ผาสุกด้วยธรรมด้วยวินัย
วันที่ 14 มีนาคม 2547 เวลา 8:45 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

ผาสุกด้วยธรรมด้วยวินัย

 

         บรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลายวัดภูสังโฆรวมกันแล้วถวายทองคำน้ำหนัก ๒๐ กิโล ๒๕ บาท ๒๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๔,๐๒๐ ดอลล์ เงินไทยได้ ๔๐,๐๐๐ บาท (สาธุ) วันนี้ได้ทองคำมากมายตั้ง ๒๐ กิโล ๒๕ บาท ๒๕ สตางค์ นี่จะไปเหลืองอร่ามอยู่ในคลังหลวงของเรา เหลืองอร่ามครอบโลก เพราะทองคำ ดอลลาร์นี้จะออกกระจายทั่วโลกแหละ วันที่ ๑๒ เมษา นี้เป็นวันที่ทองคำ-ดอลลาร์ของพี่น้องชาวไทย จะกระจายออกทั่วโลก ข่าวคราวอะไรออกวันนั้น ทุกแบบทุกฉบับจะออกวันนั้น วันที่ ๑๖ ก็ไปโรงสีศรีไทยใหม่ ไปเทศน์ วันที่ ๒๑ ก็ไปเทศน์สี่แยกสมเด็จ เขตจังหวัดกาฬสินธุ์ วันนั้นฟ้าหญิงฯ เสด็จ เทศน์ตอนบ่าย ตอนค่ำก็ไปวัดมัชฌิมวาส ในเขตกาฬสินธุ์นั้นเหมือนกัน เทศน์ไม่ต้องบอกแหละ เทศน์ที่นั่นว่างั้นเลย พอฉันเสร็จแล้ววันที่ ๒๒ ฉันที่วัดนี้แหละ เสร็จแล้วก็ออกเดินทางไปร้อยเอ็ด กลับจากร้อยเอ็ดถึงจะมาวัดวันนั้นนะ

หลวงตาไม่ได้หยุดได้อยู่นะ หนัก ถ้าพูดถึงเรื่องหนักนี้หนักมาก เราทนเอา เราทนจริงๆ ทนเพื่อพี่น้องของเราทั่วประเทศนั่นแหละ ให้ผาสุกร่มเย็นแน่นหนามั่นคงอบอุ่นทั่วกันทั้งประเทศจากสมบัติเหล่านี้ที่เป็นหัวใจของชาติเรา จึงต้องอุตส่าห์พยายามเป็นผู้นำเสาะแสวงหามารวมในจุดใหญ่ จากนี้แล้วก็เลิกแหละที่นี่ การปิดโครงการนั้นหมายถึง โครงการที่เราไปเทศน์ในที่ต่างๆ  คือเขานิมนต์ที่ไหนก็ต้องไปตามโครงการ ทีนี้พอว่าหยุด ปิดโครงการ เรียกว่าหยุดการเที่ยวเทศนาว่าการต่างๆ นี้หยุด แต่ไม่ได้ปิดโดยถ่ายเดียว ตามเหตุผลที่ควรจะรับก็รับอยู่ธรรมดา ไม่ว่านอกรายการในรายการ รายการคือในโครงการช่วยชาติ เราจะไปตามธาตุขันธ์ ตามอัธยาศัยของเรา ไม่ได้ไปตามกฎ กฎนี้ก็เราเป็นคนตั้งขึ้น เราไปทำลายได้ยังไง เราต้องบึกบึนตามนั้น ทีนี้เราปลดอันนี้ออกจากบ่าของเรา เราก็ไปตามเรื่องละที่นี่นะ

ส่วนสมบัตินั้นเรายังเปิดบัญชีไว้ตามเดิมเสียก่อน ยังไม่ถึงขั้นปิดตายตัว เพราะพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ต่างคนต่างส่งมามากน้อย มาอยู่เรื่อยๆ เพราะฉะนั้นจึงปิดบัญชีนี้ไม่ได้ ทั้งทองคำ ดอลลาร์ เงินสด เราต้องเปิดไว้อย่างนั้นตามเดิม ปิดเฉพาะโครงการเที่ยวเทศนาว่าการเท่านั้น จนกระทั่งเห็นว่าเป็นกาลเวลาอันสมควรแล้วเราจะประกาศล่วงหน้า ว่าจะปิดบัญชีโดยประการทั้งปวง เราจะประกาศไว้ล่วงหน้า พอถึงวันนั้นก็ปิด ทีนี้ก็ธรรมดา แม้เช่นนั้นถ้าสมบัติเหล่านี้ควรแก่คลังหลวงที่จะต้องรับ เช่นทองคำ-ดอลลาร์นี้ เราก็จะปฏิบัติตามเดิม คือไม่มีคำว่ารั่วไหลแตกซึม ทองคำถ้าได้มาควรหลอมเราก็หลอม หลอมแล้วเก็บไว้ก่อน พอสมควรจะเข้าคลังหลวงเราก็เข้าตามเดิม คือเราปฏิบัติตามเดิม แม้จะปิดบัญชีแล้วก็ตาม สมบัติเหล่านี้มาเราก็ปฏิบัติตามเดิมอยู่อย่างนั้น

เวลานี้ทองคำเราก็ได้จวนเข้าไปแล้วแหละ จวนเข้าๆ แล้ว แต่ยังเอาคำแน่นอนไม่ได้ ต้องรอ จนกระทั่งหลวงตาลงไปกรุงเทพ ทองคำนี่จวนเข้าจุดหมายแล้ว เรียกว่า ๗๐-๘๐% เข้าไปแล้วแหละ จะเข้าถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ตามจุดหมายนะสำหรับทองคำ ดอลลาร์นี้ก็ดูเหมือนได้ไล่เลี่ยกันไป ดอลลาร์ไม่ค่อยหนักเท่าไรนัก สำหรับทองคำหนัก หนักมาตลอด ไม่เคยเบาเลย หนักมาตลอด ส่วนดอลลาร์ไม่ได้หนัก ถึงหนักก็เบากว่าทองคำมากมาย ดูเหมือนจะขาดอยู่ประมาณ ๑ ล้าน ๖ หมื่น แต่ทีนี้ดอลลาร์มันก็เข้ามาเรื่อยๆ เราจึงนับไม่ได้นะ เข้ามานี้ก็เข้าบัญชีทางนี้ๆ จากบัญชีทางนี้รวมกับบัญชีทางโน้น แน่นอนที่นี่

ขาดเท่าไร ระวังให้ดีนะกระเป๋าใครเผลอไม่ได้นะ ถ้าลงดอลลาร์ได้ขาดแล้ว กระเป๋าใครเผลอไม่ได้ละ จนกว่าว่าพอ พอแล้วก็เรียกว่าปิดไปละ เราก็ปล่อยตามธาตุตามขันธ์ของเราเท่านั้น ปล่อยตามสบายๆ เวลานี้ยังมีข้อบังคับตัวเองอยู่ตลอด ก็หมุนเพื่อชาติศาสนาของเรานั้นแหละ สมบัติของเราก็คือชาติ หนึ่ง ศาสนา หนึ่ง ที่เราทุกผู้ทุกคนจะต้องรักสงวน บำรุงรักษาตลอด อันนี้ใครมาทำลายมาแตะต้องไม่ได้ สมบัติอันล้นค่าทั้งสอง คือ ชาติไทยทั้งชาติ และศาสนาของเมืองไทยเราก็คือพุทธศาสนา นี่เป็นสิ่งที่เรารักสงวนทั้งประเทศเลย จึงต้องได้ปฏิบัติรักษาเพื่อไม่ให้อะไรเข้ามาแตะต้องทำลายให้เสียไป เราจึงหนักมากเหมือนกัน

เมื่อวานนี้เขาก็ไปประชุมกันที่อุดรฯ เขาเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว คือให้เข้าใจตามหลักความเป็นจริง การพาก้าวเดิน เราพาก้าวเดินไม่ผิดไม่พลาดเลย ก้าวเดินโดยอรรถโดยธรรมมาตลอด ไม่มีที่จะพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องของกิเลสแม้เม็ดหินเม็ดทราย ไม่เคยมีในใจเรานะ ทุกอย่างเราจะเป็นไปโดยธรรมล้วนๆ ถ้าขัดกับธรรมแล้วถอยทันทีๆ เราจะเอาอยู่ในหัวใจนี้เป็นประมาณ เราจะไม่เอาจากผู้หนึ่งผู้ใดมาเป็นความเชื่อถือมากนัก ถ้าเป็นความเชื่อถือได้จริงๆ แล้ว ชัดเจนนั้นก็ไม่มีปัญหา ที่คำบอกเล่าธรรมดาเรายังไม่ถือเป็นประมาณยิ่งกว่าการพิจารณาภายในจิตใจของเรา ผิดถูกชั่วดีประการใดบ้าง ตัวนี้ตัวสำคัญมากที่เราพาดำเนิน พาพี่น้องทั้งหลายดำเนินทุกวันนี้

เราไม่มีโลกเข้ามาเจือปนในใจของเราเลย ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก ไปโดยลำดับลำดา เพื่อตบทอบเข้าไปในสิ่งที่ผิดก็ปัดออกๆ สิ่งที่ถูกก็พยุงกันเข้าๆ จึงว่าหนักอยู่มากทีเดียว เราพอใจในการดำเนินของเรา ตั้งแต่การเทศนาว่าการในที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย เราก็ดำเนินไปโดยอรรถโดยธรรม แนะนำสั่งสอนในธรรมทุกขั้นเราก็ไม่ได้สงสัย ถอดออกไปจากธรรมของพระพุทธเจ้าซึ่งบรรจุในหัวใจนี้โดยไม่มีทางสงสัย แน่นอนๆ ไม่ว่าธรรมขั้นใดภูมิใดจนกระทั่งถึงวิมุตติหลุดพ้นเอาได้ตลอด เราเทศน์มาแล้วเหล่านี้ พึ่งมาพูดเดี๋ยวนี้เฉยๆ เฉพาะอย่างยิ่งเทศน์สอนพระ มีแต่แกงหม้อเล็กหม้อจิ๋วๆ บนศาลานี่ อัดเทปเอาไว้ส่งทั่วประเทศไทย บรรดาพระกรรมฐานจำนวนมาก ใครอยู่ที่ใดๆ ภาคใดก็ตามจะมาติดต่อขอจากนี้ส่งไปทุกภาคในธรรมเทศนาแกงหม้อเล็กหม้อจิ๋วของเรา ตั้งแต่เงียบๆ อยู่นะ หลังจากนั้นมาแล้วก็มาช่วยชาติ กลายเป็นแกงหม้อใหญ่ไป กระจายไปทั่วๆ ทุกแห่งทุกหน แกงหม้อเล็กจะมีน้อยมากทีเดียว นี่เราก็ทำด้วยความแน่ใจของเราทุกอย่าง

การเทศน์ธรรมะไม่ว่าธรรมขั้นใด เราไม่มีความสงสัยในการเทศน์ออกไปว่าจะผิดไป เป็นความแน่นอน ดังที่เราปฏิบัติมาแล้ว เหตุผลกลไกควรกันยังไงกับผลที่จะได้รับมากน้อยเพียงใด มันจะเข้ากันได้ดี เหตุเบาผลก็เบา เหตุหนักผลก็หนัก นี้เราก็ดำเนินมา เหตุกับผลบวกกันมาในหัวใจดวงเดียวนี้ เป็นที่แน่ใจๆ ตลอดมา เราจึงไม่สงสัยในการช่วยชาติบ้านเมือง จึงว่าเป็นผู้นำ นำโดยธรรม ไม่ได้นำแบบความสกปรกโสมม เรานำโดยธรรมล้วนๆ นำพี่น้องทั้งหลาย เราจึงภูมิใจในการนำของเราว่าเราไม่มีอะไรผิดพลาด โดยเจตนามัวหมองของเราไม่มี เรื่องเจตนามัวหมองที่จะเป็นบาปเป็นกรรมมาเผาหัวใจเจ้าของด้วยความทุจริตอย่างนี้เราไม่มี แม้น้อยเราก็ไม่มี เราจึงพอใจ อบอุ่น ไม่มีที่ต้องติ

ขอให้พี่น้องทั้งหลายตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติตามศีลธรรมของพระพุทธเจ้าบ้างนะ เวลานี้พุทธศาสนารู้สึกว่าเหินห่างจากจิตใจพี่น้องชาวพุทธมากทีเดียว เพราะฉะนั้นกิริยาอาการแสดงออกจึงมีแต่ฟืนแต่ไฟเผาได้ทุกแห่งทุกหนทั่วประเทศไทยเรา เราพูดทั่วประเทศไทยไม่ต้องโลกอื่นแหละ พูดถึงประเทศไทยของเราส่วนมากเป็นชาวพุทธ ควรจะมีพุทธติดเนื้อติดตัว กิริยามารยาทออกมาจากใจเป็นสำคัญบ้างจะดี นี่เหินห่างไม่ว่าแต่ฆราวาสเลย พระก็เหลวแหลก เหลวแหลกจนดูไม่ได้เวลานี้ พวกเดียวกันดูกันนี่ไม่ได้เหมือนเราดูฆราวาสนะ เราดูฆราวาส เราดูหมาเราก็รู้จักฐานะของหมาขั้นภูมิของหมา ดูเป็ดดูไก่ดูอะไรก็รู้ตามเรื่องของเขาไม่มีอะไรกันๆ ดูประชาชนญาติโยมเขาก็เป็นประเภทหนึ่ง ก็ไม่มีอะไรๆ กัน พระดูพระด้วยกันนี่สะดุดแรงนะ

เพราะเป็นผู้ปฏิบัติตามหลักธรรมหลักวินัยด้วยกัน ผู้หนึ่งเป็นผู้รักษาเข้มงวดกวดขันเพื่อความอบอุ่นทางภายในจิตใจ สวยงามทั้งกายวาจาใจของตน ที่เกิดจากการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของตนเอง แล้วผู้ทำลายก็ทำลายให้เห็นต่อหน้าต่อตา มันก็ดูกันไม่ได้พระเรานะ พระเลวนี้เลวยิ่งกว่าสัตว์ทั้งหลายเลวนะ มันจึงสะเทือนใจมาก พระดูพระสะเทือนใจมาก นี่ละที่ว่าพระแตกกันเป็นนิกายนั้นนิกายนี้ คือผู้รักษาปฏิบัติอยู่ด้วยความเต็มอกเต็มใจ เข้มงวดกวดขัน ภาคภูมิใจในการปฏิบัติของตนอยู่ อ้าว พวกนี้มาทำลายศีลธรรมให้เห็นต่อหน้าต่อตาจากการประพฤติปฏิบัติของตนเอง เหลวแหลกแหวกแนวจากศีลจากธรรม มันก็ขัดตาขัดใจขัดหูไปแล้วแหละ เมื่อทนไม่ไหวก็แตกจากกัน

พระนี้อยู่ด้วยกันด้วยความเป็นผู้มีศีลธรรม เฉพาะอย่างยิ่งศีลเสมอกัน ต้องปฏิบัติตามหลักสิกขาบทวินัย ซึ่งเรียกว่ากฎหมายพระ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายพระ แล้วธรรมก็พยายามพยุง เช่น การภาวนาอบรมจิตใจเจ้าของให้ดีงามขึ้นไปเป็นลำดับ นี้เป็นเรื่องของธรรมหนุนไปตามกำลังของตน แต่เรื่องพระวินัยไม่มีที่จะยิ่งหย่อนกว่ากัน ต้องปฏิบัติตามหลักพระวินัยนั้น นี่ละอยู่ด้วยกันเป็นสุข ถ้ามาทำความเสียหายให้เห็นต่อหน้าต่อตากันแล้ว กระเทือนใจทันที จากนั้นทนไม่ไหวก็แตก แตกเป็นนิกายนั้นนิกายนี้ไปเรื่อยๆ นี่ที่เป็นความเสียหายมาก

ความอยู่ด้วยกันเป็นผาสุกก็ผาสุกด้วยธรรมด้วยวินัย เช่นอย่างพระวัดป่าบ้านตาด มีทุกภาคนะอยู่ในนี้ไม่มีเว้น ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดมามีทุกภาคๆ มาอยู่นี้ เป็นเหมือนอวัยวะเดียวกัน ลูกพ่อเดียวกันแม่เดียวกันยังทะเลาะกันนะ นี่เป็นเหมือนอวัยวะเดียวกัน มาจากชาติชั้นวรรณะใดภาคใดก็ตาม ไม่ถือเป็นสำคัญยิ่งกว่าหลักธรรมหลักวินัยอันเป็นประจำเพศของพระ ถ้าปฏิบัติถูกต้อง การบวชถูกต้องตามหลักธรรมหลักวินัยแล้วอยู่ด้วยกันได้ทันที ไม่จำเป็นต้องไปถามถึงชาติชั้นวรรณะฐานะสูงต่ำ จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ ภาคนั้นภาคนี้อะไร ความดีนี้เป็นเครื่องรับรอง ความดีในศีลธรรมเป็นเครื่องยืนยันรับรองว่าเสมอกันแล้ว เมื่อสถานที่อยู่ควรจะรับกันได้ก็ต้องรับๆ นอกจากสถานที่อยู่ไม่พอก็ไม่ว่าท่านว่าเรา มันก็ล้นได้ นั่นเป็นอย่างนั้น ที่รับไม่ได้ก็เพราะเหตุนั้น ไม่ใช่เพราะความรังเกียจ

ถ้าเป็นความรังเกียจ แม้อยู่ในวัดแล้วก็ขับออกไม่ให้อยู่ พระองค์นี้เป็นเนื้อร้ายจะทำให้อวัยวะส่วนใหญ่ทั้งหลายในร่างกายนี้เสียไป เพราะเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นจากในอวัยวะนี้ ต้องตัดออก จะเสียดายขนาดไหนก็ตาม เช่นเขาตัดมือตัดเท้าอย่างนี้ ไม่ตัดไม่ได้ มันจะลุกลามเข้าสู่อวัยวะส่วนใหญ่ แล้วเสียไปตามๆ กันหมด ต้องตัดเนื้อร้ายนี้ออก อันนี้พระองค์ไหนที่มาปฏิบัติตัวเป็นเนื้อร้ายในสังคมพระที่อยู่ร่วมกันนี้ ต้องตัด คือขับออกหนีทันทีเลย มันเป็นอย่างนั้นท่านอยู่ด้วยกัน

ถ้าต่างคนต่างปฏิบัติดีด้วยกันแล้ว มา มาที่ไหนมา รับกันได้ตลอดตามหลักธรรมและวินัยมีอย่างนั้น เพราะฉะนั้นจึงว่าอะไรเลวก็สู้พระไม่ได้นะ อะไรเลิศก็สู้พระไม่ได้เหมือนกัน พระไปที่ไหนถ้าตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบชุ่มเย็นไปหมด แม้มนุษย์ไม่เห็น เทวบุตรเทวดาก็ชุ่มเย็น ยกตัวอย่างเช่น พระจิตตคุตต์ ท่านไม่เคยเกี่ยวข้องกับใครนะ ท่านอยู่ในป่าในเขา เทวดารุมล้อมอยู่ตลอดเวลา รักท่านมากสงวนท่านมากไม่ให้ใครเข้ามายุ่ง ถ้าเข้ามาแล้วมีอาการผิดปรกติ เทวดาจะดลบันดาลให้เป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเทวดารักท่านมาก แม้ที่สุดพระราชานิมนต์ท่านไปฉันในพระราชวัง ท่านก็ไม่ไปๆ ท่านชอบอยู่องค์เดียว ท่านจะไปเวลาจำเป็น เช่น มันมีในตำรา

พระราชาหาอุบายมานิมนต์ท่านไม่รู้กี่ครั้งกี่หน ให้ไปฉันในพระราชวัง ท่านไม่ไปๆ สุดท้ายก็ออกอุบายวิธีการต่างๆ อย่างเฉียบขาดมาเลย ออกประกาศป้างเลย บรรดาแม่ลูกอ่อนที่ลูกกำลังดื่มนมอยู่นั้น ทางราชการเขาเอาผ้าไปพันนม ไม่ให้ลูกกินนม จนกว่าพระจิตตคุตต์จะมาในพระราชวังก่อน ถึงจะประกาศเปิดให้ลูกกินนมได้ ทีนี้พอเรื่องราวถึงพระจิตตคุตต์แล้ว โอ๋ย พระจิตตคุตต์โดดลงภูเขาเลย ตาย ถ้างั้นเด็กเหล่านี้ตายหมดแล้ว นั่น ท่านจึงต้องได้ลง อย่างนั้นนะ

ตามธรรมดาท่านจะไม่ยุ่งกับใคร ท่านอยู่ของท่าน เราจะเห็นได้ตอนที่พระลูกศิษย์ลูกหาขึ้นไปเยี่ยมท่าน มันคงเป็นเหมือนตาลิง พวกลูกศิษย์ลูกหานะ แต่ท่านพูดแบบสุภาพ เวลาขึ้นไปแล้ว ใครก็ไม่เคยเห็นถ้ำ ดูนั้นดูนี้ๆ แล้วก็ไปเห็นพระพุทธรูป (ภาพเขียนสีบนผนังเพดานถ้ำ) เห็นพระพุทธเจ้าห้าหกเจ็ดพระองค์ เป็นภาพเรียงรายกันอยู่ อันนั้นเป็นองค์นั้นๆ ท่านเลยตอบอย่างสุภาพว่า เออ ท่านทั้งหลายตาดี ท่านว่างั้นนะ แต่ถ้าเป็นหลวงตาบัวจะเสริมเข้าว่า ลิงสู้ไม่ได้จะว่างั้น เข้าใจไหม ตาดี ผมอยู่ถ้ำมานี้ได้ ๖๐ ปี ฟังซิ ผมอยู่ในถ้ำมานี้ ๖๐ ปีไม่เคยได้แหงนหน้าดูเพดานเลย จึงบอกว่าท่านทั้งหลายตาดี แถมเข้าไปว่า ลิงร้อยตัวสู้ไม่ได้ว่างั้น

นี่คือความสำรวม ดอกพิกุลหล่นมาจากหน้าถ้ำมาตกเกลื่อนอยู่นี้ ท่านมองไป อ๋อ ดอกพิกุลร่วง กำลังดอกพิกุลออกดอก ท่านไม่แหงนดูเลย จึงว่า จิตตคุตต์ แปลว่าผู้คุ้มครองรักษาจิตอย่างเข้มงวดกวดขัน ชื่อของท่านก็เป็นอย่างนั้น ชื่อ จิตตคุตต์ แปลว่าผู้รักษาจิตได้ดีมาก เทวดาทั้งนั้นแหละเฝ้าท่านรักษาท่านอยู่ตลอดเวลา ท่านเป็นเพื่อนเป็นฝูงกับพวกเทพทั้งหลาย นั่นเป็นอย่างนั้น คือพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชาอบ ไปที่ไหนคนเคารพนับถือเทวดาอินทร์พรหมเคารพนับถือทั้งนั้นแหละ ความหมายว่างั้น ยกตัวอย่างเช่นพระจิตตคุตต์ เป็นต้น

ถ้าเลวแล้วไปที่ไหนใครไม่อยากดูแหละ จึงต้องปฏิบัติตัวให้ดี อย่าว่าแต่พระเลวไม่ดีเลย คนเลวก็เหมือนกัน ต้องตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติอย่าให้ได้ตำหนิติเตียนตนเองได้ คนอื่นเขาก็ไม่ตำหนิ เพราะตาเรากับตาเขามันพอๆ กัน เมื่อเราดีอยู่แล้วคนอื่นมาเห็นก็งาม เรามองไปที่ไหนคนปฏิบัติดีต่อตัวเองอยู่แล้วมันก็สวยงามทางตา กิริยาแสดงออกก็สวยงาม พูดออกมาก็มีหลักมีเกณฑ์มีเหตุมีผล ยึดถือเป็นคติตัวอย่างได้เป็นอย่างดี นี่เป็นบุคคลที่น่าเคารพนับถือ เป็นพระที่น่าเคารพเลื่อมใส นี่แหละถ้าศีลธรรมเข้าไปตรงไหนแล้วจะสวยงามขึ้นมาๆ นั่นแหละ จึงขอให้พากันไปปฏิบัติ เฉพาะอย่างยิ่งจิตตภาวนา

ท่านทั้งหลายอยากเห็นความแปลกประหลาดอัศจรรย์ขึ้นท่ามกลางแห่งพุทธศาสนาคือในหัวอกของเรา ได้แก่ใจดวงนี้แหละ เมื่อได้รับการซักฟอกด้วยความพากเพียรแล้ว จิตนี้ที่มัวหมองมืดตื้อไปด้วยความสกปรกคือกิเลสครอบงำอยู่นั้น จะค่อยจางออกไปๆ แล้วจิตใจจะค่อยส่งแสงสว่างขึ้นมาๆ ความแปลกประหลาดทั้งหลายที่เราเคยผ่านมาในโลกนี้ ไม่มีอะไรแปลกยิ่งกว่าใจ ความรู้ความแปลกประหลาดอัศจรรย์จะเริ่มเกิดขึ้นที่ใจๆ ทีนี้มันก็ปล่อยวางข้างนอก เพราะมาเห็นของดิบของดีแล้ว จะไม่ปล่อยวางของไม่ดียังไง มันก็ปล่อยวางโน้น ขยับเข้ามา ขยับบำรุงรักษาใจมากขึ้นๆ

ใจสง่างามจ้าๆ ไปไหนผาสุกร่มเย็น การกินอยู่ปูวายอะไรๆ ท่านไม่ถือเป็นอารมณ์ เพราะไม่มีอะไรที่จะเลิศเลอยิ่งกว่าใจ ใจพอแล้วทุกอย่าง ไปอยู่ที่ไหนความพอของใจพาไป พาอยู่พากินพาหลับพานอนจึงไม่ยุ่งเหยิงวุ่นวาย ถ้าความหิวโหยพาไป ไปอยู่หอปราสาทก็ยุ่ง เข้าใจไหมล่ะ กิเลสตัวหิวโหยตัวได้ไม่พอ พาไปที่ไหนยุ่งทั้งนั้นกิเลส ถ้าธรรมพาไปไหนสบายๆ อยู่กินหลับนอนวันหนึ่งๆ นีท่านไม่ได้เป็นกังวลกับอะไร นั่นแหละความเลิศมาอยู่ที่ใจ พอเข้าถึงใจแล้วพอหมด ไม่มีอะไรเป็นกังวล เพราะใจได้สิ่งที่พึงหวังเต็มหัวใจแล้วได้แก่ธรรม

พากันตั้งใจปฏิบัตินะ ศาสนาของเราจะเจริญที่ใจ เวลานี้ทางด้านจิตตภาวนา อยากจะพูดว่าแทบไม่มีนะ ในเมืองไทยของเราทั้งพระทั้งฆราวาสนั่นแหละ หลักใหญ่ก็คือหลักจิตตภาวนา เป็นแก่นของพุทธศาสนา เป็นรากแก้วของพุทธศาสนา แต่ไม่มีใครปฏิบัติบำรุงรักษารากแก้วอันนี้ให้ดีแน่นหนามั่นคง แล้วก็มีตั้งแต่ภายนอก มันก็เป็นแต่บริษัทบริวาร ส่วนภายในไม่บำรุงก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นจึงให้บำรุงทางด้านจิตใจ ให้พากันภาวนา วิธีภาวนาก็สอนแล้ว ให้ทำจิตใจให้สงบ สงบด้วยอารมณ์อันใดก็ตาม ตามแต่จริตนิสัยที่ชอบอารมณ์แห่งธรรมนั้น เช่นพุทโธก็ได้ ธัมโม สังโฆก็ได้ หรืออารมณ์แห่งธรรมอะไรเข้ามาเป็นเครื่องกำกับจิต บังคับจิตให้อยู่กับอารมณ์แห่งธรรมนั้น มันจะไม่คิดฟุ้งซ่านไปหาฟืนหาไฟมาเผาตัวเอง เมื่ออารมณ์ของธรรมเข้าสู่ใจ ใจจะมีความสงบร่มเย็นเป็นของแปลกประหลาดขึ้นที่ใจนั่นแหละ ให้ทำ แม้จะไม่ปรากฏอย่างนั้นก็ตาม การภาวนามีอานิสงส์มากยิ่งกว่างานกุศลใดๆ ทั้งสิ้นนะท่านแสดงไว้ เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้ก่อน

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก