ของจริงคือปฏิบัติตามธรรม
วันที่ 6 เมษายน 2547 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : สวนแสงธรรม
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๗

ของจริงคือปฏิบัติตามธรรม

(กัณฑ์นี้หลวงตาเมตตาตรวจ-แก้ไขด้วยองค์ท่านเอง)

ธรรมลีวัดถ้ำผาแดง พร้อมกับบรรดาลูกศิษย์ลูกหารวมศรัทธากันถวายทองคำ น้ำหนัก ๗ กิโล ๓๓ บาท ดอลลาร์ ๔,๙๗๙ ดอลล์ ฮ่องกง ๕๐ เหรียญ เงินสด ๑๐,๐๐๐ บาท วันนี้รับทั้งวันทั้งทองคำและดอลลาร์ พอรับเสร็จนี้แล้วก็ปิด และจะนำทองคำเข้าไปหลอม ในวันพรุ่งนี้หลอมทองคำ สำหรับการรับเพื่อหลอมทองคำในคราวนี้รับได้ในวันนี้ทั้งวัน พอวันพรุ่งนี้ก็เรียกว่าหยุด มีแต่จะเข้าหลอมโดยถ่ายเดียว หากว่าจะมีทองคำติดตามมามากน้อย เราก็ต้องเก็บไว้หลังๆ ต่อไป ซึ่งไม่ใช่งวดนี้ งวดนี้จะรับได้วันนี้ทั้งวันทั้งทองคำ-ดอลลาร์ แล้ววันพรุ่งนี้ก็เข้าหลอมกัน

ส่วนทองคำ-ดอลลาร์ที่มาเที่ยวหลังๆ กันไปนี้ก็เก็บไว้ตามเดิมนั่นแหละ เมื่อพอหลอมก็หลอม พอเก็บก็เก็บไว้ก่อน เสร็จแล้วก็จะมอบคลังหลวงเมื่อไรแล้วแต่ทองคำมีมากน้อย พอสมควรจะมอบเราก็มอบตามเดิม แต่จุดใหญ่ที่เราว่าปิดโครงการก็คือคราวนี้ วันนี้เป็นวันมอบทองคำและดอลลาร์ทั้งวันเลย คือรับทองคำ-ดอลลาร์ทั้งวัน วันพรุ่งนี้ก็เอาเข้าหลอมเลย เพราะฉะนั้นจึงได้เตือนพี่น้อง วันนี้เป็นวันรวบรวมทั้งทองคำและดอลลาร์ แล้ววันพรุ่งนี้ก็หลอมทองคำ ดอลลาร์ก็เตรียมเขียนเช็คใบใหญ่ วันนี้เป็นวันสุดท้ายอีกเหมือนกันดอลลาร์ก็ดี พอวันพรุ่งนี้ก็เขียนเช็คใหญ่ตายตัวออกมา ได้จำนวนเท่านั้นเข้าคลังหลวง และดอลลาร์ก็ได้จำนวนเท่านั้น ทีนี้ก็มอบในวันที่ ๑๒

อาจารย์บุญเพ็ง วัดถ้ำกลองเพล พร้อมกับบรรดาลูกศิษย์ลูกหาได้ถวายทองคำน้ำหนัก ๓๒ บาท ๕๐ สตางค์ ดอลลาร์ ๓๕๐ ดอลล์ เงินมาเลเซีย ๔ ริงกิต เงินประเทศลาว ๓๒,๖๐๐ กีบ เอ้า สาธุพร้อมกัน (สาธุ)

การช่วยชาติคราวนี้พี่น้องชาวไทยเรา ทั้งฝ่ายพระฝ่ายฆราวาสทั่วหน้ากัน เรียกว่าช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยกันตั้งแต่ต้นมาจนกระทั่งบัดนี้ สำหรับพระนั้นยกให้เลยว่าพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นยกให้เป็นเบอร์หนึ่ง การช่วยเหลือชาติไทยของเราออกมาหมด มีเท่าไรออกมาๆ ได้มากเท่าไรเก็บหอมรอมริบเข้ามาตั้งแต่ต้นจนกระทั่งบัดนี้ นี่ก็วัดถ้ำกลองเพล หนุนกันมาตลอดๆ เรียกว่าช่วยกันอย่างเต็มที่สำหรับวงกรรมฐาน เราไม่ได้เหยียบทางนู้น ไม่ได้ยกทางนี้ ภาษาธรรมต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา สำหรับพระในวงกรรมฐานเด่นมากทีเดียวการช่วยชาติ สมบัติเงินทองข้าวของมีเท่าไรทุ่มลงมาๆ นี่ก็เป็นความสำคัญอันหนึ่งของพระที่แสดงน้ำใจต่อชาติต่อศาสนาของตนออกมาทางนี้

ออกจากนั้นก็แสดงน้ำใจอย่างหนักแน่นมากยิ่งกว่านี้อีก คือออกมาชำระสะสางความสกปรกโสมม ซึ่งเต็มอยู่ทั่วประเทศไทยเวลานี้มีอยู่ทุกแห่งทุกหน อันนี้เป็นความสกปรกความเลวร้ายมากทีเดียว เป็นภัยทั้งชาติทั้งศาสนา มีอยู่ทุกแห่งทุกหน ท่านเหล่านี้ก็ได้อุตส่าห์พยายามมา นำแบบนำฉบับซึ่งเป็นความสะอาดพอตัวแล้วจากโอวาทของพระพุทธเจ้า คือหลักธรรมหลักวินัย ได้แก่องค์ศาสดาโดยแท้ นำองค์ศาสดาโดยแท้คือธรรมคือวินัยอันเป็นหลักใหญ่ ทั้งทางพุทธศาสนายอมรับกันทั่วโลกเลย นำมาแสดงให้พี่น้องทั้งหลายได้เห็นหลายครั้งแล้ว

เฉพาะอย่างยิ่งประชุมกันที่วัดอโศการาม ล้วนแล้วตั้งแต่นำหลักเกณฑ์ที่ชอบธรรมซึ่งท่านปฏิบัติอยู่แล้ว กราบไหว้บูชาเป็นขวัญตาขวัญใจ เป็นที่อบอุ่นจากหลักธรรมหลักวินัยเหล่านี้ แล้วนำหลักธรรมหลักวินัยเหล่านี้ซึ่งเป็นความตายตัว รับรองแทนองค์ศาสดาแล้ว จึงได้เอามาประกาศขึ้นที่ประชุม ที่ประชุมยอมรับด้วยกันหมดเพราะเป็นหลักธรรมหลักวินัย ซึ่งท่านทั้งหลายเหล่านี้เป็นผู้ปฏิบัติกราบไหว้บูชาตลอดมาอยู่แล้ว จึงได้ยกอันนี้เข้าไปจุดศูนย์กลาง เอ้ารับรองกัน ใครผิดใครถูก ไอ้จำนวนมากน้อย-กำลังวังชาอย่าเอามาวัดกัน ต้องเอาความจริงวัดกัน

เช่นเดียวกับธนบัตรปลอม จะมีกี่หมื่นกี่แสนกี่ล้านกองเท่าภูเขาก็คือธนบัตรปลอมทั้งหมด อันนี้คือธนบัตรจริง ยกขึ้นไป ๕ บาท ๑๐ บาท ๑๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาทเป็นจริงทั้งมวล เอ้าใครจะเอาอันใด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนมากจำนวนน้อย ขึ้นอยู่กับจริงหรือปลอม ปลอมนั้นมีเท่าไรปลอมหมด ปลอมหมดทั้งโคตรทั้งแซ่ ทั้งลูกทั้งหลานไปเลย ถ้านำออกมาใช้ก็เป็นไฟเผาโลกเผาสงสารได้โดยไม่สงสัย อันนั้นเป็นของปลอมทำลายชาติ ทำลายศาสนา ส่วนรวมได้โดยไม่มีปัญหาอะไรเลย อันนี้เป็นของจริงที่นำออกมาแสดงนี้เอาธรรมของพระพุทธเจ้ามา

ถ้าเทียบธนบัตรก็เรียกว่าธนบัตรจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ๆ ออกมาประกาศให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลายได้ทราบ จากการรับรองในธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าที่พระสงฆ์ท่านนำออกมาเป็นข้อยืนยันว่า นี่คือธนบัตรจริง นี้คือของจริง ไม่ต้องเอามากมาย ถือมาฉบับเดียวพอแล้ว ไม่ต้องขนมาจากภูเขาทั้งลูกๆ ที่เป็นของปลอมด้วยกันเลย เอาของจริงฉบับเดียวเท่านั้นมาประกาศ เอ้าคนเราเป็นมนุษย์มีเหตุมีผล มีหลักมีเกณฑ์ ยอมรับความถูกความผิดของกันและกัน อย่างนั้นจึงจะอยู่กันได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นอะไรเป็นของจริง กำลังชาติไทยเวลานี้ไขว่คว้ามาก เพราะของปลอมกับของจริงมันคละเคล้ากันอยู่ ที่สำคัญก็คือของปลอมนั้นแหละ ชอบยกยอปอปั้น ชอบติ ยกตัวเองขึ้นมา ไปแห่งหนตำบลใดมีแต่ใช้แบบแผนเดียวกัน เพื่อทำลายเขา ยกตนขึ้นมาเป็นประจำตลอดทั่วดินแดน

นี่ละที่ว่าของปลอมเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้อย่างนี้ แล้วหาความจริงจากการโฆษณาการโจมตีนี้ไม่มี เราเอาธรรมเข้าจับ มีตั้งแต่นิวเคลียร์นิวตรอน ระเบิดชนิดต่างๆ เต็มไปหมดในกลอุบายวิธีเหล่านี้ นี่เรียกว่าผิด ปลอมทั้งนั้น ปลอมแล้วยังไม่แล้วยังเป็นภัยอีก นี่ของปลอม ของจริงคือปฏิบัติตามสัตย์ตามธรรม ตามความจริง เช่นอย่างพี่น้องทั้งหลายช่วยชาติบ้านเมืองเวลานี้ ช่วยอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ใครไม่เสียดาย เงินสตางค์หนึ่งก็เสียดายคนเรา รักสงวน

ถ้ายื่นให้นี้เป็นพันๆ หมื่นๆ เป็นล้านๆ พอใจยื่นให้ ดีใจทั้งผู้รับไป ดีใจทั้งผู้ให้ ถ้ามีคนมาแย่งชิงเอาไปเพียงบาทเดียวเท่านี้ฆ่ากันได้เห็นไหม ใครไม่รักไม่สงวนเงินของตนสมบัติของตน แต่เวลาให้ด้วยความพอใจถึงไหนถึงกัน อย่างที่พี่น้องทั้งหลายให้ส่วนรวมคือหัวใจของชาตินี้มาเท่าไรเวลานี้ รวมที่พอนับได้ก็คือว่าทองคำตั้ง ๑๐ ตันเป็นอย่างน้อย ดอลลาร์ก็ ๑๐ ล้านเป็นอย่างน้อย เงินสดช่วยชาติไทยของเรานี้ไม่ทราบว่ากี่พันกี่หมื่นล้าน หลวงตาเอาออกช่วยชาติทั้งหมด นี้มีแต่ของจริงออกทำงาน นี่เรียกว่าของจริงออกทำงาน

นอกจากนั้นพระเจ้าพระสงฆ์ เฉพาะอย่างยิ่งวงกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นเราไม่ได้ยอ เราพูดตามความสัตย์ความจริงที่เรียกว่าธรรม ท่านเหล่านี้สละเป็นสละตายเรื่อยมา ช่วยครูบาอาจารย์ อย่างหลวงตาบัวท่านเหล่านี้เคารพนับถือมาตั้งแต่ดั้งแต่เดิม ตั้งแต่ก่อนช่วยชาติเป็นไหนๆ เคารพนับถือทำข้อวัตรปฏิบัติอะไรก็แล้วแต่ หลักธรรมวินัยหรือทางด้านจิตใจก็แล้วแต่ท่านเหล่านี้ยอมรับว่าเป็นครูเป็นอาจารย์ช่วย กราบไหว้บูชามาทุกวันทุกเวลาตลอดมา เป็นลูกศิษย์กับอาจารย์ในฐานะเลือดเนื้ออันเดียวกันมาตลอด

ทีนี้เวลาหลวงตา ซึ่งเป็นอาจารย์มีความจำเป็นที่จะช่วยชาติบ้านเมือง ท่านเหล่านี้ที่เป็นลูกเป็นหลาน ลูกศิษย์ลูกหาอยู่ที่ไหนๆ หลั่งไหลกันมาช่วย เงินทองข้าวของท่านเหล่านี้จะมีมาจากไหน แต่น้ำใจพาให้มี มีเท่าไรขนมาๆ น้อยเมื่อไรในวงกรรมฐาน ที่ช่วยชาติเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องทั้งหลายเรื่อยมา ทีนี้เวลามีความจำเป็น เอ้าชาติศาสนาจะจมจากมหาภัยเหล่านี้ ท่านเหล่านี้ก็ออกมาชำระ ท่านออกมาเหล่านี้ท่านมาด้วยความสัตย์ความจริง ถือหลักคือศาสดาองค์เอกมาเลยทีเดียว ได้แก่ธรรมวินัย ธรรมวินัยนั้นแลคือศาสดาของพี่น้องชาวพุทธเราทั้งหลายแทนพระพุทธเจ้า เวลาพระองค์ปรินิพพานแล้ว ท่านสั่งเสียไว้เรียบร้อยนะ “ดูก่อนอานนท์ พระธรรมพระวินัยนั้นแลจะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลายแทนเราตถาคตเมื่อเราตายไปแล้ว”

ทีนี้พระทั้งหลายเหล่านี้เทิดทูนพระศาสดาคือหลักความจริง นำหนังสือฉบับที่ประกาศยอมรับแล้วตามศาสดาที่สอนไว้ออกมาประกาศ เฉพาะสถานที่ก็วัดอโศการาม วัดอโศการามเป็นวัดที่รับรองเป็นตายของสายกรรมฐานทั้งหมด มาอยู่ที่นั่นเป็นจุดศูนย์กลาง มีท่านพ่อลีซึ่งเป็นลูกศิษย์องค์โปรดองค์สำคัญของหลวงปู่มั่น ท่านเคยยกย่องตลอดมา ท่านอาจารย์ลีนี้ไม่เคยได้ยินคำตำหนิติเตียนจากท่านอาจารย์มั่นเลยนะ เราอยู่กับท่าน ท่านพูดถึงลูกศิษย์คนไหนๆ เราจะจับฟังทุกกระเบียดเลย

เช่นมาถึงท่านพ่อลีของเรานี้ก็เหมือนกัน ท่านลีเป็นพระที่เด็ดเดี่ยว เอาจริงเอาจังทุกอย่าง ทำประโยชน์ให้โลกได้เต็มที่ นั่นฟังซิ ท่านพูดเอง ท่านไม่ได้พูดสุ่มสี่สุ่มห้านะหลวงปู่มั่น นี่ละท่านพูดถึงท่านพ่อลี ท่านไม่เคยตำหนิท่านพ่อลีเราเลย บอกว่าท่านลีนี้เป็นพระที่เด็ดเดี่ยว เคร่งครัดต่อหลักธรรมหลักวินัย การดำเนินทุกอย่าง ทำประโยชน์ได้มากมาย ท่านพูดเพียงเท่านั้น เราก็จับเอามาแล้ว นี่วัดอโศการามเป็นวัดศูนย์กลาง เวลานี้ก็ท่านทองเป็นผู้รับรองแทน เอะอะๆ มาก็มาลงท่านทอง วัดอโศการาม จะถูกโจมตีขยี้ขยำอะไรก็มาขยี้ขยำท่านทอง ในนามของพระทั้งหลายที่มารวมประชุมท่านทองเป็นผู้รับเคราะห์รับกรรมทั้งหมด

ท่านทองนี้ก็เป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์ลี-หลวงปู่มั่น เฉียบขาดเหมือนกัน ไม่เคยหวั่นไหว เพราะเป็นของจริงล้วนๆ ที่ถือไว้นี้ นี่ละเป็นที่ประชุมเอาของจริงออกประกาศ ปัดออกสิ่งทั้งหลาย เหล่านั้นเราพิจารณาหมดแล้ว แง่ไหนมาไม่มีคุณค่าแม้เท่านี้ไม่มี มีออกมาตั้งแต่แง่ทำลายๆ ทั้งหมด ไม่ว่าครั้งไหนๆ ที่ได้ออกมาจึงต้องได้ปัดออกๆ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ใหญ่หลวงมากทีเดียว มันจะเอาให้ชาติไทยของเรา ศาสนาของเราให้จมได้ด้วยกำลังแห่งมหาโจร-มหาภัยนี้ กฎหมายบ้านเมืองมีมันไม่เอามาใช้ มันเอาแต่กฎหมอยออกมาใช้ ซึ่งเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ทั้งชาติทั้งศาสนาให้จมไปด้วยกัน มันเอาสิ่งนี้มาใช้

ทั้งทางฆราวาสก็เหมือนกัน ไม่ได้ใช้กฎหมายนะเอากฎหมอยมาใช้ บังคับเป็นป่าเป็นเถื่อน อำนาจป่าเถื่อนไปบีบบี้สีไฟ ดังที่เราเคยประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบแล้ว นี่เอาความจริงมาพูด นี่ละของจริงต้องเอาของจริงมาพูดอย่างนี้ ไม่มีของจริงออกมาเลย กฎหมายบ้านเมืองที่โลกยอมรับ ชาติไทยของเราทั้งประเทศนี้ยอมรับไม่เอามาใช้ เอากฎหมอยมาใช้ กฎหมอยคือให้เหนือกฎหมายอีกทีหนึ่ง ถ้าว่าชาติไทยของเราก็อยู่ใต้กฎหมายทั่วประเทศ ไม่มีใครจะดื้อด้านหาญเหยียบย่ำทำลายกฎหมายนี้เลย แต่ไอ้นี่มันสามารถเหยียบย่ำกฎหมายให้เป็นกฎหมอย มันอยู่เหนือกฎหมายทำลายโลกเวลานี้ นี่ท่านทั้งหลายเป็นที่ยึดถือได้แล้วเหรอ เอ้าพิจารณานะ

ภาษานี้เป็นภาษาธรรม คอขาด-ขาดไปเลยหลวงตาบัวเพื่อพี่น้องทั้งหลายนั้นแหละ เพื่อชาติเพื่อศาสนาเราไม่เสียดายชีวิตของเรา ยิ่งกว่าเป็นความห่วงใยเสียดายพี่น้องชาวไทยเรา ทั้งชาติและพุทธศาสนาที่เราทั้งหลายเทิดทูนมา ไม่อยากให้มาถูกเหยียบย่ำทำลาย เผาแหลกหมดทั้งชาติทั้งศาสนาเราไม่ประสงค์อย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นเราจึงเอาคอเราตัดขาดไปเลยทีเดียว ไม่เสียดาย เพื่อเทิดชาติไทยเรา เพื่อเทิดศาสนาของเรา ให้พี่น้องลูกหลานทั้งหลายได้กราบไหว้บูชาและเป็นคนไทยสืบเนื่องกันไป ต่อไปด้วยความผาสุกร่มเย็นเป็นสุข โดยอาศัยหลักเกณฑ์นี้เป็นเครื่องดำเนิน

แต่สิ่งที่มันกำลังกระจายอยู่เวลานี้มีแต่ของปลอมทั้งนั้น ให้ท่านทั้งหลายฟังเอานะ หลวงตาบัวเป็นธรรม ดูทุกอย่าง ออกมาแง่ไหนๆ ที่จะเป็นประโยชน์แก่ชาติแก่ศาสนานิดหนึ่งไม่มี มีแต่เป็นฟืนเป็นไฟ ออกมาแง่นั้นๆ ชำระกันไป ล้มลงไปแล้วตั้งขึ้นมา คราวนี้ตั้งเหนือกฎหมายขึ้นมานะ ฟังให้ดี เราอยู่ใต้กฎหมายทั้งประเทศ ไอ้นี่มันอยู่เหนือกฎหมายเพียงคนสองคนเท่านั้นละจะเหยียบหัวไทยเรา เราก้มหัวให้มันเหยียบได้หมดทุกคนไหม ถ้าเราเป็นหมาก้มลงไปให้มันเหยียบ ถ้าหลวงตาเป็นหมาหลวงตาจะก้มให้มันเหยียบ แต่หลวงตาไม่เป็นหมามีแต่ศอกงัดมันเลยเข้าใจไหมล่ะ

เรายอมไม่ได้ เราเป็นเจ้าของสมบัติ ชาติไทยทั้งชาติเป็นชาติของเรา สมบัติของชาติไทยทั้งชาติเป็นสมบัติของชาติไทยที่จะดูแลรักษาทั่วหน้ากัน มหาโจร-มหามารมาจากไหน ใหญ่มาจากไหนก็ใหญ่มา เราเป็นเจ้าของสมบัติต้องฟัดกันอย่างเต็มเหนี่ยว หลวงตาบัวก็บอกแล้ว นี่เรายังไม่ได้ตีเกราะประชุมหมาเรา เข้าใจไหม หมาเรามันมีหลายตัวอยู่ในวัดนั่น มีไอ้หยอง ไอ้ปุ๊กกี้ ไอ้หมี ไอ้ดาวเทียม นี่เวลากูฟัดกับเขาด้วยหมัดของกูนี่กูมีสองหมัด ใส่หมัดนี้เขาตีหมัดนี้ตกไป กูสู้หมัดนี้ หมัดนี้ตกไป กูจะไปยืมเอาหมัดสู เข้าใจไหม หมาตัวหนึ่งมันมีหมัดเต็มตัว เราจับโยนไอ้ปุ๊กกี้เข้าไปตัวเดียวพวกนี้แตกฮือเลย ตกทะเล เพราะหมาเราตัวหนึ่งมันมีหมัดเต็มตัว สู้หมัดหมาเราไม่ได้

สู้ต้องสู้อย่างงั้นซินักสู้ เรายอมอ่อนข้อง่ายๆ เหรอ เราจะเป็นเต่าหดหัวอยู่ในกระดองหรือ สมบัติเป็นของใครสมบัติเป็นของเรา ลูกเป็นของเรา เขามาฆ่าลูกเราต่อหน้าต่อตาเราจะหดหัวในกระดองเหรอ เอ้าว่ากันไป ลูกของเรามีกี่คน เขามาฆ่าต่อหน้าต่อตา ทำลายต่อหน้าต่อตา ทำลายลูกของเรา เราเป็นพ่อเป็นแม่จะหดหัวในกระดองหมอบให้เขาฆ่าลูกให้เห็นต่อหน้าต่อตานี้ได้ไหมพี่น้องทั้งหลายหลวงตาขอถาม ถ้าไม่ได้แล้ว สมบัตินี้เท่ากับลูกกับพ่อกับแม่ของเรารวมกันอยู่หมด เมื่อเวลาจะถูกทำลายอย่างนี้เราจะหดหัวอยู่ในกระดองนั่นเหรอ เอ้าเทียบกับลูกของท่านทั้งหลาย สมบัตินี้ก็เหมือนกันมีมากยิ่งกว่านั้นอีก เราจะหดหัวอยู่ในกระดองเหรอ

เอาไปพิจารณาทั่วกันตั้งแต่วงราชการลงมา วงราชการเป็นผู้รับผิดชอบชาติบ้านเมือง ประชาชนทั้งหลายมอบความไว้วางใจให้รัฐบาลเป็นผู้พินิจพิจารณาทุกแง่ทุกมุม อันใดที่จะเป็นภัยต่อชาติ เจ้าหน้าที่หรือรัฐบาลทุกหน่วยๆ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างถึงจะถูก ไม่ใช่จะหัวหดอยู่ในกระดองให้เขาเหยียบหัวไปหมด เพียงคนคนเดียวเหยียบหัวคนทั้งชาติฟังได้ไหม ทั่วโลกนี้เขาจะร่ำลือว่าเมืองไทยนี้เป็นหมาทั้งหมด นับตั้งแต่พระลงมาเป็นหมาด้วยกันหมด ให้เขาเหยียบแหลกหมด เราอยากได้ยินไหม ถ้าไม่อยากได้ยินเมืองไทยเป็นของเรา สมบัติของชาติไทยเป็นของเรา พระเป็นลูกชาวไทย ต่างคนต่างช่วยกันเต็มเม็ดเต็มหน่วยสมกับเราเป็นเจ้าของของชาติ และเป็นเจ้าของของศาสนาต้องเอาให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่าอ่อนแอนะ ชาติจมได้ ศาสนาจมได้

เราเปิดอกให้ท่านทั้งหลายฟัง พิจารณาเต็มเหนี่ยวแล้วถึงออกมา เข้าใจไหม เราจึงไม่เคยสะทกสะท้านว่าจะผิดไป ตรงไหนถ้าบอกว่าเอานะมันถูกเลย ไม่มีผิด กำหนดพิจารณาเต็มเหนี่ยวแล้ว วันนี้เปิดให้ท่านทั้งหลายฟัง ปฏิบัติมาเท่าไรปี เป็นเวลา ๗๑ ปีนี้ ธรรมทั้งหลายเราปฏิบัติมา ความรู้ความเห็นมากน้อยที่เราใช้มานี้ไม่เคยผิด พูดง่ายๆ อย่างนำพี่น้องทั้งหลายนี้ทุกแบบทุกวิถีทางเราพิจารณาเรียบร้อย เรานำไม่เคยผิดพลาดมาเลยจนกระทั่งบัดนี้ ตัวเองเป็นผู้พิจารณาเหตุการณ์เหล่านี้เราก็ภูมิใจว่าไม่ผิดพลาด ถูกต้องตามที่เราแน่ใจในเราแล้วออกใช้เป็นประโยชน์แก่โลกตลอดมา

แล้วคำพูดเวลานี้มันจะพอเป็นคุณให้ท่านทั้งหลายฟังได้ไหม เอาไปพิจารณาซิ ท่านทั้งหลายจะเชื่อได้ไหมคำพูดเหล่านี้ ที่ช่วยพี่น้องทั้งหลายมาเต็มเม็ดเต็มหน่วย ถึงขั้นสละเป็นสละตายนี้จะพอเชื่อถือได้ไหม หรือสู้พวกโจรพวกมาร พวกมหาภัยที่จะทำลายชาติทำลายศาสนานี้ไม่ได้ เอาไปพิจารณาให้ดีนะ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญมากอย่าหัวหดอยู่ในกระดอง จมแน่เมืองไทยเรา จมแน่ไม่สงสัย ศาสนาจมไปด้วยกัน เราจะอยู่กับใคร หรือจะเอาพวกนี้มาสรณํ คจฺฉามิ เหรอ สรณํ คจฺฉามิ ได้ลงคอไหม มันเหยียบคอเรา เหยียบคอแล้วแหงนปากสรณํ คจฺฉามิ นี่ได้ไหม เอาซิเอามันจังๆ อย่างนี้ซิ

เวลาออกสนามต้องออก เวลามีเหตุการณ์นี้ผึงเลยพูดจริงๆ นะ ธรรมของเรา เราพูดจริงๆ เราไม่อัดไม่อั้น เราปฏิบัติมาได้ ๕๔ ปีแล้ว ตั้งแต่ธรรมนี้จ้าขึ้นที่หัวใจ นำมาสอนพี่น้องทั้งหลายด้วยความสัตย์ความจริง ไม่มีแม้เม็ดหินเม็ดทรายที่จะมาโกหกพี่น้องทั้งหลาย จึงถามว่าพอเชื่อถือได้ไหมคำพูดหลวงตานี่ หรือจะเชื่อถือตั้งแต่มหาภัยที่จะเหยียบบ้านเมือง เหยียบศาสนาอยู่เวลานี้เท่านั้นเหรอ ขอฝากปัญหานี้ไว้ นี่ก็ขอสรุปความ และขออนุโมทนาสาธุการกับบรรดาพระกรรมฐานเราที่อุตส่าห์พยายามเสือกคลานมากับครูบาอาจารย์คือเราเป็นสำคัญมาตลอด ไม่ว่าจะทรัพย์สินเงินทองมีเท่าไรขนมาๆ ไม่ว่าอุบายวิธีใด

เช่นอย่างมาประชุมนี้ พอทราบเรื่องเท่านั้น เราไม่ต้องไปหาบอกนะเพราะเรียนธรรมวินัยด้วยกัน ผิดรู้ด้วยกัน ถูกรู้ด้วยกัน ออกมาประกาศได้เลย นี่ละจึงได้นำหนังสือที่ประกาศในที่ประชุมนั้น อันเป็นที่รับรองมาแล้วจากองค์ศาสดา คือหลักธรรมวินัยอันสมบูรณ์แบบออกมาประกาศรับตามนี้ นอกจากนี้แล้วไม่รับ ปัดเลยทีเดียว คอขาด-ขาดไปเลย ขอให้พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ในหัวใจเป็นที่พอใจ ไม่เอาโจรเอามารมาอยู่ที่หัวใจได้เลย ปัดออกให้หมด ถ้าลงผิดจากนี้แล้วเทวดามาจากบนฟ้าก็ไม่มีรอกัน ซัดกันเลย ให้ถอยไม่ถอย แล้วเวลานี้ชาติไทยของเราจะจมเพราะโจรเพราะมาร เราเป็นเจ้าของชาติเอาให้เต็มเหนี่ยวทุกคนๆ นะ เราดูมาหมด วิธีการทุกอย่างที่ออกมานี้หาชิ้นดีไม่ได้ ไม่มีคำว่าถูกต้อง ถึงได้ล้มลงไปๆ เพราะของจริงความสะอาดของอรรถของธรรม เมื่อยังมีการยอมรับแล้วก็จะสงบไปในแง่นั้น แล้วมาขึ้นแง่นี้ เวลานี้จะเอาทั้งชาติทั้งศาสนานะให้จมลงจากเมืองไทยของเราทั้งหมด ให้ท่านทั้งหลายพิจารณา คราวนี้คราวใหญ่โตมาก จะคว่ำชาติคว่ำศาสนาไปด้วยกัน จำให้ดีคำนี้น่ะ

เราพูดออกมาอย่างจังๆ นี้เลย ถ้าเรารักษาไว้ไม่ได้ชาติเราจม ศาสนาเราจม ท่านทั้งหลายอยากให้ชาติและศาสนาจมไหม ถ้าไม่อยากจมท่านทั้งหลายเป็นเจ้าของทั้งของชาติและศาสนา เอ้าดูแลรักษาให้เข้มงวดกวดขันด้วยกันนะ ให้มีความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน อย่าเตะ อย่าถีบ อย่ายันกัน ใช้ไม่ได้เข้าใจเหรอ วันนี้พูดเท่านี้ และขออนุโมทนาในวงกรรมฐาน เราเห็นใจพระกรรมฐานทุกแง่ทุกมุมช่วยตลอดมา ไม่ต้องบังคับบัญชา เช่นอย่างมาประชุมนี้เราไม่ได้ไปบังคับบัญชานะ ท่านเหล่านี้เห็นกับความชอบธรรมด้วยกันทุกอย่าง เรียนธรรมวินัยมาด้วยกัน อะไรผิดๆ ท่านเหล่านี้รู้หมดจึงมาชำระที่วัดอโศการาม จะมาก่อกวนอะไร ไอ้พวกเปรตพวกผียังหาเรื่องว่าพวกนี้มาประชุมก่อกวนจะทำลายความสามัคคี ตัวมันจะทำลายทั้งชาติทั้งศาสนา เป็นเทวทัตทำไมไม่พูดถึงมันบ้างล่ะ พวกนี้มาทำลายที่ไหน มาชำระสะสางความเลวร้ายของมันต่างหาก ให้จำเอาไว้ข้อนี้ก็ดีนะ เอาละยุติพอ เหนื่อย (สาธุ)

วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๔๗ ทองคำเมื่อเช้านี้ได้ ๑๑ กิโล ๔๒ บาท ๑๐ สตางค์ ดอลลาร์เมื่อเช้านี้ได้ ๑๔,๙๐๖ ดอลล์ เอ้าสาธุพร้อมกัน (สาธุ) ฟังๆ ไปหามาอีก


ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก