ตัวสำคัญอยู่เบื้องหลัง
วันที่ 28 พฤษภาคม 2547 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

ตัวสำคัญอยู่เบื้องหลัง

 

ผู้กำกับ มีข่าวจากหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย ครับ มีข้อความดังนี้

พระป่าจี้เปลี่ยนตัว “วิษณุ-เจริญ” ชี้ก่อภัยพระพุทธศาสนาซ้ำซาก

        เวลา ๑๑.๐๐น. วานนี้(๒๖ พ.ค.) คณะลูกศิษย์พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ประมาณ ๓๐ รูป/คน ประกอบด้วยแกนนำพระภิกษุสายวัดป่า เช่น พระครูอรรถกิจนันทคุณ หรือ พระนพดล นันทโน วัดป่าดอยลับงา จ.กำแพงเพชร พระสุชิน ปริปุณโณ วัดธรรมสถิต จ.ระยอง ฝ่ายฆราวาส มีนายทองก้อน วงศ์สมุทร เป็นแกนนำ เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอให้เปลี่ยนแปลงผู้กำกับดูแลและผู้บริหารกิจการพระพุทธศาสนาต่อ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกฯที่ทำเนียบรัฐบาล แต่เนื่องจากนายกฯติดภารกิจถวายการต้อนรับและถวายภัตตาหารเพลแด่พระประมุขสงฆ์ ๑๑ ประเทศ เจ้าหน้าที่จึงนิมนต์แกนนำพระภิกษุทั้ง ๑๐ รูปเข้าไปยังห้องรับรองส่วนบริการประชาชน โดยมีนายทศพล สุวรรณภิรมย์ ผอ.ส่วนบริการประชาชนเป็นผู้ออกมารับหนังสือดังกล่าว พร้อมกับรับปากว่าจะรีบนำเสนอถึง พล.ท. ปรีชา ธรรมรัตน์ เลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนจนถึงมือนายกฯต่อไป

         พระนพดล กล่าวว่า หนังสือที่นำมายื่นเป็นเรื่องที่ขอให้นายกฯพิจารณาเปลี่ยนแปลงตัวผู้กำกับดูแลกิจการพระพุทธศาสนา ๒ คน คือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กับพ.ต.ท. อุดม เจริญ ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งมีหลักฐานแนบมาด้วยคือ พระธรรมเทศนาของพระธรรมวิสุทธิมงคล สำเนาหนังสือที่อ้างถึง และแถลงการณ์คณะสงฆ์ไทยฉบับที่ ๓ เรื่องการคัดค้านการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา โดยเรียนให้ท่านนายกฯทราบว่า การทำหน้าที่ของบุคคลทั้ง ๒ ยังไม่เป็นไปโดยสงบเรียบร้อยดีงาม มิหนำซ้ำยังก่อเหตุให้เกิดภัยต่อพระพุทธศาสนาขึ้นมาอีก เช่น ขณะนี้กำลังเร่งรัดดำเนินการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา ซึ่งมีเนื้อหาที่ยึดอำนาจการจัดการศาสนสมบัติไปจากสงฆ์ มีลักษณะมุ่งแสวงหาประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ซึ่งอาจจะเสี่ยงต่อความเสียหาย และที่ผ่านมาการบริหารงานของบุคคลทั้ง ๒ เป็นเหตุให้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงในหมู่สงฆ์และพุทธศาสนิกชน นับตั้งแต่เรื่องร่าง พ.ร.บ. คณะสงฆ์ฉบับมหาคณิสสร ประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จนกระทั่งจะมาจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินฯ ซึ่งล้วนแต่เจตนาเป็นภัยต่อพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น

         พระนพดล กล่าวว่า การที่ต้องเดินทางมายื่นหนังสือด้วยตนเองครั้งนี้ ก็เนื่องจากที่ผ่านมาได้เคยมอบให้ผู้แทนที่เป็นฆราวาสเข้ามายื่นหนังสือมติสงฆ์หลายครั้ง แต่ไม่ถึงมือท่านนายกฯ และไม่เคยมีการตอบกลับว่าเรื่องที่ร้องเรียนไปนั้นได้ดำเนินการอย่างไรไปบ้าง และเนื่องจากเรื่องที่ยื่นในวันนี้ เป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงของพระพุทธศาสนา คณะสงฆ์จึงจำเป็นต้องเดินทางเข้ามายื่นด้วยตนเอง และจะจัดให้มีผู้แทนของสงฆ์ดำเนินการติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ต่อไป

         ส่วนคำถามที่ว่า หากติดตามแล้วไม่ได้รับคำตอบจะดำเนินการอย่างไรต่อไป พระครูอรรถกิจตอบว่า อาจจะต้องระดมจำนวนพระภิกษุ และคณะญาติโยมให้มากขึ้นๆ กว่าทุกครั้ง โดยพระภิกษุจะเดินทางมารวมตัวฟังผลอยู่ในสวนแสงธรรม ส่วนฝ่ายฆราวาสจะให้มาชุมนุมเพื่อรอฟังผลที่หน้าทำเนียบ

เนื้อหามีแค่นี้ครับ แต่เขาแนบเทศน์หลวงตาที่ถูกโจษว่าเป็นอาบัติปาราชิกไปด้วย ผู้เขียนได้กล่าวว่า นับสามตอนต่อจากนี้ไปจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ และจะเป็นคำตอบแก่พุทธศาสนิกชนได้เป็นอย่างดีที่สุด จากกรณีที่พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ผู้เป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์พระกรรมฐานสายวัดป่า(ธรรมยุต) กล่าวในการแสดงพระธรรมเทศนาหลายครั้งว่า ได้ถูกนายพลผู้เป็นใหญ่ในสำนักงานพระพุทธศาสนาโจษอาบัติปาราชิกว่า อวดอุตริมนุสธรรม ท่านผู้ชมทั้งหลายพึงใช้สติปัญญาพิจารณาพิจารณาธรรมต่อไปนี้ซึ่งแสดง ณ วัดป่าบ้านตาดเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๗

คราวนี้ก็นับว่าเป็นประวัติศาสตร์อันหนึ่งอีกเหมือนกัน คือเทศน์นี้ไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทยของเรานะ เวลานี้ออกเมืองนอก ทางอินเตอร์เน็ตออกทั่วโลก อย่างพูดเดี๋ยวนี้เขาฟังอยู่นู้นนะ สหรัฐ เขากำหนดเวลาของเราที่จะพูดตอนเช้า ทางนั้นเวลาเท่าไรเขากำหนดของเราให้ถูกต้องแล้วคอยฟัง เราไปเทศน์กรุงเทพก็เหมือนกัน ไปเทศน์ที่ไหนออกทั่วโลกๆ ตลอดเลย มันก็มีขบขันที่พูดให้ลูกศิษย์ลูกหาฟัง เรานี่เทศน์สอนโลกมา ๕๔ ปี ตั้งแต่โน้นแหละมา ตั้งแต่หลังวัดดอยธรรมเจดีย์มาแล้วนั้น ก็เป็น ๕๔-๕๕ ปีนี้มั้งที่เทศน์มาโดยตลอด เบื้องต้นก็เทศน์สอนพระอยู่ในป่าในเขา จากนั้นพระก็มากขึ้นๆ ประชาชนก็เกี่ยวข้องมากขึ้น พอดีความจำเป็นได้มาสร้างวัดป่าบ้านตาด เกี่ยวกับโยมแม่ไม่สบาย ได้มารักษาโยมแม่ เหตุที่จะสร้างวัดขึ้นมา เราไม่ได้ตั้งใจจะสร้างวัด แต่โยมแม่เป็นเหตุเหมือนกัน

โยมแม่นี้รู้สึกจะมีเกี่ยวโยงกันมาโดยลำดับ ตั้งแต่เราอยู่ห้วยทราย เราก็เปิดอกเสียเลย ทุกอย่างเปิดไปหมด มันนอกสมมุติไปแล้วธรรมชาตินี้ เราเอามาพูดในวงสมมุติต่างหาก จะปรับอาบัตินั้นอาบัตินี้อาบัติใด มันอยู่พื้นในสมมุติ เข้าใจไหม ธรรมชาตินั้นเลยไปหมดแล้ว ก็มาโดนเอาตรงนี้แหละ มหาภัยตรงกลางชาติไทยของเรานี้ มันกำลังขึ้นระบาดทุกแห่งทุกหน เที่ยวหลอกเที่ยวลวงเที่ยวต้มเที่ยวตุ๋นทุกแห่งทุกหน เขาขนของสมบัติเงินทองเข้าสู่คลังหลวงทั้งประเทศ พวกนี้มันจะไม่ฟังเสียง แม้ทองคำกิโลหนึ่งก็ไม่เคยมาให้ บาทหนึ่งก็ไม่เคยมาให้ ดอลลาร์หนึ่งดอลล์ก็ไม่เคยให้ มีแต่ทำลายท่าเดียว พวกนี้ทำลายตลอดๆ เวลานี้กำลังกระจายทั่วทุกทิศทุกทาง พวกเราทั้งหลายให้จำเอาไว้นะ

ออกทั้งใบปงใบปลิว แม้ที่สุดไปเทศน์ที่ไหน มันตั้งกองเป็นภัยเข้าไปกีดขวางที่นั่นที่นี่ทุกแห่งทุกหน โหย หยาบที่สุดเลย หลังจากนั้นมาแล้วก็มาสรุปความ ไปที่ไหนมันก็ไม่สำเร็จ ตั้งกองต้านทานกีดขวางเราที่ไหน ก็เหยียบไปๆ ตลอด พูดตรงๆ อย่างนี้แหละ มันตั้งป้อมสู้ตั้งแต่เริ่มแรกนะ สู้ที่ไหนเหยียบหัวไปเลยๆ ตลอด ถ้าเราสูงกว่าก็เหยียบไปเลย ตลอดมาจนกระทั่งวันมอบทองคำ เราเอาป้ายไปติดที่โรงใหญ่ๆ สวนอัมพร วันนั้นที่จะมอบ สมเด็จพระราชินีท่านก็เสด็จวันนั้น เจ้าฟ้าหญิงก็เสด็จ เราไปติดไว้ประกาศให้คนทราบมันไปเอาลง ทางนี้ไปว่าให้แล้วก็เอาขึ้นอีก ฟังซิมันไปกีดขวางขนาดนั้นละ พวกเปรตพวกผีพวกยักษ์พวกมาร พวกมหาภัยของชาติไทยเราอยู่ทั่วไป ให้พี่น้องทั้งหลายซึ่งเป็นเจ้าของของสมบัติของคนไทยทั้งชาติ ให้พากันพินิจพิจารณาทุกคนๆ อย่านอนใจ

คำพูดของเรานี้ออกเป็นธรรมล้วนๆ ว่ายังไงเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นใครถ้าอยากให้เมืองไทยของเราแน่นหนามั่นคงถาวรต่อไป ให้ฟังเสียงธรรมนะ เราช่วยชาติมานี้ตั้งแต่เราออกบวชเราไม่เคยเป็นภัยต่อผู้ใดตลอดมา มีแต่ทำคุณประโยชน์ มิหนำซ้ำเวลาออกเทศนาว่าการทั่วประเทศไทย เราทำแต่ประโยชน์ทั่วโลกทั่วสงสาร คำพูดของเราจึงเป็นอรรถเป็นธรรมล้วนๆ เลย ไม่มีคำว่าต้มตุ๋น เชื่อถือได้ตลอดมา จนกระทั่งโครงการตั้งขึ้นก็สำเร็จมาตามความมุ่งหมายของเราทุกประการ นี่มันก็ตีมาตลอดๆ จนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย สุดท้ายของเราก็ผ่านไปได้อย่างราบรื่นดีงามเรื่อยมา

เวลานี้ไม่มีจุดไหนแล้วมันก็เอาจุดนี้แหละ ว่าหลวงตาบัว นี่ไม่ใช่ผู้น้อยๆ นะ เป็น พล.ต.ท.อุดม เจริญ ไปทำงานอยู่ในสำนักพุทธศาสนา เขาส่งเข้าไปทำงาน ตัวสำคัญตัวมหาภัยของชาติของศาสนาส่งเข้าไปทำงาน มันก็สนุกเผาศาสนาละซีที่นี่ ก่อเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งแต่โน้นจนกระทั่งมหาคะนิดสงคณิสสร ชำระลงได้ๆ คราวนี้ขึ้นอย่างใหญ่หลวง ตั้งผู้อุปัฏฐากสมเด็จพระสังฆราช นี่ก็ฟัดกันเต็มเหนี่ยวเวลานี้ สุดท้ายก็มาเอาหลวงตาบัว คือผู้ใดที่เป็นผู้สำคัญอยู่ในแผ่นดินไทยที่จะช่วยชาติไทย มันจะไปเที่ยวหาตีไปหมด หายกโทษยกกรณ์โจมตีท่านั้นท่านี้

หลวงตาบัวก็กำลังถูกโจมตีอย่างใหญ่หลวง ว่าหลวงตาบัวไปอยู่ในป่าในเขา นี้เขาออกประกาศทางหนังสือพิมพ์ด้วยไม่ใช่หรือ (ออกเป็นหนังสือเวียนสั่งสำนักงานพุทธศาสนาทุกจังหวัด) เออ ออกจากมหาภัยนี่ ผู้ที่ทำงานในสำนักพุทธศาสนานี้ออกมาโจมตีเรา ว่าหลวงตาบัวอยู่ในป่าในเขาเป็นพระป่า ออกมาประกาศว่าสำเร็จพระอรหันต์ นี่อวดอุตริมนุสธรรม เป็นอาบัติปาราชิก บอกว่าหลวงตาบัวเป็นอาบัติปาราชิก ประกาศป้างๆ เราก็อดคิดไม่ได้อดพูดไม่ได้นะ เราก็เลยพูดหยอกเล่นกับลูกศิษย์เรา หลวงตาบัวนี่ ว่าอยู่ในป่าในเขาออกมาแล้วอวดอุตริมนุสธรรม ว่าเป็นอรหันต์ ปรับอาบัติปาราชิก ประกาศข้อที่หนึ่งนะ

จบแค่นี้ครับ ยังมีต่อวันหลัง

หลวงตา ยังมีต่ออีกนะยังไม่จบ วันนี้เลยยังไม่ลงสุดขีดนะ กำลังขึ้น ใครก็คอยฟังบั้งไฟกำลังขึ้น วันพรุ่งนี้ก็จะออกมา วันนี้เราก็สรุปเอาตามนี้เลย สรุปตามที่อ่านมาถึงแค่นี้ เราก็สรุปความเลย รวมทั้งหมดที่พวกนี้ตั้งต้นทำลายชาติมาตั้งแต่เริ่มตั้งรัฐบาลทีแรก ก่อกรรมก่อเวรจองล้างจองผลาญมาเรื่อยๆ ตั้งเรื่องนั้นขึ้นมาทำลาย ตั้งเรื่องนี้ขึ้นมาทำลายตลอดมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ มีตั้งแต่เรื่องเลวร้ายที่จะทำลายทั้งชาติทั้งศาสนาโดยถ่ายเดียวเท่านั้นไม่มีอย่างอื่น เราพิจารณาแล้วโดยธรรม มีตั้งแต่เรื่องพิษเรื่องภัย เรื่องมหาภัยต่อชาติต่อพุทธศาสนา ซึ่งเกี่ยวโยงกันอยู่ในเมืองไทยของเรานี้ มีสองเลิศ เลิศพระพุทธศาสนา เลิศเมืองไทยของเรา ที่ชาวไทยของเราอุ้มชูและเทิดทูนกราบไหว้บูชาตลอดมา นี้มันมาทำลายจุดนี้ๆ เวลานี้ นี่กำลังอ่านมาถึงนี้

ที่สุดก็ว่าหลวงตาบัวเป็นปาราชิก นี่ก็จะคอยฟังต่อไป หลวงตาบัวจะอธิบายเรื่องปาราชิกของหลวงตาบัวนะ มันยังไม่จบ นี้ยังเสียดายอยู่ อยากให้อ่านจบในวันนี้จะได้ขึ้นเวทีในวันนี้ ๕ โมงเย็นลงจากเวทีก็ลง ไม่ลงฟาดถึง ๖ ทุ่มก็ได้ ให้ถอยไม่มีถอย นี่ละมหาภัยของพี่น้องทั้งหลาย เวลานี้เที่ยวเกลี้ยเที่ยวกล่อมไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อจะทำลาย จะกลืนทั้งชาติทั้งศาสนา แล้วมันจะเอาอะไรมาเป็นใหญ่เป็นโตก็ไม่ทราบแหละ เราทราบเพียงคร่าวๆ เราไม่ได้อ่านชัดเจน ไอ้จมูกโด่งๆ เด่งๆ นั่นละมันจะมาเป็นพ่อเป็นแม่เป็นปู่ย่าตายายของมันมาเหยียบหัวมันแล้ว มันก็จะมาเหยียบหัวชาติศาสนาทั้งประเทศเรานี้ให้ฉิบหายล่มจมลงไป ด้วยความจองกรรมจองเวรของมันนี้ละ จำเอาไว้นะ นี่ตัวสำคัญอยู่เบื้องหลังของมัน เราทราบเพียงเท่านี้เราก็เอามาพูดเพียงเท่านี้

บรรดาผู้ที่มาเล่าให้ฟังนั้นเขาไม่ได้มาโกหก เราเชื่อตามคำนี้จึงมาพูดให้ฟัง เมืองไทยของเรานี้รู้สึกล่อแหลมต่ออันตรายมากทีเดียว คิดดูอย่างที่ว่านี่แหละ ประเทศไทยเราอุตส่าห์ขวนขวายหาสมบัติเงินทองเข้ามาสู่คลังหลวงของตนที่กำลังจะล่มจม เพราะพวกเปรตนี้ละมาทำลายให้ล่มจมนะ แล้วมันก็ยังเที่ยวตีไปหมดๆ จนกระทั่งสุดท้ายดังที่ว่านี่ ที่เอาป้ายไปติดไว้นั้นน่ะ มันก็ไปลากลง ทางนี้ก็ลากขึ้น ซัดกันอยู่งั้น สุดท้ายทูลกระหม่อมท่านมาเยี่ยม เอากันเลยเดี๋ยวนั้น ทูลทูลกระหม่อมให้ติดต่อไปทางทีวีช่อง ๕ เดี๋ยวนั้นเลย คือเรื่องที่เป็นเนื้อเป็นหนังจริงๆ อยู่ในเรื่องราวทั้งหลายนั้น มันมีแต่เรื่องของเปรตของผีเข้าแทรกๆ เข้าเป็นใหญ่เป็นโตในนั้นหมด เรื่องของเราจริงๆ ที่เป็นสาระอันสำคัญของชาติและศาสนาของเมืองไทยเราไม่ปรากฏ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องติดต่อทูลกระหม่อมให้ไปติดต่อทางโน้น โทรเดี๋ยวนั้นเลยนะ

พอได้ความว่าอันนี้มันเต็มหมดแล้วยังเหลือช่องว่างอันนี้ เอาช่องว่างนี้มา จะออกรายการต่อท้ายกันไป คือเรื่องของเราไม่มีเลย เรื่องที่สำคัญๆ ของทั้งชาติทั้งศาสนา ซึ่งเวลานั้นคนที่มาประชุมจำนวนเป็นแสนๆ ละมัง นี้มีความหมายอะไร ความหมายอันสำคัญอยู่ที่หนังสือที่จะออกมาแถลงในเวลานั้นเท่านั้น สิ่งเหล่านั้นคนเต็มโรงพิธีไม่เห็นมีความหมายอะไร พูดให้มันตรงๆ ตามอรรถตามธรรมตามหัวใจของเราที่พิจารณาเต็มหัวใจนี่แล้ว ไม่มีความหมาย ความหมายอันใหญ่หลวงอยู่ที่หนังสือแถลงอันนี้ ให้พี่น้องทั้งหลายทราบ เราพอได้ความแล้วก็เรียกให้คุณทองก้อนขึ้นมาเดี๋ยวนั้นเลย เอากันเดี๋ยวนั้น จึงได้อ่านประกาศ ที่อุตส่าห์พยายามของพี่น้องชาวไทยเราได้ช่วยกันมา ตั้งแต่ต้นจนถึงวาระนี้ อยู่ในหนังสือฉบับนี้หมดเลย

         จึงได้ออกอ่านให้พี่น้องทั้งหลายทั้งปวงทราบทีเดียว แล้วบรรดาพี่น้องชาวไทยเราทั้งนอกประเทศในประเทศ ต่างท่านต่างอนุโมทนาสาธุการมาในเรื่องราวของเราที่เข้าตามจุดหมายนี้ เรื่องสาระนี้จึงได้ออกให้พี่น้องชาวไทยได้ทราบ ไม่เช่นนั้นจะถูกพวกเปรตพวกผีมันปิดไว้หมดไม่ให้ออก มีหลวงตาบัวเท่านั้นโผล่ขึ้นกลางสนามรบนั่นเลย เห็นไหมมีไหมในประเทศไทยพระแบบหลวงตาบัว พระปาราชิกนี่ ขึ้นตรงกลางเลยอ่านให้พี่น้องทั้งหลายทราบ นี่ละเราไม่เคยมีคำว่ากล้าว่ากลัวกับสิ่งใดในโลกนี้ เราเทิดทูนเฉพาะอรรถเฉพาะธรรม นี่ได้นำธรรมมาพิจารณาได้เต็มสัดเต็มส่วนแล้วว่าจะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องชาวไทยเราทั้งประเทศเขตแดนทั้งเมืองนอกเมืองใน เข้าหาพุทธศาสนาของเรา

         เราจึงได้นำออกมาเทิดทูนให้พี่น้องทั้งหลายทราบ ความอุตส่าห์พยายามของตนที่เป็นมายังไง ๆ ถึงวาระที่ได้มาประกาศอยู่ในที่ชุมนุมชนจำนวนมากนี้ ได้อ่านให้พี่น้องชาวไทยเราทราบโดยทั่วถึงกัน สมเจตนามุ่งหมายของหลวงตาบัว ที่อุตส่าห์พยายามตะเกียกตะกายเพื่อพี่น้องชาวไทยเรามา พร้อมกับพี่น้องชาวไทยก็ต่างท่านต่างอุตส่าห์พยายามเต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้วก็มาถึงจุดหมายที่จะนำออกแสดงในความจงรักภักดี ความรักชาติรักศาสนาและความเสียสละของตนด้วยความพร้อมเพรียงกัน แล้วกลับจะไม่ออกมาเลยอย่างนี้เป็นไปไม่ได้ เราจึงได้ดึงออกมาทันที ให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบ นี่เรื่องราวเป็นอย่างนี้

         วันนั้นจึงได้อ่านในท่ามกลางคนจำนวนมาก ซึ่งไม่มีความหมายอะไรละคนจำนวนเหล่านั้น มีทั้งข้าศึกศัตรูเต็มอยู่ในวงงานนั้นใครจะทราบได้ไหมล่ะ แต่ที่อ่านนี้ไม่มีข้าศึกศัตรู ร้อยทั้งร้อย พันทั้งพันเปอร์เซ็นต์ไม่มีข้าศึกศัตรู มีแต่คุณมหาคุณทั้งนั้น เราจึงเอาอันนี้ออกอ่านให้ประชาชนทั้งหลายทราบ โดยให้คุณทองก้อนเป็นผู้แทนเป็นผู้นำ คุณทองก้อนนี้พวกเปรตพวกผีนี้คอยทำลายตลอด โจมตีทุกแบบทุกฉบับ พอควรฆ่าก็ฆ่า ทั้งหลวงตาบัวด้วย สองกษัตริย์นี่ละ กษัตริย์ก้อน กษัตริย์หลวงตาบัว เข้าใจไหม นี่ละถูกกีดถูกขวาง ถูกทำลาย พยายามที่จะทำลายทุกวิถีทางมา

         วันนั้นให้คุณทองก้อนขึ้นอ่าน เราเป็นผู้ขึ้นเอง เอ้าตายไปด้วยกันเพื่อชาติเพื่อศาสนาของเราไม่เป็นไร หลวงตาบัวตายแบบนี้ไม่เป็นไรละ ตามธรรมดาก็จะตายอยู่แล้ว จึงให้อ่านตามที่เราได้พิจารณาเรียบร้อยแล้วเต็มหัวใจเรา อ่านแล้วก็ภาคภูมิใจมากระทั่งบัดนี้ ไม่เห็นมีข้อต้องติอันใดในความดำริพินิจพิจารณาในใจของเราโดยอรรถโดยธรรมแล้ว สมบูรณ์แบบทุกอย่าง และสมความมุ่งมาดปรารถนาได้อ่านหนังสือนี้ออกให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วหน้ากันแล้ว ท่านทั้งหลายคงจะได้ทราบทั่วถึงกันละมัง ออกทางทีวีนะ วันนี้ยุติเพียงเท่านี้เสียก่อนนะ ไม่เอามาก วันหลังค่อยต่ออีก พอเท่านี้ก่อน

         และการพูดก็ต้องขออภัยจากบรรดาพี่น้องทั้งหลายด้วยนะ พูดหลงหน้าหลงหลัง ไม่เรียงลำดับลำดาของเนื้ออรรถเนื้อธรรมที่จะพูดนะ มันหลงหน้าหลงหลัง พอพูดไปมันตัดปุ๊บหายเงียบ แล้วก็มาพูดใหม่ ประโยคของเนื้ออรรถเนื้อธรรมหรือเนื้อความทั้งหลายจึงไม่ค่อยติดต่อกัน กรุณาทราบตามนี้ก็แล้วกัน แล้วขออภัยด้วยนะ มันหากเป็นของมันเอง พูดไปหลงลืมไปด้วย วกหน้าเวียนหลังอยู่นั่นละ

         โยมอินโดฯ    เมื่อคืนนี้หนูนั่งภาวนา ไม่รู้ตัวเลย เหมือนไปไหนก็ไม่รู้

         หลวงตา        เวลาภาวนาแล้วมันสงบเข้าไปเลยเหรอ มันหายเงียบเหรอ

         โยมอินโดฯ    หายเงียบ

         หลวงตา        อันนั้นละเรื่องวงสมมุติทั้งหลายที่เกี่ยวกับจิต ระโยงระยางรู้กัน มันถอนกระแสของตัวปุ๊บเข้ามาในนี้แล้ว ปล่อยไปทั้งหมด ไม่มีอะไรเลย เรียกว่าไม่รู้ตัวกับสิ่งเหล่านั้นแหละ แต่ธรรมชาติที่รู้อันนี้พูดไม่ถูก ละเอียดขนาดนั้นละ พอพูดอย่างนี้เราเข้าใจ เอาละถูกต้อง

         โยมอินโดฯ    ไม่ง่วงไม่อะไร แต่ไม่รู้ หายเงียบไปเลย

         หลวงตา        ทีนี้จากหายเงียบมาแล้ว หมดวาระของมันที่หายเงียบไปแล้วนั้นมันแสดงอะไรขึ้นมาอีกล่ะ ถึงมารู้

         โยมอินโดฯ    พอเลิกภาวนาแล้วมาเล่าให้หลวงตาฟัง ไม่รู้ว่าไปไหน หายเงียบไป

         หลวงตา        ถ้าเราเทียบทางโลกที่เข้าใจกันก็คือ เวลามันหลับสนิทนะ ไม่ฝันไม่อะไรเลย หายเงียบไปเลย มันไปไหนใครสงสัยกันไหม เวลามันหลับสนิทหายเงียบไปเลยใช่ไหมทุกคน เวลาจิตนี้เป็นอย่างนั้น แต่มันไม่แฉลบอย่างนี้ มันคล้ายกันอย่างนั้น แต่สำหรับผู้ที่ปฏิบัติอย่างนี้รู้อย่างนี้มันก็ไม่สงสัยกัน เหมือนเราต่างคนต่างนอนหลับสนิท พอตื่นขึ้นมาจึงรู้ว่า แหม เมื่อคืนนี้หลับสนิทดี คือหายเงียบไปเลย ไม่มีลูกมีหลาน ไม่มีเขามีเรา ตัวตนของเราก็ไม่มี อดีตอนาคตไม่มี เวลานั้นปล่อยหมดขณะที่หลับสนิท นั่นละเป็นเวลาที่มีความสุขที่สุด อันนี้จิตของเราเมื่อเทียบกันก็เป็นแบบนั้นละ เราเข้าใจ

         โยมอินโดฯ    ไม่ผิดใช่ไหมคะ

         หลวงตา        ผิดไม่ผิดก็ดูซิ ไม่ใช่คนบ้านี่ จะให้เรารับรองเราไม่รับรอง เราจะคอยฟังความเคลื่อนไหนของผู้ภาวนามาเล่าให้เราฟังเท่านั้น เรายังไม่ไปยืนยัน จะคอยพิจารณาจับดูอะไรผิดอะไรถูกเท่านั้นเอง อันนี้ผิดหรือถูกก็ให้พิจารณาไปอย่างนั้นละนะ เอาอย่างนั้นก่อน มียังไงก็มาพูดกันอีกเราจะฟัง เท่านั้นแหละ

        มีเท่าไรไหลซึมมาเรื่อยทองคำ จุดที่ว่างอยู่เป็นคี่อยู่เวลานี้ได้ถึงสามร้อยกว่ากิโลแล้วละ ยังขาดอยู่หกร้อยกว่ากิโลจะครบจำนวนหนึ่งพันกิโล แล้วก็เป็นหนึ่งตัน พอเป็นหนึ่งตันแล้วก็เรียกว่าคู่ เราก็มอบ เวลานี้ยังไม่มอบ จะค่อยไหลซึมเข้ามา ไม่กำหนดกฎเกณฑ์ว่าช้าว่าเร็วอะไร แต่ก็ควรทราบว่าเวลาพอสมควรคือเช่นไร คือที่เรายังไม่ตาย ใครจะทำจะบริจาคก็ให้ทำเสีย เข้าใจไหม เอาตรงจุดนี้ละ ทีนี้ให้พร

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก