ฆราวาสจะมาแย่งสมบัติของพระพุทธเจ้า
วันที่ 19 พฤษภาคม 2547 เวลา 8:10 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

ฆราวาสจะมาแย่งสมบัติของพระพุทธเจ้า

 

ผู้กำกับ                 มีบทความหนังสือพิมพ์ว่า “พุทธศาสนสมบัติกำลังจะถูกเปลี่ยนมือ” ครับ

หลวงตา        จะอ่านก็ได้

ผู้กำกับ                 บทความมีดังนี้ครับ

         การจับประเด็นกรณีการจัดตั้ง “สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา” (องค์การมหาชน) ขึ้นมาวิพากษ์นี้ ขอบอกตามตรงว่ามิได้คิดจะคัดค้านหรือไม่เห็นชอบด้วยแต่ประการใดเลย เพียงแต่ต้องการจะนำเสนอเชิงวิพากษ์ เพื่อให้เจ้าของพระพุทธศาสนาทุกคนได้ร่วมรับรู้โดยทั่วกันว่า อีกไม่ช้าไม่นานทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาทุกชนิด รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เป็นของสงฆ์มาแต่อดีต จะถูกเปลี่ยนมือไปเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะบุคคลเพียงกลุ่มเดียว

         โดยมีการตั้งชื่อให้คณะบุคคลนี้ว่า “คณะกรรมการบริหารทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา” มีชื่อย่อว่า “คทพศ.” ซึ่งคณะบุคคลชุดนี้จะมาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วยฆราวาสผู้ทรงคุณวุฒิสายนักการเมือง ๑ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ๑ บรรพชิตผู้แทนมหาเถรสมาคม ๔ และฆราวาสผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน การบัญชี และด้านกฎหมายอีก ๔

         รวมแล้วจะมีสัดส่วนเป็นบรรพชิต ๔ ฆราวาส ๖ ซึ่งหากจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาลงมติเห็นชอบ กับการบริหารจัดการทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาในทิศทางใด ความเห็นชอบของฝ่ายสงฆ์ จะไม่มีทางเอาชนะความเห็นชอบของฝ่ายฆราวาสซึ่งมีจำนวนมากกว่าไปได้เลย?

         ท่านผู้อ่านทั้งหลายครับ ทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาอันประกอบด้วย เงินสด พันธบัตรรัฐบาล ที่ดิน วัดร้าง ที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนา สิทธิทรัพย์อื่นๆ ทรัพย์ที่ติดอยู่ในที่ดินผืนนั้นๆ เช่น อาหาร ตึกแถว โรงเรือน พืชไร่ รวมทั้งหนี้สินใดๆ ที่มีอยู่เดิม จะต้องถูกโอนไปเป็นกรรมสิทธิ์ขององค์การมหาชนนี้ในทันทีที่พระราชกฤษฎีกา “จัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา” (องค์การมหาชน) พ.ศ....มีผลบังคับใช้

         พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ เขายกร่างกันเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ รอการเข้าสู่ ครม.เพียงครั้งเดียว

         จากนั้นก็จะส่งเข้าพิจารณาในคณะกรรมการกฤษฎีกา และจะกลับออกมาประกาศใช้ได้ในทันที และบัดนั้นแหละทรัพย์สมบัติของพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นทรัพย์ของสงฆ์ ก็จะถูกเปลี่ยนมือไปเป็นขององค์การมหาชนนั้นในทันที

         ใครอย่าได้คิดว่ามันเป็นไปได้ยากนะครับ?

ใครเป็นใหญ่ในคณะกรรมการกฤษฎีกา?

จะว่าไปแล้วทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาทั้งหมดไม่ว่าที่วัด ที่วัดร้าง ที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนา โบสถ์ วิหาร เจดีย์ ,ศาลา เสนาสนะสงฆ์ หรือทรัพย์ทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนแต่ได้มาจากผู้ปวารณากล่าวคำถวายให้ทั้งสิ้น

เขาสร้างวัด บริจาคที่ดิน กล่าวคำถวายแก่ใคร ถวายให้แก่สงฆ์ทั้งนั้น

ดังนั้น ทรัพย์สินทั้งหมดดังที่กล่าว ก็คือทรัพย์สินของสงฆ์เพื่อประโยชน์ของสงฆ์ และเพื่อประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาเท่านั้น

ใครก็ตามที่พยายามจะเอาทรัพย์ของสงฆ์ไปเป็นของตน หรือของหมู่คณะใดก็ตาม ย่อมเป็นการกระทำที่ผิดไปจากเจตนารมณ์ของผู้ปวารณาถวาย

ถ้าพระคุณเจ้ารูปใดยินยอมยกทรัพย์นั้นให้แก่คณะบุคคลก็จะต้องอาบัติ เพราะทรัพย์เหล่านั้นมิใช่ทรัพย์ของตน จะใช้อำนาจที่มีอยู่ในตนยกให้แก่ใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น

ทรัพย์ของสงฆ์คือทรัพย์ส่วนรวมของสงฆ์ทั้งมวล มิใช่เป็นทรัพย์ของพระสงฆ์รูปหนึ่งรูปใดหรือเฉพาะคณะสงฆ์ใด อย่าเข้าใจผิด

ถ้าจะมาเถียงว่าการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา ไม่ได้โอนทรัพย์เหล่านั้นไปเป็นของคณะบุคคลคงจะฟังไม่ขึ้น หรือจะมาเถียงว่าเพียงแต่จะนำไปจัดประโยชน์ให้แก่คณะสงฆ์ก็ยังฟังไม่ขึ้น เพราะผลประโยชน์ที่ได้รับจากการบริหารจัดการทรัพย์สินเหล่านั้น ส่วนใหญ่จะต้องตกเป็นประโยชน์แก่บุคลากรในองค์การมหาชนนั้นก่อน

เศษที่เหลือจากนั้นหรอกถึงจะตกมาถึงสงฆ์

ตอบชาวพุทธให้ชัดๆ เถอะว่า คุณจะจัดผลประโยชน์ให้แก่ใคร?

หลวงตา        นี่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ทางฝ่ายพระทางนี้ก็จะเริ่มออกไปประชุมที่สวนแสงธรรมวันที่ ๒๓ เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้แหละ ก็มาหาเรานี้ก่อน มาที่นี่ก่อน จากนี้ไปก็จะไปประชุมกันที่โน่น ประชุมเรื่องนี้แหละ เรื่องฟังไม่ได้เลยนี้ มีแต่เรื่องจะกินจะกลืน ไม่มีอันใดที่จะมาประดับพุทธศาสนาให้พอสวยงามบ้างเลย ออกมาแบบไหนแบบนั้นๆ เหมือนกันทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มต้นออกมา ความสกปรกเรียกว่าเต็มตัวมาพร้อมกันเลย มองหาตัวคนไม่เห็น เห็นแต่ความสกปรกออกมา แสดงกิริยาอาการออกมาอะไรมีแต่ความสกปรก เลอะเทอะ เลวทราม เลวร้าย เข้ามาป้ายพุทธศาสนา เพื่อทำลายพุทธศาสนาโดยถ่ายเดียวเท่านั้น

เพราะฉะนั้นพระที่อยู่ในป่าในเขา ที่ท่านเรียนหลักธรรมวินัยและปฏิบัติเทิดทูนพระพุทธเจ้าด้วยหลักธรรมหลักวินัยตลอดมานั้นจึงอยู่ไม่ได้ ต้องปรึกษากัน แล้วออกมาประชุมกันเรื่องนี้อีก ก็จะเอาอีกแหละคราวนี้ มีแต่พระป่าเดือดร้อนไปหมดเวลานี้ พวกสกปรกนี่เข้าไปตีเลอะเทอะๆ ออกมาชำระล้าง ผ่านไปหลายเรื่องแล้วนะ ก็พระป่านั่นแหละไปชำระ เพราะทางนี้สะอาดนี่ ทางโน้นสกปรก ชำระมาโดยลำดับลำดาจนกระทั่งถึงขั้นอุปถัมภ์อุปัฏฐากสมเด็จพระสังฆราช นี่ก็กำลังอันนี้ขึ้นมาอีก ยังจะมีอีกมากมายนะอย่างนี้ พวกนี้ตั้งหน้าตั้งตาจะทำลายพุทธศาสนา เราไม่อยากว่าทางอ้อม ทางตรงเลย ออกมาแง่ไหนมีแต่พุ่งๆ เข้าไปหาทำลายๆ จะว่าอ้อมได้ยังไง

ฟังแต่ว่าของสงฆ์ ของพุทธศาสนา มายุ่งทำไม เอาไปเป็นส่วนของบุคคลมีอย่างที่ไหน บุคคลจะมีกี่คณะก็คณะบุคคลเท่านั้น ถ้าไม่ใช่คณะหมาน่ะ ก็เรียกว่าคณะบุคคลไป มันไม่ใช่คณะสงฆ์นี่นะ ฟังไม่ได้เลย ก็มาหาเรานี่แหละ จากนี้แล้วก็จะไปประชุมกันวันที่ ๒๓ ที่สวนแสงธรรมก่อน มันมาโดนตั้งแต่พระกรรมฐานทั้งนั้นๆ มีแต่สิ่งเลวร้ายทั้งนั้นมาโดน จึงต้องออกมาชำระกัน พูดเท่านั้นแหละ คอยฟังก็แล้วกัน เราพูดเพียงแค่นี้ จะเริ่มขึ้นอีกแล้วนี่ เรื่องมหาภัยต่อชาติ ต่อศาสนา ไปด้วยกันทั้งคู่ๆ มาพร้อมกันเลย ทางนี้ก็ต้านเพื่อชาติเพื่อศาสนาไปด้วยกัน เพราะศาสนากับชาติอยู่ด้วยกัน

นี่ก็จะมาโจมตีเอาเรื่องพุทธศาสนิกชนชาวไทยทั้งประเทศ ให้เป็นบริษัทบริวารเครื่องมือของตน เมื่อได้ปราบพระสงฆ์ทั้งหมดลงได้แล้ว จะสั่งพระสงฆ์เหล่านี้ออกไปประกาศสอนญาติโยม สอนแบบนั้นแหละ แบบมหายักษ์มหาภัย แต่เอาผ้าเหลืองออกไปเป็นโล่บังหน้า ให้สมกับชื่อกับนามว่าพุทธศาสนิกชนนี้นับถือพุทธศาสนา เมื่อผ้าเหลืองออกมาพูดอะไรๆ จะถกจะเถียงจะอะไรๆ นี้ก็กลัวเป็นบาปเป็นกรรม ก็หมอบอยู่ให้เขาเหยียบไปๆ ศาสนาแหลก ชาติก็แหลกไปตามๆ กัน พูดให้ตรงศัพท์แสงอย่างนี้เราไม่พูดอย่างอื่น ภาษาธรรมพูดอย่างนี้เลย จะพูดอ้อมค้อมไปอย่างอื่นไม่ได้

นี้กำลังดันเข้ามา เอากำลังของพุทธศาสนานี้ออกไปตีชาติบ้านเมืองให้แหลก เพราะกำลังของพุทธศาสนานี้คนเกือบจะว่าทั่วประเทศไทยนะถือพุทธศาสนา จะเอากำลังของพุทธศาสนานี้มาอยู่ในเงื้อมมือของตน ซึ่งเป็นมหาภัยต่อชาติต่อศาสนาอย่างยิ่งนี้แล้ว เข้าไปเหยียบศาสนาหมดแล้วก็เหยียบชาติให้หมดไปตามๆ กัน จึงน่าวิตกวิจารณ์มากอยู่นะ มหาภัยเวลานี้ขึ้นทุกแง่ทุกมุมทีเดียว แล้วสุดท้ายมาทางพุทธศาสนาก็เป็นพระป่าแหละออกมา อยู่ในป่าในเขาท่านเคยสนใจกับอะไรเมื่อไร การบ้านการเมืองท่านไม่เคยสนใจ ครั้นแล้วก็ได้หมุนติ้วออกมาช่วยชาติช่วยศาสนานั้นแหละไม่ใช่อะไร พระกรรมฐานเลยจะตาย เพราะพวกนี้ตามเผาไปทุกแห่งทุกหน จึงต้องออกมาแหละ

ไม่ออกมาไม่ได้ หมดจริงๆ หมดเลย ไม่ว่าพวกปริยัติอะไรเหล่านี้นะ เวลานี้ไม่มีน้ำยาแล้วว่างี้เลยเรา ให้พวกนี้กลืนเอา เอาเบ็ดเกาะปากๆ ไปหมดแล้วไม่มีความหมายอะไรเลย ที่เป็นอย่างนั้นเพราะอะไร เห็นแก่อะไรจึงทำให้เป็นอย่างนั้นได้ ถ้าเห็นแก่ชาติแก่ศาสนาจริงๆ แล้วจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ พระเรียนเหล่านี้มีตั้งแต่สูงๆ ทั้งนั้น ฟาดตั้งแต่ต้นๆ ขึ้นไปจนถึงเจ้าฟ้าเจ้าคุณ ถึงสมเด็จ แล้วก็กลายมาเป็นภัยต่อศาสนาเสียเองนี้ นี่แหละที่ว่าไม่มีน้ำยา จะให้ว่ายังไง หลักธรรมหลักวินัยมีอยู่ เรียนมาด้วยกัน รู้ด้วยกัน อะไรจะกระทบกระเทือนศาสนามันก็รู้กัน

แล้วทำไมจึงต้องตั้งหน้าตั้งตามาทำด้วยความหน้าด้าน ถ้าไม่เห็นแก่ดินเหนียวติดหัว คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ นั่นแหละติดหัว เห็นเพียงเท่านี้ยิ่งกว่าชาติกว่าศาสนาที่ใหญ่โตครอบหัวมันทุกคนนั่นแหละในประเทศไทยเรานี้ เห็นแก่อันนี้มากกว่าอันนั้น เพราะฉะนั้นจึงยอมให้เขาเอาเบ็ดเกาะปากๆ ไปหมด เลือดสาดไป แล้วก็จะมาเกาะปากกรรมฐานอีก งัดเลยทันทีกรรมฐาน อ้าว จริงๆ มาว่างั้นเลย เวลานี้เราก็พูดตรงๆ เลย ยังแต่วงกรรมฐานเท่านั้นที่มีแต่หลวงตาองค์เดียวนี้แหละอยู่ตรงกลาง บอกเลยว่ามา ว่างี้เลยเรา

ชาติเป็นของเรา ศาสนาเป็นของเรา ถ้าเรายังไม่ตาย หลักธรรมวินัยเครื่องยืนยืน เครื่องรักษาความสงบร่มเย็นซึ่งมีมาแต่ดึกดำบรรพ์มีอยู่เวลานี้ อย่ามาทำลายว่างี้เลย นี้เป็นเรื่องทำลายทั้งนั้นไม่ใช่เรื่องส่งเสริม ใครจะยอมได้ยังไง เราเป็นเจ้าของสมบัติ ศาสนาก็เป็นสมบัติของคนไทยทั้งประเทศ ชาติก็เป็นสมบัติของคนไทยทั้งประเทศ เราจะยอมให้พวกเปรตพวกผี มหาโจรนี้เข้ามาเหยียบย่ำทำลายได้ลงคอแล้วเหรอ พิจารณาพี่น้องทั้งหลาย เวลานี้กำลังแต่งเภทแต่งภัยเป็นพระออกมาสอน พระที่ออกมาคราวหลังนี้เป็นพระที่ทันสมัยนะ เขาจะเหยียบพระแบบพระพุทธเจ้านี้ออกให้หมด เขาจะเอาพระของเขาขึ้นไป เรียกว่าทันสมัย ล้ำยุคล้ำสมัย ก็คือพระเทวทัตนั้นแหละ

แต่ก่อนทำลายพระพุทธเจ้า พระเทวทัต เวลานี้มาทำลายพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสดาองค์แทนของพระพุทธเจ้าเรา แหลกเหลวไปหมดเวลานี้ นี่กำลัง ออกเป็นแบบผ้าเหลืองแล้วก็สอนแบบพระ พระก็พระเทวทัต แต่ผ้าเหลืองเป็นผ้าเหลืองที่ให้คนเคารพนับถือ เขาจะว่าอะไรเขาไม่กล้าจะพูด ทางนี้ก็เหยียบไปๆ แหลกหมด นี่ละเอาประชาชนเป็นเครื่องมือ จำเอาไว้นะ มันจะมาแบบไหนเราเป็นหูคน หัวใจคน ฟังให้ดีทุกคนๆ นี่ละแบบมันจะออกมา ออกมาแบบนี้

เวลานี้มันเหยียบย่ำทำลายพระเป็นเครื่องมือหมดแล้ว และกำลังจะให้พระไปประกาศธรรมสมัยใหม่ขึ้นให้แก่ประชาชนทั้งหลายทราบ ให้จำเอาไว้ทุกคน นี่ละคราวนี้มันจะกว้านเอาหมด ศาสนานี้อยู่ในอำนาจของมันหมด จากนั้นชาติไม่ยากอะไรเลย เพราะศาสนาเป็นใหญ่ของประชาชนทั้งประเทศ แล้วก็เป็นใหญ่ของชาติทั้งชาติด้วย เมื่อประชาชนไม่เห็นด้วย คือประชาชนที่เป็นภัยต่อชาติต่อศาสนาไม่เห็นด้วยกับผู้ที่รักษาความดีงาม ทีนี้มีกี่คนผู้รักษาความดีงาม นอกนั้นมีแต่เป็นมหาภัย เหยียบแหลกไปทันทีเลย เข้าใจไหม นี่ละถ้าได้ประชาชนไปเป็นเครื่องมือแล้วเป็นอย่างนั้น พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้นะ เวลานี้กำลังออกแผนนี้ละ เอาศาสนาเป็นโล่บังหน้า จะให้พระนี่สอนญาติสอนโยมต่อไป เหยียบพระแหลกแล้วก็เอาพระเป็นเครื่องมือไปสอนประชาชนในเพศของพระ เวลาสอนจะไม่สอนแบบเพศพระของพระพุทธเจ้านะ จะสอนแบบเทวทัต

บ้านเมืองเราทุกวันนี้อยู่ไม่ทันสมัยไม่ทันการณ์ ให้ทำอย่างนั้นๆ จะทันเหตุทันการณ์ทุกสิ่งทุกอย่าง มันจะปลอมแปลงขึ้นมาให้ล้ำยุคล้ำสมัย ให้เราเคลิ้มหลับไป ทีนี้เหยียบเลย เข้าใจไหม นี่ละที่แฝงมากับเพศของพระ คือเทวทัตจะแฝงมาในคำพูดคำจา นโยบายพิธีต่างๆ จะแฝงมากับเพศของพระ จำให้ดีทุกคนนะ เวลานี้กำลังออกแผนนั้นออกแผนนี้ เริ่มต้นมานานเท่าไร มีตั้งแต่เรื่องที่จะทำลาย ชำระกันมาเป็นลำดับลำดา ก็ไม่พ้นพระป่านะชำระกันมาทุกครั้งๆ พระป่าเป็นหลักใหญ่ ชำระให้ล้มลงไปๆ มีกี่ครั้งกี่หน มาตั้งแต่มหาคะนิดสงคณิสสร เรื่อยมานี้ ก้าวขึ้นมาหาสมเด็จพระสังฆราช จากนั้นก็มานี้อีก นี่ก็ซัดกันมาเรื่อยๆ อย่างนี้

เวลานี้ที่ว่า ตั้งผู้ทำงานแทนสมเด็จพระสังฆราชก็เงียบไป ไม่เงียบไม่ได้ ว่างี้เลย เพราะอันนี้เป็นเรื่องใหญ่โตมากที่สุด คว่ำหมดทั่วประเทศชาติศาสนาเลย เพราะเป็นภัยมหาภัยที่สุด มาตั้งผู้อุปัฏฐากสมเด็จพระสังฆราช ด้วยความหวานปากให้คนเชื่อ นั่นละขุมอำนาจของมันอยู่นั้น ขุมอำนาจ ขุมเงินขุมทอง ขุมทุกสิ่งทุกอย่างอยู่นั้นหมด อยู่ในที่ตั้งสมเด็จพระสังฆราชนั้น ใครอ่านก็อ่านเสียนะ นี้อ่านแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ยอมให้ตั้ง บอกเลย ตั้งก็ฟัดกันเลย ตั้งเมื่อไรชาติศาสนาจมเมื่อนั้นเลย นี่คือสังฆเภท เข้าใจไหม สังฆเภทอยู่ในอนันตริยกรรม ๕ ประการ ที่เป็นโทษหนักมากที่สุดในโลก

๑.ฆ่าบิดา

๒.ฆ่ามารดา

๓.ฆ่าพระอรหันต์

๔.ทำลายพระพุทธเจ้าแม้ไม่ตายก็ตาม

๕.ยุยงสงฆ์ให้แตกกันเป็นสังฆเภท

เวลานี้สมมุติว่าตั้งผู้ทำหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชเมื่อไรนี้ ทั้งมหานิกาย ทั้งธรรมยุต มหานิกายก็จะแตกกันในวงมหานิกาย ผู้เห็นด้วยผู้ไม่เห็นด้วยก็ฟัดกัน แตก ทีนี้ทางฝ่ายธรรมยุตนี้ ทั้งฝ่ายปฏิบัติทั้งฝ่ายปริยัติแตกกันไม่มีชิ้นดีเลย ทั้งฝ่ายธรรมยุตมหานิกายนี้แตกกันทั่วราชอาณาจักรไทยเลย เพราะเหตุผลที่ตั้งสมเด็จพระสังฆราชขึ้นมาด้วยการขัดแย้งกัน ไม่มีใครเห็นด้วย ผู้ไม่เห็นด้วยก็คือผู้เป็นธรรมตามหลักพุทธศาสนา ผู้เห็นด้วยก็คือผู้ที่ถูกเอาเบ็ดเกาะปากให้มาทำลายศาสนา ทั้งสองฝ่ายนี้จะฟัดกัน นี่เรียกว่าสังฆเภท

งานนี้เป็นงานที่หนักมาก ตั้งขึ้นเมื่อไรแหลกเมื่อนั้นเลย เพราะฉะนั้นจึงให้ตั้งขึ้นไม่ได้ เอากันตรงนี้เลย นี่ละสังฆเภท ห้าประการ เรียกว่าอนันตริยกรรม ๕ เป็นกรรมที่หนักมากที่สุดในโลก ท่านบอกไว้แล้วมีอยู่ห้าประการ ถ้ายังมีสติสตังอยู่อย่าทำเป็นอันขาด ท่านยังเตือนเอาไว้ นี่มันยังกล้าทำอยู่อย่างนี้ เห็นไหมล่ะ นี่ก็ได้ตีกันออกแล้ว ยันกันอยู่เวลานี้ ที่คอขาดบาดตายก็จะอยู่จุดนี้ ถ้าขึ้นเมื่อไรก็ซัดกันเมื่อนั้น คอขาดกันเมื่อนั้น อันนี้พอเบาๆ ลงไปแล้วด้วยเหตุผลของทางนี้อ้างไปทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไม่มีที่ค้านมาได้เพราะเป็นความถูกต้องตามหลักธรรมหลักวินัยไปแล้ว อันนั้นค่อยสงบลง มันจะขึ้นอีกแง่ไหนไม่รู้นะ เรื่องสงบ สงบเวลานี้

         แล้วทีนี้ตั้งอันนี้ขึ้นมาแล้วนี่ จะมาโกยเอาสมบัติของพุทธศาสนาทั่วประเทศไทยหรือทั่วดินแดน ในบรรดาสมบัติของพุทธศาสนาเอาเป็นส่วนของบุคคล บุคคลจะเป็นส่วนยักษ์ส่วนหมาส่วนอะไรเราก็ไม่รู้ละ นี่กำลังขึ้นแล้วเวลานี้ ขึ้นแง่นี้ให้พากันจำเอา มีแต่แง่ที่เลวร้ายทั้งหมด ฟังไม่ได้เลย สมบัติของศาสนาเอาไปเป็นเรื่องของบุคคลไม่เคยมีมาแต่กาลไหนๆ พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติเสียเองเป็นพื้นฐานแห่งสมบัติของพุทธศาสนา ใครจะมาแยกแยะเอาไปเป็นสมบัติของผู้ใดไม่ได้ทั้งนั้น นี่ก็จะเอาไปเป็นคณะมาแยกแยะ เข้าใจไหมล่ะ

         นี่ละอันหนึ่งจะเอากัน กำลังจะเริ่มกัน มันเป็นอย่างนั้นนะ ไม่มีเรื่องที่จะก่อความสงบร่มเย็นให้แก่ชาติบ้านเมือง มีตั้งแต่เรื่องก่อความเสียหายตลอดเวลา เรื่องนี้แล้วจะขึ้นเรื่องใหม่อีกนะ ขึ้นตลอดทีเดียว มันเลยจะตายคนดี คิดดูซิอย่างพระกรรมฐานท่านอยู่ในป่าในเขาท่านมาสนใจอะไรกับบ้านกับเมือง ท่านก็ยังได้บึกบึนออกมา ก็เพราะเห็นแก่ชาติแก่ศาสนาซึ่งเป็นหัวใจรวมของคนไทยทั้งชาติ ได้แก่พุทธศาสนานี้เป็นสำคัญ ชาติไทยอยู่ได้ ศาสนาอยู่ได้ เพราะคนไทยมีความรักชาติรักศาสนา

         นี่มันกำลังเข้ามาทำลาย เพราะฉะนั้นต่างคนต่างออกมากำจัดปัดเป่ากัน แม้อยู่ในป่าในเขาก็ต้องได้ออกมาอย่างนี้ ท่านมาท่านเอาหลักธรรมหลักวินัยออกมาแจงทันที นี่ละที่สงบไปเพราะอันนี้เหนือกว่าๆ แล้วเอาอันนี้ขึ้นมาอีก ก็คือพวกฆราวาสพูดอย่างงามๆ ปากนะ พวกฆราวาสจะมาแย่งสมบัติพุทธศาสนาไปเป็นสมบัติของตน ถ้าพูดอย่างไพเราะก็พูดอย่างนี้ ถ้าพูดให้เต็มศัพท์เต็มแสงก็คือฆราวาสจะเป็นหมามาแย่งสมบัติของพระพุทธเจ้า เข้าใจเหรอ เอาละวันนี้เอาแค่นี้ก่อน

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก