เป็นคำพูดของพระเหรอ?
วันที่ 4 มิถุนายน 2547 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๗

เป็นคำพูดของพระเหรอ?

 

          (เรือนจำอำเภอพล จ.ขอนแก่น มากราบขอเมตตาสร้างโรงอาหารผู้ต้องขังหญิง วงเงิน ๓๒๐,๐๐๐ บาท) เอ้าทำได้ ลงมือได้เลย ที่ลาดยาวเวลานี้รวมแล้วไม่ต่ำกว่า ๓๕ ล้าน ที่บึงกาฬก็กำลังสร้าง เพียงเรือนจำเท่านั้นก็หลายสิบล้านแล้ว ไม่ใช่เล่น คือมันหาให้ไม่ทันนะเราก็ดี เพราะการเงินการทองร่อยหรอ หมดไปๆ มาทุกด้าน ยิ่งหนาแน่นขึ้นทุกวัน ทีนี้เงินเราก็ร่อยหรอลงทุกวัน เราไม่ได้เทศนาว่าการพอจะมีรายได้อย่างที่ว่าออกมาช่วยชาติ เวลานี้ก็ไม่มี แต่การขอไม่ลดหย่อน ขอมากขึ้นทุกที เต็มกำลังละ เรือนจำที่จำได้ อุดรนี่เยอะนะ หนองบัวลำภู บึงกาฬ สว่าง ลาดยาว เมืองพล ๖ แห่งนะ

โรงพยาบาลนี่พิลึก มาก เมื่อวานนี้ก็มา ๕ โรง มาเอาของจากโกดัง ให้เสมอกันหมด เวลาจะไปก็เติมน้ำมันให้ทุกคันรถๆ เราเคยเห็นเขาบรรทุกน้ำมันมาเต็ม เขาเรียกถังใหญ่ๆ มาเต็มรถ โธ้ อะไรมากมายนัก เต็มคันรถมามีแต่น้ำมันถังใหญ่ๆ เต็ม บอกว่าน้ำมัน น้ำมันอะไร น้ำมันรถนั่นแหละ เติมน้ำมันรถ โอ้โห มองดู

          มันมาสัมผัสเราจึงถาม ค่าน้ำมันเดือนหนึ่งจะหมดประมาณเท่าไร ประมาณห้าแสนกว่า นู่นน่ะไม่ใช่เล่น คือโรงไหนมาก็เติมน้ำมันให้หมดทุกโรง เดือนละห้าแสนกว่า อย่างนั้นแล้ว มันกินทุกแง่ทุกมุม หาให้ไม่ทัน วันนี้มีอะไรบ้างว่ามา เรื่องสกปรกเราฟังเราอ่านไปงั้นนะ มันสกปรกจริง ๆ เรื่องโลกนี่ จึงได้รู้ว่าโลกนี้สกปรกเอามากทีเดียว ฟังเรื่องไหนไม่มีเรื่องที่จะเป็นสิริมงคลนะ มีแต่เรื่องสกปรกโสมม เรื่องฟืนเรื่องไฟเผาไหม้กัน เราก็ทนเอา ฟังไป พอแก้ไขได้ ช่วยเหลือได้ขนาดไหนเราก็ช่วยเหลือไป อย่างนั้นแหละ เอ้าว่ามาซิเป็นยังไง

          ผู้กำกับ         อันนี้เป็นข้อความจาก วิจารณธรรม ของหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย ลงวันที่ ๔ มิถุนายน ๔๗ เขียนโดย ณ หนูแก้ว ขึ้นหัวข้อชื่อเรื่องว่า

 

“พบกาฝากปากเหม็นในงานวิสาขะ”

 

      เทศกาลส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชา ที่กรุงเทพมหานครร่วมกับส่วนราชการและภาคเอกชนได้ร่วมกันจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ณ มณฑลท้องสนามหลวง ได้บรรลุสมความมุ่งมาดปรารถนาแล้วทุกประการ งานวิสาขะปีนี้มีผู้คนเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่าทุกปี ซึ่งทุกคนทั้งพระภิกษุสามเณรและประชาชนทั่วไปต่างก็ได้รับสิ่งอันพึงปรารถนากันถ้วนหน้า บ้างก็ได้บุญกุศลจาการทำบุญปฏิบัติธรรม บ้างก็ได้รับความรู้ในเรื่องพุทธประวัติและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวพุทธ บ้างก็ได้ฟังเทศน์ฟังธรรมประดับสติปัญญา และบ้างก็ได้รับความปลาบปลื้มปีติกับบรรยากาศภายในงาน

          ส่วนตัวของผมเองนั้นก็นับเป็นอีกคนหนึ่งในหลายๆ คนที่เข้าไปตักตวงหาสิ่งอันพึงประสงค์ภายในงาน แต่ก็ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้พบปะเจอะเจอกับกาฝากพระศาสนาในคราบผ้าเหลือง

          กาฝากห่มเหลืองที่ผมบังเอิญได้พบปะ ได้ขึ้นไปปรากฏร่างอยู่บนเวทีอภิปรายภายในเต็นท์ของศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ขึ้นไปในนามผู้อภิปรายธรรมเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ ๒๙ พฤษภาคม ท่ามกลางสาธุชนผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังอย่างคับคั่ง

          แต่แรกก็ตั้งใจว่าจะได้รับความรู้ในเรื่องที่จรรโลง หรือสร้างเสริมพระพุทธศาสนา หรือข้อธรรมะที่จะเป็นประโยชน์ต่อจิตใจเป็นกำไรชีวิต แต่ที่ไหนได้ แทนที่จะได้ฟังธรรมะ กลับมาเป็นการได้ยินได้ฟังถ้อยคำติฉินนินทา กล่าวร้ายต่อพระคุณเจ้าพระเถระผู้ใหญ่จากปากของกาฝากห่มเหลืองผู้นั้น

          ร่างกายเมื่อดูแต่ภายนอกก็แสดงว่าเป็นพระ ชื่อเสียงเรียงนามก็มิใช่ว่าจะขี้แพ้ เห็นมีแต่คนเรียกขานว่าชนะๆ จริงแท้แน่แล้วชนะย่อมเป็นมาร !

          วาจาแต่ละคำที่เปล่งออกมาแทบจะหาสัมมาวาจาไม่ได้       ก็มีอย่างที่ไหนมาเที่ยวนั่งก่นด่าพระชั้นผู้ใหญ่ รุ่นปู่รุ่นทวดให้ญาติโยมฟังในเทศกาลงานส่งเสริมพระพุทธศาสนา

          ถึงแม้พยายามเลี่ยงกฎหมายไม่ใช้คำว่าหลวงตาพระมหาบัวตรงๆ แต่คนที่นั่งฟังก็ย่อมรู้ได้ดีว่าเขาตีความหมายถึงใคร คำว่าโครงการผ้าป่าช่วยชาติ จัดทอดผ้าป่ามาตั้ง ๖ ปี ปิดโครงการไปแล้วก็ยังไม่ปิดบัญชี คำเหล่านี้จะให้หมายถึงใครหากไม่ใช่หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ผู้เป็นพ่อแม่ครูอาจารย์ใหญ่ของพระภิกษุกัมมัฏฐานสายวัดป่า

      ซ้ำยังกล่าวพาดพิงไปถึงคุณทองก้อนผู้เป็นลูกศิษย์ของหลวงตา พร้อมกับปลุกระดมให้บรรดาญาติโยมผู้นั่งรับฟังให้เกิดความเกลียดชัง

          เสียงตอบรับด้วยการปรบมือดังลั่นกระหึ่ม

          แม่ง.. มาบรรยายธรรมในงานส่งเสริมพระพุทธศาสนา หรือว่ามาปลุกระดมมวลชน มีแต่สร้างความแตกสามัคคีในหมู่พุทธบริษัทล้วนๆ ไม่รู้ว่าผุดมาจากนรกขุมไหน

          หลวงตา        ขุมไหน ขุมโคตรพ่อโคตรแม่มึงพาตกนั่นแหละ เอ้าว่าไป

          ผู้กำกับ         ช่างไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย พับผ่า !!เป็นพระมาได้ไงถึงไม่รู้จักความอาวุโสภันเต ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่รู้พรรษามากหรือน้อย ไม่รู้จักรักษาสมณจริยวัตร ไม่รู้จักรักษาศีลของตนให้ปกติ ไม่รู้จักแยกแยะเลยว่า ที่นี่เป็นงานรำลึกสักการะบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นพระศาสดาของตนเอง ใช้วาจาสามหาวโจมตีกองผ้าป่าช่วยชาติ ที่หนุนคนทั้งชาติให้รอดพ้นจากพันธนาการหนี้สินต่างชาติ เท่านั้นยังไม่พอ ยังจะกล่าวติฉินนินทาไปถึงพระอาจารย์สายวัดป่าทั้ง ๑๐ รูป ที่ออกมาแสดงการระงับยับยั้งการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา(องค์การมหาชน) ที่ส่อแววว่าจะโอนทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาทั้งหมด ให้ไปเป็นสมบัติของเอกชน

          ใช้ลิ้นเชลียร์ (เลีย) หน้าแข้งประธานคณะกรรมการอย่างไร้ยางอาย เฉไฉไปว่าการออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินฯนั้น ยังต้องใช้เวลาอีกนาน ซึ่งขณะนี้เพียงอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางความเป็นไปได้เท่านั้น

      ปลิ้นปลอกหลอกลวงประชาชนชัดๆ !

          ลองไปขอดูความคืบหน้าการจัดตั้ง สำนักงานฮุบทรัพย์สมบัติพระศาสนาบ้างซิว่า เขาดำเนินการยกร่างจนเสร็จเรียบร้อยไปตั้งนานแล้วจริงหรือไม่ ถ้าหาดูที่ไหนไม่ได้ ขอบอกให้เอาบุญ ให้ไปขอดูได้ที่ท่านเจ้าคุณพระราชกวี เลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ

          ภิกษุพูดกล่าวโทษท่านต่อหน้าผู้อื่น ผู้บ่นว่าก็ดี อย่างนี้เรียกว่าโพนทะนา เป็นการพูดตำหนิท่าน ภิกษุนั้นต้องอาบัติ ถ้าโพนทะนาต่อหน้าอุปสัมบัน ต้องปาจิตตีย์ ถ้าต่อหน้าอนุปสัมบัน ภิกษุนั้นต้องทุกกฏ !

          หลวงตา        ไปทำอะไรถึงต้องอาบัติล่ะ

          ผู้กำกับ         พูดกล่าวโทษผู้อื่นต่อหน้า ตามที่เขาเขียนนี่ครับ

          หลวงตา        ว่าเป็นอาบัติปาจิตตีย์ อาบัติทุกกฏเหรอ อันนี้มันเลยอาบัติปาจิตตีย์ อาบัติทุกกฏไปแล้ว มันลงมหานรกแล้วนั่นน่ะ ไปวินิจฉัยอะไรปาจิตตีย์ทุกกฏ นู่นไปค้นหาในก้นนรกนู่น เอาละต่อไป

          ผู้กำกับ         ที่หลวงตากล่าว เขาก็สรุปสุดท้ายนี่ครับ ถ้าเป็นกาฝากแฝงมาในคราบผ้าเหลืองก็ต้องตกนรกสถานเดียว !!

          หลวงตา        อาบัติปาจิตตีย์ทุกกฏไม่มีความหมาย ว่างั้นซิ ก็เราไม่มีอะไรกับใคร เราสนุกพูดได้สบาย หมดแล้วเหรอ (ครับ)

          นี่ละฟังเอาพี่น้องนะ เขาโจมตีคนทั้งชาติ ศาสนาของพระพุทธเจ้าทั้งองค์ที่ขึ้นในเวทีนี่ พวกนี้พวกเปรตพวกผี พวกยักษ์พวกมาร พวกทำลายชาติและศาสนา ขึ้นไปโจมตีคนที่ตนไม่ชอบใจ ที่เห็นว่าเป็นข้าศึกต่อตนเองนั่นแหละ คือตนเองเป็นเทวทัต อะไรมาผ่านเทวทัตไม่ได้ ว่างั้นเถอะ และก็โจมตีอันนี้ พวกนี้โจมตีเรื่องใหญ่โตเสียด้วยนะ เรื่องชาติเรื่องศาสนาเป็นเรื่องใหญ่โตที่ชาติไทยเราเทิดทูนมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เกิดก็เกิดท่ามกลางชาติไทย พุทธศาสนาอยู่ในท่ามกลางชาติไทยที่กราบไหว้บูชา  เป็นขวัญตาขวัญใจมาตลอดจนกระทั่งปัจจุบันนี้ในชาวพุทธของเรา ในเมืองไทยนี้นะ

          นี่มันมาโจมตีได้อย่างไม่อาย ยางอายไม่มีเลย และไปโจมตีในสนามหลวง ที่ชุมนุมชนมากๆ นึกว่าเขาจะเห็นอย่างตัวเองนั้น คนเขาเห็นก็เห็นแต่พวกของมันนั่นแหละ ไม่ใช่พวกของมันไม่มีใครเห็นด้วย เพราะชาติไทยใครก็เป็นไทย แล้วใครก็รักสงวนชาติของตนเอง พ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นคนไทยทั้งนั้นรักสงวนไปหมด แล้วมันมาโจมตีเอาไฟเผาทั้งพ่อทั้งแม่ ทั้งลูกทั้งหลานที่เป็นชาติไทยให้ฉิบหายวายปวงลงต่อหน้าต่อตาคนจำนวนมากในสนามหลวง เป็นบาปเป็นกรรมอะไร อย่าพูดที่ว่าอาบัติปาจิตตีย์ อาบัติทุกกฏ ไปค้นหาดูในนรกนู่น บัญชีเขาจะมีอยู่ในนรก

          จากนั้นก็โจมตีพุทธศาสนาเข้าไปอีก พุทธศาสนาคืออะไร เวลานี้กำลังจะไปกอบโกยเอาพุงของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่าศาสนสมบัตินั้นออกไปถลุงกัน เป็นเรื่องของประชาชน เรียกว่ามหาโจรประชาชน เข้าไปกอบโกยอันนั้น ถูกทางนี้ตีต้อนไว้เวลานี้ จะทำอะไรตะกี้นี้ เขาจะประกาศอะไร (เขามาว่าพระป่า ๑๐ รูป ที่ไปคัดค้านไม่ให้จัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา เอาไปเป็นของเอกชน) มีแต่พระป่าทั้งนั้นออกไปต้านทานไว้เพื่อชาติเพื่อศาสนาเวลานี้

          นี่กำลังเข้าเรื่องศาสนา นี่ก็พระป่าก็ออกมาเพราะไม่ถูกต้องตามหลักธรรมหลักวินัย ท่านจึงต้องไปคัดค้าน เพราะท่านเรียนธรรมเรียนวินัย ปฏิบัติตามธรรมตามวินัยตลอดเวลา แต่เราเป็นผู้ทำลายทั้งชาติศาสนารวมทั้งธรรมวินัยด้วยโดยถ่ายเดียว เมื่อสมบัติที่มีเจ้าของทำไมเจ้าของจะไม่คัดค้าน พระสงฆ์ทั้งมวลท่านเป็นเจ้าของของพุทธศาสนา ท่านรักท่านสงวนมากและเป็นเจ้าของของชาติไทยด้วย ท่านมีความรักความสงวนเสมอกัน เราเป็นผู้ทำลายจะไม่ให้ท่านต่อต้านยังไง

          ไอ้ที่วอก ๆ อยู่ในสนามหลวงตัวนี้แหละตัวทำลาย ปากเดียวนี่หวังจะทำลายคนทั้งชาติทั้งศาสนาให้จมไปด้วยปากเดียวกาฝาก พระกาฝาก ตัวนี้เองตัวสำคัญมาก  ไปที่ไหนคำว่าศีลว่าธรรมไม่มีในคำพูดคำจา มีแต่เรื่องนรกจกเปรตทั้งนั้นๆ จะให้ใครฟังได้เชื่อถือได้ แม้ไอ้ปุ๊กกี้ไอ้หยองมันก็ไม่ฟัง เราพูดตรงๆ มันไม่ฟังจริงๆ ฟังแต่เจ้าของมัน ให้ข้าวต้มขนม เช่นอินโดนีเซียเขาเคยให้ขนมมัน มันรักคนนั้น มันไม่รักคนโจมตีชาติโจมตีศาสนาให้ล่มจม ไม่มีรัก ถ้าเป็นธรรมดามันจะไล่กัดเอาตกเวทีไปนู่นแล้ว เข้าใจเหรอ นี่สลดสังเวช

          เพราะฉะนั้นเราจึงว่าไม่อยากฟังเรื่องโลก สกปรกมากทีเดียว ไอ้เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องฟืนเรื่องไฟเผาไหม้ชาติเผาไหม้ศาสนาของตัวเองทั้งนั้นๆ จากวาทะที่ว่าแหลมคมนะ นี่มันคมแบบไหนท่านทั้งหลายฟังเอาเสีย หูมีทุกคน ปากเขามี หูเรามี ใจเรามี ใจเขามี เอามาเทียบเคียง เหตุดีชั่วมีเอามาเทียบเคียงกัน เป็นยังไงคำพูดเช่นนี้เป็นคำพูดของพระเหรอ ออกมาแสดงอย่างนี้ ไม่ใช่เรื่องคำพูดของพระ คำพูดของพระต้องพูดตามกฎตามเกณฑ์ ตามหลักความจริง ว่าไปตามความจริง อันนี้หาความจริงที่ไหนได้

          ที่ว่าช่วยชาติมาได้ ๖ ปี ว่าปิดบัญชีแล้วยังไม่ปิด ว่างั้น ไม่ได้ปิด ไปโกยเอาเงินพ่อเงินแม่มันผู้ใดละ หลวงตาบัวเป็นหัวหน้านำพี่น้องทั้งหลายให้ขึ้นจากที่ล่มจมนี่ถึง ๖ ปีแล้ว ว่าปิดบัญชีแล้ว ก็เมื่อมีผู้มาให้หลวงตาเอาวันยังค่ำ โคตรมันมาให้หลวงตาบัวก็จะเอา ถ้าไม่ทราบว่าเป็นโคตรของมันนะ ถ้าเป็นโคตรของมันหลวงตาบัวไม่เอา สตางค์หนึ่งก็ไม่เอา ฟาดลงทะเลเลย เราจะเอาแต่ของพี่น้องชาวไทยที่รักชาติรักศาสนานี่เท่านั้น ไว้เทิดทูนชาติศาสนาของเรา เงินจำนวนเหล่านั้นมันเป็นฟืนเป็นไฟ ถ้าเอากับมันแล้วมันจะมาเผาชาติเผาศาสนาของเรา เราจึงไม่ยอมเอาแหละถ้าโคตรพวกนี้นะ พากันจำทุกคน นี่โต้ตอบกันฟังให้ดี

          นี่ละเทวทัตเกิดขึ้นทุกแห่งทุกหนเวลานี้ ท่านทั้งหลายนอนใจได้เหรอ อย่างโจ่งแจ้ง อย่างหน้าด้าน อย่างไม่มีเหตุมีผลอะไรด้วยเลย นี่กำลังตีเข้าทุกแห่งทุกหน พวกนี้พวกหน้าด้านที่สุด ให้พากันเข้าใจ วันนี้พูดเพียงเท่านี้ ให้ไปพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งคำที่เขาออกทางเวทีสนามหลวง ทั้งออกที่เวทีที่วัดป่าบ้านตาด เอาไปเทียบกัน เอาละเอาแค่นั้นก่อน พูดแล้วมันโมโหนะ แต่มันไม่มีอะไรโมโหมันก็โมโหได้เรา

          (ถวายทองครับ) นั่นโครงการปิดแล้วไม่ยอมปิด ก็เขาเอามาให้อยู่นี่น่ะ เราก็ต้องเอาละซี ผิดที่ตรงไหนให้ยกโคตรยกแซ่มันมาฟ้องเรา เราหาเหล่านี้เราหาเพื่อชาติของเรา โคตรไหนมันมาเป็นข้าศึกต่อชาติ โคตรนี้มันอยู่ในเมืองไทยหรือเปล่า ถ้ามันอยู่ในเมืองไทยมันก็เป็นคนไทย มันมาโจมตีคนไทยหาผลหาประโยชน์อะไร นี่โคตรบัดซบเข้าใจไหม เอ้ามันก็ต้องอย่างนั้นซิ เวลาหนักก็หนักบ้าง หนักเป็นธรรมไม่มีอะไร เหมือนเขาถากไม้ที่ไหนมันคดมันงดถากแรง ๆ ที่ไหนเรียบ ๆ แล้วก็ถากเรียบ ๆ ที่ไหนคดงอมากถากให้มันเรียบ ๆ อันนี้ก็เหมือนกัน บัดซบคือถากหนักมือให้มันเรียบ ๆ เข้าใจไหม ชาติไทยของเราจะได้สงบ หมายความว่างั้น

          (หลวงตากล่าวอย่างนี้พวกนู้นหาก็ว่าหลวงตาโมโห ความจริงหลวงตาจะให้คติธรรมแก่ลูกศิษย์) ว่าก็ให้เขายกโคตรมาว่าซี ก็เรามีโคตรทุกคนเราไปกลัวทำไมใช่ไหม โคตรเขากับโคตรเรามีเท่ากัน ฟัดกันได้วันยังค่ำ ใครหมดกำลังก็นอนเสียก่อนแล้วมาฟัดกันใหม่ ถ้าจะเรียนวิชาหมานะ ถ้าวิชาคนยอมรับเหตุผลกันยุติทันที แน่ะก็เท่านั้นเอง ถ้าภาษาโลกเขาก็เรียกว่า หลวงตานี้รับเคราะห์รับกรรม แต่รับเพื่อพี่น้องทั้งหลาย เขาจะว่าอะไรเรารับได้ทั้งนั้น รับเพื่อชาติเพื่อศาสนาของเรา เราไม่ได้รับเพื่ออะไร ไม่รับเพื่อความเสียหาย รับเพื่อความอุดหนุนชาติศาสนาของเราให้เจริญรุ่งเรือง ซึ่งเวลานี้เข้ามาทุกด้านนะ ชาติก็เข้า ศาสนาก็เข้า ก็พวกเดียวกันนี้แหละ พวกนี้พวกทำลาย

          เราสงสารตั้งแต่พระกรรมฐานของเรานั่นละ แต่ก่อนท่านอยู่ที่สงบสงัด ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย แต่เวลาบ้านเมืองจะถูกฟืนถูกไฟ ศาสนาจะถูกฟืนถูกไฟเผาไหม้ ท่านก็ต้องออกมาช่วยดับ นี่ประชุมกันกี่ครั้งๆ นี้ช่วยดับไฟทั้งนั้น ก็สงบลงๆ เพราะน้ำเป็นน้ำที่ถูกต้องดีงามสมควรแก่การดับไฟ ซึ่งหาเหตุผลไม่ได้ไฟไปเผาเรื่อย น้ำนี่สาดลงก็สงบๆ นี่มันก็ขึ้นเรื่อยๆ ท่านถึงได้ออกมาพระ ตามธรรมดาท่านจะออกมาหาอะไร ก็เพราะท่านเห็นชาติมีคุณค่า ศาสนามีคุณค่ามหาศาลนั้นเอง ท่านถึงอุตส่าห์ออกมา

          ในระยะนี้พระกรรมฐานจึงไม่ค่อยสะดวกสบายนัก เดี๋ยวก็ประชุมที่นั่น เดี๋ยวประชุมที่นี่ เมื่อวันที่ ๗ ก็ประชุมที่รัตนโกสินทร์ อันนี้ก็เรื่องที่จะมาโกยเอาศาสนสมบัติ  เรียกว่าพุงของพระพุทธเจ้า ออกไปถลุงกันด้วยเรื่องของประชาชน ไม่ใช่เรื่องของศาสนา ท่านก็มาตีปากเอาไว้ อย่ายุ่งความหมายว่างั้น มันเป็นอย่างนี้นะพวกนี้ แหม อยู่ไม่เป็นสุขนะ เดี๋ยวจุดนั้นเดี๋ยวเผานี้ ดูซิเขาช่วยชาติกันทั้งประเทศมันยังหาเผาตลอดเวลา นี่ ๖ ปีแล้วหยุดโครงการก็ยังไม่ยอมหยุด นั่นเห็นไหม ตามเผาไปเรื่อย ไม่หยุดก็ไปหาเอาสมบัติเงินทองของโคตรพ่อโคตรแม่มึงมาจากที่ไหน หาเอาจากพี่น้องชาวไทยที่รักชาติและรักความเสียสละต่างหาก ช่วยกันเวลานี้ ไม่ได้ไปหาเอาโคตรแซ่ใดที่เป็นฟืนเป็นไฟนะ เข้าใจไหมล่ะ มันกำลังเผา อย่านอนใจนะ

          หลวงตาบัวตายไปแล้วก็ให้เดินอย่างนี้ เดินอย่างหลวงตาพาเดิน อ่อนแอไม่ได้จม ชาติจม ศาสนาจม เพราะพวกนี้เป็นเพชฌฆาตจะสังหารทั้งชาติทั้งศาสนาให้ไปด้วยกัน แล้วก็เอาไอ้จมูกโด่งๆ เข้ามาเป็นนายเหนือหัวมัน มันก็เอาตีนมันเหยียบหัวชาติศาสนาไทยของเราให้แหลกเป็นชั้น ๆ ลงไป จำให้ดีคำนี้ จำให้ดีนะ หลวงตาบัวตายแล้วให้จำวิธีดำเนินที่หลวงตาพาดำเนินมานี้ไม่ผิด ถูกต้องทุกอย่างเลย เอาละไปละนะ

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก