ปัดลัทธิวายร้ายออกโดยด่วน
วันที่ 4 มีนาคม 2547 เวลา 8:45 น. ความยาว 61.04 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

ปัดลัทธิวายร้ายออกโดยด่วน

 

ก่อนจังหัน

 

         ให้ตั้งหน้าตั้งตาภาวนานะพระเรา นี่หลั่งไหลเข้ามาๆ ให้มาอบรมมาปฏิบัตินะ ดูให้ดีทุกอย่าง สำหรับวัดนี้สงวนเรื่องภาวนาเรื่องธรรมล้วนๆ ตลอดมาไม่ให้บกพร่อง แม้จะมีกิจการงานช่วยโลกสงสาร ก็ไม่เคยให้หย่อนยานในเรื่องปฏิบัติธรรมะ เฉพาะพระวินัยเป็นพื้นฐานอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องพูด สำหรับธรรมนั้นให้เร่งทุกคนๆ ได้สอนมาตลอดๆ แล้วนะ เรื่องสติเป็นสำคัญมาก การภาวนาในธรรมทุกขั้น สติเป็นพื้นฐานตลอดจนถึงที่สุด เรื่องสตินี้ปราศจากไม่ได้นะ

พากันตั้งใจภาวนาให้ได้เห็นพระดีสักหน่อยน่ะ พระดีเพื่อเป็นเครื่องสง่างามประดับโลกแห่งชาวพุทธของเราบ้าง เดี๋ยวนี้มันมีแต่มูตรแต่คูถเต็มวัดเต็มวาเต็มพระเต็มเณร ไม่ว่าที่ไหนไม่ว่าท่านว่าเรามันพอๆ กัน ดูไม่ได้นะเวลานี้ นอกจากศาสนาของพระพุทธเจ้าจะมีอะไรสง่างามในสามโลกธาตุนี้ มีพุทธศาสนาเท่านั้นประดับโลกให้สง่างามตลอดมา ประดับพระเณรก็สง่างามและสงบร่มเย็นตลอดมา ขอให้นำอันนี้เข้ามาปฏิบัติตัวให้ดี

ถ้าธรรมวินัยได้ห่างเหินจากพระแล้ว ความหมายไม่มีนะพระน่ะ พระนี้ไม่ได้สวยงามด้วยเครื่องแต่งเนื้อแต่งตัวเหมือนโลกเขานะ สวยงามด้วยความประพฤติปฏิบัติ หลักธรรมหลักวินัยเข้มงวดกวดขันในพระ นั้นแหละสวยงามอยู่ที่นั่นนะพระ ไม่ได้สวยงามด้วยอย่างอื่น สวยงามด้วยธรรม พากันตั้งใจปฏิบัติ

ผมเวลานี้แก่แล้วไม่ค่อยได้ไปเดินเที่ยวดูตอนกลางค่ำกลางคืน แต่ก่อนไปจริงๆ เห็นองค์ไหนที่สะดุดตาๆ วันนั้นจะดูทั้งคืนเลย ขนาดนั้นนะ มาไม่เป็นท่าไล่ออกๆ เวลานี้ทำไม่ได้แล้ว เป็นยังไงที่พูดเหล่านี้มันถึงใจไหมล่ะที่พูดนี่ เลอะขึ้นเรื่อยนะพระเราเวลานี้ เลอะจนดูไม่ได้นะ ไม่ว่าที่ไหนๆ เหมือนกันหมด จะเอาความเลอะเทอะของพระมาประดับโลก โลกเขาก็เลอะอยู่แล้ว เอาธรรมมาชะล้าง ให้พระเป็นผู้นำ นำตัวเองแล้วก็นำผู้อื่น กลายเป็นเลอะไปตามๆ กันแล้วใครจะนำใคร จำให้ดีนะข้อนี้ เอาละให้พร

 

หลังจังหัน

 

         วัดนาคำน้อยสงัดเป็นที่หนึ่งเหมือนกัน แถวนั้นมีอยู่หลายวัดอยู่ในภูเขาๆ มีแต่สงัดๆ ทั้งนั้น วัดภูก้อนดูยังไม่ได้ไปนะ แต่วัดอยู่ในเขาๆ พวกลิงเยอะ อยู่ในวัดนาคำน้อยมันมากต่อมากเลยต้องดัก ใส่อะไรให้มันมากินแล้วเอาไปปล่อยทางภูเขาๆ ที่อยู่ในเขตรักษาของพระของอะไรแถวนั้น พระอยู่ที่ไหนไม่ได้ทำลายนะ อยู่ที่ไหนบำรุงรักษา ถ้าไม่มีพระแล้วป่าแหลกหมดเลย มีป่าชุมๆ ที่ไหนนั่นแหละวัดอยู่ที่นั่น อย่างนาคำน้อยก็ดูซิ เหลือตั้งแต่วัดนาคำน้อย นอกนั้นหมดเลย อันนี้ดูเหมือนเป็นพันไร่ละมัง ผู้ว่าฯ ไปสงวนให้เลย คือไปให้เลย ถวายเลย ปักเขตให้เลย พระเข้าไปอยู่นั้นสงวนรักษาไว้ มีเท่านั้น นอกนั้นหมด อย่างนั้นละนะ วัดไปอยู่ที่ไหนไม่ได้ทำลาย มีแต่การส่งเสริมทั้งนั้นๆ

เรามองไปนี้เห็นป่าที่ไหนๆ มักจะชี้ไม่ผิด เราวิ่งรถไปตามถนนแล้วมองไปๆ มันเตียนโล่งๆ ไปเห็นสถานที่ป่าไม้เขียวชอุ่ม นั่นละวัด อย่างนั้นนะ พระรักษาป่าได้ดี พวกประชาชนทำลายป่าได้ดี แน่ะมันต่างกัน พระท่านรักษาป่าไปอยู่ที่ไหน อย่างนาคำน้อยเนื้อที่มันตั้งพันกว่าไร่ พวกสัตว์เต็มอยู่นั้น พวกลิงมีมากต่อมาก เลยดักๆ เขาเอาอาหารให้มันกินทุกวันมันไม่ได้กลัวคน เอาไว้ในกรงมันเข้าไปกิน กรงก็กรงดักละซี เอาไปปล่อยเป็นร้อยๆ เอาไปปล่อยในภูเขาด้วยกันนั่นแหละ หมูก็ปล่อย หมูปล่อยดูเหมือนเป็นร้อย เอาไปปล่อยที่ทุ่งกะมัง ทางจังหวัดชัยภูมิ วัดดงศรีชมภูก็ไปปล่อยเป็นร้อยเหมือนกัน หมูเลี้ยงดูมันอยู่ในป่า มันมากต่อมากก็ไม่ไหว เลยต้องหากรงเหล็กมาดักๆ แล้วใส่รถบรรทุกไปปล่อย

ท่านทุยเก่งทางดักหมู นาคำน้อยก็ท่านทุยไปเป็นอาจารย์ใหญ่ ดักหมูได้เป็นร้อยนะ เอาไปปล่อยทุ่งกะมัง เต็มอยู่นู้นแหละ ส่วนลิงเอาไปปล่อยทางนี้ นาคำน้อยเอาไปปล่อยฟังว่าดูเหมือน ๙๐ หรือเท่าไรหมูนะ ถ้าเราจำไม่ผิด ส่วนดงศรีชมภู อันนั้นก็พอๆ กันไปปล่อย เพราะหมูมาก มันไม่ไหว เอาไว้แต่พอประมาณ อยู่ในนั้นก็ไม่น้อยนะ ที่นาคำน้อยหมูน่ะ เต็ม พระอยู่ที่ไหนเป็นอย่างนั้นละ หมูป่ายังเยอะ เมื่อมันมากเข้าๆ ก็ดักไปปล่อย ไม่ปล่อยมันไม่หวาดไม่ไหว ปลาชุม นาคำน้อยสระใหญ่ ใหญ่จริงๆ ๓ สระใหญ่ๆ มันเป็นสระธรรมชาติของมันอยู่นั้น เป็นแอ่งหินๆ ลำธารไหลผ่านมา เปิดน้ำใส่กันกับลำธาร ที่นั่นเลยเป็นที่เลี้ยงปลานะ ที่วัดนาคำน้อย ปลามากที่สุด สระใหญ่ๆ ๓ สระ แล้วแม่น้ำเขาเรียกแม่น้ำรางหรืออะไร ไหลผ่านมานั้น ทีนี้สระเหล่านี้มันออกหากันได้ ถึงฤดูมันเที่ยวมันก็ออกเที่ยวไป พอน้ำลดลงๆ มันจะรีบเข้ามาอยู่ที่เก่า นี่ก็มากปลา วัดนาคำน้อยนี้มากที่สุด สระไม่ใช่สระเล็กๆ น้อยๆ นะ สระใหญ่จริงๆ ดูจะเป็นขนาดบริเวณวัดเรานี้มัง เพราะเนื้อที่มัน ๑,๔๐๐ ไร่ สระใหญ่ๆ ก็เป็นแอ่งหินๆ เป็นสระธรรมชาติเราไม่ได้ขุด เป็นแต่เพียงไปลอกให้

คือที่ไหนไม่ดีเราก็เลยให้เขามาลอก จ้างคนมาลอกเลย ก็ไม่ใช่น้อยนะ เกือบล้านนู่นน่ะ ลอกสระ ๓ สระ เราละไปทำให้ กำแพงก็เราไปทำให้ เวลานี้กำแพงถูกน้ำพัดเอาเสียจนพังทลายเลย นี่กำลังให้ช่างเขาทำอยู่เวลานี้ อันนี้เราก็ช่วย อย่างนั้นแหละ เขาจะเอา ๑๒ ล้าน ส่งเงินไป ๑๐ ล้านแล้ว นี่ละเงินที่แยกออกไป พี่น้องทั้งหลายให้ฟังเอานะ อยู่อย่างนี้แหละเรา ช่วยทุกแห่งทุกหน ที่กำแพงก็ ๒๐ กว่าล้าน นี่ก็ทำให้ ทีนี้เวลามันพังมาอีก ดูว่าประมาณ ๑๒ ล้านหรือเท่าไร อย่างน้อย ๑๒ ล้าน ส่งไป ๑๐ ล้านแล้ว ก็บอกทางนู้นถ้าหากว่าบกพร่องให้รีบบอกมาเราจะโอนไป โอนไปทางนี้แล้วก็โอนไปทางกรุงเทพ กรุงเทพก็เรือนจำลาดยาว นั่นก็ประมาณ ๓๕ ล้าน อย่างนี้ละเงินที่มันกระจายออกไปอย่างนี้ ทั่วประเทศไทย เงินอยู่ในวัดของเราไม่มี เราแบมือไม่มีอะไรติด อย่างนี้ละเราช่วยโลก เราช่วยจริงๆ ไม่ใช่ช่วยธรรมดานะ

โอนไปทางโน้น โอนไปทางนี้อยู่ตลอดเวลา เพราะเวลานี้การก่อสร้าง ที่กำลังจ่ายอยู่ตลอดเวลานี้ ๘ ตึก ฟังซิ โนนสะอาด ๒๒ ล้านกำลังทำ อันหนึ่งประมาณ ๖ หรือ ๗ ล้าน เขากำลังจะโบกปูน ทาสี หลังหนึ่งเสร็จ แล้วหลังหนึ่งกำลังขึ้น หลังนี้ ๒๒ ล้าน เมื่อวานซืนไปดู ไปที่นั่นที่นี่ก็ไปดูอย่างนี้แหละ เพราะฉะนั้นเงินจึงไม่มีเหลือ โอนทางนู้น โอนทางนี้ โอนใกล้โอนไกลโอนทุกแห่ง จ่ายไปทุกแห่งไม่หยุดไม่ถอย เราช่วยจริงๆ ช่วยโลก จึงว่าชีวิตของเรานี้ นี่ละชีวิตช่วยตัวเองกับช่วยโลก สองอย่างนี้ ที่เด่นที่สุดเรียกว่าสองอย่าง สำหรับเราเองเด่นสำหรับเรา ส่วนช่วยโลกก็เด่นทั่วโลกเห็นกันอย่างนั้นแหละ

เราช่วยเต็มกำลังความสามารถในชาตินี้ ไม่มีอะไรเหลือ สำหรับวัดนี้ใครอย่ามาสงสัยว่าจะมีเงินเก็บเงินอะไรสั่งสมไม่มี ในวัดนี้บอกว่าไม่มีเลย ปัดตลอด เพื่อทำประโยชน์ให้โลกๆ ทางวัดทางวาดูซิอาหารการกินไหลเข้ามานี้ พระถ้ากินให้หมดนี้ พระทั้งวัดนี้ตาย พระทั่วประเทศไทยมา กุสลา ไม่ไหวนู่นแหละ ตายหมดวัดนี่ มันท่วมเห็นไหมล่ะ ผู้ที่อดอยากขาดแคลนมี ตาดูซิ ธรรมต้องดู ไม่ดูแต่พุงของตัว ธรรม ดูให้รอบด้านเรียกว่าธรรม รอบด้าน รอบโลก พระพุทธเจ้าดูรอบโลก ช่วยได้รอบโลก โลกเทวบุตรเทวดาอินทร์พรหม มนุษย์มนาช่วยหมดพระพุทธเจ้านะ นั่นทางธรรมออกช่วยอย่างนั้น ทางกิริยาก็ออกสั่งสอนโลกจนกระทั่งมาถึงบัดนี้ เป็นเวลา ๒๕๔๗ ปีนี้แล้วที่ช่วยโลกมาตลอด

พวกเราได้ยึดศาสนาพอเป็นความสงบร่มเย็นเรื่อยมาชาวพุทธเรา อยู่ที่ไหนไม่ค่อยผาดโผนโจนทะยาน ถ้ามีธรรมไม่ผาดโผนโจนทะยาน พอดิบพอดีสงบร่มเย็น เรื่องของธรรมไปที่ไหนเป็นอย่างนั้น เมื่อเข้ามาสู่ในตัวของเราก็สงบร่มเย็น อยู่ในกลุ่มๆ ในสมาคมใดสงบร่มเย็น ถ้าธรรมเข้าแทรกในที่ไหนๆ สงบร่มเย็น ถ้ากิเลสตัวภัยของธรรม ก็คือตัวภัยของสัตว์โลกเข้าไปที่ไหน เป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ไปหมดไม่มีอะไรเหลือ แหลกเหลวไปหมด

นี่ก็ได้ยินแล้วนะ เมื่อวานนี้เขาเอาหนังสือพิมพ์มาอ่าน หนังสือพิมพ์บอกว่าไง เอามาอ่านให้ฟังหน่อย เกี่ยวกับเรื่องเจ้าคณะอะไร เอ้าว่ามาย่อๆ ให้ได้ใจความ เราจะเอาออกพูดเดี๋ยวนี้เลย

โยม เขาบอก “คณะสงฆ์ธรรมยุตออกกฎเหล็กสามข้อ ห้ามม็อบเคลื่อนไหวผู้แทนพระสังฆราช สืบเนื่องมาจากคำสั่งแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้กลุ่มลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้ออกมาคัดค้าน ส่งผลกระทบต่อการปกครองคณะสงฆ์ โดยเมื่อเร็วๆ นี้สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ประธานกรรมการบริหารคณะธรรมยุต รักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้เรียกประชุมคณะสังฆาธิการระดับปกครอง เพื่อออกกฎและชี้แจงเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะทำงานดังกล่าว แก่พระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัดเพื่อแจ้งมติของคณะสงฆ์ธรรมยุตให้พระระดับล่างได้เข้าใจความจริง ทั้งนี้ได้จัดส่งมติดังกล่าวให้แก่เจ้าคณะจังหวัดธรรมยุตทั่วประเทศได้ทราบแล้ว

         สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาจากเอกสารหลักฐานข้อเท็จจริงและจากข่าวสาร จากสื่อโดยทั่วไป เป็นอันเชื่อได้ว่ามีพระภิกษุสงฆ์ธรรมยุตร่วมประชุมคัดค้านจริง (หลวงตา : ฟังข้อนี้ฟัง เอ้าอ่าน) ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่พระพุทธศาสนา การปกครองคณะสงฆ์ เป็นทางให้เกิดความแตกแยกเสียความสามัคคี ไม่เป็นผลดีต่อพระพุทธศาสนา และเห็นชอบร่วมกันให้มีมติดังนี้

๑.        รับทราบและเห็นชอบตามประกาศของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่องแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

๒.        ให้เจ้าคณะภาคแจ้งเจ้าคณะพระสังฆาธิการในเขตปกครองได้ทราบ และให้ถือปฏิบัติตามมติมหาเถรสมาคมโดยเคร่งครัด

๓.        ให้เจ้าคณะภาคชี้แจง ทำความเข้าใจกับเจ้าคณะและสังฆาธิการในเขตปกครองได้ทราบข้อเท็จจริงโดยทั่วกัน ซึ่งเจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาคต่างให้คำยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก จึงได้ให้เลขาธิการกรรมการบริหารคณะธรรมยุตแจ้งมติที่ประชุมนี้ไปยังเจ้าคณะต่าง เพื่อถือปฏิบัติต่อไป

         หลวงตา นี่คือโครงการของ เอ้าทีนี้แก้กันเดี๋ยวนี้เลย โครงการอันนี้มันมีมาตั้งแต่เริ่มแรกเป็นรัฐบาล พอเป็นรัฐบาลเริ่มแรกแล้วก็โครงการหนึ่ง โครงการสอง ก่อกวนเรื่อยมาๆ ระงับดับลงได้ที่หนึ่งที่สอง นี่ครั้งที่สามเป็นโครงการอันใหญ่หลวงมาก โดยมาหาเรื่องว่าพระสงฆ์ที่ออมาประชุมกันที่วัดอโศการาม เป็นจำนวนตั้ง ๑๐,๓๕๙ นี้เป็นเรื่องทำให้เป็นความแตกสามัคคี นี่เขาจะทำเพื่อความสามัคคีเขาจึงประกาศทั่วโลกเวลานี้ นี่ละแผนการทำลายพระพุทธศาสนา แผนการทำลายเป็นสังฆเภทคือแผนนี้เอง จำให้ดีนะ

         ลองอันนี้ประกาศออกไปทั่วดูซิ พระสงฆ์เวลานี้กำลังชุลมุนวุ่นวาย ไม่ทราบเชื่อทางไหน ไม่เชื่อทางไหน ยุ่งเหยิงไปหมด พวกหนึ่งไม่ยอมรับ พวกหนึ่งยอมรับ นี่กำลังตีกันอยู่เวลานี้ ยังไม่ออกแถลงนี่ก็ตีกันอยู่แล้วเวลานี้ ยิ่งออกแถลงนี้ด้วยแล้วพระสงฆ์ทั่วสังฆมณฑลนี้จะแตกเป็นสังฆเภทโดยไม่ต้องสงสัย จากโครงการพินาศฉิบหายอันนี้ นี่ละโครงการเทวทัตกำลังตั้งขึ้น โดยอาศัยการทำหน้าที่อุปัฏฐากสมเด็จพระสังฆราช

         นี่ละแผนการมันหวานออกมาตรงนี้นะ แผนการอะไร (คณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชครับ) เออ คณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่อุปัฏฐากสมเด็จพระสังฆราช ว่างั้นนะ นี่ละขึ้นตรงนี้เลย มันไม่ได้ว่านะว่า สมเด็จพระสังฆราชนี้เป็นอันดับหนึ่ง พระสงฆ์ทั่วประเทศไทยนี้เป็นอาหารของมันหมด นี่ละสังฆเภทจะแตกกันในจุดนี้เอง ไม่แตกในจุดอื่น พอตั้งนีปั๊บขึ้นมาเท่านั้นแหละ ว่าได้ตั้งอันนี้แล้วเท่านั้น พระสงฆ์จะเป็นสังฆเภทแตกกันทั่วสังฆมณฑลเลย ไม่ว่ธรรมยุต ไม่ว่ามหานิกาย จะเข้ากันไม่ได้ แตกกัน ให้พากันจำให้ดี

         เฉพาะอย่างยิ่งในในวงคณะธรรมยุตนี่นะ คณะปฏิบัติกับคณะปริยัตินี้จะแตกแหลกเหลวไปหมดไม่มีเหลือ เราแยกเป็นประเภท ทีนี้พระสงฆ์ทั่วสังฆมณฑลเรียกว่าทั้งธรรมยุต-มหานิกาย ผู้เห็นด้วยก็ดี ผู้ไม่เห็นด้วยก็ดีด้วยกันเหมือนกันนี่ละ นี่ก็จะแตกแยก สุดท้ายเป็นสังฆเภทอันใหญ่หลวงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ในเมืองไทย เอ้า ถ้าเอาอันนี้ออกไปลองดูซิ กำลังประกาศออกไปนี้เรื่องที่จะทำลายสงฆ์กำลังออกเวลานี้นะ ออกไปถึงไหนทำลายถึงนัน พอตั้งปุ๊บทำลายหมดทั่วประเทศไทย ไม่มีเหลือเลย นี่คือแผนทำลาย ให้พากันจำเอา

         และคณะธรรมยุตเรามันเป็นอะไร เจ้าคุณอะไรนี่ มันตาบอดหรือเราอยากถามว่าอย่างงั้น มันทำไมไม่ดูความผิดถูก ชั่วดี มันไปประกาศอะไร อันนั้นมันเอาอำนาจป่าๆ เถื่อนๆ มาบังคับบัญชาพระเจ้าพระสงฆ์ เพราะมันถือความเป็นใหญ่อำนาจป่าเถื่อนนั้น และบังคับบัญชาไปหมด นี้บังคับบัญชาเข้ามาหาคณะธรรมยุต พวกนี้อยู่ใต้อำนาจของมัน จะว่าไง แล้วก็เอาดินเหนียวนิดหน่อยมาติดหัวให้ว่าตัวมีหงอน ตั้งเป็นยศนั้นยศนี้ขึ้นมา ทางนี้ก็เสียดายยศละซิ ให้มันตีเข้ามาๆ จะได้ยศ ชาติทั้งชาติ ศาสนาทั้งศาสนานี้มีคุณค่าขนาดไหน ยศเพียงดินเหนียวติดหัวมันมีราคาอะไร นี้เป็นตัวมหาภัยอยู่ที่ยศ พระกำลังเป็นบ้าด้วยยศ และกำลังทำลายทั้งชาติทั้งศาสนาเพราะยศติดหัว เป็นดินเหนียวเพียงเท่านั้นละ

         นี่ลองออกประกาศดูซิ เจ้าคุณฯ อันนี้ถ้าสมควรที่จะให้พระสงฆ์มีความสงบร่มเย็นมาตามทางของศาสดาแล้วให้เลิก ประกาศไปหาอะไร ผู้ประกาศไปถึงไหนคัดค้านกันตลอดเวลาเลย ไม่มีอะไรเหลือเลย นี่คือแผนการทำลายศาสนา ทำลายที่ตรงนี้เอง ไม่ควรที่จะออกประกาศสำหรับคณะธรรมยุตเรา ส่วนมหานิกายนั้นก็เป็นอีกประเภทหนึ่ง ท่านก็มีหัวใจ ท่านก็คิดเหมือนกัน เพราะทางโน้นผู้คัดค้านก็มี ผู้เห็นดีด้วยก็มีเหมือนกันกับทางนี้

         เมื่อสรุปความลงแล้ว ถ้าหากว่าออกตามนี้แล้วพระสงฆ์จะเป็นสังฆเภทโดยไม่ต้องสงสัย ถ้าไม่ระงับอันนี้ ไม่หยุดอันนี้ พระสงฆ์จะเป็นสังฆเภท แตกแหลกราญไปหมด เป็นประวัติศาสตร์ในเมืองไทย ร่ำลือไปทั่วโลกดินแดน คือแผนอันนี้ละ แผนที่พูดอย่างหวานๆ ว่า ทำหน้าที่ปฏิบัติอุปัฏฐากสมเด็จพระสังฆราช นี่ละหวาน นี่ละ ตัวนิวเคลียร์นิวตรอนคือตัวนี้เอง พอตั้งนี้ปุ๊บนี้ขึ้นมานี้จะแตกหมดพระสงฆ์ทั่วประเทศไทย ในวงธรรมยุตเรานี้พระปริยัติกับพระปฏิบัตินี้จะแตกกันแหลกไม่มีชิ้นต่อกันเลย

         ส่วนคณะท่านเหล่านั้นท่านก็มีหัวใจ ยังไงก็ต้องแตกแบบเดียวกัน เพราะผู้หนึ่งเห็นดี ไม่เห็นดีมันก็ต้องคัดค้าน เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องแตกกันเลย นี้ละจุดที่จะทำลายศาสนาอย่างหาทางออกไม่ได้เลย ถ้าติดอันนี้เข้าไปสงฆ์ต้องแตกไม่เป็นอย่างอื่น เพราะฉะนั้นคณะธรรมยุตเรา เจ้าคณะไหนให้เลิก ถ้าเป็นตามหลักความเป็นจริง ถ้าไม่อยากเป็นสังฆเภทให้เลิกการประกาศเหล่านี้ทั้งหมด ถ้าไม่เลิกแล้วก็อ้าสั่งสมเข้ามา แตกไม่สงสัยเลย เอาคอหลวงตาบัวไปตัด ถ้าว่าหลวงตาบัวพูดผิด

         หลวงตาบัวรักษาศาสนามาได้ ๗๑ ปีนี้แล้ว ยังไม่เคยเห็นประวัติวินาศสันตะโรขนาดนี้ พึ่งมาเห็นในครั้งนี้แหละ ครั้งที่สามแหละนี่ ครั้งที่สองที่มันก่อมาเรื่อย พวกแผนการทำลายชาติ ทำลายศาสนามันติดพันมาเรื่อย ตั้งแต่เริ่มตั้งรัฐบาลใหม่มา ก่อนี้ขึ้นมาๆ ระงับได้แล้วก่อขึ้นมาอีกระงับได้ นี้เป็นครั้งที่สามวางอำนาจใหญ่หลวงป่าๆ เถื่อนๆ คมไปทั่วประเทศไทย ทางวงราชการก็คมไปหมด ทางพระสงฆ์ก็คมไปหมด มันจะเอาให้อยู่ในเงือมมือป่าๆ เถื่อนๆ ของมัน มันจะกินเลี้ยง เอาศาสนา เอาคนทั้งประเทศนี้กินเลี้ยงมันคนเพียงเท่านั้นละ ดูเอามากน้อยเพียงไร

         แล้วคนทั้งประเทศพินาศฉิบหาย จิตใจของประชาชนบอบช้ำขนาดไหน ตั้งแต่ตั้งขึ้นมาเพียงเท่านี้ และพระสงฆ์กำลังร้าวรานกันเวลานี้ ท่านเรียกว่าเป็นสังฆราชี คือกำลังเริ่มร้าวราน จากนั้นก็เป็นสังฆเภทแตกกระจัดกระจายกัน ถ้าไม่อยากให้พระสงฆ์เป็นสังฆเภทให้หยุดในกฎนี้ข้อนี้ อย่าเอาเข้ามาแทรกแซงพุทธศาสนาและเมืองไทยของเรา ซึ่งเป็นเมืองของผู้ดิบผู้ดีอยู่แล้วในทางการปฏิบัติตามพุทธศาสนา อย่าเอาเข้ามาทำลาย เลิกอย่างเดียว ไม่เลิกต้องแตก เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ถ้าลองอันนี้ได้ตั้งปุ๊บขึ้นมาเป็นใหญ่แล้วเป็นสังฆเภทร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ไม่เป็นอย่างอื่น เอาไปพิจารณา

         ชาติบ้านเมือง พระสงฆ์ทุกคน มีความรู้ทุกคน เรียนมามีแต่ใหญ่ ทั้งนั้น ไม่ใช่เรียนมาเป็นนิวเคลียร์นิวตรอนที่จะสังหารชาติ-ศาสนา เรียนมาเพื่อปฏิบัติหน้าที่การงานให้เป็นผลเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม อันนี้จะเป็นการทำลายส่วนรวมให้แหลกเหลวไปหมด หลวงตาเห็นอย่างนี้ตามหลักธรรมหลักวินัยก็ได้ดำเนินมาด้วยกัน ไม่เคยมีหลักอันนี้นะ ที่จะมาตั้งสำนักพุทธศาสนานี้ก็ตั้งขึ้นมาไม่กี่วันมานี้ สำนักพุทธศาสนาแห่งศาสดาองค์เอกตั้งมาตั้งแต่วันพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ให้ความร่มเย็นแก่ประชาชนบริษัทตลอดมา

         อันนี้เพียงเริ่มตั้งขึ้นเท่านี้เป็นยังไงร้าวรานแล้ว เรียกว่าร้าวราน ถ้าเป็นฝ่ายพระสงฆ์ก็เป็นพระสงฆ์สังฆราชี กำลังเริ่มร้าวราน ถ้าตั้งปุ๊บนี้เป็นสังฆเภทร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าเราอยากให้บ้านเมืองและศาสนายังคงเส้นคงวาหนาแน่นอยู่ ให้ปัดลัทธิวายร้าย ลัทธิทำลาย ลัทธิพินาศฉิบหายนี้ออกโดยด่วน พูดอย่างนั้น เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ แล้วการประกาศ ประกาศไปหาอะไร งดทั้งหมดการประกาศออกไปหาเจ้าคณะนั้นเจ้าคณะนี้ เพื่อจะมาทำลายคนทั้งชาติ ไม่ควรออกประกาศ

         คำประกาศเหล่านี้เป็นภัยต่อส่วนรวม ไม่ได้เป็นผลเป็นประโยชน์อไร ให้ระงับ ถ้าพูดตามอรรถตามธรรม ตามความถูกต้องดีงามแล้วต้องหยุดโดยถ่ายเดียว คืบคลานต่อไปไม่ได้ ให้อยู่ตามปรกติ ดังที่พระพุทธเจ้าทรงปกครองสงฆ์มาจนกระทั่งทุกวันนี้ ไม่มีอะไรบกพร่อง อันนี้พอก่อขึ้นมาเท่านี้เริ่มแล้วนี่ แตกกระจัดกระจายไปหมดแล้ว เป็นผลเป็นประโยชน์อะไร จะแหลกเหลวไปหมดชาติไทยของเรา นี่ละวันนี้ประกาศให้ทราบเสีย

         หลวงตาบัวไม่ได้เป็นเจ้าคณะนั้นเจ้าคณะนี้ แต่เรียนหลักธรรมหลักวินัย  มีความรับผิดชอบในหลักธรรมหลักวินัย หลักศาสนา ประชาชน เหมือนกันกับโลกทั่ว ไป เราจึงมีสิทธิที่จะพูดได้ตามความผิดถูก ชั่วดี ตามที่พูดมานี้ไม่ผิด เราแน่ใจไม่ผิด เวลานี้กำลังเริ่มตั้งแล้วนี่ สังฆราชีขึ้นมาแล้วเวลานี้ สังฆเภทจะออกเวลานั้นน่ะ พอตั้งปุ๊บนี้สังฆเภทจะแตกออกเลย เดี๋ยวนี้สังฆราชีนี้ความร้าวรานทั่วประเทศไทย พระเจ้าพระสงฆ์ตลอดประชาชนผู้หวังความสงบร่มเย็น เราปฏิบัติมาด้วยความสงบร่มเย็นอยู่นี้จะร้าวร้านกันไปทั่วประเทศไทยเรา ดีไม่ดีออกเมืองนอกก็ได้ จากนั้นก็สังฆเภทแตก ประชาชนก็แตก สังฆเภทก็แตก ประชาชนก็เป็นประชาชนแตกเหมือนกัน สังฆเภทความแตกแห่งสงฆ์ สงฆ์แตกกัน แล้วประชาชนเป็นยังไง ประชาชนก็แตก เข้าใจเหรอ

         นี่ละแผนการทำลายชาติ ทำลายศาสนา กำลังขึ้นอย่างออกหน้าออกตา ถืออำนาจบาตรหลวงใหญ่โต ครอบครองทั้งแผ่นดินไทยเวลานี้ ประกาศลั่นไปหมด นี่ละสังฆเภทให้ท่านทั้งหลายทราบเสียนะ เราประกาศให้ทราบอย่างนี้ ท่านผู้ปกครองประเทศบ้านเมืองขอให้พิจารณาด้วยกันทุกคน นี่เป็นความที่ถูกต้องแน่นอน ดังพระสงฆ์ที่ประกาศวัดอโศการามนัน ท่านไปทำความรุกรานแก่ผู้ใด ก็เพราะเห็นความสกปรกเหล่านี้จะมาทำลายศาสนาให้อย่างน้อยมัวหมอง มากกว่านั้นให้อันตรธานล่มจมลงไปหมด

         ท่านจึงได้อุตส่าห์ออกมาจากป่าจากเขา เพราะท่านเหล่านี้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามหลักธรรมหลักวินัยอยู่ในป่าในเขา ท่านปฏิบัติตามหลักธรรมหลักวินัยทั้งนั้น เห็นเรื่องไม่ดีที่จะทำลายศาสนา เพราะมีแต่ความที่จะมัวหมองมืดตื้อเข้ามา แล้วจะเหยียบย่ำทำลายศาสนา ท่านจึงออกมาชี้แจงเหตุผลต้นปลายให้ทราบตามข้อเท็จจริง ดังที่ประกาศแล้วส่งไปทางสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นข้อรับรองแล้วจากพระสงฆ์เหล่านี้ ออกมาจากหลักธรรมหลักวินัย ยืนตัวแล้วส่งอันนี้ออกไป ประกาศยอมรับพร้อมกันหมดแล้ว ในจำนวนพระสงฆ์ อย่าว่าแต่เพียงหมื่นรูป ยังมากกว่านั้น แต่มาเพียงเท่านั้นมาประชุม

         ท่านมาก่อความแตกร้าวอะไร ท่านมาชำระความสกปรกโสมมของพวกจะทำโลกให้แตกร้าวนี้ให้ระงับดับลงเท่านั้นเอง นียังมาหาว่าท่านจะทำความแตกร้าวจากความสามัคคี ความสามัคคีก็สามัคคีที่จะกินเลี้ยงคนไทยทั้งประเทศ และศาสนาทั้งศาสนา ความสามัคคีของพวกนี้เป็นอย่างนั้น สามัคคีกินโต๊ะกัน พวกนี้สามัคคีออกมาชำระ เตะโต๊ะลงไป มาหาสแตกอะไร คนไม่ใช่เนื้อสัตว์เนื้ออะไร มันเนื้อคนเนื้อพระ เนื้อประชาชนคนทั้งประเทศ มากินโต๊ะกันหาอะไร เนื้อสมเด็จพระสังฆราช เนื้อพระสงฆ์ทั่วประเทศไทยไม่ใช่อาหารพอจะมากินโต๊ะกัน เรียกว่ามาเตะโต๊ะนี้ลง เข้าใจไหม อย่ามากินผิดประเภท ถ้าหากว่าจะกินจริงๆ ไปกินหมา อย่ามากินคน

         นี่ละเรื่องราว เรื่องพินาศกำลังเกิดขึ้นเวลานี้ เพราะฉะนั้นคณะธรรมยุตเรา สำหรับหลวงตาบัวว่าให้หยุด ถ้าต้องการเป็นสงฆสามัคคีกัน สงฆโสภณา เป็นสงฆ์ที่งดงามตามทางศาสดาที่เคยปฏิบัติมา และปฏิบัติอยู่เดี๋ยวนี้ให้คงเส้นคงวาหนาแน่นไป ให้งด ให้เลิกทั้งหมด สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำลายโดยถ่ายเดียว ไม่เป็นอย่างอื่นร้อยเปอร์เซ็นต์เลย  ตั้งขึ้นปุ๊บแตกกระจัดกระจายทั่วประเทศเขตแดนไม่มีอะไรเหลือ เอ้า เอาไปพิจารณาพี่น้องทั้งหลายได้ฟังกัน

         วันนี้ออกให้ทั่วโลก ให้ได้ยินทั่วถึงกัน วันนี้เอาแค่นี้เสียก่อน ข้อกำชับก็คือว่า คณะธรรมยุต เจ้าคณะไหนก็ตามไม่ควรเอาออกมาประกาศ ให้คนที่เขามีความสะอาดสะอ้านมัวหมองและบอบช้ำไปตาม กัน ให้หยุดทั้งหมด อำนาจนี้อำนาจป่าเถื่อน อำนาจทำลายคนทั้งชาติและศาสนาไปพร้อมกัน เรียกว่าอำนาจฉิบหาย แต่ก่อน เขาเรียกคอมมิวนิสต์มิวแนตอะไร นี่ละลัทธิฉิบหาย กำลังก่อตัวขึ้นมาอย่างหนักแน่นทีเดียว ให้งดคณะธรรมยุตเรา อย่าออก สั่งไม่ถูกต้อง อย่าปฏิบัติตาม สั่งอันนี้เพื่อความพินาศฉิบหายออกมา จึงไม่ให้ออก

         เอ้าองค์ไหนเก่งก็ให้ออก เจ้าคณะองค์ไหนเก่ง ก็ให้ออกถ้าอยากทำลายชาติ เจ้าคณะไหนจะเป็นหัวหน้าทำสังฆเภทก็ให้ออก ตั้งแต่เจ้าคณะภาค เจ้าคณะไหนมา ลงไปจนกระทั่งเจ้าคณะตำบล เป็นคณะ ที่จะทำเป็นสังฆเภททั้งหมด ถ้าออกไปเมื่อไรเป็นสังฆเภทเมื่อนั้น เอ้าถ้าต้องการสังฆเภทก็ให้ออกไป ถ้าไม่ต้องการสังฆเภทให้หยุด อย่าออก เอาละเอาแค่นี้เสียก่อน

         (มติคณะสงฆ์ไทยวันที่ ๓ มีนาคม ที่วัดป่าหลวงตาบัว เมืองกาญจน์ อ่านนะครับ) เรายังไม่ได้ยิน อ่านดู นี่ก็ไปประชุมที่วัดเทวสังฆราม วัเหนือเมืองกาญจน์ ไอ้พวกอำนาจป่าเถื่อนมันก็ไปกุมอำนาจไม่ให้ประชุมที่นั่น ก็เลยบอกให้ไปประชุมที่วัดป่าหลวงตาบัว นี่ละเขาจะอ่านข้อประชุมวัดป่าหลวงตาบัวที่ถูกไล่จากวัดเหนือ ที่พวกอำนาจป่าเถื่อนมันขับไล่ออกไป ออกไปแล้วก็ประชุมกัน ข้อประชุมตกลงกันได้ความว่ายังไง เอ้า อ่านไป

         หนังสือชี้แจงมติคณะสงฆ์ไทย

ในการชี้แจงมติของคณะสงฆ์ไทย วันที่ มีนาคม .. ๒๕๔๗ ประกอบด้วยตัวแทนคณะสงฆ์ฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสีจากจตุรทิศ ทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุต มีสมานฉันท์ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ณ วัดเทวสังฆาราม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นวัดฝ่ายมหานิกาย มีความสำคัญเนื่องด้วยเป็นวัดที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช    สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเริ่มอุปสมบท

จากนั้นเวลา ๑๕.๓๐ . คณะสงฆ์ไทยทั้ง ๒ นิกาย จำนวน ๔๗๕ รูป เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง วัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อหารือกันเกี่ยวกับประเด็นปัญหาอันเนื่องมาจากนายถวิล สมัครรัฐกิจ ปฏิบัติราชการแทน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งได้เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชไปทั่วสังฆมณฑล ทำให้พระสังฆาธิการหลงเชื่อว่าการแต่งตั้งฯ ดังกล่าวเป็นการถูกต้อง ทั้งที่ยังเป็นประเด็นโต้แย้งว่าขัดต่อพระธรรมวินัย จารีตโบราณราชประเพณี และกฎหมาย อีกทั้งยังก่อให้เกิดความกระทบกระเทือนต่อพระเกียรติของสมเด็จพระสังฆราช และเป็นเหตุให้เกิดความร้าวฉานต่อสงฆ์ทั่วสังฆมณฑลและต่อชาวพุทธทั่วราชอาณาจักร อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย

การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้

๑.   เพื่อรักษาและเทิดทูนพระเกียรติยศถวายแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเฉลิมพระเกียรติสถาปนาพระองค์ขึ้น

๒.   เพื่อติดตามมติคณะสงฆ์ไทยที่ร่วมประชุม ณ วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ เมื่อ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ ว่าเป็นผลประการใด

๓.   เพื่อมิให้พุทธบริษัท ๔ หลงเชื่อประกาศฯ ที่นายถวิล สมัครรัฐกิจ ลงนามเผยแพร่ไปทั่วสังฆมณฑล

๔.   เพื่อรักษาสิทธิของบรรพชิตที่ถูกละเมิดโดยคฤหัสถ์

ในการประชุม คณะสงฆ์ไทยยึดถือพระธรรมวินัย จารีตประเพณี และกฎหมายเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา มีมติดังนี้

๑.                       ประเด็นการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช บังเกิดขึ้นจากลวดลาย ชั้นเชิง และแผนก่อการของนายวิษณุ เครืองาม และพล.ต.ท.อุดม เจริญ อย่างมีขั้นมีตอน ดังนี้

- เมื่อวันศุกร์ที่ ๙ ม.ค. ๒๕๔๗ มส.มีการประชุมตามปกติ(มส.ประชุมทุกวันที่ ๑๐, ๒๐ และ ๓๐ ของทุกเดือน) โดยมีวาระเกี่ยวกับการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรองงานของสมเด็จพระสังฆราช จำนวน ๖ รูป ทำหน้าที่คล้ายองคมนตรี

         ขณะที่มส.กำลังพิจารณาวาระดังกล่าว  นายวิษณุ เครืองาม, พล.ต.ท.อุดม เจริญ, นายถวิล สมัครรัฐกิจ และน.พ.เฉลิมชัย เครืองาม ได้ขอเข้าร่วมประชุมแล้วเสนอให้มีผู้สำเร็จราชการสมเด็จพระสังฆราช โดยอ้างว่า เป็นความคิดของรัฐบาล

         มส.จึงมอบหมายให้นายวิษณุไปดูหลักกหมายตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ แก้ไข ๒๕๓๕ เสียก่อน

- ครั้นวันที่ ๑๓ ม.ค. ๒๕๔๗ นายวิษณุอ้างเหตุต่างๆ อย่างเลื่อนลอย ออกประกาศแต่งตั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ขึ้นเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และผู้ช่วยฯ อีก ๕ รูป ประกาศฯของนายวิษณุนอกจากจะมิได้เป็นไปตามหลักกฎหมายของพ.ร.บ.คณะสงฆ์แล้ว ยังกระทำการอย่างรีบร้อนผิดปกติ โดยนำประกาศดังกล่าว ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๗ ทั้งที่มส.ไม่เคยมีมติแต่งตั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และคณะผู้ช่วยฯ อีก ๕ รูป แต่อย่างใด อีกทั้งมส.ยังมิได้มีมติมอบหมายให้นายวิษณุนำประกาศใดๆ ไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ประกาศฯ ดังกล่าวจึงเกิดขึ้นจากการกระทำโดยพลการของนายวิษณุ ซึ่งไม่เคยปรากฏในธรรมวินัย จารีตประเพณี และข้อกฎหมายใด ที่อนุญาตให้คฤหัสถ์กระทำการแต่งตั้งสงฆ์และออกประกาศด้วยตนเองเช่นนี้  สำหรับการประชุมมส.ครั้งก่อนนั้น มส.เพียงแต่มอบหมายให้นายวิษณุไปดูในหลักกฎหมายเท่านั้น มิได้มอบหมายให้กระทำการดังกล่าวแต่อย่างใดทั้งสิ้น การออกประกาศฯ ดังกล่าว จึงเป็นการแสดงเจตนาชัดเจนว่า นายวิษณุจงใจใช้อำนาจหน้าที่ของตนเข้าแทรกแซง ล่วงล้ำ และก้าวก่ายสงฆ์

         การที่นายวิษณุ เครืองาม ซึ่งเป็นคฤหัสถ์ ได้ลงนามในประกาศแต่งตั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และคณะผู้ช่วยฯ จึงเป็นโมฆะ

คณะสงฆ์ไทยพิจารณาถึงวิธีปฏิบัติในขั้นตอนนี้ ที่ถูกต้องเป็นธรรมก็คือ การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช หรือ คณะกรองงานฯ นั้น เป็นพระอำนาจโดยเด็ดขาดของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ตามมาตรา ๑๐ และ ๑๙ ของพ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ หากมีความประสงค์ดีและรักษาไว้ซึ่งพระเกียรติยศของพระองค์จริง นายวิษณุควรปฏิบัติให้ถูกตั้งแต่แรก และหากมีเคารพเทิดทูนต่อพระพุทธศาสนาและต่อพระธรรมวินัยจริงแล้ว นายวิษณุจะต้องไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลายถึงขนาดนี้

 

         - ระหว่างวันที่ ๑๐-๒๐ ม.ค. ๒๕๔๗ เป็นระยะเวลาที่ยังไม่มีการประชุมมส.

- ในวันที่ ๑๕ ม.ค. ๒๕๔๗ เวลา ๑๓.๐๐ น.พล.ต.ท.อุดม เจริญ ผอ.สำนักพุทธฯ ในฐานะเลขาธิการมส.นำบันทึกข้อราชการ เรื่อง การแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชดังกล่าว ไปถวายให้พระเทพสารเวที เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อขอรับพระบัญชาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ

         - ต่อมาวันที่ ๒๐ ม.ค. ๒๕๔๗ ซึ่งมีการประชุมมส.ตามปกติ พล.ต.ท.อุดม เจริญ ทราบดีอยู่แล้วว่า ประกาศแต่งตั้งฯ ดังกล่าวเป็นโมฆะ แต่กลับนำประกาศฯดังกล่าวเสนอให้มส.พิจารณา หวังใช้มติของมส.เปลี่ยนแปลงสิ่งที่ผิดให้กลับกลายเป็นถูก  และจะด้วยเหตุผลประการใดของมส.ก็ตาม มส.ได้รับไว้และมีมติว่ารับทราบและอนุโมทนา แต่ขอให้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๐ แห่งพ.ร.บ.สงฆ์ โดยถวายให้สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และให้มีสมเด็จพระราชาคณะ ๕ รูป เป็นผู้ช่วยฯ โดยให้รัฐบาลรับไปจัดทำประกาศต่อไป ซึ่งความเป็นจริงนายวิษณุ เครืองาม ได้ประกาศล่วงหน้าโดยพลการทั้งที่มส.ยังไม่ได้มีมติใดๆ ทั้งสิ้น

         - จนกระทั่งวันที่ ๒๖ ม.ค. ๒๕๔๗ พระเทพสารเวทีได้เขียนข้อความด้วยลายมือของพระเทพสารเวทีเองในบันทึกฯดังกล่าวว่า “เจริญพร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอให้ดำเนินการต่อไป ขออำนวยพร” และยังได้เขียนข้อความด้วยลายมือตนเองที่ด้านบนขวาของบันทึกฯ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ จะทรงลงพระลิขิตด้วยข้อความว่า “ทราบและเห็นชอบ” โดยเว้นบรรทัดไว้เป็นช่องว่างแล้วเขียนข้อความอีกด้วยว่า “วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๔๗” (ที่เว้นบรรทัดไว้ก็เพื่อให้เป็นตำแหน่งที่สมเด็จพระญาณสังวรฯ จะทรงลงพระนาม)

         จากนั้นเจ้าหน้าที่รับบันทึกฯ จากพระเทพสารเวทีแล้วนำขึ้นกราบทูลสมเด็จพระสังฆราชเพื่อขอให้พระองค์ลงพระนามในตำแหน่งที่พระเทพสารเวทีเว้นบรรทัดไว้

         แต่สิ่งที่ปรากฏในตำแหน่งดังกล่าวที่เว้นบรรทัดไว้ ไม่ปรากฏลายพระนามสมเด็จพระญาณสังวรฯ

         หลังจากนั้นพล.ต.ท.อุดม เลขาธิการมส. ก็ได้นำบันทึกข้อราชการฯ ดังกล่าวไปเสนอต่อที่ประชุมมส. เมื่อวันที่ ๓๐ ม.ค. ๒๕๔๗ โดยอ้างว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงทราบและเห็นชอบแล้ว มส.จึงมีมติรับทราบ  (ดังบันทึกข้อราชการที่แนบมาพร้อมหนังสือนี้)

         ด้วยความจริงดังกล่าวข้างต้น การที่นายถวิล สมัครรัฐกิจ รองผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ออกหนังสือที่ พศ.๐๐๐๖/๐๙๗๔ ลงวันที่ .. (อ่านไม่ออก) กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ เรื่อง สมเด็จพระสังฆราชทรงรับทราบและทรงเห็นชอบการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และนมัสการแจ้งไปยังเจ้าคณะปกครองทั่วประเทศนั้น

         คณะสงฆ์ไทยพิจารณาแล้วมีมติว่า หนังสือซึ่งลงนามโดยนายถวิล สมัครรัฐกิจดังกล่าว มีมูลมาจากความอันเป็นโมฆะทั้งสิ้น ย่อมไม่มีผลใดๆ ต่อคณะสงฆ์ไทย

                                

๒.                       ประเด็นรักษาสิทธิของบรรพชิตที่ถูกละเมิดโดยคฤหัสถ์

 

คณะสงฆ์ไทยทุกรูปได้บำเพ็ญสมณธรรม มีศีล สมาธิ ปัญญา เป็นทางดำเนินให้เกิดความสงบสุขร่มเย็นในศาสนธรรมตลอดมา ต่างสมบูรณ์ด้วยสิทธิในเพศบรรพชิตตามพระธรรมวินัย ทั้งยังคงดำรงสิทธิตามกฎหมายบ้านเมืองอีกด้วย การกระทำของนายวิษณุ เครืองาม และพล.ต.ท.อุดม เจริญ ในครั้งนี้นั้น ได้สร้างความกระทบกระเทือนต่อการบำเพ็ญสมณธรรมแก่ภิกษุสงฆ์ทั่วสังฆมณฑล เป็นการละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง จนบังเกิดความเดือดร้อนระส่ำระสายอย่างมิเคยปรากฏมาก่อนที่คฤหัสถ์จะพึงกระทำต่อเพศบรรพชิตเช่นนี้

ตามพระธรรมวินัยนั้น ปกติของภิกษุไม่พอใจจะเป็นถ้อยเป็นความกับใครๆ ไม่แส่หาเหตุเล็กน้อยเป็นเครื่องปลูกคดีขึ้น พอจะอดได้นิ่งได้ก็อดก็นิ่ง แต่เมื่อถึงคราวจำเป็น คือถูกคนอื่นฟ้องก็เป็นจำเลยว่าความเพื่อเปลื้องตนได้ เมื่อถูกคนอื่นละเมิดสิทธิ ถูกข่มเหงเหลืออดเหลือทน ก็บอกขออารักขา แม้เจาะชื่อหรือระบุชื่อก็ได้ หรือถูกทำร้าย แต่ไม่รู้ว่าใครทำ จะบอกให้ถ้อยคำไว้กับเจ้าหน้าที่ก็ได้ หรือของหายแต่ไม่รู้ว่าใครลัก จะบอกตราสินไว้แก่เขาก็ได้ ไม่มีโทษในเพราะเหตุเหล่านี้

         จากมติคณะสงฆ์ไทยที่ร่วมประชุม ณ วัดอโศการาม เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ ผู้ได้รับมอบหมายจากสงฆ์ได้นำมติเรียนต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการ บัดนี้ได้รับแจ้งว่า นายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณา และอีกทางหนึ่ง ผู้ได้รับมอบหมายได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองขอให้ศาลพิพากษายกเลิกประกาศฯ ของนายวิษณุฯ แต่ศาลปกครองมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง

         การครั้งนี้เป็นเหตุให้คณะสงฆ์ไทยทุกรูปถูกละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง และบังเกิดภยันตรายใหญ่หลวงต่อสังฆมณฑลจากการกระทำของนายวิษณุ เครืองาม และพล.ต.ท.อุดม เจริญ และหากคณะสงฆ์ไทยจะอดนิ่งก็นับวันแต่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นจนเป็นเหตุให้พระธรรมวินัยอาจต้องถึงกาลวิบัติได้ เพื่อระงับภัยนั้นเสีย คณะสงฆ์จึงมีมติว่า ภิกษุ หรือ สงฆ์จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อปกป้องรักษาสิทธิของบรรพชิตและสงฆ์ต่อไปด้วยการขอพึ่งอำนาจจากศาลยุติธรรม โดยมีมติมอบอำนาจให้นายทองก้อน วงศ์สมุทร รับไปดำเนินการทางศาล

 

๓.                      กรณีคฤหัสถ์ใช้อำนาจบาตรใหญ่กดขี่พระภิกษุ

 

สืบเนื่องจากคณะสงฆ์ไทยได้มีสมานฉันท์ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ณ วัดเทวสังฆาราม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จากนั้นคณะสงฆ์มีความประสงค์จะร่วมประชุมหารือกัน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากท่านเจ้าอาวาสและคณะสงฆ์วัดเทวสังฆาราม แต่เมื่อใกล้เวลาประชุมจริงประมาณ ๑๓.๐๐ น. ปรากฏว่ามีโทรศัพท์จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมีเจ้าหน้าที่จากจังหวัด เช่น สำนักงานพุทธฯ ประจำจังหวัดได้เข้ามาขอให้เจ้าอาวาสไม่อนุญาตให้คณะสงฆ์จัดการประชุม คณะสงฆ์ไทยพิจารณาแล้วเห็นสมควรว่า เพื่อรักษาน้ำใจของท่านเจ้าอาวาสมิให้ท่านต้องลำบากใจ จึงเห็นพ้องต้องกันให้เปลี่ยนสถานที่ประชุม

คณะสงฆ์ไทยพิจารณาเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว เห็นควรบันทึกไว้ในหนังสือฉบับนี้เพื่อเป็นหลักฐานพยานว่า ภายใต้การกำกับดูแลงานด้านพระพุทธศาสนาของนายวิษณุฯ และพล.ต.ท.อุดม ปรากฏอย่างชัดเจนแล้วว่า คฤหัสถ์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เข้าคุกคาม ข่มขู่ และละเมิดสิทธิต่อพระภิกษุ และ สงฆ์ อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งต่อพุทธบริษัท ๔ ที่เห็นเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า การใช้อำนาจบาตรใหญ่เช่นนี้นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นจนอาจทำให้พระพุทธศาสนาถึงกาลวิบัติได้ นอกจากจะไม่ใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะผู้อุปถัมภ์อุปัฏฐากพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นการเหยียบย่ำต่อพระธรรมวินัย ต่อสงฆ์อีกด้วย

คณะสงฆ์ไทยมีมติว่า หากปล่อยให้งานด้านพุทธศาสนาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายวิษณุ เครืองาม และพล.ต.ท.อุดม เจริญอีกต่อไป จักบังเกิดภยันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน

ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ นายทองก้อน วงศ์สมุทร และคณะ นำมตินี้ไปแจ้งต่อพุทธบริษัท ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้รับทราบโดยทั่วกัน

 

                                                                  คณะสงฆ์ไทย

                                                            มีนาคม .. ๒๕๔๗

 

หลวงตา เออ ดีแล้วละ เอ้า ใครจะเลิกก็เลิกได้ละจบแล้ว

โยม ผมว่ามันเป็นบวนการใหญ่

หลวงตา เหอ

โยม มันเป็นบวนการใหญ่ทีอกันมานานแล้วครับ

หลวงตา อ๋อ ไอ้หมาเรามันก็โมโหอยู่ข้างนอก พวกนี้มันกัดกันอะไร ตั้งแต่กูกัดกันก็พอแล้วมันยังมากัดกันอะไรอีก มันแย่งตำแหน่งเขา ไอ้ปุกกี้ไอ้หยองมันโมโห ฟังเสียงมันว อยู่นอกสภาหมากัดกันอยู่ข้างนอก นี่สภาหมากัดกันอยู่ข้างในนี้ แต่เรามันเห่าว มาแย่งตำแหน่งกูอะไรว่างั้นนะ มีเท่านั้นละนะ ที่ว่านี้นะอย่างที่เราพูดเบื้องต้นแล้ว จะพูดไปทั้งหมดนี้ก็ตามนะ เรียกว่าลงในจุดที่ว่าถ้าตั้งกองมหาภัยแก่ชาติแก่ศาสนาขึ้นแล้ว เมืองไทยและศาสนาของเราจะพังไปหมด สังฆเภทไม่ต้องบอก แตกทันที ที่ให้ถูกต้องดีงามเพื่อรักษาความสงบร่มเย็นตามพระธรรมวินัย อันเป็นศาสนาขององค์ศาสดาให้คงเส้นคงวาหนาแน่นสืบต่อไปแล้ว ให้งดทั้งหมดว่างั้นเลย เข้าใจหรือ ไม่ตั้งขึ้นมา ตั้งขึ้นมาตั้งแต่เวลานี้ก็เริ่มเป็นหมากัดกันแล้ววอแว้ อยู่ทั่วประเทศไทยเข้าใจเหรอ ไล่หมาออกอย่ากัดกัน ให้เลิกอย่าเป็นหมากัดกัน เรียนกฎหมายมามันเป็นกฎหมอยไปหมด ให้พลิกเป็นกฎหมายตามเดิมเป็นศีลธรรมตามเดิม ให้เลิกทั้งหมดถ้าไม่ต้องการให้เมืองไทยและศาสนาจม เพราะเหตุการณ์อันใหญ่หลวงของมหาภัยนี้ ก็มีเท่านั้น เอาละพอ

 

ชมการถ่ายทอดสดทั่วโลกทุกวัน   ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก