ไทยรัฐสัมภาษณ์หลวงตา
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2547 เวลา 10:00 น.
สถานที่ : บนกุฏิหลวงตา

หลวงตาฯ ให้หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ สัมภาษณ์ บนกุฏิ

วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ เวลา ๑๐.๐๐ น.

*****************

เงินทุกบาททุกสตางค์ เราจึงไม่เคยมาสนใจกับมันเลย เพราะน้ำหนักที่เราออกเสียสละนี้มากต่อมากแล้ว เรื่องของเราที่ดำเนินมาทุกแง่ทุกทาง คือ เราทำด้วยความเป็นธรรมล้วนๆ เลย อะไรที่ผิดธรรม เราจะไม่ทำ ตลอดเลย เราจึงว่ายืนยันในเรื่องความบริสุทธิ์ของเราที่มีต่อการช่วยชาติและพระพุทธศาสนา เฉพาะอย่างยิ่งคือคราวนี้ เราไม่มีอะไรเลย

อย่างทีนี้เรื่องที่ได้ยินก็เพื่อ เราบริสุทธิ์อยู่แล้ว เรื่องของธรรมก็ไม่หวั่นไหวกับอะไรๆ ใช่มั๊ย ก็เป็นธรรมดา เชื่อบุญเชื่อกรรม เรื่องของธรรม เราทำดีสุดขีดแล้ว เขาจะตำหนิอะไรๆ ก็เรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา เรื่องของเราคือ การทำอย่างนี้ๆ เป็นผลของเรา เขาทำอย่างนั้นก็เป็นผลของเขาเอง เชื่อกรรมอย่างนั้นแล้วเลยไม่สนใจอะไรมากนัก นอกจากมาจนกระทบ เช่น

มาตำหนิหรือโจมตีจนกระทั่งจิตใจของประชาชนเฉพาะอย่างยิ่งชาวพุทธเรานี่ เกิดความเดือดร้อนเสียใจแทนเราก็มี อันนี้กระเทือนใจเขา เขาก็มีว่าโต้ตอบไปบ้างเป็นธรรมดา ถ้าหากว่ามีแต่เรื่องของหลวงตาจริงๆ เขาจะว่าอะไรก็เฉย ไม่สนใจ แต่นี่มันเกี่ยวกับโลกต่างหาก เราจึงแก้บ้างเป็นบางตอน

ท่านประชาเสียใจมากครับ ที่เขาพูดให้หลวงตา

อย่างนั้นแหละลูกศิษย์ลูกหามันเสียใจกระเทือนใจลูกศิษย์ลูกหาทั่วไปหมดแหละ

ท่านประชาเขาบอกว่า คนอยู่ในรัฐบาลก็เป็นลูกศิษย์ของหลวงตาเยอะแยะ เราก็คนหนึ่งเป็นทั้งลูก เป็นทั้งลูกศิษย์ เอาเลยนะวัฒนา รีบเข้าไปหาอาจารย์ปิ๋ว แล้วให้อาจารย์ปิ๋วพาเข้าพบหลวงตา พรุ่งนี้ ทางไทยรัฐเขาก็เชื่อท่านประชา เขาเชื่อว่าท่านประชาพูดอะไร เขาจะเอาลงให้ เชื่อหลวงตา ผมก็บอกว่า เรื่องนี้เรื่องใหญ่แล้ว ผมก็เลยมา

นื่ ที่หลวงตาวิตกนะ คือ พวกนี้มีแต่เรื่องทำลายทั้งหมด ที่เอามาพิจารณาเป็นผลบวกมันไม่มี โจมตีทุกแง่ทุกมุม ไม่มีความจริง เอาได้ที่ไหนคว้าไปคว้าไป ทำให้เราคิดว่า นี่คงจ้างเขามา เพราะคนเห็นแก่เงินเขาก็รับมา ทีนื้เวลาเขาโจมตีก็โจมตีตามความมุ่งหมายของผู้จ้างนะ มันโจมตีสะเปะสะปะ มันไม่ได้เข้าความจริงเลย ตั้งแต่ต้นมา พวกนี้น่ะ ไม่มีความจริงอะไรเลย หลอกมาเรื่อย หลอกมาเรื่อย เชื่อบุญเชื่อกรรมก็เฉยเลย เรื่องสกปรกพวกนี้ ก็เฉยเลยเราไม่มีอะไร

ผมก็เชื่อหลวงตาหมื่นเปอร์เซ็นต์เหมือนกันครับ เพราะว่าทำช่วยชาตินี้ก็นำดร๊าฟท์มาถวาย ลูกหลานอยู่เมืองนอกเขาก็สมทบทีละหมื่นสองหมื่น เขาก็ว่ากันไปเรื่อย ผมเชื่อบุญเชื่อกรรมครับ ใครไม่เชื่อก็แล้วแต่ ผมก็อายุมาก

ใครจะเชื่อไม่เชื่อก็ตามนะ เฉพาะเงินของหลวงตานะ ถ้าเราจะรับที่เขาถวายตามอัธยาศัยของเขาให้เรานะ มันไม่อยากว่าพันล้าน อยากว่าหมื่นล้านขึ้นไปนะ คือ เหล่านี้นะลงช่วยโลกทั้งหมด เราไม่เคยเกี่ยวข้อง นี่เฉพาะของหลวงตาเอง ไหนจะไปพูดอะไร เงินช่วยชาติ

เงินเฉพาะหลวงตาเองก็ไม่มีอะไรเหลือ ติดหนี้ติดสินเขาพะรุงพะรัง เพราะอำนาจความเมตตานั่นแหละ ให้ทราบตามนี้ เรื่องที่เขาออกทั้งหมดไม่มีความจริง ให้บอกได้เลยนะ เขาโจมตีเราทุกแบบทุกฉบับนั้นไม่มีความจริงเลย ตั้งหน้าตั้งตาโจมตีเพื่อทำลายโดยถ่ายเดียวเท่านั้น คือไม่มีอะไรพอจะจับได้

หลวงตาอนุญาตให้เขาสร้างรูปเหมือนอยู่ที่แบงค์ชาติใช่มั๊ยครับ

ให้องค์เดียว คือ เขาก็มีเหตุผลของเขา คือ ให้เป็นที่ระลึกของคนทั้งชาติที่ร่วมกันบริจาค เขาพูดมีเหตุผลนะ ไม่มีใครเป็นหัวหน้า เขาขอหลวงตาเป็นหัวหน้า หัวหน้านี่คนไม่เคยเห็น เขาว่าอย่างนี้นะ เขาเคารพสุดยอดเลยหลวงตาองค์นี้ ก็เลยอยากได้รูปหลวงตา เขาบอกเป็นมหามงคล เราก็ไม่มีอะไรเพื่อตัวของเรา เหตุผลพอสมควรรับ เราก็เลยอนุโลมให้องค์เดียวเท่านี้นะ ไม่มีเงื่อนต่อ

เข้าใจแล้วนะ พวกที่โจมตีทุกแบบทุกฉบับ ไม่ว่าสถานที่ใดของพวกนี้นะออกมามีแต่เรื่อง

เขาบอกว่าเขาจะให้ ปปง. มาตรวจสอบบัญชี แล้วหลวงตาจะว่าไงครับ

จะให้พูดว่าไง เราก็พูดคำเดียวว่า เงินในกระเป๋าเราไม่มี มีเฉพาะบัญชีที่จะจ่ายตามงวดเวลานี้สร้างตึก ๘ หลัง กำลังสร้างอยู่นี่ ฟังนะ ทางพังงา ๔ หลัง เรือนจำลาดยาวอีก ๒ หลัง อันนี้หลังละ ประมาณ ๑๖ ล้าน ๒ หลัง ๆ ละ ๓ ชั้น คิดเป็นเงินอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๓๕ ล้าน โรงพยาบาลโนนสะอาดอีก ๒ หลัง หลังสุดท้ายที่กำลังสร้างเวลานี้ ๒๒ ล้าน แล้วยังรับว่าจะให้เขาอีก คือ โรงพยาบาลพิบูลรักษ์ ตึกพักสำหรับเจ้าหน้าที่ ๓ ชั้น โรงพยาบาลศรีเชียงใหม่ ๓ ชั้น ซื้อที่ให้ ๔ ล้านแล้วถมที่หมด แล้วทำกำแพงให้อีก พร้อมกับสร้างตึก

สรุปเลยว่า ทั่วประเทศไทยนะ สำหรับเงินของหลวงตาที่มีอยู่ในบัญชีก็เพื่ออันนี้ จ่ายงวดๆ ออกไป ถ้าจะเหลือก็เหลือบัญชีนี้ นอกจากนั้นให้ไปหาตรวจเอาเอง ทรัพย์สมบัติของหลวงตาให้ไปหาตรวจเอาเอง ไปหมดเมืองไทยนี้กลัวมันตายเสียก่อนเข้าใจมั๊ย มันไม่มีในกระเป๋าเรา พูดให้ชัดๆ

วันนี้จะได้เปิดเผยให้ชัดเจน ขนาดนั้นแหละเราสละเพื่อโลกน่ะ โถ คิดดู เวลาตายแล้วยังเขียนพินัยกรรมไว้อีก พินัยกรรมนั้น เขานำถวายปัจจัยมาถวายเผาศพเรานะ ปัจจัยทั้งหลายนี้เราสั่งไว้ให้ตั้งกรรมการเก็บรักษาไว้เรียบร้อยแล้ว ซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงทั้งหมด หลวงตาเองจะเผาด้วยไฟ นี่เห็นมั๊ย สละขนาดนั้นแหละฟังเอา

พวกนี้ทำไมมันจึงหาแต่ทำลายคนดี คนชั่วทำไมมันปล่อยให้ลอยนวลทั่วแดนเมืองไทยเรา แต่คนดีไปอยู่ที่ไหน มันจดจ่อที่จะเข้าทำลาย เป็นเพราะเหตุไร ประมวลอันนี้ออกมาด้วยนะ ท่านวิตกวิจารเหลือเกิน ท่านพูดว่า ผู้ที่ทำดีอยู่มากน้อยเพียงไร เฉพาะอย่างยิ่งที่ว่าเด่นในเมืองไทย การเสียสละทำดีนะ ทำไมจึงเป็นนักโทษใหญ่โตที่เขาไม่ไว้วางใจ ต้องมาตรวจมาทดมาสอบทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งหลายก็เหมือนกันนี้ ส่วนคนชั่วมันเต็มเมืองไทยเรา ทำไมไม่ไปหาตรวจหาสอบ แล้วผู้ที่จะหาตรวจหาสอบมันบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ขนาดไหน ทำไมไม่ตรวจสอบตัวเอง ว่างี้หละ เราสลดสังเวชจริงๆ นะ เพราะหลวงตาไม่มีอะไรกับใครเลย

เราจะพูดให้ฟัง เราประกาศทีแรกที่เริ่มโครงการช่วยชาติ ทองคำกับดอลลาร์นี้ เราจะเข้าคลังหลวงทั้งหมด ส่วนเงินบาทนี้เราจะไม่เข้า เราจะนำเงินบาทนี้ช่วยพี่น้องชาวไทย โดยการสงเคราะห์พี่น้อง คนทุกข์คนจนที่เห็นสมควรจะช่วย สถานสงเคราะห์ โรงเรียน โรงพยาบาล ที่ราชการต่างๆ เราจะออกไปช่วยทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้น ก็เพราะว่าเรารับผิดชอบ เห็นว่าทองคำมีน้อยมาก เราเลยหักเงินสดที่ว่า จะไม่ให้เลยนะ ไม่ให้คลังหลวงเลย หักออกมาจำไม่ได้ จำได้แต่ว่า ๒ พันล้านกว่า ซื้อทองคำดอลลาร์เข้าคลังหลวง ทั้งๆ ที่เราจะไม่ให้เข้านะ แต่ด้วยความรับผิดชอบของเราเอง นอกนั้นออกไปทั่วประเทศ จึงว่าให้เขาไปตรวจเอา

เราไม่สามารถจะตรวจ คือ โรงพยาบาลโรงเดียว ไปตรวจทั้งวันก็ตรวจไม่เสร็จ โรงนี้มีอะไรๆ บ้างใช่มั๊ยล่ะ กว่าจะตรวจโรงเดียวก็หมดวันเลยหละ โรงพยาบาลมันเข้า ๒๐๐ โรง โรงพยาบาลพิศดารมากนะ เครื่องมือแพทย์เป็นที่หนึ่ง จากนั้นก็เป็นรถ ตึก ที่นอน หมอนมุ้ง บางทีซื้อที่ให้ บางทีซื้อที่ให้ทั้งหมด ยกโรงพยาบาลไปตั้งใหม่เลยก็มี เช่นโรงพยาบาลอำเภอบ้านฝาง เป็นแต่เพียงว่า วัตถุเครื่องก่อสร้างเราไม่มี เขาจะของบประมาณมาให้ได้ ส่วนที่ขยายที่ไม่ทราบว่ากี่แห่ง เช่นศรีเชียงใหม่

นี่ให้เข้าใจดีอย่างลูกศิษย์มานี่ ให้ได้พูดความจริงออกให้ประชาชนทั้งหลายได้ทราบเสียบ้าง

เมื่อเร็วนี้ นายประกิต ปวารกุล หรือนายกิเลน ประลองเชิง หน้า ๓ ไทยรัฐ เขียนเรื่องหลวงตา เรื่องพระป่านี่ ดูถูกเหยียดหยามมาก ทีนี้ลูกศิษย์หลวงตาทั่วประเทศเขาโทรศัพท์เข้าไทยรัฐ ตายเลย หัวหน้ากองเจ้าของหนังสือพิมพ์เขาเรียกประชุมใหญ่เลยครับ คุณจะไปเขียนอย่างนี้ไม่ได้ คุณจะไปฝืนความรู้สึกของคนได้อย่างไร เขาก็เลยไม่ให้เขียนเรื่องของหลวงตาเลยครับ ไม่ให้เขียนเรื่องพระป่า ไม่ให้โจมตีเรื่องพระป่า ให้ดูดีๆ

นี่อีก ทางประเทศลาวก็อีกไม่ใช่น้อยนะ สร้างตึกให้โรงพยาบาล ๓ หลัง ซื้อรถยนต์ให้ ๑ คัน แล้วก็เครื่องเอ็กซเรย์ แล้วก็ทางพม่าเขาก็มาขอ โรงพยาบาลท่าขี้เหล็ก นี่ก็ติดตั้งยังไม่เสร็จ จ่ายไป ๑ ล้านหนึ่งแสนแล้ว อย่างนั้นแหละเราช่วยทุกแห่งทุกหน

เราพูดได้คำเดียวว่า พวกนี้จะไม่นำความจริงมาพูดเลย จะมีแต่เรื่องหลอกลวงต้มตุ๋นโจมตีเรา เพื่อเอาความดีจากความชั่วของตนเองไปประกาศตน ไม่มีชิ้นดีเลย เพราะหลวงตาฟังเป็นธรรม ดูเป็นธรรมทุกอย่าง อะไรผิดอะไรพลาดก็บอก อะไรจริง รับเลยทันที ธรรมเป็นอย่างนั้น

อันนี้มันโจมตีแบบนี้ แบบตั้งหน้าทำลาย ยกพวกยกคณะของตัวเข้าไป ยิ่งยกทัพ ยกพวก ดีไม่ดียกภาคเข้าไปด้วย ทำลายชาติทั้งชาติเสียหายหมด มันก่อกวนมาตั้งแต่เริ่มเป็นรัฐบาลใหม่ๆ พวกนี้มันตั้งหน้าก่อกรรมก่อเวรจริงๆ เราก็อดคิดไม่ได้ อดพูดไม่ได้

ตั้งแต่หลวงตาทำไปไม่เคยผิด ไม่มีผิด เราเอาธรรมเป็นแนวทาง ก้าวตามธรรมไป เพราะฉะนั้นจึงไม่ผิดพลาด ที่ดำเนินมานี้ ทางด้านวัตถุอะไรๆ ทั้งหลายไม่ผิด แต่ถึงการสอนอรรถสอนธรรมการดำเนินมาไม่เคยผิดพลาดนะ

แต่ไอ้ผู้ที่โจมตีผิดมาตลอด ผิดทุกแง่ทุกมุมเลย อันนี้ซิมันน่าสลดสังเวชนะ ทำไมจึงหาทำลายคนดี คนชั่วเต็มบ้านเต็มเมืองทำไมไม่ไปสอดไปส่องหาโทษเอาพวกนี้เข้ามากักบริเวณจำเพาะเสีย จะได้ไม่ให้ชาวบ้านชาวเมืองเดือดร้อนวุ่นว่าย แต่คนทำความดีไปทำความเดือดร้อนแก่ใคร ทำไมจึงถูกโจมตีๆ ตลอดเวลา พวกนี้หาความดีไม่ได้เลย ออกแง่ไหนก็มีแต่ชั่วทั้งนั้นแหละ

สำหรับเรื่องที่เขาตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช หลวงตาก็ยืนยันว่า เอามติของคณะสงฆ์ไทยเป็นใหญ่ ที่ส่งให้นายกรัฐมนตรีแล้ว

อันนี้เป็นมติของสงฆ์เป็นใหญ่เลย พวกนี้เป็นฆราวาส จะไม่มีอำนาจเข้ามาก้าวก่ายหรือมาบีบอำนาจบังคับพระสงฆ์ พระสงฆ์จึงได้มาประชุมกันถึงหมื่นองค์ ล้วนแล้วตั้งแต่ผู้ทรงตามหลักธรรมหลักวินัย เอามาทดสอบทุกสิ่งทุกอย่างลงกันหมดแล้ว อ่านประกาศข้อประชุมนี้ส่งไปทางนายกรัฐมนตรี

นี่เป็นข้อยืนยัน จะมาตั้งอะไรตั้งไม่ได้ ตามหลักพระวินัยแล้วนะ ฆราวาสไม่มีอำนาจที่จะมาตั้งผู้อุปถัมภ์อุปัฏฐากพระสงฆ์ พระท่านมีธรรมมีวินัย อยู่วัดไหนวัดไหน ธรรมวินัยของท่านละเอียดลออมาก องค์ไหนเจ็บไข้ได้ป่วยท่านจะรักษากัน ไม่มีอะไรละเอียดยิ่งกว่าพระรักษาพระเข้าใจมั๊ย ฆราวาสญาติโยมนอกจากจะตั้งเพื่อหาหน้าที่การงานอำนาจเข้ามาเพื่อตัวเองและพรรคพวกของตัวเองมีเท่านั้น

แล้วนอกจากนั้นเหยียบศาสนา นำศาสนานี้แหลกจนกระทั่งถึงชาติจะให้ฉิบหายด้วย อันนี้จึงตั้งอำนาจใหญ่อันหนึ่งนะ ความมุ่งหมายของเขา แต่เขามาพูดคำหวานว่า ตั้งเพื่อทำหน้าที่อุปัฏฐากสมเด็จพระสังฆราช อุปัฏฐากอะไร ทำหน้าที่กินเลี้ยงวงคณะของมัน มันจะสั่งสมกำลังอำนาจขึ้นที่นั่น เอาสมเด็จพระสังฆราชเป็นเนื้อเป็นเขียงให้สับยำจริงๆ

นี่เป็นหลักความจริง เพราะฉะนั้นหลวงตาจึงยอมไม่ได้เรื่องคณะสงฆ์ จึงรีบมาประชุมลงมติตามหลักธรรมหลักวินัยล้วนๆ ออกมา แล้วมันยังมาก้าวก่ายมาลบอันนี้ลง หัวขาดไม่ได้ ถ้าลบอันนี้ให้ลบศาสนา อันนี้มีแต่ศาสนามีแต่ธรรมวินัยล้วนๆ ออกเต็มที่ อันนั้นมีอะไร มีแต่กาฝากคอยกัดคอยกินเท่านั้น

หลักที่จะมาเป็นใหญ่เป็นโตสมควรที่จะเข้ามาเป็นเจ้าอำนาจ หรือเข้ามาอุปถัมภ์อุปัฏฐากสมเด็จพระสังฆราช ไม่มีในพระธรรมวินัย เพราะฉะนั้นท่านถึงตัดออก พระสงฆ์ท่านปฏิบัติต่อกันรักษากันมาตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้าลงมา ไม่เห็นเอาใครมาเป็นใหญ่เป็นโตส่วนสำหรับฆราวาสนะ มีแต่เรื่องของพระสงฆ์ล้วนๆ จนกระทั่งปัจจุบันนี้

แล้วฆราวาสเข้ามาบีบบังคับนี้ ก็ยิ่งไปใหญ่เข้าใจมั๊ย รับกันไม่ได้ ไม่มีอะไรใหญ่เกินธรรมเกินวินัย กฏหมายก็ไม่เคยแตะต้องธรรมวินัย แล้วนี้เอามาจากไหน จึงมาบีบบังคับ จนกระทั่งเรื่องหาราว สมเด็จพระสังฆราชทำอะไรไม่ได้ ยังแต่ลมหายใจยืดๆ หาเรื่องไปอย่างนั้นแหละ พวกนี้มีแต่หาเรื่องหาราวจะกลืนกินท่าเดียว เข้าใจแล้วเหรอ

เดี๋ยวนี้ศาลปกครอง จะตัดคำร้องทุกข์ของคุณทองก้อนออกหมด นี่อันหนึ่งมันจะกระเทือนใหญ่อันนี้หละ เหตุการณ์เป็นอย่างนี้เป็นเพราะจะมาตั้งผู้อุปถัมภ์อุปัฏฐาก คือ ยักษ์จะมากินสมเด็จพระสังฆราช ตัวนี้เป็นตัวใหญ่ ตั้งเรื่องขึ้นมาให้สงฆ์เดือดร้อนั้งประเทศ เมื่อก่อนไม่เคยมีจนกระทั่งบัดนี้ พอตั้งอันนี้ขึ้นมา เรื่องเกิดบานปลายร้อนทั่วไปหมดทั่วประเทศไทย เพราะอันนี้เป็นตัวเหตุเท่านั้น ถ้ารู้เหตุแล้วก็หมดปัญหาไป เพราะปัญหาเกิดขึ้นจากการไปทำลายธรรมวินัยของพระ ทำลายพระ เหยียบหัวพระไป เอาฆราวาสขึ้นเป็นใหญ่แทน นี่แหละกระเทือนใหญ่อยู่เวลานี้นะ ออกหนังสือพิมพ์ก็ออกไปได้เลย นี่เป็นความจริง เอามาตามหลักธรรมหลักวินัย

ไม่เคยมีญาติโยมที่ไหนมาเป็นตัวตั้งตัวตีมาอุปถัมภ์อุปัฏฐากพระโดยที่ไม่ได้ขอร้อง เพราะเห็นว่าพระนี้เป็นผู้หมดความสามารถแล้วไม่มี พระปฏิบัติต่อกันตั้งแต่พระพุทธเจ้ามาถึงป่านนี้ การอุปถัมภ์อุปัฏฐากพระธรรมวินัยมีครบหมดแล้ว พระป่วยนะ อันนี้เอามาตั้งโก้ๆ แล้วเอาเป็นใหญ่เป็นโต มันจะมองดูสมเด็จพระสังฆราชอะไร มันจะมากินโต๊ะกันอยู่เท่านั้น แล้วพระก็ทำหน้าที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างเดียวกันนั้นแหละ

จะเอาอะไรออกก็แล้วแต่เถิดนะ เมื่อถึงเวลาพูดก็พูด เมื่อยังไม่ถึงเวลา ใครจะว่าอะไร หลวงตาเฉยไม่สนใจ

*****************


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก