เทิดทูนพระพุทธเจ้า
วันที่ 19 มิถุนายน 2547 เวลา 8:10 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๗

เทิดทูนพระพุทธเจ้า

 

ก่อนจังหัน

         ท่านที่เข้ามาในวัดนี้เรียกว่ามาชมทาน มาชมธรรมนะ ทานคือการเสียสละ ดูท่านเสียสละต่อกันๆ นี่เรียกว่ามาชมทาน ไม่เห็นแก่ตัว เฉลี่ยเผื่อแผ่แยกแยะให้ทั่วถึงกันหมด นี่เรียกว่ามาชมทาน ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ลิ้น แก่ปากของตัว ลิ้นมีค่าด้วยกันทุกคนๆ ให้ดูลิ้นเราลิ้นเขา ท้องเราท้องเขา นี่เรียกว่าดูโดยความเป็นธรรม ถ้าดูแต่ลิ้นแต่ปากของตัวแล้ว นั่นคือลิ้นยักษ์ ปากยักษ์ ท้องยักษ์  อย่าเอามาใช้ อยู่ในตัวของคนก็เดือดร้อน ออกไปบวชอยู่ในวัดเห็นแก่อย่างเดียวกันนั้นก็เดือดร้อน วัดแตก นี่เรียกว่ามาชมทาน ให้มาดูท่านเสียสละ ท่านแจก ท่านแบ่งยังไงๆ บ้างดูให้ดี นี่ความสม่ำเสมอเรียกว่าเป็นธรรม นี่มาชมทาน

ทีนี้มาชมธรรม ให้ดูกิริยามารยาท ความประพฤติ ความเคลื่อนไหวไปมาของพระของเณรพอจะเป็นคติตัวอย่างได้ไหม ดูให้ดี เข้ามาในวัดนี่มีกิริยาที่สวยงามและเป็นคุณเป็นค่าแก่จิตใจ จากตาของเราที่ได้เห็น หูของเราที่ได้ยินได้ฟัง ให้พากันนำไปคิดไปอ่าน เอาไปใช้ในบ้านในเรือน เวลานี้บ้านใดเรือนใดมีแต่คลังกิเลส บุคคลคนใดมีแต่คลังกิเลสเต็มบ้านเต็มเมือง เพราะฉะนั้นเปลวของกิเลสจึงเป็นไฟเผาโลกได้ โลกเดือดร้อนเวลานี้เพราะกิเลส ถ้าเป็นธรรมไม่มีเดือดร้อน มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข

ถ้าไม่ใช่ธรรม เป็นเรื่องของกิเลสแล้ว แม้ใครจะตั้งศาสนาขึ้นเต็มโลกเต็มสงสารก็คือศาสนาของกิเลส โครงการของกิเลส สร้างฟืนสร้างไฟเผาไหม้ให้โลกได้เดือดร้อนวุ่นวายเพราะกิเลสที่ออกตัวหรืออ้างตัวว่าเป็นศาสนาๆ ความจริงคือโครงการของกิเลส แล้วก็เอามาเผากัน ยกกิเลสมารบรากัน นี่ละเรื่องของกิเลส อยู่ที่ไหนเป็นไฟ แม้จะไปอ้างว่าเป็นศาสนาก็เป็นไฟไปในนั้น มันมีแต่คำพูด มีแต่ลมปาก ถ้าเป็นธรรม เป็นศาสนธรรมแล้วจะงามตางามใจ

พระเราผู้ใดมีสติดี ปัญญาดี มีความสำรวมระวังตัวตลอดเวลา นั้นแลคือผู้มีศาสนธรรมประจำตน อย่าเข้าใจว่าเรามาบวชแล้วกิเลสจะไม่เข้ามาด้วย มันอยู่กับตัวของเรานั่นแหละกิเลส เผลอเมื่อไรกิเลสฟัดเอาๆ ทั้งนั้น เผลอให้กิเลสตลอดวัน ถ้าไม่มีสติ ไม่มีปัญญา ไม่มีสังวรธรรม ใช้ความสำรวมระวัง นี่ถูกต้องนะ มาศึกษานี้ให้ดูให้ดี  ผู้ฆ่ากิเลสต้องเป็นผู้สุขุม พินิจพิจารณาทุกด้านทุกทาง ไม่รักทีเดียว ไม่ชังทีเดียว ไม่โกรธ ไม่เกลียดทีเดียว เอามาพินิจพิจารณา แล้วคลี่คลายออก สิ่งใดที่เป็นประโยชน์นำเข้ามา สิ่งใดไม่เป็นประโยชน์ปัดออก ๆ นี่เรียกว่าผู้มาชำระตน

ท่านทั้งหลายที่มาวัดนี้ไม่ได้ขาดวรรดขาดตอน เพิ่มขึ้นทุกวัน ต้องได้บังคับเอาไว้ เพราะมากด้วยพระด้วยเณรที่เข้ามา ครั้นมาแล้วก็ให้มาตั้งใจศึกษาอบรม ดูให้ดี ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อนำไปเป็นคติเครื่องเตือนใจของตน แล้วนำไปประพฤติปฏิบัติ สติธรรม-ปัญญาธรรม สำรวมระวัง ศีลก็บริสุทธิ์ผู้มีสติผู้มีปัญญา ธรรมก็ค่อยเจริญรุ่งเรืองภายในใจ นี่ละเรื่องสตินี้ต้องเป็นนายหน้าควบคุมไปหมด แล้วก็ดีทุกอย่างๆ วัดนี้มีหน้าที่การงานทำความพากเพียรชำระกิเลสโดยถ่ายเดียว ให้ตั้งหน้าตั้งตาทำความพากเพียร

เดินจงกรมมีสติทุกฝีก้าว นั่งสมาธิ ตลอดอิริยาบถต่างๆ ให้มีสติประจำตัว นี้เป็นหลักของพระผู้มีความเพียร ถ้าขาดนี้แล้วไม่เรียกว่าความเพียร เดินจงกรมจะเดินเร็วขนาดไหน แข่งหมาได้ก็ตาม นั้นก็คือเดินแข่งหมา ไม่ใช่เดินแข่งกิเลสฆ่ากิเลส เพราะไม่มีสติ ถ้ามีสตินั่งเฉยๆ ก็เป็นธรรม เป็นธรรมเรื่อยๆ นะ สติจะควบคุม กิเลสจะคิดปรุงในที่ต่างๆ แง่ต่างๆ นี้สติมีอยู่จะบังคับเอาไว้ไม่ให้คิด กิเลสก็ไม่เกิด ไฟก็ไม่ย้อนมาเผาเรา นี่เรียกว่าสติเป็นผู้ควบคุม ดีหมดทำความเพียร

เอ้าภาวนาคำบริกรรมอย่าปล่อยวางคำบริกรรมด้วยสติติดแนบๆ หรือผู้มีจิตสงบร่มเย็น จิตก็จ่อเข้าไปอยู่ในความสงบ สติติดแนบอยู่กับนั้น จนกระทั่งออกทางด้านปัญญา สติไม่เคยปราศจาก จนกลายเป็นสติปัญญาอัตโนมัติ มหาสติ-มหาปัญญาอัตโนมัติด้วยอำนาจสตินี้เป็นเครื่องหนุนทั้งนั้น ปราศจากสติไม่ได้ ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งอกตั้งใจปฏิบัติตนเอง มรรคผลนิพพานของพระพุทธเจ้านั้น ท้าทายอยู่แล้วสำหรับผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จะเป็นผู้ได้รับผลแห่งการปฏิบัติของตน คือศีลสมบัติ สมาธิสมบัติ ปัญญาสมบัติ จนกระทั่งวิมุตติสมบัติ จะเกิดขึ้นจากผู้ปฏิบัติด้วยความมีสตินี่ละ จำให้ดีนะ

อย่าเลินเล่อเผลอสติ อย่าตื่นโลกตื่นสงสาร เคยเกิดมาตั้งกัปตั้งกัลป์ ตั้งแต่วันเกิดมานี้เป็นยังไงเราอยู่กับโลก เราวิ่งตามโลกเราได้ของวิเศษวิโสอะไรบ้าง ให้วิ่งตามธรรมลองดูซิ พระพุทธเจ้าปลอมหรือไม่ปลอมจะรู้ตรงนั้นนะ สติควบคุมศีลของตนให้ดี ธรรมเจริญด้วยสตินะ นี่ละธรรมพระพุทธเจ้าจะโผล่ขึ้นตรงนี้ เมื่อปัดสิ่งที่สกปรกโสมมซึ่งหุ้มห่ออยู่ในจิตใจออกด้วยความเพียร คือมีสติปัญญาเป็นเครื่องบุกเบิกแล้ว จิตใจจะสง่างามขึ้นมา ใจของเราจะสงบ หาความสุขอย่าไปหาที่ไหนไม่มีในสามแดนโลกธาตุนี้ ถ้าไม่ดูมหาเหตุคือใจตัวเคลื่อนไหวออกไปนั้น ส่วนมากต่อมากจะเคลื่อนไหวออกไปสู่ฟืนสู่ไฟเผาไหม้ตนเอง ด้วยอำนาจของกิเลสผลักดันออกไป

ถ้ามีสติบังคับต้านทานกิเลสเอาไว้ๆ ปัญญาคลี่คลายออกเสมอ ผู้นี้จะทรงมรรคทรงผล เรื่องพระพุทธเจ้านิพพานแล้ว ไม่นิพพานแล้วก็ตาม ธรรมมอบแล้วเป็นศาสดาองค์แทนของพระองค์ให้แก่พวกเราทั้งหลายแล้วยึดข้อนี้ให้ดี ศีลอย่าข้ามอย่าเกิน ข้ามเกินไปเรียกว่าตกเหวตกบ่อทั้งเป็น ให้มีสติรักษา เทิดทูนพระพุทธเจ้า เทิดทูนที่สติด้วยการรักษาศีลบำเพ็ญธรรมให้ดี นี่เรียกว่าเทิดทูนพระพุทธเจ้า ถ้าได้ข้ามเกินคำสอนพระพุทธเจ้าแล้วเรียกว่าเหยียบหัวพระพุทธเจ้าไป มีแต่ลงเหวลงบ่อโดยถ่ายเดียว ให้จำเอานะทุกๆ ท่าน ต่อไปนี้จะให้พร

หลังจังหัน

         (ผมตัวแทนจากคณะเทศบาลเมืองบ้านบึง จ.ชลบุรี มาศึกษาดูงานในย่านนี้) ยังดียังมีโอกาสมาทัศนศึกษาในวัดป่าบ้านตาด แต่ก่อนไม่เคยมา อ.บ้านบึงนี้แทบจะพูดได้ว่าไม่ได้มาทุกคน ว่างั้นนะ หลวงตานี่ไปหมด ที่ว่าเหล่านี้ไปหมดแล้ว ไปเทศนาว่าการทั่วประเทศไทยในการช่วยชาติคราวนี้ พึ่งมายุติเอาตอนนี้แหละ วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๗ ปิดโครงการในวันนั้น มอบทองคำที่กำหนดตายตัวไว้ว่าให้ได้ ๑๐ ตัน เวลาได้แล้วทองคำได้ ๑๐ ตันกับ ๓๑๒ กิโลครึ่ง ส่วนดอลลาร์กำหนดให้ได้ ๑๐ ล้านขาดไม่ได้ เวลาได้จริงๆ มอบในวันนั้น เป็นดอลลาร์ ๑๐,๒๑๔,๖๐๐ ดอลล์ ได้ตามจุดมุ่งหมายทุกสิ่งทุกอย่าง จากบรรดาพี่น้องที่รักชาติทั้งหลาย ต่างท่านต่างได้เสียสละด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน จนกระทั่งสมบัติของเราเป็นกองอันใหญ่โต

ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันเป็นของเล่นเมื่อไร และดอลลาร์ตั้ง ๑๐ ล้านกว่า สำหรับเงินสดนั้นกระจายทั่วประเทศไทย ได้เคยเรียนให้ทราบตลอดมา เกี่ยวกับการสงเคราะห์สงหาคนทุกข์คนจนที่ควรจะสงเคราะห์ตามเหตุผลที่ควร และก่อสร้างสถานสงเคราะห์ โรงร่ำโรงเรียน โรงพยาบาล ที่ราชการทั่วประเทศไทย เงินสดจึงไม่ค่อยได้เข้าสู่คลังหลวง ในจำนวนเงินสดนั้นได้ซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงประมาณ ๒ พันล้านกว่าบาท นอกจากนั้นกระจายออกช่วยชาติบ้านเมือง ตั้งแต่บัดนั้นมาแล้วหลวงตาก็ไม่ค่อยไปเที่ยวเทศนาว่าการในที่ต่างๆ เหมือนอย่างที่แล้วๆ มา แต่ได้ไปหมดแหละประเทศไทยนี้ เทศน์สอนพี่น้องชาวไทยเรา

การช่วยชาติคราวนี้ ทางด้านวัตถุก็สมบัติเงินทอง เราก็ขนเข้าสู่คลังหลวงให้แน่นหนามั่นคง ทางด้านจิตใจก็อุตส่าห์พยายามเทศนาว่าการสอนพี่น้องทั้งหลายในธรรมทุกขั้น ตั้งแต่ขั้นพื้นๆ เรื่อย จนกระทั่งพูดให้เปิดหัวอกเลยว่าถึงมรรคผลนิพพาน ไม่สงสัยในการเทศน์สอนพี่น้องทั้งหลายคราวนี้แม้นิดหนึ่งเลย จากการปฏิบัติของเราตั้งแต่เริ่มล้มลุกคลุกคลานในการปฏิบัติบำรุงตัวเองเพื่อความดีทั้งหลาย จนกระทั่งค่อยก้าวขึ้น ตั้งไข่ได้ นั่งได้ยืนได้เดินได้วิ่งได้ อำนาจแห่งธรรมที่เราได้บำรุงอยู่ตลอดมา แล้วธรรมที่ปฏิบัติเต็มเม็ดเต็มหน่วยเต็มกำลังความสามารถนั้นเป็นผลออกมา ให้ได้นำมาสั่งสอนพี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศไทย เวลานี้ยังออกทั่วโลกอีก เวลานี้ทางสหรัฐเขาก็ฟังอยู่พร้อมกัน เขารู้เวลา เขากำหนดเวลาของเขา เช่น ๘ โมงกว่าทางนี้ ทางโน้นก็สองทุ่มกว่า เวลานี้เขาก็ฟังทั่วหน้ากัน

นี่ละผลแห่งธรรมที่ปฏิบัติได้ กระจายทั่วประเทศไทย เราก็แน่ใจว่าบรรดาพี่น้องทั้งหลายจะพอได้คติจากธรรมที่เราตะเกียกตะกายหามาด้วยความยากเย็นเข็ญใจ บางครั้งถึงขนาดสละชีวิตก็มี จึงได้ธรรมเหล่านี้มาสอนพี่น้องทั้งหลาย จึงคิดว่าจะพอได้ประโยชน์บ้างบรรดาพี่น้องชาวไทยเราที่ได้ฟังอรรถฟังธรรมจากหลวงตาแสดงในคราวนี้ ทั้งแสดงด้วยปากเปล่า ทั้งทางเทป ออกทางวิทยุ อินเตอร์เน็ต ทั่วประเทศไทยและทั่วโลกเวลานี้ หากว่าจะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยก็แสดงว่า เมืองไทยเรานี้หนามากทีเดียว

ธรรมพระพุทธเจ้าเลิศเลอสุดยอด มาสาดกระจายลงในเมืองไทยด้วยพระเมตตาธรรม โดยหลวงตาเป็นผู้นำในปัจจุบันนี้ ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยแล้วก็เรียกว่ามืดที่สุดชาติไทยของเรา แต่เราเชื่อว่าชาติไทยของเราเป็นเจ้าของแห่งพุทธศาสนาจะไม่เป็นอย่างนั้น เป็นแต่เพียงว่า จะได้ไม่สมเหตุสมผลนัก เพราะอำนาจแห่งความเพลิดเพลินตามกิเลส มันวิ่งโน้นวิ่งนี้ ฉุดลากตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งถึงค่ำ มักจะเป็นไปตามกิเลสทั้งนั้น ที่จะระลึกถึงอรรถถึงธรรม พุทโธ ธัมโม สังโฆ อย่างนี้ไม่ค่อยจะมี จะมีเฉพาะท่านผู้ที่ฝังใจอยู่แล้วตามที่ต่างๆ มีเพียงเล็กน้อยๆ ในบ้านหนึ่งเมืองหนึ่งจะมีเพียงเล็กน้อยๆ เท่านั้น นอกจากนั้นกิเลสเอาไปถลุงทั้งวันทั้งคืน

วันนี้ท่านทั้งหลายมีโอกาสอันดีงามได้มาทัศนศึกษา ทัศนะ ก็คือความเห็น ศึกษาเพื่อรู้เพื่อเห็น วันนี้ก็กำลังแสดงธรรม ท่านทั้งหลายจะได้เห็น ทั้งได้รู้อรรถธรรมที่แสดงไปว่าอย่างไรพอไปเป็นขวัญใจในเวลากลับไปบ้านไปเรือน จะได้ไม่เสียประโยชน์ทางด้านจิตใจ การทัศนศึกษาภายนอกตามโลกตามสงสารนั้นเป็นทางด้านโลก การทัศนศึกษาทางด้านจิตใจภายในเพื่อผลประโยชน์ภายในจิตใจนี้ คือศึกษาในทางธรรม อันนี้จะเป็นธรรมสมบัติประจำใจของพี่น้องทั้งหลาย จึงเรียกว่าพี่น้องทั้งหลายมาคราวนี้ไม่เสียท่าเสียที ได้ทั้งทัศนศึกษาทางโลกสงสารการบ้านการเมือง ได้ทั้งทัศนศึกษาทางด้านอรรถด้านธรรม เรื่องการทำบุญให้ทาน

ตลอดถึงมาวัดนี้ ท่านทั้งหลายเห็นวัดนี้เป็นอย่างไรบ้าง นั่น ก็ได้เห็น แล้วพระวัดนี้เป็นอย่างไรบ้าง ท่านทั้งหลายจะเห็นด้วยกัน แล้วการแสดงธรรมเวลานี้ ผิดถูกชั่วดีประการใด ท่านทั้งหลายจะได้ยินอย่างถึงใจด้วยกัน จึงได้ผลประโยชน์ทั้งทางด้านธรรมะและทางโลกทางสงสาร รวมในบุคคลคนเดียวกัน ไม่เสียท่าเสียทีที่กลับไปบ้านไปเรือน ได้ธรรมไปเป็นขวัญใจ หลวงตาจึงขออนุโมทนากับบรรดาพี่น้องทั้งหลายที่ได้อุตส่าห์พยายามมา แล้วก็ยังมีโอกาสได้เข้ามาวัดป่าบ้านตาดมาชมป่า นี่ป่าจริงๆ สมชื่อสมนามว่าเป็นวัดป่าบ้านตาด ในบริเวณนี้เท่านั้นที่ประชาชนจะเข้ามาเกี่ยวข้องได้ ข้างในไม่ให้มีเลย ไม่ให้เข้าไป นั้นเป็นสถานที่บำเพ็ญของพระตั้ง ๕๐ องค์เป็นอย่างน้อย อยู่ในนั้นเต็มไปหมด ท่านบำเพ็ญภาวนารักษาจิตใจตัวคึกตัวคะนอง ตัวแส่หาแต่เรื่องแต่ราวเอาไฟมาเผาเรา ระงับดับลงด้วยน้ำคือธรรม คือความพากเพียร มีสติ ศีลก็บริสุทธิ์บริบูรณ์เต็มที่ อบอุ่นภายในใจด้วย สมาธิ ปัญญา ก็กำลังเจริญ บำรุงรักษาอยู่ในป่าในเขา

ในวัดนี้จะไม่มีวัตถุหรูหราฟู่ฟ่าดังวัดทั้งหลาย จะมีโก้ๆ แต่นี้ออกไป ศาลาหลังนี้ก็โก้ ศาลาใหญ่หลังนั้นก็โก้ เพื่อรับรองพี่น้องทั้งหลายทั่วแผ่นดินไทย ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับศาลาใหญ่หลังนั้น เกี่ยวกับการช่วยชาติบ้านเมือง ถึงได้สร้างศาลาหลังใหญ่ขึ้นมา นี่จะหรูหราฟู่ฟ่าออกไปทางนี้ ส่วนภายในใจนั้นเราเปิดอกเลยว่า หรูหราฟู่ฟ่าไปด้วยอรรถด้วยธรรมของพระที่ท่านประกอบความพากความเพียรภายในจิตใจทุกๆ องค์อยู่ในนั้นหมด

ดังตะกี้นี้ก็สอนว่ามีสติ มีปัญญา มีสังวรธรรม สำรวมระวังตนตลอดเวลา พระเหล่านี้ปฏิบัติอย่างนั้นตลอดมา เพื่อตักตวงเอามรรคเอาผลเข้าสู่จิตใจ ข้ามพ้นจากกองทุกข์คือมูตรคูถของกิเลสทั้งหลาย เข้าสู่แดนพ้นทุกข์คือพระนิพพานเป็นที่ตั้ง ท่านมุ่งหมายอย่างนั้น เพราะฉะนั้นในบริเวณนี้จึงห้ามไม่ให้ใครเข้าไป ไม่ว่าผู้หญิงผู้ชายห้าม เป็นเขตบำเพ็ญของพระล้วนๆ นี่ท่านทั้งหลายก็ได้มาเห็นแล้ว บริเวณนอกก็ตาม พระออกมานี้เป็นยังไง มีพระลิเกละครออกมานี้ไหม มีกิริยามารยาทปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง ท่านทั้งหลายก็ได้เห็นแล้ว

ผู้ปฏิบัติศีลธรรม มองดูก็น่าดู หูฟังก็มีเหตุมีผลที่น่าจับใจไพเราะซาบซึ้งเข้าถึงใจ เรียกว่าธรรม ไปก็เป็นมงคลแก่ผู้ฟังผู้เห็น มานี้ท่านเห็นอย่างนี้เป็นยังไง มีอะไรแสลงหูแสลงตา ไม่มี มีแต่ความเป็นมงคล ทางใจก็มีแต่อรรถแต่ธรรมเข้าสู่จิตใจเป็นมงคล เพราะฉะนั้นเวลากลับไปบ้านแล้ว เราไม่ได้แบบนักบวชแบบพระก็ตาม ขอให้เราเป็นแบบลูกศิษย์ที่มีครูสอน เราทุกคนอยู่ที่ไหนบ้านใดเมืองใดมีวัดมีวาด้วยกัน ท่านสั่งสอนเรา ขอให้เรามีธรรมประจำบ้านประจำเรือนของเรา อย่าเตลิดเปิดเปิงดีดดิ้นจนเกินเหตุเกินผล โลกนี้หาความแน่นอนไม่ได้ ดิ้นเท่าไรยิ่งพันเข้าเหมือนแหพันลิง เราดิ้นตามกิเลส จะหาความสุขจากการดิ้นตามกิเลสนี้ไม่มี มีแต่แบบแหพันลิงๆ แล้วก็จมไปด้วยกัน ผลที่ได้มีแต่ความล่มจม

ถ้าจิตใจเราประหวัดเข้าสู่ธรรม ธรรมนั้นจะเป็นเครื่องป้องกันจิตใจของเรา กายวาจาความประพฤติของเราจะไม่ค่อยเสียหายและไม่เสียหาย จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ขอให้ท่านทั้งหลายได้นำธรรมเหล่านี้ไปปฏิบัติในบ้านในเรือนของตน จะเป็นสิริมงคลประจำบ้านประจำเรือน ลูกหลานเกิดมาสุดท้ายภายหลัง ให้เขาได้อรรถได้ธรรมเป็นคติจากพ่อจากแม่จากครูอาจารย์ไปปฏิบัติตน แล้วจะมีคนดีขึ้นในเมืองไทยของเรา จากแดนพระพุทธศาสนา

วันนี้ก็แสดงธรรมเพื่ออนุโมทนาสาธุการกับทัศนศึกษาของพี่น้องทั้งหลาย กลับไปบ้านไปเรือนแล้วก็ขอให้มีความสุขความเจริญ ขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาพี่น้องทั้งหลายโดยทั่วกันเทอญ เอาละที่นี่จะให้พร

(ถวายปัจจัย ๗ หมื่นครับ) มาจากไหน (จากโนนสูงครับ) มายังไงถึงได้ปัจจัยถึง ๗ หมื่น) (ผมทำงานอยู่ประเทศการ์ตาครับ) แล้วได้เงินมาจะถวายทาน ๗ หมื่นเหรอ (ครับผม) เออ พอใจๆ ไปอีกก็ได้นะ ให้ได้แสนสี่หมื่น (มีปัญหาจะถามหลวงตาด้วยครับ ปัญหาธรรม) ถามอะไรล่ะ

(ขณะภาวนาลงไป เหมือนกับว่าจะให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างพุทโธหรือลมหายใจ ขณะหนึ่งจิตปรุงขึ้นมาว่า ถ้าไม่หายใจต้องตาย จะแก้ไขยังไงครับ) ก็ถูกทำอันนี้ก็ดี แต่ลมหายใจที่ดับไปในเวลาภาวนาไม่ต้องกลัวตาย ลมหายใจจะแผ่วเบาๆ จนกระทั่งเงียบเลย มี นักภาวนา ไม่ตาย จะเหลือแต่ความรู้ล้วนๆ ที่ละเอียดสุดยอด นี่ละนักภาวนาอานาปานสติ พอไปถึงขั้นลมหายใจเบาลงๆ ถึงลมหายใจหยุด แล้วตกตะลึงกลัวตาย แล้วถอยออกมาเสีย ก็ได้แค่นั้นๆ ไม่เลย นักภาวนาที่เอาให้เห็นความจริงจริงๆ เอา ลมหายใจถึงจะดับเมื่อใจมีอยู่ความรู้มีอยู่ไม่ตาย เท่านั้นละพุ่งเลย ละเอียดไปหมด ดับเรียบเลย เข้าใจไหม ไม่ตาย ให้จำเอานะ

เราอยากเห็นพี่น้องทั้งหลายได้ภาวนา จะเห็นความเลิศเลอในใจของเราทุกคน ไม่ว่าคนใดคนหนึ่งจะได้แน่นอน จากพระพุทธเจ้าที่รับรองไว้แล้วด้วยจิตตภาวนา พระพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยภาวนา สาวกทั้งหลายตรัสรู้ด้วยภาวนา เรานำไปปฏิบัติจะได้รู้เนื้อรู้ตัวของเรา งานทุกอย่างจะละเอียดลออ คนมีภาวนาภายในใจ งานการทุกอย่างจะละเอียดไปเรื่อยๆ การเคลื่อนไหวไปมา มันหากมีอยู่ในใจนี่คอยเตือนเจ้าของตลอด จำเอานะ มีเท่านั้นหรือ จะถามอะไรอีก ไม่ต้องกลัว ลมหายใจจะดับ เอ้าดับไป เมื่อความรู้มีอยู่ไม่ตาย เราพอใจ เราอยากได้ยินอย่างนี้

นี่เทศน์สอนโลกมาได้ ๕๔ ปีแล้ว ยังไม่มีใครโผล่ขึ้นมาพอเป็นพยานบ้างเลย ว่างี้เลย เราอยากเห็นเหลือเกินพยาน พระพุทธเจ้าก็สาวกเป็นพยานท่าน มานี้ก็มีลูกศิษย์ลูกหาอยากให้ทำ จะได้ทราบว่าหลวงตาบัวนี้โกหกโลกไหม อยากว่าอย่างนั้นนะ เอาละพอ ไปได้

ผู้กำกับ น.ส.พ.พิมพ์ไทย ฉบับวันศุกร์ที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๗ หัวข้อว่า

ขออนุโมทนาในสัมมาทิฏฐิ

สืบเนื่องจากรองนายกรัฐมนตรี ดร.วิษณุ เครืองาม ได้มีนโยบายจัดตั้ง สนง.ทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา เป็นองค์การมหาชน โดยลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๔๗ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการการจัดตั้ง สนง.ทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา ประกอบด้วยประธานกรรมการ ๑ ท่าน พล.ต.ท.อุดม เจริญ ผอ.สนง.พระพุทธศาสนา มีคณะกรรมการร่วม ๑๔ ท่าน และให้มีที่ปรึกษาตามมติ มส. จำนวน ๔ รูป

นับแต่นั้นมาคณะกรรมการชุดดังกล่าว ได้ดำเนินการยกร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง สนง.จนเป็นที่เรียบร้อย เพียงแต่รอเข้าพิจารณาต่อที่ประชุมคณะกรรมการ จากนั้นก็จะผ่านความเห็นชอบจาก กพร.และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบหลักการ ต่อจากนั้นก็จะเร่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

นับว่าโชคยังดีสำหรับพระพุทธศาสนาที่เป็นสถาบันหลักหนึ่งในสามของชาติ เพราะร่างกฎหมายทำลายพระพุทธศาสนาฉบับนั้น ได้ถูกทีมข่าวศาสนาของ นสพ.พิมพ์ไทย นำมาตีแผ่ความไม่ชอบมาพากล และป่าวร้องให้พุทธศาสนิกชนได้พึงรู้เท่าทันถึงภยันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น

จากนั้นพระกรรมฐานสายวัดป่าจากทั่วสารทิศ จึงออกมาประชุมพิจารณาร่าง ลงมติว่า ร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวขัดต่อพระธรรมวินัย ขัดจารีตประเพณี และขัดต่อกฎหมาย พร้อมกันก็ออกแถลงการณ์เรื่อง การคัดค้านการจัดตั้ง สนง.ทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา ด้วยเห็นว่ามีลักษณะจัดหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ มุ่งหวังรายได้ด้วยวิธีการต่างๆ แบบทางโลก อาจเกิดความเดือดร้อนต่อพุทธบริษัท และจะเป็นเหตุให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา

เป็นการรวบอำนาจการดูแลศาสนสมบัติอันเป็นของสงฆ์ทั้งหมด ไปเป็นกรรมสิทธิ์ของฆราวาส โดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด(หลวงตา เออ ถูกต้อง) ซ้ำยังรวบรวมเอาทรัพย์สินที่เป็นเงินสดที่สะสมไว้จำนวนสองพันล้านบาท ตลอดจนที่ดินวัด  ที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนา  ที่ศาสนสมบัติกลาง และทรัพย์อันเกิดจากที่วัด และวัตถุสิ่งของอันเป็นที่เคารพในพระพุทธศาสนา ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงาน นับว่าขัดต่อพระธรรมวินัย และเป็นอันตรายต่อสมบัติของสงฆ์อย่างยิ่ง

พระพุทธเจ้าทรงวางหลักธรรมวินัยไว้ชัดเจนว่า สงฆ์ต้องเป็นผู้ดูแลรักษาสมบัติของสงฆ์ ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการบำรุงรักษา หากปล่อยให้เสียหายเพียงเล็กน้อย ท่านปรับอาบัติแก่ภิกษุนั้น

การจัดตั้งดังกล่าวนับเป็นความประมาทอย่างยิ่ง เสี่ยงต่อความเสียหาย เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เท่ากับเปิดโอกาสให้ต่างชาติ องค์การมหาชนอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา อาจก่อให้เกิดปัญหาที่ร้ายแรงซับซ้อนยิ่งขึ้น ทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาอาจถึงขั้นสูญสิ้น

คณะสงฆ์ไทย (พระสายวัดป่า) พิจารณาแล้ว จึงมีมติให้ยกเลิกร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และเห็นควรให้ทำหนังสือเตือนไปยังนายวิษณุ เครืองาม และพล.ต.ท.อุดม เจริญ ในฐานะผู้ร่วมผลักดันให้มีการยกร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

หลังจากพระกรรมฐานสายวัดป่าออกแถลงการณ์ได้เพียง ๒๔ วัน

ณ วันนี้คณะผู้ดำเนินการยกร่าง ได้มีการยกเลิกร่างฉบับเก่า และมีการยกร่างขึ้นมาใหม่เสร็จสิ้นแล้ว

ร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง สนง.ส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา (องค์การมหาชน) พ.ศ....มีชื่อเรียกโดยย่อว่า สพศ. มีทั้งหมด ๗ หมวด ๕๑ มาตรา ทุกหมวดและทุกมาตรา ไม่มีมาตราใดบัญญัติให้โอนทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาไปเป็นกรรมสิทธิ์ของ สนง.เหมือนในร่างฉบับก่อน

ดังจะเห็นได้ในหมวดสองว่าด้วยทุน รายได้และทรัพย์สิน ในมาตรา ๑๐ ทุนและทรัพย์สินในการดำเนินการกิจการของ สนง.ประกอบด้วย

๑.ทุนที่รัฐบาลจ่ายให้เป็นทุนประเดิม หมายความว่า ทุนเริ่มแรกในการจัดตั้ง สนง.จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของพระสงฆ์

เมื่อโยมมีสัมมาทิฏฐิ รู้ผิดชอบชั่วดีเช่นนี้ อาตมาทั้งหลายก็ค่อยเบาใจ

                                                                     ณ.หนูแก้ว

หลวงตา มันจะจัดตั้งแบบไหน มันจะออกช่องนี้อีกนะพวกนี้พวกเปรตพวกผีนี่ มันตั้งหน้ามาทำลายพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าองค์เอกทรงบัญญัติไว้เรียบร้อยแล้ว สมบัติของสงฆ์เป็นของพระสงฆ์ เป็นของพุทธศาสนา มันมีอำนาจมาจากไหนฆราวาส เข้ามารุกล้ำศาสนาให้เป็นเนื้อเป็นหนังของตัวเองขึ้นมา เหยียบทำลายศาสนา ไม่มีในหลักธรรมวินัย เข้าใจเหรอ เราพูดได้เท่านั้น เรื่องเหล่านี้มีแต่เรื่องจะเข้ามาทำลายแง่นั้นแง่นี้ตลอดเวลา เปรตเหล่านี้เป็นเปรตใหญ่เสียด้วยนะ มันทำลายไม่หยุดไม่ถอย เปรตสองสามตัวนี่พิลึกจริงๆ ก่อกวนมากทีเดียว พูดเท่านั้นละไม่เอามาก

ผู้กำกับ ฉบับเก่าโดนลูกศิษย์หลวงตาน็อกเอาท์ไปเรียบร้อยแล้วครับ

หลวงตา ไม่ว่าลูกศิษย์อะไรละ ก็ศาสดาองค์เอกละน็อกเอาท์ อ้าว ก็เราเอาธรรมวินัยของพระพุทธเจ้ามา จะไม่ว่าพระพุทธเจ้าน็อกเอาท์ยังไง อย่ามายุ่งพวกเปรต ก็ว่างั้นซี หากินไม่มีหรือทางอื่น จึงมาหายุ่งแต่ตับปอดของศาสนา ความหมายเข้าใจไหมล่ะ พวกเปรต ก็ว่างั้นซี เข้าใจหรือเปล่า บ้านเมืองเขา คนทุกข์คนจนตาสีตาสาเขาไม่เห็นไปกินตับกินปอดศาสนา พวกนี้มีเงินดงเงินเดือนกินมากขนาดไหน มันยังเข้าไปล่วงล้ำตับปอดพุทธศาสนา กระจายอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งพระป่าอยู่ไม่ได้ต้องออกมาชำระๆ  เพราะท่านเหล่านี้ปฏิบัติตามหลักอรรถธรรมวินัยโดยตรงๆ  เหล่านั้นมีแต่ปลอมทั้งนั้นๆ เข้ามาจึงตีออกๆ ก็มีเท่านั้นละ

สรุปความลงเรื่องพุทธศาสนาที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายอยู่นี้กับผู้ใด ใครเป็นคนก่อความยุ่งเหยิงวุ่นวายพุทธศาสนาในระยะนี้มากที่สุด คือใคร ความเห็นสมควรตามอรรถตามธรรมแล้วต้องให้คนนั้นออกอย่าเข้ามายุ่ง มันจะเอาไฟเผาศาสนาแหลกเหลวหมด คนอื่นที่ดีที่ส่งเสริมพุทธศาสนาให้เอาเข้ามาทำงานเพื่อส่งเสริม อันนี้มาเพื่อทำลาย ทำลายแบบนั้นทำลายแบบนี้ตลอดมา พวกนี้ไม่สมควรที่จะเข้ามาทรงพุทธศาสนา นอกจากมาเป็นภัย ควรให้ออกเสียให้หมด นี่พูดถึงเรื่องความเป็นธรรม เราไม่ได้ว่าผู้ใด พวกนี้พวกทำลายศาสนาให้ออก ว่างั้นละเรื่องธรรม เอาผู้ที่ทำดีให้ได้รับความร่มเย็นในพี่น้องชาวพุทธเราทั่วหน้ากันนี้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน จะเป็นการส่งเสริมพุทธศาสนาโดยตรง เราพูดฝากคำอันนี้ไว้เท่านั้นแหละ พวกเปรตพวกผีไล่หนีให้หมด สรุปอีกทีหนึ่ง

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com  หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก