สู้ด้วยเหตุผล
วันที่ 19 มีนาคม 2547 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : สวนแสงธรรม
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส  ณ สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗ เช้า

สู้ด้วยเหตุผล

 

ก่อนจังหัน

            มากรุงเทพฯคราวนี้มันก็เกี่ยวโยงกันไปหมด พอมองเห็นหน้าหลวงตามันก็รู้เอง มากวนบ้านกวนเมือง จะกวนใครว่ะ พอมองเห็นหน้าก็รู้เอง เรามาธุระอะไรต่ออะไรก็รู้เองละ

            ได้ยินเสียงหมาเห่าวอก ๆ ตะกี้นี้มันเห่าอยู่ตรงไหนไม่เห็น ตัวไหนเห่า เมื่อวานไอ้สองตัว ไอ้ตัวดำกับตัวขาวจนจะจำไม่ได้มันโตเร็วนะ แต่มันจำเราได้สนิทนะ ปุ๊บปั๊บพันเข้ามาเลย เมื่อวานเจออยู่ที่ไหนน้าลืมแล้ว เจอเขาอยู่ที่นี่หรือที่ไหนเมื่อวาน มันโตแล้วเดี๋ยวนี้โต (มันเล่นไม่เลิกครับเลยต้องผูกไว้) หมาในวัยนี้มันเหมือนอย่าง เด็กในวัยคะนองน่ะ ของเล่นเมื่อไร เด็กในวัยคะนองมันก็เหมือนอย่างหมาในวัด เด็กในวัยคะนองเข้าวัดก็เหมือนกันกับหมาอยู่ในวัด

          เราได้ชี้หน้าเอาเลย บอกอย่าเขามาวัดนี้นะ ขนาดนั้นเลย             แต่หมาเราไม่ได้ว่า มันเล่นยิ่งสนุกกับมัน คนนี่ไม่ได้นะ ก่อนจะมานี่ก็ใส่เปรี้ยงเลย อย่าเข้ามาวัดนี้อีกนะ แต่งตัวเหมือนหมาว่างี้เลย เอาขนาดนั้นนะไม่งั้นไม่ได้ มันด้านที่สุด เดี๋ยวนี้กิเลสหนามาก ไม่มีอะไรที่จะต้านทานมันได้ละ สุดท้ายก็มีหลวงตาบัวองค์เดียวนี่ละ ใส่เปรี้ยงเลยเชียว

               (อาการหลวงตาเจี๊ยะทรง ๆ ครับ) อยู่อย่างงั้นละนะ อยู่ตามเดิมเหรอ นิ่งสงบอยู่งั้น พอดีแล้ว ท่านทราบหรือยังว่าเรามา (ไม่ทราบครับ) ไม่ทราบก็ช่างเถอะ (หลวงปู่ปุบปับมา  ผมก็พึ่งทราบเมื่อวานเย็น) เราก็มาธุระ ปุบปับมาแบบเงียบ ๆ มาอะไรของเรา เราก็กลับของเราเท่านั้นละ เพราะงั้นพอมองเห็นหน้าไม่ต้องถาม ให้เข้าใจเองก็แล้วกันว่ามาอะไร เดี๋ยวตีปากจะว่าไม่บอก ก็รู้กันเองอยู่แล้วนี่วะ

               (ไปไหนแล้วสองตัว นอนอยู่) เขามองเห็นเรานี้พันเลยนะนี่ สองตัว หมาในวัยนี้ก็เหมือนเด็ก มีแต่ชอบเล่น ชอบหยอก ชอบอะไรเหมือนกันนั่นแหละ แต่มันโตเร็วนะ มองเห็นจนจะจำไม่ได้ แต่มันเห็นเรานี่มันปุ๊บ ๆ ใส่เลยนะมันจำได้นะ มาเมื่อวานนี่พันเลย ไอ้ตัวดำนี่ตัวสำคัญ ไอ้ขาวไม่ค่อยเท่าไร

            นี่เราก็จะอยู่เพียงสองคืน ก็อยู่อีกคืนนี้ แล้ววันพรุ่งนี้ก็จะต้องได้เดินทางกลับ วันพรุ่งนี้วันที่ ๒๐ กลับ วันที่ ๒๑ ก็ต้องไปสี่แยกสมเด็จ ทูลกระหม่อมเล็กก็จะเสด็จวันนั้น วันที่ ๒๑ เทศน์ตอนบ่าย แล้วท่านเสด็จกลับ เราก็ไปวัดมัชฌิมาวาส วัดท่านเมือง ทางเมืองกาฬสินธุ์ไปทางนั้น ทางไหนเราจำไม่ได้ละ แต่เราเคยไปพัก

            เราก็ได้พยายามเต็มที่ ที่จะปลดเปลื้องภาระทั้งหลายชาติไทยของเราให้เบาบางพอสงบเย็นใจได้บ้างแล้วก็สงบบ้าง หนัก เรานี้หนักมาอยู่ ทีนี้ให้พร เรื่องทองคำนั้นน่ะนอกจากพอแล้ว ต้องให้มีเพิ่มขึ้นบ้างนะ อย่าว่าแต่พอ เราเลยไม่คำนึงว่าทองคำพอหรือไม่พอ มีแต่จะขยับเพื่อประดับทองคำที่พอแล้วขึ้นอีกเท่านั้นนะ อย่าเข้าใจอย่างอื่นนะ เรื่องทองคำจะพอหรือไม่พอเราก็คิดเรื่องว่าทองคำจะพอหรือไม่พอ แต่ที่จะคิดเพื่อเขยิบเพื่อประดับทองคำที่พอแล้วนี้มีอยู่อีกเป็นพิเศษ

            คราวนี้เรียกว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯก็จะเสด็จ เป็นความแน่นอนมาแล้ว แล้วก็ทูลกระหม่อมเล็กก็เสด็จพร้อมกันในวันมอบทองคำวันนั้นนะ จึงควรได้เป็นเครื่องเสริมพระเกียรติท่านเหมาะ ให้ได้ทองคำเกินนั้นละเหมาะมาก ทองคำได้กำหนดกันไว้แล้วควรได้เป็นพิเศษนั่นดี มาคราวนี้ก็เอาสมุด (บัญชี) มาพร้อมมามอบที่นี่ ส่วนเงินบาทนั้นน่ะ จะเรียกได้อย่างเต็มปากเลยว่าจะไม่มีหวังเข้าทองคำ เวลานี้ตึกโรงพยาบาลและในที่ต่าง ๆ กำลังลงมือเต็มที่ จ่ายงวด ๆ ตลอด ๆ นี้แปดหลังนู่นน่ะ หลังละ ๑๖-๑๗ ล้านก็มี หลังละ ๒๒ ล้านหลังหนึ่ง หลังหนึ่งกำลังทาสี อยู่โรงพยาบาลเดียวกัน หลังหนึ่งกำลังเริ่มขึ้น อันนี้ ๒๒ ล้าน และรวมไปหมดแล้วเงินเราที่ไหนจะได้เข้าทองคำ

               นี่ละมันเป็นแต่อย่างงั้นละ พยายามเจียดเท่าไรก็เจียดไม่ได้ ไอ้ผู้มาขอนี่มันมากนะ ล้อมหน้าล้อมหลังแทบทุกวัน จะทำยังไง มาหลายไหนก็จำเป็นถึงได้มา เราก็เล็งดูความจำเป็น แล้วก็เล็งดูรอบตัว สุดท้ายมันก็มาลงที่ว่าเงินสดนี้คงจะไม่มีหวังเข้าเป็นทองคำแหละ ก็เป็นอย่างงั้นเรื่อยมา เพราะความจำเป็นรอบด้าน ๆ เลย ที่ไหนมา ส่วนมากโรงพยาบาล ซึ่งเป็นจุดที่เราสนใจมากที่สุดด้วย คนไข้เข้ามานี้เข้ามาอะไร มาเพื่อมาฝากชีวิตจิตใจกับหมอ แล้วหมอเอาอะไรช่วยรับฝากเขาละ นี่ละเขาก็มาขออันนี้เอง เครื่องมือแพทย์ แล้วชนิดนั้นชนิดนี้มันหลายประเภท มีแต่เรื่องความจำเป็นของคนไข้ทั้งนั้น ๆ

            ทีนี้บางทีเงินเราก็ไม่มี ไม่พอ ทีนี้เงินจำนวนที่เรากำหนดไว้แล้วกับตึกที่เราสร้างไว้แล้วนั่นเรากำหนดไว้ในบัญชีแล้ว อันนี้ใครมาแตะต้องไม่ได้ว่างั้นเถอะ เพราะมันมาอยู่แทบทุกวัน จ่ายงวด ๆ เราต้องสงวนไว้ในบัญชี ทีนี้อะไรพิเศษไปจากนั้นเราต้องเอาออก ๆ ทีนี้เขามาระยะที่มันไม่เศษละซี มันทำยังไง เอ๊ทำยังไง ๆ สุดท้ายก็มาช่างน้ำหนักกันอีก เอ้าคนไข้นี่มาทั้งหมดล้วนแล้วตั้งแต่ฝากชีวิตจิตใจกับหมอ หมอก็ต้องวิ่งมาหาเรา ทีนี้เงินเราก็ไม่มี ถึงมีบ้างก็ไม่พอ เอ๊ทำยังไง ทางนี้จ่ออยู่แล้วนะ

               นี่ละที่ว่าได้ติดหนี้นะ เพราะเงินในจำนวนที่เราจะจ่ายโดยเฉพาะ ๆ นี้ไปแตะไม่ได้ เรากำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว ทีนี้มันเศษมันเหลือเท่าไรมันก็ไม่พอ ไม่พอกับเครื่องมือแพทย์ สุดท้ายการติดหนี้ไม่มีน้ำหนักเท่าความจำเป็นของคนไข้ เอ้าติดก็ติด  ติดเรื่อยนะไม่ใช่เล่น ๆ พอได้เครื่องมือมาให้เขาแล้วอันนี้เราค่อยมีมาก็ใช้เขา ๆ ทีหลัง ก็ไม่เคยเป็นอะไรนะ พอดิบพอดีกันไปนั่นแหละหลวงตาติดหนี้ เป็นอย่างงั้นละ

               เพราะงั้นจึงว่าจะไม่มีหวังละคราวนี้ ที่จะได้เงินสดเข้าซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวง มันมาแบบนั้นละ ล้อมหน้าล้อมหลังอยู่นั้น เอ้อทำยังไง เรื่องรถเรื่องราก็สั่ง นี่พึ่งมารับไปสามคันสี่คันระยะนี้นะรถโรงพยาบาล นี่พึ่งมารับเอาไปเมื่อวานซืน อย่างนั้นละ ทีนี้ให้พรก่อนนะได้เวลาแล้ว

 

หลังจังหัน

               ให้เตรียมทองคำให้พร้อมเพรียงกันนะ ดอลลาร์เรารู้สึกจะขาดมากอยู่หรือไง เรายังไม่ได้ดอลลาร์เวลานี้มันขาดมากน้อยเพียงไร (ล้านสองหมื่นเศษตามที่เขารายงานหลวงตาเมื่อวานนี้) โถ มันตั้งล้าน ล้านดอลลาร์มันก็ต้องเป็นสามสิบเก้าล้านเงินไทย นู่นมันใช่เล่นเมื่อไร มันแพงมันเหยียบคนไทยเรา อะไร ๆ เขาเหยียบหัวทั้งนั้นละ ฝ่าเท้าของเขาสูง หัวคนทั้งประเทศคนไทยเราต่ำ ให้เขาเหยียบไปหมด ไม่ว่าอะไร ๆ เขาเหยียบ ๆ ไม่คึกคักขึงขังต่อสู้บ้างเหรอ

               ตั้งแต่กะปูเห็นไหมละ ปูเขาเดินไปตามทาง เราเดินไปนี้เขาไม่มีศาสตราวุธ เขายกก้ามขึ้นต่อสู้เรา เราทำท่าลองดู เขายกก้ามขึ้นสู้เรา เราเอาอะไรต่อสู้เขา มีแต่วิ่งตามเขา ๆ ถ้าอย่างงั้นแล้วหาวันเข้มแข็งไม่ได้นะ ถ้ามีการต่อสู้แล้วมีความเข้มแข็งแข็งได้ ถ้ามีแต่อ่อนเปียก เรื่องของคนอื่นของใครแล้วอ่อนไปเลย อ่อนต่อเขานี้อ่อนตลอด ไม่มีวันจะฟื้นตัวได้ ให้พากันคิดบ้างเหอะ เราเป็นคนไทยทั้งประเทศ ทุกสิ่งทุกอย่างคุณค่าราคาของคนก็พอ ๆ กัน แต่สิ่งที่ประดับชาติไทยเราและความรู้สึกของคนชาติไทยเรา มันจะอ่อนกว่าเขานะ ให้ระวัง

               อะไร  ๆ ถ้าเป็นของเมืองนอก มักจะน้อมหัวรับทันที นี่เสีย อะไรก็ดีหมด ๆ นี่ละเสียเราลืมตัว มีแต่ยอมรับเขา เขาสูงกว่าเราตลอด     เวลาเราจำเป็นเราก็ยอมรับ เอาของเขามา แล้วเอามาดูแล้วมาฟิต แล้วก็ทำไป เป็นเหมือนกับแข่งกันไปในตัวด้วยมุมานะของเรา แล้วมันก็ดีขึ้น ๆ แข็งขึ้น  ๆ นั่น ถ้ามีแต่อ่อนเปียก ๆ นี้ อ่อนเปียกไปตลอดเวลานะ ให้พากันพิจารณาให้ดีนะพี่น้องชาวไทยเรา นี่เป็นภาษาธรรม ให้ความเสมอภาค ทางไหนอ่อนทางไหนแข็งก็บอกตามเรื่องความจริง

               นี่เราเทศน์อยู่เสมอ ให้มีความรู้สึกตัวต่อชาติของตน เรามีอวัยวะเท่านี้เรารักสงวนอวัยวะของเราเต็มตัวทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่รักอวัยวะของตนเต็มตัว ปิดป้องทุกอย่าง รักษาทุกอย่าง               อันนี้เราเป็นคนไทยก็เป็นอวัยวะของคนไทยทั้งประเทศ ควรจะรักอวัยวะแห่งชาติของตน มีการสงวนรักษาการบำรุง แล้วเมื่อมีการบำรุงแล้วเห็นเขาสูง เราต่ำ เราก็ฟิตตัวของเราขึ้นเพื่อให้สูงแล้วก็ทัดเทียมเขาได้ นั่นคนมีความคิดอ่านไตร่ตรอง ย่อมมีความมุมานะ ถ้าไม่มุมานะมันจะอ่อนเปียกไปหมด ใช้ไม่ได้

               นี่เราก็เคยพูดให้พี่น้องชาวไทยเราฟัง ไม่ใช่เอามาโอ้อวด คือเอาผลมาพูดให้ฟังตามเหตุตามผลของธรรมที่ดำเนิน ขึ้นไปภูเขาจะไปฟัดกับกิเลส นี่ฟังให้ดีนะ ตั้งหน้าตั้งตาไปร้อยเปอร์เซ็นต์ทีเดียว จะขึ้นไปฟัดกับกิเลสให้กิเลสพัง แล้วขึ้นไปแล้วถูกกิเลสต่อยเอา ๆ ไม่มีท่าเลยนะ เราไม่ลืม นี่มันถึงใจอันนี้นะ จึงได้นำมาสอนพี่น้องทั้งหลายให้เป็นคติเครื่องเตือนใจ ที่เราได้ดำเนินมาแล้วเห็นผล เวลาแพ้ แพ้จริง ๆ นะ แพ้กิเลส ไม่มีท่าต่อสู้เลย ทั้ง ๆ ที่ใจเรานี่ฮึกเหิมเต็มกำลังที่จะฟัดกันกับกิเลสให้อยู่ในเงื้อมมือ

               ครั้นขึ้นไปแล้วยกครูยังไม่เสร็จ ถูกมันเตะตกเวทีแล้ว เอาจนกระทั่งน้ำตาร่วงเลย ทั้ง ๆ ที่จะต่อสู้แต่ไม่มีทาง เพราะเวลานั้นกระแสของกิเลสมันรุนแรงมากทีเดียว เกินกว่ากระแสของธรรมและความสามารถของเราจะต่อสู้ต้านทานกันได้ ตกลงก็ต้องหงาย ๆ สู้มันทีไรหงาย ตั้งสติพับ ตั้งสติเพื่อจะสู้ล้มผล็อย ตั้งพับล้มผล็อย ถูกมันตีเอาทีเดียว นี่กระแสของกิเลสมันตีเอาล้มโดยไม่รู้สึกตัว แล้วหาทางไหนต่อสู้ไม่มี นี่ละความรุนแรงของกิเลสเห็นประจักษ์ต่อจิตใจของเรา        

               ตั้งสติพับล้ม พยายามตั้งจะให้อยู่เพื่อจะต่อสู้กิเลส ตั้งล้มเลย กิเลสตีทีเดียวล้มลงไม่มีทางสู้ น้ำตาร่วงเลยเชียว นี่ละหลวงตาเป็นเองนะ เวลาสู้มันไม่ได้สู้ไม่ได้จริง ๆ ท่าไหนก็สู้ไม่ได้ เวลากำลังของเรายังไม่มีนะ ถูกกิเลสต่อยเอาหงายเลย ๆ หงายแบบไม่เป็นท่า แต่จิตใจมันคึกภายในใจที่จะสู้ จนนกระทั่งได้ออกอุทานในใจนะ นี่เราไม่ลืมสด ๆ ร้อน ๆ คือเราจะต่อสู้กับมันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เอาเป็นเอาตายเข้าสู้  พอก้าวขึ้นเวทีถูกมันต่อยหงายไปแล้ว ๆ ท่าไหนก็สู้มันไม่ได้เวลานั้น แล้วก็น้ำตาร่วง

               นี่มันขึ้นภายในใจนะ ไม่ได้ออกเป็นคำพูดคำจาออกมา เหอ มึงเอากูขนาดนี้เชียวเหรอ นั่นขึ้นภายในใจด้วยความเคียดแค้นให้กิเลสที่สู้มันไม่ได้ พอตั้งพับสติตั้ง สติคืออาวุธสำคัญที่จะต่อสู้กับกิเลส พอตั้งพับล้มผล็อย ๆ จนกระทั่งได้ออกอุทาน เหอ มึงเอากูขนาดนี้เชียวเหรอ อยู่ภายในใจ อันนี้ก็ตัดสินกันบอกว่า ข้อตัดสินกันก็ว่า เอาละยังไงมึงต้องพังวันหนึ่ง ให้กูถอยกูไม่ถอย ด้วยความเคียดแค้นให้กิเลสที่มันเป็นข้าศึกต่อใจของเราเอง เราเคียดแค้นให้กิเลสตัวเป็นข้าศึกกับใจของเรา

                    ขึ้นเบื้องต้น เหอ มึงเอากูขนาดนี้เชียวเหรอ เอาละยังไงมึงต้องพังวันหนึ่ง ให้กูถอยกูไม่ถอย มันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ไม่ถอย ถึงแพ้ก็ไม่ถอย มาฟิตใหม่ ฟิตใหม่สถานที่ฝึกซ้อมก็คือพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นนั่นแหละจะเป็นใคร พอมาหาท่านเล่าเรื่องภาวนาเป็นยังไง ๆ ท่านฝึกซ้อมให้ ว่าพอสมควรละทีนี้จะพอสู้กันได้บ้างละ พอไปหงายอีก อ้าวไม่เป็นท่าเลย ไปทีไรหงายทุกที กลับมาอีกเอาอีก ไปอีกสู้อีก จนกระทั่งหลายครั้งเข้ามานี้เห็นกิเลสมันเอียงมันเอนบ้างนะถูกหมัดเรา แต่ก่อนมีแต่หมัดมันเอาทีไรหงายเลย ไม่เอียงนะหงายเลย แบบไม่เป็นท่า

                    ทีนี้เวลาเราสู้มันด้วยความมุมานะ ด้วยความเคียดแค้นนี้ สู้หลายครั้งหลายหนกิเลสมันเอียงให้เราเห็น ถูกหมัดเราต่อยมัน เหอ มึงเอียงเหมือนกันเหรอ นั่นขยับแล้วนี่นะ ซัดกันไปซัดกันมา ทีนี้กิเลสก็ล้มให้ดู นี่เราฝึกไม่ถอย มุมานะฝึกไม่ถอย เคียดแค้นไม่ถอย เอาจนกิเลสล้มให้ดู เรียกว่ากิเลสแพ้อุบายของเรา นี่เรียกว่ากิเลสล้มให้ดู เหอ มึงก็มีท้องเหมือนกันเหรอ กูนึกว่ามีแต่กู ท้องให้มึงเตะเอาหงายหมา ๆ นี่มึงก็มีท้องเหมือนกันเหรอ กูเอามึงหงายละคราวนี้นะ

                    คราวนี้ก็ขยับแล้ว หงายด้วยวิธีการใดจับวิธีนั้นไว้ ซัดกันไปซัดกันมา นี่ละความมุมานะ ความเคียดแค้นให้กิเลส ท่านเรียกว่าเป็นธรรม ถ้าความเคียดแค้นให้ผู้อื่นผู้ใดสัตว์ตัวใดก็ตาม ท่านเรียกว่าเป็นกิเลสทั้งนั้น เคียดแค้นให้กิเลสที่เป็นข้าศึกของตัวนี้มันเป็นธรรม และต่อสู้กันจนเห็นชัยชนะไปโดยลำดับ ๆ ต่อไปกิเลสก็เอียงให้เห็น จากนั้นก็ล้มให้เห็น ทางนี้ก็หนักมือเข้า สติปัญญาฝึกไม่หยุดไม่ถอย ต่อไปก็กลายเป็นสติปัญญาที่เกรียงไกรขึ้นมา

                    พอกิเลสตั้งขึ้นมาเท่านี้ เหมือนว่าเตะทีเดียวล้มเลย ๆ ต่อจากนั้นโผล่ขึ้นมาไม่ได้ คอขาด นั่นเห็นไหมละความมุมานะ ความฝึกฝนอบรมตนเสมอ จนกระถึงเข้าสติปัญญา ตั้งแต่สติปัญญาอัตโนมัตินี้ไปแล้วไม่มีคำว่าถอยกิเลสไม่มี พอก้าวเข้าสู่มหาสติ-มหาปัญญาแล้วมีแต่คุ้ยเขี่ยขุดค้น ไม่ได้เจอมันง่าย ๆ มันหลบฉากเก่งมาก อะไรโผล่มาก็ตามในขั้นมหาสติ-มหาปัญญาแล้วขาดสะบั้นไปทันทีทันใดเลย นี่เห็นผลแล้ว นี่เวลานี้สติปัญญาทางด้านธรรมะเรานี้เกรียงไกรแล้ว กิเลสอ่อนเต็มที่แล้ว อ่อนเต็มที่แล้ว ก็มีแต่วันที่จะสังหารให้แหลกเท่านั้นเอง รอวันเวลา ด้วยอำนาจแห่งความแก่กล้าสามารถของสติปัญญาจากความเพียรของเราไม่ลดละ

                    ต่อไปกิเลสมันได้คุ้ยเขี่ยหา คือแต่ก่อนมันฟัดเราเลย ไม่ทราบว่าคุ้ยเขี่ยไม่คุ้ยเขี่ย มันอยู่ที่ไหนไม่ทราบมันเอาเราหงายแล้ว ๆ มันรวดเร็ว ทีนี้ครั้นต่อมาทางธรรมะรวดเร็ว พอกิเลสโผล่แย็บเท่านั้นขาดไปพร้อมเลย เป็นอัตโนมัติ ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาจะขาด กระแสของจิต-กระแสของธรรมกับกิเลสมันฟัดกัน พอแย็บเท่านั้นขาดพร้อม ๆ เลย นี่ละการฝึกฝนอบรมด้วยความมุมานะ และการเคียดแค้นให้กิเลสคือความไม่ดีของตัวเอง เพื่อจะแก้ไขให้ดีขึ้น อย่างนี้ถูกต้องเป็นธรรม แต่ความเคียดแค้นให้ผู้อื่นผู้ใด สัตว์ตัวใดเหล่านั้นเป็นกิเลสทั้งมวล ท่านจึงเรียกว่าโทสะเป็นกิเลส

                    โทสะให้กิเลสทั้งหลายเป็นธรรม แต่โทสะให้สัตว์ให้บุคคลที่เราไม่พอใจเป็นกิเลส แต่โทสะคือความเคียดแค้นของเราที่จะฟัดกับกิเลสตัวเป็นภัยต่อเรานี้ กลายเป็นธรรม ยิ่งมุมานะหนักเท่าไรก็ยิ่งเห็นผลชัดเจน ๆ ไปโดยลำดับ จนกระทั่งไม่มีอะไรมาต่อกรหัวใจเลย เรียกว่าเรียบวุธไปเลย เพราะอำนาจแห่งการฝึกฝนทรมานด้วยความเคียดแค้นเป็นพื้นฐาน ที่ได้น้ำตาร่วงเป็นพื้นฐานสำคัญมากให้ได้ตั้งหน้าตั้งตาต่อส้จริง ๆ ถึงขนาดที่ว่าเอาละยังไงมึงต้องพังวันหนึ่ง ให้กูถอยกูไม่ถอย นี่จับเข้าถึงใจเลยเชียว มันก็เอาอย่างนั้นจริง ๆ มันมีกำลังเท่าไรมันยิ่งฟัดหนักเข้า ๆ

                    นี่ผลแห่งการมุมานะของเรา ความไม่ดีของตัวเองมีอยู่มากน้อยให้พยายามแก้ไขดัดแปลงหรือต่อสู้กัน ถ้าสู้มันไม่ได้เราก็แพ้วันยังค่ำ สู้ไม่ได้เท่าไรก็แพ้ไปเท่านั้น พยายามสู้ได้ก็ชนะไป อะไรที่ยังเหนือเราก็สู้กันไป ยอมแพ้บ้างเป็นธรรมดา ต่อไปก็ชนะไปเรื่อย ๆ นี้การฝึกฝนอบรมตนเพื่อความเป็นคนดี ความชั่วเป็นภัยต่อเรา ธรรมเป็นความดีงาม เป็นคุณต่อเรา นำอันนี้ไปกำจัดตัวเอง มันเคยทำชั่วมันอยากทำ ฝืนอย่าทำ ฝืนหนักเข้า ๆ มันก็ยอมเอง ไม่ทำ

                    อะไรที่มันไม่ดีแต่มันอยากทำ เราฝืนด้วยธรรม ไม่ยอมให้มันทำ แล้วมันก็ถอย ๆ เมื่อมีสิ่งต้านทานกันอยู่แล้วสิ่งนั้นจะไปไม่รุนแรง จะไปไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะมีสิ่งต้านทานกันอยู่ มีความชั่วมันก็ไปไม่รุนแรงถ้ามีธรรมเป็นสิ่งต้านทานกันอยู่ แล้วมันก็อ่อนลง ๆ ความดีที่เราฝึกตลอดมันมีกำลังแข็งขึ้น ๆ ความชั่วที่ถูกสังหารทำลายไปเรื่อย ๆ มันก็อ่อนตัวลง สุดท้ายก็ไม่มีความชั่ว ภายในใจไม่มี เรียกว่าหมดโดยสิ้นเชิง เมื่อความชั่วภายในใจไม่มี ภัยภายในใจ ความทุกข์ภายในใจก็ไม่มี หมดโดยสิ้นเชิงไปตาม ๆ กัน

                    นี่ละวิธีฝึกฝนอบรมตนเอง ให้มีการฝึกบ้าง อย่ายอมโดยถ่ายเดียว อะไรถ้าเป็นเรื่องของกิเลสแล้วถูกหมด ผิดขนาดไหนก็ว่าถูก มันก็ไม่ยอมรับซิคนเรา ถ้าลงว่าเห็นเป็นผิดแล้วต้องถอย ต้องยอมรับและต้องแก้ไขดัดแปลงต้านทานกัน มันก็มีวันดีจนได้นั่นแหละ  นี่ก็พูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง ถึงเรื่องชาติไทยของเราเป็นชาติที่มีหลักมีเกณฑ์มาดั้งเดิม  จึงควรสงวนรักษาชาติของตนด้วยความรักศักดิ์ศรีดีงาม ไม่ยอมให้อะไรเข้ามาทำลายชาติของเราได้ เพราะชาตินี้เป็นสมบัติคนทั้งชาตินั่นแหละ เป็นสมบัติของทุกคน ต่างคนต่างปฏิบัติบำรุงรักษา อย่าทำลายชาติของตน เป็นความเสียหายอย่างร้ายแรง

                    แม้แต่สัตว์เขาก็ไม่ทำลายตัวของเขา นอกจากคนอื่นสัตว์อื่นเท่านั้นมาทำลายสัตว์ตัวนั้น ๆ สำหรับเขาเองเขาไม่ทำลายตัวของเขา เขากลัวความเจ็บความปวด กลัวความล้มความตายเหมือนกันกับสัตว์โลกทั่ว ๆ ไป เขาจึงไม่ทำลายตัวเอง นี่เราก็เหมือนกันต้องเป็นผู้ไม่ทำลายชาติของตัว เป็นผู้รักผู้สงวนชาติของตน อันใดที่จะเป็นภัยต่อชาติต่อศาสนาที่เรารักษาและเทิดทูน เช่นพระพุทธศาสนา ให้พากันระมัดระวังรักษา อย่าให้อะไรมาแตะต้องได้เลย นี่ชื่อว่าการรักษาสมบัติของตน

                    พุทธศาสนาเป็นธรรมสมบัติอันเลิศเลอในหัวใจของสัตว์ โลกชาติไทยเรานี้นี่ก็เป็นสมบัติอย่างมากมายเหมือนกันต่อคนไทยทุกคนที่ควรจะสงวนรักษา อย่าปล่อยอะไร ๆ มาทำลายอย่างง่ายดาย อย่าหมอบอย่าคลานตามโดยไม่มีเหตุมีผล ต้องมีเหตุมีผลจึงจะต้องปกครองบ้านเมืองไปได้คนเรา เห็นแก่เขาแก่เรา เห็นแก่สูงแก่ต่ำ ไม่เห็นแก่เหตุแก่ผลนี้ล้มละลายทั้งนั้น ยังไงก็ไปไม่รอด ต้องมีเหตุมีผล ธรรมะพระพุทธเจ้าด้วยแล้วยิ่งมีแต่เหตุแต่ผลทั้งนั้นเลยเชียว ไม่มีที่จะเข้าตัวเป็นความเสียหายธรรมพระพุทธเจ้าเต็มไปด้วยเหตุด้วยผล ให้เรานำมาปฏิบัติ

                    เวลานี้เรากำลังเทิดทูนชาติไทยของเราด้วยกันทุกคน ๆ และเทิดทูนศาสนาของเราด้วยการปฏิบัติบูชา จึงต้องให้พากันระมัดระวัง อะไรจะมาทำความกระทบกระเทือนต่อชาติต่อศาสนาของเราอันนั้นคือภัยของชาติ คือภัยของศาสนา อย่าปล่อยให้มันทะลึ่งเข้ามาได้ ต้องต่อสู้เพื่อสมบัติของตนจะได้คงเส้นคงวาหนาแน่นและอบอุ่นทั่วประเทศไทยต่อไป ถ้าปล่อยให้โจรมาทั้งหลายเข้ามาทำลายได้แล้ว ชาติไทยนี้ไม่มีความหมาย มีแต่ว่าชาติไทย แต่ตัวคนไทยเหลวแหลกแหวกแนว หาคุณค่าไม่ได้  เพราะไม่รักนวลสงวนตัว ปล่อยให้พวกโจรพวกมารเข้ามาเหยียบย่ำทำลาย แล้วก็มีแต่ความเสียหายอย่างเดียว

                    เวลานี้กำลังอยู่ในหัวเลี้ยวหัวต่อของคนไทยเรา ชาติไทยเรา ศาสนาไทยเรา ซึ่งกำลังรบรากันอยู่ด้วยอุบายวิธีการต่าง ๆ นับประมาณไม่ได้เลย แต่เมื่อดูแล้วมีตั้งแต่เรื่องที่ทำลายชาติและศาสนาของตน พร้อมทั้งตนเองไปในตัวนั้นแหละ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นดีเลย ต่างฝ่ายต่างยอมรับความผิด ถูก ชั่ว ดี ของตัวเอง แล้วต่างฝ่ายต่างปฏิบัติให้ถูกต้องดีงาม เช่นอย่างกฎหมายบ้านเมือง และกฎของศีลของธรรม เราจะดีทั้งทางโลกและทางธรรม ให้พากันตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ

                    อย่าปล่อยนะ อย่าอ่อนในสิ่งที่ไม่ควรอ่อนอย่าไปอ่อนนะ ส่วนสิ่งที่แข็ง แข็งเพื่อเอาตัวรอด เป็นอะไร ต่อสู้กับข้าศึก ต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด เพื่อชัยชนะไม่ผิด แน่ะ  ถ้าไม่ต่อสู้ หมอบราบให้เขาเหยียบไปเลยนั้นเหลวใช้ไม่ได้ จะไปอยู่ในชาติใด เมืองใด ประเทศใด คนคนนี้ก็คือคนใช้ไม่ได้ ถ้ากลับมาเป็นคนไทยทั้งชาติ มีแต่อ่อนเปียก ๆ ยอมอย่างเหลวแหลกแหวกแนวไปเลย ไม่มีท่าต่อสู้ด้วยเหตุด้วยผลแล้วเมืองไทยเราก็เป็นเมืองเหลวแหลก ไม่มีค่ามีราคาแต่ประการใดเลย

                    ที่เมืองไทยมีค่ามีราคามาตลอดนี้ มีผู้บำรุง มีผู้รักษา มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสละชีวิตจิตใจต่อชาติบ้านเมืองของตนตลอดมา ชาติไทยเราจึงมีเป็นชาติไทยตลอดมาอย่างนี้ จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายรักษาชาติไทยของเราด้วยขนบธรรมเนียม กฎข้อบังคับอันดีงามที่จะพาเมืองไทยของเราให้แคล้วคลาดปลอดภัย ให้พากันปฏิบัติตามกฎตามเกณฑ์นี้ให้ดี อย่าวิ่งไปตามอำนาจป่า ๆ เถื่อน ๆ ที่หาเหตุหาผลไม่ได้ อย่างนั้นใช้ไม่ได้ นั่นคือมหาภัยต่อชาติ มหาภัยต่อศาสนา

                    เราอย่ายอมรับ ถ้าอะไรไม่ถูกต้องตามอรรถตามธรรม ตามกฎหมายบ้านเมืองแล้ว ถึงเราจะเป็นผู้น้อย น้อยแต่รูปร่าง น้อยแต่ความสมมุติว่าเป็นผู้น้อยมีหน้าที่การงานอำนาจน้อย แต่ความจริงของเราที่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายบ้านเมืองและศีลธรรมนี้เราไม่น้อย ให้เราใหญ่อยู่ตรงนี้นะ ใหญ่อยู่ที่กฎข้อบังคับของชาติของชาติไทยเราคือกฎหมายและศีลธรรม อย่าไปยอมกฎอำนาจป่าเถื่อนของผู้ใดอย่างง่ายดาย นั้นแหละกฎแห่งอำนาจป่าเถื่อน ถ้าเรายอมกับมันแล้วเราจะเป็นเนื้อบนเขียงให้มันสับมันยำ จากนั้นเขาก็กินเลี้ยงกันเท่านั้นเอง เราอยากเป็นเนื้อบนเขียงให้เขาสับเขายำ แล้วกินเลี้ยงคนไทยทั้งประเทศด้วยอำนาจความป่าเถื่อน ความร้ายกาจของคนไม่กี่คนนี้ดีไหม ให้ถามตัวเองทุกคน

                    ถ้าไม่ต้องการอย่างงั้น ให้ต่างคนต่างระมัดระวังรักษา ชาติไทยของเราจะดีด้วยความมีกฎมีระเบียบ ไม่ได้ดีด้วยการวิ่งตามเขา เขาว่าอะไรก็วิ่งตามเขา ๆ จากนั้นก็เป็นเต่าหัวหดอยู่ในกระดอง ไม่ออกรับออกสู้เหตุการณ์ที่จะมาเผากระดองตัวเอง นี่ตายหมด เต่ามีกี่ตัวตายหมด ทั้งตัวของมัน ทั้งกระดองของมันตายหมด ชาติไทยตายหมด ทั้งโคตรทั้งแซ่ของคนไทยเราตายหมด เพราะไม่มีท่าต่อสู้ มีแต่หมอบ ๆ เขาเอาอำนาจป่าเถื่อนอะไรก็หมอบไปตามเขา ๆ

                    การหมอบไปตามเขาเป็นความเสียหายสำหรับเรา แต่เป็นผลดีแก่มหาโจร-มหาภัยที่จะเหยียบย่ำทำลายทั้งชาติทั้งศาสนาของเรา ให้แหลกเหลวไปโดยไม่ต้องสงสัย จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายจดจำข้อนี้เอาไว้ เราเป็นผู้นำ นำพี่น้องทั้งหลายไม่ได้นำเพื่อความล่มจม นำทางด้านวัตถุก็ดังที่เราอุตส่าห์พยายามอยู่นี้ พี่น้องทั้งหลายก็เห็นตามไปด้วย ต่างคนต่างบริจาค สมบัติเงินทองของเราที่ออกมาจากความรักความสงวนของพี่น้องทั้งหลาย กลายมาเป็นเครื่องบริจาคทานทั่วประเทศไทย เราเห็นได้อย่างชัดเจน

                    ดังเงินสดที่พี่น้องทั้งหลายบริจาค หลวงตานำไปสร้างนั้นสร้างนี้ ไปที่ไหนทั่วทุกภาคเลย สิ่งก่อสร้างจากสมบัติพี่น้องทั้งหลายที่รักสงวนนั้นแหละ ออกไปเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม นี่เราก็นำมาอย่างนี้ตลอด แล้วเงินที่พี่น้องทั้งหลายบริจาค หลวงตานี้เคยเรียนให้ทราบแล้วว่าแบมือ แม้บาทหนึ่งไม่เคยแตะ เพราะเป็นความทุจริต เป็นความสกปรก เป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ทั้งตนและผู้อื่น จึงไม่ให้เข้ามาเฉียดกายได้เลย ปัดทันที ความชั่ว-ความมัวหมองในการรับสมบัติของท่านทั้งหลายเอามาถลุงนี้จึงไม่มีสำหรับหลวงตาเอง เพราะอำนาจแห่งความเมตตาเหลือล้นพ้นประมาณ เกินกว่าที่จะมาสนใจกับเงินบาทหนึ่งสองบาท

                    พี่น้องชาวไทยมีคุณค่าขนาดไหน กับเงินบาทหนึ่งสองบาทที่เราจะมาเผาหัวอกของเรา และทำพี่น้องชาวไทยให้บอบช้ำนั้นไม่มีชิ้นดีเลย เราจึงไม่ให้เข้ามาแตะต้องเราได้  นี่ละสมบัติเงินทองที่ได้มามากน้อยขอให้ตายใจได้เลย หลวงตานี้ไม่มีจริง ๆ ร้อยทั้งร้อยเรื่องความบริสุทธิ์ จากนั้นก็แนะนำทางด้านศีลด้านธรรมเต็มกำลังความสามารถตลอดมา เพื่อให้รู้จักหนักจักเบา รู้จักผิดจักถูก รู้จักยับยั้งชั่งตัว ทุกอย่างที่เป็นให้เป็นไปด้วยเหตุด้วยผล อย่าทำตามความอยาก ความทะเยอทะยาน ความสุกเอาเผากินไม่เป็นของดีเลย จะกลับมาเป็นภัยต่อเราและคนทั้งชาติโดยไม่อาจสงสัย เพราะต่างคนต่างมีนิสัยสังหารชาติตัวเองแบบเดียวกัน ชาติก็ต้องจมลงได้

                    นี่เราก็แนะสั่งสอนการอยู่ การกิน การใช้สอย ให้มีความประหยัดมัธยัสถ์ อย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเกินเนื้อเกินตัว เกินฐานะของตน ให้ต่างคนต่างอยู่ใช้สอยตามกำลังที่ความเหมาะสม บอกบังคับหรือบอกไว้แล้ว ให้ปฏิบัติตามนั้น แล้วทุกสิ่งทุกอย่างได้มาก็มีขอบเขต มีที่เก็บ มีที่รักษา เวลาจำเป็นจะนำออกใช้ก็นำออกใช้ได้อย่างสะดวกสบายทันกับเหตุการณ์ เพราะเราเก็บเตรียมพร้อมไว้แล้ว เพื่อเหตุการณ์ที่จำเป็นซึ่งจะต้องนำสมบัติเหล่านี้ไปใช้เพื่อแบ่งเบากันเป็นอย่างน้อย เพื่อให้หลุดไปเป็นอย่างมาก

                    ให้พากันตั้งใจปฏิบัติอย่างนี้ ให้รักนวลสงวนตัว และให้ระวังเวลานี้โจรมารกำลังเต็มบ้านเต็มเมือง ชาติไทยของเรานี้แหละ ไม่เป็นชาติไหนนะ กำลังไส้เป็นหนอน แผ่พังพานออกไปเป็นเจ้าอำนาจบาตรหลวงป่า ๆ เถื่อน ๆ ไม่มีเหตุมีผล ไม่มีกฎมีเกณฑ์ กฎหมายก็เรียนมาเต็มภูมิ แต่เวลาจะนำมาใช้ไม่ได้เอากฎหมายที่ทำความร่มเย็นให้แก่โลก ซึ่งเราก็เรียนมาแล้วนั้นมาใช้เลย กับกลายเป็นเอากฎหมอยออกมาใช้ ไม่มีเหตุมีผล ไม่มีหลักมีเกณฑ์ ให้ได้อย่างใจ ๆ ไปเที่ยวกว้านเที่ยวบีบบังคับให้คนนั้นมาเป็นเครื่องมือ คนนี้มาเป็นเครื่องมือ คนนั้นมาเป็นกำลัง เพื่อจะเหยียบย่ำทำลายสิ่งที่ตนไม่ปรารถนา หรือสิ่งที่ตนเห็นว่าเป็นภัย อย่างนี้ละ

                    อุบายวิธีการอย่างนี้ใช้ไม่ได้เลย เพราะไม่ใช่กฎหมาย มันเป็นกฎหมอย เข้าใจไหม เอามาใช้เพื่อความเดือดร้อนของคนไทยทั้งชาติ จึงไม่ควรอย่างยิ่ง คนไทยให้คิดทุกคน อะไรที่ออกมาเป็นผิดอย่าปฏิบัติตาม ไม่ว่าหน่วยงานใด ๆ ราชการใด ๆ จนกระทั่งสูงสุดคือศาลอันสูงสุด ให้ปฏิบัติหน้าที่ของตนตามอำนาจของศาลจะชี้บอกบังคับผิด ถูก ดี ชั่วประการใด ให้เอานั้นเป็นหลักเป็นเกณฑ์ ชื่อว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป จะเอาบุคคลแต่ละคน ๆ เข้ามาเป็นใหญ่นายโตเหนือกฎหมายเหนือศาลไป แล้วก็ชาติไทยของเราจม เป็นหมาไปหมด

                    จะมีที่เขาสมมุติตัวว่าเขาเป็นคน เป็นเทวดาเพียงสองสามคน เหยียบขี้หรือนั่งขี้รด เยี่ยวรด อยู่บนหัวหมาคือคนไทยทั้งประเทศที่อ่อนตามเขาโดยหาเหตุผลไม่ได้ มันจะเป็นอย่างงั้น ถ้าตั้งใจปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายและศีลธรรมแล้ว ใครทำผิดไม่ทำตาม จะทำตามแต่ผู้ที่ทำถูก เช่นอำนาจบังคับบัญชามา อำนาจนี้ถูกตามกฎหมายบ้านเมืองหรือไม่ หรือเป็นอำนาจกฎหมอย อำนาจป่า ๆ เถื่อน ๆ ถ้าอย่างนี้แล้วไม่ปฏิบัติตาม ไม่ว่าข้าราชการงานเมือง หน่วยราชการต่าง ๆ ต้องปฏิบัติตามกฎตามเกณฑ์กฎหมายบ้านเมือง  ว่าอำนาจก็ถูกต้อง สั่งไปทางไหนถูกต้องตามกฎหมาย

                    อำนาจที่แบบเอาไปใช้โดยถือว่าตัวเป็นผู้มีอำนาจเหนือ แล้วเอาอำนาจป่า ๆ เถื่อน ๆ ไปบีบบังคับเรียกว่าเป็นกฎหมอยอย่างนี้อย่าทำตาม ทำตามเสียหมด ต้องทำตามผู้ที่ทำถูกต้องเท่านั้น ผู้ที่ทำผิดอย่าทำตาม ผิดและสังหารชาติไทยและศาสนาของชาติไทยเราไปพร้อม ๆ กันนั่นละ ให้พากันจำ อย่างทางด้านของพระก็เหมือนกัน เวลานี้ลุกลาม พระก็เป็นเจดีย์ของคนทั้งชาติ เฉพาะเมืองไทยเรา ไปสถานที่ใดมองเห็นพระเจ้าพระสงฆ์แม้เกิดความเคียดแค้นอยู่ก็สงบลงทันที ๆ เพราะอำนาจแห่งผ้าเหลืองที่เราได้พบได้เห็นพระ เกิดความยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นมา เป็นความชุ่มเย็นขึ้นมาทันทีที่ได้เห็นพระ

                    พระของพระพุทธเจ้าเป็นศากยบุตร เป็นสงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ เป็นผู้มีศีลมีธรรม มีหลักมีเกณฑ์ พูดอะไรแสดงอะไรเป็นที่เชื่อถือตายใจได้ เรียกว่าพระ เรียกว่าธรรมประจำองค์พระ แสดงออกในแง่ใดมุมใดเป็นที่ตายใจได้ เป็นที่เคารพนับถือและชุ่มเย็นได้ ทีนี้เมื่อมันพลิกออกจากนั้นแล้ว พระก็มีแต่ผ้าเหลือง มีแต่หัวโล้น ๆ อำนาจที่จะปฏิบัติหน้าที่การงานตามแบบฉบับของพระทางพุทธศาสนา เช่นมีกฎข้อนั้นข้อนี้ ปฏิบัติเพื่อความสงบร่มเย็นต่อหมู่ชน นอกเหนือจากธรรมวินัยไปก็เป็นเครื่องส่งเสริมพระธรรมวินัย

                    นี้กลับกลายเอาอำนาจบาตรหลวงอันนี้ไปบีบบังคับในทางที่ไม่ถูกต่อพระทั้งหลายทั่วประเทศไทย ภาคไหน ๆ ถือว่าตนเป็นผู้อำนาจบาตรหลวงใหญ่ เอาอำนาจป่าเถื่อนนั้นไปบีบบังคับพระทั้งประเทศไทยให้ปฏิบัติตามมหาโจรที่มีอำนาจป่าเถื่อนอย่างนี้ ๆ ถ้าพระปฏิบัติตามพระก็ฉิบหายหมด คนไทยก็ฉิบหายหมด ไม่มีอะไรเหลือ เพราะเหตุว่าผู้ที่มีอำนาจมากนี่สั่งไปด้วยความป่าเถื่อน ๆ เอ้าผู้ที่ยอมรับก็ยอมรับแบบป่าเถื่อนด้วยกัน ไม่มีศีลธรรม ไม่มีกฎเกณฑ์อันดีงามเป็นเครื่องคัดค้านต้านทานเอาไว้ แล้วนำกฎบังคับอำนาจป่าเถื่อนนี้กระจายออกไป

                    คือออกไปจากเจ้าคณะภาคในส่วนพระ แล้วก็ไปคณะจังหวัด อำเภอ ตำบล จนกระทั่งถึงหมู่บ้านทุกแห่งทุกหน เป็นกลอุบายวิธีการของพระที่เอามาเป็นโล่บังหน้า พระไปไหนโลกเขาย่อมมีความยอมรับ ความเคารพเลื่อมใส ทีนี้ก็เอากฎของพระเถื่อน ๆ แทรกเข้าไปกับพระจริง ไปก็ไปสั่งสอนญาติโยม เพราะหัวหน้าป่าเถื่อนสั่งให้ทำอย่างงั้น ไปนี้สั่งเขาทำอย่างงั้น พวกญาติโยมเวลานี้ศาสนาท่านมาประกาศเป็นแผนใหม่ขึ้นมาเพื่อบ้านเมืองของเราจะเจริญรุ่งเรืองต่อไป เวลานี้มันครึมันล้าสมัย

                    ทีนี้ให้ฟังเสียงศาสนาที่ท่านมาสอน พระท่านได้กลอุบายวิธีการศาสนาใหม่ ๆ มาสอน ให้ปฏิบัติตามท่านนะแล้วก็ชี้ ๆ อย่างงั้น ผิดเป็นถูก ถูกเป็นผิดไปหมด ดีเป็นชั่ว ชั่วเป็นดี นรกเป็นสวรรค์ สวรรค์เป็นนรกไปเลย นี่อุบายวิธีการของพระปฏิรูป พระปลอม เอานามของพระจริงมาเป็นโล่บังหน้า ความจอมปลอม ความเป็นเปรตเป็นผี เป็นยักษ์เป็นมารที่จะสังหารชาติและพระพุทธศาสนามันแทรกมาด้วยกัน อุบายวิธีนี้แหละจะออกจากพระที่สมมุติว่าพระ เป็นเจ้าคณะนั้นคณะนี้ขึ้นมาเรื่อย ๆ นี้วางตัวเป็นเจ้าอำนาจ อำนาจจริงๆ ไม่เอามาใช้ ไปเอาอำนาจป่าเถื่อนมาใช้ พวกคนผู้น้อยก็ไม่ให้เห็น ไม่รู้ หรือรู้บ้างก็พอรำคาญ คิดสั้น ๆ ก็เลยทำตามไป แล้วก็สั่งดะกันไปเลย ตั้งแต่เจ้าคณะจังหวัด จากเจ้าคณะภาค เจ้าคณะใหญ่ลงมา ด้วยอำนาจป่าเถื่อน ๆ สั่งดะไปหมดทั้งประเทศ พระทั่วประเทศรับของปลอมกันไปไว้หมด

                    ทีนี้ของปลอมนี้ออกกระจาย ก็ไปตามเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล แต่ละคณะ ๆ นั้นให้สั่งเสียประชาชนให้ปฏิบัติตามเจ้าคณะภาค เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ และให้ปฏิบัติตามพระที่ได้แผนใหม่ ๆ ทันสมัยเอี่ยม ๆ นี้เอาไปใช้ แล้วให้ญาติโยมเขาปฏิบัติตามนี้ ทีนี้คนไทยเราหัวใจเป็นพุทธ เมื่อพระมาประกาศตน ทั้ง ๆ ที่ปลอมก็ว่าเป็นของดิบของดีนี้ไปเสีย ทีนี้เขาก็ยอมรับเพราะเขาไม่อยากโต้อยากเถียง กลัวเป็นบาปเป็นกรรม

                    นี่ละ เหยียบหัวไปได้หมดในบรรดาประชาชนทั้งประเทศที่ถือพุทธศาสนา ถูกเหยียบย่ำทำลายแหลกไปตาม ๆ กันหมดจากอำนาจป่าเถื่อนที่วางมาเป็นลำดับลำดา โดยอาศัยผ้าเหลืองอาศัยพระเป็นแนวหน้าหลอกลวงประชาชนให้ล่มจมไปด้วย ด้วยเหตุนี้จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้นะ หลวงตาจะไม่มีคำว่าโกหกหลอกลวงพี่น้องทั้งหลาย นำชาติมานี้ได้เป็นเวลา ๖ ปีไม่เคยได้ต้องติตัวเองว่าได้พาพี่น้องทั้งหลายทำผิดพลาดไปประการต่าง ๆ  ไม่เคยมี  แล้วยิ่งเจตนาไม่ต้องพูด อะไรจะแฝงเรื่องความเราไม่รู้สึกตัว เราก็ทดสอบดูก็ไม่เห็นมี เป็นความดีงามไปตลอด

                    นำชาติเราก็ได้นำ ทางวัตถุเงินทองก็ดังที่พี่น้องทั้งหลายเห็นทั่วหน้ากันแล้ว นี่ทองคำเราก็กำลังจะเข้าคลังหลวง ๑๐ ตันอยู่แล้ว ในประมาณวันที่ ๑๒ นี้แหละ และดอลลาร์ก็เข้า ๑๐ ล้าน ทองคำ ๑๐ ตันหนึ่ง ดอลลาร์ ๑๐ ล้านหนึ่ง จะเป็นความแน่นอนในวันนั้น ให้ครบสมบูรณ์ บริบูรณ์ นี่ก็ได้มาเป็นลำดับ นำเข้ามาโดยลำดับ และเงินสดนี้ทั่วประเทศไทย ดังที่เขาจะไปตรวจไปตราสมบัติเงินทองของหลวงตามหาบัว เขาจะไปตรวจ นี่ขู่ไปนะ ขู่ตามวัดตามวา ตามพระเจ้าพระสงฆ์ ขู่ไปถึงหลวงตามหาบัว

                    หลวงตามหาบัวถ้าว่าเป็นหมา มันอาจจะเป็นหมาบ้าก็ได้ หรือเป็นหมาดีก็แล้วแต่ท่านจะพิจารณาว่าจะมาตรวจตราพาที ตลอดถึงเงินทองข้าวของหลวงตาบัว ลูกศิษย์ลูกหาหลานหลวงตาบัวมีเงินเท่าไร ๆ เราก็เป็นคำเตือนออกไปคำหนึ่ง เราเตือนบอกว่า ก่อนที่ไปตรวจตราเรื่องของหลวงตาบัวที่ทำประโยชน์เพื่อชาติจนสุดหัวใจ สละชีวิตทุกหยดทุกหยาดเพื่อชาตินี้ หากว่าจะไปตรวจหลวงตาบัว หรือบริษัทบริวารหลวงตาบัวก็ดี หลวงตาบัวขอเตือนไว้ก่อน บอก หนึ่ง อย่าเอามีดไปฟันหิน สอง อย่าขับรถชนภูเขา เราเตือนมา

                    ถ้ายังไม่เชื่อยังไม่ฟัง เอ้าทะลึ่งเข้ามา เมื่อทะลึ่งเข้ามาเราก็เปิดทางให้อีก ถ้าหากว่ายังไม่เชื่อทะลึ่งเข้ามาให้ยกมาทั้งโคตรเลย มาตรวจตราเรื่องของหลวงตาบัวที่ทำความสุจริต ผลประโยชน์แก่โลกเต็มกำลังความสามารถ และมันกลายเป็นมหาภัยต่อโลกนี้ให้เห็นเสียที เอ้าให้ไปตรวจเลย เราพูดอย่างอาจหาญชาญชัย เพราะเราบริสุทธิ์เต็มสัดเต็มส่วน ไอ้ผู้มันวางอำนาจป่าเถื่อน มาเป็นตัววิศักดิ์วิเศษ เป็นตัวบริสุทธิ์  เป็นเจ้าอำนาจบาตรหลวงอันใหญ่หลวงไปเที่ยวตรวจนั้นตรวจนี้ ยกโทษคนนั้นยกโทษคนนี้ โจมตีทางนั้นทางนี้

                    มันมีความดีอะไรมาพอให้โลกได้เคารพนับถือบ้าง ฟังซิ ถ้าว่าทองคำเราก็ไม่เคยเห็นว่าคนจำพวกนี้ได้นำทองคำเข้ามามอบคลังหลวงของเรา  ไม่ต้องเอามากละ ๑ กิโลในจำนวนคนทั้งพวกทั้งพรรคของมัน ก็ไม่เคยเห็นทองคำ ๑ กิโล ถ้าว่าเงินดอลลาร์ ๑ ดอลลาร์เราก็ไม่เคยเห็น แล้วเงินสด ๑ บาทเราก็ไม่เคยเห็น เห็นแต่ประเทศไทยของเราที่เป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อชาติต่อศาสนา วิ่งเต้นขวนขวายหามาทุกทิศทุกทางทั่วประเทศไทยนำเข้ามาเป็นลำดับลำดา จนกระทั่งบัดนี้ทองคำจะครบจำนวน ๑๐ ตันแล้ว และดอลลาร์จะถึง ๑๐ ล้านแล้ว

                    ส่วนเงินสดนั้นกระจายทั่วประเทศไทย ทั่วไปหมดทุกภาค ใครอยากไปตรวจให้มาตรวจเรา เราจะไล่ให้มันไปตามสถานที่ที่เราทำการสงเคราะห์ ให้พวกนั้นเป็นผู้ยืนยันเองว่าหลวงตาบัวได้มาบริจาคจริงไหม เฉพาะอย่างยิ่งทางโรงพยาบาล หรือทางราชการที่เราไปสงเคราะห์สงหา ให้พวกนั้นชี้แจงแทนเราเลย ให้พวกนี้ไปตรวจ ไป ไปตรวจ เรากลัวตั้งแต่มันจะตายหมดทั้งโคตรมันนั่นแหละ เพราะมันจะไม่ไปถึงไหนซิ ไปถึงโรงเรียนนี้ โรงพยาบาลนั้น ก็ได้สองสามโรงวันหนึ่ง วันหลังสละชีวิตไปอีก พอวันที่สามตายหมดทั้งโคตรทั้งแซ่

                    หลวงตาบัวไม่ไปกุสลาให้มันเลยพวกนี้ มันจะตายหมดทั้งโคตรทั้งแซ่ กี่โคตรช่างหัวมัน โคตรหลวงตาบัวไม่ได้ทำอย่างนั้น ตายก็ไม่ตายแบบนั้น หลวงตาบัวไม่ไปกุสลาให้อย่างเบาใจ อันนั้นไม่ไปกุสลาให้ เพราะมันขวางโลกเข้าใจไหมละ นี่ให้พากันพิจารณาซิ เวลานี้กำลังเหยียบย่ำทำลาย แบบหูหนาตาเถื่อนเหมือนหนึ่งว่าไม่ได้เคยศึกษาเล่าเรียนมาเลย แล้วพวกที่มาควบคุมอำนาจป่า ๆ เถื่อน ๆ อยู่เวลานี้มีตั้งแต่ได้รับคำยกย่องจากประชาชนทั่วประเทศนั่นแหละ ทั้งฝ่ายพระฝ่ายประชาชนเป็นหัวกฎหมาย หัวนักวินัย นักธรรมนักวินัย พระไตรปิฎกอยู่กับพวกพระอยู่กับพวกนี้ แบกคัมภีร์มาจนเหนื่อย

                    แล้วก็พวกหัวกฎหมายก็เหมือนกัน แล้วมันทำไมมันจึงมาทำความเดือดร้อนให้แก่โลก อย่างคำว่าหัวกฎหมายก็ไม่มี นอกจากกฎหมอยเท่านั้น พระไตรปิฎกก็ไม่มี มีตั้งแต่นรกอเวจีเผามัน ทางพระก็สั่งเสียเผาไปทางหนึ่ง พอที่จะเทิดทูนและเชื่อถือมันได้ ว่าถือเป็นความจริงได้ เราไม่เห็นมี เราก็บอกว่าไม่มี ให้พี่น้องทั้งหลายฟัง เราอยากพูดอย่างเป็นเสียงอรรถเสียงธรรม ไม่มีคำว่าจะเอนจะเอียง จะตั้งหน้าตั้งตาตำหนิเขาโดยที่เขาไม่ทำความผิด เราตำหนิเขาว่าผิดเราไม่มี ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก

                    ไม่ได้เหมือนพวกปลิ้นปล้อนหลอกลวงนี้ ถ้าคนดีมันชอบนักที่จะเข้าไปยุแหย่ก่อกวนอย่างน้อยนะ มากกว่านั้นเข้าไปหาโจมตีที่นั่น โจมตีที่นี่ ดังที่กล่าวไว้เหล่านี้ จะเป็นตัวใหญ่โตไปเที่ยวตรวจ เป็นตรวจราชการงานเมืองของผู้บริสุทธิ์ ไปตรวจคนที่ทำทุจริตมหาโจรคือหลวงตาบัว จะมาตรวจหลวงตาบัวเป็นมหาภัยต่อชาติต่อศาสนา พวกนี้เป็นคุณต่อชาติศาสนาอย่างไรบ้าง เอามาเทียบกันซี นี่กำลังตั้งตัวเป็นใหญ่เป็นโต  จะไปตรวจคนนั้น วางอำนาจทางนั้นวางอำนาจทางนี้ แม้แต่เด็กเขาก็รู้ อำนาจยังไง เด็กอมมือเขาก็รู้  ทำไมเราใหญ่ขนาดนี้จึงไม่รู้ มันไม่เลวกว่าหมาแล้วเหรอ

                    หมามันยังรู้จักเจ้าของ อันนี้ทำไมไม่รู้จักชาติของตนซึ่งเป็นเจ้าของ และศาสนาเป็นพ่อเป็นแม่อันเลิศเลอของตน ทำไมมันไม่รู้จักชาติ แล้วทำไมมันจึงจะมาทำลายทั้งชาติทั้งศาสนาได้ลงคอ ทั้ง ๆ ที่มันเกิดในท่ามกลางชาติและศาสนา ถ้ามันไม่เลวเป็นสัตว์ไปแล้วนะ ให้ฟังพี่น้องทั้งหลาย เวลามันประกาศให้จำเอานะ อย่าทำตามพวกนี้ หลวงตาไม่ได้เอาเสียงขี้หมูขี้หมา เสียงโจมตีคัดค้าน เสียงมหาโจรเที่ยวเผาบ้านเผาเมืองออกมาสอนนะ สอนก็สอนให้ละ อย่าทำต่างหาก สอนความดีสอนเพื่อให้ทำ ให้บำเพ็ญ ให้พากันไปปฏิบัติ

                    เวลานี้กำลังระบาดสาดกระจายแผ่พังพานเสียด้วยนะ แผ่พังพานแบบป่า ๆ เถื่อน ๆ นี่เราได้ทราบว่าเอาเงินจากงบประมาณนี่ ๕๐๐ ล้าน จะไปบำรุงรักษา พูดคำงาม ไพเราะเพราะพริ้ง หวานปากนะ จะไปบำรุงทั้งฝ่ายพระฝ่ายประชาชนที่มีความบกพร่อง จะเอานี้ไปหนุนไอ้พวกที่ทำงานเพื่อเขา ฟังซิ เงินจำนวนนี้เป็นเงินของชาติทั้งประเทศ เขาให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เขาไม่ได้ให้เอาไปบำรุงพวกเปรตพวกผี พวกยักษ์พวกมาร ดังที่พวกนี้เป็นหัวหน้าไปเที่ยวหากอบโกยบำรุงเวลานี้ ซึ่งเป็นการผิด

                    การนำเงินเหล่านี้ไปทำอย่างงั้นผิด เขาเรียกผิดหน้าที่หรืออะไร เราก็ลืม ๆ ไป แต่มันรู้แล้วนี่ ธรรมะจะไม่รู้ได้ยังไง กฎหมายหยาบกว่าธรรมนี่รู้เป็นความผิด นี่กำลังกระจายเงิน ๕๐๐ ล้านนี้เอาไปแจกพวกบริษัทบริวาร เพื่อให้เป็นกำลังเข้ามาตีชาติตีศาสนา เหมือนกับว่าตีพ่อตีแม่ของตัวเองให้ล่มจมลงไป ให้ยังเหลือแต่หมูแต่หมา หางไม่หางก็ตาม เขาได้นับถือว่านี่เขาเป็นนายเท่านั้นก็พอ นี่กำลังระบาดเวลานี้ เรายังไม่ทราบชัด เราพูดตามหลักความจริง ได้ยินมาอย่างงี้เราก็ว่าอย่างงี้

                    นี่กำลังไปโกยเอาเงินในรัฐบาล ในงบประมาณหรืออะไรที่จะไปบำรุงพวกนี้ พวกนี้เป็นพวกของตนเองให้มีกำลังแล้วเข้ามาทำลายชาติและศาสนาของตน มีอะไรบ้างท่านทั้งหลายจะทราบเอง ดียิ่งกว่าหลวงตาบัวเสียอีก หลวงตาบัวได้เงื่อนไหนก็มาพูดตามที่ได้ยินได้ฟัง ไม่ได้นำมาโกหกพกลมอะไรเลย เงินเหล่านี้เป็นเงินของประชาชนทั้งประเทศ เขาให้ด้วยความบริสุทธิ์ เสียภาษีอากรเพื่อชาติทั้งนั้น เขาไม่ได้เสียภาษีอากรเพื่อไปบำรุงมหาโจรมหาภัยที่ทำลายชาติอยู่เวลานี้ เอาไปบำรุงกำลังวังชากัน มีกำลังแล้วกลับมาทำลายชาติทำลายศาสนา ซึ่งเป็นพ่อแม่ของตนให้ฉิบหายไป ไม่เคยมีกฎหมายข้อนี้ก็ไม่มี ประชาชนเขาก็ไม่เคยให้เงินไปใช้แบบนี้

                    นี่เราได้ยินเพียงเท่านี้เราก็พูดเพียงเท่านี้ เอาไปใช้แบบไหนเอาคืนมาถึงจะถูก เอาไปทำไมผิดประเภท ใครเอาไปจับโทษกันได้นี่ ทางวินัยท่านก็มี ทางกฎหมายบ้านเมืองทำไมจะไม่มี เอาไปใช้ผิดประเภท หรือเอาไปใช้แบบไหน ถ้าผิดแล้วก็ฟ้องกันได้ ทางกฎหมายบ้านเมือง ทางพระวินัยก็ปรับโทษได้ มันมีอยู่ด้วยกัน นี่เท่าที่ว่านี้เอาไปทำผิด เงินนี้มีกี่หมื่นกี่แสนกี่ล้าน ๆ ที่ช่วยประเทศไทยด้วยความถูกต้องชอบธรรม ก็ไม่มีใครพูดใครเห็นใครกระโตกกระตาก แต่เงิน ๕๐๐ ล้านนี้มันเอาออกไปเพื่อมาสังหารประเทศไทยด้วยความเป็นโจรเป็นมารของมันนั้นแล

                     เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่สะดุดตาสะดุดใจของคนทั้งชาติจากเงิน ๕๐๐ล้านนี้ ที่พวกนี้จะนำไปเป็นหอกเป็นดาบกลับมาฟันคนทั้งชาติทั้งศาสนาให้ล่มจมไป จึงขอ เอาฝากคำนี้ไว้กับบรรดาพี่น้องทั้งหลาย พูดเพียงเท่านี้ เราได้ยินเท่าไรเราก็พูด เราเป็นผู้นำของศาสนาเราจะไม่แตะ สิ่งใดที่ไม่ถูกเราจะฝืนว่าถูกว่าไม่มี เราจะพูดตามความสัตย์จริง เอาละพอ

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก