หนังสือพิมพ์นี้เราชมเชย
วันที่ 26 พฤษภาคม 2547 เวลา 7:55 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

หนังสือพิมพ์นี้เราชมเชย

 

ก่อนจังหัน

 

         พระที่เข้ามาที่นี่ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัตินะ อย่าไปเพ่นๆ พ่านๆ อยู่นอกนู้นนะ งานของฆราวาสเขาทำกัน พระไปนั่งเป็นเจ้าตัวการอยู่นั้นเพราะเหตุผลกลไกอะไรเรายังไม่ได้ถามดู มันเป็นเรื่องของประชาชนเขาทำของเขาเอง เรื่องของพระ หน้าที่ของพระ งานของพระก็บอกแล้ว เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา อันนั้นงานของโลกเขา ไปยุ่งเขาทำไม นอกจากมีความจำเป็นเป็นบางกาลเวลา ก็อนุโลมผ่อนผันไปชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น ที่จะไปเป็นเจ้าการเจ้างานไม่ได้นะสำหรับวัดนี้ ไล่หนีจริงๆ นะ เราไม่เคยชินกับสิ่งเหล่านี้ในโลก ไม่ได้ตายใจกับมันนะ นอกจากธรรมอย่างเดียวเท่านั้น จึงได้นำมาสอนโลก

พากันตั้งอกตั้งใจนะ พระกรรมฐานเลอะแล้วหมด ไม่มีอะไรเหลือแล้ว อย่าให้เห็นนะในวัดนี้น่ะ ไปเป็นเจ้าการเจ้างานอยู่นอกๆ โลกๆ สงสารกิเลสตัณหา ส้วมๆ ถานๆ ไม่ได้นะ งานเลิศงานเลอพระพุทธเจ้าสอนแล้ว สติ ปัญญา ศรัทธา ความเพียร ตั้งลงฆ่ากิเลส นั่น เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา เคลื่อนไหวไปมามีสติประจำตัวๆ นั่นงานของพระ ไม่ใช่เลินเล่อๆ ที่โน่นที่นี่ แล้วติดต่อคนนั้นติดต่อคนนี้ เดี๋ยวเจริญพรนั้นเจริญพรนี้ ไม่ได้นะวัดนี้ วัดนี้ไม่ใช่วัดเจริญพรนะ เจริญธรรมต่างหากวัดนี้ ให้พร

 

หลังจังหัน

 

ผู้กำกับ         มีบทความจากหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย เกี่ยวกับพุทธศาสนามีข้อความดังนี้ครับ

จะมัวรอให้สิ้นแผ่นดินพุทธก่อนหรือ?

         เมื่อถึงคราวเกิดภัยพระพุทธศาสนาขึ้นมาครั้งใด ผมมักจะนำความมาบอกกล่าวถึงผู้เป็นเจ้าของพระพุทธศาสนาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกรณียกร่างพระราชบัญญัติปฏิรูปการศึกษา หรือกรณียกร่างพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ซึ่งการบอกกล่าวในแต่ละครั้งจะมีผู้ให้ความสนใจ หันมาศึกษาค้นคว้าความเป็นมาเป็นไปของภัยพระพุทธศาสนานั้นๆ และในที่สุดชาวพุทธทั้งพระสงฆ์และฆราวาสก็ร่วมกันออกมาให้การปกป้องรักษา จนได้รับความปลอดภัยมาโดยตลอด

แต่ในคราวนี้ที่ผมนำเรื่องราวการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา ซึ่งมีเนื้อหาโครงสร้างที่เป็นภัยอันตรายต่อพระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง นำมาเสนอติดต่อกันนานถึง ๕ วัน แต่กลับไม่มีใครให้ความสนใจ

หลวงตา สนใจๆ เดี๋ยวนี้กำลังสนใจฟังอยู่เดี๋ยวนี้น่ะ เอา ว่าไป

ผู้กำกับ ทั้งพระสงฆ์ทั้งฆราวาสต่างถืออุเบกขานิ่งงันกันไปหมด!

หลวงตา ผู้นิ่งก็มี ผู้ไม่นิ่งก็มี ให้ออกมาเรื่อยๆ เป็นมงคลแล้วหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ให้ออกมาเรื่อยๆ พี่น้องชาวไทยอ่านกันทั้งประเทศอย่างเงียบและพินิจพิจารณา และอนุโมทนากับหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ด้วย เอ้า อ่านไป

ผู้กำกับ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ??

กรรมการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาทั้งหมดมัวทำอะไรอยู่?

หลวงตา ศูนย์พิทักษ์มันศูนย์ทำลายนี่นะ มันจะมาแก้ไขยังไง ก็ได้ฟาดกันมาตั้งแต่คราวที่ไปดอยปุยยังไม่แล้ว เราฟัดจากดอยปุยลงมา ที่พิทักษ์ๆ นั่นพิทักษ์อะไร มหาโจร เราตอบกันเดี๋ยวนั้นเลย ออกหนังสือพิมพ์ เรายังไม่ชัดเจนในคำนี้ เอ้า ว่าอีก

ผู้กำกับ กรรมการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาทั้งหมดมัวทำอะไรอยู่?

หรือเดี๋ยวนี้ไม่ได้มองว่าผมเป็นหมาเฝ้าวัดเสียแล้ว มองว่าผมเป็นแค่เด็กเลี้ยงแกะไปหรือไง?

อย่าบอกนะว่าเรื่องพระพุทธศาสนาไม่ใช่เรื่องของสงฆ์ พระสงฆ์ทุกรูปทุกองค์นั่นแหละที่จะต้องมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้แก่พระพุทธศาสนา  ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ศาสนสมบัติด้วยแล้วยิ่งเป็นหน้าที่ของพระสงฆ์โดยตรง หากพระสงฆ์ไม่ใส่ใจดูแล ปล่อยปละละเลยให้ทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาเสียหาย พระคุณเจ้าทั้งหลายนั่นแหละที่จะต้องโทษอาบัติก่อนพุทธบริษัทอื่นทั้งหมด

เดี๋ยวจะมาว่าผมเป็นบ่างช่างยุ ที่ผ่านมาตลอด ๕ วันผมนำเสนอแต่เรื่องราวสาระที่เป็นจริงทั้งหมด ถ้าคิดว่าผมเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ทำไมพระคุณเจ้าและชาวพุทธทั้งหลายไม่ลองไปขอโครงสร้างจากประธานคณะกรรมการพิจารณาการจัดตั้ง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา ที่มีชื่อว่า พล.ต.ท.อุดม เจริญ มาดูบ้าง ว่ามีเนื้อหาสาระที่เป็นภัยอันตรายต่อพระพุทธศาสนาจริงหรือไม่จริงอย่างไร หรือคิดว่าอีกนานกว่าที่โครงสร้างที่เขาจัดทำกันขึ้นจะมีผลบังคับใช้

ถ้าคิดอย่างนั้น คิดผิดครับ พระคุณเจ้าและชาวพุทธทั้งหลายกำลังตกอยู่ในความประมาทอย่างยิ่ง

ต้องรู้จักอับอายต่อพระภิกษุสายปฏิบัติวัดป่าบ้าง พระคุณท่านบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่าในเขา จำศีลภาวนาอยู่ในเงื้อมผาถ้ำ อยู่ในชนบทห่างไกลความเจริญ พระคุณท่านและคณะลูกศิษย์ลูกหายังต้องดั้นด้นออกมาเข้าร่วมประชุมหารือกันถึงในกรุงเทพมหานคร เพื่อหาทางปกป้องรักษาทรัพย์สมบัติของพระพุทธศาสนาไว้ให้เกิดความปลอดภัย

พระคุณเจ้าส่วนใหญ่อยู่ในเมืองที่เจริญแท้ๆ แต่กลับทำเป็นธุระไม่ใช่

หลวงตา ใช่ เรายอมรับว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ สนับสนุนหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ถูกต้อง พูดถูกต้องดี เอ้า อ่านไป

ผู้กำกับ อย่าคิดนะครับว่า เรื่องนี้เขาจะเชื่อฟังเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ที่พระคุณท่านเคยสั่งว่าไม่ต้องดำเนินการกันโดยเร่งรีบ ให้ดำเนินการโดยรอบคอบ ให้รับฟังความคิดเห็นให้หลากหลาย เขาไม่เชื่อฟังกันหรอกครับ เรื่องนี้เขาดำเนินกันแบบไม่ลับแต่ก็ไม่เป็นที่เปิดเผย

เรื่องเขาเริ่มดำเนินการกันมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ ถูกคำสั่งให้ดำเนินการจัดตั้งเป็นการรีบด่วน ดังปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรที่เขียนลงในบันทึกประกอบการขอจัดตั้งไว้ถึง ๒ ตอนด้วยกัน โดยเน้นให้ออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็นการรีบด่วน มีกำหนดให้เสนอขอจัดตั้งเป็นองค์การมหาชน ต่อคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) ภายในเดือนพฤษภาคม

และจากนั้นก็มีกำหนดให้เสนอเข้าครม.เพื่อเห็นชอบหลักการภายในเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม และกำหนดให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด ในเดือนกันยายนที่ใกล้จะถึงนี้!

อย่าคิดนะว่ามหาเถรสมาคมได้มีมติแต่งตั้งกรรมการ มส.ให้เป็นกรรมการที่ปรึกษาแล้วถึง ๔ รูป ต้องอย่าลืมว่ากรรมการ มส.ทั้ง ๔ รูปมีสิทธิ์เป็นเพียงที่ปรึกษาเท่านั้น หากเขาไม่ต้องการจะปรึกษาด้วย แล้วพระคุณท่านจะไปรู้เรื่องอะไรกับเนื้อหาสาระที่เขายกร่าง

แม้แต่ พล.ต.ท.อุดม เจริญ เองก็เถอะ ได้เป็นประธานคณะกรรมการก็เพียงแต่ตำแหน่งเท่านั้น

หลวงตา พล.ต.ท.อุดม เจริญ นี้ไม่ใช่หรือที่ว่าหลวงตาบัวออกมาจากป่า  มาอวดอุตริมนุสธรรม ว่างั้นใช่ไหม  แล้วนี้หรือผู้ที่จะทำศาสนาให้เจริญ เราอยากจะถามย้อนหลังอีกหน่อย เอ้า ว่าไป

ผู้กำกับ         แม้แต่ พล.ต.ท.อุดม เจริญ เองก็เถอะได้เป็นประธานคณะกรรมการก็เพียงแต่ตำแหน่งเท่านั้น ไม่ใช่เป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการจะพิจารณายกร่างได้เองหรอก ดังนั้นท่านเองก็อาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่า ขาเก้าอี้ตัวที่ท่านนั่งอยู่ด้วยความสง่างามนั้น กำลังถูกเลื่อยตัดขาดโดยไม่ทันรู้ตัว

จะได้นั่งอยู่จนครบเกษียณไหมเนี่ย  ??

                                                                     ณ.หนูแก้ว

หลวงตา หนังสือพิมพ์นี้เราชมเชย เป็นหนังสือพิมพ์อุ้มบ้านอุ้มเมือง อุ้มชาติอุ้มศาสนาจริงๆ เราอยากให้หนังสือพิมพ์ทั้งหลายนี้ได้เสาะแสวงหาเอาความจริงนี้มาประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบ อย่าให้พวกบุ้งพวกหนอนมันชอนไชอยู่ใต้ดินๆ ตลอดเวลา โผล่ออกมามีตั้งแต่มหาภัยๆ ทั่วดินแดนแห่งพุทธศาสนและประเทศไทยของเราเวลานี้ จนจะฟังไม่ได้ดูไม่ได้นะ เราจึงเตือนพี่น้องทั้งหลายเสมอ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องนะกับเรื่องเหล่านี้ว่า เราจะได้จะเสียกับสิ่งเหล่านี้ เราไม่ได้ เราคิดถึงพี่น้องชาวไทยต่างหาก ที่ประกาศลั่นอยู่เวลานี้เราไม่ได้คิดถึงเรา

         ใครจะว่ายังไงให้ว่าไปเถอะ ว่าหลวงตาบัวนี่น่ะ พูดอย่างองอาจกล้าหาญชาญชัย ที่ว่าหลวงตาบัวเป็นพระป่าออกมาอวดอุตริมนุสธรรม ธรรมที่หลวงตาบัวออกแสดงมาตั้งปี ๒๔๙๓ เรื่อยมา สอนพระอยู่ภายในถ้ำในเขา ไม่ได้ออกมา ตั้งแต่นั้นตลอดมา จนกระทั่งกระจายออกมาถึงขั้นที่ว่าออกช่วยโลก เป็นโครงการช่วยโลกมาได้ ๖ ปีนี้ ธรรมเทศนาของหลวงตาบัวที่เทศนาว่าการออกจากอุตริมนุสธรรมนั้นน่ะ มีข้อผิดพลาดตรงไหน เอ้าค้านมา จอมนักปราชญ์ค้านออกมาซิ ถ้าว่าหลวงตาบัวนี่อวดอุตริมนุสธรรม แล้วเอาของปลอมออกมาเทศน์สอนประชาชน ไม่มีใครเคารพนับถือ มีแต่ผู้คัดค้านต้านทานไม่เห็นมี มีแต่ตัวสำคัญตัวเดียวตัวแสบๆ ที่มันจะทำลายชาติศาสนาอยู่เวลานี้ ที่ว่าอวดอุตริมนุสธรรม เอ้าค้าน

         ธรรมะหลวงตาบัวที่เทศนาว่าการทุกแง่ทุกมุมออก จนกระทั่งออกนอกโลกประจำมานี่ เอ้าค้านข้อไหน ธรรมะขั้นใดภูมิใดที่หลวงตาบัวเทศน์ออกมาจากอุตริมนุสธรรมของตนเองผิดพลาดไป หลอกลวงโลกมาตั้งแต่อวดอุตริมนุสธรรมแล้วกระจายแห่งความอวดนี้ออกหลอกลวงโลกทั้งหลาย ไม่มีใครยอมรับ ชี้หน้าหลวงตาบัวออกมาเต็มแผ่นดินและเต็มโลกเต็มสงสาร มีรายไหนบ้าง ไอ้ผู้ที่มันอวดโป้งๆ ว่าอวดอุตริมนุสธรรมมันเอาความวิเศษที่ไหนมาให้โลกเขาได้ยินได้ฟังบ้าง เอามาค้านกัน อวดอุตริมนุสธรรมของหลวงตาบัวถ้าผิดพลาด เอาๆ มาตีเลยที่สอนเวลานี้

         หนังสือนี้ก็มากมายหลายเล่ม เป็นร้อยๆ เล่ม และการเทศนาว่าการออกทั่วโลกแล้วนี้ มีธรรมะข้อใด ชั้นใดภูมิใดที่ผิดพลาดไป เอ้าค้านมา ฟาดตั้งแต่นี้ขึ้นถึงอรหัตภูมิ ถ้าหลวงตาบัวผิดตรงไหน เอ้าว่ามา เอ้าค้านมา ภูมิของหลวงตาบัวที่เอาออกมาอวดอุตริมนุสธรรมนี้ผิดข้อไหน เอามาค้านซิน่ะ ถ้าไม่มาค้านอย่ามาเห่าว้อๆ กัดชาติกันศาสนาต่อไปอีกนะ ให้หนีจากเก้าอี้ อย่าด่วนให้เขาเลื่อยนะ เลื่อยเก้าอี้ ให้รีบหนี นี่ก็เคยว่าหนหนึ่งแล้ว ขับหนีแล้ว ขอรอไปครบเกษียณ ว่าอย่างนั้น เราไม่ได้ลืมนะ เอามาไว้ทำไม เอาฟืนเอาไฟมาเผาศาสนา ไม่ได้เอามาเพื่อให้ศาสนาเจริญนะ ตั้งหน้าเข้ามาทำลายจริงๆ

         สองตัวสำคัญๆ นี่ละ ว่างั้นเลย ตัวแสบที่สุดอยู่ในวงพุทธศาสนาเวลานี้ ตัวมหาภัยอยู่ในจุดนี้ แล้วตั้งกันขึ้นมา จะเป็นคนเดียวนั่นละมั้งเราสงสัย ถ้าเป็นพวกที่ดิบที่ดีจริงๆ เข้าอกเข้าใจในอรรถในธรรม ในพุทธศาสนาจริงๆ จะไม่เอาประเภทยักษ์สองตัวนี้เข้ามาตั้งทำลายชาติและศาสนาไปเลยนะ เวลานี้กำลังทำ ออกแง่นั้น เหยียบแง่นี้ กำลังจะโกยเอาตับเอาปอดของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสมบัติของพุทธศาสนาที่พระองค์ครอบครองอยู่นั้นด้วยพระโอวาทอันดีงาม พระสงฆ์ทั้งหลายปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสงบร่มเย็นมาจนกระทั่งป่านนี้ ออกกระจัดกระจาย ไปทำลายไปถลุงไปหมดเวลานี้ จะแยกออกไปให้เป็นการบ้านการเมือง ไปเป็นสินค้าสินขายไปหมดใช่ไหมล่ะ ที่ออกไปให้บริษัท หรือห้างร้านที่ไหนที่เขาจะมามีส่วนแจงกันไปเพื่อหารายได้ หารายได้อะไร หารายถลุงให้มันหมดตับปอดพุทธศาสนานี่ เข้าใจหรือเปล่าที่พูด สงสัยข้อไหน เอ้าถามมาตรงนี้

         ผู้กำกับ                 :       ไม่สงสัยละครับ แต่เพียงว่าดีใจกับพระป่าที่ยังมีคนเห็นความดีของท่านที่ออกมาป้องกันศาสนสมบัติของพุทธศาสนาเอาไว้ครับ

         หลวงตา        :       พวกที่ออกมานี่ไม่ใช่ถูกโจมตี ว่าอวดอุตริมนุสธรรมด้วยกันแล้วเหรอ ให้หาถามดูซิน่ะ

         ผู้กำกับ                 :       คนนี้เขาไม่ว่าละครับ คนที่ไม่เจริญว่าครับ

         หลวงตา        :       นั่นละต้องซอกแซกหาซิ หาความจริงต้องหาอย่างนั้น เราหาอย่างเป็นอรรถเป็นธรรมล้วนๆ จ้าๆอยู่เวลานี้ พูดป้างๆ อยู่นี้ไม่มีสะทกสะท้านในสามแดนโลกธาตุนี้ เอ้าใครว่าหลวงตาบัวอวดอุตริมนุสธรรม ธรรมะที่เทศน์มากระจายทั่วโลกดินแดน คัดค้านมาผิดข้อไหนเอ้าว่ามา ออกมาจากอวดอุตริมนุสธรรม อย่ามาเห่าฟ้อๆๆ ให้สกปรกแก่หูของโลก เขาไปล้างหูทั้งวันๆ ประเทศไทยไม่มีน้ำจะล้างหูแล้วนะ หูสกปรก ใจก็สกปรก เพราะพวกสกปรกนี้เอาขี้เอามูตรเอาคูถไปโปะหูโปะใจเขาเวลานี้  มันยังอวดว่ามันดีอยู่เหรอ มันเน่าเฟะตั้งแต่ยังไม่ตายอยู่เดี๋ยวนี้ละ เมืองไทยคนมีสมบัติผู้ดีเขาดูไม่ได้ฟังไม่ได้แล้วเดี๋ยวนี้ อย่ามาอวดนักหนา

         ถ้าว่าเก่ง ให้มาค้านธรรมะหลวงตาบัวที่เทศน์เวลานี้ออกกระจายทั่วโลก เอ้าค้านเข้ามา ว่าอวดอุตริมนุสธรรมไม่เป็นของจริง หลอกลวงโลก ให้ค้านเข้ามา ถ้าว่าเก่งจริงเอามาค้านกันตรงนี้นะ ถ้าค้านไม่ได้ เก่งอะไรอย่างนั้น มันเลยเทวทัตไปแล้วนี่ เอ้าว่าไป

         ผู้กำกับ                 :       อันนี้เกี่ยวกับทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา ที่เขายกร่าง มีแถลงการณ์ของคณะสงฆ์ไทยฉบับที่สาม คัดค้านการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนาไปยังดร.วิษณุ เครืองาม และพล.ต.ท.อุดม เจริญ ส่งไปแล้วครับฉบับที่สาม

         หลวงตา        :       ฉบับที่สามนี่ออกจากไหน

         ผู้กำกับ                 :       ออกจากคณะสงฆ์ไทยครับ ที่ประชุมวันนั้น

         หลวงตา        :       นั่นเห็นไหมออกจากคณะสงฆ์ไทย กรรมฐานทั้งนั้นออกสนามเวลานี้น่ะ ท่านทั้งหลายทราบหรือยัง กรรมฐานพวกอวดอุตริมนุสธรรม พวกวิกลจริตนี้ละออกสนาม ต้านทานพวกไม่วิกลจริต พวกสมองใสนั่นละ เวลานี้กำลังออกต้านทานกับพวกสมองใส นี่มีแต่พวกนี้นะออกเวลานี้ว้าๆๆ อยู่เดี๋ยวนี้ พูดว้าๆ อยู่เดี๋ยวนี้คือตัวนี้แหละ หัวหน้ากรรมฐานทั้งหลาย เอ้าว่าไป

         ผู้กำกับ                 :       ขออนุญาตอ่านให้ลูกศิษย์ฟังไหมครับ เป็นรายการของคณะสงฆ์ไทย

         หลวงตา        :       ผู้เขียนมันยังเขียนมาได้ ทำไมผู้อ่าน อ่านไม่ได้ และผู้ฟัง ฟังไม่ได้ ฟังดีชั่วหูเราเคยคัดเลือกมาแล้ว เอ้าว่าไป

         ผู้กำกับ                 :       แถลงการณ์คณะสงฆ์ไทย ฉบับที่ ๒ เรื่อง ให้เปิดเผยความจริง กรณีการใช้พระตราตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช

ตามที่คณะสงฆ์ไทยได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ณ วัดป่าบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

“มีมติชี้โทษความผิดสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) กรณียินดีรับแต่งตั้งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ใช้สิทธิและอำนาจหน้าที่ดังกล่าวไปทั่วสังฆมณฑล เพราะการสถาปนาสมเด็จพระญาณสังวรฯ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชเป็นพระราชอำนาจเฉพาะของพระมหากษัตริย์ ที่ทรงถวายศักดิ์และสิทธิเฉพาะสมเด็จพระญาณสังวรฯ เท่านั้น บุคคลใดจะเอาสิทธิสมเด็จพระสังฆราชอันจำเพาะของสมเด็จพระญาณสังวรฯ ไปเป็นของตนหรือไปมอบให้ผู้อื่นมิได้”

ต่อมานายวิษณุ เครืองาม และพล.ต.ท.อุดม เจริญ ได้เปิดเผยว่า บริขารใดๆ ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ไม่มีผู้ใดนำไปใช้

บัดนี้ปรากฏชัดเจนว่า ในหนังสือแต่งตั้งสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดมกุฏกษัตริยาราม กทม. เป็นผู้รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต (ดังเอกสารแนบมาพร้อมนี้) มีการประทับพระตราตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชบนลายมือชื่อของสมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ) ซึ่งพระตราตำแหน่งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงถวายสมเด็จพระญาณสังวร เมื่อสถาปนาสมเด็จพระญาณสังวรขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ดังนั้นเฉพาะองค์สมเด็จพระสังฆราชเท่านั้นที่ทรงมีสิทธิ์ใช้หนังสือประกาศแต่งตั้งฯ ฉบับดังกล่าว เป็นเหตุให้เกิดความแคลงใจเป็นอย่างมาก เพื่อให้เกิดความชัดเจนแก่เหล่าพุทธบริษัท คณะสงฆ์ไทยมีความประสงค์ขอทราบความจริงจากผู้เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้

๑.การนำพระตราตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นพระตราประจำพระองค์ที่ได้รับถวายจากพระมหากษัตริย์เฉพาะองค์สมเด็จพระสังฆราช มาประทับประกอบลายมือชื่อของสมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ) ในหนังสือแต่งตั้งฯ ฉบับดังกล่าวนั้น มีเหตุผลอย่างไร

๒.พระตราตำแหน่งดังกล่าวเป็นพระตราตำแหน่งองค์จริงหรือไม่

คณะสงฆ์ไทยจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้นายวิษณุ เครืองาม และพล.ต.ท.อุดม เจริญ ชี้แจงต่อคณะสงฆ์ไทยและพุทธบริษัททั้งปวงตามข้อเรียกร้องดังกล่าวข้างต้น เพื่อมิให้เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยและเป็นการรักษาพระเกียรติยศของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ตามที่นายวิษณุ เครืองาม และ พล.ต.ท.อุดม เจริญ กล่าวอ้างอยู่เสมอว่า บริขารใดๆ ของสมเด็จพระสังฆราชฯ ไม่มีผู้ใดนำไปใช้

ทั้งนี้ขอให้ชี้แจงภายใน ๗ วันนับแต่วันที่คณะสงฆ์ไทยออกแถลงการณ์ฉบับนี้

จึงแถลงมาเพื่อกรุณาทราบโดยทั่วกัน

คณะสงฆ์ไทย

๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗

         ผู้กำกับ                 :       นี่ครับ หลักฐานการจัดตั้งผู้รักษาการเจ้าคณะหนใหญ่ธรรมยุต มีประทับตราแล้วก็มีลายเซ็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) และตรานี้อย่างที่อ่านถวายแล้วนะครับ เป็นเฉพาะสมเด็จพระสังฆราช แล้วเอามาใช้ได้ยังไง แล้วทั้งสองคน ดร.วิษณุ กับอุดม เจริญนี่ก็แถลงว่า บริขารใดๆ ไม่มีใครเอาไปใช้ นี่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของบริขารของสมเด็จพระสังฆราชเหมือนกัน

         หลวงตา        :       มันไม่ใช่ตราไม่ใช่เหรอ

         ผู้กำกับ                 :       เราถามไปแล้วครับว่าเป็นตราจริงหรือว่าไม่ใช่ ให้ตอบมา เอาไปใช้ได้อย่างไร เราถามไปสองข้อครับ

         หลวงตา        :       ได้ตอบหรือยังละนี่

         ผู้กำกับ                 :       เราพึ่งส่งไปถึงเขา เขาคงยังไม่ตอบง่ายๆ ละครับ

         หลวงตา        :       ตอบไม่ตอบก็ช่างเถอะ มันผิดมาแล้ว เด็กอมมือเขาก็รู้อย่างนี้น่ะ ตอบไม่ตอบมีปัญหาอะไร ชี้แจงให้รู้ความผิดของตัวเองต่างหาก เด็กอมมือเขาไม่ทำ ทำกันอย่างนี้ ว่าอย่างนี้

         ผู้กำกับ                 :       หลักฐานครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯถวายตราให้แด่พระญาณสังวร

         หลวงตา        :       อันนี้ท่านก็จริงมาแล้วตั้งแต่เรายังไม่ได้ดู ตั้งแต่วันขณะท่านประทับตราแล้ว อันนั้นมันปลอมมาแล้วตั้งแต่เริ่มประทับตราปลอมลงไป เป็นสมเด็จปลอม สังฆราชปลอม ปลอมทั้งหมดเลย เท่านั้นละให้เราตอบ นี่ละตอบภาษาธรรมตอบอย่างนี้เลย มีเท่านั้นเหรอ เราเหนื่อย

         ผู้กำกับ                 :       แล้วแต่หลวงตาจะมีอะไรเพิ่มเติม

         หลวงตา        :       ที่คณะสงฆ์ไทยออกนั้นก็ถูกต้องดีแล้ว ไม่มีที่ค้านเราก็ไม่ค้าน ถ้ามีที่ค้าน ค้านวันยังค่ำ ถ้ามีกำลังจะค้านนะ ก็มีเท่านั้นละ

         ผู้กำกับ                 :       ตามที่หนังสือพิมพ์ลง เขาเห็นความดีของพระป่าที่ได้ออกมาคัดค้านต้านทาน เกี่ยวกับภัยในการที่จะเอาทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาไป อันนี้ไปแจ้งให้พระท่านทราบในวันที่ ๓๐ ได้ไหมครับ แจ้งที่หน้าวัดเวลาท่านมาเยอะๆ ครับ ท่านจะได้ทราบเพราะบางองค์อาจจะไม่ทราบ ไม่มีหนังสือพิมพ์อ่านเพราะห้ามอ่าน

         หลวงตา        :       แจ้งจะเป็นอะไร ไม่ใช่แจ้งความไปหาจับพระป่ามาลงโทษนี่นะ อ่านได้ เพื่อให้โลกทราบข้อเท็จจริงทั่วถึงกัน ไม่เห็นมีอะไร

         ผู้กำกับ                 :       ท่านจะได้มีกำลังใจ อุตส่าห์ออกมาจากดงจากป่า

         หลวงตา        :       หมดแล้วนะ ทีนี้ให้พร อะไรๆ ก็หมดแล้ว หลวงตาบัวเป็นอรหันต์อวดอุตริมนุสธรรมก็เปิดเผยไปหมดแล้วใช่ไหม ให้เขามาค้าน ว่างั้น เอาจนกระทั่งถึงนิพพาน เอ้าค้านกันไป หลวงตาบัวจะตามฟังให้หมด ค้านตรงไหนว่าผิดไปๆ

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก