โครงการหนอน
วันที่ 20 พฤษภาคม 2547 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

โครงการหนอน

 

ก่อนจังหัน

 

         พระเปลี่ยนหน้ามาใหม่เรื่อยๆ ตั้งใจปฏิบัตินะ วัดนี้วัดปฏิบัติล้วนๆ อย่ามาระเกะระกะให้เห็น ตั้งหน้าปฏิบัติล้วนๆ วัดนี้ไม่มีงานอื่น มีแต่งานจิตตภาวนา ข้อวัตรปฏิบัติประจำองค์พระๆ ตลอดเวลา อย่างอื่นไม่ให้ยุ่ง งานนี้เป็นงานของศาสดาที่พาดำเนินมา การภาวนาถือเป็นสำคัญมากทีเดียว ชำระความสกปรกภายในใจที่ออกไปๆ แล้วจิตจะมีความสง่าผ่าเผย ความสงบร่มเย็น จะเกิดขึ้นจากจิต อย่าไปหาตามต้นไม้ ภูเขา ดินฟ้าอากาศ ท้องฟ้ามหาสมุทร ไม่มีความสุข ทุกข์ก็ไม่มี มีอยู่ที่ใจดวงเดียว ชำระนี้ออกแล้วไม่ต้องหาความสุข

พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัตินะ เวลานี้ครูบาอาจารย์ก็ไม่มีที่จะแนะนำสั่งสอน ผมเห็นใจก็รับไว้ ถ้ามากกว่านี้ก็ไม่ไหว ผู้ที่อยู่แล้วก็หาความสะดวกไม่ได้ เพราะมันอัดมันแน่น จึงกำหนดให้พอดีกัน วัดนี้จึงแน่นตลอด พระก็ไหลเข้ามาเรื่อยๆ มาให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติ เวลานี้เลอะเทอะมากนะพระเรา ดูวัดป่าบ้านตาดนี้อย่าไปดูที่อื่น มันเลอะเทอะมากนะเวลานี้ เอาแค่นั้นละ จะให้พร

 

หลังจังหัน

 

         ประคบยาเมื่อวานไม่ได้ผล จนกระทั่งตื่นเช้ามาก็ปรกติธรรมดา มันเป็นยังไงไม่รู้เส้นมันถึงตึงเอานักหนา มันปวด เราก็ไม่เคยเป็น มันจะมีอะไรไปผิดเส้นน้า เมื่อคืนนี้เดินจงกรมไม่ใช่เล่น ออกจากนี้ไปฟัดกันใหญ่เลยนะเพื่อจะให้มันอ่อน เอาเสียจนเป็นชั่วโมงๆ ของง่ายเมื่อไร คิดว่ามันจะสะดวกสบาย มานอน เมื่อเช้านี้ตื่นขึ้นมาพอลุกขึ้นมาก็เป็นอีกเหมือนเก่า เอ๊ มันยังไงกัน เมื่อเช้านี้ก็เดินแต่ไม่มาก เช้านี้ตอนตีสี่ลงมาเดิน จนสว่างจึงค่อยมา แต่เมื่อคืนนี้เอาจริงๆ เส้นมันอะไรนักหนา อาจจะผิดมาจากกรุงเทพหรือไงก็ไม่รู้นะ กลับมามันก็เป็นเลย เส้นมันปวดผิดปรกติเหลือเกิน ปวดไปหมดเลย แข็งไปหมด ประคบยาเมื่อวานแทนที่จะเป็นประโยชน์ ไม่มี ไม่เป็นประโยชน์เลย มันคงเป็นพิษของมันอันหนึ่ง มันขัดเสียจนกระทั่งจะพาล้ม ตั้งหน้าพยายามลุกขึ้นมามันยังจะเอาจนล้มได้ มันขัดขนาดนั้นละ เส้นมันตึงของมัน ประคบยาลองดูเมื่อวานเป็นยังไง ไม่ได้ผล เงียบเลย วันนี้ไม่เอาละ ลองดูถ้ามันได้ก็จะซ้ำอีก เลยไม่เอา ไหนหนังสืออะไร ลองอ่านดูซิว่าไง เป็นยังไงลองอ่านดูซิ เรื่องพวกเปรตพวกผี

ผู้กำกับ                 คนเขียนคนเดียวกันเขาต่อจากเมื่อวานนี้ครับ หัวข้อว่า

ชาวพุทธอย่าหลงประเด็น

ครับ... วันนี้ยังคงสืบเนื่องจากเมื่อวาน ผมยังคงนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริงกรณี ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาให้มี พล.ต.ท. อุดม เจริญ  ผอ.ใหญ่สำนักงานพระพุทธฯ เป็นประธานและให้มีคณะกรรมการรวมทั้งสิ้นจำนวน 24 คน ให้มีกรรมการ มส.เป็นที่ปรึกษา จำนวน 4 รูป ประกอบด้วย

พระธรรมวโรดม วัดเบญจมบพิตร พระพรหมมุนี วัดบวรนิเวศ พระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา พระธรรมวรเมธี วัดราชบพิตร ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการท้วงติง เพื่อให้มีการแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้องอีกหลายประการ ที่หมกอยู่ในโครงสร้างการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนานี้

โดยเฉพาะเรื่องการโอนทรัพย์สินอันเป็นของสงฆ์ไปเป็นของคณะบุคคล

พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมวชิรญาณ ยังมีความมั่นใจว่าคำท้วงติงของกรรมการที่ปรึกษา เขาเหล่านี้คงจะเชื่อฟัง แต่ถ้ายังขืนดันทุรังจะเอาให้ได้ ก็ยังมีมหาเถรสมาคมเป็นด่านกั้นอีกชั้นหนึ่ง มหาเถรสามาคมไม่อนุโมทนาให้ซะอย่าง ทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาก็จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของใครไม่ได้

ท่านอาจารย์สนิท ศรีสำแดง อดีตนายกเปรียญธรรมสมาคม แสดงความเห็นว่า ศาสนสมบัติกลางทุกชนิดล้วนเป็นของสงฆ์ ถึงแม้ว่าใน พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535) จะระบุว่าศาสนสมบัติกลางให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมศาสนาและให้ถือว่าเป็นเจ้าของศาสนสมบัติกลางด้วย ก็เป็นแต่เพียงเจ้าของในฐานะผู้รับฝากเพื่อให้ดูแลรักษาเท่านั้น

เจ้าของเขาฝากด้วยค่าจ้าง อย่าดึงดันถือเอาเป็นของตน

ความคิดจะฉกเอาทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา ไปจัดประโยชน์ด้านธุรกิจแก่คณะบุคคล จะต้องมีคำกล่าวอ้างทุกครั้งไป ไม่ว่าจะกรณีการปฏิรูปการศึกษา การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ และล่าสุดก็คือการจัดตั้งองค์การมหาชนที่มีชื่อว่า “สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา” ซึ่งคราวนี้ก็อ้างอีกว่า

“องค์กรฝ่ายสงฆ์มิได้ให้ความสนใจดูแลทรัพย์สินของสถาบันสงฆ์เท่าที่ควร ความเพิกเฉยของมหาเถรสมาคมนี้ ทำให้ปัญหาอันสืบเนื่องมาจากทรัพย์สินและการเงินของสถาบันสงฆ์เริ่มปรากฏขึ้นทุกที โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการทุจริตซึ่งเกิดจากการขาดระบบควบคุมและตรวจสอบที่ดี”

“ปัญหาที่สำคัญได้แก่ ปัญหาการทุจริตในส่วนศาสนสมบัติกลางและศาสนสมบัติของวัด และปัญหาความประพฤติของสงฆ์ซึ่งสืบเนื่องมาจากสะสมทรัพย์ได้อย่างไม่มีขอบเขต ผลที่ตามมาก็คือภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนาต้องด่างพร้อยมัวหมอง

เขายกมาอ้างได้แสบสันไหมล่ะครับท่านผู้ชม ??

และเขายังอ้างในเชิงหมกเม็ดอีกด้วยว่าแนวทางการแก้ปัญหานั้น ควรจะต้องจัดให้มี “มืออาชีพ” เข้ามาจัดการบริหารทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา ต้องจัดตั้งให้เป็นองค์กรอิสระเช่นเดียวกับ “สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์” หรือ “ธนาคารแห่งประเทศไทย” ซึ่งสามารถบริหารจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เมื่อฟังดูแต่เพียงผิวเผินก็น่าจะหลงคล้อยตามไปกับคำอ้าง แต่ท่านลองขุดเม็ดที่หมกซ่อนไว้ขึ้นมาดูซิครับ จะพบว่าการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนานั้นมีความละม้ายคล้ายกันเพียงแต่ชื่อเท่านั้น แต่แนวทางการดำเนินงานนั้นไม่ใช่ !

เพราะว่า การจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2479 โน่น การจัดประโยชน์ก็เพื่อรักษาและเพิ่มพูนประโยชน์แด่พระมหากษัตริย์ ส่วนการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา จัดตั้งขึ้นเช่นเดียวกับการจัดตั้ง “สำนักงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน” (พ.ศ. 2546)       เช่นเดียวกับการจัดตั้ง “สำนักงานปฏิรูปการศึกษา” (พ.ศ. 2542) โดยอาศัยข้อบังคับของกฎหมายในพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542

จึงเป็นคนละเรื่องกัน !

การจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนาขึ้นในครั้งนี้ เมื่อแคะดูเม็ดที่หมกไว้ จะพบว่าจัดตั้งเพื่อให้สอดรับกับนโยบายการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน และนโยบายการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ของรัฐบาล !

เป็นการดำเนินเชิงธุรกิจในรูปแบบองค์การมหาชน โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนชาวต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนในทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาได้ด้วย !!

                                                                                                ณ.หนูแก้ว

                                                            จากคอลัมภ์ วิจารณธรรม

         เท่านั้นแล้วจะว่าไง เราก็ฟังไปอย่างนั้นแหละ พวกนี้ใหญ่กว่าพระพุทธเจ้าเหรอ ใหญ่กว่าพระพุทธศาสนาเหรอ ก็มีเท่านั้น เหล่านี้มีแต่พวกหนอนที่จะมาแทะสมบัติพุทธศาสนาเอาไปกินๆ เท่านั้น แต่งสำนวนหยดย้อยๆ มีแต่พวกจะสะแตกทั้งนั้นละพวกนี้น่ะ พูดตรงๆ เรื่องพุทธศาสนาท่านวางระเบียบมาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่พระพุทธเจ้าลงมา ใครจะเอาไปเป็นของใครไม่ได้ เป็นสมบัติของพุทธศาสนา เป็นของสงฆ์อยู่โดยตรงๆ ไม่มีใครจะมาแยกแยะได้ นอกจากพวกหนอนเท่านั้นละ เข้าใจเหรอ

         พวกหนอนมันประชุมกันกี่คณะๆ หนอนจะเข้ามากัดกินพุทธศาสนา เหยียบหัวพระพุทธเจ้าไปเท่านั้น เรามองไม่เห็นอย่างอื่นเรามองเห็นเท่านี้ละ ความรู้เราสั้นๆ หลวงตาบัวนี่เป็นหลวงตา ป ๓. ความรู้ไม่มากกว่านี้แหละ เอาแค่นี้ก่อนวันนี้ พวกหนอนมันกำลังประชุมกันจะกินตับพระพุทธเจ้า กินพุทธศาสนานี่เป็นอาหารว่างของมัน เข้าใจเหรอ (เราไปเดินขบวนดีไหมคะ) เดินอะไรเราไม่ใช่หนอนอย่าไปด่วนเดิน ถ้ามันควรเดินจริงๆ ทั้งอีแร้งอีกาไปด้วยกันพร้อมเลย ทั้งหนอนไปด้วยกัน เข้าใจไหม แต่ยังไม่ควรเดินอย่าไปเดิน ฟังเสียก่อน ฟังคณะหนอนมันประชุมกันเสียก่อน กำลังประชุมเวลานี้

         คณะนั้นคณะนี้ตั้งขึ้นมา หัวหน้าหนอนคือใคร ตะกี้นี้ ฟังเอาซี นั่นละหัวหน้าหนอนดูเอา กำลังประชุมกันจะกินตับกินปอดพุทธศาสนาให้ล่มจม แล้วก็ฟาดเอาชาติไทยมาเป็นอาหารว่างด้วยกันนั่นแหละ มันตีแบบนั้นตีแบบนี้ แบบไหนก็เถอะน่ะ ว่างั้นเถอะ ไม่มีใครเกินพระพุทธเจ้าเรื่องความเฉลียวฉลาด ใหญ่โตไม่มีใครเกินพระพุทธเจ้า นี่มันมีแต่พวกหนอนทั้งนั้น จะกินแบบนั้นจะกินแบบนี้ มันไม่มีปัญญาหากินเหรอ หากินไม่ได้เหรอ เงินเดือนประชาชนเขาให้เท่าไรกอบโกยไปให้มันสะแตกมันยังไม่พออยู่เหรอ ยังจะคืบคลานเข้ามาเป็นคณะประชุม เป็นพวกหนอนเข้ามากินสมบัติพุทธศาสนาเข้าไปอีก กินสมบัติพุทธศาสนาแล้ว กินพุทธศาสนาเข้าไป กินชาติเข้าไปอีก พวกนี้มันกินไม่พอ เข้าใจเหรอ เอาเท่านี้ละพอ

         ไม่มีอะไรที่จะพอเสริมพุทธศาสนาให้สง่างามบ้างเลยนะ มีตั้งแต่จะกินจะกลืนท่าเดียว พวกนี้พวกบัดซบ พวกสิ้นท่าหาทางกินไม่ได้ก็มากลืนศาสนา มากินศาสนา มันอะไรนักหนา มีแต่เรื่องจะกินศาสนาทั้งนั้นนะ ตั้งมาไม่รู้กี่ระยะๆ มาแล้ว มีตั้งแต่พวกประพฤติปฏิบัติประชุมกันเรื่องโครงการหนอน ที่จะกลืนกินพุทธศาสนาทั้งนั้น ฟังแล้วมันฟังไม่ได้เลย ข้อปฏิบัติที่จะให้เป็นคติเครื่องเตือนใจสักนิดหนึ่งไม่มี มีแต่เรื่องหนอนทั้งนั้น ยั้วเยี้ยๆ ไปที่ไหน เอาเท่านั้นละคอยฟังก็แล้วกัน เท่านั้นแหละ มันหากจะมี ถึงวันแล้วมันจะมี

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก