฟื้นกว่านั้นไปอีก เราก็ได้ความชัดเจนนะ

เจ้าของก็ดีดก็ดิ้น อยากได้เท่าไรมันก็ไม่ได้ แน่ะเห็นไหมล่ะ ๗ หมื่นแทนที่จะได้ บืนให้เลยนั้นมันไม่เลย จนกระทั่งหมดไปๆ เพราะลูกเพราะหลานมากัดมาแทะเอาแหลกหมดเลย ทีนี้ธรรมนี้เราไม่เคยเห็น เราพูดนี้ถ้าพูดแต่โลกว่าได้ไม่พอๆ อย่างนี้ แล้วธรรมเป็นยังไง ธรรมอยู่ที่ไหนก็มีแต่พอหมด ยกตัวอย่างเช่น พระมหากัปปิน ท่านอยู่ที่ไหนท่าน สุขํ วต สุขํ วต สุขหนอๆ อยู่อย่างนั้น ที่จะหามาเพิ่มอีกนี้ไม่มี มีแต่อยู่ที่ไหน สุขหนอๆ ท่านพอ บรรดาท่านผู้มีธรรมเต็มหัวใจแล้วพอด้วยกันทั้งหมด ไม่มีใครที่จะบึกบึนหาธรรมอีกแล้ว เมื่อวานก็พูดไม่ใช่หรือ เราไม่หาบุญหาบาปอีกแล้ว บุญบาปหาอะไร การทำบุญนี้เราเพื่อบุญเพื่อกุศลแก่เรา เราไม่มี เราพอทุกอย่างแล้ว ทำเพื่อประโยชน์แก่โลกที่ยังบกพร่องความสุขความเจริญ เราช่วยอย่างนี้ต่างหาก เราไม่ได้ช่วยเพื่อเรา

บาปเราก็ไม่มีเจตนาที่จะทำ แล้วจะเป็นบาปมาจากที่ไหน บุญเราทำไปๆ เราก็พอแล้วในบุญทั้งหลาย ทั้งๆ ที่ทำอยู่ก็พอ แล้วจะหามาอะไรบุญ เราไม่ได้ประมาทบุญ นี่ละถึงขั้นความจริงพูดได้เต็มปาก บุญก็ไม่หา แต่ทำคุณประโยชน์แก่โลกที่โลกเขาเรียกว่าทำบุญๆ ใช่ไหม เราทำตลอดเวลาจนหมดเนื้อหมดตัว บางครั้งติดหนี้เขาก็มีเราก็ทำ แต่จะว่าเราขาดบุญเราก็ไม่เห็นมี เราก็ทำของเรา จนกระทั่งวันตายเราจะทำอย่างนี้ตลอดไป ไปที่ไหนๆ ก็เหมือนกัน ความเมตตานี้มันครอบโลกธาตุ ไม่ได้เหมือนจิตดวงใดนะ จิตที่เป็นธรรมธาตุแท้แล้วจะมีตั้งแต่ความนิ่มไปหมดเลย ธรรมธาตุอันนั้นนิ่มไปหมด จึงเข้ากับสัตว์ได้ทุกตัวสัตว์ ไม่ประมาท ไม่ดูถูกเหยียดหยาม เป็นการให้อภัย นิ่มนวลไปด้วยความเมตตาสงสารทั้งนั้น นั่นละธรรมที่ควรแก่การครองโลก ให้โลกได้รับความสุขความร่มเย็นเป็นสุข หรือผาสุกเย็นใจได้ก็คือธรรม จึงให้พากันปฏิบัติธรรม

อย่าพากันตื่นเอาเสียนักหนานะ ทุกวันเราดูไปที่ไหนเราพูดจริงๆ เราพูดในวงของเราแล้วแต่ใครจะพิจารณา มันดูไม่ได้นะ ยิ่งแต่งเนื้อแต่งตัวล่อนจู้ล่อนจ้อนมาแล้ว แหม เป็นข้าศึกกับธรรม นี้จะลากลงนรกโดยถ่ายเดียว ความหมายว่างั้นนะ ที่จะฟื้นตัวขึ้นมาให้รู้เนื้อรู้ตัวด้วยอรรถด้วยธรรม มียางอายเป็นเครื่องประกันไม่มี ดื้อด้าน นี่แหละดูเอา เพราะฉะนั้นบางทีเราถึงชี้หน้า อยู่ในสวนแสงธรรม ผู้พิพากษาก็เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาด้วย เป็นลูกศิษย์ด้วย เขาเดินเข้ามานี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาจะมากราบเรา มันดูไม่ได้ มาก็ใส่เสียเปรี้ยงเท่านั้นซี ตาไม่มีหรือ บ้านเมืองเขานุ่งเขาห่มกันยังไง อันนี้มันจะเห็นหีอยู่นี่น่ะ ชี้ลงไปนี้เลยนะ ทำไมตาบอดหรือคนๆ เดียว มันมืดขนาดนั้นหรือกิเลสตัณหานี่น่ะ โอ๋ย สลบไป ป่านนี้มันฟื้นแล้วยัง แต่เราเฉย ก็เราสอนให้คนดีนี่ เราไม่ได้สอนให้คนเสียหาย

จนผู้พิพากษาคนนั้นหัวเราะ เราก็เฉย ก็เราพูดเป็นธรรมแล้วนี่ เมื่อมันมาสะเทือนเอาใกล้ๆ นี้ก็ใส่เสียบ้างซิ นอกจากนั้นเราเฉยเสีย หูหนวกตาบอดไปอย่างนั้น คือมันเลวลงทุกวันนะจิตใจ เฉพาะอย่างยิ่งของชาวพุทธเรา มันกลายเป็นชาวเปรตชาวผีไปแล้วเวลานี้ มันมียางอายต่ออรรถต่อธรรมที่ไหนไม่มี มีแต่กิเลสตัณหา ไปที่ไหนหน้าด้านไปหมด แล้วทันสมัยทั้งนั้นนะ กิเลสตัณหานี่ทันสมัยๆ ครั้นว่าทันสมัยแล้วมันเห็นเขาแต่งเนื้อแต่งตัว เห็นเขาประพฤติอย่างนั้น ยังอยากจะแซงเขาไปอีก มันจะเลยล้ำสมัยไปอีกนู่นน่ะ นี่ละที่ให้ทุเรศ คือสิ่งเหล่านี้มีแต่สิ่งที่จะกล่อมให้จิตใจต่ำลงๆ จมลงๆ นะ ไม่มีทางที่จะฟื้นขึ้นมาได้ถ้าไม่มีหิริโอตตัปปะ

เพราะฉะนั้นขนบประเพณี เช่นอย่างชาติไทยเรา เคยปฏิบัติตัวมายังไง ปู่ย่าตายายทำยังไง อย่ามองข้ามปู่ย่าตายาย นั่นเป็นสมบัติผู้ดีของผู้มีธรรมในใจ มีกิริยามารยาทนิ่มนวลอ่อนหวาน ประพฤติปฏิบัติต่อกันเป็นที่น่าเคารพยำเกรง ทุกวันนี้มันเหมือนเปรตเหมือนผี เหมือนลิงเหมือนค่าง เข้ามาหากันวอกแวกๆ ดูไม่ได้ มีแต่กิเลสจูงจมูกไปเลย มันเข้ากันไม่ได้นะ บ้านเมืองเราเป็นบ้านเมืองของชาวพุทธ ปู่ย่าตายายเป็นชาวพุทธ นำประเพณีของชาวพุทธที่ดีงามมามันไม่ยอมรับนะเดี๋ยวนี้ ลูกหลานมันแซง มันล้ำยุคๆ ล้ำสมัยเหยียบหัวปู่ย่าตายายบรรพบุรุษไปโดยลำดับลำดา นี่กิเลสมันไม่อายนะ มันน่าทุเรศมากจริงๆ

การพูดอย่างนี้เราพูดในเวลาที่ควรจะพูด เมื่อมาสัมผัสควรจะพูดเราก็พูดให้ฟัง ทั้งๆ ที่รู้เห็นมาเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะจิตนี้มันไม่ได้ดีดได้ดิ้น เห็นก็เหมือนไม่เห็น รู้เหมือนไม่รู้ เมื่อไม่ถึงกาลเวลาที่จะออกทำประโยชน์ก็ไม่ออก  การพูดเหล่านี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่างหาก เราไม่ได้เพื่อความเสียหาย เพราะจิตใจมันต่ำ ฉุดขึ้นให้มันรู้เนื้อรู้ตัวเสียบ้าง ความหมายว่าอย่างนั้นนะ จึงขอให้พากันยึดให้ดีนะหลักพุทธศาสนา อย่าลืมเนื้อลืมตัวจะพากันจมไปหมดทั้งโลกนี่ละ ถ้าใครมีความรู้เนื้อรู้ตัว มีหิริโอตตัปปะ ละอายต่อบาปต่อกรรมอยู่แล้ว ผู้นั้นจะดีไปเรื่อยๆ  ถ้าผู้ใดมันด้านมันหนาไปแล้ว ผู้นั้นยิ่งนับวันจะจมๆ

นี่เราจวนจะตายแล้วค่อยเปิดออกมาเรื่อยๆ คำพูดที่ไม่เคยพูดก็ได้พูดออกมาๆ  ผู้ดีมี ความหมายว่างั้น เป็นร้อยเป็นพันคน ผู้ดีได้คนหนึ่งก็ดีอยู่ ขุดคุ้ยลงไปหาแร่ธาตุที่มีความจำเป็น เช่นเพชรเช่นพลอยอย่างนี้ มันจะจมอยู่ในดินที่หาค่าหาราคาไม่ได้ ในหินในผาอะไรหาราคาไม่ได้ เราไม่เอาอันนั้น เราเอาเพชรพลอยนี้อันเดียวก็พอ นี่ละขุดคุ้ย การแนะนำสั่งสอนโลก โลกผู้ดีมีอยู่ ยังแทรกอยู่ในสิ่งที่ไร้สาระ มันแทรกอยู่ในนั้นยังมี พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงสอนมาอย่างนั้น ทีนี้ธรรมก็ธรรมอันเดียวกัน รู้อย่างเดียวกันก็ต้องสอนแบบนั้น จะไปโกยดะเอาหมดทั้งมูตรทั้งคูถทั้งเพชรทั้งพลอยได้ยังไง เอาแต่เพชรแต่พลอยมาเท่านั้นละ เอาละวันนี้เทศน์เท่านั้น

อาจารย์นิด วันนี้ประทานอนุญาตให้หนู ๒ นาทีนะคะ หนูเตรียมมาแล้วค่ะ หลายเรื่องเลยต้องเขียนมา แต่ต้องขออนุญาตก่อนค่ะ บางเรื่องที่หนูพูดหลวงพ่อต้องปิดหูไม่ฟัง เพราะหนูจะพูดกับหมู่เพื่อนที่อยู่นี้ค่ะ

หลวงตา ไหนว่าไง จะย่นนาทีมาอีก เอ้าว่ามา

อาจารย์นิด เรื่องที่หนึ่ง ที่มีคนเคยมาอยู่ที่นี่ ๓ เดือน(ใคร) ใครก็ตามที่เกิดเรื่องน่ะค่ะ ๙๐ วัน แต่หนูอยู่ที่นี่หลายพันวัน หนูรู้อะไรมากหนูก็จะเล่าให้หมู่เพื่อนฟัง(เอ้าว่าไป) อันดับแรกที่เริ่มลงมือช่วยชาติ ดึงแผ่นดินคืนมาในเขตทางตะวันออก หลวงพ่อก็ใช้ธรรมะด้านมหาทาน คือแจกทานเยอะๆ ค่ะ ก็ดึงแผ่นดินทางเขตอีสานคืนไว้ได้นะคะ แล้วหนังสือพิมพ์กับทีวีอะไรเขาก็จะมาขอถ่ายหลวงพ่อนะคะ มาขอสัมภาษณ์ หลวงพ่อก็ดุ ไล่ไปว่า ท่านไม่ได้ทำเพื่ออวดอย่างนี้ จะทำตามหลักธรรมเงียบๆ แต่พอมาทำงานช่วยชาติ คือจะชวนประชาชนร่วมบุญร่วมทานสารพัดร่วมนะคะ หลวงพ่อต้องประกาศตัวเองเพื่อให้รู้ว่า ด้วยความบริสุทธิ์ของหลวงพ่อแล้วจะไม่โลภสมบัติของใครค่ะ อันนี้ใครคิดว่าหลวงพ่ออวดตัวต้องเป็นบาปนะคะคนนั้น (เออ)

ต่อไปอันที่สองนะคะ คุณสมบัติของหลวงพ่อนะคะ คนอื่นถ้าไม่ได้สัมผัสก็จะไม่รู้ หนูนี่เผอิญได้รู้ วันหนึ่งได้คุยกับเพื่อนไปในรถจะไปสวนแสงธรรม เพื่อนหนูเขาจะเอาที่ดินเขาไปจำนองธนาคารร้อยล้านค่ะ เพื่อจะสร้างคอนโดค้าขายเพื่อความร่ำรวย หนูก็บอกอย่าเลยคนอย่างเธอทำไม่ได้หรอก ถ้าทำอย่างเดียวคือเจ๊ง คือดูคุณสมบัติของเพื่อน เขาไม่เชื่อเขาจะเอาท่าเดียว ตอนนั้นหลวงพ่อยังรับบาตรอยู่นะคะ (เออ) พอไปจอดรถถึงปั๊บ ขนของที่จะถวายลง หลวงพ่อก็มาเมตตายืนห่มผ้าตรงนั้น เตือนลูกศิษย์ใช้คำว่า ไม่รู้จักพออีกเหรอ แต่การเปล่งออกมานี้แรงมาก เพื่อนหนูน้ำตาไหลอาบหน้าตอนนั้น แล้วหลังจากนั้นเขาไม่พูดเรื่องจำนองที่ดินอีกเลยค่ะ (เออ) แล้วถึงเขาจำนอง ๖ ปีต่อมา ไอเอ็มเอฟ เกิดขึ้น ร้อยล้านจะเป็นร้อยสามสิบล้าน นี่เรื่องจริงค่ะ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติของพระเดชพระคุณนะคะ เห็นไหมคะได้ยินโดยที่เราพูดกันในรถแอร์ ท่านอยู่สวนแสงธรรม เราอยู่บนรถยังไม่ข้ามสะพานกรุงธน ท่านรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า

เพราะฉะนั้นเรื่อง พ.ร.บ.อะไรนี่ก็ตาม ผู้คิดทำไม่ใช่ไม่ดีนะคะ ก็ดีตามแบบของเขา ตามแบบความคิดอ่านของท่านทั้งหลายเหล่านั้น แต่ว่าการที่จะรู้รายละเอียดลึกซึ้งในปัญหาที่จะตามต่อมานั้นเขารู้ไม่ได้เหมือนอย่างพระเดชพระคุณรู้ เพราะฉะนั้นเมื่อพระเดชพระคุณเตือนออกมาก็เลยขัดใจกัน ทุกคนเคยรู้จักชื่อคุณหมอ อมรา มะลิลา ไหมคะ (รู้) คุณหมอ อมรา มะลิลา เคยเตือนดิฉันว่า อาจารย์นิด ถ้าหลวงตาเตือนอะไรให้หยุด อาจารย์นิดหยุดนะ เพราะว่าเรารู้ไม่ทันท่านหรอก อย่าโง่ทำนะ หนูก็จำเอาไว้ เพราะบางทีกิเลสมันดื้อ มันไม่ลงครูบาอาจารย์ อย่างบนศาลานี่หลวงพ่อเตือน หนูคิดอยู่ในใจว่า ทำไมหลวงพ่อเตือนเรื่องให้อภัยแล้วก็ให้ทาน ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ทำผิด คนอื่นเขาทำ ท่านก็สอนให้ให้อภัย ให้ทาน หนูคิดอยู่ในใจ หลวงพ่อเทศน์ขึ้นมาว่า มันเก่งจริงนะมันเถียงครูบาอาจารย์ หนูเลยตกใจ (หือ) ว่าทำไมหลวงพ่อรู้ความคิดหนูขณะที่หนูคิดอย่างนั้นอยู่ในใจ

พอกลางคืนหนูไปเดินจงกรม หนูก็เอาเรื่องทั้งหมดมาพิจารณา ใช่แล้วทำตามพระเดชพระคุณคือตามหลักธรรม จะมีแต่ความเย็นทั้งสองฝ่าย คือคนหนึ่งร้อนปล่อยไป ให้เราเย็นเสีย นี่เรื่องได้ยินนะคะที่เรียกว่าหูทิพย์ รู้เหตุการณ์ล่วงหน้านะคะ เพราะฉะนั้น ชาว พ.ร.บ.สงฆ์ทั้งหลายที่คิดที่ทำนั้น โปรดฟังท่าน เพราะท่านจะรู้ว่าอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้นนะคะ ทีนี้เรื่องนี้หนูขออนุญาตให้คุณที่ถ่ายกล้อง เอาเทปวันนี้ไปให้ลูกศิษย์อาวุโสที่เป็นตำรวจใหญ่อยู่กรุงเทพ ให้ท่านฟัง แล้วให้ท่านรวมลูกศิษย์อาวุโสทั้งหลายสี่ห้าคนไปหาผู้นำประเทศ แล้วเล่าคุณสมบัติของหลวงพ่อที่เคยประสบให้ท่านฟังว่า ที่ท่านควรจะช่วยหรือไม่ช่วยอย่างไรนะคะ เอาไปให้ท่านฟังด้วย เพราะบางทีท่านเป็นผู้ใหญ่ท่านก็ไม่ค่อยจะรวมตัวกัน ท่านต้องรวมกันแล้วไปหาผู้นำของประเทศ เพื่ออธิบายให้ฟังว่าอะไรเป็นอะไร เอาละค่ะหนูคิดว่าหนูพูดมาพอควรแล้ว ถ้ามีสิ่งใดผิดพลาดก็โปรดเมตตาให้อภัยหนูด้วยนะคะ (เออ)

แล้วเรื่องช่วยชาติหลวงพ่อก็ใช้ธรรม ที่หลวงพ่อบอกว่าธรรมาวุธในการดำเนินงาน เพราะฉะนั้นการดำเนินงานของหลวงพ่อนี้ ถูกต้องตามหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าสอนทุกอย่างเจ้าค่ะ(สาธุ)

หลวงตา ว่าถูกต้องแล้ว จะให้พร

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก