วงราชการควรจะเป็นอันดับหนึ่งในการรักษาชาติ
วันที่ 29 กันยายน 2545
สถานที่ : สวนแสงธรรม

วงราชการควรจะเป็นอันดับหนึ่งในการรักษาชาติ

งานของเรานี้ก็เป็นงานแผ่นดินไทย งานช่วยชาติ เรียกว่าเป็นงานของแผ่นดินไทย ชาติไทยและศาสนาก็อยู่กับชาติไทยเราเป็นผู้รักษาตลอดมา เวลานี้งานก็จำเป็น พี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศก็ได้รู้เห็นทั่วหน้ากันมานาน เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ หลังจากนั้นมาหลวงตาก็ได้อุตส่าห์พยายามตะเกียกตะกายแบกร่างออก เป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายด้วยความวิตกวิจารณ์ห่วงใยชาติไทยของเราเป็นอย่างมากทีเดียว ส่วนศาสนาหลวงตาไม่ค่อยได้คิดเท่าไร ห่วงใยชาติไทยเรานี้ห่วงมาก ถึงขนาดที่ร้องโก้กขึ้นมา เพราะเราเอาจริงเอาจังเมื่อทราบเรื่องราวเหล่านี้ ซึ่งเข้ามากระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง

ให้บรรดาลูกศิษย์เข้าไปค้นดูหลักความจริงของสมบัติเงินทองในชาติไทยเรา ซึ่งติดหนี้เขามากน้อยเพียงไร มีตั้งแต่ว่าเมืองไทยจะจม ๆ เหตุผลต้นปลายเป็นมายังไง ให้ติดตามไปดูต้นตอแล้วเอาหลักเกณฑ์ออกมาว่าเป็นความจริง ติดหนี้ติดสินพะรุงพะรัง หาทางออกไม่ได้แล้ว ก็รู้สึกว่ามีคราวที่จนตรอกจนมุมเอาอย่างมาก ตั้งแต่บรรพบุรุษเรานำลูกเต้าหลานเหลนมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็เป็นเวลานาน ก็เห็นมาอย่างเรียบ ๆ ราบ ๆ สงบร่มเย็นเรื่อยมา

แต่ครั้นมาถึงระยะชาติไทยของเราเจริญด้วยผู้ด้วยคุณ หนาแน่นด้วยสิ่งต่าง ๆ เต็มบ้านเต็มเมืองแล้วกลับมา จะเป็นความร่มจมให้เห็นต่อหน้าต่อตา มันก็ทนไม่ได้ ถามเรื่องอะไรขึ้นมากระเทือน ๆ เพราะติดหนี้เขาจนคาดไม่ได้เลยว่าเราจะรอดพ้นไปได้ยังไง ติดมากจริง ๆ เรียกว่าจนตรอกจนมุม เงินที่ไหน ๆ ก็หมด มีแต่ติดหนี้เขา หาเงินไปใช้หนี้เขาก็ไม่มี สภาพต่างที่ไหน ลดลาวาศอกลงทุกอย่าง ๆ ที่จะเป็นไปเพื่อความเจริญ มีแต่ลดเพื่อจะจม

แม้ที่สุดมองไปตามถนนหนทาง และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ลดลงฮวบฮาบ รถที่เป็นรถบรรทุก สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ก็ไปสร้างตึกรามบ้านช่อง บริษัทห้างร้านอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งมีอยู่ฝักใฝ่แต่ก่อน เหมือนหนึ่งว่าปิดตาย รถราก็ไม่เห็นไปเห็นมา ดูจริง ๆ นะ ยิ่งเกิดความสลดสังเวชมากขึ้น เมืองไทยเรานี่ จะถึงขั้นล่มจมซะจริงๆ ซะแล้วเหรอ เราก็ไม่เคยเห็นมา เกิดมาอายุก็มากพอสมควรก็ไม่เคยเห็น ครั้งนี้เชียวเหรอ ที่เมืองไทยจะจมต่อหน้าต่อตาโดยหาทางออกไม่ได้ ถามตรงไหนอันนั้นหนี้เท่านั้น อันนี้หนี้เท่านี้

ถามไปตรงไหนมีแต่หนี้ท่วมหัวเมืองไทยเรา หาเงินใช้หนี้เขาก็ไม่มี เรื่องหนี้ทั้งหลายที่มีแต่จำนวนมาก ๆ ขนาดที่ว่าคาดไม่ถึง การที่จะใช้แทนคืนเขาได้นะ ขนาดคาดไม่ได้เลย มันก็เท่ากับเหยี่ยวใหญ่ กางเล็บไว้ หนี้สินแต่ละแห่งๆ มา มันเหมือนอุ้งเล็บเหยี่ยวใหญ่ เมืองไทยเราอยู่ใต้อุ้งเล็บ หัวเมืองไทยเรา ๖๒ ล้านหัวคน เป็นอย่างน้อย อยู่ในอุ้งเล็บทั้งนั้น เขาจะกำเมื่อไรก็หมดเลย เพราะเขาไม่ได้ใช้ปืนผาหน้าไม้อะไร บอกเอามาติดหนี้ฉันเท่านั้น ถ้าไม่มีให้ฉัน ฉันจะเอาเมืองไทย กำแล้ว กำมันก็หมดเลย ไม่มีเหลือ

ทำให้คิดถึงอุ้งเล็บเหยี่ยวใหญ่ คือหนี้สินที่จะกำเมืองไทยเราด้วยสงครามเศรษฐกิจ กินอย่างเงียบ ๆ ยิ่งกระเทือนใจมาก เวลานี้เขากางไว้เฉย ๆ เขายังไม่กำ เราพอจะดีดจะดิ้นได้เพียงไร เอากัน นี่ที่หลวงตาร้องโก้ก ดิ้นสุดขีด จนกว่าถึงเวลาที่เขาจะกำลงได้ เราก็ดิ้นของเราสุดขีด จนกาลเวลาที่จะออกได้ของเรา นี่ละได้ดีดได้ดิ้น ตะเกียกตะกายช่วยพี่น้องทั้งหลาย เรื่องสมบัติเงินทอง หลวงตาไม่เคยมีมาแต่ปกติอยู่แล้ว ไม่สนใจเรื่องปัจจัยเงินอะไร ไม่สนใจ ตั้งแต่เริ่มสร้างวัด ประชาชนเขาถวายมามากน้อย ช่วยตั้งแต่บัดนั้นตลอดมา เราจึงไม่เคยมีเงินติดเนื้อติดตัว เรื่อย ๆ มา

การก่อการสร้างตั้งแต่เริ่มสร้างวัดก็เริ่ม คนทุกข์คนจนติดตามเข้ามา ๆ จากนั้นก็โรงร่ำโรงเรียน ไม่ทราบว่ากี่กลัง เบื้องต้นก็ขึ้นหลังเดียวก่อนละสิ ที่นั่นก็ขอ ที่นี่ก็ขอด้วยความจนตรอกจนมุม เงินมีเท่าไรก็เทให้ทุ่มให้ เรื่อยมา เราไม่เคยเก็บ จากโรงร่ำโรงเรียนเอาละทีนี้กระจายออกไป สถานสงเคราะห์ที่ต่าง ๆ มาขอ เอาให้ ช่วยไป ๆ จากนั้นก็ก้าวเข้าสู่โรงพยาบาล ไม่มากนักเบื้องต้น เพราะเงินเราก็ไม่มาก เขาก็ยังไม่ทราบว่าเราช่วยเขา เรียกว่าค่อยกระจายออก ๆ เรื่อย มีเท่าไรก็ออกตลอดนะ เราจึงไม่เคยมีเงิน

พอมาถึงคราวที่จำเป็นอย่างนี้ด้วยแล้ว มันก็ยิ่งทำให้ดีดให้ดิ้นมากขึ้น เงินก็ไม่มีแล้วทำยังไง นี่จึงได้พาพี่น้องทั้งหลายดีดดิ้น หากว่าหลวงตามีเงินแล้วจะไม่รบกวนท่านผู้ใดเลย เงินกองเท่าภูเขามีกี่กอง หลวงตาจะสั่งเขาแล้วเอารถแทร็กเตอร์มาไถลงให้หมด เสมอราบ เรียกว่าสม่ำเสมอกันหมด คนทุกข์คนจนได้รับการสงเคราะห์สงหาเต็มกำลัง ต่างไม่รบกวนบรรดาพี่น้องทั้งหลาย เพราะน้ำใจมีอย่างนั้นอยู่แล้ว ไม่เคยสนใจกับเงินกับทองแต่ไหนแต่ไรมา เวลามันไม่มีจึงต้องเป็นอย่างนี้ จึงต้องรบกวนพี่น้องทั้งหลายเรื่อยมาตั้งแต่วันประกาศว่าเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย

การประกาศด้วยความเป็นผู้นำนี้ก็ไม่ได้อวดเนื้ออวดตัวว่าเป็นผู้สามารถอาจหาญมีกำลังวังชาแต่อย่างใด แต่เพราะความจำเป็นที่คนไทยทั้งชาตินี้ เรียกว่า เอาหัวจ่อลงไปแล้วในทะเลหลวง คือความล่มจม เนื่องจากความทุกข์มันบีบลงไป นี้เป็นต้นเหตุนะที่ให้เราดีดดิ้น เราไม่ได้คำนึงคำนวณว่านิสัยวาสนาเรามีมากมีน้อยที่ช่วยพี่น้องชาวไทยเราทุกวันนี้ เราไม่เคยคิด คิดเห็นตั้งแต่ว่าหัวคนไทยเรา อย่างน้อย ๖๒ ล้านหัวคนจะตกด้วยกันทั้งหมดนี้เป็นยังไง เมื่อพอที่จะดีดจะดิ้นได้แล้ว เราจะรอจมอยู่ได้ยังไง

ต่างคนต่างดีด ใครมีมากมีน้อยก็ให้ช่วยกัน จึงได้ตะเกียกตะกายเทศนาว่าการ ประกอบกับบรรดาพี่น้องชาวไทยก็ร่วมมือร่วมใจ เสมอหน้ากันมาตลอด จนกระทั่งทุกวันนี้ ตามกำลังความสามารถของตน เราก็ค่อยเป็นค่อยไป สิ่งที่รกรุงรังวุ่นวายทั้งหลายนี้มันก็เกิดละทีนี้ เวลาเอาเงินเข้าสู่คลังหลวงก็เกิดเรื่องเกิดราว เราที่อยู่รอบนอกไม่เคยสนใจกับการบ้านการเมือง มันก็เลยเกี่ยวข้อง เพราะเราอยู่ในจุดศูนย์กลาง เนื่องจากสมบัติพี่น้องทั้งหลายเอามานี้เพื่อเข้าสู่คลังหลวง

เมื่อมันเข้าไม่ได้แล้วทำยังไง เพราะเหตุผลกลไกอะไร ก็ไล่หาเหตุหาผลแล้วก็ซัดกันตรงนั้นเลยเรื่องราว มันก็เลยเกิดเป็นเรื่องขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างนี้ เราจะยอมตายเฉย ๆ ได้เหรอ เงินของคนทั้งประเทศ หามาแล้วมากองท่วมหัวอยู่ข้างนอกคลังหลวงจะเข้าไม่ได้ โดยหาเหตุผลไม่มี มันฟังไม่ได้ เนื่องจากเราปฏิบัติตามหลักเหตุผลมาตลอด ตั้งแต่วันบวชมา เหล่านี้มันขวางต่อเหตุผลจนดูกันไม่ได้เลย มันก็ต้องสักต้องถาม หาเหตุหาผลที่มากีดขวางไว้เพราะเหตุใด

จนกระทั่งผู้นี้มาจากประชาชนคนทั้งประเทศเขายกขึ้นให้เป็นรัฐบาล เขายกขึ้นมาให้เป็นอย่างนี้เหรอ ให้เป็นผู้มาขวางบ้านขวางเมือง เรื่องราวมันก็เข้า ๆ แล้วเรื่องทุกข์ทั้งหลายมันก็มัดเข้า ๆ มีตั้งแต่เรื่องที่จะจนตรอกจนมุมทั้งนี้ ทีนี้ก็พยายามพาพี่น้องทั้งหลายฟิตตัวเต็มกำลังความสามารถ ได้รับความพร้อมเพรียงสามัคคีทั่วหน้ากันตลอดมา จึงค่อยมาพอลืมหูลืมตาได้

สรุปความลงว่า ที่เราจนตรอกจนมุมจนหายใจแขม่ว ๆ เริ่มหายใจโล่งมาเรื่อย ๆ บวกกับผู้นำก็เป็นมงคลขึ้น สำหรับทางศาสนาคือเราเป็นผู้นำจะเป็นมงคลไม่เป็นมงคลพี่น้องทั้งหลายก็เห็นแล้ว รู้แล้ว เราก็เชื่อเราเต็มเหนี่ยวแล้ว ทางบ้านเมืองก็เชื่อ ค่อยต่างกันต่างพยุงขึ้นมา ทั้งชาติก็ค่อยพยุงตัวขึ้นมา ดังพี่น้องทั้งหลายเห็นแล้ว เฉพาะอย่างยิ่งที่น่าตื่นเต้นและไม่น่าเชื่อ แต่ก็ได้เชื่อแล้วด้วยความพอใจ เช่นอย่างพันธบัตร นี่วงรัฐบาลเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ไม่ใช่ธรรมดาก็เพราะอยากฟื้นเมืองไทยเราขึ้นเท่านั่นเอง จะทำยังไง ๆ แล้วพันธบัตรนี้ก็ดูว่าได้ขายไปสักกี่หมื่นล้าน ขายไปก็ตั้งเป็นเดือนเป็นอะไรก็ไม่หมด

แล้วเวลานี้ก็ต้องการขายมากด้วย และทำยังไงตั้งแต่คราวที่แล้วมาก็เป็นอย่างนั้น แล้วคราวนี้เป็นยังไง ยิ่งจะขายมากด้วย ถ้าภายใน ๓๐ วันหรือ ๔๕ วัน ขายหมดไปก็จะพอหายใจได้ สุดท้ายก็รวมลงที่ความจำเป็นของชาติเรา ปรึกษาหารือกันในวงราชการตั้งแต่นายกฯลงมา ตัดสินใจเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายด้วยเจตนาที่จะอุ้มชาติบ้านเมือง มันจมก็ไม่เป็นไร จึงได้ประกาศขายพันธบัตร เอาออกถึงสามแสนล้านนะ ประกาศขายกะว่า ๓๐-๔๐ วัน พอออกประกาศขายนี่ สองวันกลับครึ่งวัน ขายหมดเลย จนกระทั่งแม้นายกฯก็งง ใครก็งง วงราชการทุกหน่วย งงหมดเลย

ครั้นตามเข้ามาหาหลักความจริง เข้ามาแล้วก็มาเห็นต้นเหตุที่ควรเชื่อได้และเชื่อได้อย่างจัง ๆ แล้วต่างคนก็เหลือเชื่อแล้วได้เชื่อแล้วเวลานี้ แล้วจิตใจก็เบิกกว้างออกมา เงินจำนวนเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่พี่น้องชาวไทยเราจะก้าวเดินต่อไป ทีนี้เราก็บุกหน้า ข้างหลังเรียกว่าเป็นพื้นฐานได้เรียบร้อยแล้ว นี่ก็เห็นได้ชัดเจนมากอยู่นะ เงินตั้งสามแสนล้าน ขายสองวันครึ่ง คิดดูสิ วงราชการแท้ ๆ เป็นผู้เกี่ยวข้องกับงานการเหล่านี้อยู่ตลอดมาก็ยังไม่ยอมเชื่อ มันเหลือเชื่อ ใครก็เหลือเชื่อ แม้นายกฯเองก็เหลือเชื่อเช่นเดียวกัน แต่ไม่เห็นความจริง ทีนี้ก็ยอมเชื่อด้วยความปลื้มปีติทั่วหน้ากันหมด

ไม่มีใครที่จะคัดค้านต้านทานแม้แต่รายเดียว มาเจอกันแล้วเป็นความจริงก็ต้องเชื่อด้วยกัน ด้วยความปีติยินดี เรียกว่าชาติไทยของเราค่อยเบิกกว้างขึ้นมา พื้นฐานนี้ดีแล้ว การติดหนี้ติดสินก็ไม่เป็นภาระรุงรังอะไรถึงทำให้ชาติไทยของเราจมได้เหมือนกัน ต่อไปนี้การใช้หนี้ใช้สินก็จะเบาบางไปเรื่อย ๆ นี่นายกฯ ท่านก็พูดแล้ว และท่านเป็นคนทำจริงละเอียดลออทุกอย่าง ท่านดำเนินงานการอะไรนี้ ธรรมะจะติดตามเรื่อย ๆ นะ เราอยู่แบบพระแบบหลวงตา แต่จิตใจและเรื่องธรรมไม่ใช่หลวงตา จะตามเหตุตามผลความเคลื่อนไหวของรัฐบาลไปยังไง ก็เพราะความรับผิดชอบด้วยความห่วงใยแห่งชาติไทยของเรานั้นแหละ เป็นต้นเหตุ

จึงต้องให้สอดให้แทรก ให้พินิจพิจารณาตามความเคลื่อนไหวของหัวหน้าชาติบ้านเมืองว่าจะเป็นไปเพื่อความราบรื่นดีงาม หรือจะเป็นไปเพื่อความล่มจม พิจารณาตามนี้ รู้สึกว่าไม่มีอะไรคัดแย้งต่ออรรถต่อธรรม ราบรื่นดีงามตลอดมา เราจึงได้ชมนายกรัฐมนตรีเราคนนี้ เราพูดอย่างยันตัวเลย เท่าที่เราผ่านมาและสังเกตเรื่อยมาด้วยความเป็นธรรม ไม่มีคำว่าจะเหยียบทางนู้นยกทางนี้ โดยหาเหตุหาผลไม่ได้ เห็นแต่พวกของตัวอะไรอย่างนี้ไม่มี เราไม่มี เห็นแก่ธรรมอย่างเดียว

พิจารณาอะไรก็รู้สึกดำเนินด้วยความราบรื่นดีงาม เราก็พอใจ เรื่องราวเป็นอย่างนี้ ทางศาสนาเราก็ช่วยตามกำลังของเราด้านหนึ่ง เกี่ยวกับที่มาเป็นผู้นำพี่น้อง ทั้งหลายเที่ยวเทศนาว่าการในที่ต่าง ๆ ไปที่ไหนก็พร้อมหน้าพร้อมตา เราหาที่ตำหนิไม่ได้ เราเรียกว่าทั่วประเทศไทย การแนะนำสั่งสอนพี่น้องทั้งหลายทั้งด้านวัตถุและนามธรรม คือจิตใจสอนทุกแห่งทุกหน ทั้งสองประเภทนี้เป็นไปตาม ๆ กัน เรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ ผลก็ปรากฏขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามกำลังวังชาแห่งชาติไทยของเรา ซึ่งเป็นชาติแห่งคนจน

ถึงอย่างนั้นเวลานี้ได้ทองตั้ง ๕ ตันกว่าแล้วแต่ก่อนเคยมีที่ไหน ทอง ๔ ตัน ๕ ตัน ไม่เคยมี บัดนี้ปรากฏแล้วในคลังหลวงตั้ง ๕ ตันกว่า ดอลลาร์เกือบสิบล้านแล้ว นี่ก็เป็นผลแห่งความรักชาติ ความเสียสละ ด้วยความสามัคคีของพี่น้องทั้งหลายได้ช่วยกันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนเงินสดก็กระจายไปทุกแห่งทุกหน ดังที่เห็น ไปที่ไหนพี่น้องจะเห็น สำหรับหลวงตาเป็นผู้ดำเนิน ไปไหนเห็นหมด มีแต่เราเป็นคนสั่งคนเสียให้สร้างโรงร่ำโรงเรียน โรงพยาบาลต่าง ๆ เห็นเกลื่อนไปหมด สถานสงเคราะห์ แม้ที่สุดที่ราชการก็เหมือนกัน ช่วยมาอย่างนั้น แต่ที่ราชการช่วยที่ไหนรู้สึกจะหนักมือ สิบล้านขึ้นไป เพราะวงราชการเป็นวงใหญ่

นี่ก็ช่วยเรื่อยมาแต่ไม่มากเหมือนทางประชาชนทั่ว ๆ ไป เช่นโรงพยาบาลเป็นต้น หลวงตาก็อุตส่าห์พยายาม ที่ต่างคนต่างหึงต่างหวง ต่างรักชอบด้วยกัน แม้มีสตางค์หนึ่งก็รักชอบและหึงหวง แล้วก็สละออกมาเพื่อส่วนรวม ดังที่เห็นอยู่นี้ เวลานี้ปัจจัยก็ได้จำนวนมากมาย โรงพยาบาลต่าง ๆ ก็รู้สึกว่ายิ้มแย้มแจ่มใส เวลานี้นะ ช่วยทุแห่งทุกหนเรื่อยมา เวลานี้ก็พาพี่น้องทั้งหลายตะเกียกตะกายเพื่อจะให้เข้าถึงจุดหมายที่เราจะอุ้มชาติไทยของเรา ได้ด้วยความสง่างามก็คือทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน

หลวงตาได้พิจารณาหมดแล้วก่อนที่จะประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบ ทองคำน้ำหนักจะมีคุณค่ามากทีเดียว ประกาศก้องในกิตติศัพท์ กิตติคุณของชาติไทยเราว่าเอาจริงเอาจัง รักชาติ รักความเสียสละ รักความพร้อมเพรียงกัน ทองคำได้ ๑๐ ตัน ดอลลาร์ เราไม่อยากพูดน้อย ๆ ละ คงจะไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้าน ดอลลาร์นะ นี่ก็เป็นผลงานของพี่น้องชาวไทยซึ่งเป็นคนจนด้วยกันทั้งประเทศ และรอที่จะจมอยู่ในเมื่อสามสี่ปีผ่านมานี้ เวลานี้ก็ได้ฟื้นตัวขึ้นมาด้วยความทุกข์ความจนของเรา เราจึงไม่มีทางตำหนิพี่น้องทั้งหลายว่า บริจาคมามากก็ไม่อยากว่าไม่อยากตำหนิ ควรตำหนิบางคนมันมีว่าให้น้อยมันถึงได้ขนาดนี้ ๆ ก็ควักออกมาจากหัวตับหัวปอด ถ้าน้อยหรือมากก็เอามาจากตับจากปอดตัวเอง

สมบัติเงินทองแต่ละบาทแต่ละสตางค์เป็นกรรมสิทธิ์เต็มตัว ๆ ก่อนที่จะนำมาบริจาคอย่างนี้ต้องเอาออกมาจากความหึงความหวง ความรักด้วยกัน เพราะเป็นสมบัติของตัวเอง แล้วออกมาบริจาคได้มากมายขนาดไหน ดังพี่น้องทั้งหลายเห็นทั่วหน้ากัน ที่มีน้ำใจเป็นนักเสียสละเพื่อชาติของตนจริง ๆ ต่อไปก็ให้ก้าวเดินตามนี้ จะช้าจะเร็วก็ตาม เมื่อรับประทานยังไม่อิ่ม มันก็ต้องรับประทานเรื่อยไปจนอิ่มแล้วจะผาสุกร่มเย็น เอาความผาสุกร่มเย็นเพราะการรับประทานอิ่ม อันนี้ทองคำของเราเป็นจุดที่อิ่มตัว ตามความประกาศของหลวงตาที่คิดเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้วได้ออกมาประกาศพี่น้องทั้งหลาย ที่เคยบริจาคร่วมกันมาแล้ว จึงได้อุตส่าห์พยายามอันนี้เรื่อยมา

หากว่ามีทางราชการงานเมืองจะเอื้อมมือเข้ามาช่วยชาติชองตน สมกับว่าวงราชการนี้เป็นวงผู้นำชาติบ้านเมือง แล้วเข้ามาเกี่ยวข้องกับชาติบ้านเมืองเข้าไปอีก กับบรรดาวงราชการต่าง ๆ อย่างทั่วถึงกัน ดังที่ทราบเมื่อสักครู่นี้ อ่านขึ้นมาจากกระทรวงมหาดไทย จดหมายไปประกาศให้จังหวัดต่าง ๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด ๆ เผดียงถึงเรื่องการมหากุศลช่วยชาติของตน นี่ก็เพื่อจะนำเงินและสมบัติเข้าสู่คลังหลวงนั่นแหละ อย่างนี้เราก็พอใจ เราอยากได้ยินวงราชการเป็นผู้รักษาชาติบ้านเมืองจริง ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่จะช่วยชาติของตน

วงราชการควรจะเป็นอันดับหนึ่งด้วยซ้ำไปที่จะนำได้มากได้น้อยขอให้แสดงเป็นน้ำใจออกมา วงราชการก็ไปจากประชาชน มีคนทุกข์คนจนสับปนกันไป เช่นเดียวกัน ใครมีมากมีน้อยก็เฉลี่ยเผื่อแผ่กันแล้วเข้ามาสู่จุดร่วมก็ยิ่งจะมีความเด่นดวงในวงราชการต่าง ๆ และเป็นที่เชื่อถือ และเป็นความอบอุ่นแก่พี่น้องชาวไทยเราทั้งประเทศอีกด้วย เราจึงขออนุโมทนาสาธุการด้วยเมื่อเห็นจดหมายทางกระทรวงออกไปเผดียงกับทางจังหวัดต่าง ๆ ได้รู้เรื่องข่าวมหากุศล ที่จะทอดกฐินคราวนี้แล้วนำสมบัติคือ ทองคำเป็นต้นเข้าสู่คลังหลวง

เราจึงพอใจกับข่าวสารอันนี้ที่ส่งไปนี้ ถูกต้องดีงาม สมกับเราเป็นผู้นำของชาติจริง ๆ เราต้องนำ คลังหลวงก็เป็นคลังของชาติ แล้วผู้รักษาชาติไม่มองดู ใครจะมองดู ผู้รักษาชาติก็คือวงราชการนั่นเอง ตั้งแต่ผู้ใหญ่ลงมาหาผู้น้อย มันจะล่มจะจม จะไม่มีอะไรติดคลังหลวงเราก็ทราบ นี่เราก็ต่างคนต่างหนุนเพื่อคลังหลวงของเราได้มีความแน่นหนามั่นคง นี้ยิ่งเป็นความเห็นพร้อมเพรียงกัน ทั้งทางราชการ ทั้งประชาชนทั่ว ๆ ไป บ้านเมืองเราก็จะจิรังถาวรและร่มเย็นเป็นสุขต่อไป

หลวงตาจึงขออนุโมทนากับจดหมายหรือหนังสือฉบับที่ได้ส่งไปหาผู้ว่าราชการตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อมหากุศล ได้แก่การทอดกฐินวัดป่าบ้านตาดซึ่งจะนำสมบัติเงินทองเข้าสู่คลังหลวงของเรานี้เป็นอย่างยิ่งด้วยนะ

วันนี้พูดเป็นยกไปอย่างนี้เสียก่อน วันนี้เอาแค่นี้ก่อน

ยอดกฐินจนถึงวันที่ ๒๘ ได้ ๗,๒๔๖ กอง วันนี้วันที่ ๒๙ ได้ ๑,๕๘๘ กอง รวมได้กฐินทั้งหมด ๘,๘๓๔ กอง ยังขาดอยู่อีก ๗๕,๑๑๖ กอง ของเล่นเมื่อไรว่ะ ยอดรวมกฐินเฉพาะที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ ถึงวันที่ ๒๙ วันนี้ ได้ ๓,๙๒๔ กอง

www.Luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก