ร่ำลือว่าดุ
วันที่ 8 กรกฎาคม. 2547 เวลา 8:10 น. ความยาว 27.02 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

ร่ำลือว่าดุ

 

         เมื่อวานนี้ไปโรงพยาบาลคอนสวรรค์ เขาก็มาขอตึกจากเรา บอกเวลานี้เรากำลังจน เราก็ว่างั้น ไม่มีอะไรจะให้ เขาก็เรี่ยไรกันมาพยายามจะขึ้นตึก ด้วยความจำเป็นของเขานั่นแหละ เขามาขอตึกจากเรา เป็นเวลาที่เรากำลังจำเป็นยังให้ไม่ได้ระยะนี้ เขาก็พยายามเรี่ยไรกันทอดผ้าป่งผ้าป่าบ้างก็ได้เยอะอยู่นะล่ะ ได้เงินมาแปดแสนดูว่างั้นนะ เขาก็จะเริ่มขึ้นละว่างั้น แล้วตึกหลังนี้ประมาณสักเท่าไร ดูว่าสองล้านย่านนี้แหละ เวลานี้ได้เงินเจ็ดแสนแปดแสน เราก็เลยว่าให้ทำไปเถอะ เรามีเท่าไรก็จะพยายามช่วยเต็มที่บอกเขาว่างั้น สุดท้ายก็ต้องช่วยหมดนั้นแหละแต่เราไม่พูดแง่นั้น พูดว่า เอา เราจะพยายามช่วยเต็มที่ เพราะเรามีตั้งแต่ผู้มาขอความช่วยเหลือ เราจะพูดเต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ลำบาก เพราะเงินมันแบ่งมันแยก เมื่อวานนี้ก็โอนเสียจน... โอนเงินไปที่นู่นที่นี่ พวกตึกพวกโรงพยาบาลละส่วนมาก ได้ถามเขาเรียบร้อย ขาดสักเท่าไรเราก็จะพยายามช่วย ว่างั้นนะ เราก็บอกไว้อย่างนั้น เวลาจำเป็นจริงๆ มันก็คงต้องได้ช่วยหมด แต่ยังไม่พูดอันนี้

ความเมตตานี่พูดไม่ถูกนะ ที่พระพุทธเจ้าว่า มหาการุณิโก นาโถ ทรงพระกรุณาธิคุณ เมตตาคุณต่อสัตว์โลกหาประมาณไม่ได้ หิตาย สพฺพปาณินํ ทำประโยชน์ให้แก่โลกนี้หาประมาณไม่ได้เลย ก็เพราะอำนาจแห่งความเมตตา แล้วความเมตตาของพระพุทธเจ้ากับความเมตตาของโลกทั่วๆ ไปต่างกันมากนะ เพียงเป็นอยู่ในหัวใจเราเท่านี้พูดให้ใครฟังไม่อยากมีใครเชื่อ แต่เราเป็นอยู่ในเรานี้ เชื่อไม่เชื่อมันก็เป็นอยู่นี้จะให้ว่าไง เราไม่เชื่อกับความเป็นของเราจะเชื่อที่ไหน นั่นละเรื่องมันนะ ไปที่ไหนเป็นอย่างนั้นๆ ตลอดเลย

เมื่อวานนี้โรงพยาบาล ๗ โรงกับคอนสวรรค์เราไปหนึ่งโรง ๖ โรงมา ของเต็มโกดังไว้เลย โรงไหนมาๆ จัดให้พอดี คือไม่ให้สูงต่ำกว่ากันเลย ไม่ว่าจะธรรมดา ไม่ว่าจะพิเศษ พิเศษก็จัดให้พิเศษเสมอกันหมด คือที่พิเศษมันมีอยู่สองสามจังหวัด ในจังหวัดนั้นไม่ว่าโรงพยาบาลใดทั้งหมด โรงไหนมาเป็นได้พิเศษด้วยกันหมด เช่น โคราช อุตรดิตถ์ อุบล ๓ จังหวัดนี้โรงไหนมาได้เหมือนกันหมด สั่งไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนชัยภูมิมีสอง ภักดีชุมพลกับเทพสถิต อันนี้ไกลมาก คือเราตั้งเข็มไมล์ไปดูระยะทาง เทพสถิตกับภักดีชุมพลนี้เทียบกับโคราชแล้ว มันเลยไปถึงสีคิ้วนู่นน่ะจากนี้ไป เลยโคราชไปประมาณสีคิ้วกับกิโลที่เราตั้งไป นี่ละโรงพยาบาลสองโรงอยู่ขนาดนั้น เพราะฉะนั้นเราจึงต้องให้เป็นพิเศษ คันไหนมาก็เต็มรถๆ พิเศษจะมีหนักหน่อย

เวลาออกไปนี้เราเติมน้ำมันรถให้ทุกคันเลย ปั๊มของเรามีอยู่นั้นแล้ว เติมน้ำมันให้ทุกคันรถๆ เป็นประจำ เมื่อวานนี้รวมแล้ว ๗ โรง รู้สึกมากกว่าทุกวัน ตามธรรมดาสามโรงสี่โรงๆ ที่สูงสุด ๙ โรง วันหนึ่ง ๙ โรงไม่เลยนั้น เราทำด้วยความเมตตาสงสาร เพราะเห็นความจำเป็น ท่านเหล่านี้ถ้าไม่จำเป็นจะไม่มา เราคิดแล้ว เมื่อจำเป็นจริงๆ แล้วเห็นจะไม่ไหว ต้องมาขอพึ่งผู้อื่น ถ้าพอถูไถได้แล้วจะไม่มา เพราะระยะทางจากนู้นมานี้ใกล้ไกลขนาดไหนใครจะมา แต่เมื่อจำเป็นใกล้ไกลมันก็ต้องได้ไป เราเห็นใจกันตรงนั้น เพราะฉะนั้นมาไกลเท่าไรยิ่งให้สูง เพื่อสงเคราะห์น้ำใจกันด้วยความอุตส่าห์พยายาม เราคิดอย่างนั้น เราจึงให้

แต่เงินที่จะช่วยเหลือนั้นเวลานี้ก็ร่อยหรอลงเป็นลำดับลำดา เพราะเราไม่ได้เทศน์ช่วยชาติ การเงินการทองที่บรรดาศรัทธาทั้งหลายบริจาคมานี้เรากระจายทั่วประเทศๆ เวลานี้ก็งดนั้นแล้ว ก็เหลือแต่เงินที่เขามาถวายธรรมดาๆ ซึ่งเราก็สงเคราะห์มาเป็นพื้นธรรมดามาแล้ว มีเท่านั้นละนะสงเคราะห์อยู่เวลานี้ มันจึงร่อยหรอลงๆ เราก็ยังอุตส่าห์พยายามบึกบึน เช่น อย่างโรงพยาบาลโรงใดมาก็ให้เสมอกันเหมือนเก่า เป็นแต่เพียงว่าการสงเคราะห์ข้างนอก เช่น สร้างตึกสร้างอะไรนี้ได้ลดๆ ได้ขอพักไว้ๆ

         เครื่องมือแพทย์ก็เหมือนกัน นอกจากเป็นความจำเป็น ถ้าจำเป็นติดหนี้ก็เคยติด เอ้าเอาเลย นั่นละเรียกว่าจำเป็น เครื่องมืออันนี้จำเป็นต่อคนไข้มีจำนวนมากน้อยเพียงไร เครื่องมือนี้เป็นลมหายใจของคนไข้ทั้งหลาย ถ้าหากว่าไม่มีเครื่องมือนี้คนไข้ผิดหวัง หมอก้าวไม่ออก แล้วทำยังไง เราคำนวณถึงเรื่องการติดหนี้ติดสิน อะไรมีน้ำหนัก คนไข้เกี่ยวกับเครื่องมือนี้ กับการติดหนี้ของเราเทียบกันได้ ก็สู้ทางคนไข้ไม่ได้เพราะจำนวนมาก เอ้าติด เพราะฉะนั้นจึงว่าติดบ่อยเรา ติดหนี้ คือเกี่ยวกับโรงพยาบาล เครื่องมือแพทย์นี่ละ ส่วนการสร้างที่นั่นที่นี่ตึกไหนเท่าไรๆ ไม่ติด เราคำนวณไว้เรียบร้อยในบัญชีของเรา บัญชีสมุดฝากเงิน เข้าใจไหมล่ะ เราคำนึงคำนวณไว้ในนี้ สร้างตึกนั้นเท่านั้นๆๆ จ่ายไปโดยลำดับลำดา ดูในบัญชีอยู่เรื่อย ไม่ติด แต่อย่างปุบปับเข้ามานี่มันติด คือมันไม่มีอยู่ในโครงการ เอ้าติด ติด เราจึงได้พูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง

พวกเลวร้ายทั้งหลายมันชอบโจมตีคนทำดี คนทำชั่วมันไม่ไปแตะละ เขาจะตีหน้าผากมัน คนชั่วเต็มบ้านเต็มเมืองมันไม่เห็นไปเที่ยวหาจับผิดจับถูกเขาอะไรเลย เกลื่อนอยู่ ที่จะไปจับเขามาใส่คุกใส่ตะรางพอให้คนดีทั้งหลายได้นอนตาหลับบ้างนี้ไม่ไป แต่มาหาทำลายคนทำดีอย่างนี้ มันมีอย่างเหรอ แต่มันก็มีเราก็เคยเห็นมาแล้ว

         เพราะฉะนั้น เงินในบัญชีเราจึงบอกกับบรรดาพี่น้องทั้งหลายให้ทราบทั่วกันเอาไว้ว่า เงินในบัญชีนั้นมีจริง เราบอก แต่มีอยู่ในโครงการของเราหมดแล้ว เราคำนวณไว้ สร้างอันนั้นเท่านั้นๆ จ่ายนั้นเท่านั้นๆ อยู่ในนี้หมด คำนวณไว้หมด แต่เงินยังไม่ออก เข้าใจไหม สมมุติว่าเราตายเสียเงินเต็มอยู่ในบัญชี เขาจะหาว่าหลวงตาบัวเป็นเศรษฐี คือเราตายเสียเงินเหล่านี้ยังไม่ได้จ่ายตามที่เรากำหนดเอาไว้ จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบไว้ หลวงตาบัวใครจะว่าเป็นเศรษฐีเท่าไร เศรษฐีเท่าไรก็ตามเถอะ สู้ทุคตะเข็ญใจที่มีประจำตัวไม่ได้นะ เราจนมาตลอดเราพูดจริงๆ อันนี้คือพื้นเพในหัวใจเราที่เต็มไปด้วยเมตตา ไม่มีอะไรติดตัวละ เต็มหมดๆ

         ดังที่ว่าถ้าหากว่าเราตายไปแล้วเงินยังเหลืออยู่ในบัญชี พวกที่เขาจะมาหาซอกแซกซิกแซ็ก หาจับผิดจับพลาดอะไรนี้มี แล้วจะเอาอันนี้ออกโฆษณาให้โลกเห็นว่าเราเป็นอย่างนั้นๆ เขาไม่รู้ความลึกตื้นของเรา เราคิดไว้เรียบร้อยแล้ว เวลาเราตายเรายังสั่งขาด นี้มีพินัยกรรมแล้ว เวลาเราตายแล้วสมบัติเงินทองที่พี่น้องทั้งหลายนำมาบริจาคเพื่อเผาศพเรา บอกในพินัยกรรมให้ตั้งคณะกรรมการขึ้น เก็บหอมรอมริบรับผิดชอบเรียบร้อยแล้ว เอาเงินก้อนที่จะมาเผาศพเรานี้ไปซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงเป็นวาระสุดท้าย เราบอกไว้เรียบร้อยแล้ว เราจะเผาด้วยไฟ เงินที่เป็นประโยชน์จะช่วยโลกที่มีชีวิตอยู่ คนตายแล้วเอาไฟเผา นั่นเราประกาศไว้เรียบร้อย ถึงเราจะไปเผาที่ใดก็ตามพินัยกรรมต้องเป็นใหญ่ไปตลอด เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เงินจำนวนนี้ต้องซื้อทองคำเข้าคลังหลวงเป็นวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของเราเท่านั้น

เราช่วยโลกไม่ได้ช่วยธรรมดา คนอื่นเขาไม่เห็น แต่หัวใจเรากับธรรมอยู่ด้วยกัน เห็นด้วยกัน รู้ด้วยกันตลอดเวลา การแสดงทุกสิ่งทุกอย่างเราแสดงออกด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถึงดุถึงด่า เด็ดเดี่ยวเฉียบขาด ว่าแบบไหน ออกด้วยความบริสุทธิ์ใจทุกอย่าง ไม่ได้เป็นความสกปรกออกไป อย่างเขาว่าพูดหยาบพูดโลน พูดดุพูดด่า พูดอะไรอย่างนี้ เพราะสิ่งเหล่านั้นมันหยาบมันโลนพอแล้วใช่ไหมล่ะ แสดงอันนี้ออกไปเหมือนกับเอาน้ำไปชะไปล้าง แล้วก็หาว่าน้ำสกปรก สิ่งเหล่านั้นสะอาดไปเสียอย่างนั้น มันก็ขัดกันกับความเป็นจริงของเราที่มีต่อโลก เข้าใจเหรอ

การพูดหนักเบามากน้อยมันมีเป็นธรรมดา ก็เคยพูดแล้วอย่างเขาถากต้นเสานี้ เขาจะเอาเสามาทำบ้านเขาถากเสา เสาต้นไหนมันตรงแล้วเขาก็ถากเรียบๆ ธรรมดา ที่ไหนมันคดงอมากก็ถากหนักมือเพื่อดัดแปลงให้มันตรง อันนี้ก็เหมือนกัน ที่มันคดมันมาก มันหยาบมันโลนตรงไหนก็ถากหนักมือ นี่ละเขาว่าดุว่าด่า ว่าหยาบว่าโลน คือขวานหนักมือเข้าใจไหม แต่สำหรับผู้ถากไม่มีอะไรกับไม้ อันนี้เราก็ไม่มีอะไรกับโลก เราพูดต่อโลกด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ ออกมาอะไรเป็นความบริสุทธิ์ใจ ใจบริสุทธิ์เสียอย่างเดียวออกมาด้วยความบริสุทธิ์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนักจะเบามากน้อยไม่มีอะไรที่ว่าเป็นกิเลสติดออกมาพอจะเป็นภัยต่อผู้ฟังทั้งหลาย เราบอกตรงๆ อย่างนี้ สำหรับเรา เราบอกว่าไม่มี

ใครจะว่าเราพูดอย่างไรก็ตามก็เป็นเรื่องความคิดความเห็นของคนแต่ละคน เรื่องความคิดความเห็นของเราออกจากธรรมล้วนๆ แล้ว เราถูกต้องเรียบร้อยแล้วออกไปเลย ใครว่าอะไรไม่สนใจ ถ้าหากว่าจะคิดธรรมดาแล้วก็พอทราบได้ ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดนี่ละทราบก่อนอื่น เช่นอย่างเรานี่ร่ำลือมาตั้งแต่ต้นแล้วละ ร่ำลือว่าดุว่าเด็ด ร่ำลือมาแต่ไหนแต่ไร คนขยะกันทั้งโลก แต่เวลาพระมาอยู่กับเรานี้องค์ไหนมาอยู่ไม่ยอมหนีนี่ซิ ดุยังไงองค์ไหนมาอยู่ไม่ยอมหนี บางองค์ต้องได้ไล่ออกไป คือมันอยู่นานแล้วมันเป็นพ่อตาแม่ยายแล้วยังจะเป็นลูกเขยใหม่อยู่เหรอ ไปออกไป ให้คนอื่นได้เข้ามารับประโยชน์บ้างซี เราคนเดียวไม่ได้นะ ไล่ออกไปนี้ก็มีเยอะนะ คืออยู่มากต่อมาก ๒๐-๓๐ ปีนู่นน่ะ ยังไม่ยอมออกๆ ก็ต้องให้ขยับขยายให้คนอื่นเข้ามาแทน ถ้าว่าดุว่าด่ากับเรื่องเหล่านี้มันเข้ากันได้ไหมล่ะ พิจารณาซิ ถ้าเข้ามาถึงตัวแล้วมันก็เป็นอย่างนั้น

         เณรที่มาอยู่กับเราว่าเราทำผิดทำพลาดไม่ดีไม่งาม ได้แหวกแนวหนีจากเราไปยังไม่เคยเห็นแม้รายเดียว ไม่มี เพราะการแสดงออกทุกอย่างเราจะเป็นไปตามอรรถตามธรรมล้วนๆ ไม่ให้ผิดพลาดไปเลย แม้ที่สุดที่นำพี่น้องชาวไทยนี้ก็เหมือนกัน ทุกอย่างเราเดินตามธรรมล้วนๆ ก็ไม่เคยผิดพลาดเรื่อยมา แม้แต่เงินบาทหนึ่งเรายังไม่เคยแตะ ฟังซิน่ะ ท่านทั้งหลายจะไปหาที่ไหน หาผู้รับปัจจัยของพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศมาหาตัวเองแล้วมันจะไม่รั่วไหลแตกซึมไปไหนมันเป็นไปได้ยังไง นี่เป็นไปได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ฟังซิน่ะ จ่ายด้วยความบริสุทธิ์ทั้งนั้น ได้พิจารณาเหตุผลควรจ่ายมากจ่ายน้อยเอ้าจ่ายๆๆ นี่บริสุทธิ์แล้วใช่ไหมล่ะ จะมากจะน้อยก็บริสุทธิ์หมดเลย ส่วนที่จะหยิบมาหาเราให้เป็นมลทินต่อใจเราแม้บาทหนึ่งเราไม่เคยมี อย่างนี้เราปฏิบัติต่อโลก

         การแนะนำสั่งสอนเหมือนกัน ไม่ว่าหนักว่าเบา ว่าเด็ดว่าขาด ว่านิ่มนวลอ่อนหวานอะไร เป็นไปด้วยอรรถด้วยธรรมทั้งนั้น เราจึงแน่ใจในการนำพี่น้องชาวไทยเราด้วยความแน่ใจในการปฏิบัติตัวของเรา ได้ผลเป็นที่พอใจมาแล้วด้วยความถูกต้องแห่งการกระทำของเรา เพราะฉะนั้นการสอนโลกเราจึงสอนด้วยความถูกต้องไปทุกอย่างๆ ไม่ว่าธรรมะขั้นใด อย่างที่เขาว่าเราออกจากป่ามาเป็นอรหันต์มาอวดอุตริมนุสธรรมอย่างนี้ ว่าเราเอาธรรมนี้มาอวด เราเต็มหัวใจเรามันเห็นเมื่อไรเข้าใจไหม เราเอาของที่เราปฏิบัติมาได้มากน้อย เราได้ห้าได้สิบออกมาแบมือให้กันดูมันผิดที่ตรงไหน วันนี้ไปหาเงินมาได้เท่านั้นบาทเท่านี้บาท มาแบมือให้ใครดูผิดที่ตรงไหน ก็มันมีอยู่ในมือนี้ใช่ไหมล่ะ

         อันนี้ก็เหมือนกันอุตส่าห์พยายามปฏิบัติจนแทบเป็นแทบตายตลอดมา ได้มากน้อยอยู่ในหัวใจก็เท่ากับอยู่ในฝ่ามือของเรา เราเปิดออกจากนี้สอนโลกแล้วมันผิดไปที่ไหน จะปล่อยให้แต่กิเลสเข้ามาเหยียบย่ำทำลายธรรมนั่นเหรอ ความชั่วเกลื่อนไปทั่วโลกไม่เห็นมีใครว่าอะไรกัน แต่ความดีออกไปนิดหน่อยนี้มาโจมตีกันแล้ว หาว่าอวดอุตริมนุสธรรม อวดที่ไหน เราจึงได้บอกเอ้าธรรมของเราที่สอนไปตั้งแต่พื้นนี้จนกระทั่งถึงนิพพานเราบอกตรงๆ ผิดตรงไหนเอ้าให้ค้านมา เราจะรอรับฟังเสียงค้าน  เงียบจนกระทั่งป่านนี้ไม่ค้านมา มันกลัวหน้าผากแตกละซิจึงไม่ค้านมา ก็เราสอนด้วยความแน่ใจทุกอย่าง ธรรมพระพุทธเจ้าท่านสอนด้วยความแน่พระทัยท่าน สาวกสอนด้วยความแน่ใจของท่าน เราภูมิเท่าหนูนี่เราก็สอนด้วยความแน่ใจเรา เราจึงไม่เคยสะทกสะท้านในการสอนโลก

ในชีวิตนี้เราได้ทำประโยชน์ให้โลกเต็มกำลังความสามารถ สำหรับตัวของเราเองเราไม่มีอะไรเราบอกตรงๆ เราพอทุกอย่างแล้ว ธรรมก็เต็มหัวใจ เราไม่มีอะไรสงสัยแล้ว ธรรมพระพุทธเจ้าเป็น สนฺทิฏฺฐิโก ด้วย อกาลิโก ประกาศป้างๆ อยู่ตลอดเวลาสำหรับผู้ที่จะรับผลจากการปฏิบัติของตน ไม่เสียท่าเสียที สนฺทิฏฺฐิโก จะเป็นผู้รู้เองเห็นเอง ใครไม่รู้เจ้าของรู้เองเห็นเอง ก็ประกาศอยู่ในหัวใจของผู้ปฏิบัติ ผู้ทำ ผู้รู้ผู้เห็นนั่นแหละ จะประกาศที่ไหน

         เมื่อธรรมสอนโลกไม่ได้แล้วจะมีอะไรเหลือศาสนา ก็มีแต่สัตว์เท่านั้นละ หางไม่มีก็ตามก็เป็นสัตว์ไปหมด สัตว์หูหนวกตาบอดชนดะไปเลยก็ได้ ถ้าไม่มีธรรมเป็นผู้ชี้แนวทางให้เล็ดลอดไปได้มันก็จมไปด้วยกันหมด นี่ธรรมมาสอนโลกกลายเป็นความหยาบไปแล้ว โลกนี้เลยหยาบไปแล้ว หมดความหมายแล้วนะโลก ท่านทั้งหลายให้ฟังนะ เราสอนโลกเราไม่มีอะไรกับโลกเราบอกแล้ว เรื่องที่ว่าโอ้อวดเขาหาว่าเราอวดอุตริมนุสธรรม ให้เขาว่าไปปากเขามี เราเป็นผู้ทำเองรู้เองเห็นเองในผลของเรา พระพุทธเจ้าเหมือนกัน สาวกเหมือนกัน ท่านนำมาสอนโลกนำมาแบบเดียวกัน เพราะปฏิบัติรู้เห็นอย่างเดียวกัน จะให้สอนเป็นอย่างอื่นไม่ได้

         นี่เราก็ปฏิบัติตามแนวทางของศาสดา มันรู้เห็นอันนี้ก็พูดออกมาตามความเป็นจริงจะผิดไปที่ตรงไหน ฟังตั้งแต่เรื่องส้วมเรื่องถานเกลื่อนเต็มโลก ทำโลกให้ร้อนเป็นฟืนเป็นไฟใครไม่เห็นตำหนิติโทษของมัน ธรรมเคยทำโลกให้เดือดร้อนที่ไหน ออกมาเพียงนิดหนึ่งก็โจมตีแล้วๆ เลวขนาดไหนมนุษย์โลกเราสัตว์โลกเรานะ มันไม่ยอมรับของดี เอาแต่ของสกปรกโปะหัวมันวันยังค่ำคืนยังรุ่ง เป็นอย่างนั้นตลอดไป มันจะไม่มีความหมายนะหัวใจสัตว์โลก ให้พากันตั้งอกตั้งใจ

         ธรรมอยู่ที่หัวใจไม่อยู่ที่ไหน พระพุทธเจ้าองค์เอกสอนโลกไม่ผิด ว่างั้นเลย สาวกทั้งหลาย สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ สอนโลกไม่ผิด ท่านรู้อย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ล้านเปอร์เซ็นต์แล้วจะผิดที่ตรงไหน เพียงเราตัวเท่าหนูก็แน่ใจตลอด ใครจะว่าอะไรให้ว่ามาเลย เราอาจหาญชาญชัยเลยโลกเลยสงสารที่อาจหาญกัน เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านั้น พอ

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่

www.Luangta.com  หรือ www.Luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก