ศีลธรรมสำหรับนักเรียน
วันที่ 9 กันยายน 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ศีลธรรมสำหรับนักเรียน

ระยะนี้เป็นระยะที่ฝนตกติด ๆ กันมาตลอด น่าจะเป็นอาทิตย์แล้วมั้ง ทางไหนก็แบบเดียวกันหมดเลย นี้เราพูดถึงทางภาคอีสานที่เราได้ผ่านเที่ยวตามแถวนี้ ทั่วภาคอีสานระยะนี้น้ำท่วมเหมือนกันหมดเลย เมื่อวานซืนนี้ก็เสี่ยโรงสีสมหมายจากร้อยเอ็ดมาที่นี่ ว่าน้ำท่วมเสียจนไม่มองเห็นอะไรเลย พื้นดินมีแต่น้ำทั้งนั้น นั่นแหละอยากบ่นนักเราว่า ว่ามันแห้งแล้ง โอ๊ย คราวนี้ไม่บ่นแหละ นอกจากจะขอบนไว้เท่านั้นไม่ให้มากกว่านี้ คือท่วมหมดว่างั้น คือเราตระเวนไกลนะหลวงตานี่ ไม่ใช่อะไรนะตระเวนด้วยความเมตตา ส่งสิ่งของโรงพยาบาลนั้นโรงพยาบาลนี้อยู่อย่างงั้น ทีนี้ไปก็ได้เห็นล่ะซี ไปเรื่อย ๆ เพราะโรงพยาบาลที่มาก็ไม่ขาด เรามีโอกาสเราก็ไปเอง ถ้าเราไปซอกซอนเข้าไปที่ลึก ๆ ส่วนมากนะ เขามาเขาก็มาตามโรงพยาบาลต่าง ๆ โรงนั้นโรงนี้มา

ของเราเตรียมไว้เต็มตลอดไม่ให้บกพร่องเลย สิ่งที่เคยสั่งเป็นประจำ นอกจากไม่มี ต้องมาวางไว้เป็นประจำเต็มอยู่ตลอดเวลา ถึงกับเมื่อวานซืนนี้ร้านใหญ่ ๆ เขาร้านงี่สุนต้องมายืมของเราไป เมื่อวานซืนตอนเย็นมายืมพวกน้ำปลา พวกน้ำมันพืช พวกอะไรต่ออะไร เอารถใหญ่สิบล้อมาเลย เราก็ดีใจนึกว่าจะเอาอะไรมาให้เรา ที่ไหนได้มาขอยืมของเราไป ทีแรกเราก็ไปเอาของเขามาเต็มอยู่นี้ พอดีทางนั้นเกิดปุบปับจำเป็น ทางโน้นมาติดต่อทางนี้มาติดต่อขอความช่วยเหลือ ทางจังหวัดเลย เลยไม่มีทางไป ก็คิดเห็นแต่โกดังหลวงตาบัว เขาก็บึ่งมานี้ ฟาดรถสิบล้อไปเลย เมื่อวานยังมาอีก คือทางโน้นมันจำเป็นเขาเลยต้องมายืมจากเราไป

เอาไปเถอะ เราก็บอกอย่างนั้น เอาไปเต็มรถ คือเอาไปให้ทันการ ก็เรานั่นแหละไปเอาของเขามาร้านงี่สุนนั่นน่ะ เราเอามาก็เต็มรถเลย เวลาเขามายืมเราไปเขาก็ฟาดเต็มรถเหมือนกัน ขบขันดี คือเรื่องโดยด่วนเขามองหาที่ไหนไม่ทัน ก็เห็นแต่โกดังหลวงตาบัวเท่านั้น ท่านคงจะแจกยังไม่หมด พึ่งเอาไปนี้ เขาก็ตามมาแล้วขนไปเต็มเลยตามที่ต้องการ เอาเท่าไรให้เลย มาอยู่สองเที่ยว รถใหญ่นะ สิบล้อเต็มเอี้ยด ๆ มาถึงสองเที่ยวมั้ง พอทางโน้นเบาบางแล้วก็จะเอามาแทน กลัวว่ามีทางโรงพยาบาลมาหลวงตาก็จะขาดมือ เขาก็ห่วงอีกเหมือนกัน พออันนั้นเบาบางแล้วเขาก็จะแยกมาทางนี้อีก เพราะทางโน้นของขนมาไม่ทัน ทางนี้ขนออกตลอดเลยหมด ถึงวิ่งเข้ามาหาเรา

โกดังของเรานี้เต็มตลอดนะ โรงพยาบาลต่าง ๆ มาไม่เว้นแต่ละวัน แม้เมื่อวานนี้ก็มา หลาย ๆ วันจะมีทีหนึ่งไม่มา วันเสาร์ วันอาทิตย์ ก็ยังมานะ อาจขาดไปวันใดวันหนึ่ง เช่น วันอาทิตย์ วันเสาร์ยังมาก็มี นี่เต็มตลอดนะ เราช่วยโรงพยาบาลนี้เอาเต็มเหนี่ยวจริง ๆ เฉพาะสิ่งของขาดไม่ได้เลย บังคับไว้ตลอด ตรงไหนบกพร่องให้รีบไปเอามา รีบเอามาไว้ให้เต็ม ๆ กี่โรงมาขนให้เสมอกันหมด เราให้เสมอกันหมดบรรดาโรงพยาบาลต่าง ๆ เว้นในสถานที่บางแห่ง เช่น อุตรดิตถ์ อุตรดิตถ์นี้ไกล อันนี้ให้หมดเลย ตั้งแต่โรงพยาบาลจังหวัดไปถึงอำเภอ อำเภอไหนก็ตามมานี้เราให้พิเศษหมด จดไว้แล้วนะที่ว่าให้พิเศษ ให้พิเศษคือให้อะไร นั่น ที่เพิ่มไปเขียนไว้เรียบร้อย

พอเห็นรถพวกโรงพยาบาลพิเศษมา พระจะจัดให้ตามนั้น ๆ เคลื่อนไม่ได้เหมือนกันนะพระ สั่งอะไรไปแล้วเคลื่อนไม่ได้นะ เหลาะแหละกับเราไม่ได้ จริงจังทุกอย่างยังบอกแล้ว นี้จริงจังต่อโรงพยาบาล บอกว่าขาดไม่ได้นอกจากว่ามันจำเป็นจริง ๆ อย่างนั้นรู้กัน ถ้าไม่จำเป็นเป็นเรื่องเหลว ๆ ไหล ๆ นี้ไม่ได้นะ บอกงั้นเลย โรงพยาบาลทางจังหวัดอุตรดิตถ์ให้หมด ไม่ว่าโรงพยาบาลใดมาให้พิเศษทั้งนั้นเพราะไกลมาก ทางชัยภูมิก็ได้ให้สองโรง เทพสถิตกับภักดีชุมพล เลยชัยภูมิไปจะเข้าเพชรบูรณ์หรือไง ไกลมากเราไปดูแล้ว ไปดูด้วยตั้งเข็มไมล์ไปด้วย ไกล สองโรงนี้ไกล กลับมาแล้วต้องสั่งเป็นพิเศษ เขาก็มาบ่อย มีสองโรง ทางอุบลก็สองโรง บุณฑริก กับโขงเจียม อันนี้ก็ไกล ฟากอุบลไปทางโน้นอีก

เสร็จแล้วรถทุกคันเราจะเติมน้ำมันให้เต็มทุกคัน ๆ เติมน้ำมันให้พร้อมเวลากลับ ให้เต็มทุกคัน ๆ ไปเลยไม่เว้น อย่างนี้เป็นประจำ เติมน้ำมันให้ทุกคันรถ ส่วนมากจะมาวันละสองสามสี่โรง ระยะนี้ส่วนมาก มามากกว่าเพื่อนระยะนี้ ห้าหกโรงก็ห่าง ๆ หนึ่งโรงหรือสองโรงนี้ก็ห่าง เราพอใจกับบรรดาโรงพยาบาลต่าง ๆ เพราะท่านเหล่านี้มีแต่ความจนตรอกจนมุม คนไข้เข้าไปนั้น แล้วหมอก็ดีพยาบาลก็ดี ลำพังตัวเองก็ตะเกียกตะกายอยู่แล้ว ยังจะหาที่ไหนมาให้คนไข้อีก งบประมาณก็ไม่ทราบว่ามีมากน้อยเพียงไร บางทีบอกว่าไม่มีก็มี นั่นละที่เรารู้สึกร้อนใจมากนะสำหรับครัวคนไข้ จึงต้องได้จัดไว้ ทางไหนขาดให้มา เอาไปเลย ๆ เรากะให้เต็มรถพอดี

รถโรงพยาบาลมาส่วนมากก็เป็นรถตู้ มาก็เต็มเลยอย่างนี้เป็นประจำ วันอาทิตย์ส่วนมากจะไม่มานะ ถ้ามาก็เป็นวันเสาร์ เสาร์ อาทิตย์ นี้มักจะมาวันใดวันหนึ่งอยู่เสมอ ส่วนวันธรรมดานั้นเรียกว่าเป็นวันมาอยู่แล้ว เราช่วยจริง ๆ ช่วยด้วยความเมตตา มิหนำซ้ำบางทีไปยังเข้าไปดูในห้องครัวเขาอีกนะ ไม่ใช่ธรรมดา หลวงตาเวลาจะลุกลี้ลุกลนก็เก่งเหมือนกัน ดื้อไม่เข้าเรื่อง ปุ๊บปั๊บเข้าซอกแซกซิกแซ็ก ใครจะว่าบ้าก็ตามก็เราไม่ใช่บ้าเข้าใจไหม เจตนาของเราเป็นยังไงเขาไม่รู้นี่ ไปนี่ซอกแซกซิกแซ็กดูไปหมดนะ จำเป็นจริง ๆ มาพูดปุ๊บปั๊บ ๆ ถ้าควรจะให้ ๆ ๆ เป็นแบบนั้นแหละเราไป

ยิ่งไปที่ไหนเขาไม่ค่อยรู้เราแล้ว โอ๋ย นั่นยิ่งตัวขโมยใหญ่ละ ซอกแซกหมดเลย ถ้าที่ไหนเขารู้เราก็ทำท่าเป็นใหญ่ไป เป็นลูกศิษย์กับอาจารย์ไปอย่างนั้นนะ ไปที่ไหนก็เหมือนกัน ถ้าที่ไหนเขาไม่รู้ โอ๋ย สนุกมาก ซอกแซกดูทุกสิ่งทุกอย่าง ดูข้อวัตรปฏิบัติสำหรับพระในวัดนี้เราจะไปแบบนั้น โรงพยาบาลไปดูความทุกข์ความจนของเขา สำหรับวัดไปดูความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความมีข้อวัตรปฏิบัติ มีธรรมมีวินัยดีหรือไม่ดี จะดูตามนี้ไม่ต้องไปดูคน ดูตามนี้รู้ ถ้าวัดไหนเขาไม่ค่อยทราบแล้ว โอ๋ย ละเอียดลออมาก ดูซอกแซกจนกระทั่งครัวแม่ชีแม่ขาวเข้าไปหมด บางทีเขาก็ดูเรา เขาไม่รู้ก็มี นั่นละเขาไม่รู้ยิ่งสนุก เป็นอย่างนั้นนะหลวงตาองค์นี้ไม่เหมือนใคร

ก็เราไม่มีอะไรกับใครนี่ ไปไหน ๆ เราก็ไม่มีอะไรกับใคร เราไปเรื่องของเรา เหตุผลกลไกอะไรมีอยู่ในใจของเราแล้วไปตามนั้น ใครจะว่าอะไรเราไม่เคยสนใจ เขาจะว่าเรื่องใดกับเรา เราก็ไม่มีเรื่องกับใครนี่ เราก็ไปแบบเราสบายไปเลย ถ้ามีเรื่องมันติดเจ้าของหนา ติดเจ้าของ ไปไหนก็เก้อ ๆ กัง ๆ ทุกอย่าง ทั้งเกรงทั้งกลัวทั้งอายทั้งอะไร ขวยเขิน เป็นทุกอย่างใช่ไหมถ้ามันเป็นอยู่ในใจนี้ ไปไหนติดเจ้าของแล้วไปไหนก็ติดหมด ถ้าไม่ติดเจ้าของเสียไปได้ทุกอย่างด้วยความเป็นธรรม ธรรมอยู่ที่ไหนจะเบิกกว้าง ๆ ไปเลย เจ้าของติดเจ้าของ ก็คือกิเลสอยู่ในเจ้าของนั้นแหละมันทำให้ติด อายเขาอายเราดีหรือไม่ดี มันหากมีของมันอยู่ในนั้นใครก็รู้เอง ถ้าเป็นธรรมไม่เป็นอย่างนั้น ขึ้นชื่อว่าธรรมแล้วเป็นทางโล่งไปหมดเลย มันต่างกันนะ ถ้าเป็นเรื่องธรรมแล้วโล่งไปหมด ๆ ตามเหตุผลกลไกอะไรจะไปตามนั้น ๆ โล่งไปเลยเรื่อย ๆ

โรงเรียนไหนบ้างมาวันนี้ (อุดรพิทย์โรงเรียนเดียวค่ะ) ลูกหลานมาศึกษาอบรมอรรถธรรมก็มาให้ได้ไปเป็นชิ้นเป็นอัน อย่ามาสักแต่ว่ามา เห็นครูอาจารย์สั่งให้มา เราอยู่ใต้อำนาจของครูอาจารย์ เราก็มาด้วยฝืนไม่ได้ อย่างนั้นไม่เป็นธรรม เรื่องครูอาจารย์นั้นดีแล้วที่สั่งเสียหรือบังคับเราให้มาในทางที่ดี ให้เรายกอันนี้เป็นข้อหนึ่งเอาไว้เลย ครูอาจารย์ที่สั่งมาวัดมาวามาฟังอรรถฟังธรรมนี้ เป็นความชอบธรรมแล้วสำหรับอาจารย์แต่ละคน ๆ เราที่เป็นลูกศิษย์ท่านเราก็คิดอีกแง่หนึ่ง ท่านมีเจตนาต่อเรา เรามาก็ต้องมีเจตนาต่ออรรถต่อธรรม มุ่งหน้ามุ่งตาศึกษาอบรม ท่านพูดอะไรต่ออะไรก็ให้เอาถ้อยคำนั้นไปคิดไปอ่าน แล้วสัมผัสเข้ามาในวัดนี้เป็นยังไง วัดกับบ้านส่วนมากจะต่างกัน ถ้าเป็นวัดของท่านผู้มุ่งอรรถมุ่งธรรมจะต่างกันกับบ้านนะ แต่ถ้าวัดเป็นส้วมเป็นถานอยู่แล้วนั้น บ้านเขาก็เป็นส้วมเป็นถานอยู่แล้ว วัดก็เป็นส้วมเป็นถาน ส้วมถานต่อส้วมถานบวกกันดูไม่ได้เลย เป็นอย่างนั้นนะ

เราอย่าเข้าใจว่าพระนี้จะดีไปทุกวัดทุกวาทุกพระทุกเณรนะ เลอะเทอะมีเหมือนกัน เพราะมาจากกิเลส พระมาบวชกิเลสมันไม่ได้บวช อุปัชฌาย์มันอยู่ในตัวของเรานั้น ครั้นมาบวชแล้วเถลไถลจะทำอะไรก็ทำ สุ่มสี่สุ่มห้า นี่เรียกว่าพระโกโรโกโส พระสร้างส้วมสร้างถานขึ้นในตัวของตัว ในวัดวาอาวาสตลอดเพื่อนฝูงต่างคนต่างเลอะเทอะไปด้วยกัน อันนี้หาความดีงามไม่ได้เลย ไปวัดเช่นนั้นเหมือนไปดูส้วมดูถาน ถ้าวัดท่านมีข้อวัตรปฏิบัติมีศีลมีธรรม ศีลาจารวัตรเรียบร้อยสวยงาม มองแพล็บดูก็รู้ ท่านมีความงามอยู่แล้วก็พอที่จะได้ความงามนั้นแจก และเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าไปเกี่ยวข้อง

เราไม่ได้อวดว่าวัดเราดีนะ ให้ท่านทั้งหลายดูเอาก็แล้วกัน ดีไม่ดีก็อยู่กับตาหูของท่านทั้งหลาย ในส่วนที่ไม่ลี้ลับกว่านั้น เห็นได้ด้วยตา ฟังได้ด้วยหู กิริยามารยาทเห็นได้ด้วยกันนั้นแหละ ส่วนภายในนั้นเป็นอีกอย่างหนึ่ง เขาก็มีภายในเราก็มีภายใน ท่านก็มีภายใน ต่างคนต่างเก็บความรู้สึกไว้เฉพาะตน ๆ ถ้าอันไหนไม่ดีอย่าแสดงออกมา ไม่ใช่ของดี อยู่ภายในเจ้าของก็เผาเจ้าของ ออกไปข้างนอกก็เผาคนอื่น ไม่ใช่ของดี ให้พากันเก็บ และปัดมันออกจากตัวของเรา ในสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ให้หาแต่ของดีงามเข้ามาสู่ตัวของเรา ความดีงามเข้ามาสู่ตัวของเรานี้จะมีความสงบร่มเย็นนะคนเรา ถ้ามีแต่ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมความดีดความดิ้น หาฝั่งฝาไม่ได้แล้วนั้นไม่เป็นท่าเลย ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่เป็นท่าแหละ เดือดร้อนอยู่ภายในใจ ดีดดิ้นออกไปข้างนอกก็เป็นการกระทบกระเทือนแก่ผู้อื่น ให้ได้รับความเสียหายไปด้วยได้โดยไม่สงสัยนะ

ลูกหลานมาก็ให้พากันตั้งหน้าตั้งตามาศึกษา ท่านสอนอรรถสอนธรรมขั้นใดไว้แล้วก็ให้นำไปปฏิบัติ อย่าเพียงแต่ว่าศึกษาเฉย ๆ ศึกษามุ่งเอาความรู้วิชา ให้ได้ชั้นนั้นชั้นนี้ แล้วก็มาแย่งมาชิง ยศตำแหน่ง หน้าที่การงานกัน มันกลายเป็นของสกปรกไปหมด เรียนเข้ามาเพื่อแย่งกัน กัดกันกินกันเหมือนหมูเหมือนหมา หลักวิชาเรียนมาเพื่อประกอบอาชีพให้สมบูรณ์แบบในตัวของตัวทุกคน ๆ แย่งไม่แย่ง งานของโลกนี้มันเกี่ยวโยงกัน มันควรจะเข้าไปตรงไหนก็ให้เข้าไปด้วยความเป็นธรรม อย่าแย่งอย่าแข่ง ที่ว่าแข่งดีแข่งเด่นมันไม่ดีเด่นนะ แข่งชั่วแข่งความเลวนั้นละส่วนมาก แข่งความสกปรกโสมม

เรียนวิชาให้มีธรรมะแทรกไปด้วยนะ ให้นำวิชาธรรมะไปปฏิบัติต่อตัวอย่าปล่อยให้แต่วิชาทางโลกล้วน ๆ เข้ามาเต็มตัวของเรา อย่างที่เราเรียนวิชาในโรงเรียนต่าง ๆ ส่วนมากจะมีวิชาทางโลกมากกว่าวิชาทางธรรม ทางธรรมนี้มีน้อย แม้มีก็ครูอาจารย์ผู้เป็นคนดีก็ไม่ค่อยแสดงออก เก็บไว้ตามกาลอันสมควร เพราะเอาออกแสดงในที่บางแห่งก็รู้สึกว่าไม่เหมาะ บางทีคนเลวทรามมันหัวเราะเยอะเย้ย อย่างนั้นก็มีนะ

เอ้า ที่นี่เราจะยกตัวอย่างให้พี่น้องทั้งหลายฟัง หลวงตาเองเคยปฏิบัติเรียนหนังสืออยู่นี่ การปฏิบัติธรรมทางด้านจิตตภาวนา เราไม่เคยลดละนะ ไปอยู่ในวัดในวาวัดใดก็ตาม ท่านก็สวยงามอยู่ตามวัดตามวาของท่านนั้นแหละ เราก็ถ้าว่าสวยงามก็สวยงามแบบลิงไปเหมือนกันนั้นแหละ กิริยาท่าทางของพระของเณรที่เป็นฝ่ายปริยัติกับกิริยาท่าทางของฝ่ายปฏิบัตินี้ต่างกันอยู่นะ ไม่ใช่ไม่ต่าง กิริยาทางภาคปฏิบัตินี้จะสวยงามชุ่มเย็นตลอด แต่กิริยาของพระในภาคปริยัตินี้มีลิง มีค่าง บ่าง ชะนี แทรกอยู่ในนั้นแหละ แทรกอยู่ในพระในเณร แต่จะถือว่าท่านผิดก็ไม่ได้นะ มันเป็นกิริยาท่าทางของแต่ละคน ๆ ที่ไปคละเคล้ากันทางด้านปริยัติมักเป็นอย่างนั้นท่านก็เป็นของท่านไป แต่ท่านไม่เสียหายนะ พูดหยอกพูดเล่นอะไรกันไปท่านก็พูด แต่พูดอยู่ในวงของพระ

แต่ส่วนกรรมฐานไม่ค่อยจะหยอกเล่น แน่ะ มันต่างกัน ถึงจะหยอกเล่นบ้างก็มีนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ใช่ไม่มี มี หากต่างกัน ความเข้มข้นความหนักแน่นของท่านฝังอยู่ในจิตตภาวนา ไอ้เราเวลาเรียนหนังสือก็เป็นอย่างนั้น เวลาเข้าหมู่เพื่อนพวกลิงพวกค่างด้วยกันเราก็เป็นลิงเต็มตัวเหมือนกัน เข้าเพื่อนเข้าฝูงถามวิชานั้นวิชานี้แหละ ส่วนมากจะถามหลักวิชา แล้วก็มีแง่ที่จะหยอกกันอยู่นั้นแหละ พูดหยอกพูดเล่นกัน นี่เรียกว่าพวกลิงพวกค่างอยู่ด้วยกัน เราก็เป็นกับเขาเสียเวลาเช่นนั้น ออกจากนั้นแล้วภายในลึกลับของเรา เราภาวนาทุกวัน แต่การภาวนานี้ที่ว่าเก็บความรู้สึกไว้ ไม่แสดงออกคืออย่างนี้เอง

เรียนหนังสืออยู่ด้วยกันกับเพื่อนกับฝูง ไม่มีใครรู้เลยว่าเรามีความสนใจภาวนา เพราะเราเก็บไว้อย่างลึก ๆ ไม่ให้ใครทราบ เอาตั้งแต่ลิง ค่าง บ่าง ชะนี ออกมาอวดกัน เข้าใจไหม เขาอย่างนั้นเราก็อย่างนี้ พูดหยอกเล่นกันไปตามภาษาของพระเณร แต่ไม่ผิดธรรมวินัย พอดีกับลิงค่างของพระของเณรนั่นแหละ เราก็เป็นกับเขาเสีย เวลาเราเข้าภาวนาเข้าห้องปั๊บ นั่นภาวนา ครั้นออกมา ทำอะไร โอ๊ย.คนมันไม่ใช่คนตายนี่ อยากหลับอยากนอนอยากนั่งทำอะไรก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ ว่าไปอย่างนั้นเสีย ความจริงภาวนา ไม่บอก

เวลาเดินจงกรมกลางคืนเงียบ ๆ หมู่เดินเข้ามาที่กลางคืนดึก ๆ หยุดเรียนหนังสือแล้วลงไปเดินจงกรม หมู่เพื่อนมาเห็น ทำอะไร ทีแรกเราก็เซ่อเราก็พูดตามตรงถูกอย่างว่านั่นนะ บอกว่ามาเดินจงกรมไปมา ทำอะไร หมู่เพื่อนมาถาม ก็เดินจงกรมบ้าง โอ๊ย จะไปสวรรค์นิพพานเดี๋ยวนี้เหรอ เรียนให้มันจบเสียก่อนน่ะ สอบเสร็จเสียก่อนแล้วค่อยไป ขอไปด้วยตามหลัง นั่นเห็นไหมล่ะ นี่ละลิงต่อลิงมันหยอกกัน จับได้ปุ๊บตั้งแต่นั้นมาไม่เปิดเลย ถ้าเดินไปเจอเข้าอย่างนี้ ทำอะไร โอ้ นั่งดูหนังสือนาน มันเหน็ดมันเหนื่อยต้องเปลี่ยนบรรยากาศบ้างซิ ต้องเปลี่ยนไปอย่างนั้น ไม่งั้นมันจะมาเยาะมาเย้ย จะว่าเอาผิดเอาถูกเขาก็ไม่ได้นะ ก็เพื่อนกันนี่ เขาจะว่าอะไรเขาก็ว่าซิ เราต้องหาอุบายวิธี นี่ละอุบายวิธีการเป็นอย่างนี้

ครูอาจารย์หรือเด็กบางคนเป็นเด็กดีอย่างนี้ จะมาแสดงเรื่องความดิบความดีให้เพื่อนฝูง ถูกเขาหัวเราะเยาะเย้ยได้เหมือนกันนะ จึงต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ แต่ยังไงก็ตาม จะเป็นที่ลับที่แจ้งเปิดเผยอะไรก็ตามขอให้เอาความดีแสดงต่อกัน อย่าเอาความเลอะ ๆ เทอะ ๆ มาแสดงต่อกัน มันเสียมากทีเดียว

เราเป็นนักเรียนให้ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาเล่าเรียน เรียนจริง ๆ อย่าเลอะ ๆ เทอะ ๆ เวลานี้เราอยู่ในกฎของการศึกษาเล่าเรียน ให้ตั้งอยู่ในกฎทั้งหญิงทั้งชายอย่าเลอะ ๆ เทอะ ๆ แล้วเด็กวัยนี้เป็นเด็กที่ไวไฟเสียด้วย เด็กหญิงเด็กชายวัยนี้เป็นเด็กไวไฟ เห็นกันติดกันพันกันไปเลย มันเร็วยิ่งกว่าลิงนะพวกนี้นะ ให้ระมัดระวัง สิ่งเหล่านี้บังคับเอาไว้ ไม่ถึงกาลเวลาควรออกอย่าให้ออก เวลานี้เราเรียนหนังสือตั้งหน้าตั้งตาเป็นคนดี ให้เอาอันนี้ออกมาปฏิบัติตลอดเวลา สิ่งใดที่จะเป็นภัยแก่ตัวและคนอื่น และจะทำให้เลอะ ๆ เทอะ ๆ เสียผู้เสียคนให้ปัดออก ๆ อย่าพากันไปยินดีกับมันนะสิ่งเหล่านี้ มันรวดเร็วมากนะ

เรื่องหญิงกับเรื่องชายมีมาตั้งแต่กัปไหนกัลป์ใด ไม่ว่าสัตว์มีตัวผู้ตัวเมีย ในน้ำบนบกมีเหมือนกันหมด นี้เป็นหลักธรรมชาติที่ตกแต่งมาในวัฏจักร มีอยู่ด้วยกัน ทั้งสัตว์ทั้งบุคคล คนเราก็มีทั้งหญิงทั้งชาย เป็นหลักธรรมชาติมีมาอย่างนั้น พวกสัตว์นี้เขาไม่มีขนบธรรมเนียมอะไรเพื่อความดีงามเสกสรรขึ้นมาเหมือนมนุษย์ เขาอยากเสพอยากสมอะไรเขาก็ไปของเขาอย่างนั้นก็ไม่เห็นมีอะไร แต่มนุษย์เราสูงกว่าสัตว์จึงต้องมีขอบเขต มีความดีงามประจำตนบ้าง เช่น ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายสนอง ฝ่ายผู้ชายเป็นฝ่ายเสนอ ผู้ชายมีความรักชอบในหญิงใด ๆ ซึ่งเป็นลูกของผู้ใด ก็ติดต่อเข้าไปหาผู้ใหญ่ ๆ ตกลงปลงใจกันเรียบร้อยแล้วเขาเรียกว่า แต่งงานอยู่กินด้วยกัน นี้เป็นการตกลงปลงใจแล้วให้เป็นอย่างนี้

ถ้าเป็นแบบที่ว่าสุกก่อนห่ามอย่านำมาใช้เลอะ ๆ เทอะ ๆ ไปมีลูกมีเต้าอยู่ในโรงร่ำโรงเรียน อีหญิงคนนี้มันเลอะเทอะมากนะ อีหญิงหีเคียวไปออกลูกคลอดลูกอยู่ในโรงเรียนมันเลวไหม มีไหมโรงเรียนเราเหล่านี้น่ะ อย่าให้มีเป็นอันขาดนะ พ่อแม่ไม่ทราบว่าจะเอาหน้าไปมุดลงที่ไหนนะ อายบ้านอายเมืองอายทุกสิ่งทุกอย่าง อย่าให้มี นี่ละสิ่งที่ลามกจกเปรตที่สุด ครั้นเวลาทำตามมันแล้วไม่มีอะไรลามกจกเปรตยิ่งกว่าสิ่งเหล่านี้ ซึ่งสัตว์ทั้งหลายก็ไม่มีใครสนใจจะแก้จะถอดจะถอนมัน เพราะเป็นหลักธรรมชาติอันหนึ่ง มีตั้งแต่ที่จะปฏิบัติตัวให้อยู่ในขอบเขต สิ่งเหล่านี้อย่าให้เลยขอบเขตไปเท่านั้น

หญิงก็ดีชายก็ดีเมื่อถึงเขตถึงแดนกาลสมัยแล้วมันก็รู้กันเอง ระหว่างตกแต่งเป็นผัวเป็นเมียอยู่กินฝากเป็นฝากตายต่อกัน เปลี่ยนความรู้สึกเปลี่ยนความประพฤติต่อกัน เข้าในแบบใดที่จะเป็นที่ตายใจต่อกันได้ที่เรียกว่าเป็นสามีภรรยา เหมือนกันกับอวัยวะเดียวกัน เชื่อเป็นเชื่อตาย พึ่งเป็นพึ่งตายเชื่อถือกันได้ นี่เรียกว่าเป็นผู้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติดีต่อกัน ระหว่างสามีภรรยาจะไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกับเรื่องลามกจกเปรต กินไม่พอคือกามกิเลสนี้เลย จะดีด้วยกันทุกคน แล้วอะไร ๆ มันจะเปลี่ยนไปตามสภาพถึงคราวเวลาเช่นนั้นก็ให้มันเป็นไปอย่างนั้น อย่าขายก่อนซื้ออย่าสุกก่อนห่าม เสียหายไปหมดนะ ดูไม่ได้นะ อย่าให้มี

ยิ่งผู้หญิงนี้โลกเขามองมากยิ่งกว่าผู้ชายนะ เราต้องได้ระวังตัวเก็บตัวเป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้หญิง ทั้ง ๆ ที่กิเลสมันมีเหมือนกัน เราอย่าเข้าใจว่าผู้ชายจะมีเกียรติอะไร ว่ากิเลสน้อยกว่าผู้หญิง ผู้หญิงเหมือนตัวคึกตัวคะนอง ไม่ใช่อย่างนั้น เขาถือกันมาแต่ดั้งเดิม ผู้หญิงถือเป็นความศักดิ์ศรีดีงามประจำเรียกว่า ของในร้าน ผู้ชายเป็นเหมือนพ่อค้าหรือพวกบ้าก็ไม่รู้ ไปร้านนั้นชมร้านนั้นร้านนี้ไป เมื่อพอใจแล้วฝ่ายนี้ก็เป็นฝ่ายเสนอ ขอหญิงนั้นมาเป็นเมีย ฝ่ายผู้หญิงถ้าสมควรกันเรียบร้อยแล้วทั้งตัวเองให้เป็นธรรมแล้ว ทั้งตัวเองทั้งพ่อทั้งแม่โคตรวงศ์เห็นดีด้วยแล้วก็รับสนอง ปลงใจที่จะตกลงกันแต่งการแต่งงานขึ้นมา นั่น มันเป็นพัก ๆ อย่างนี้นะ

อย่าไปแต่งงานตามพุ่มไม้ใบหญ้านะ เข้าใจไหม ผู้หญิงกับผู้ชายนี้มันเร็วนะ ไปแต่งงานกันตามร่มไม้ ใบหญ้า ที่แจ้งที่ลับมันแต่งได้หมด หญิงกับชายที่ตัวขนาดนี้แต่งเร็วที่สุด อย่าพากันเป็นบ้าไปหาแต่งงานในที่เช่นนั้นนะ จำให้ดี ลูกหลานอย่าเข้าใจว่าหลวงตานี้พูดหยาบนะ เรื่องที่เอามากล่าวนี้มันมีมาก่อนแล้วเข้าใจไหม มันหยาบยิ่งกว่าการมาสอนอย่าทำอย่างนั้นเสียอีก อันนี้สอนเพื่อให้ถอนให้ละให้เลิก ไม่ได้สอนให้เป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้กันนะ ธรรมท่านสอนอย่างนี้ แล้วอย่ามาหาเรื่องใส่ธรรมว่าหยาบโลนนะ ตัวผู้ทำนั้นละเป็นพื้นฐานที่จะให้มาสอนธรรมอย่างนี้ นั้นแหละหยาบโลนที่สุดให้แก้ตัวนั้นนะ ท่านสอนก็สอนไปที่ตรงนั้น สอนไปเพื่อแก้เพื่อถอดเพื่อถอน ให้ระมัดระวังกัน

นี้เราพูดถึงเรื่องการปฏิบัติตัว ไปโรงร่ำโรงเรียนก็อย่าเลยเถิดเลยแดน ให้รู้จักเวล่ำเวลา ให้รู้จักหน้าที่การงาน มาในบ้านในเรือนก็อย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเกินเนื้อเกินตัว รับใช้พ่อแม่ ท่านจะใช้การใช้งานอะไรก็ให้ทำให้ท่าน ถึงเวลาก็ไปโรงร่ำโรงเรียน ท่านรู้เองแหละพ่อแม่ของลูกนะ ถึงไม่ไปท่านก็ไล่ไปเมื่อถึงเวลา นั่นเห็นไหม เราเสียเองเป็นคนขี้เกียจขี้คร้านไม่อยากไปโรงร่ำโรงเรียน ถึงพ่อแม่ได้ดุ มันเป็นตัวของเราเสียเองนะ พ่อแม่ท่านรู้จักหน้าที่การงาน เมื่อไปถึงบ้านถึงเรือนแล้วให้ปฏิบัติหน้าที่การงาน ช่วยพ่อช่วยแม่หน้าที่ของเรา กำลังของเราควรจะช่วยอะไรท่านได้ให้ช่วยสิ่งนั้น ๆ

การจับการจ่ายอย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเกินเนื้อเกินตัว ไม่ดี ผิด เสียหมด พ่อแม่เป็นผู้รับรองเป็นตายอยู่กับชีวิตของเราแต่ละคน ๆ ที่มาศึกษาเล่าเรียน พ่อแม่เอาชีวิตเป็นตายฝากมอบไว้เลย อะไรอดอยากขาดแคลน พ่อแม่จะเป็นผู้ขวนขวาย ลูกเป็นแต่เพียงเอามาใช้มากินมาอะไรเท่านั้นละนะ พ่อแม่ละผู้จะตาย ถ้าหากว่าเป็นผู้มีฐานะไม่ยากจนก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ไอ้ผู้ที่ยากจนนั่นซิมันจะตาย ยากจนแล้วยังมีลูกหลายคนอีกด้วย คนนี้ไปแบบนั้นๆ มีแต่จะมาขนเอาตับเอาปอดของพ่อของแม่โดยถ่ายเดียว นี้เราต้องระวังนะ ให้รู้จักตับพ่อตับแม่นะ อย่าคอยแต่กินตับท่านไม่มีวันโตเลยนะ พออยู่ในท้องก็กินตับแม่ โตขึ้นมากินตับพ่อตับแม่ อยู่ในท้องก็กินตับแม่ด้วยตับพ่อด้วยเหมือนกัน มันเกี่ยวโยงถึงกัน การวิ่งเต้นขวนขวายหามา ครั้นตกออกมาแล้วก็ควรจะรู้หน้าที่การงาน เช่น อย่างไปโรงเรียนก็ให้รู้หน้าที่การงานอย่าไปเถลไถล มันเสียคนนะ เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้ให้ลูกหลานพากันจำเอาไว้นะ

ยังไงขอให้มีศาสนาประจำตัว ๆ จะเหมาะสม จะมองดูพอเลือกได้นะ เลือกคนดีคนชั่วได้ ถ้าไม่มีศาสนาเข้าไปแทรกเลย มักจะมีตั้งแต่คนชั่วทั้งเปิดเผยทั้งลับ ๆ มีอยู่ในนั้น เพราะจิตใจมันกระด้าง มันไม่สนใจในธรรม หิริโอตตัปปะ ความสะดุ้งกลัวต่อบาปต่อกรรมไม่มี ความละอายก็ไม่มี ไปเลอะ ๆ เทอะ ๆ นี่คนที่ไม่มีธรรม ถ้ามีธรรมมีหิริโอตตัปปะ มีสูงมีต่ำมีนอกมีในเป็นธรรมดา ควรเคารพยำเกรงขนาดไหน วางตัวให้เหมาะสม ๆ ธรรมท่านสอนให้เป็นอย่างนั้น เราต้องปฏิบัติอย่างนั้นนะ เอาละพอ ต่อไปนี้จะให้พร

สรุปทองคำ ดอลลาร์และกฐิน วันที่ ๘ กันยายน ๔๕ ทองคำเมื่อวานได้ ๒ บาท ๒๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๒๓๕ ดอลล์ กฐินทองคำไม่มี กฐินเงินสดได้ ๑๑ กองรวมเป็น ๑๑ กอง รวมทองคำทั้งหมดทั้งที่เข้าคลังหลวงและยังไม่เข้าเป็นจำนวนทองคำ ๕๒๖๓ กิโลครึ่ง กฐินทองคำ ๘๔,๐๐๐ กองนั้น กฐินทองคำได้ ๖๐๕ กอง เท่ากับน้ำหนัก ๒ กิโล ๒๐ บาท ๑ สลึง กฐินเงินสด เพื่อทองคำนั้นได้ ๒,๕๒๖ กอง เท่ากับเงินสด ๔,๐๔๑,๖๐๐ บาท รวมกฐินทองคำและเงินสดได้ ๓,๑๓๑ กอง ยังขาดอยู่อีก ๘๐,๘๖๙ กอง ในจำนวนกฐิน ๘๔,๐๐๐ กองนั้นเวลานี้ยังขาดอยู่อีก ๘๐,๘๖๙ กอง ให้ต่างคนต่างขวนขวายตามนี้นะ

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก