คนเลวที่สุดต้องไปหาทำลายคนดี
วันที่ 13 มีนาคม 2547 เวลา 18:45 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(Real)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อค่ำวันที่ ๑๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

คนเลวที่สุดต้องไปหาทำลายคนดี

 

         วันนี้ก็นับว่าเป็นมงคลอย่างมากต่อพี่น้องซึ่งเป็นลูกของชาติไทยทั้งชาติ ลูกของพระพุทธเจ้า คือพระศาสนาแทบทั้งชาติเหมือนกัน ที่ได้อุตส่าห์พยายามละทุกสิ่งทุกอย่าง หน้าที่การงาน เวล่ำเวลา สมบัติเงินทอง ข้าวของมีมากน้อย ซึ่งจำเป็นจะต้องจ่ายในการเคลื่อนไหวของธาตุขันธ์ ซึ่งเป็นเรื่องรบกวนอยู่ตลอดเวลา แม้อยู่เฉยๆ มันก็กวน ยิ่งมาที่ต่าง ด้วยแล้วก็ต้องได้กวน ต้องได้จับได้จ่ายเสียทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อชาติไทยและศาสนาไทยของเรา

         หลวงตาจึงขอขอบคุณ และอนุโมทนากับบรรดาพี่น้องทั้งหลายที่มาในงานนี้ เพราะเห็นแก่ชาติ เห็นแก่ศาสนา ซึ่งบรรพบุรุษพาคุ้มครองรักษาชาติ และบำรุง กราบไหว้บูชาพระศาสนาเป็นประจำมาจนกระทั่งถึงรุ่นลูกรุ่นหลานของเรา และมาถึงจนกระทั่งบัดนี้ เราจึงขอขอบคุณกับพี่น้องทั้งหลาย ที่ต่างหน้าต่างตาอุตส่าห์พยายามเทิดทูนพระพุทธศาสนา และอุ้มชูชาติไทยของตนให้มีความแน่นหนามั่นคง จีรังถาวร และสงบร่มเย็นทั่วหน้ากันด้วยอำนาจแห่งการนับถือพระพุทธศาสนา และนำไปปฏิบัติต่อตนเอง ทั้งส่วนรวมทั่วประเทศ

         เพราะพุทธศาสนานี้เคยให้ความร่มเย็นต่อโลกทั้งหลายถึงสามโลก คือกามโลก รูปโลก อรูปโลก เทวบุตรเทวดา อินทร์ พรหมทั้งหลาย ล้วนแล้วตั้งแต่เป็นผู้ได้ยินได้ฟังอรรถธรรม กราบไหว้บูชาพระพุทธเจ้าตลอดมา จนกระทั่งถึงพวกเราทั้งหลายบัดนี้ ศาสดาจึงเป็นศาสดาองค์เอก จะหาที่ไหนมาเทียบไม่ได้แล้วในสามแดนโลกธาตุนี้ มีพระพุทธเจ้าเพียงพระองค์เดียว ที่ได้ตรัสรู้มาด้วยความชอบธรรม เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์วิเศษด้วยความบริสุทธิ์พระทัย นำธรรมที่บริสุทธิ์สุดส่วนนั้นออกมาสั่งสอนโลก เป็นผลเป็นประโยชน์แก่โลกมากมายก่ายกองสืบทอดกันมา ไม่ทราบว่ากี่พระองค์

         บัดนี้ก็มาถึงพระพุทธเจ้าของเรา ซึ่งทรงพระนามว่า พระสมณโคดม ทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรอันใหญ่หลวงแก่โลกทั้งสามนี้ตลอดมาจนกระทั่งถึงพวกเรา เราเทิดทูนบูชาท่านตลอดมา จนกระทั่งปัจจุบันนี้ เราจึงรักจึงสงวนศาสนานี้ซึ่งเป็นหัวใจของพี่น้องชาวพุทธเราทั่วหน้ากัน ไม่อยากจะให้มัวหมอง หรือได้รับความกระทบกระเทือนอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือจะทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมสูญ หรืออันตรธานแห่งพระพุทธศาสนา จากดวงใจของพี่น้องชาวไทยเราซึ่งเทิดทูนตลอดมา แล้วศาสนาก็เกี่ยวโยงกันกับชาติ ชาติกับศาสนาเป็นคู่เคียงกัน เรารักทั้งชาติรักทั้งศาสนา บำรุงรักษาทั้งชาติทั้งศาสนาไปพร้อม เพรียงกันตลอดมาอย่างนี้ นี่เป็นเรื่องที่เราเคยปฏิบัติต่อชาติและศาสนาของเรามา

         ทีนี้เวลามาในระยะนี้ก็ไม่นาน พ.ศ.๒๕๔๐ มานี้ บ้านเมืองของเราเกิดความระส่ำระสาย ถึงขั้นเอนเอียงที่จะล่มจม ในขณะเดียวกันพร้อมกับศาสนาก็จะล่มจมไปด้วยกัน พี่น้องชาวไทยได้เห็นโทษแห่งความล่มจมเหล่านี้ถึงใจ ด้วยกัน จึงต่างท่านต่างได้ตั้งเนื้อตั้งตัว-จิตใจ โดยหลวงตามหาบัวเป็นผู้นำในการช่วยชาติ ซึ่งการบวชมานี้ก็บวชมาเป็นเวลา ๗๑ พรรษาจะเต็ม ๗๑ ปี วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๗ นี้แล ก็ไม่เคยได้เกี่ยวข้องกับบ้านกับเมือง เป็นอะไรก็ไม่เคยเกี่ยวข้อง สนใจในเพศแห่งพระ และหน้าที่ของตนซึ่งประจำพระมาตลอด

         การปฏิบัติตนเป็นที่ภูมิใจตลอดมา ตั้งแต่เริ่มต้นบวชได้ศีล ๒๒๗ มา ไม่เคยด่างพร้อย ไม่เคยขาดทะลุ รักษามาด้วยความเทิดทูนรักสงวนศีลมาก ศีลจึงบริบูรณ์มาตั้งแต่ต้นจนกระทั่งบัดนี้ แล้วก็บำเพ็ญอรรถบำเพ็ญธรรมไปด้วยกัน จากนั้นก็ออกปฏิบัติเพื่อจะเสาะแสวงหามรรคผลนิพพาน ตามทางของศาสดาที่ทรงบำเพ็ญ และบรรลุแล้วได้สั่งสอนโลกเรื่อยมา เราก็มีความมุ่งหวังอย่างแรงกล้าที่จะปฏิบัติตนให้หลุดพ้นจากทุกข์ ถึงขนาดฝังในใจเลยว่า แม้กิเลสจะมีเต็มหัวใจก็ตาม แต่ความฝังใจหยั่งลึก หลังจากได้ยินได้ฟังอรรถธรรมจากพ่อแม่ครูจารย์มั่นอย่างถึงใจแล้ว ฝังลึกมากทีเดียว ถึงขนาดที่ว่าอย่างไรเราบวชมาในศาสนานี้ เราต้องได้เป็นพระอรหันต์เท่านั้น

         เพราะธรรมของพระพุทธเจ้ายังพระองค์ให้เป็นพระอรหันต์ เป็นพระพุทธเจ้าด้วย สาวกทั้งหลายล้วนแล้วตั้งแต่เป็นพระอรหันต์ด้วย สิ้นจากทุกข์โดยประการทั้งปวง เป็นผู้เลิศเลอในโลกทั้งสาม ไม่มีใครเกินพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ที่สิ้นกิเลสโดยสิ้นเชิงแล้ว ธรรมเหล่านั้นสอนมาเพื่อสัตว์ทั้งหลาย จนกระทั่งถึงพวกเรา ท่าน เราก็เป็นคนหนึ่งที่บวชในพุทธศาสนา มีความมุ่งหวังอย่างแรงกล้าที่จะให้ถึงจุดหมายปลายทาง ตามที่องค์ศาสดาสั่งสอนไว้เพื่อความพ้นทุกข์เป็นที่สุดของสัตว์โลกผู้มุ่งหวังตามกำลังของตน จึงได้ออกบำเพ็ญเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มีคำว่าย่อท้อย่อหย่อน

         หลังจากได้ยินได้ฟังอรรถธรรมของพระพุทธเจ้าแล้ว การประกอบความพากเพียรเรียกว่าเอาเป็นเอาตายเข้าสู้ตลอดไป เพราะความมุ่งหวังอย่างแรงกล้านั้นได้แก่อรหัตบุคคล เราจะต้องได้ครองอรหัตบุคคลในหัวใจของเราในชาตินี้ เพราะธรรมเป็นสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบแล้วเพื่ออรรถเพื่อธรรม มีธรรมเหล่านี้เป็นที่สุด เราก็เป็นคนหนึ่งในข่ายแห่งพุทธบริษัทของพระพุทธเจ้า และปฏิบัติบำเพ็ญตนตามอรรถตามธรรมที่ทรงแสดงไว้แล้วด้วยความถูกต้องแม่นยำ อย่างไรเราจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางของธรรม และบรรลุถึงจุดหมายปลายทาง คืออรหัตบุคคลให้ได้ในชาตินี้

         อย่างไรเราจะไม่กลับมาเกิด ทั้ง ที่กิเลสมีอยู่ในหัวใจ แต่จะสังหารกิเลสให้สิ้นซากไปในหัวใจด้วยความเพียรอันแรงกล้าของเรานี่เท่านั้น นั่นแหละพอได้ฟังอรรถธรรมของครูบาอาจารย์ คือหลวงปู่มั่นมาเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ฝังใจหยั่งลึก ด้วยเหตุนี้เองความเพียรจึงเรียกว่าลำบากทรมานมากที่สุด เพราะความมุ่งมั่นเพื่อแดนพ้นทุกข์มีกำลังกล้า ทุกข์จะมากน้อยเพียงไรไม่เคยสนใจ สนใจตั้งแต่จุดหมายปลายทาง คืออรหัตบุคคล ให้ถึงความพ้นทุกข์เท่านั้น

         นี่ก็อุตส่าห์พยายามบำเพ็ญมาตั้งแต่ล้มลุกคลุกคลาน บึกบึนไปไม่หยุดไม่ถอย จิตใจก็เริ่มตั้งหลักตั้งฐานได้ขึ้นเป็นลำดับ เริ่มตั้งแต่สมถะ สมาธิขึ้นไป ถึงขั้นปัญญา ออกพิจารณาทางด้านปัญญากระจ่างแจ้งเป็นลำดับลำดาไป จนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง นี่ขอสรุปความให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบตามหลักความจริงแห่งธรรม ที่ไม่เคยหลอกลวงโลกแต่ไหนแต่ไรมา เพื่อจะได้ยินได้ฟังให้ถึงใจ แล้วนำไปปฏิบัติตามกำลังความสามารถของตน ผลที่ได้จะพึงเป็นไปตามอุบายวิธีการ หรือการบำเพ็ญของตนโดยไม่ต้องสงสัยจากธรรมของพระพุทธเจ้านี้ เราบำเพ็ญถึงขั้นสุดขีดสุดแดน

         วันนี้ก็ขอเปิดให้บรรดาพี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วหน้ากัน เพื่อจะได้นำไปเป็นคติเครื่องเตือนใจ เป็นสิริมงคลแก่จิตใจของตนว่า วันสุดท้ายที่เราบำเพ็ญมาเป็นเวลา ๙ ปีตั้งแต่ออกปฏิบัติ คือ ๗ พรรษาสอบเปรียญได้เรียบร้อยแล้ว ก็ออกจากนั้นมาตั้งแต่พรรษา ๗ จนกระทั่งถึงพรรษา ๑๖ เป็นเวลา ๙ ปี นี้เรียกว่าถ้าเป็นนักมวยก็มีแต่เข้าวงในทั้งนั้น ไม่มีคำว่าเซ่อ ซ่า เข้มข้นตลอดเวลา ทุกข์จะเป็นจะตายนี้ เอาดวงอรหัตอรหันต์นั้นไว้ข้างหน้า กระหยิ่มยิ้มย่องต่อความมุ่งมั่นอันนั้นโดยไม่ละไม่ถอน

         ผลแห่งการปฏิบัติของตนก็คืบขึ้นไปคลานขึ้นไปเรื่อย จนกระทั่งถึงขั้นปัญญา ขั้นปัญญามีความสว่างไสวออกจากจิตใจ ไม่เหมือนทางสมาธิที่มีความสงบ สว่างไสวก็จริง แต่อยู่ในภูมิแห่งสมาธิ สว่างไสวในภูมิของปัญญาพร้อมทั้งการฆ่ากิเลสไปโดยลำดับลำดา จนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย กิเลสตั้งแต่ส่วนหยาบ ส่วนกลาง ส่วนละเอียด ค่อยสิ้นไปหมดไปด้วยอำนาจแห่งความเพียรแก่กล้า จนกระทั่งถึงวันที่ ๑๕ นี่ขอสรุปเอาเลย เพื่อให้เหมาะสมหรือทันกับเวล่ำเวลา

         จนกระทั่งถึงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ บนหลังเขาวัดดอยธรรมเจดีย์  จังหวัดสกลนคร เวลาห้าทุ่มเป๋งพอดีเลย จิตกับกิเลสที่เคยพัวพันให้ได้รับความทุกข์ ความทรมาน เกิด แก่ เจ็บ ตาย กองกันมานี้ ไม่ทราบว่าเท่าไร ทั้งเขาทั้งเราพอ กัน ไม่มีใครจะแข่งขันกันได้เรื่องภพชาติ เพราะมีมากต่อมากเหมือน กันในภพชาติของเรา วันนั้นระหว่างกิเลสกับธรรมฟัดกันบนหลังเขาวัดดอยธรรมเจดีย์ กิเลสได้ขาดสะบั้นลงไปจากใจ ร่างกายนี้ดีดผึงขึ้นเลยทีเดียว เป็นเอง

         ระหว่างธรรมกับกิเลสขาดสะบั้นจากกันเหมือนหนึ่งว่าจิตนี้ดีดขึ้นมา ประการหนึ่งว่าเหมือนเอาร่างกายดีดขึ้นไปพร้อมกัน เพราะฉะนั้นร่างกายจึงดีดผึงขึ้นเลย ประหนึ่งว่าฟ้าดินถล่ม นี่ละตัวกิเลสที่มันกดถ่วงสัตว์ทั้งหลายด้วยความหลอกลวงอันแยบยลของมัน พาให้สัตว์ทั้งหลายหลงตามมันไป เกิด แก่ เจ็บ ตาย กี่ภพกี่ชาติก็ปิดทางเดินของตนเรื่อยมา ไม่ให้ทราบการก้าวเดินมาด้วยความเกิด แก่ เจ็บ ตาย สุขทุกข์มากน้อย เรียกว่าถูกกลบ ถูกปิดบัง ร่องรอยมาโดยสิ้นเชิง ไม่ให้มีใครรู้ เพราะฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงต้องนอนใจ ประหนึ่งว่าไม่เคยเกิดเคยตาย ไม่ได้รับความทุกข์ความลำบาก

         แต่ในคืนวันนั้นเป็นวันที่รื้อถอนอดีตของตัวเองที่เคยเกิด แก่ เจ็บ ตาย มากี่ภพกี่ชาติ มันสว่างจ้าย้อนไปหมดเลย เกิดมากี่ภพกี่ชาติได้มาขาดสะบั้นลงในคืนวันนั้น เวลาห้าทุ่ม ร่างกายดีดผึงขึ้นเลยทีเดียว ประหนึ่งว่าฟ้าดินถล่ม แต่ฟ้าดินก็ไม่ได้ถล่ม มันหากเป็นอยู่ในระหว่างกายกับจิตที่สะเทือนกันอย่างรุนแรง จนร่างกายดีดผึงขึ้นมา พร้อมกับอุทานที่เปล่งออกมาในทางจิตใจ ไม่ได้ออกเป็นวาจานะ เปล่งออกมาอย่างรุนแรงในจิตใจ พุ่งขึ้นมา โอ้โห ขึ้นเลย เหอ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ตรัสรู้อย่างนี้ละเหรอ อย่างนี้ละเหรอ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้ถึงใจที่รู้ที่เห็นในขณะนั้น

         พระพุทธเจ้าแท้เป็นอย่างนี้ละเหรอ พระธรรมแท้เป็นอย่างนี้ละเหรอ เป็นอย่างนี้ละเหรอ แล้วก็พระสงฆ์แท้เป็นอย่างนี้ละเหรอ อย่างนี้ละเหรอ เป็นอย่างที่เป็นอยู่ในหัวใจของเราในขณะฟ้าดินถล่มลงไปแล้วนั้น แล้วก็รวมเข้ามาว่า อ๋อ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ยังไง นี่หมายถึงว่าจิตดวงนี้เป็นอันเดียวกันแล้ว พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ รวมเป็นธรรมทั้งแท่งอันเดียวกันแล้ว แต่ก่อนที่เราเคยคิดมาว่าพุทโธ ธัมโม สังโฆ นั้นเป็นความถูกต้องย่นเข้ามา จนกระทั่งถึงพุทโธ ธัมโม สังโฆ เข้ามาเป็นธรรมแท่งเดียวในวาระสุดท้ายของใจที่บริสุทธิ์หลุดพ้นแล้ว

         นี่ขึ้นอุทานในวันนั้น ว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ยังไง นี่หมายถึงว่าเป็นแล้วในใจของเรา ซึ่งไม่เคยคาดคิดมาแต่กาลไหน เลย แต่มาปรากฏอย่างอัศจรรย์ขึ้นในเวลานั้นเท่านั้น จึงอุทานภายในจิตใจ น้ำตานี้แตกพรากๆๆ เลย เป็นเอง น้ำตาร่วงเป็นเอง ทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อจิตได้เปลี่ยนสภาพจาก ความเป็นเดิมของตนเองขึ้นมาเป็น ถ้าว่าโลกก็เป็นโลกใหม่ โลกอัศจรรย์ แต่ธรรมดานิพพานท่านไม่เรียกว่าโลกแหละ แต่นี้นำมาพูดเพื่อสมมุติทั้งหลายจะได้ยินได้ฟัง ปรากฏขึ้นเป็นโลกใหม่ โลกอัศจรรย์ โลกมหาวิมุตติ โลกมหานิพพาน โลกธรรมธาตุได้ปรากฏผึงขึ้นภายในใจนั่นแล้วเกิดความอัศจรรย์ น้ำตาร่วง

         ความสว่างกระจ่างแจ้งเราไม่เคยเห็นก็ได้ปรากฏขึ้นแล้วในวันนั้น ในขณะนั้น เป็นความอัศจรรย์ล้นโลกล้นสงสารไปหมดเสียทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็มามองดูโลกทั้งหลายที่เราเคยเกิด แก่ เจ็บ ตาย มาทั้งท่านทั้งเราทั่วโลกดินแดน มันก็เคยเป็นมาแบบนี้เหมือนกันหมด บัดนี้เราได้ตัดสินใจแล้ว ทะลุถึงอดีตชาติของเราเป็นมายังไง มันก็รู้ของมัน ปิดไม่ได้นะ ทีนี้เปิดรอยแล้ว เปิดสายทางเดินมาแล้ว ว่าเรามาเป็นอะไร ถึงมาถึงปัจจุบันนี้ นี่เวลาเปิดมันก็ย้อนหลังมันรู้ คำพูดเช่นนี้เราก็ไม่เคยพูด วันนี้พูดให้พี่น้องทั้งหลายทราบ ว่าปุพเพนิวาสานุสสติญาณโดยหลักธรรมชาติ

         จะว่าบรรลุหรือไม่บรรลุก็แล้วแต่ ขึ้นพร้อมกันเลยในขณะนั้นว่า อดีตชาติที่เราแบกหามกองทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ตายกองกันมานี้นับกัปนับกัลป์ไม่ถ้วน ก็มาสิ้นสุดลงในวาระนี้ที่กิเลสที่เป็นเชื้อพาให้เกิดตายได้ขาดสะบั้นลงจากใจ เพราะอำนาจแห่งความดีที่บำเพ็ญมา เกิดความอัศจรรย์ ความสว่างไม่ได้เหมือนโลก ไม่เหมือนพระอาทิตย์พระจันทร์ แต่เป็นความสว่างเลิศเลอของธรรมที่พ้นโลกพ้นสงสารแล้ว จะเอาอะไรไปเทียบไม่ได้ทั้งนั้น เรามาเทียบว่าสว่าง นี้ก็เป็นเครื่องเทียบ แต่ธรรมชาติที่แท้จริงแล้วไม่เหมือนความสว่างที่เราเอามาเทียบ เพราะโลกต้องอาศัยสมมุติ เพียงสว่างเท่านี้ก็พอเป็นกรุยหมายปายทาง จึงบอกว่าความสว่าง

         อันนั้นพูดไม่ได้เลยว่าสว่างอะไร จิตดวงนี้ละแต่ก่อนมืดบอด ไม่ได้เห็นอะไร เวลากระจ่างขึ้นมาแล้วมันเห็นหมดทั่วแดนโลกธาตุ ไม่มีอะไรปิดบังลี้ลับจิตใจนี้เลย สว่างจ้าขึ้นมา ความอัศจรรย์ล้นโลกล้นสงสาร กราบไหว้พระพุทธเจ้า แล้วก็มานั่งรำพึง กราบไหว้พระพุทธเจ้า เหมือนบ้าถ้าคนภายนอกเขาไปเห็น นั่งอยู่ ก็กราบ อยู่ ก็กราบ ธรรมอัศจรรย์ของพระพุทธเจ้าที่เราได้เป็นเจ้าของแล้ว เป็นสมบัติของเราเต็มภูมิแล้วเวลานี้ หายสงสัย พระพุทธเจ้ามีกี่พระองค์ไม่ต้องไปเข้าเฝ้า ไม่ต้องไปทูลถามท่าน กระจ่างอยู่ในนี้หมดแล้ว พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ กระจ่างอยู่ด้วยกันหมดแล้ว

         เทียบเหมือนกับน้ำมหาสมุทร ฝนจะตกมาบนฟ้า หรือน้ำจะไหลมาจากสายทางต่าง เข้าสู่มหาสมุทร เวลายังไม่ถึงฝนบนฟ้าก็เรียกฝนบนฟ้า น้ำไหลมาจากสายต่าง คลองต่าง ก็เรียกว่าน้ำคลองนั้น ได้ แต่พอไหลเข้าสู่มหาสมุทรเท่านั้น น้ำทั้งหมดนี้จะไหลมาจากทางใด เบื้องบนเบื้องล่าง เข้าสู่มหาสมุทรแล้วเท่านั้นเป็นน้ำมหาสมุทรเหมือนกันหมด ใครจะแยกว่านี่เป็นน้ำมาจากคลองไหน บนฟ้าอากาศที่ไหนไม่ได้เลย พูดได้ถนัดตาถนัดใจตั้งแต่เป็นน้ำมหาสมุทรด้วยกันเท่านั้น

         อันนี้ฉันใดก็เหมือนกัน จิตตวิมุตติหลุดพ้นแล้วเป็นมหาวิมุตติ-มหานิพพาน ซึ่งเทียบกับน้ำมหาสมุทร แต่น้ำมหาสมุทรนี้ยังมีฝั่งมีฝา ถึงจะกว้างขนาดไหนก็ยังมีฝั่งมีฝา แต่น้ำมหาวิมุตติ-มหานิพพานนี้ครอบโลกธาตุไปหมดเลย นี่ละท่านผู้ใดได้บำเพ็ญบุญญาบารมีภิสมภารมามากน้อยเพียงไร ก็เหมือนกับแม่น้ำลำคลองไหลมาจากที่ต่าง ไหลเข้ามา ใกล้เข้ามา ผู้ที่ถึงแล้วก็กลายเป็นน้ำมหาวิมุตติ-มหานิพพานไป ไหลเข้ามาๆ พอมาถึงขั้นบริสุทธิ์แล้วเท่านั้นเป็นมหาวิมุตติ เป็นมหานิพพาน เป็นธรรมธาตุด้วยกันหมด

        เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์ทั้งหลายเมื่อบรรลุถึงธรรมขั้นนี้แล้ว ข้อเปรียบเทียบก็เรียกว่าน้ำถึงมหาสมุทรแล้ว ไม่แยกแยะเป็นน้ำคลองใด ได้อีกต่อไปเลย นี่จิตเมื่อเข้าถึงขั้นบริสุทธิ์เต็มสัดเต็มส่วนแล้วก็เป็นธรรมธาตุอันเดียวกันหมด ไม่ได้แยกแยะว่าผู้นี้มาจากไหน ผู้นั้นมาจากไหน ไม่มี เข้าถึงนั้นแล้วเป็นธรรมธาตุ หรือเป็นมหาวิมุตติมหานิพพานโดยถ่ายเดียวประจักษ์ภายในจิตใจ เพราะฉะนั้นท่านผู้สิ้นกิเลสโดยสิ้นเชิงแล้ว ท่านจึงเป็นธรรมธาตุด้วยกันหมด ไม่มีอะไรผิดแปลกแปลกต่างกันเลย

         ดังที่ท่านสอนไว้ นตฺถิ เสยฺโยว ปาปิโย บรรดาพระพุทธเจ้าทั้งหลายจนกระทั่งถึงสาวกองค์สุดท้าย เมื่อถึงขั้นบริสุทธิ์แล้วเสมอกันหมด เป็นอันเดียวกันหมด ไม่มีสูงมีต่ำต่างกันเลย นี่จิตเมื่อได้เข้าถึงขั้นบริสุทธิ์แล้วก็เป็นธรรมธาตุ ถ้าชื่อว่าธรรมธาตุก็เป็นอย่างเดียวกันหมด นั่นละที่สุดแห่งความทุกข์ทั้งหลาย ท่านว่าถึงนิพพาน นิพพานเที่ยงก็คือจิตดวงนี้เอง พ้นจากสมมุติโดยประการทั้งปวงแล้ว กฎอนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา ไม่เข้ามาเกี่ยวข้องเลย เหลือแต่ธรรมธาตุล้วน แล้ว นั้นแลท่านเรียกนิพพานเที่ยง

         ผู้บำเพ็ญธรรมมาถึงขั้นนี้แล้ว เรียกว่าตัดขาดสะบั้นเลยจากกองทุกข์ทั้งหลายที่เคยผ่านมากี่กัปกี่กัลป์ก็ตาม เป็นเครื่องประหารกันในเวลากิเลสขาดสะบั้นจากใจ จากบารมีของเราที่สร้างมาด้วยกันนั้นแล เป็นวิมุตติ เป็นนิพพาน เป็นผู้เที่ยงแล้ว หมดอดีตไม่มี อนาคตไม่มี ปัจจุบันก็เป็นธรรมธาตุแล้ว นี่เรียกว่าผู้ถึงที่สุดวิมุตติพระนิพพาน พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ รวมเข้าเป็นธรรมธาตุอันเดียวกันแล้ว นี่เราก็ได้บำเพ็ญมาจนกระทั่งได้ถึงระยะเวลา พ.ศ.๒๔๙๓ ดังที่เรียนให้ทราบแล้ว จากนั้นก็หลบซ่อนอยู่นานตามป่าตามเขา ตามนิสัยวาสนาน้อยของตน แต่ก็ไม่พ้นที่พระเณรจะต้องติดตาม พระเณรนี้ติดตามตลอด อยู่ในป่าในเขาลูกไหนติดตาม สุดท้ายก็ได้ออกมา สร้างวัดป่าบ้านตาดนี้ขึ้นมา กระจายขึ้นมา อ้าวทีนี้เริ่มขึ้นมา

         จนกระทั่งถึง พ.ศ.๒๕๔๐ บ้านเมืองเรามีความระส่ำระสายเอนเอียง เป็นที่ไม่ไว้ใจของคนทั้งชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างขัดข้องขาดเขิน คอยแต่จะล่มจะจมไปด้วยกัน จนกระทั่งกระเทือนอย่างถึงใจ ที่ว่าติดหนี้เขาเป็นเท่าไร กี่แสนกี่ล้าน แล้วพวกเรานี้เป็นลูกหนี้เขา เมื่อเป็นลูกหนี้แล้วเขาเป็นนายหนี้ เขามีอำนาจเต็มตัวของเขาที่จะมากำ เมืองไทยของเรานี่ เพียงฝ่ามือเดียวเท่านั้นเขากำได้หมดเมืองไทยเรา บอกว่าเอาหนี้ของข้ามา ถ้าไม่เอาหนี้ให้ข้าเมืองไทยทั้งหมดต้องเป็นบ๋อยของข้า

         นี้เราเกิดมาตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ยาย เคยเป็นบ๋อยของใครเคยมีไหม ไม่เคยมี อยู่ ก็จะมาเป็นบ๋อยของคนชาติอื่นในเวลานี้เท่านั้น ซึ่งก็พอที่จะดีดดิ้นไปได้อยู่ จึงไม่ยอมตาย นี่ละเรื่องราวเป็นอย่างนี้ ที่หลวงตาได้อุตส่าห์มาช่วยบ้านช่วยเมือง ออกมาด้วยความเมตตาสงสารล้วน ไม่ได้มุ่งอะไรแม้เม็ดหินเม็ดทรายที่เป็นเครื่องตอบแทนจากการเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลายนี้เลย มีตั้งแต่ความเมตตาธรรมล้วน ทำด้วยความบริสุทธิ์สุดส่วนทุกอย่าง ไปแนะนำสั่งสอนทางนั้นทางนี้ก็ไปด้วยความถูกธรรม ไม่ได้มีการกระทบกระเทือนทำความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด

         การเทศนาว่าการก็ออกมาจากหัวใจเลย ท่านทั้งหลายให้ฟังคำนี้นะ ตำรับตำราเราก็เคยเรียนมา แต่เวลาตำรับตำราท่านชี้บอกมาในหัวใจด้วยการปฏิบัติธรรม ผลที่จะเกิดขึ้นก็เป็นสมบัติของตนที่ใจของตัวเองนั้นแล เราก็ได้ปฏิบัติตามที่ท่านสอนไว้นั้น จนกระทั่งธรรมทั้งหมดมารวมเป็นสมบัติของเรา ขึ้นเป็นธรรมธาตุ พอทุกสิ่งทุกอย่าง โลกธาตุนี้ปล่อยวางหมดโดยสิ้นเชิง ไม่มีสิ่งใดเหลือเลย แล้วเมื่อมาทราบเรื่องราวของเมืองไทยเราที่ว่าติดหนี้ติดสินเขานี้กระเทือนจิตใจมากทีเดียว เราไม่เคยคิดเคยอ่าน เช่น ตั้งรัฐบาลมากี่ยุคกี่สมัย เราก็ทราบมาเป็นลำดับลำดา ยุคใดสมัยใดเป็นยังไง

         จนกระทั่งมาสมัยปัจจุบัน ๒๕๔๐ นี้แล เกิดความสะท้านหวั่นไหวที่จะพากันล่มจมกันทั้งประเทศ จนกระทั่งได้กระทบกระเทือนเข้ามาถึงใจอย่างหนัก ถึงขนาดร้องโก้กทีเดียว พอร้องโก้กแล้วเราก็ไม่เคยคิดว่าเราจะเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย ก็ออกมาในเวลานั้นด้วยความสะเทือนใจมาก เพราะความรักชาติ ความรักพุทธศาสนา ทั้ง ที่คนไทยมีอยู่จำนวนตั้ง ๖๒ ล้านคน จะปล่อยให้ชาติทั้งชาติจม ศาสนาจมไปด้วยกันนี้ยังเป็นไปไม่ได้ นึกอยู่ในจิตใจ ถ้าเรายังไม่ตายเมืองไทยยังจะจมไม่ได้ แต่ไม่เคยพูดนะ นี่ละด้วยความเด็ด ความถึงใจทุกอย่าง

         เพราะฉะนั้นเวลาออกเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายจึงทำให้สมใจทุกอย่าง สมบัติเงินทองข้าวของพี่น้องทั้งหลายมาบริจาคมากน้อยนี้ไม่เคยแตะ แม้บาทหนึ่งเราก็ไม่เคยแตะ แบ่งสันปันส่วนมาเป็นสมบัติของตนด้วยความมัวหมอง เป็นบาปเป็นกรรม ไฟมาเผาหัวใจอย่างนี้ไม่เคยมี มีตั้งแต่เปิดเผยไปหมด ได้มามากน้อยเพียงไรนี้เราเปิดเผย เราบริจาค หรือเราช่วยเหลือโลกด้วยความบริสุทธิ์ของเรา  ทั้งนั้นทีเดียว จึงได้ออกเทศนาว่าการ การเทศนาว่าการนี้ฟังซิ ตั้งแต่ปี ๒๔๙๓ มาถึงตั้งวัดป่าบ้านตาดนี่ก็เทศน์มามากต่อมาก เฉพาะเทศน์สอนพระเรานี้แล้วเป็นเทศน์เด็ด เผ็ด ร้อน แกงหม้อเล็กหม้อจิ๋วทั้งนั้น เรื่อยมา แต่ไม่เทศน์ติดต่อกันเหมือนที่เราออกมาช่วยชาติคราวนี้

         เมื่อถึงใจแล้วว่าจะเป็นผู้นำแล้ว ทีนี้ก็พร้อมทุกอย่างเลย จิตใจก็พร้อมทุกอย่าง พร้อมที่จะช่วยชาติบ้านเมืองด้วยความเมตตาสงสาร จึงได้สละตัวออกมานำพี่น้องทั้งหลายโดยที่ไม่เคยคาดเคยคิดไว้เลย ก็ออกมาอย่างนี้แล้ว ทีนี้เวลาได้มาช่วยชาติทั้งหลายก็ปรากฏว่าพี่น้องทั้งหลายประหนึ่งว่า ก็หาที่ยึดที่เกาะ หาผู้นำอยู่แล้ว พอว่าจะเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย ต่างท่านก็ต่างมีความรักชาติ ความสงวนชาติของตน เพื่อจะกู้ชาติของตนให้เต็มกำลังความสามารถ

         เมื่อมีผู้นำต่างท่านมีสมบัติเงินทองมากน้อยเพียงไร ใครจะไม่เสียดาย แม้แต่เงินสตางค์หนึ่งก็ยังเสียดาย นี้ทุ่มลงไปสักเท่าไรที่ช่วยชาติบ้านเมือง จนกระทั่งเวลานี้ได้ทองคำน้ำหนักเกือบ ๑๐ ตันแล้วนะ นี่เป็นน้ำใจของบรรดาพี่น้องทั้งหลายทั้งนั้นทีเดียวที่รักชาติ แล้วก็เสียสละออกมาตามผู้นำ ตามผู้นำ ไปเทศนาว่าการในสถานที่ใดไม่เคยมีที่ว่าประชาชนมาฟังเทศน์บกบางไป บกบางไป มีแต่หนาแน่นตลอด

         ไปสถานที่บางแห่งจนได้ยกเป็นข้อตลกขึ้นมา อ๋อนี่มันไม่ใช่อำเภอนะนี่น่ะ มันฐานะของอำเภอนี้มันไม่ใช่ มันต้องยกเป็นฐานะของจังหวัด ตั้งอำเภอนี้เป็นจังหวัดเสีย เพราะคนมามากต่อมาก ทีนี้ไปเทศน์จังหวัดก็ยกจังหวัดขึ้นเป็นมณฑลไปเลย เพราะคนมากตลอดมาอย่างนี้ จนกระทั่งปัจจุบันนี้มีผู้คนที่มาฟังเทศน์ฟังธรรมทุกภาค มีเต็มไปหมด ด้วยความพออกพอใจตลอดมา สมบัติเงินทองที่พี่น้องทั้งหลายนำมาบริจาคนั้นก็รวบรวมเข้ามา รวบรวมเข้ามา ส่วนทองคำเข้าสู่คลังหลวงเป็นระยะๆๆ ดอลลาร์ก็นำเข้าสู่คลังหลวงเป็นระยะ

         สำหรับเงินสดได้นำเข้าสู่คลังหลวงเพียง ๒,๐๐๐ กว่าล้านเท่านั้นเอง นอกนั้นเฉลี่ยไปทั่วประเทศไทย มีกี่ตึกกี่ล้าน นับตั้งแต่คนทุกข์คนจน สถานสงเคราะห์ โรงร่ำโรงเรียนมีกี่สิบหลัง กี่สิบๆ หลังไม่รู้ละ แล้วก็ที่ราชการต่าง ยกตัวอย่างเช่น เรือนจำลาดยาว เวลานี้กำลังสร้างอยู่ กะประมาณอย่างน้อยว่า ๓๕ ล้าน นี่เราเคยช่วยหนหนึ่งมาแล้ว และคราวนี้ช่วยเป็นครั้งที่สอง นี่เรียกว่าที่ราชการ เช่นสถานีรถไฟอุดรธานี ท่านทั้งหลายมาสถานีรถไฟอุดร ไปดูนั่นสถานีรถไฟ เรารื้อใหม่สร้างให้ทั้งหมดเลย แล้วก็เทซีเมนต์ ลาดจนกระทั่งเข้าถึงชานเมือง ให้เป็นี่จอดรถยนต์ที่มาขึ้นรถไฟ กว้างขวางขนาดไหน อะไรบกพร่อง แล้วสร้างตึกติดต่อกันออกไปอีก แล้วพวกรั้ว พวกห้องน้ำห้องส้วมให้หมดเลย

         นี่เรายกมาให้เป็นเอกเทศที่ว่าวงราชการ ยังมากกว่านี้นะ ที่มากที่สุดก็คือโรงพยาบาล โรงพยาบาลนี้มากที่สุด ๒๐๐ กว่าโรงที่เราช่วย และโรงพยาบาลนี่พิสดารมากกว่าทุกแห่งไปนะ เดี๋ยวขาดนั้นเดี๋ยวขาดนี้ ขาดนั้นขาดนี้มากต่อมากในโรงพยาบาล นี่ละที่เอาเงินสดนำจากพี่น้องทั้งหลายไปบริจาคทั่วประเทศไทย บางทียังออกประเทศนอกก็มี เช่น ประเทศลาวก็ได้ช่วยเยอะ จากนี้ก็ยังไปทางพม่า ทางท่าขี้เหล็กหรืออะไรนี่ก็ช่วยเครื่องมือแพทย์ให้เขา เป็นเงินของพี่น้องทั้งหลายทั้งนั้นแหละที่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาเต็มกำลังความสามารถของเรา นี่เราก็นำมาด้วยความสงบร่มเย็นทุกสิ่งทุกอย่าง ชาติบ้านเมืองของเราก็มีความพออกพอใจ ชุ่มเย็น สงบร่มเย็น

         จากนั้นมาแล้ว ตั้งแต่เป็นรัฐบาลใหม่ขึ้นมา ๒๕๔๑ แล้ว เรื่องมักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอ เดี๋ยวเรื่องนั้นเกิดขึ้นมา เรื่องนี้เกิดขึ้นมา เรื่องไหนเกิดขึ้นมาก็มาบ่อนทำลายชาติศาสนาของเรานั้นแหละ ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ เกิดขึ้นมาเรื่องใดก็มากระทบกระเทือนกับชาติกับศาสนาของเราเรื่อยมา แล้วก็ระงับกันลงด้วยความเป็นธรรม  สงบเรื่องนี้แล้ว เรื่องนั้นเกิดขึ้นมาอีก สงบเรื่องนี้แล้ว เรื่องนั้นเกิดขึ้นมาอีก จนกระทั่งบัดนี้กำลังเป็นเรื่องที่ใหญ่โตมากทีเดียว เกิดขึ้นในวงพระพุทธศาสนา โดยที่เขาจะมาตั้งอะไร (คณะกรรมการผู้ปฏิบัติหน้าที่ครับ) เออ มาตั้งคณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช นี้เป็นเรื่องใหญ่โตมากทีเดียว

         นี่ละเวลานี้กำลังยุ่งมากที่สุด ที่พี่น้องทั้งหลายได้มาประชุมกันนี้ก็ประชุมเรื่องอันนี้แหละ เรื่องทำลายทั้งชาติทั้งศาสนาไปด้วยกัน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย  ทำลายศาสนาคือยังไง ก็เมื่อได้มาตั้งนี้แล้วก็เป็นขุมอำนาจ ขุมกำลังทุกสิ่งทุกอย่างที่จะหาทุกอย่าง อำนาจก็หาได้ในนั้น เงินทองข้าวของก็หาได้ในนั้น อำนาจเอาไปใช้ทางไหน อำนาจทางศาสนา เบื้องต้นก็ต้องใช้ทางพระทางเณรเสียก่อน เมื่อมีอำนาจแล้วก็ตีไป ตั้งแต่เวลานี้ก็ตีไปกระจายไปหมดทั่วประเทศไทยเราแล้ว

         บรรดาพระเจ้าพระสงฆ์อยู่ที่ไหน กวาดต้อนมาให้อยู่ในอำนาจของตน เจ้าฟ้าเจ้าคุณ จนเป็นสมเด็จ เป็นที่ไหนก็แล้วแต่ ตีเข้ามา กวาดต้อนเข้ามาสู่อำนาจของตนป่า เถื่อน ให้ปฏิบัติตามอำนาจป่าเถื่อนของตน นี่เรียกว่าพระทั่วประเทศไทย พระปริยัตินั้นแหละส่วนมากที่หมอบกระแตอยู่กับอำนาจป่าเถื่อนนี้ ที่ไปหากวาดต้อนไป สั่งมาทางเจ้าคณะภาค เอ้าเจ้าคณะภาคสั่งไปตามเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะจังหวัดสั่งไปตามเจ้าคณะตำบล กระจายไปถึงหมู่บ้าน นี่ละอำนาจอันป่าเถื่อน เวลานี้กำลังครอบพระทั่วประเทศไทยอยู่ นี้เป็นอันดับหนึ่ง

         พอครอบไปถึงอำนาจพระทั่วประเทศไทย ให้ปฏิบัติเป็นบ๋อยของตนเอง ป่า เถื่อน พระเหล่านี้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามศีลธรรมก็เลยกลายเป็นบ๋อยเถื่อน ไปตาม กัน จากนี้แล้วก็สั่งการสั่งงาน ให้เจ้าคณะภาคสั่งไปเจ้าคณะจังหวัดโดยลำดับลำดา แล้วสั่งออกไปหาประชาชนญาติโยม เป็นยังไงวัดไหนอยู่ที่ไหนให้สั่งออกไปหาประชาชนญาติโยม ให้ปฏิบัติตามแนวที่ได้สั่งมานี้อย่างเด็ดขาด โดยเอาศาสนาเป็นเครื่องหลอกลวง ศาสนาเป็นที่ร่มเย็นเป็นสุข เป็นที่ลงใจของพี่น้องชาวพุทธทั้งหลายเรา

         เวลาพระได้แสดงตัวเป็นพระออกไป ประกาศว่าท่านสั่งให้ทำอย่างงั้น ท่านสั่งให้ทำอย่างงี้ เราก็เห็นว่าท่านเป็นพระก็ไม่กล้าถกกล้าเถียง คัดค้านต้านทาน ประชาชนก็ยอมรับ ถ้าไม่ยอมรับก็กลัวจะเป็นบาป เพราะปรกติก็เคารพพระอยู่แล้ว ทีนี้ยิ่งเอาพระมาออกหน้าออกตา เป็นโล่บังหน้า แสดงลวดลายป่าเถื่อนของตนอยู่ในนั้น บีบบังคับประชาชนญาติโยมให้ทำตามอำนาจป่าเถื่อนของตนทั่วหน้ากันหมด ตั้งแต่เจ้าคณะใหญ่ลงมาฝ่ายพระเรา ถึงหมู่บ้าน ประชาชนก็ราบไปตาม กัน เพราะพระก็ต้องสอนประชาชนจากอำนาจป่าเถื่อน หมอบกับเขาแล้วก็เอามาสั่งสอนประชาชน ทีนี้ประชาชนก็เลยป่าเลยเถื่อนไปเป็นอะไรก็ไม่ทราบ สุดท้ายก็หมอบราบไปหมดทั้งประเทศไทยของเรา ศาสนาก็จมลงในจุดนั้น

         ตั้งนี่ขึ้นมาปั๊บนะ พระสงฆ์ทั้งหลายในประเทศไทยของเรานี้จะต้องแตกเป็นสังฆเภททันทีทันใดเลยทั้งธรรมยุตทั้งมหานิกาย เพราะยังขัดยังแย้งไม่ลงกัน ด้วยเหตุที่ว่า ไม่เห็นดีกับการมาตั้งคณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพราะการตั้งอย่างนี้ไม่มี ในหลักธรรม หลักวินัย หลักศาสนาไม่มี มาตั้งเอาแบบป่า เถื่อน เท่านั้นเอง บอกป่า คือนอกจากหลักธรรมหลักวินัยที่พระเจ้าพระสงฆ์ท่านปฏิบัติมา

         การเจ็บไข้ได้ป่วย อย่ามาว่าแต่เพียงสมเด็จสังฆราชเรานี้เลย มาตั้งแต่พระพุทธเจ้าเรื่อยมา พระสงฆ์ท่านปฏิบัติต่อพระภิกษุไข้มาเป็นลำดับโดยหลักธรรมหลักวินัยละเอียดลออ สุขุมคัมภีรภาพ ยิ่งกว่าประชาชนที่อยู่นอกกำแพง อยู่นอกโลก มาอาจเอื้อมเข้ามา รุกล้ำเข้ามา จะมาตั้งตัวเป็นผู้อุปถัมภ์อุปัฏฐากพระสงฆ์ทั้งหลายเสียอีก นั่นฟังซิ มันไกลกันไหม พระเจ้าพระสงฆ์ท่านอยู่กันด้วยหลักธรรมหลักวินัยทั้งนั้น การเจ็บไข้ได้ป่วยไม่มีใครที่จะปฏิบัติแนบเนียน ละเอียดลออด้วยความเมตตาสงสารซึ่งกันและกันยิ่งกว่าพระที่ท่านมีศีลมีธรรมปฏิบัติต่อภิกษุไข้ด้วยกันตลอดมา นี่ท่านเคยปฏิบัติอย่างนี้

         แล้วคำว่าสังฆราชก็มีมาแล้วกี่องค์สังฆราช ไม่เห็นมีที่ไหนได้มาแต่งตั้ง มาปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อันนี้มันมาจากไหน ฟังซิน่ะ นี่กำลังบุกเข้ามาจะมาแต่งตั้งให้ได้ มันเป็นยังไงพิจารณาซิ ถ้าว่ามันเป็นอย่างงั้นแล้วมันก็เข้ามารุกล้ำแดนของพระเข้าไป พระกับประชาชนก็จะทะเลาะกัน ดีไม่ดีก็รบกันฝีปาก ไม่ลงกัน เมื่อตั้งขึ้นมาแล้วสังฆเภท คือพระสงฆ์แตกกันทั่วประเทศไทยจะเกิดขึ้นจากจุดนี้จุดเดียว ถ้าไม่มีจุดนี้ เคยมีไหมพระสงฆ์ในประเทศไทยเรา ไม่เคยมีสังฆเภท พระสงฆ์แตกจากกัน

         แต่พอมาตั้งนี้ขึ้นไป นีแหละเรียกว่าตั้งไฟบรรลัยกัลป์เผาหมด ทั้งชาติทั้งศาสนาจะคืบคลานไปด้วยกันด้วยเหตุผลกลไกอันนี้ ซึ่งเป็นขุมอำนาจใหญ่ของคนป่าเถื่อน อำนาจป่าเถื่อน จะรุกรานอะไรก็ตาม อวดอำนาจเจ้าของว่าเป็นอำนาจใหญ่โต แล้วบีบไปบังคับไป บีบตั้งแต่เจ้าคณะภาคลงมาโดยลำดับ พระเหล่านั้นก็เลยกลายเป็นพระหวงยศหวงลาภ หวงดินเหนียวติดหัวของตัว ยิ่งกว่าหวงและห่วงชาติและศาสนาไปเสียอีก  ชาติมีคุณค่าขนาดไหน ศาสนามีคุณค่าขนาดไหนไม่เหลือบมอง

         มองตั้งแต่ยศถาบรรดาศักดิ์ ให้ผู้มีอำนาจที่ว่าเหนือกว่านั้นมาประสิทธิ์ประสาทเอาดินเหนียวมาติดหัว แล้วก็ว่าเป็นเจ้าฟ้าเจ้าคุณ ว่าตัวมีหงอน แล้วก็ล้มระนาวไปตามเขา ถูกเบ็ดเกาะปาก แล้วพระในประเทศไทยเรามีมากขนาดไหน พิจารณาซิ ถูกเบ็ดเกาะปาก และบีบบังคับให้ทำหน้าที่อย่างงั้นไปตามภาค จากนั้นก็ไปบังคับประชาชนญาติโยมให้ทำตามหน้าที่ของพระที่มาสอน ประชาชนเขาก็กลัวบาปเขาก็ต้องทำตาม ทีนี้ละสนุกเหยียบแหลกไปหมดเลยด้วยอำนาจของป่าเถื่อน นี่ละตั้งขุมอำนาจขึ้นมาอย่างนี้

         พอขึ้นนี่แล้วก็จะครอบประเทศไทย เวลานี้ก็ครอบแล้วเห็นไหม ไปเที่ยวบีบบังคับไปหมด พระวัดไหนๆๆ ยอมรับๆ กันไปหมด อาจจะเห็นแก่ดินเหนียวก็ได้ หรือจำยอมก็ได้ อำนาจสู้เขาไม่ได้อย่างนี้ก็อาจเป็นได้ แปลได้หลายทาง แต่ให้ทราบชัดเจนว่าเรียกว่าหมอบราบ หดอยู่ในกระดองเหมือนเต่า ออกมาไม่ได้ หดอยู่ในกระดองเหมือนเต่าทีเดียว ให้เขาเหยียบกระดองไปนั้นละ พระเราเลยกลายเป็นพระเต่าให้เขาเหยียบกระดองไปหมด เฉพาะอย่างยิ่งพระธรรมยุตทั่วประเทศไทยเรามีตั้งแต่พระหัวหดอยู่ในกระดอง ให้เขาเหยียบกระดอง ไปทั้งนั้นเวลานี้

         แล้วมันชอบธรรมไหมพิจารณาซิ เอาเหตุเอาผลมาอ้างกัน การตั้งอย่างนี้ไม่เคยมี ในหลักธรรมหลักวินัย พระพุทธเจ้าปฏิบัติโดยหลักธรรมหลักวินัย สมบูรณ์แบบเต็มที่แล้ว ไม่มีอะไรบกพร่องพอที่จะให้ไปยุ่งกับบ้านกับเมืองเขามาช่วยเหลือ อันนี้ท่านก็ไม่ได้ยุ่ง มาตั้งเอาเฉยๆ ลุกลี้ลุกลน ตะกละตะกลาม อยากเป็นใหญ่เป็นโต อยากมีอำนาจบาตรหลวง สร้างขุมอำนาจขึ้นที่นั่น สร้างขุมเงินขุมทองขึ้นที่นั่นทุกอย่าง แล้วสร้างฟืนสร้างไฟขึ้นจากขุมอันนี้ทั่วประเทศเขตแดน สุดท้ายศาสนาก็เป็นไฟไป จากไฟของศาสนาแล้วก็ลุกลามไปถึงชาติไปอีกด้วยกัน

         เพราะเมื่อตัวมีกำลังทางศาสนามากแล้ว คนเขาเคารพศาสนา ไว่าที่ไหน เขาก็หมอบ เหยียบไปหมดทั่วประเทศไทย สุดท้ายชาติก็จม ศาสนาก็จมไปด้วยกัน เพราะเหตุแห่งการตั้งผู้ทำหน้าที่สมเด็จสังฆราชนี้แหละ แล้วว่าเป็นเจตนาที่ว่าหวังดีๆ  หวังดีอะไร ใครก็รู้ เด็กก็รู้นี่นะ หวังดีทำไมจึงจะเดือดร้อนอย่างนี้ เวลานี้พระระส่ำระสายทั่วประเทศไทย  หวังดีทำไมเป็นอย่างงั้น ผลแห่งการหวังดีต้องมีผู้อนุโมทนาสาธุการซี แต่นี้มีตั้งแต่ความเดือดร้อนวุ่นวายระส่ำระสาย พระกำลังยุ่งกันเวลานี้ เตรียมเป็นสังฆราชีคือความร้าวรานแห่งพระสงฆ์ ยังไม่แตก พอตั้งอันนี้ขึ้นปึ๊บเมื่อไรแตกทันทีเลย เป็นของดีแล้วเหรอ อันนี้เป็นไฟบรรลัยกัลป์มาเผาชาติแล้วก็เผาศาสนาไปด้วยกัน เป็นยังไง

         การไม่ตั้งเสีย ไว้ตามเดิมที่มีอยู่แล้ว แล้วเทิดทูนพระพุทธศาสนาที่ทรงแสดงไว้โดยสมบูรณ์แบบแล้วมันไม่เป็นมงคลหรือ มันเป็นมงคลโดยการมาตั้งอำนาจบาตรหลวงป่า เถื่อน เหยียบหัวพระทั้งประเทศ ต่อจากนั้นก็เหยียบคนทั้งประเทศไป อันนี้ดีแล้วเหรอ มันน่าคิดอยู่มากทีเดียวคนเรา สร้างขึ้นมาเรื่อยสร้างเหตุการณ์ สร้างเรื่องนั้นขึ้นมาแล้วสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา ระงับกันไว้ด้วยความเป็นธรรม ทีนี้สร้างขึ้นมาอย่างใหญ่หลวง เอามาจุดใหญ่ เข้ามาตั้งศาสนา จะสร้างอำนาจในศาสนานี้ละ มีแต่จะเอาท่าเดียว

         นี่ละพิจารณาซิพี่น้องทั้งหลาย ให้พากันตั้งอกตั้งใจ การหลอกลวงต้มตุ๋นไม่มีใครเกินพวกนี้ ไม่ว่าออกแง่ใดมุมใดหาความจริงไม่ได้ เอาตั้งแต่ของจอมปลอมไปเป่าหูคนนั้น ไปหลอกคนนี้ คนดิบคนดีสร้างความดีความงามอะไรไว้ที่ไหนต้องถูกพวกนี้โจมตีทั้งนั้นแหละ โจมตีจนกระทั่งมาถึงหลวงตาบัว หลวงตาบัวท่านทั้งหลายพอจะเชื่อได้ไหมที่ได้นำพี่น้องทั้งหลายมานี่ จนกระทั่งหมดเนื้อหมดตัว เงินของเราที่ได้มาเราไม่เคยสนใจใช้เลย เราเอาเข้าช่วยโลกทั้งหมด แล้วยิ่งเวลานี้ก็ช่วยบ้านช่วยเมือง เงินที่ถวายเราให้เรามาโดยลำดับเราก็เคยช่วยอยู่แล้ว ทีนี้เข้าหากันหมด นี่เราไม่ได้เอาสักสตางเลย เป็นยังไงพิจารณาซิ

         เราเสียสละขนาดนี้กับบรรดาพี่น้องทั้งหลายแล้วก็ถูกโจมตี หลวงตาบัวนี้ถูกโจมตีมากกว่าเพื่อน อันดับที่สองก็คุณทองก้อน คุณทองก้อนเป็นคนที่หาได้ยากในเมืองไทยเรา ออกมาช่วยโลกช่วยสงสารคุณทองก้อน จึงได้โดนตั้งแต่พวกเปรตพวกผีนี้โจมตี ไปที่ไหนก้าวไปไหนถูกโจมตีแต่คุณทองก้อน เพราะเห็นว่าคุณทองก้อนเป็นจุดใหญ่ คือเป็นหัวใจของคนทั้งชาติ และหลวงตาก็เป็นจุดใหญ่ของคนทั้งชาติ จึงต้องมาโจมตีจุดใหญ่ พอจุดอันนี้ล้มลงไปเหยียบไปเลยเมืองไทย ชาติศาสนาของไทยไม่มีความหมาย เพราะฉะนั้นเขาจึงมาจดจ่อตรงนี้

         นี่ละผู้สร้างความดีอยู่ที่ไหน ก็ตามพวกนี้ต้องไปเที่ยวยุแหย่ก่อกวน ไปเผาไปถีบไปยันแหลกไปหมด ส่วนที่จะเอาความดีงามมาให้ชาติบ้านเมืองได้ชมเชยสรรเสริญ เช่นเวลานี้ชาติไทยของเรากำลังช่วยบ้านเมืองอยู่เต็มเม็ดเต็มหน่วย พระก็ทุกแห่งทุกหนล้วนแล้วตั้งแต่มีน้ำใจ อยู่ในป่าในเขาออกมาช่วยกัน ได้เท่าไรพาประชาชนญาติโยมมารวมสมบัติเงินทองข้าวของ จนกระทั่งเวลานี้จะถึง ๑๐ ตันแล้วนี้ มีแต่น้ำใจของประชาชน สร้างความดีต่อชาติต่อศาสนามาทั้งนั้น

         แล้วเราได้เอาอะไรมาสร้างบ้าง ทองคำมีมาสักกิโลไหม กับพวกที่ก่อฟืนก่อไฟเผาบ้านเผาเมืองตลอดมาตั้งแต่ ๒๕๔๑ มาจนกระทั่งป่านนี้ เคยเห็นเอาทองคำมาให้ที่ไหนพอเป็นน้ำใจได้ไหม และดอลลาร์กี่ดอลล์ไม่เคยมี เงินบาทก็ไม่เคยมี แต่เรื่องการโจมตี การหลอกลวงต้มตุ๋นนี้ยกให้พวกนี้เป็นที่หนึ่ง ไปที่ไหนออกร่ำออกลือทั่วบ้านทั่วเมือง ทั่วประเทศเขตแดนมีแต่พวกนี้เป็นเจ้าอำนาจป่าเถื่อนเวลานี้ พี่น้องชาวไทยเรารู้ตัวแล้วยัง

         หลวงตาบัวพูดนี้เป็นที่ไว้ใจได้ไหม เป็นที่เชื่อถือได้ไหม หรือเชื่อถือได้ตั้งแต่ไอ้พวกจอมปลอมนั่นหรือ เชื่อถือง่ายที่สุดหรือพวกนั้นน่ะ หลวงตาที่พาตะเกียกตะกายแทบเป็นแทบตายมานี้ไม่พอเชื่อถือได้หรือ ถ้าพอเชื่อถือได้แล้วให้พากันตื่นเนื้อตื่นตัวนะ เราเป็นเจ้าของสมบัติ อันนี้เป็นมหาโจรมาปล้นชาติปล้นศาสนาของเรา ไม่ใช่เนื้อแท้  เนื้อแท้คือคนไทยของเรา ทั้งชาติศาสนาเป็นสมบัติของเราเป็นเนื้อแท้ เราเป็นผู้รักษาสมบัติ จะยอมให้ใครมาเหยียบชาติไทยของเราได้หรือ ให้มหาโจรเข้ามาปล้นชาติปล้นศาสนาของเราไปได้หรือ ไม่สมควรอย่างยิ่ง

         เมื่อไม่สมควรอย่างยิ่งให้ต่างคนต่างรู้เนื้อรู้ตัวทุกคน อุบายของมันที่ทำมานี้มีตั้งแต่เรื่องต้มตุ๋นทั้งนั้น ไม่เคยมีของจริงออกมาพูดเลย ท่านทั้งหลายยังเชื่อดีอยู่เหรอ หรืออยากจมหรือทั้งชาติทั้งศาสนา อยากจมไปปัจจุบันเดี๋ยวนี้เหรอ ให้จมไปทั้งศาลาหลังนี้ด้วยเหรอ พิจารณาซิ ทำไมคำพูดอย่างนั้นจึงไปเชื่อถือได้ คนไหนที่ดีไปเที่ยวเตะเที่ยวถีบเที่ยวยัน ไอ้คนชั่วเต็มบ้านเต็มเมืองทำไมไม่ไปหาจับกุมคุมตัวเขามาใส่คุกใส่ตะราง เพื่อคนดีทั้งหลายจะได้นอนตาหลับบ้าง ทำไมจึงไปหาทำลายแต่คนดี เป็นคนประเภทใด เอ้าพิจารณาซิ

         เวลานี้ทั่วประเทศไทยแล้วนะ อำนาจป่าเถื่อนนี้ครอบไปหมดแล้ว ให้ท่านทั้งหลายจำเอาไว้นะ แล้วให้ไปพินิจพิจารณาตั้งเนื้อตั้งตัว ต่างคนต่างระมัดระวัง ให้รู้ว่าคำพูดเหล่านี้ ความโกหกหลอกลวงนี้เป็นภัยต่อชาติต่อศาสนาของเรา ให้ต่างคนต่างระมัดระวัง ต่างต้านทาน ต่างปัดออก อย่าให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับชาติของเราจะจมไปด้วย นี่ละพวกสกปรกโสมมที่สุด ป่าเถื่อน อำนาจเถื่อนครอบไปหมดนะเวลานี้

         วันนี้ได้พูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง เพราะเห็นท่านทั้งหลายมาด้วยความพร้อมเพรียงกัน ด้วยความรักชาติรักศาสนา หลวงตาจึงได้ขออนุโมทนาสาธุการกับพี่น้องบรรดาทั้งหลาย  ให้พากันตั้งอกตั้งใจ ให้รู้เนื้อรู้ตัวนะ เราถูกต้มมานานแล้ว เวลานี้ถูกต้มมานาน ถูกโจมตีมานาน หลวงตาบัวเป็นอันดับหนึ่ง และที่เขามาว่าหลวงตาบัวเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ มันไม่ได้เป็นตามเขาน่ะซิ ถึงว่าเขาต้มเขาหลอก ยกตัวอย่างเช่นอย่างคุณทองก้อนนี่น่ะ เขาจะจับคุณทองก้อนไปใส่คุก เพราะคุณทองก้อนยักยอกเอาเงินหลวงตาบัวทอดผ้าป่า ว่าอย่างงั้น

         ทีนี้คุณทองก้อนใครก็เห็นทั่วแผ่นดินไทยเราแล้ว คุณทองก้อนเคยมามองดูเงินสักบาทไหม กับคณะกรรมการทั้งหลายที่นับเงินเข้าสู่คลังหลวง คุณทองก้อนไม่เคยมาเกี่ยวข้องเลย มันไปเอาความรู้เปรตรู้ผีมาจากไหน นรกอเวจีหลุมไหน จึงปั้นขึ้นมาแล้วจะจับคุณทองก้อนไปติดคุกติดตะราง เวลานี้คุณทองก้อนไปติดคุกแล้วหรือไงไม่รู้นะ เราก็พูดตามเรื่องที่เราได้ยิน นี่ฟังซิมันปั้นขึ้นมาสด ร้อน เป็นยังไงฟังซิปั้นมาสด ร้อน เราเชื่อได้เหรอ ท่านทั้งหลายเชื่อเหรอ และปั้นคนดีเสียด้วย คุณทองก้อนเป็นหัวใจของชาติ ตัดคอรองชาติไว้ทั้งหมดเลย นั่นพิจารณาซิ คนนี้ไม่สำคัญคนไหนจะสำคัญ พิจารณาซิ

         ที่เขาพูดเขาประกาศจะจับคุณทองก้อนหรือเป็นคนสำคัญ เอ้าถ้าคนนั้นสำคัญคนนี้สำคัญเอามาเป็นพ่อเป็นแม่เสีย ทุกคนอยู่นี่ ให้ไปเอาพวกนั้นมาเป็นพ่อเป็นแม่ ปัดคุณทองก้อนลงทะเลเสีย แล้วก็ปัดหลวงตาบัวลงทะเลอีกด้วย ให้เหลือตั้งแต่พวกนั้นเป็นพ่อแม่ของท่านทั้งหลายจะเอาไหมละ (ไม่เอาค่ะ) ถ้าไม่เอาก็ให้รู้เสีย ให้รู้เสียนี่ว่ามันเท็จมันโกหกอย่างนี้ ไปไหนเป็นแบบเดียวกันนี้ พวกนี้จะไม่หาความจริงไปพูดเลย มีแต่ความหลอกลวงต้มตุ๋นโดยถ่ายเดียว ทั่วโลกดินแดนท่านทั้งหลายยังเชื่อได้ลงคออยู่หรือ

         อย่างหลวงตาพูดวอก อยู่นี้พอเชื่อถือได้ไหม หลวงตาบัวไปหาต้มตุ๋นหลอกลวงผู้ใดมา แล้วคุณทองก้อนไปหาต้มตุ๋นใครมา ตัดคอรองมาตลอด เอะอะ ก็คุณทองก้อนวิ่งเต้นเป็นผู้รับใช้คนทั้งแผ่นดิน ฟังซิน่ะ แล้วก็ถูกโจมตี อยู่อย่างนี้ นั่นละคนที่มันเลวที่สุดต้องไปหาทำลายคนดี คนชั่วมันไม่ไปทำ ให้พากันจดจำเอานะ ให้รีบทุกคน อย่านอนใจนะ ตั้งแต่นี้ต่อไปอย่านอนใจกับเรื่องเหล่านี้ที่ต้มตุ๋นมานี้ไปมากต่อมาแล้ว ทั่วประเทศไทยแล้วเวลานี้ เราก็อยู่ในประเทศไทยสลัดทีเดียวตกทะเลก็ได้ เมื่อเราเห็นเหตุผลกลไกอันถูกต้องดีงาม ของปลอมปัดออก มีมากขนาดไหนก็ตามมันของปลอมไม่ใช่ของจริง

         เอาละวันนี้การเทศนาว่าการก็ขอฝากอรรถฝากธรรม ทั้งเรื่องของชาติของศาสนาไว้กับบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ซึ่งเป็นผู้รักชาติรักศาสนานำไปประพฤติปฏิบัติ กำจัดสิ่งเลวร้ายทั้งลายออกจากตัวของเรา จากหมู่จากคณะ จากชาติจากศาสนาของเรา ให้มีแต่คนที่ปฏิบัติตนเพื่อความดีต่อชาติต่อศาสนา ท่านทั้งหลายก็จะเป็นมงคล และขอความสวัสดีสิริมงคลจงมีแก่บรรดาพี่น้องทั้งหลายทั่วหน้ากันเทอญฯ

        คุณทองก้อน   :       เกล้าจะขอโอกาสนำคณะกล่าวถวายบูชากัณฑ์เทศน์หลวงตาขอรับ

         หลวงตา        :       เอ้าบูชาได้

         คุณทองก้อน   :       กรุณาตั้งนะโม ๓ จบ แล้วกล่าวตามผมนะครับ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอนอบน้อมถวายกาย วาจา และใจ และดวงชีวิตของข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในภพมนุษโลกของข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายนี้ ถวายแด่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และท่านพระอาจารย์หลวงตาพระมหาบัว พระผู้ทรงคุณอันประเสริฐเลิศโลกของข้าพระพุทธเจ้า ด้วยความจงรักภักดีและด้วยความเคารพสักการบูชาอย่างสูงสุด ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอถึงซึ่งพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า และท่านพระอาจารย์พระมหาบัว พระผู้ทรงคุณอันประเสริฐเลิศโลกของข้าพระพุทธเจ้า เป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกของข้าพระพุทธเจ้าตราบจนข้าพระพุทธเจ้าถึงซึ่งความพ้นทุกข์

         ขอพระพุทธานุภาพ พระธรรมานุภาพ พระสังฆานุภาพ และอานุภาพแห่งบารมีของท่านพระอาจารย์หลวงตาพระมหาบัว ได้โปรดเมตตากรุณาปกปักษ์รักษาให้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายเจริญทั้งในทางโลกและทางธรรม ตราบจนข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายถึงซึ่งความพ้นทุกข์ด้วยเทอญ (สาธุๆๆ )

         หลวงตา        :       ต่อไปจะอนุโมทนาให้ศีลให้พรนะ

         ดร.อมรา       :       กราบขอพระเมตตาพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ถนอมธาตุขันธ์อยู่เป็นหลักใจ เป็นที่พึ่งทางใจ เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกศิษย์ตราบนานเท่านาน อย่างน้อย ๑๕๐ ปี (สาธุๆๆ)

         หลวงตา        :       เออ ทีนี้จะให้พรนะ

         (คุณทองก้อนนำผ้าไตรจากองค์สมเด็จพระสังฆราช ประทานมาให้คุณทองก้อนนำมาถวายหลวงตา)

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก