ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
วันที่ 4 กันยายน 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(Real)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)   วิดีโอแบบ(Real)

ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

สรุปทองคำ ดอลลาร์ วันที่ ๓ กันยา ทองคำได้ ๑ บาท ดอลลาร์ได้ ๔๐ ดอลล์ กฐินทองคำได้ ๓๙ กอง เงินสดได้ ๙ กอง รวมเป็น ๔๘ กอง รวมทองคำทั้งหมดได้ ๕,๒๖๓ กิโลครึ่ง กฐินทองคำ ๘๔,๐๐๐ กองนั้น ทองคำได้ ๕๗๑ กอง เท่ากับน้ำหนัก ๒ กิโล ๑๑ บาท ๓ สลึง เงินสดได้ ๒,๓๑๒ กอง เท่ากับเงินไทยเรา ๓,๖๙๙,๒๐๐ บาท รวมกฐินทองคำและเงินสดได้ ๒,๘๘๓ กอง ยังขาดอยู่อีก ๘๑,๑๑๗ กอง

โรงร่ำโรงเรียนตั้งขึ้นเรื่อย ๆ เลยไม่ทราบว่าตั้งที่ไหน ๆ บ้าง และโรงเรียนอะไรบ้าง ไม่รู้นะ ส่วนมากเราไปก็เกี่ยวกับวัด วัดก็มักจะไปวัดกรรมฐาน วัดทั่ว ๆ ไปก็ไม่ค่อยไป มักไปวัดกรรมฐาน ก็ไปตามสายนั่นแหละ สายกรรมฐานก็มักสนิทสนมกันไปทางกรรมฐาน ปริยัติก็สนิทสนมกันไปทางปริยัติ เหมือนหนึ่งว่าเป็นคณะใครพวกใครพวกเรา สนิทกันไปอย่างนั้น ที่ไม่สนิทก็ไม่รังเกียจ แต่ไม่สนิทก็ไม่ไป มันก็ไปตามสาย

กรรมฐานนี่ไปตามสาย ออกจากวัดนี้เข้าวัดนั้นๆ ไปวัดนี้ ส่วนมากวัดกรรมฐาน ทางปริยัติก็ไปอีกทางสายปริยัติ หลักวิชาทั้งหลายที่เรียนก็ต่างกัน พวกปริยัติก็เรียนทางหลักปริยัติทางด้านพิธีเรื่อย ๆ หลักวิชาการสอบ วิชามันเกี่ยวโยงกัน ไปหากันก็เกี่ยวกับเรื่องหลักวิชา เพราะฉะนั้นพวกปริยัติจึงมักไปทางสายปริยัติ ถ้าภาคปฏิบัติก็ไปสายปฏิบัติ ไปเรียนสายปฏิบัติ มันคนละสาย ๆ หลักวิชาแม้ส่วนใหญ่จะเหมือนกัน แต่ปลีกย่อยออกไปนี้ไม่เหมือน จึงต้องไปตามสายที่สนิทใจ ไปหาอาจารย์องค์นั้น ๆ ภาคปฏิบัตินี่อาจารย์องค์ไหนๆ ที่จะแนะนำสั่งสอนทางด้านจิตใจ ละเอียดลออหรือถูกต้องแม่นยำ จิตมันหมายไว้ ๆ

ทางด้านปริยัติก็อีกเหมือนกัน ครูคนไหนสอนดีมีหลักมีเกณฑ์เป็นที่ตายใจ ต่างกันนะ คำว่าครูไม่ใช่เหมือนกัน นักเรียนของครูแต่ละครู ๆ นี้ไม่เหมือนกันนะ นักเรียนก็ไม่เหมือนกันอีก แยกแยะ ๆ ครูผู้สอนก็ไม่เหมือนกัน มีหยาบละเอียดต่างกัน นี่หมายถึงทางโลก ทางธรรมก็แบบเดียวกัน แม้แต่สายปริยัติเรียนธรรม ความละเอียดลออของครูแต่ละครู ๆ นี้ยังผิดกัน ไม่เหมือนกัน ทีนี้สายปฏิบัติเอาอีกแล้ว ยิ่งละเอียดลออมากสายปฏิบัติสอนกรรมฐาน ครูอาจารย์แต่ละองค์ ๆ นี้ต้องเป็นหลักสำคัญมากกับบรรดาลูกศิษย์ที่ปฏิบัติกรรมฐานด้วยกัน อาจารย์แต่ละองค์ ๆ ในแง่หนักเบาของความรู้ภายในนี้ไม่เหมือนกันเป็นขั้นเป็นตอน ๆ เพราะฉะนั้นเวลาพระกรรมฐานท่านไป ท่านจึงมักจะไปตามสายต่าง ๆ ครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ที่ท่านถนัดใจ เป็นอย่างนั้นนะ ไม่ใช่จะไปอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า ท่านไปท่านมีหลักมีสายเกี่ยวโยงกัน ทางปริยัติก็ไปสายปริยัติ ครูอาจารย์ใดสอนดี ไปนั้นอีก ทางภาคปฏิบัติก็ครูอาจารย์ใดสอนดี ไปตามสาย ๆ

การเรียนเหล่านี้ก็เพื่อความเป็นคนดีพระดีมีหลักมีเกณฑ์ นี่พูดทางด้านปริยัติ ปริยัติทางด้านวิชาธรรม วิชาธรรมนี้เป็นวิชาที่ละเอียดลออมากสุดยอดเลย เราอย่าเข้าใจว่าเราเรียนวิชาทั่วโลกดินแดนนะ ไปเรียนชั้นนั้นชั้นนี้ชั้นไหน ๆ มาก็ตาม มันเข้ากันกับธรรมะไม่ได้เลย พูดถึงเรื่องความละเอียดลออถูกต้องแม่นยำเพื่อความดีงามแก่ผู้ไปศึกษา ไม่มีอะไรเกินธรรม เพราะฉะนั้นธรรมจึงต้องเหนือโลกตลอดเวลา วิชาทางโลกนี้ คำว่าวิชาทางโลกก็คือทางโลกทางกิเลส คนมีกิเลสเรียนวิชาจากกิเลส รวมแล้วเรียกว่าวิชาทางโลก

ทางธรรม คนเรียนวิชาทางธรรมแม้จะมีกิเลสก็ตาม แต่มีจิตมุ่งหมายไปเพื่ออรรถเพื่อธรรมตั้งแต่ต้น เพื่อความเข้าใจ เป็นคนดิบคนดี ประพฤติเนื้อประพฤติตัว ด้วยการแก้ไขดัดแปลงในสิ่งไม่ดี และส่งเสริมสิ่งที่ดี นี่เรียกว่าวิชาธรรม กิเลสมีอยู่แต่เจตนาหวังดีจากอรรถจากธรรมมี ต้องไปศึกษา ศึกษาแล้วก็เพื่อปฏิบัติดัดแปลงตัวเอง ธรรมท่านชี้แจงว่ายังไง ๆ ธรรมนั้นถูกต้องทั้งนั้น แต่เรามันผิดมันพลาด เมื่อไปศึกษาแล้วก็เอาธรรมที่ถูกต้องเข้ามาเป็นคติเครื่องเตือนใจสอนตัวเอง ๆ เรียนรู้ไปสอนตัวเองไปปฏิบัติ ปรับตัวเข้าไปสู่ธรรมเรื่อย ๆ นี่เรียนธรรมท่านเรียนอย่างนั้น

คนมีกิเลสเหมือนกัน พระก็มีกิเลสเหมือนกัน ประชาชนก็มีกิเลส แต่มีความรักใคร่ใกล้ชิดกับอรรถกับธรรมแล้ว ผู้นั้นก็มีหวังความเป็นคนดีไปเรื่อย ๆ ถ้าผู้ไม่ใส่ใจในอรรถในธรรม จะความรู้มากขนาดไหน คนนั้นก็มีแต่เอากระดาษติดหัว เอาใบประกาศนียบัตรติดหน้าผาก ตัวเองไม่เป็นท่า คือจิตใจมันทะนงถ้าไม่มีธรรมเข้าแทรกนะ เรียนสูงเท่าไรยิ่งสั่งสมทิฐิมานะสูงจรดฟ้า นี้เอาธรรมเข้าจับนะ ไม่ได้ดูถูกเหยียดหยามผู้ใด หลักธรรมเป็นอย่างนั้น หลักกิเลสเป็นอย่างนี้

กิเลสมันเดินตามแถวแนวของมันตามหลักของมัน มักจะผยองพองตนไปเรื่อย ๆ เรื่องของกิเลส เพราะกิเลสนี้ชอบยอมาก อยู่ธรรมดาไม่ได้นะ ถ้ายอแล้ว โอ้โห ผึ่งผายลายตัว นี่กิเลส ส่วนธรรมไม่ชอบยอ แต่ชอบของดี ฟังซิน่ะ ธรรมชอบของดี อะไรดียึด ๆ อะไรไม่ดีปัดออก ๆ เรียกว่าธรรม พูดตรง ๆ แล้วก็คือว่าธรรมท่านไม่ชอบยอ กิเลสนี้ชอบเป็นพื้นฐานมา ตั้งแต่ปู่ย่าตายายโคตรแซ่ของกิเลส เป็นโคตรแซ่ที่ชอบยกชอบยอทั้งนั้น ส่วนธรรมนับแต่องค์ศาสดาทุกพระองค์มา ไม่มีคำว่าชอบยอ ชอบแต่ของดิบของดีที่จะนำมาเป็นประโยชน์แก่ตนแล้วแจกจ่ายแก่สัตว์โลกทั่ว ๆ ไป ดังศาสดาแต่ละองค์ ๆ ผู้สิ้นกิเลสแล้วทั้งนั้นนำมาสอนโลก

เวลามาสอนโลกแล้ว ธรรมของท่านผู้รู้คือศาสดาจะผิดไปไหน คล่องแคล่วว่องไวแม่นยำทุกบททุกบาททุกแง่ทุกมุมของธรรม ถูกต้องตลอดไป นี่ละผู้ที่มีกิเลสอยู่ไปศึกษาไปเรียนธรรมะที่ถูกต้อง ก็ค่อยมาดัดแปลงตัวเอง ๆ ไปเรื่อย ๆ ต่อไปก็ดีขึ้น ๆ เป็นคนดีเพราะออกมาจากใจที่มีเจตนาต่ออรรถต่อธรรมดี แล้วค่อยแก้ไขตนไปเรื่อย ๆ ก็ดีเรื่อย ๆ เหตุคือการกระทำ การศึกษาเล่าเรียน การปฏิบัติ เป็นต้นเหตุเพื่อความดีทั้งนั้น เราให้พยายามเรียน ธรรมกับโลกผิดกัน ขอให้ลูกหลานทั้งหลายทราบไว้

หลวงตาบัวก็เคยเรียนธรรมมา ขอคุยสักหน่อยเถอะน่ะ หลวงตาบัวนี้เรียนจบ ป.๓ ไม่เรียนโลกจะได้ ป.๓ มายังไง นี่จบ ป.๓ นะ คือแต่ก่อนไม่มี ป.๔ มีแค่ ป.๓ เราก็เรียนมาพอเป็นเครื่องเทียบเคียงกันเท่านั้น ครูก็สอนตามหลักวิชาเรื่อย แล้วครูก็แนะนำทางเป็นเด็กดีเหมือนกันนะ เช่นแต่ก่อนหยุดเรียนวันเสาร์ครึ่งวัน วันอาทิตย์เต็มวัน อย่างนี้เป็นประจำ ทุกวันนี้มันหยุดเสาร์อาทิตย์เต็มวันผิดกัน นั่นละวันเสาร์จะไม่สอนวิชาใด ๆ สอนเด็กให้เป็นคนดีแล้วสวดมนต์ไหว้พระ ก่อนที่จะเลิกนี้ต้องสวดมนต์ไหว้พระ ครูต้องอบรมสอนเด็กนักเรียนให้เด็กเป็นคนดี แล้วพาสวดมนต์ แต่ก่อนเป็นอย่างนั้น ให้พากันจำเอาไว้

ทุกวันนี้หลักวิชาธรรมะนี้มีหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ดูว่าไม่มี ถ้าจะมีก็คงจะเริ่มกลับมีมา (กำลังจะเริ่มแล้วครับ) นี่ละจากนั้นมาเราก็ไม่ทราบทางด้านวิชาทางโลกเขา เพราะมุ่งแต่อรรถแต่ธรรม หลักวิชาทางธรรมะที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับโรงร่ำโรงเรียนต่าง ๆ มีหรือไม่ก็ไม่ทราบนะ ทราบแต่ว่าห่างไป ๆ และไม่มี ทีนี้จิตใจของคนก็ห่างเหินจากอรรถจากธรรม ก็มีแต่วิชาทางโลกล้วน ๆ ทางกิเลสล้วน ๆ ทีนี้เรียนมามากน้อยก็ทะนงตนซิ เพราะไม่มีวิชาธรรมสกัดลัดกั้น มีเบรกห้ามล้อเพื่อมีสติสตังระลึกรู้ดีรู้ชั่วผิดถูกประการต่าง ๆ บ้าง

ธรรมมีต้องระลึกได้นะ สติธรรม ปัญญาธรรม พิจารณาระลึกถึงความดีความชั่ว ความผิดความถูกของตัวเราเอง ที่เรียนวิชาไปมีธรรมแทรกเข้าไป ก็เป็นเด็กดี ครูก็ดี ถ้าไม่มีวิชาธรรม ครูก็เป็นครูไปแบบโลกล้วน ๆ กิเลสล้วน ๆ เด็กมาเรียนก็เป็นเด็กเรียนวิชาทางโลกล้วน ๆ ทีนี้เรียนมาแล้วไม่รู้เนื้อรู้ตัว เลยกลับกลายเป็นวิชาทั้งหมดมาเป็นข้าศึกต่อตัวเอง ด้วยความทะนงว่าเรามีความรู้ชั้นนั้นชั้นนี้ แต่การประพฤติตัวให้เป็นคนดีไม่สนใจ นี่แหละที่เรียนวิชาสูงเท่าไร ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด คือวิชาของกิเลสล้วน ๆ นั้นแลไม่มีธรรมเข้าแทรก ไปไม่รอด ใครจะเก่งขนาดไหนก็เก่งเถอะน่ะ เรื่องความรู้มีแต่กิเลสล้วน ๆ คือไฟล้วน ๆ นั่นเอง ถ้ามีธรรมก็เรียกว่ามีน้ำดับไฟแทรกเข้าไป ๆ

จึงต้องมีวิชาทางด้านธรรมะเข้าไปแทรก ผู้สอนก็สอนจริง ๆ ผู้เรียนก็เรียนเพื่อรู้จักความผิดถูกชั่วดีของตนจริง ๆ แล้วไปปฏิบัติตน ทีนี้ความรู้ที่เราเรียนมามากน้อย ธรรมเป็นเครื่องประดับสวยงามไปเลย นำไปทำประโยชน์นี้ธรรมจะเป็นผู้แนะ หลักวิชาก้าวเดินไปตามวิชาที่เรียนมา ทำอะไรยังไง ๆ ทีนี้ทางใดถูกทางใดผิด ความผิดมักจะแอบเข้าไปอยู่ในหลักวิชา อยู่ในอำนาจ อยู่ในหน้าที่ แทรกเข้าไปได้ หลักวิชาธรรมแทรกเข้าไปไม่ให้มีอำนาจเหนือธรรมเหนือความดีงาม เป็นอย่างนั้นนะ เรียกว่าอำนาจอยู่ในกรอบของศีลของธรรม

ความรู้วิชามีเท่าไรเอาไปใช้เอาไปปฏิบัติ ก็เป็นประโยชน์แก่โลกแก่สงสารส่วนรวมไปเรื่อย ๆ ถ้ามีธรรม ถ้าไม่มีธรรมไม่ได้เรื่องนะ ไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งนั้น เรียนมาเลยกลายเป็นเรียนเพื่อนักเลงโตไปหมด กินบ้านกินเมือง กลืนบ้านกลืนเมือง มีแต่พวกเรียนสูง ๆ ที่ทะนงตัวทะนงอำนาจบาตรหลวง กลายเป็นอำนาจป่าเถื่อนไป จนเห็นคนเหมือนเป็ดเหมือนไก่ เห็นตัวยิ่งกว่าเทวบุตรเทวดา เรียกว่ายักษ์ก็ได้ กินบ้านกลืนเมืองได้ มีแต่พวกความรู้สูง ๆ ที่ลืมเนื้อลืมตัว เพราะไม่มีธรรมเข้าแทรกนี้แล ให้ลูกหลานทั้งหลายจำเอาไว้นะ

ความรู้เราอย่าเข้าใจว่าดีโดยถ่ายเดียว ถ้าไม่มีธรรมเข้าแทรกจะดีขนาดไหนก็มีแต่ชื่อเท่านั้น ไม่ได้ดีคน ชื่อในเรือนจำก็มี นายดี นางสวรรค์ มันมีอยู่ในเรือนจำ ครั้นเวลาไปถามแล้วเป็นยังไงล่ะ ชื่อว่านางสวรรค์ทำไมจึงมาติดคุก เขาหาว่า ฟังซิน่ะมันยอมรับเมื่อไร ไม่ยอมรับนะ กิเลสไม่ยอมตัว ผิดขนาดไหนกิเลสจะไม่ยอมตัว พลิกแพลงเปลี่ยนแปลงตลอด นี่เรียกว่ากิเลส ร้อยสันพันคม หาที่เชื่อถือไม่ได้ คนที่มีกิเลสหนา ๆ แน่น ๆ เป็นอย่างนั้น ไปที่ไหนใครคบค้าสมาคมไม่ได้นะ มันเป็นฟืนเป็นไฟ กัดไปได้ทุกแบบ ฉีกไปได้ทุกแบบ ร้อยสันพันคมคือวิชาของกิเลส ที่ประกอบกับคนชั่วเข้ากันแล้วเป็นมหายักษ์กินบ้านกินเมืองได้สบาย ๆ

ตาสีตาสาอยู่ตามท้องนาเขาไม่ได้ไปทำนะ แม้เขาจะจนก็ตาม โง่ก็ตาม ความโง่ความจนของเขาไม่ได้ทำความเดือดร้อนแก่ส่วนรวม แต่ความฉลาดของคนมีความรู้เต็มไปด้วยกิเลสนี้ นั้นแหละตัวยักษ์ตัวผีกินบ้านกินเมือง ให้ท่านทั้งหลายจำเอาไว้ นี่ละเรื่องธรรมเป็นความจำเป็นอย่างนี้ ไม่มีธรรมไม่ได้ พระเณรในวัดนี้ก็ลองดูซิ ในวัดนี้ว่าตั้งใจปฏิบัติศีลปฏิบัติธรรม แล้วมีองค์ใดองค์หนึ่งมาแหวกแนว ปฏิบัติข้ามศีลข้ามธรรม องค์นี้อย่างน้อยถูกตำหนิติเตียน แล้วครูอาจารย์ผู้เป็นหัวหน้าวัดจะเรียกมาสั่งสอน มากกว่านั้นไล่ออกจากวัด โน่นน่ะฟังซิ คือมันขัดอย่างนั้นละ ความไม่เป็นธรรมต่อเพื่อนฝูงที่เป็นธรรมด้วยกัน มันขวางเหมือนก้างขวางคอ

นี่คนชั่วเพียงรายเดียวอยู่ในวัดนี้ก็อยู่ไม่ได้นะ อย่างน้อยถูกตำหนิติเตียน เพื่อนฝูงไม่ไว้ใจ นี่ละเรื่องราวเป็นอย่างนี้ มากกว่านั้นขับออก เรียกว่าเนื้อร้าย เอาไว้ไม่ได้ในวัดนี้ พระสงฆ์ทั้งวัดนี้ซึ่งเป็นเนื้อดี ๆ นี้จะเสียไปหมด ต้องเอาเนื้อร้ายออก อย่างเขาตัดเนื้อร้าย ใครจะไม่รักไม่สงวนอวัยวะของตน แต่เมื่อเป็นเนื้อร้ายแล้วจำเป็นที่จะต้องตัดออก รักสงวนขนาดไหนต้องตัดออก เพื่อรักษาอวัยวะส่วนดีเอาไว้ อันนี้พระเณรดีมีอยู่เต็มวัดเต็มวา มีพระเณรองค์สององค์เท่านั้นมาขวางวัดขวางวา นี้เรียกว่าพระเณรเนื้อร้ายต้องตัดออก

เหมือนยาเราใส่แผลมันไม่หาย มันเป็นเนื้อร้ายแล้วต้องตัด ถ้ามันควรจะหายก็เยียวยารักษาด้วยยาก็หายไป พระเณรที่ควรจะดีด้วยการแนะนำตักเตือนก็รู้เนื้อรู้ตัว กลับตัวเป็นคนดี ก็เข้ากับหมู่กับคณะได้ ถ้าไม่ยอมปฏิบัติตัวเป็นคนดี เป็นเนื้อร้ายแล้วตัดออกเลย นี่ฟังซิของชั่วอยู่ที่ไหนมันดีเมื่อไร แม้แต่ตกลงในอาหารของเราก็รังเกียจกันหมดเลย อาหารดี ๆ นั้นแหละ มีอาหารที่ไม่ดีที่เป็นอาหารประเภทยาพิษหรือเนื้อร้าย พูดว่าเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา เป็นพิษเป็นภัยต่อการกินของเรา ตัดออก ๆ ก็อย่างนั้นแล้ว แม้แต่อยู่ในอาหารยังไม่มีใครกล้ากินได้ลง นี่สิ่งที่เป็นภัยอยู่ที่ไหนเป็นภัยหมด

อันนี้ความชั่วอยู่กับผู้ใดเป็นภัยหมด ให้ระวังนะลูกหลาน ให้ปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี อย่าให้เป็นคนเป็นภัยต่อตัวเองและเพื่อนฝูง ไปที่ไหนให้สมัครสมาน เห็นอกเห็นใจกัน มนุษย์เราเป็นสัตว์ขี้ขลาดอยู่คนเดียวไม่ได้ ไปที่ไหนต้องเกาะต้องพันกันกับเพื่อนกับฝูง ตั้งแต่ครอบครัวลงมาโดยลำดับ แล้วกระจายออกไปทั่วบ้านทั่วเมือง ตั้งเป็นหมู่บ้านเป็นตำบลเป็นอำเภอเป็นจังหวัด จนกระทั่งเป็นภาคนั้นภาคนี้ ฟาดกันทั่วประเทศ สมานกันด้วยความเห็นอกเห็นใจกัน ไม่ใช่เป็นประเภทไม่ได้เห็นโทษแห่งความขี้ขลาดของตนแล้วรังแกคนอื่น เห็นแก่ตัวเอง ไม่เห็นแก่เพื่อนแก่ฝูง ไม่เห็นแก่ใจกัน เห็นแต่ใจตัวเอง เห็นแก่ได้แก่ร่ำแก่รวย กัดฉีกอะไรก็แล้วแต่เถอะมันจะเป็นไปทุกอย่างขึ้นชื่อว่าความชั่ว พอเป็นช่องไหนเป็น คน ๆ นี้คนเป็นภัยต่อตัวเอง เป็นภัยต่อโลก อยู่ที่ไหนไปที่ไหนไม่มีใครคบค้าสมาคม

แม้นักเรียนไปเรียนหนังสือก็เหมือนกัน เพราะนักเรียนมีจริตนิสัยไม่เหมือนกัน มีความคับแคบตีบตัน มีความกว้างขวาง มีอัธยาศัยดีงาม มีอัธยาศัยโกโรโกโสเป็นอันธพาล มันแทรกอยู่ในโรงร่ำโรงเรียนนั้น เพื่อนฝูงก็ได้ระวัง ครูก็ต้องระวัง อาจารย์ต้องระวังไม่ระวังไม่ได้ ตัวนี้ตัวแสบอีกตัวหนึ่ง มันแทรกอยู่ตามโรงร่ำโรงเรียน มิหนำซ้ำไปฟาดยาเสพย์ติดมากระจายทั่วโรงเรียนฉิบหายไปหมดเลย นี่ตัวแสบ ให้พากันระวัง ทุกคนต้องระวัง

การอยู่ด้วยกันให้ระวัง ระวังตัวเองเพื่อเข้ากับหมู่เพื่อนได้สนิท ด้วยความดีของเราแต่ละคน ๆ นั้นแหละเป็นความเหมาะสมอย่างยิ่ง เราอย่าเอาแต่ใจของตัวเรา อยู่กับเพื่อนกับฝูงต้องเห็นใจเขาเห็นใจเรา เก็บความรู้สึกไว้ อย่าบ่นนั้นว่านี้ นินทาคนนั้นนินทาคนนี้ ปากเปราะปากบอน อย่างนั้นใช้ไม่ได้ เข้ากับใครไม่ได้ คนปากบอนไม่มีใครอยากคบ ชอบติฉินนินทาเขา แต่ไม่สนใจดูตัวเอง ตำหนิติเตียนตนเองเพื่อแก้ไข มีแต่ตำหนิคนอื่น คนนี้จนกระทั่งตายก็ไม่มีความดีติดตัวมันแหละคนประเภทนี้ เด็กประเภทนี้ ให้พากันจำให้ดีลูกหลานทุกคน

อยู่กับหมู่กับเพื่อนต่างพ่อต่างแม่ รวมเป็นกลุ่มเป็นก้อน มารวมกันแล้วให้เห็นอกเห็นใจกัน ใครมีอะไร ๆ ที่จะเฉลี่ยเผื่อแผ่กันให้เฉลี่ยเผื่อแผ่ อย่าเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ เห็นแก่ความตระหนี่ถี่เหนียว เข้ากับใครไม่ได้ ต้องเป็นคนมีจิตใจกว้างขวางเสมอ เห็นใจกันนั้นแหละเหมาะมาก ความเห็นใจกันนี้กว้างขวาง ความเฉลี่ยเผื่อแผ่ก็กว้างขวาง ความเห็นแก่ตัวนี้คับแคบตีบตัน ไปที่ไหนไม่มีใครอยากคบค้าสมาคม ไม่ว่าเด็กว่าผู้ใหญ่หญิงชายเหมือนกันหมด

ความดีสำคัญ อยู่ในหญิงก็เป็นหญิงดี อยู่ในชาย ๆ ดี อยู่ในเด็กผู้ใหญ่ดีทั้งนั้นของดี ถ้าชั่วแล้วเป็นพิษ อยู่กับใครก็เป็นพิษทั้งหมด ให้พากันระมัดระวัง ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาเล่าเรียน อย่าเห่ออย่าเหิมจนเกินเหตุเกินผล ให้มีธรรมเป็นเครื่องยับยั้งตัวเอง การอยู่ อยู่ตามสภาพของเรา เอ้า เราอยู่บ้านนอก เราก็อยู่บ้านนอกเป็นยังไงเราก็คน ไปอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้คนเราอยู่นะ หอปราสาทราชมณเฑียรก็เพื่อคน กระต๊อบอยู่นี้ก็เพื่อคน ขอให้เป็นคนดี เป็นคนดีอยู่หอปราสาทก็ดี อยู่กระต๊อบก็ดี ถ้าเป็นคนชั่วแล้วอยู่หอปราสาทมันก็คือฟืนคือไฟเผาตัวเองนั้นแหละ ไม่ได้ดีจากสถานที่นั้น ๆ มันดีอยู่กับคน

ให้ปฏิบัติตัวของเราให้เป็นคนดี ๆ อยู่ไหนจะดีหมด ให้พากันจำเอานะ การอยู่ อยู่ที่ไหนก็อยู่เถอะ อย่าไปสันดิ้นสันโดดกระโดดโผงผาง ๆ เห็นเขาอยู่ดีอยากอยู่ดี บ้านหลังนี้ไม่พออยู่ไปหาบ้านใหม่มา เพื่อแข่งเพื่อนแข่งฝูงแข่งดีแข่งเด่น นี่แข่งชิงหนี้ชิงสิน แข่งทุกข์แข่งความล่มจมนะ ไม่มีเงินไปหากู้หายืมเขามาปลูกบ้านปลูกเรือน ครั้นปลูกบ้านปลูกเรือนแล้ว เงินไม่มีติดหนี้เขา พวกธนาคารเขารีดเอา ๆ เป็นยังไงได้ที่อยู่ดีแล้วเป็นยังไง ติดหนี้เขาพะรุงพะรัง เป็นนักโทษในเรือนที่หรูหรานั้น นักโทษของดอกเบี้ยละซิ เขาบีบเอา ๆ

อยู่ไหนอยู่ นกเขาทำรวงรังเขาไม่หาแข่งกันนะ เราไปดูซินก พวกสัตว์พวกประเภทต่าง ๆ อยู่ในวัดนี้ไปดู เขาไม่ได้หาแข่งสถานที่อยู่ รวงรังเขาไม่ได้แข่ง รังของฉันสู้รังของแกไม่ได้นะ รังของแกดีกว่ารังของฉัน รูของแกดีกว่ารูของฉัน รูของฉันดีกว่ารูของแก คือรูกบรูเขียด รูหนู เข้าใจไหม มันอยู่ในรูมันก็ไม่ได้แข่งขันกัน แล้วออกมาเป็นมนุษย์อยู่ตามบ้านตามเมืองอย่าไปหาแข่งขันกันในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ แล้วจะสั่งสมความลามกจกเปรต ความมักมากโลภมากขึ้น แล้วก็เอาไฟเผาตัว

อยู่ไหนอยู่ พ่อแม่พาอยู่ยังไง เอ้า อยู่ ที่อยู่ของเราจริง ๆ ก็ท้องแม่ของเรา เราอยู่ได้ด้วยกันทุกคน ไม่เห็นใครเอาท้องแม่ใครมาอวดกันวะ ท้องแม่แกท้องใหญ่ท้องแม่ฉันท้องเล็กไม่เห็นว่า ท้องไหนก็ท้องลูกก่อเกิดมาจากแม่เหมือนกัน ขอให้ปฏิบัติตัวดี แม่จะภูมิใจพ่อจะภูมิใจนะ ถ้าจะปฏิบัติตัวเลวแล้ว เอาไปใส่ท้องช้าง ช้างก็แตกกระเจิดกระเจิงไม่มีที่อยู่เข้าใจไหม สู้เด็กตัวเท่ากำปั้นมันไปยันท้องช้างจนแตกไม่ได้เพราะความชั่วของมัน เข้าใจเหรอ นี่ละอยู่ยังไงให้อยู่ อย่าดิ้นอย่าดีด พ่อแม่ปู่ย่า ตายายพาอยู่ยังไง

อย่าไปดูถูกกันสถานที่อยู่ ดูถูกกันหาอะไรเพียงที่อยู่ ใครอยู่ที่ไหนก็อยู่ ขอให้ทำตัวเป็นคนดีจะร่มเย็นต่อกันด้วยความเป็นคนดี ไม่ได้ร่มเย็นด้วยใครมีบ้านหลังใหญ่หลังเล็กเอามาแข่งกัน ไม่ได้ดี อย่าพากันเป็นบ้านะลูกหลาน อยู่ที่ไหนอยู่เถอะ ขอให้ทำตัวเป็นคนดี ๆ อยู่ที่ไหนดีหมด ถ้าของดีเข้าไปแทรก อยู่ในกระต๊อบเอาทองคำไปวางไว้นั้นสักกองดูซิ โอ๊ย.กระต๊อบนี้สูงขึ้นจรดฟ้าเข้าใจไหม นี่ทองคำพาให้สูง นี่ก็คนดีพาให้สูงพาให้ดีมันดีไปหมดนั่นแหละ

การกินก็เหมือนกัน อย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม อย่าดีดอย่าดิ้น กินเป็นเวล่ำเวลา อันไหนที่ควรกิน พอเหมาะกับกาล สะดวกสบายไม่รบกวนแล้วให้กิน อย่ากินเลยเถิดเลยแดนชิงพ่อชิงแม่ พ่อแม่ของลูกแต่ละคน มีแต่คนกินแบบจน ๆ นะ แต่ลูกมันชอบเหลือเฟือฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม เอาไปอวดกัน พ่อแม่เลยจะตาย พ่อแม่บางคนติดหนี้ติดสิน ไม่ใช่น้อย ๆ นะ แต่ก็เพราะเห็นแก่ลูก ไสลูกเข้าไปเรียน เอ้า ติดหนี้พ่อแม่ยอมติด เราแต่งเนื้อแต่งตัวเครื่องแต่งเนื้อแต่งตัวที่เอามานี้เอามาจากไหน ถ้าไม่ใช่ออกมาจากตับจากปอดพ่อแม่ พ่อแม่เป็นผู้หามาให้ เรามีปัญญาที่ไหนหามา อย่ามาอวดกันนะ

เอาตับเอาปอดพ่อแม่มาอวดกันใช้ไม่ได้ พ่อแม่นี่สลบไสลกว่าจะได้สมบัติเงินทอง เป็นเสื้อเป็นผ้ามานุ่งอวดกันนี้นะ พ่อแม่แทบเป็นแทบตาย บางรายติดหนี้ ๆ มันมากน้อยเพียงไร อย่าลืมตัว อย่าลืมคุณพ่อคุณแม่ ทุกอย่างพ่อแม่ตัดคอรองไว้กับเราทุกคนนะ เราโตขึ้นมานี้เราโตขึ้นมาด้วยอะไร ถามตัวเองบ้างซิ ไม่ว่าคนไหน ๆ โตมาจากอะไร โตมาจากพ่อจากแม่ แล้วพ่อแม่หาอะไรมาให้เลี้ยงถึงได้โตขนาดนี้ นั่นมันจะวิ่งไปหมดละนะ ไม่ว่าที่อยู่ที่กินที่หลับที่นอน พอโตขึ้นมาสิ่งที่ศึกษาเล่าเรียนการปฏิบัติเนื้อประพฤติตัว พ่อแม่เป็นภาระหนักหมด นี่ละความหนักอยู่กับพ่อแม่ทุกคน ใครจึงอย่าลืมบุญลืมคุณพ่อแม่นะ ใครลืมบุญลืมคุณพ่อแม่ไม่ทางที่จะเจริญรุ่งเรือง มีแต่จมโดยถ่ายเดียว ใครอย่าอวดนะพ่อแม่ พ่อแม่เหมือนของคนทั้งหลายทั่ว ๆ ไป แต่มีคุณค่าสูงสุดกับลูกทุกคน ๆ ให้พากันจำเอาทุกคน พ่อแม่มีคุณค่าสูงสุด ท่านจึงเทียบเป็นพระอรหันต์ของลูกนะ เราอย่าไปดูถูกเหยียบหยามพ่อแม่ของเรา

การใช้สอยเหมือนกัน ให้ใช้พอดิบพอดี การคบค้าสมาคมกับเพื่อนกับฝูงควรพินิจพิจารณาด้วยดี อย่าคบค้าสมาคมแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แล้วจะเป็นคนเลวร้ายต่อไปตั้งแต่เป็นเด็ก ท่านบอกว่า อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา อย่าคบคนพาลสันดานหยาบตั้งแต่เด็กขึ้นไปหาผู้ใหญ่ ไม่ว่าหญิงว่าชาย อย่าคบอย่าสนิมสนมกับคนพาลสันดานหยาบ ปญฺฑิตานญฺจ เสวนา ให้คบค้าสมาคมกับบัณฑิตนักปราชญ์ผู้ฉลาดแหลมคม ไม่ว่าจะหญิงจะชายเป็นคนดีคบได้ นี่ละให้จำเอานะลูกหลาน วันนี้พูดเพียงเท่านี้ละ พูดไปพูดมาก็เหนื่อยแล้ว จำเอา เอาละพอ

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก