ให้กลับวัดของท่านนั้นเหมาะ
วันที่ 11 มิถุนายน 2547 เวลา 8:10 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๗

ให้กลับวัดของท่านนั้นเหมาะ

 

         (ลูกศิษย์หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก วัดทุ่งสามัคคีธรรม จ.สุพรรณบุรี กราบขอเมตตาหลวงตาให้ช่วยไกล่เกลี่ยกรณีท่านอาจารย์สนอง วัดสังฆทาน ไม่ยอมให้นำศพหลวงปู่ไปบำเพ็ญกุศลที่สุพรรณบุรี โดยยกเหตุผลว่าลูกศิษย์และลูกหลานหลวงปู่ส่วนใหญ่เป็นชาวสุพรรณบุรีไม่สะดวกที่จะมาบำเพ็ญกุศลที่วัดสังฆทานของท่านอาจารย์สนอง) อันนี้ก็เป็นเหตุผลอันหนึ่งแต่ไม่มีน้ำหนักมากยิ่งกว่า หลวงพ่อสังวาลย์ ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งสามัคคีมานาน ท่านสนองเป็นลูกศิษย์ของท่านไปอยู่ที่วัดสังฆทาน ในระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์เป็นธรรมดาแยกกันไม่ออก ย่อมไปมาหาสู่ทั้งเป็นทั้งตายก็ไปหากันอยู่เสมอ เวลาท่านไปเสียที่นั่น ตามหลักธรรมชาติแล้ว หลวงพ่อสังวาลย์ก็ต้องไปอยู่วัดทุ่งสามัคคีตามเดิม ก็มีเท่านั้น เราไม่พูดมากแหละเรื่องอย่างนี้ก็มายุ่งกัน ให้เราไปไกล่เกลี่ยอะไร เหตุผลมันมีอยู่แล้วนี่

เช่นอย่างพ่อแม่อยู่นี้ แล้วไปเยี่ยมลูกหลานที่บ้านนี้ เข้าใจไหม ทีนี้พ่อแม่เกิดไปเสียไปตายเสียที่บ้านลูกหลาน แล้วลูกหลานหวงไว้ไม่ให้กลับบ้านเดิม มีเหตุผลอะไรพิจารณาซิ ที่หวงไว้ไม่ยอมให้กลับไปบ้านเดิมของพ่อที่มาเยี่ยมลูกนะ ลูกหวงไว้ไม่ให้พ่อไปบ้าน ลูกหลานก็มีเต็มอยู่ในบ้านนั้น แล้วจะพิจารณาว่ายังไง เทียบกันตรงนี้ละ เทียบเหตุผลกัน เช่นอย่างหลวงตาบัวมีลูกมีหลานอยู่บ้านหลวงตาบัว เต็มอยู่ในบ้านนี้ก็มี แล้วหลวงตาบัวก็อยู่บ้านหลังนี้ แล้วก็ไปเยี่ยมลูกเยี่ยมหลานที่บ้านนี้ เกิดไปตายที่บ้านนี้ ลูกทางนั้นหวงไว้ไม่ให้กลับบ้านอย่างนี้มันสมควรแล้วหรือ พิจารณาซิ มันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเลย เพราะไม่เป็นเรื่องราวที่จะเป็นไปได้ที่ว่า ไปตายอยู่ที่บ้านลูก ลูกหวงไว้ไม่ให้กลับบ้าน ทางโน้นก็มีลูกมีเต้า เท่านี้มันก็พอแล้ว เราไม่อยากวินิจฉัยมากเพราะมันตื้นๆ นิดเดียว จะมาทะเลาะกันหาอะไร

ตามหลักความจริงแล้วหลวงพ่อสังวาลย์ ก็กลับไปวัดทุ่งสามัคคีตามเดิมเท่านั้น เพราะทางนั้นก็เป็นวัดของท่านด้วย มีลูกมีหลานเต็มบ้านเต็มเมืองด้วย ทางนี้เป็นลูกศิษย์ เจ็บไข้ได้ป่วยไม่เจ็บไข้ได้ป่วยท่านก็ไปมาอยู่เสมอ แต่เวลาเกิดมาตายที่นี่แล้วท่านก็ต้องได้กลับวัดของท่านเป็นธรรมดา ลูกเต้าก็ตามไปปฏิบัติบูชาท่านวิธีใดก็แล้วแต่ ก็มีเท่านั้น จะไปหวงไว้ก็เรียกว่าฟังไม่ได้เลย เหมือนกับพ่อไปเยี่ยมลูก ตายแล้วลูกหวงไว้ไม่ให้พ่อกลับไปบ้าน ลูกหลานทางนั้นก็มี มันฟังไม่ขึ้นเข้าใจไหมล่ะ

จะว่าอะไรแม้แต่ไอ้หยองเราไปตายอยู่ในครัวนั้น มันก็จะต้องกลับมาหาหลวงตาเข้าใจไหม ทางนี้จะหวงไว้ในครัวไม่ได้ หลวงตาเป็นพ่อใหญ่ของไอ้หยองใช่ไหม ตายแล้วเขาต้องมาบอก อุ้มไอ้หยองมาบอกว่าตายแล้ว ทีนี้จะจัดการยังไงเราก็สั่งเท่านั้นละ ต้องมาหาเรา มีเท่านั้นเอง แล้วเป็นยังไงที่พูดนี้เหตุผลเพียงพอแล้วเหรอ มันไม่ใช่เรื่องที่จะมายุ่งกันอย่างนี้ ไม่ใช่เด็กนี่นะ นี่เราพูดตามหลักความจริงกลางๆ เฉยๆ จะเอาไปไม่เอาไปหรือจะทำยังไงก็แล้วแต่ เราไม่เป็นผู้หวงห้าม ไม่มีเหตุมีผลอะไรที่จะมาถกมาเถียงหึงหวงกัน เดี๋ยวจะนำเรื่องของเราไปเป็นข้อทะเลาะกันอีก เราจึงลำบากนะ พิจารณาหมดแล้วเหล่านี้

นี่กลับมาอะไรอีก ไปได้สองสามวันกลับมาอะไรอีก ไปได้สองสามวันก็ไล่กลับไปนะ มาจุ้นจ้านๆ บอกให้ชัดเจนเสียคราวนี้ ให้กลับนะอย่ามานี้ มาจุ้นจ้านอะไรอีก ไปเมื่อวานซืนวันนี้มาอีกแล้ว มาก็จุ้นจ้านๆ มันขวางหูขวางตาคนทั้งวัด เจ้าของไม่รู้ตัว เตือนแล้วนะเราเคยเตือน นี่ดูนะ ตาฝ้าๆ ไม่ได้ดูธรรมดานะ เตือนๆ หลายครั้งหลายหนยังทะลึ่งมาอีก คราวนี้ไล่แหละ อย่ามานะ ไม่ได้ วัดนี้มีคุณค่ามากขนาดไหน เราคนเดียวกับวัดนี้ต่างกันอย่างไรบ้าง จะมากีดมาขวางกันได้เหรอ ไปที่ไหนๆ มันได้ยิน หูยุบยิบๆ อยู่นี่น่ะ เข้าใจหรือเปล่าล่ะ นี่เคยเตือนนะ เคยเตือนอยู่เรื่อยๆ  ความพอดีพองามมีอยู่ให้ปฏิบัติ นี่เราเตือน อย่าจุ้นจ้านๆ เจอกันที่ไหนเตือน แล้วก็ดื้อหลายครั้งหลายหน

เดี๋ยวจะไล่ไปวัดสังฆทานให้ท่านผูกไว้นั่นนะ กำลังเกิดเรื่องสังฆทานอยู่เวลานี้ ให้กลับอย่ามาอยู่ ไม่ได้ เคยเตือนหลายครั้งหลายหน ทีนี้เอาแล้วนะให้ชัดเจนเลย หรือยังไม่เข้าใจอยู่เหรอ มันยังไงกันนี่ ไปได้วันสองวันกลับมาแล้ว ไปเมื่อวานหรือวานซืนนี้ แล้วมาอีกแล้ววันนี้เราบอกให้ไป เตือนแล้วๆ เตือนเสมอยังไม่ฟัง ยังดื้อเข้ามา คราวนี้บอกให้ชัดเจนให้กลับ วัดนี้มีคุณค่ามากขนาดไหน อย่าให้มันขวางหูขวางตา ความพอดีมีอยู่ แล้วเป็นยังไง อย่าดื้อนะดื้อกับอรรถกับธรรมกับครูกับอาจารย์ที่ว่าเราเคารพ ท่านบอกเราต้องฟังซิ เราอย่าไปดื้อท่านที่ว่าเราเคารพ

ใครก็ตามในศาลานี้เราพูดได้อย่างนี้เหมือนกันหมด เราไม่ได้เข้าข้างนั้นออกข้างนี้ ใครผิดถูกชั่วดีว่า ตั้งแต่ไอ้หยองเราเดินเข้าไปในครัว มันมาเห่าว้อกๆ ข้างๆ เรา เราเอาไม้ตี โอ๋ย วิ่งเข้าในนั้น ตั้งแต่นั้นต่อไปเห่าอยู่โน้นไม่ออกมานะ มันยังรู้จักเข็ดไอ้หยอง นี้ฟังแล้วไม่รู้จักเหตุจักผล ควรปฏิบัติตามหรือไม่ เราไม่ใช่ไอ้หยองนี่วะ ดูคนไม่ใช่เล่นๆ นะ ของหยาบๆ เคยเตือนหลายหนแล้วไม่ยอมฟังเสียง คราวนี้ก็หนักเข้าละซี ใครก็ตามให้ฟังทุกคนนะ พูดคนนี้ไม่ได้หมายถึงว่าคนนี้ผิดพลาดคนเดียว ทุกคนมีทางจะผิดพลาดเหมือนกัน ให้เอาความถูกต้องดีงามไปปฏิบัติ เข้าใจหรือเปล่าที่พูดนี้น่ะ พูดให้ฟังทุกคนนะ มันดื้ออะไรนัก จะมาปฏิบัติแบบดื้อด้านเหรอ ธรรมดื้อด้านในวัดนี้ไม่มี

ผู้กำกับ หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย คอลัมน์ วิวาทะ ของปู่โอม หัวข้อว่า

พระป่ารู้เรื่องบ้านเมืองดีกว่าพระในเมือง

         เกิดมาเป็นพระป่า จะเป็นสมัยนี้หรือสมัยก่อนถูกมองว่าท่านไม่ทันโลก ไม่ทันเหตุการณ์ วันๆ คืนๆ เอาแต่นั่งหลับตา จับคำภาวนาให้จิตเป็นสมาธิอย่างเดียว ยิ่งปัจจุบันนี้เป็นยุคข้อมูลข่าวสาร เกิดอะไรขึ้นมาปั๊บ พระในบ้านในเมืองจะรู้ทันกันก่อน จะหาทางเผยแพร่ข่าวสารต่อๆ กันไปให้รับรู้ในวงการกันอย่างรวดเร็ว ขณะที่พระป่าไม่รู้เรื่องเลย

แปลกแต่จริง ไม่อยากจะเชื่อเลย เกิดเหตุการณ์กลับตาลปัตร เรื่องที่สำคัญเกิดขึ้นในแวดวงศาสนา มันส่งผลได้ผลเสียโดยตรงต่อพระศาสนาส่วนรวม พระในเมืองระดับเป็นครูอาจารย์ เป็นพระนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง ท่านกลับบื้อข่าวนนี้ เท่านั้นยังไม่พอ พระในเมืองกลุ่มนี้จับมือกันเหนียวแน่น ทำงานเพื่อพิทักษ์พระพุทธศาสนา จัดตั้งศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยขึ้นมา พิชิตงานใหญ่ๆ มาแล้วหลายงาน ท่านไม่รู้เรื่องงานใกล้ตัวครั้งนี้อย่างเหลือเชื่อ ไม่รู้พอว่าแถมยังออกข่าวพูดจากรอกไมโครโฟนในงานส่งเสริมพระพุทธศาสนา ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงอีกด้วย กระแนะกระแหนพระป่า ซึ่งมีแกนนำคือ อาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี อีกต่างหาก ประกาศให้สังคมรับรู้ว่าท่านตกข่าวสำคัญไปอย่างสนิท

ขณะที่คนกลุ่มหนึ่งขนาดที่เป็นชาวบ้านแท้ๆ เขายังรู้จากการบอกเล่าของใครรู้มั้ย รู้มาจากพระป่าที่ใครๆ ปรามาสท่านว่าอยู่แต่ในป่า วันๆ เอาแต่นั่งหลับหูหลับตา ไม่รู้เรื่องโลกภายนอก เรื่องสำคัญที่ว่านี้พระป่าท่านรู้ และรู้ดีไปถึงที่มาของเรื่องนี้เป็นอย่างดีเสียด้วย เรื่องนี้ ณ.หนูแก้ว เปิดประเด็นที่ น.ส.พ.พิมพ์ไทย มาก่อนหน้านี้นานแล้ว โดย ณ.หนูแก้ว เตือนสงฆ์ให้เฝ้าระวัง สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะเข็น สนง.ทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา ออกมาในยามที่พระสงฆ์ท่านเผลอ

สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดย พล.ต.ท.อุดม เจริญ ปฏิเสธตลอดมาว่าไม่มีอะไรๆ และไม่มีอะไรจริงๆ ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธาน มส.พูดดังๆ ให้ประชาชนทั้งประเทศรับรู้ผ่านทางโทรทัศน์เมื่อคราวถ่ายทอดการประชุมเมื่อวันที่ ๒๐ เม.ย. นี้ว่า ขอให้ท่านทำเรื่องนี้ด้วยความโปร่งใส รอบคอบ ยอมรับกันได้ และอย่ารีบร้อน

เบื้องหลังลึกๆ มันเป็นอย่างไรรู้ไหมครับ สนง.ทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา ที่พยายามจัดตั้งขึ้นมาเลียนแบบ สนง.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ นี้ เลี่ยงที่จะออกเป็นพระราชบัญญัติ เหมือนกับพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินของการจัดเพื่อการพัฒนาที่ซึ่งแท้งไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ออกเป็นพระราชกฤษฎีกาแทน ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ผู้กำกับดูแลงานด้านศาสนาแทนนายกรัฐมนตรี เซ็นนามกำกับว่า ให้ดำเนินการเรื่องนี้โดยด่วน

หลวงตาพระอาจารย์มหาบัวและบรรดาลูกศิษย์พระป่าทั้งหลายท่านไม่ยอม เห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่อพระศาสนามากเกินไปเสียแล้วเอาไว้ไม่ได้ จนสุดท้ายขออนุญาตยื่นจดหมายของหลวงตาใส่มือท่านนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้จัดการเรื่องนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เป็นงงกันไหมล่ะครับ อย่านึกว่าพระป่าท่านเอาแต่หลับหูหลับตา ไม่รู้เรื่องโลกภายนอก ที่แท้กลับเป็นพระในเมืองใกล้เกลือกินด่าง กลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย หรือแกล้งทำเป็นไก๋ก็ไม่รู้

งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาวันสุดท้าย พระราชกวีรับสารภาพว่า พึ่งจะได้รับร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้

คนโบราณที่อยู่รับใช้ใกล้ชิดพระสงฆ์ไม่กล้าตอแหลต่อพระสงฆ์ ถือว่าเป็นบาปอย่างแรง ผิดกับคนสมัยนี้ กล้าในสิ่งที่ไม่ควรกล้า เป็นใคร หมายถึงใคร เดาเอาเองก็แล้วกันเถอะโยม

หลวงตา เอาละ เขาอธิบายมาแจ้งชัดอยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่จะแก้ไขหรืออธิบายเพิ่มเติมอะไร เข้าใจกันตามนี้ก็แล้วกัน

ผู้กำกับ ตกลง พระป่ารู้เรื่องบ้านเมืองดีกว่าพระในเมืองนะครับ

หลวงตา อ๋อ ท่านก็ยอมรับในสิ่งที่ท่านรู้เรื่อง สิ่งที่ท่านไม่รู้เรื่องแม้อยู่ในวัดท่านก็มี แต่ท่านก็ไม่รู้เรื่องจะว่าไง เราจะรับว่ารู้เรื่องไปหมดไม่ได้ เข้าใจไหมล่ะ ตื่นเช้ามาหนูกัดหมอนเสียแหลก ตื่นเช้ามา โอ๊ย มันมากัดเมื่อไร คือไม่รู้เรื่องเวลาหนูมากัดหมอนท่าน เข้าใจไหม อันนี้เรื่องราวมันชัดเจนแล้ว อย่าให้เรามาซ้ำซากมันจะเป็นเรื่องโลกไป คำพูดของเรามันจะกลายเป็นเรื่องโลกไป ซ้ำๆ ซากๆ ในสิ่งที่เข้าใจกันแล้ว นี่เขาก็ย้ำเข้ามาๆ เพื่อพี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วหน้ากัน ติดต่อกันมาเรื่อยๆ อย่างนี้ เราก็ทราบมาโดยลำดับ และทราบมากยิ่งกว่า นสพ.ออกนี้ด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่ซ้ำซาก ผิดก็ทราบแล้วว่าผิด อะไรที่ควรจะแก้ไขให้แก้ไขกันไป ไม่งั้นบ้านเมืองและศาสนาของเราจะแตกจริงๆ จะไม่เหลือ นี้เราพูดได้อย่างยันทีเดียว เพราะอุบายวิธีการที่แสดงมาเหล่านี้ ล้วนแล้วตั้งแต่แผนการของผู้ที่จะทำลายทั้งชาติทั้งศาสนา แสดงตัวออกอย่างเด่นชัดให้โลกทั้งหลายได้เห็นทั่วหน้ากัน

นี่แหละที่ว่าพระในป่าในเมืองท่านออกมาคัดค้านต้านทาน ก็เพราะเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง สามารถจะทำให้ชาติและศาสนาล่มจมลงได้โดยไม่มีข้อสงสัย เพราะฉะนั้นเรื่องการคัดค้านต้านทาน จึงเป็นเรื่องของท่านหรือเรื่องของเราทั้งหลาย ซึ่งเป็นเจ้าของของสมบัติ คือชาติและศาสนานี้ จะออกมาชี้แจงเหตุผลหรือต้านทานสิ่งไม่ดี และปัดสิ่งไม่ดีทั้งหลายออกเป็นธรรมดาของเจ้าของบ้าน เข้าใจแล้วเหรอ ก็มีเท่านั้นไม่เห็นมีอะไร เรื่องราวที่เป็นมานี้ให้พากันเข้าใจ ตั้งแต่ต้นมาเลย ที่เป็นข้าศึกกับศาสนาเรื่อยมาไม่ว่าย่อยว่าใหญ่ แทรกอยู่ตามทุกแห่งทุกหน แม้ที่สุดพระ ประชาชนชาวพุทธเราทั้งประเทศจะทำบุญให้ทาน เฉพาะอย่างยิ่งการทอดผ้าป่า เพื่อรวบรวมสมบัติเงินทองข้าวของเข้ามาสู่คลังหลวงซึ่งเป็นหัวใจแห่งชาติของตน ก็ถูกคัดค้านต้านทาน ซอกแซกซิกแซ็กอยู่ทุกแห่งทุกหน

เช่นเขาจะนิมนต์พระมาเทศน์ เช่นเขานิมนต์หลวงตาบัวไปเทศน์ในที่ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องผ้าป่า ก็มาเที่ยวคัดค้านต้านทาน บางรายถูกขู่เข็ญก็มี จากพวกนี้แหละ แล้วคัดค้านหาอะไร การกระทำนี้กระทำมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย ตั้งแต่พวกเปรตเหล่านี้ยังไม่เกิดก็ทำมาแล้ว เป็นความดีงามมาแล้ว นี้มันผุดขึ้นมาจากนรกหลุมไหน ที่มาคัดค้านต้านทานคนที่ทำดีทั้งประเทศไม่ให้ทำ แล้วจะให้ทำอะไร จะให้ทำตามเขาหรือ พวกนี้พวกโผล่มาจากนรกขึ้นมาแล้ว มาโผล่ได้คำสองคำก็ผลุบโผล่ๆ อยู่อย่างนั้นตลอดเวลา แล้วก็ลงไปจม นี่ละเรื่องราวมันเป็นมาอย่างนี้ เรื่องคัดค้านต้านทานศาสนา ที่จะทำลายศาสนามาโดยลำดับ

การทำบุญให้ทานต้องได้รับการกีดการขวางทุกแห่งทุกหนไป ไม่ว่าภาคไหนมี แต่ประชาชนเขาไม่สนใจ บางรายถึงกับกลับตัวไปตามเขาก็มี เพราะความโง่เง่าเต่าตุ่นหรือความฉลาดเกินคนก็ไม่รู้แหละ มันเป็นมาอย่างนั้น นี่ละพวกเหล่านี้ให้ท่านทั้งหลายทราบเอาไว้ อุบายวิธีการเหล่านี้เป็นอุบายวิธีการที่จะทำลายทั้งชาติทั้งศาสนาอย่างแจ่มแจ้งขึ้นมาเป็นลำดับ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ได้ประชุมชี้แจงกันให้ทราบไม่รู้กี่ครั้งกี่หน นี่แจ่มแจ้งแล้วว่า นี่คือพวกจะทำลายศาสนาโดยตรง แสดงตัวออกแล้วด้วยอำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ ออกมาทุกแง่ทุกมุม ไม่ฟังเสียงกฎหมายบ้านเมือง เอากฎหมอยกฎหมากฎหมัดมาใช้ทั้งนั้น เพื่อจะเหยียบย่ำทำลายชาติและศาสนาให้จมลงไป ให้พากันเข้าใจ เรื่องก็มีเท่านี้แหละ ให้เข้าใจไว้ทุกคนอย่างฝังใจ

เรื่องศพหลวงปู่สังวาลย์ก็วางไว้ตามเดิมนะ เราก็พูดธรรมดาอย่างชาวบ้านพูดกัน คือไม่ไปคัดไปค้านไม่ไปอะไรแหละ พูดตามหลักความจริงให้เห็น เข้าใจเหรอ บ้านของใครก็เป็นบ้านของคนนั้น ไปล้มไปตายที่ไหนที่ควรจะเอามาบ้านก็ต้องเอามา แม้แต่เขาตายอยู่เมืองนอกเขาก็ยังเอามาบ้านของเขาใช่ไหมล่ะ อันนี้ก็วัดทุ่งสามัคคีกับวัดสังฆทานห่างไกลกันที่ไหน เอาแค่นั้นแหละพอ

(ขอบารมีหลวงตาให้ไปพูดกับทางโน้นแล้วเขาใจอ่อนยอมให้ศพมา) อ๋อ ถ้ามันไม่ฟังเสียงธรรมมันไม่อ่อนแหละ เสียงธรรมกับพวกเปรตนี่มันเข้ากันไม่ได้ ต้องต่อยกันเรื่อย เอาละไป แล้วแต่พิจารณากันเถอะเราไม่อยากพิจารณา เพราะเหตุผลต้นปลายก็มีแจ่มแจ้งอยู่แล้ว จำเป็นอะไรจะต้องมาถกเถียงมาทะเลาะกัน ซึ่งเป็นเรื่องของพระ เป็นเรื่องของวัดของวาเสียด้วย ไม่ใช่เรื่องที่จะมาทะเลาะกันเหมือนเด็กอย่างนี้ มีเท่านั้นแหละ

ดีแล้ว นสพ. อยากให้ออกทุกฉบับ ได้เสนอเรื่องราวบ้านเมืองของเราต่อพี่น้องชาวไทยได้ทราบทั่วถึงกัน เหตุผลกลไกดีชั่ว ต่างคนต่างช่วยกันด้วยวิธีการต่างๆ เช่นทางหนังสือพิมพ์ก็เป็นผู้ทำหน้าที่ทาง นสพ. เที่ยวเสาะแสวงหาเหตุผลกลไกต่างๆ แล้วนำมาประกาศให้ชาติของตนได้ทราบทั่วถึงกันทั้งฝ่ายดีฝ่ายชั่ว โดยความสัตย์ความจริง อย่างนี้เป็นการชอบธรรมแล้วใน นสพ.ทั้งหลาย หลวงตาจึงขอขอบคุณกับท่านทั้งหลายฝ่าย นสพ.โดยทั่วกันนะ เพราะ นสพ.นี่เป็นปากเป็นเสียงของคนทั้งชาติ นสพ.ออกนี้จะได้เห็นทั่วประเทศเลย เราพูดธรรมดานี้ไม่ได้ยิน ถ้า นสพ.ออกนี้กระจายกันทั่วประเทศทราบทั่วถึงกันหมด เพราะฉะนั้นเราจึงขอขอบคุณนักข่าว นสพ.ทั้งหลายที่ได้ออกตามความสัตย์ความจริงในเรื่องราวต่างๆ ให้ชาติไทยของเราได้ทราบทั่วถึงกันเป็นระยะๆ ไปอย่างนี้ เราขอขอบคุณซ้ำอีกด้วยนะ เอาละพอ

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com  หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก