คนมีสติจะไม่ทำอย่างนี้
วันที่ 21 พฤษภาคม 2547 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

คนมีสติจะไม่ทำอย่างนี้

 

ก่อนจังหัน

ไก่และกระต่ายใครจะเอาไปเลี้ยงก็เอาไปนะ ใครต้องการจะเอาได้เลย กระต่ายกับไก่อยู่ในวัดมีเยอะ เราเปิดโอกาสให้ ทางวัดต่างๆ ก็เห็นมาเอาไปเลี้ยงเหมือนกัน มันมากเหลือประมาณ ไก่ กระต่าย มาก ใครจะเอาไปเลี้ยงก็เอาไป แต่เอาไปฆ่าไม่ได้เด็ดขาด เรียกว่าเด็ดขาดเลย ทราบว่าใครเอาไปฆ่า คนนั้นกับเราจะเป็นข้าศึกกันจนกระทั่งตั้งกัปตั้งกัลป์ไม่ใช่ธรรมดานะ

แล้วพระทุกองค์ๆ ตั้งอกตั้งใจปฏิบัตินะ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตนเอง การชำระจิตใจนี้เป็นรากแก้วแห่งพุทธศาสนา อันนี้เลิศเลอ พระพุทธเจ้าเลิศเลอจากการชำระจิตใจ ที่เรียกว่าจิตตภาวนา ให้พากันตั้งหน้าตั้งตา นี้ละรากแก้วของพุทธศาสนาอยู่ที่นี่หมด ถ้ารากแก้วอันนี้ดี กิ่งก้านสาขาดอกใบจะดีไปตามๆ กันหมด อันนี้เป็นสำคัญมากการภาวนา สติเป็นสำคัญ อย่าลืมคำนี้นะ สติเป็นพื้นฐาน ถ้าสติบังคับจิตอยู่กิเลสจะไม่ดันจิตออกไปให้คิดในแง่ต่างๆ  กิเลสมันอยู่ในจิต ฝังอยู่ในจิต มันคอยดันให้อยากคิดอยากรู้อยากเห็นอยากเป็นต่างๆ มีตั้งแต่กิเลสที่อยู่ภายในใจ

ตา หู จมูก ลิ้น กาย เขาจะมีอะไร เขาก็เป็นเครื่องมือธรรมดา ทิ้งไว้ก็ทิ้งไว้อย่างนั้นไม่เกิดประโยชน์อะไร ไม่เกิดโทษอะไร สำคัญที่คนไปหยิบเอาเครื่องมือนั้นๆ มาทำประโยชน์และโทษนั่นแหละ มันถึงเป็นประโยชน์เป็นโทษขึ้นมา ตา หู จมูก ลิ้น กาย ของเรานี้เหมือนกัน เหมือนเครื่องมือของเรา นี่เป็นเครื่องมือของใจ ใจนั้นกิเลสฝังอยู่ภายในตัวเอง จึงเต็มไปด้วยความอยาก ความทะเยอทะยาน ไม่มีวันอิ่มพอ อยู่ที่กิเลสซึ่งฝังใจนั้นแหละ จำให้ดีข้อนี้

ทีนี้มันดันออกไป อยากรู้ อยากเห็น อยากได้ยินได้ฟัง อยากทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนแล้วตั้งแต่เรื่องของกิเลสทั้งนั้น ส่วนธรรมนี้ทีแรกเรียกว่าไม่มีแสดงออกได้เลย อย่างนี้ก็ไม่น่าจะผิด ว่าแทบไม่มีนั้นเหมาะ สำหรับนักปฏิบัติเรียกว่าแทบไม่มี มันออกจากนี้นะ ถ้าสติจับอยู่ที่จิต กิเลสจะไม่แสดงตัวออกไป สติบังคับไว้ ถึงกิเลสไม่สิ้นหรือไม่บกบางก็ตาม กิเลสจะระงับในขณะที่มีสติ ทีนี้บังคับนานเข้าๆ จิตจะสงบ ตัวผลักดันจะค่อยเบาลงไปๆ เพราะสติบังคับเอาไว้ มีคำบริกรรมบีบเข้าไปอีกทีหนึ่งๆ

ทนทุกข์เถอะ ทนทุกข์ด้วยการตั้งสติสตังนี้ เลิศเลอด้วยการทนทุกข์ ฝึกทรมานตนโดยวิธีตั้งสติให้ดีนี้ไม่เสียหาย กิเลสจะไม่แสดงฤทธิ์ จากนั้นหลายครั้งหลายหนจิตค่อยสงบลงไปๆ เพราะธรรมตีเข้าไป ได้แก่คำบริกรรมและสติ ตีเข้าไปๆ ในตรงนั้น จิตจะค่อยสง่าขึ้นงามขึ้นมาและสงบเย็น ความดีดความดิ้นของความคิดความปรุงต่างๆ นั้นจะค่อยเบาลงๆ เพราะคำบริกรรมและสติบังคับเอาไว้ นี่ละที่เรียกว่ากิเลสไม่เกิด ในขณะที่มีสติกำกับใจอยู่แล้ว ใจจะไม่ถูกกิเลสลากถูไปในที่ต่างๆ จากนั้นก็สงบมากเข้าไปๆ สงบแน่วเข้าไป นี่ละอำนาจของสติ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะ จากนั้นจิตก็สงบได้

จิตสงบก็เป็นผลอันหนึ่งที่ให้เราได้รับความสุขความเย็นใจ หลังจากนั้นเป็นเรื่องของปัญญา ปัญญาไม่มีสิ้นสุด เรายังไม่พูดขั้นปัญญา ขอให้สั่งสมจิตที่มีแต่ความทุกข์ร้อนเต็มหัวใจนี้ บำรุงมันด้วยสติ อย่างน้อยผู้ตั้งใจภาวนาทีแรกก็ให้มีคำบริกรรมกำกับเอาไว้ นี่ละนักภาวนาขอให้เริ่มต้นให้ถูกต้อง ที่สอนนี้ไม่ผิด เป็นแต่เพียงว่าเรานี้ถูกกิเลสลากไปเท่านั้น เถลไถลไป ว่าให้ตั้งสติก็ตั้งเสียเวลาท่านบอกเราระลึกได้ก็ตั้งเสีย แล้วเผลอไปกี่ชั่วโมง เผลอไปทั้งวันก็มี นี่เรื่องกิเลสเอาไปกินนะ กิเลสเกิดอย่างนี้ละ ถ้ามีสติแล้วกิเลสจะไม่เกิด มันอยู่ภายในนั่นแหละ มันแสดงฤทธิ์หาผลประโยชน์ของมันไม่ได้ ไฟความทุกข์ร้อนก็ไม่เผาเรา

พากันตั้งให้ดีนะ อันนี้เป็นรากฐานของการปฏิบัติตัวเองด้วยความถูกต้อง ความสุข ความสงบเย็นใจจะเกิดขึ้นที่จุดนี้นะ ไม่ได้เกิดขึ้นตามความอยาก อยากนั้นอยากนี้ เพลินไปตามความอยาก นั้นคือเอาไฟมาเผาตัว เพลินไปเท่าไร อยากไปเท่าไร เท่ากับหาเชื้อไฟไสเข้ามาหาไฟ ไฟก็เผาขึ้นๆ กิเลสคือไฟอยู่ภายในใจ ความอยากมันผลักดันไปให้ไปหาเชื้อมาเผาตัวเองนั่นแหละ จำให้ดีนะ ต่างองค์ต่างตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ อย่าเห็นสิ่งใดดีมากยิ่งกว่าจิตนะ จิตนี้เป็นมหาเหตุ ไม่มีอะไรนอกจากจิตที่เป็นมหาเหตุ ถ้าจ่อเข้าไปนั้นแล้วเราจะเจอเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งกิเลสสร้างตัวอยู่ตลอดเวลา ธรรมะคือสติธรรม ปัญญาธรรม วิริยธรรม ขันติธรรม เอา จ่อลงไปตรงนั้นให้ดี จะปรากฏเป็นความสงบเย็นใจขึ้นมา

การมาปฏิบัติจิตตภาวนา เช่นอย่างพระกรรมฐานไม่ได้เรื่องได้ราว คือไม่ได้ทำตามนี้นั่นเอง มีตั้งแต่ชื่อว่ากรรมฐาน แต่กิเลสทำงานทั้งวันทั้งคืน ใช้ไม่ได้นะ แล้วเสียคนเสียพระไป จำให้ดีนะคำนี้ เอาละจะให้พร

หลังจังหัน

ผู้กำกับ                 มีบทความหนังสือพิมพ์ต่อจากเมื่อวานนี้ครับ

หลวงตา        เอ้า ว่าไปซิ โห เบื่อเหลือเกินนะ

ผู้กำกับ                 เขียนต่อจากฉบับเมื่อวานนี้ดังนี้

เจตนาอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาจริงหรือ?

        นับเป็นสิ่งที่น่าเสียดายยิ่ง หากพระคุณเจ้าผู้เป็นเจ้าคณะพระสังฆาธิการไม่ได้ติดตามสถานการณ์พระพุทธศาสนาของ “ทีมข่าวศาสนาพิมพ์ไทย” ตลอด 3-4 วันที่ผ่านมา เพราะในแต่ละวันทีมข่าวของเราได้นำเสนอข้อมูลเชิงวิพากษ์ เกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลของขบวนการฉกสมบัติพระพุทธศาสนา ซึ่งก็เข้าทำนองเดียวกันกับโครงการปฏิรูปการศึกษา โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ซึ่งในแต่ละโครงการล้วนแต่มุ่งฉกทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา ไปจัดประโยชน์แก่กลุ่มพวกของตนทั้งสิ้น

         แต่ทรัพย์สินของศาสนาอื่นๆ กลับไม่มีการแตะต้อง ?

         การจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา ตามแนวความคิดของ ดร. วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ถ้ามองโดยภาพรวมแล้ว นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่การบริหารจัดการ หรือการจัดประโยชน์พุทธศาสนสมบัติ จะสามารถเพิ่มพูนรายได้ให้แก่พระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น เพราะผู้ที่จะเข้ามาบริหารจัดการ ล้วนแต่คัดสรรมาจากผู้ชำนาญการด้านการเงินและการคลังชนิดที่เป็นมืออาชีพ

         แต่การดำเนินการของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา ควรจะต้องอยู่ในกรอบของผู้ทำหน้าที่รับสนองงานคณะสงฆ์ หรือรับจ้างดำเนินการเรื่องศาสนสมบัติของพระพุทธศาสนาเท่านั้น มิใช่จะจัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินพระพุทธศาสนาเสียเอง

         ถ้าเรามีทรัพย์สินอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วเราว่าจ้างให้นักบริหารมืออาชีพเข้ามาดำเนินการจัดประโยชน์ทรัพย์สินให้แก่เรา ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเราไปโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทั้งหมดของเราให้แก่นักบริหารมืออาชีพที่เข้ามารับจ้างเรา ก็ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูก

         เช่นเดียวกัน การวางแนวทางการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนาที่ระบุว่า เป็นการโอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน ภาระผูกพัน รายได้และเงินงบประมาณของสำนักงานศาสนสมบัติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมาจัดตั้งเป็นองค์การมหาชน นับว่าเป็นการกระทำที่ใครยอมรับกันไม่ได้

         เพราะบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน และรายได้ดังที่ว่านี้คือ ศาสนสมบัติกลาง อันได้แก่ ที่วัดร้าง ที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนา ทรัพย์สิทธิอื่นๆ และเงินสะสมในกองทุน ศาสนสมบัติ ซึ่งล้วนแต่เป็นทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาทั้งนั้น จะโอนให้เป็นกรรมสิทธ์ขององค์การมหาชนนั้นได้อย่างไร

         โอนไปเป็นกรรมสิทธิ์ขององค์การมหาชนเท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการระบุไว้ในกฎหมายอีกด้วยว่า ให้สำนักงานฯจัดตั้งกองทุนขึ้น เรียกว่า “กองทุนทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา” เพื่อจัดหาผลประโยชน์ และพัฒนารายได้จากทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา และนำรายได้มาจัดสรรหรือสนับสนุนกิจการของสำนักงาน

         ย้ำให้ฟังกันชัดๆ อีกครั้ง เมื่อเขาโอนบรรดาทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา ไปเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานฯหมดแล้ว เขายังจะจัดตั้งกองทุนขึ้นมา เพื่อจัดหาผลประโยชน์ ซึ่งพัฒนารายได้จากทรัพย์สินที่ได้รับโอนไปนั้น เพื่อนำรายได้มาจัดสรรหรือสนับสนุนกิจการของสำนักงาน

         มันสนับสนุนกิจการของพระพุทธศาสนาตรงไหน ??

         การดำเนินงานในรูปแบบเดิมที่เป็นสำนักงานศาสนสมบัติ ถึงแม้จะถูกพวกเปรตอสุรกายในเครื่องแบบแอบสูบรายได้เอาไปกินบ้าง จ่ายเป็นค่าจ้างเจ้าหน้าที่กองทุนบ้าง จ่ายเป็นงบดำเนินการ  งบลงทุน ค่าวัสดุ ค่าครุภัณฑ์ และค่าสาธารณูปโภคแล้ว ก็ยังพอเหลือเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนศาสนสมบัติทุกปี

         อย่างเมื่อปีที่แล้ว ศาสนสมบัติกลางมีรายได้รวมแล้ว 185 ล้านบาทเศษ มีรายจ่าย 95 ล้านบาทเศษ ก็ยังพอมีเงินเหลือเก็บเข้ากองทุน แต่ถ้ามีการเอาเงินสะสมในกองทุนและทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาไปดำเนินการจัดประโยชน์ ในนามขององค์การมหาชน รายได้ในแต่ละปี จะไม่มีเหลือให้มาใช้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเลยแม้แต่บาทเดียว

         ทั้งนี้ก็เพราะมีการอ้างการตั้งอัตรากำลังผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ไว้ทั้งหมด 480 อัตรา ซึ่งจะต้องจ่ายเป็นเงินเดือน ค่าจ้างชั่วคราว และค่าสวัสดิการ รวมแล้วจะตกกว่าปีละ 250 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากศาสนสมบัติกลางตกปีละไม่ถึง 200 ล้านบาท

         แม้รายได้ก็ยังไม่พอกับการเสวยสุขของคณะบริหารและเจ้าหน้าที่ แล้วมันจะเหลืออะไรมาบำรุงกิจการพระพุทธศาสนา เท่านั้นยังไม่พอ ยังจะให้รัฐจัดงบสนับสนุนเป็นรายปีอีกถึงปีละ 500 ล้านบาท

         ฉกภาษีอากรของประชาชนเข้าไปเสวยสุขกันอีกด้วยซ้ำ !!

                                                                                                ณ.หนูแก้ว

                                                              จากหนังสือพิมพ์ไทย

                                                            ฉบับวันที่ 21 พ.ค. 47

หลวงตา        จบละ ศาสนากำลังจะหมด เรารวมได้เท่านั้นละ ตีเข้าไปๆ พวกนี้เข้ามาบริหารงานในสำนักพระพุทธศาสนา มีแต่มาทำลายทั้งนั้น มีแต่มากินมากลืนทุกแบบทุกฉบับเรื่อยมา ตั้งแต่พวกนี้เข้ามาเป็นใหญ่อยู่ในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีแต่เรื่องเอายักษ์เข้ามาทั้งนั้น ไม่ได้เอาของดิบของดีเข้ามา เป็นยังไงบ้านเมืองเราได้พิจารณาหรือเปล่า มันเก่งแต่เพียงสองคนนี้เหรอ เปรตกินบ้านกินเมืองอยู่เวลานี้ ทำไมไม่พิจารณากัน เอาไว้ทำไมคนประเภทนี้ ประเภททำลายทั้งนั้นไม่ใช่ประเภทธรรมดานะ กินเข้าไปๆ ตั้งแต่เริ่มแรกมา มีแต่กระทบกระเทือนพุทธศาสนาทั้งนั้นแหลกเหลวไปโดยลำดับ ชำระกันไปเรื่อยๆ นี่ขึ้นมาอีกแล้ว กำลังขึ้นมา จะเอาให้หมดทีเดียวพุทธศาสนา พุทธศาสนานี้หมดแล้วก็กลืนบ้านกลืนเมืองไปหมดอีก อยู่ในเครือเดียวกัน ชาติกับศาสนาอยู่ด้วยกัน ตีศาสนาเข้าก่อน เพราะพุทธศาสนามีอำนาจใหญ่หลวงในหัวใจของประชาชนชาวพุทธเรา เมื่อเอาเรื่องพุทธศาสนาไปอวดไปอ้างท่าโน้นท่านี้เขาก็ลงใจ ไม่ลงใจเขาก็ไม่กล้าฝืน กลัวเป็นบาปเป็นกรรม นี่มันกินแบบนี้ กินทุกแบบๆ ดังที่เคยพูดแล้วไม่ผิด นี่ได้พิจารณาเต็มหัวใจแล้วถึงได้ออกมาพูด

มันมีสองคนเท่านี้หรือที่มาเรืองอำนาจกินกลืนชาติทั้งศาสนาอยู่เวลานี้ ในเมืองไทยของเราคนดีกว่านี้ไม่มีหรือ ดีที่จะส่งเสริมพุทธศาสนา ตั้งแต่ตั้งขึ้นมานี้มีแต่จะกินจะกลืนจะทำลายตลอดมาเลย เราไม่เห็นตรงไหนที่จะพอส่งเสริมศาสนา ไม่มี แล้วก็ชำระมาเรื่อยๆ อย่างนี้แหละ นี่กำลังขึ้นมาอีก เริ่มมาโดยลำดับ มีแต่พวกนี้แหละ พวกตัวสำคัญๆ นี้ละ ที่เป็นเจ้ากฎหมายกฎหมอย กฎหมาย กฎหมอย กฎหมา มันอยู่ในนั้นหมด กฎยักษ์ก็อยู่ในนั้นหมดเวลานี้ อยู่ในสองสามตัวนี้ละ ตัวสำคัญๆ นี้ละ ไม่ได้อยู่ที่ไหน พี่น้องชาวไทยมีหูมีตาดูเอาฟังเอา

นี่อยู่ในป่าในเขามันอดพูดไม่ได้นะ พอเรื่องราวเข้ามาๆ นี้ หัวใจมันหัวใจคนนี่นะ ดีชั่วรู้จักด้วยกัน อันนี้เลวมากทีเดียว จะทำยังไง เปลี่ยนแปลงให้หนีหรือเขี่ยลงทะเลไม่ได้หรือคนประเภทนี้ มันหนักชาติไทยเราเอาไว้ทำไม ชาติไทยมีทั้งชาติมีทั้งศาสนา เป็นของมีคุณค่าทั้งนั้น ไอ้สองสามตัวนั้นมีคุณค่าอะไร เป็นยักษ์เป็นผี กินชาติกินศาสนาอยู่เวลานี้ ควรแล้วหรือที่จะให้มันครองบ้านครองเมืองครองศาสนา ครองอะไร กลืนศาสนากลืนชาติไปหมดด้วยกัน มันสมควรแล้วหรือ พิจารณานะผู้ใหญ่ของเราในประเทศไทยนี่ มันมีใหญ่สองตัวสามตัวเท่านี้หรือ ผู้ใหญ่กว่านี้ไม่มีหรือที่จะปกครองบ้านเมืองให้เป็นหลักเป็นเกณฑ์ ทั้งศาสนา ทั้งชาติ ให้แน่นหนามั่นคง สืบทอดบรรพบุรุษที่พาดำเนินมา ไม่ได้ดำเนินแบบนี้นะ ดำเนินแบบกินมาตลอดอย่างนี้

เลวมากที่สุดเราพูดตรงๆ เอาหัวเราไปตัดได้เลย เรารองชาติรองศาสนารองอย่างสุดหัวใจแล้วเราไม่ได้เสียดาย ขอให้ชาติขอให้ศาสนาได้ยังคงเส้นคงวาหนาแน่นแก่พี่น้องทั้งหลาย หลวงตาบัวพอใจแล้ว นี่เราพูดเป็นอรรถเป็นธรรม ไม่ได้ออกข้างนั้นข้างนี้แหละ เวลานี้กำลังกลืนเข้ามาใหญ่แล้ว รีบจัดการนะไม่จัดการไม่ได้ ศาสนาจะหมด ชาติจะหมด เอาพูดยันๆ อย่างนี้เลย ศาสนาเป็นอำนาจใหญ่ที่จะไปกลืนชาติอันดับที่สองอยู่ตรงนี้ ให้รีบจัดการ เอาไว้ทำไมคนอย่างนี้ เรียนกฎหมายมันไม่ได้เอากฎหมายมาใช้ มันเอากฎหมอย กฎหมา กฎยักษ์กฎผีมาใช้ต่อชาติต่อศาสนาเวลานี้ แหลกเหลวไปหมด จะไม่มีอะไรเหลือนะ จะพิจารณากันยังไงให้พิจารณา

พระสงฆ์องคเจ้าของเราทั่วประเทศไทยเป็นยังไง เรียนมาแล้วด้วยกัน ตั้งชื่อตั้งนามขึ้นเป็นขั้นไหน ตั้งแต่ ปลัด สมุห์ ใบฎีกา ฟาดไปจนถึงขั้นสมดกสมเด็จ ยังหลับหูหลับตาอยู่หรือ ดีชั่วมันไม่รู้หรือพวกนี้ เป็นยังไง หรือมีแต่จะกลืนด้วยกันสนุกปากหรือ พิจารณาซิ เอาคนไทยทั้งชาติ ศาสนาที่อยู่ในนั้นกลืนกันไปหมด นี้หรือเป็นความชอบธรรมของพวกที่เรียนสูงๆ มา เป็นชั้นนั้นชั้นนี้ ชั้นยักษ์ชั้นมาร ชั้นกินชาติกินศาสนาไม่ได้คิดบ้างเหรอ พิจารณาซิ มันเป็นยังไง

เวลานี้จะหมดแล้วนะ ศาสนากำลังถูกกลืนแบบนั้นกลืนแบบนี้ ถูกปัดออกๆ ปัดมานี่กี่ครั้งกี่หนแล้ว พระสงฆ์องคเจ้าอยู่ในป่าในเขานั้นแหละ ที่ตัวเซ่อๆ ตัววิกลจริตที่เขาหาเรื่องใส่ หรือไม่หาเรื่องก็แล้วแต่ พระวิกลจริตคือพระอยู่ในป่า นี่เราก็ได้รื้อออกมาตีหน้าผากมันบ้างแล้ว บ้างหรือไม่บ้างก็แล้วแต่ พระพุทธเจ้าเป็นสกุลของป่าทั้งนั้นนี่ ตรัสรู้ในป่า บำเพ็ญในป่า สาวกทั้งหลายบำเพ็ญในป่า จนกระทั่งมาถึงพระสงฆ์องคเจ้าทุกวันนี้ที่อยู่ในป่าในเขา บำเพ็ญตามทางของศาสดาโดยแท้ แล้วทำไมจึงว่าพวกนี้วิกลจริต ถ้าเป็นวิกลจริตก็เป็นมาตั้งแต่พระพุทธเจ้าของเรา พระสงฆ์สาวกทั้งหลาย พวกนี้ตีไปหมด เอาไฟเผาไปหมดแล้วเห็นไหมนี่

พระพุทธเจ้าก็เป็นวิกลจริต พระสาวกวิกลจริต บรรดาพระอยู่ในป่าวิกลจริต พุทธศาสนาเป็นศาสนาวิกลจริต ที่ไม่วิกลจริตคือใครพิจารณาซิ นี่ละมันกลืนมันกินอย่างนี้ มันเหยียบย่ำทำลาย สิ่งที่ดีมันเหยียบลง สิ่งที่เลวร้ายที่สุดมันกำลังฟื้นขึ้นมาๆ แบบที่เห็นอยู่เวลานี้ กำลังกวนบ้านกวนเมือง ชำระล้างกันมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หน พระวิกลจริตในป่านั่นแหละออกมาชำระกันอยู่เวลานี้ ท่านเหล่านี้ท่านไม่เห็นแก่สินจ้างรางวัล ไม่เห็นแก่ดินเหนียวติดหัวว่าตัวมีหงอน ท่านเห็นแก่อรรถแก่ธรรม เห็นแก่ชาติแก่ศาสนา ท่านอุตส่าห์พยายามออกมา อยู่ในป่าในเขาท่านก็ออกมา ท่านหวังอะไรถ้าไม่เพื่อรักษาชาติรักษาศาสนาไว้ ท่านออกมาหาอะไร

นี่ชำระกันก็พระป่านี่แหละ เอาหลักธรรมหลักวินัยออกมากาง มันค้านไม่ได้ก็ล้มไป แล้วมันก็หลีกเข้ามาทางนี้อีกเข้ามาทางนั้นอีก มีแต่เรื่องจะกินจะกลืนทั้งนั้น มันน่าสลดสังเวชนะพวกเปรตพวกผีมาครองบ้านครองเมือง มาเป็นใหญ่เป็นโตในสำนักสำคัญเสียด้วย พระพุทธศาสนานี้ด้วย มากินมากลืนอยู่ในนี้ เอาออกหนี เขี่ยลงทะเล เอาไว้ทำไมคนประเภทนี้ มันหนักชาติหนักศาสนา มันมีเท่านี้หรือคนในประเทศไทยเรา มีคนเก่งๆ ดีๆ สองคนนี่หรือ ที่จะกินบ้านกินเมืองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่ต้องเคี้ยว กลืนไปเลยอย่างนี้เหรอ คนประเภทนี้หรือดีที่สุดในเมืองไทย ในศาสนาพุทธของเรา พากันพิจารณานะ

บ้านเมืองเรามีขื่อมีแป เป็นยังไงจึงปล่อยให้มันมากินมากลืนเอานักหนา หน้าด้านที่สุดเลย อวดอ้างว่าตนเป็นนักกฎหมาย เป็นนักวิชาการทุกสิ่งทุกอย่าง กฎหมอยมันไม่ได้ว่า กฎหมามันไม่ได้ว่า กฎยักษ์กฎผีมันไม่ได้ว่า ซึ่งมันกำลังกินบ้านกินเมือง กินชาติกินศาสนาอยู่เวลานี้ ดึงออกมาว่ากันบ้างซิ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องกฎหมายนี่นะ ไม่ใช่เรื่องพุทธศาสนา เป็นเรื่องกลืนกฎหมาย กลายเป็นกฎหมอย ทำลงไปกลายเป็นหมาไปเลยพวกนี้ มันเป็นยังไง พากันพิจารณา เอ้า หลวงตาบัวพูดผิด เอาคอไปตัดเลยนะ หลวงตาบัวไม่เคยเสียดายยิ่งกว่าชาติกว่าศาสนา

ชาติศาสนาหลวงตาบัวเทิดมาสุดยอดหัวใจแล้ว และการช่วยชาติบ้านเมืองเรานี้ เราช่วยเพื่อชาติเพื่อศาสนา เราไม่ได้ช่วยเพื่อเปรตเพื่อผีเหล่านี้ ไม่ได้ส่งเสริมพวกเปรตพวกผีเหล่านี้ที่จะมากินชาติกินศาสนา เหยียบชาติศาสนาให้ล่มจมลงไป เราไม่เห็นด้วยก็บอกไม่เห็นด้วย เอา ถ้าเราผิดเอาคอไปตัดเลย คอหลวงตาบัวไม่เสียดาย เราไม่เสียดายอะไรในโลกอันนี้ เสียดายแต่ชาติแต่ศาสนา ซึ่งพี่น้องชาวไทยเราเทิดทูนมานานสักเท่าไรแล้วจนกระทั่งปัจจุบันนี้ จะถูกทำลายลงอย่างฉิบหายป่นปี้ ไม่มีใครพูดคัดค้านต้านทาน หดหัวอยู่ในกระดองเหมือนเต่าเหรอ ชาติไทยของเรา ศาสนาในเมืองไทยของเรา

ที่เรียนมามากๆ ตั้งแต่เป็นสมุห์ ใบฎีกา ฟาดจนกระทั่งถึงสมดกสมเด็จ มีแต่ยักษ์ด้วยกันนั่นหรือกินชาติบ้านเมือง ไม่มีผู้ใดที่จะมาส่งเสริม สมกับเรียนมามาก ยศมาก บรรดาศักดิ์มากนั้นบ้างหรือ มันเป็นยังไงเวลานี้ แล้วพระอยู่ในป่าท่านทำไมท่านออกมา ท่านออกมาเพราะเหตุผลกลไกอะไร ท่านเอาหลักธรรมหลักวินัยออกมา ท่านไม่เห็นแก่ได้แก่ร่ำแก่รวย แก่ยศถาบรรดาศักดิ์ แก่ดินเหนียวติดหัวนะ ท่านเห็นแก่ชาติแก่ศาสนา เป็นสิ่งที่เทิดทูนสุดหัวใจท่าน ท่านถึงได้อุตส่าห์ออกมา ธรรมดาท่านจะออกมาหาอะไรพระเหล่านี้น่ะ ท่านสนใจในอรรถในธรรม ปฏิบัติอรรถธรรมอยู่ตลอดมาแต่ไหนแต่ไร ก็พึ่งมาเห็นพวกยักษ์จะกินบ้านกินเมืองกินศาสนานี้เอง ท่านถึงได้ออกมาชำระสะสาง มาช่วยพี่น้องทั้งหลาย แล้วยังหาว่าเป็นพระวิกลจริต

พวกยักษ์มันเป็นอะไร มันเลยวิกลจริต มันเลยยักษ์เลยผี ไม่มีสติสตังกลายเป็นบ้าไปหมดแล้วพวกนี้ มันไม่มีสติ คนมีสติจะไม่ทำอย่างนี้ จะไม่บงการแบบนี้ออกมาที่จะทำลายชาติและศาสนาของตน มันเกิดในท่ามกลางชาติ เกิดในท่ามกลางศาสนา มันกลืนได้ลงคอๆ พวกเปรตพวกผีนี่น่ะ เอาไปพิจารณาพี่น้องทั้งหลาย ไม่ดีเขี่ยมันออกเอาไว้ทำไมคนประเภทนี้ มันเห็นอยู่หยกๆ นี่แล้ว มันเป็นมาตั้งแต่ต้นแล้วเห็นอยู่ทุกคน หูมีตามีทุกคน ชำระมาโดยลำดับลำดา ถ้าเป็นของดีชำระหาอะไร เสริมกันเข้าซิ นี่มันไม่ดีมันเป็นมหาภัยทั้งนั้นๆ จึงได้ชำระ ก็พระป่านั่นละออกมาชำระ

เวลานี้กำลังคืบคลาน ออกแบบนี้แล้วมันจะออกแบบนั้นๆ อีกนะ ฟังให้ดี ไม่ผิด พูดเหล่านี้ไม่ผิด เพราะมันหาอุบายทำลาย ไม่ได้แง่นี้จะเอาแง่นั้น ทั้งชาติทั้งศาสนามันจะกินทุกแง่ทุกมุม พวกนี้ไม่ไว้หน้าใคร จำให้ดี เอาละแค่นี้ก่อน

ผู้กำกับ                 แถมอีกหน่อยนะครับ เขาให้สัมภาษณ์ น.ส.พ.มติชน ลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๔๗ ว่า วิษณุจะยกสำนักงานพระพุทธศาสนาเป็นทบวง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ภายหลังจากเป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ได้มอบให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการพิจารณากฎกระทรวง กำหนดอำนาจหน้าที่ของกรมการศาสนา และสำนักงานพระพุทธศาสนาให้ชัดเจน แก้ปัญหาความซ้ำซ้อน โดยอาจเปลี่ยนชื่อกรมการศาสนาเป็นกรมศาสนิกสัมพันธ์ ดูแลความสัมพันธ์ของทุกศาสนา เน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาเน้นงานส่งเสริมให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมของพุทธศาสนา นอกจากนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาอาจต้องไปเป็นทบวง สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อให้การทำงานระหว่างกรมการศาสนา และสำนักงานพระพุทธศาสนาเป็นไปอย่างมีเอกภาพ

อันนี้เป็นคำกล่าวของ ดร.วิษณุ นะครับ ความจริงผมตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างในวงการพระพุทธศาสนา แต่บังเอิญมาเจอกรณีของนายทองก้อน วงศ์สมุทร
หลวงตา         นั่นเห็นไหม นายทองก้อน เป็นหัวใจของชาติเป็นผู้ตัดคอรองชาติ มันเข้ามาตีคุณทองก้อน เมื่อคุณทองก้อนล้มลงแล้ว ชาตินี้จะถูกกลืนได้อย่างง่ายดาย ออกจากนั้นมาก็หลวงตาบัว นี่ตัดคอรองชาติ พวกนี้ก็จ่อเข้าไปตรงนี้ๆ เราก็จ่อเข้าไปซิ ว่าวิษณุนั่นแหละตัวสำคัญมากทีเดียว มันกลืนบ้านกลืนเมืองเวลานี้ อำนาจบาตรหลวงมันมาจากไหน มันเอากฎหมายกฎหมอยมาใช้เวลานี้ไม่ได้พูดบ้างหรือ ที่ไหนๆ มันเลยกฎหมายไปหมดแล้ว มันเอาอำนาจใหญ่โตที่สุดครอบประเทศไทยเวลานี้ คือตัววิษณุนี้เอง จำให้ดีนะ คุณทองก้อนกับหลวงตาบัวจะพูดอย่างนี้ ตัวนี้ละตัวสำคัญ เขี่ยมันลงทะเลอย่าเอามันไว้คนประเภทนี้ ชาติไทยจะจม ศาสนาจะจม ถ้าเอานี้ไว้

มันพูดหยดๆ ย้อยๆ แล้วมาตีหลวงตาบัว แล้วก็มาตีคุณทองก้อน คุณทองก้อนเป็นยังไงท่านทั้งหลายได้รู้ไหม ตัดคอรองชาติบ้านเมืองมาตั้งแต่กาลไหนๆ เป็นก็เป็น ตายก็ตายคุณทองก้อน เป็นคู่กันกับหลวงตาบัว พูดตรงๆ เราถือว่าเป็นลูกศิษย์ เราไว้ใจได้ ที่จะอุ้มชาติไทยของเราและศาสนาของเราไว้ได้ เราจึงเอาคุณทองก้อนนี้เป็นเครื่องมือในทางที่ถูกที่ดีออกใช้เป็นประโยชน์เพื่อประชาชน เพื่อศาสนาของเรา แล้วก็โดนมันตีอยู่ตลอด มาจากแง่ไหนมุมไหน ลูกเต้าหลานเหลนพวกเปรตนี่มาตีคุณทองก้อนทั้งนั้น หมดโคตรหมดแซ่มันก็มาตีคุณทองก้อนทั้งนั้น เพราะคุณทองก้อนเป็นหัวใจของชาติ มันตีลงได้แล้ว ตีหลวงตาบัวลงได้แล้วไม่ต้องเคี้ยว ชาติไทยศาสนาของไทยไม่มีอะไรเหลือเลย กลืนเลยๆ เพราะฉะนั้นมันจึงมาตี จำให้ดีนะ ตัวสำคัญ ตัวที่มันออกอยู่เวลานี้ ว่าคุณทองก้อนๆ ตัววิษณุหรือพูด ตัวนี้ละตัวยักษ์ใหญ่ มันจะกลืนชาติกลืนศาสนาด้วย จำให้ดี เอ้า ว่าไป

ผู้กำกับ                 ความจริงผมตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างในวงการพระพุทธศาสนา แต่บังเอิญมาเจอกรณีของนายทองก้อน วงศ์สมุทร ลูกศิษย์เอกของหลวงตามหาบัวเข้าไปก่อน

หลวงตา        นั่นเห็นไหม ฟังซิ ลูกศิษย์เอกหลวงตาบัว เอ้าว่าไป

ผู้กำกับ                 เลยทำให้ผมไม่กล้าจะขยับอะไร เพราะหมดความเชื่อมั่น

หลวงตา        ไม่ทราบว่าผมจะกลืนได้ยังไง เพราะมันเป็นก้างขวางคอผมกลืนไม่สะดวก มันเป็นก้างขวางคออยู่สองตัวนี่ คุณทองก้อนกับหลวงตาบัวเป็นก้างขวางคอ เอาไม้ค้ำคางมันไว้มันกลืนไม่สะดวก นี่มันขอร้องพี่น้องทั้งหลายให้ฆ่าสองตัวนี่เสีย แล้วจะได้กลืนพี่น้องชาวไทยทั้งหลายอย่างไม่ต้องเคี้ยว กลืนสะดวกเลย เอ้า ต่อไป

ผู้กำกับ                 ไม่กล้าขยับอะไรเพราะหมดความเชื่อมั่น

หลวงตา        หมดความเชื่อมั่น เรียกว่ามันกลืนไม่ได้มันหมดความเชื่อม่น ทีแรกมันเชื่อมั่นว่าจะกลืน เข้าใจไหม เอ้าว่าไป

ผู้กำกับ                 จะพูดอะไรออกไปก็เกรงว่าจะมีกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน

หลวงตา        จะกลืนอะไรไปก็กลัวก้างทั้งสองก้างนี้จะค้ำคอมัน

ผู้กำกับ                 อย่างที่เคยคิด จึงต้องพักเก็บเอาไว้ก่อน

หลวงตา        เก็บเอาไว้ก่อนจะกลืนทีหลังอย่างนั้นเหรอ แล้วก้างมันไปอยู่ที่ไหนถึงจะกลืนทีหลัง

ผู้กำกับ                 เขาให้สัมภาษณ์ต่อว่า ตอนนี้ได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้ไปติดตามดูการบูรณะพระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรวิหาร จ.พิษณุโลก

หลวงตา        ทำท่าว่าไปอย่างนั้นละ ว่าให้ไปดูนั้น ส่วนวิษณุจะมากลืนคนนี้ ไม่เห็นพูดถึงนายกท่านได้ว่าอย่างไรหรือเปล่า ทำไมไม่ว่าตรงนี้ล่ะ มันจะกลืนคนทั้งชาติ กลืนนายกฯ ด้วย มันไม่เห็นว่าอะไรคำนี้น่ะ มีแต่ว่านายกฯ สั่งอย่างนั้นอย่างนี้ มันจะกลืนนายกฯ ด้วยไม่เห็นว่า เอ้าว่าไป (จบแล้วครับ) ว้า กำลังคันฟันอยากต่อย อ้าว จริงๆ นะ เราพูดด้วยความถูกต้องทุกอย่างไม่มีสะทกสะท้าน อันนี้มีแต่เรื่องยักษ์เรื่องผีเที่ยวปลอมแปลงท่านั้นท่านี้ ไม่สะดวกอย่างนั้นไม่สะดวกอย่างนี้ มันกลืนไม่สะดวก อำนาจอันใหญ่หลวงของมันเขี่ยลงทะเลเสียซิ สองคนนี่เป็นตัวสำคัญมาก อย่าเอาไว้ให้หนักสำนักพระพุทธศาสนา ถ้าเอาไว้นี้จะแหลกหมด พระทั่วประเทศไทยหวั่นกันหมดแล้วเวลานี้เห็นไหม ก็สองตัวนี่ละสำคัญมาก ให้เขี่ยลงทะเลให้หมดเอาไว้ทำไม คนดีกว่านี้ไม่มีเหรอ นี้มันยักษ์ มันไม่ใช่คนดี

ตั้งแต่มันเข้ามาในวงอันนี้แล้ว เรื่องพุทธศาสนานี้หวั่นมาตลอด ต้องได้เอาพระมาช่วยกันเต็มกำลังความสามารถ นี่ก็ได้พูดแล้วไม่ใช่เหรอ มันจบแล้วเหรอ (จบแล้วครับ) เราจะรอตอบอีกนี่น่ะจะว่าไง กลมายาของพวกส้วมพวกถานของพวกหนอน มันออกมาแง่ไหนจะไม่รู้ได้ยังไง นี่กำลังมันจะกลืนกินพวกหนอนนี่ เอาเท่านั้นแหละนะพอ พูดไม่มีโมโหไม่มีเคียดมีแค้นมันสนุกพูดนะ เข้าใจไหม เราไม่มีอะไรกับใคร ถ้ามันขยายออกมาก็ตีเสียทีหนึ่ง หรือค้ำคอเสียทีหนึ่ง

แหมมันเก่งนะ มันหน้าด้านมากที่สุดไอ้นี่ ลืมตัวจนเป็นวิกลจริตนะเดี๋ยวนี้ มันหลงอำนาจมันจนเป็นวิกลจริต มันกำลังเข้าขั้นบ้าไอ้สองสามตัวนี่ มันหลงอำนาจ มันครอบคนทั้งประเทศอำนาจมัน หลงอำนาจหลงทุกสิ่งทุกอย่าง ขึ้นชื่อว่าสิ่งที่จะเลว จะพาให้มันเป็นบ้า เดี๋ยวนี้มันกำลังเป็นบ้าหนักเข้าจะกัดไปหมด กัดคุณทองก้อนเสียก่อน แล้วกัดหลวงตาบัว แล้วจะกลืนชาติศาสนาไปทั้งหมด มันกำลังเป็นบ้าหนักที่สุด ไอ้บ้ายศนี่ บ้าอำนาจ บ้ากฎหมายบ้ากฎหมอยบ้ากฎหมากำลังเต็มหัวใจมัน เต็มสมองมัน เอาละพอดี

ท่านทั้งหลายให้เห็นใจคุณทองก้อนนะ คุณทองก้อนนี้เป็นผู้ตัดคอรองคนไทยทั้งชาติ ศาสนา ทั้งองค์ศาสดาเลย เวลานี้คุณทองก้อนถูกโจมตีจากพวกเปรตพวกผีที่มันจะกลืน มันกลืนไม่ถนัดใจ เพราะสองกษัตริย์นี่ละ กษัตริย์หลวงตาบัว กษัตริย์ทองก้อนนี่ละ ขวางคอมัน มันกลืนไม่ถนัด มันจึงมาโจมตีอันนี้ ให้คุณทองก้อนซึ่งเป็นผู้ตัดคอรองพื้นเพื่อประเทศไทยทั้งชาตินี้คอขาดไป หลวงตาบัวนี้ก็ตัดคอให้ขาดออกไปแล้วจะกลืนไปหมดทั้งชาติอย่างสะดวกสบาย ทั้งศาสนา เอาศาสนาเป็นพื้นก่อน กลืนศาสนาแล้วก็กลืนชาติไม่ยากเลย นี่ละมันถึงเข้าในจุดใหญ่ๆ พากันเข้าใจเอานะ

มันจะเที่ยวกล่อมไปหมด บังคับไปหมดประชาชนชาวพุทธเรา เอาพระเราไปเป็นเครื่องมือ ไปขู่ไปเข็ญทุกแบบทุกฉบับ แต่เอาเพศของพระไป เป็นเพศที่ชาวพุทธเราเคารพเลื่อมใส ฟังให้ดีอุบายมันจะออกแบบนี้ เวลาบงการมันจะไม่เอาผ้าเหลืองออก มันจะเอายักษ์เอาผีออกบงการต่อประชาชน นี่ละมันล้มได้หมด ศาสนาจมแล้วชาติล้มได้สบาย พวกเรามีมือทุกคนให้เอามือค้ำแล้วตีหน้าผากด้วย อ้าว พวกเปรตพวกหน้าด้านมันต้องเอาอย่างนั้นซี ไม่อย่างนั้นไม่ได้

คุณทองก้อนเป็นผู้มีบุญมีคุณต่อชาติมาก ต่อศาสนามาก ให้พี่น้องทั้งหลายเห็นใจคุณทองก้อน แผ่เมตตาจิตเมตตาธรรมช่วยคุณทองก้อนเต็มเม็ดเต็มหน่วยทุกคนนะ พวกยักษ์พวกผีมันกำลังโจมตีคุณทองก้อน มันจะได้กลืนได้ง่าย คุณทองก้อนเป็นผู้รับรองทั้งหมดเลย รับรองชาติไทยเรา จึงต้องถูกโจมตีตลอดเวลา

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก