ได้ทอง ๑๐ ตันแล้วหยุด
วันที่ 15 กันยายน 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ได้ทอง ๑๐ ตันแล้วหยุด

ผ้าป่าที่สถาบันราชภัฏอุดร เมื่อวันที่ ๑๔ ทองคำได้ ๑ กิโล ๑๔ บาท ๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑,๑๓๓ ดอลล์ เงินสดได้ ๖๑๗,๔๖๗ บาท สรุปทองคำเมื่อวานได้ ๑ กิโล ๑๙ บาท ๖๐ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑,๓๐๘ รวมทองคำทั้งหมด ทั้งที่มอบแล้วและยังไม่ได้มอบเป็นทองคำ ๕,๒๖๗ กิโลครึ่ง กฐิน ๘๔,๐๐๐ กอง ทองคำได้ ๖๖๐ กอง เท่ากับน้ำหนัก ๒ กิโล ๓๔ บาท เงินสดได้ ๒,๘๙๙ กอง เท่ากับเงินสด ๔,๖๓๘,๔๐๐ บาท เช็คได้ ๔๗๗ กอง เท่ากับเงินสด ๗๖๓,๒๒๗ บาท กฐินทองคำ ๘๔,๐๐๐ กอง เวลานี้ได้แล้ว ๔,๐๓๔ กอง ยังขาดอยู่อีก ๗๙,๙๖๔ กอง

งานธนาคารชาติเราซึ่งเป็นงานของแผ่นดินไทยนี้ เป็นงานใหญ่โตอยู่มากทีเดียว งานแผ่นดินไทย งานคลังหลวงของเรา อยู่ที่ธนาคารชาตินั้นแหละ กำหนดไว้ค่อนข้างตายตัวจะได้มอบทองคำพร้อมในวันนั้น ให้พิจารณาปรึกษาหารือกันเสียก่อนกับทางธนาคารชาติ แต่ทองคำเราค่อนข้างแน่แล้วเวลานี้ว่าจะพอ เฉพาะที่อยู่ที่นี่ดูเหมือน ๒๖๕ กิโลแล้ว แล้วทองคำกฐิน ๘๔,๐๐๐ กองได้ ๓๒๐ กิโล กับ ๒๖๕ นี้ก็ ๕๐๐ กว่าแล้ว คือเวลาเราจะมอบนี้เรากะว่าจะมอบ ๕๐๐ กิโล จึงค่อนข้างแน่ใจแล้ว ควรจะได้มอบให้เป็นสิริมงคลแก่ชาติไทยของเราในคราวนี้ เพราะนี้เป็นธนาคารชาติด้วย แล้วคลังหลวงของเราที่เกิดยุ่งใหญ่มาพึ่งสงบนี้ก็อยู่ที่นี้ด้วย อยู่ธนาคารชาติที่ว่าคลังหลวง ๆ ก็อยู่ที่นั่น คราวนี้จะนิมนต์พระมาจำนวนมากอยู่นะ อันนี้ทางโน้นมอบให้เราเลย ให้เราเป็นผู้จัดการนิมนต์พระ จะเอาใครให้เป็นตามอัธยาศัยของเรา

พระนี้เราจะเอาพระกรรมฐานล้วน ๆ มา เราเป็นคนสั่งเอง พระกรรมฐานตามวัดต่าง ๆ ในป่าในเขากะว่า ๖๑ องค์ งานครบรอบ ๖๐ ปี เราเลยเผื่อไว้องค์หนึ่ง เป็น ๖๑ องค์ กะไว้เรียบร้อยแล้วการนิมนต์พระวัดต่าง ๆ ก็คงจะได้วัดละองค์ ๆ เท่านั้น เพราะวัดป่ามีอยู่เยอะ เราจะนิมนต์ตามวัดป่าต่าง ๆ ในกรุงเทพก็มีสมเด็จอะไรวัดชนะสงคราม (สมเด็จพระธรรมธีราจารย์ ครับ) เออ ท่านเป็นธรรมมากทีเดียว เราได้ชมเชยไปหาท่าน ดูเหมือนออกทางวิทยุด้วย นี่องค์หนึ่งเราจะนิมนต์ท่านมา ความดีของท่านจะได้เด่นขึ้นในวันนั้นอีกทีหนึ่ง เราเป็นผู้ยกยอเอง เรานิมนต์ก็นิมนต์เป็นกรณีพิเศษอีกด้วยนะ พิเศษทุกอย่างถ้าว่าพิเศษแล้ว นิมนต์ท่านมาในงาน นอกนั้นก็เป็นพระกรรมฐานทั้งหมด

ใครจะมาตำหนิติเตียนอะไรก็ให้มาเลย เพราะเราเป็นผู้ออกสนามนิมนต์พระเอง ทางนู้นก็มอบให้เราเลย เราเป็นผู้รับภาระทั้งหมด จะนิมนต์พระวัดต่าง ๆ มานี้ ไม่ว่าธรรมยุต มหานิกาย เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเราจะเอามาทั้งนั้น คำว่ามหานิกายนี้หมายถึงฝ่ายกรรมฐาน แล้วฝ่ายกรรมฐานนี้เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นทั้งนั้น อย่างวัดอาจารย์ชาก็ลูกศิษย์หลวงปู่มั่นทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นเราถึงได้นิมนต์มาจากที่ต่าง ๆ แล้วก็รวมมาทางนี้เข้าเป็น ๖๑ องค์ ดูว่ามีทอดผ้าป่าด้วยหรือว่าไง (ครับหลวงตามอบทอง แล้วทางนู้นจัดทอดผ้าป่าช่วยชาติ) ได้ยินผู้ว่าการธนาคารชาติพูดว่าจะติดต่อไปทางธนาคารต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องทองคำอะไรเหล่านี้ วันนั้นคงจะมีผ้าป่าบ้างก็อาจเป็นได้นะ

เมื่อวานนี้ก็ไปเทศน์ที่ราชภัฏอุดรฯ บ่าย ๓ โมง เทศน์ธรรมดาดูไม่มีอะไรกระจาย ดูไม่มีถ่ายทอดสดนะ เป็นธรรมดา ที่ผ่านมานี้เทศน์อยู่กรุงเทพก็มีกรมประชาสัมพันธ์ อันนั้นถ่ายทอดสดด้วย ออกทางวิทยุด้วย เพราะหัวหน้าใหญ่ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ จัดการเกี่ยวกับเรื่องทีวงทีวี วิทยุได้หมด วันนั้นดูออกทางวิทยุด้วย ถ่ายทอดสดด้วย ดูว่าวันที่ ๗ สิงหา มัง)

ทองคำเราก็ก้าวเรื่อย ทีนี้มีแต่จะเร่งเครื่อง ทองคำเราขีดเส้นตายไว้เลย เมืองไทยเราอย่างน้อย ๖๒ ล้านคน เรียกว่าขีดเส้นตายในทองคำจำนวน ๑๐ ตัน ถ้าไม่ได้ ๑๐ ตัน คอหลวงตาบัวต้องขาด เพราะเวลานี้หลวงตาได้ก้าวขึ้นสู่เวทีแล้ว ต่อกรกันกับทองคำ ๑๐ ตัน ฟาดให้ความจนตกลงทะเล เอาทองคำ ๑๐ ตันโยนตูมเดียว ความจนตกทะเลเลย เพราะฉะนั้นพี่น้องทั้งหลายเอาให้ความจนตกทะเลนะ เวลานี้กำลังเร่งเครื่องแล้ว เริ่มเร่งแล้วเร่งเครื่องเรื่อย ๆ ระยะนี้เราเร่งทางกฐินเสียก่อน เป็นระยะ ๆ เร่งใหญ่ก็คือว่าทองคำเราให้ได้ ๑๐ ตัน คราวนี้เป็นหมัดเด็ดของหลวงตา พอถึงนั้นแล้วมันล้มเอง

คือเวลานี้ธาตุขันธ์ของเรามันไม่เอาไหนแล้วแหละ เทศน์ก็หลงหน้าหลงหลัง อย่างไปเทศน์เมื่อวานก็หลง พูดไปความหลงลืมมันตัดปุ๊บหายเงียบ แล้วเงื่อนก็ไม่ต่อกัน เทศน์ไปรู้อยู่เมื่อวาน อย่างนั้นละนับวันมันจะหนักเรื่องความจำ แต่ก่อนไม่เป็น เทศน์อะไรก็สืบต่อสืบเนื่องเรื่อย ๆ เพราะความจำจับติด ๆ เป็นธรรมชาติของมัน เวลานี้ความจำเสื่อมมากแล้ว เทศน์ที่ไหนมีแต่หลงลืมๆ อย่างเมื่อวานก็มีไม่มากนักแต่ให้ขาดความนะ ถ้าความจำหลงลืมปั๊บตรงไหน เรียกว่าขาดถ้อยขาดคำไปแหละ เรื่องราวไม่ค่อยสืบต่อกัน เมื่อวานนี้ก็เป็น

จะทำยังไงมันก็ขนาดนี้แล้ว ร่างกายท่านทั้งหลายก็ดูเอาซิ อายุ ๙๐ กำลังก้าวเข้ามาได้ ๑ เดือนกับ ๓ วันแล้ว แล้วบวชมาก็ ๖๘ ปีกับ ๔ เดือน เรื่องของความรู้ความเห็นความคิดความอ่านของจิตใจนี้ ที่เคยเป็นโลกมาโดยหลักธรรมชาติของเขาของเรานะ พอก้าวเข้าบวชในวันนั้นก็พลิกปุ๊บเลยเทียว นำมาใช้ตั้งแต่ด้านธรรมะตั้งแต่วันบวชมา เรียกว่าใช้ธรรมะล้วน ๆ แม้จะเล็ดลอดออกไปไหนก็ไม่พ้นที่จะตามตีตามต้อนเข้ามาสู่กรอบของศีลของธรรมตลอดเวลาไป ตั้งแต่วันนั้นมา ๖๘ ปี กับ ๔ เดือน นี่เรียกว่ารักษาศีลรักษาธรรมตลอดมาเลย เฉพาะอย่างยิ่งศีลเป็นเครื่องประกาศองค์ของพระ ว่าเป็นพระโดยสมบูรณ์หรือขาดตกอะไรบ้าง ส่ออยู่ที่หลักพระวินัยของพระ

ถ้าพระปฏิบัติศีลด้วยความสมบูรณ์ พระนั้นก็เต็มแบบเต็มฉบับ แม้ธรรมจะยังไม่เต็ม ศีลที่เป็นภาชนะสำหรับรับรองธรรมทั้งหลายนั้นก็มีสมบูรณ์แล้ว นี่เราก็ได้รักษามาตั้งแต่นั้นมาจนกระทั่งป่านนี้ แล้วยังส่งเสริมเรื่องอรรถเรื่องธรรม ศีลเป็นรั้วกั้นและเป็นภาชนะรับรองไว้ว่าศีลเราบริสุทธิ์ สมบูรณ์แบบ อบอุ่นทุกกาลสถานที่เวล่ำเวลา ไม่มีเดือนร้อนว่าศีลเราบกพร่องตรงไหน ๆ ตลอดจนกระทั่งพุ่งออก ขึ้นสนามเวทีฟัดกับกิเลส นี่เรียกว่าสั่งสมธรรม คราวนี้ขึ้นสั่งสมธรรมตั้งแต่บัดนั้นมา

พูดถึงเรื่องชีวิตจิตใจของหลวงตา หากว่าพี่น้องทั้งหลายที่จะนำออกเป็นคติตัวอย่างเราก็ไม่สงสัย ว่าความเป็นมาของเราหย่อนกว่านั้นลงไปไม่เป็นความจริง เราก็ไม่ปรากฏ ตรงไหนบกพร่องก็บอก เช่นไปขโมยอ้อยเขาก็บอก เวลาเป็นเด็ก ทีนี้เวลาออกทางด้านธรรมะนี้ ตั้งแต่วันบวชมาจิตหมุนเข้าสู่ธรรม มันจะเล็ดลอดออกไปตามนิสัยของมันที่เคยชินมาก็ตีตลอด ๆ มาเลยไม่ยอมปล่อยไป มันจะไปด้วยความพลั้งเผลอของเรา เพราะกิเลสมีอำนาจมากเราตีต้อนกลับมา ได้สติพับตีต้อนกลับมา ก็หมายถึงความคิดนั้นแหละ ความประพฤติไม่ออกไปแหละ ความคิดออกได้ คอยตีต้อนความคิดความอ่านของจิตใจเข้ามาสู่อรรถสู่ธรรมเรื่อยๆ จากนั้นก็ตีหนักเข้า ๆ ยิ่งภาวนาเท่าไร ๆ

นี่ละศาสนาของพระพุทธเจ้าของเรานี้เลิศเลอสุดยอดแล้วนะ เราเกิดมาได้พบพุทธศาสนาแต่ไม่ได้สนใจประพฤติปฏิบัติ หมดคุณค่า พูดจริง ๆ เราเอาธรรมออกชี้ นี่ถอดออกไปให้ท่านทั้งหลายฟัง เพราะการเทศนาว่าการสอนพี่น้องทั้งหลายเราไม่ได้สงสัยในธรรมที่แสดงออกไป ไม่ว่าขั้นใดภูมิใด การเทศนาว่าการเราจึงไม่มีการทบทวน เทศน์ไปนี้หนักไปหรือเบาไป กว้างไปหรือแคบไป ลึกไปหรือตื้นไปอะไรนี้ เราจะมาทบทวนพิจารณา ควรจะแก้ตรงนั้นเพิ่มตรงนี้ไม่มี ออกตรงไหนพร้อม ๆ สมบูรณ์ตามกำลังความสามารถของเรา ออกทุกแบบทุกฉบับ เทศน์แล้วหายไปเลยไม่มีที่จะทบทวน แม้ที่สุดกัณฑ์เทศน์ที่มาอ่านให้เราฟังนี้ไม่เคยแก้สักตัวเดียว ไม่มีแก้เลย อ่านผ่านไปเท่านั้น เพียงแต่ให้เป็นข้อยืนยันว่าผ่านเราเรียบร้อยแล้ว ที่จะไปพิมพ์อะไร ๆ นี้ผ่านไปแล้ว ก็คืออ่านผ่านให้เราเป็นคนฟัง ก็ไม่มีอะไรแก้ไข เพิ่มก็ไม่มี ตัดออกอย่างนี้ไม่มี ตลอดมาอย่างนี้ เราจึงสอนพี่น้องทั้งหลายด้วยความแน่ใจ

ในการช่วยชาติคราวนี้เราก็ช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ เงินบาทเดียวเราไม่เคยมีในหัวใจเราเลย ว่าได้หยิบเอาสมบัติของพี่น้องทั้งหลายเข้ามาเป็นส่วนตัวและเป็นทุจริตมัวหมองอย่างนี้ แม้แต่บาทหนึ่งเราไม่มี เรากล้าขนาดนั้นแหละ เราจริงจังมากทุกอย่าง สมบัติเงินทองนี้เราพิถีพิถันมากทีเดียว ไม่ยอมให้ผู้ใดที่จะมาทำงานแทนเราเกี่ยวกับเรื่องการเงิน สมุดบัญชีอยู่กับเราทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยเกี่ยวข้องเงินเลย แต่เมื่อเหตุจำเป็นอย่างนี้ เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของชาติไทยให้สมบูรณ์พูนผลขึ้นด้วย เราจึงต้องเข้มงวดกวดขัน เอาบัญชีมาเป็นเจ้าอำนาจเสียเอง ถือบัญชี เป็นผู้สั่งเก็บสั่งจ่ายแต่ผู้เดียว ไม่ให้ใครทำแทนเราเลย ตั้งแต่บัดนั้นมาจนกระทั่งบัดนี้ และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปที่เราช่วยชาติตราบใดก็เป็นอย่างนั้นตลอดไป

เพราะจิตใจเราที่ช่วยโลกนี้ เราไม่ได้ช่วยด้วยความบกพร่องต้องการอะไรอีกแล้ว เราหมดทุกอย่าง มีแต่ความเมตตาสงสารโลก ได้มามากน้อยคิดถึงโลกก่อน ๆ เรื่องสมบัติที่จะมาเป็นสมบัติส่วนตัวของเราไม่ต้องพูดไม่เคยสนใจ เข้าในจุดรวม ๆ อย่างที่เทศน์เมื่อวานนี้ ที่เรากระจายนั้นก็ไม่ได้มากมายนักนะ เทศน์ให้พอเหมาะพอดีกับเวล่ำเวลาที่ช่วยชาติบ้านเมือง ไปทุกแห่งทุกหนมีตั้งแต่รอยมือเรา ผ่านไปไหนเฉพาะโรงพยาบาลนี้เกือบ ๒๐๐ โรงนะ ไม่ใช่เล่น ๆ

ตึกก็ไม่ทราบว่ากี่สิบตึก โรงเรียนก็ไม่ทราบกี่สิบหลัง แล้ววงราชการก็มีอย่างที่เห็นไม่มากนัก วงราชการไม่ค่อยมากนับยังได้อยู่ใกล้ ๆ เช่น สถานีรถไฟ สถานีตำรวจอุดรและเรือนจำ ไปทางหนองบัวลำภูนี่เรียกว่าวงราชการ จากนั้นก็เข้าสู่ทางลาดยาวนี้ก็วงราชการเหมือนกัน เรายังพอนับได้ ทางวงราชการไม่มากนะ แต่อื่น ๆ มากจริง ๆ ทุกแห่งทุกหน นี่เราช่วยด้วยความเมตตาทั้งนั้น สมบัติเงินทองข้าวของที่ได้มามากน้อย ท่านทั้งหลายดูข้างนอกแล้วเห็น จะมาดูในพุงหลวงตาที่เขาหาเรื่องใส่ว่า พี่น้องทั้งหลายบริจาคเงินมานั้นหลวงตาเอาเข้าพุงหมด เรียกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องที่โจมตีด้วยความเลวร้ายของพวกนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เราไม่มี

นี่ถึงได้อ่านออกถึงเรื่องพวกพระเสียด้วยนะ ที่มาโจมตีเราว่าเรานี้เอาเงินที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคนี้เข้ามาพุงตัวเองหมด เราบริสุทธิ์ขนาดไหนเราเป็นผู้ทำเอง กับคำโจมตีของเขามันสวนทางกันร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงเห็นภูมิของพระของผู้มาโจมตีว่าเลวร้ายขนาดไหน เราจึงบอกได้เลยหมดสภาพแห่งความเป็นพระว่าอย่างนี้เลย พูดอย่างตรงตัวเลยเพราะเราบริสุทธิ์เต็มส่วน อันนั้นเอาความสกปรกอย่างเต็มเหนี่ยวทีเดียว มาโยนใส่พุงของเรา เราก็บอกถ้ามันยังไม่เห็นก็ได้บอก

พุงของเรานี่มีอยู่ทั่วไปนะเราบอก ตั้งแต่สงเคราะห์สงหาคนทุกข์คนจน สถานสงเคราะห์ โรงร่ำโรงเรียน ที่ราชการต่าง ๆ ตลอดโรงพยาบาลทั่วแดนไทยนี้ นั้นละคือพุงของหลวงตาบัว ตึกนั้นก็พุงหนึ่ง ตึกนั้นพุงหนึ่ง เครื่องมือแพทย์จำนวนมากน้อยนี้แต่ละพุง ๆ พุงของหลวงตาบัวกางเต็มไปหมดทั่วประเทศไทย ออกนั้นแหละ ออกพุงของหลวงตาบัว สำหรับพุงนี้ไม่มี บอกตรง ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีก็บอกไม่มี พุงของเราเป็นอย่างนั้นละ ให้ดูเอาพี่น้องทั้งหลาย นั่นละพุงของหลวงตาบัวที่เขาว่าเอามาเข้าพุง แต่พุงนี้ของเรามันไม่มีมันมีอยู่โน้น นี่ที่ช่วยพี่น้องทั้งหลาย

คราวนี้จึงเป็นคราวที่เด็ดขาดอีกคราวหนึ่งนะ ถ้าหากว่าหลวงตาบัวได้ทองคำไม่ถึง ๑๐ ตันตามที่ประกาศและขึ้นเวทีแล้วนี้ หลวงตาบัวตายแล้วนี้คงจะไม่ไปไหน ระวังให้ดีทุกคนนะ เมืองอุดรแถวนี้บรรดาลูกศิษย์ลูกหาอยู่ใกล้เคียงตลอดถึงอุตรดิตถ์ระวังให้ดี เวลาเราตายแล้วเราจะไปเป็นเปรตไล่ตีแถวนั้นให้แหลกหมดเลย โดดลงแม่น้ำอะไร อยู่ไม่ได้ซิเปรตหลวงตาบัวไล่ตีเอา ทองคำไม่ถึง ๑๐ ตัน ( แม่น้ำน่านครับ) แม่น้ำน่านเหรอ นั่นละให้ระวังให้ดี ถ้าตายแล้วไปเป็นเปรตก็จะไล่ตีลงนั้นหมดเลย เมืองอุดรนี้ลงแม่น้ำโขง ไล่ลงห้วยหมากแข้ง ลงแม่น้ำโขงหมด หลวงตาบัวเป็นเปรต เปรตตัวนี้ร้ายแรงมากนะ เปรตตัวนี้ขึ้นเวทีแล้วไม่สมหวัง กลับมามันมาเป็นเปรตมันจะร้ายแรงมากทีเดียวเข้าใจนะ

เรานี้แน่ใจไว้แล้วนะ ๑๐ ตันนี้ต้องได้แน่ ๆ เราได้มาตั้ง ๕ ตันกว่าแล้ว ยังเหลืออยู่เพียง ๔ ตันกว่า ยังไงต้องได้ แต่นี้ต้องขู่ไว้หมดเพราะไม่อยากเป็นเปรต และไม่อยากไปอาละวาดพวกนี้ ให้พากันเตรียมไว้ทุกคนเข้าใจไหม แล้วให้ช่วยกันเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทางนี้ก็เมื่อได้อันนี้แล้ว หลวงตาได้พูดถึงเรื่องสุขภาพแล้วนะ พอทองคำถึง ๑๐ ตันล้มทันทีเลยนะ เวลานี้ตะเกียกตะกาย เกี่ยวกับการเทศนาว่าการนี้เพื่อความเกี่ยวโยงของทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน นี่เราต้องการทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน แต่ต้องการเฉย ๆ ไม่มีสายเกี่ยวโยงไม่เหมาะ จึงต้องมีการเทศนาว่าการ อันเป็นสายทางแห่งการเป็นผู้นำต่อทองคำ ๑๐ ตัน นั่นละถึงได้มีเทศนาว่าการบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ นะ พอได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันแล้วพังเลยทันที พังแล้วพังเลย

หลวงตาบัวนี้จริงทุกอย่าง ว่าอะไรเป็นอันนั้นนะ ถ้าว่าหยุด หยุดเลย ได้ถึงนี้แล้ว ๆ เอาละพอ หยุดเลย ส่วนที่จะได้เพิ่มมาเป็นตามอัธยาศัยของพี่น้องทั้งหลายนั้น เป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่กำหนดกฎเกณฑ์ที่เราต้องการเอาไว้นี้ต้อง ๑๐ ตัน ให้ได้คราวนี้ สำหรับดอลลาร์เวลานี้ได้แล้ว ๗ ล้าน กว่าทองคำเราจะถึง ๑๐ ตัน ดอลลาร์นี้คิดว่าจะได้ถึง ๑๐ ล้านเหมือนกันนะ คิดเอาไว้ สำหรับเงินสดเราไม่พูดแหละ เพราะมันกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย ได้มาเท่าไรเราก็เจียดเข้าซื้อทองคำ ๆ ซึ่งเวลานี้เราได้เอาเงินสดนี้ไปซื้อทองคำ ๙๓๑ ล้าน นี่ซื้อทองคำแล้วนะ อีก ๑๐ ล้านนี้เราซื้อดอลลาร์

ตอนที่เอาดอลลาร์ไปมอบคลังหลวงมันไม่ครบจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ ขาดอยู่เท่าไรเลยเอาเงิน ๑๐ ล้านจากโครงการนี้ไปซื้อดอลลาร์ จึงได้จำนวน ๓๐๐,๐๐๐ รวมแล้วก็เรียกว่า เงินสดนี้ได้ซื้อทองคำและดอลลาร์เข้าสู่คลัง ๙๔๑ ล้าน นอกนั้นออกทั่วประเทศไปหมดเลย มีเท่านั้นแหละ แล้วเงินเข้าบัญชีแล้วหลวงตาไม่เคยไปแตะ ก็ถอนมาเท่านี้เอง เวลานี้ยังเหลืออยู่ให้ต่ำกว่า ๕๐ ล้านไม่ต่ำแหละ คิดว่ายังเหลือ ๕๐ ล้าน จำนวนนี้ก็จะเข้าซื้อทองคำ เราไม่เอาออกช่วยบ้านเมืองทั้งหลาย เราจะเอาออกตามที่เคยเอาออก ได้เท่าไรก็ออก ๆ ส่วนที่เข้าในบัญชีแล้วให้เก็บไว้นั้น คอยจะถอนซื้อทองคำโดยถ่ายเดียวเท่านั้น

ขอให้พี่น้องทั้งหลายตั้งอกตั้งใจนะ ช่วยกัน บ้านเป็นบ้านเมืองเป็นเมือง อย่าให้เขาดูถูกเหยียดหยามชาติไทยของเราได้นะ ชาติไทยของเรารักชาติเหมือนชาติอื่น ๆ เขารักชาติเขา ชาติไทยของเราเราก็รักชาติของเราเต็มตัว การสงวนรักษาบำรุงทุกสิ่งทุกอย่างต้องเป็นหน้าที่ของพี่น้องชาวไทย จะต้องทำอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่าให้อ่อนแอท้อแท้นะขายขี้หน้าเรานะ นี่เวลานี้เมืองนอกเขาก็คอยฟังอยู่ ว่าเวลานี้เมืองไทยกำลังช่วยชาติตัวเอง ผลจะเป็นยังไงบ้าง เราก็ประกาศออกล่วงหน้าแล้วว่า ผลคือทองคำต้องให้ได้ ๑๐ ตัน นี้ออกแล้วนะ ถึงยังไม่งั้นก็จะต้องได้ให้เป็นอย่างนั้นทีเดียว แล้วดอลลาร์เท่าไรก็จะตามกันไป นี่ละเป็นความสง่างามสำหรับชาติไทยของเรา ในการช่วยชาติคราวนี้ เป็นเครื่องหมายเป็นสิริมงคลสมชื่อสมนามว่า เราช่วยชาติไทยของเรา คืออันนี้เป็นเครื่องยืนยัน กรุณาให้พี่น้องทั้งหลายทราบตามนี้โดยทั่วกัน

วันนี้ก็เทศน์เพียงเท่านี้ ส่วนอรรถส่วนธรรมอย่างอื่นก็ไม่ค่อยได้เทศน์อะไรมากนัก พวกลูกหลานก็มาฟังอรรถฟังธรรม ก็ให้จำและนำไปปฏิบัติตัวเองนะ พวกลูกหลานทั้งหลายก็ดี มาฟังอรรถฟังธรรมเราเทศน์ให้ฟังทุกวัน ๆ เทศน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้วตอนเช้าพอเทศน์จบแล้วนี้เขาก็จะออกทางวิทยุ ๑๒ สถานีอุดรฯ และ ๔ สถานีที่กรุงเทพฯ จากนั้นออกอินเตอร์เน็ต ประจำทุกวันที่เราพูดอยู่นี้ เราพูดอยู่นี้ติดเทปอยู่นะ แล้วก็ออกทุกวัน ๆ

นี่ละการเทศนาว่าการช่วยพี่น้องชาวไทย เรียกว่าเราเทศน์ทั่วประเทศไทย มิหนำซ้ำยังออกนอกโลกอีก คือเมืองนอกเมืองนา ออกอินเตอร์เน็ตอยู่ทางโน้น ก็เรียกว่าเราทำเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้วในการช่วยชาติคราวนี้เท่านั้นเอง พอหยุดจากนี้แล้วก็หมดปัญหาไม่มีอะไร นั่น เมรุเราทำไว้แล้วเห็นไหม อยู่ทางตะวันออกศาลาใหญ่นั่น ตายแล้วจับไสเข้าเมรุนั่นเลย นี่เราอย่างอนุโลมนะ ที่เมรุซึ่งทำไว้นี้เราทำแบบอนุโลม ถ้าไม่อนุโลมพอตายแล้วเอาเสื่อขาดเข้าใจไหม พันแล้วโยนลงไปเลย ลงเหวไหน บ่อไหนแล้วแต่หลวงตาไม่สนใจกับกองกระดูกอันนี้ สนใจแต่ผลประโยชน์ที่จะทำให้โลกเท่านั้น เราจึงขะมักเขม้นเอามากมายถึงเรื่องผลประโยชน์แก่โลก แต่ส่วนศพหลวงตาบัว หลวงตาไม่สนใจ

แม้ที่สุดเวลาเราจะตายเราก็เขียนพินัยกรรมไว้เรียบร้อยแล้ว พินัยกรรมของหลวงตานี้คือ เวลาหลวงตาบัวตายนี้ สมบัติเงินทองที่เขามาบริจาค เพื่อเผาศพหลวงตาบัวนี้ ให้ตั้งกรรมการขึ้นเก็บหอมรอมริบรับผิดชอบทุกบาททุกสตางค์ เสร็จแล้วก็เอาเข้าเลย ไปซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงหมดทุกบาททุกสตางค์เลยจากศพอันนี้ ศพนี้เราจะเผาด้วยไฟ เราจะไม่เอาเงินมาเผา เงินนี้ที่จะเป็นประโยชน์อยู่จะเอาเข้าคลังหลวงทั้งหมด ไฟเผาศพเราเท่านั้นเอง พี่น้องทั้งหลายทราบเอาไว้นะ เราไม่ห่วงใยอะไร ห่วงแต่พี่น้องชาวไทยทั้งนั้นแหละ ต่อไปนี้จะให้ศีลให้พระนะ เอาละพูดเท่านั้นละวันนี้

โยม : มีเรื่องรบกวนเรื่องหนึ่ง ตอนนี้เจ้าคณะจังหวัดมีหนังสือ พระก็สับสนกันอยู่ เขาจะให้ไปแสดงพลังความพร้อมเพรียง ตามหนังสือนี่ครับ

หลวงตา : ไหนเอามาอ่านซิ เราจะอ่านให้ฟัง แล้วเราเป็นผู้ตัดสินในวงคณะพระทั้งหมดที่รอฟังเสียงของเราอยู่นะ "ขณะนี้วัดธรรมยุตและมหานิกายแทบทุกวัดทั่วประเทศ ได้รับคำสั่งจากเจ้าคณะจังหวัดให้พระเณรไปร่วมแสดงพลังที่ศาลากลางจังหวัดในวันที่ ๑๙ กันยายน เพื่อผลักดันให้รัฐบาลตั้งกระทรวงพระพุทธศาสนา แล้วพระหลายๆ วัด เมื่อได้รับหนังสือนี้แล้วมีความสับสน อยากทราบแนวทางปฏิบัติจากหลวงตาและพร้อมจะปฏิบัติตาม"

ให้บอกไปเลยว่า งดทั้งหมดอย่าไปยุ่ง เข้าใจไหม

อันนี้หลวงตาก็บอกไปในนี้เลยว่า อย่ายุ่ง เข้าใจไหม ไม่ต้องมา เข้าใจแล้วเหรอ เรามีพ่อมีแม่ นี้เป็นเปรตมาจากไหนเราไม่ทราบ มาตั้งตัวเป็นใหญ่เป็นโตเจ้าคณะนั้นเจ้าคณะนี้จะมาบังคับให้ไปที่นั่นที่นี่ ฐานะการบังคับของเจ้าคณะจังหวัดมียังไงบ้างรู้ด้วยกันทุกคน หลักธรรมวินัยมีเต็มตัวของพระของเณรทุกองค์ ไม่จำเป็นต้องไปตามเจ้าคณะที่มาประกาศอย่างนี้ เข้าใจเหรอ

โยม : ครับผม เข้าใจแล้วครับ

หลวงตา : เข้าใจแล้วนะ หมดแล้วเลิก ไม่ยุ่งว่างั้นนะ ถ้าเก่งก็ให้ไปประชุมแม่น้ำโขง ไล่พวกปลาอะไรมาเต็มอยู่นั้น ให้เขามาประชุม พระเหล่านี้ไม่ใช่ปลาไม่ไป เข้าใจแล้วเหรอ เอาละพอ นี่ละตัดกันอย่างนี้ซิ คราวที่แล้วก็มาสั่ง ที่ออกมาเต็มเม็ดเต็มหน่วย ฟาดกันอย่างหนัก เราสั่งคนเดียวเท่านั้น ให้รื้อถอนทั้งหมดเลย ทั่วประเทศไทยฟังเสียงเราคนเดียว ออกสนามหลวงขึ้นวัดอโศการาม พรึบพร้อมกันเลย เลิกทันที อันนี้ก็เหมือนกันมันเอาอำนาจมาจากไหนมาบังคับพระ ให้มาประชุมอย่างนั้นอย่างนี้ หลักธรรมวินัยมีอยู่ด้วยกัน รู้อยู่ด้วยกันมายุ่งหาอะไร เพราะฉะนั้น จึงว่าไม่ไป เท่านั้นพอ เข้าใจแล้วนะ บอกไม่ไป ไม่ยุ่ง

โยม : ไม่ต้องไปครับ

หลวงตา : เออ ไม่ไป

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก