บอบช้ำบ้าง เพื่อส่วนใหญ่ที่เป็นคุณ
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2545 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(Real)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๕

บอบช้ำบ้าง เพื่อส่วนใหญ่ที่เป็นคุณ

 

         สำหรับกองกฐินเราที่กำหนดไว้ ๘๔,๐๐๐ กองนั้นได้ครบเรียบร้อยแล้ว ที่ได้มาเพิ่มเท่าไรเพื่อจุดใหญ่อีก แน่ะ มันเป็นจุด ๆ มาก็จะเข้ารวมอยู่ในกองกฐินนี่ นอกจากนั้นก็จะเข้าเป็นกองรวม ก็คือกองทองคำ นี่เราจะรอไปจนถึงวันที่ ๒๔ เดือนนี้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว จะรีบส่งทองคำไป ทางพระกรรมฐานของเราอยู่ในที่ต่าง ๆ นัดกันว่าวันที่ ๒๔ ใครได้มากได้น้อยก็จะมารวมกันที่นี่ บรรดาพระกรรมฐานอยู่ในที่ต่าง ๆ ท่านนัดกันเองว่าจะมาที่นี่วันที่ ๒๔ พอหลังจากนี้แล้วเราก็จะส่งเลย รวบรวมได้เท่าไร ๆ สำหรับ ๕๐๐ กิโลนั้นตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว อันนี้มันจะขาดอันนั้นเท่าไร หรือพอ หรือเหลือเท่าไรก็อยู่ที่ได้มานั้น หากว่าควรจะเพิ่มขึ้นอีกเราต้องเพิ่ม เพราะเราอยากเพิ่มอยู่แล้วว่างั้นเถอะ แต่ขาดไม่ได้เด็ดขาด เรื่องขาดนี่ไม่ได้ ขาด ๕๐๐ กิโลเป็นไม่ได้เด็ดขาด เพราะอันนี้เป็นตั้งรากฐาน มอบครั้งที่สองก็เป็น ๑ ตัน  คือวางระยะ ๆ เอาไว้

๕๐๐ กิโลนี่เราพยายามมาเรื่อย ๆ พอถึง ๕๐๐ กิโลแล้วหลอมทีหนึ่งแล้วมอบ ๆ เราตั้ง ๕๐๐ กิโลไว้เป็นเกณฑ์ ๆ มอบพอสองครั้งก็เป็น ๑ ตัน คราวนี้อย่างน้อยก็ต้อง ๕๐๐ ส่วนที่จะเศษเหลือไปเท่าไรเราค่อยพิจารณาอีก หากว่าเศษเหลือพอจะเป็นทองแท่ง คือทองแท่งนั้น ๑๒ กิโลครึ่งเรียกว่าหนึ่งแท่ง ถ้ามีเศษเหลือที่จะควรเป็นแท่ง ๆ ก็สั่งให้เขาเพิ่มทางโน้น หรือว่าเราหลอมแล้วไปเพิ่มก็ได้ เพิ่มจาก ๕๐๐ กิโลนี้ไป คราวนี้จึงรออยู่ที่ว่าจะขาดเหลือเท่าไรจะมาเพิ่มอีก ถ้าไม่ได้ก็ ๕๐๐ กิโลตั้งไว้เลยเข้าเลย ส่วนดอลลาร์ทางนี้นั้นเขาเอามาให้เมื่อเช้าวานนี้ได้ ๑ แสน ๑ หมื่น ๘ พันเท่าไรร้อย ทางกรุงเทพยังไม่ทราบ อย่างไรก็ตามการมอบคราวนี้ที่แน่แล้ว สองแสน เศษเหลือเท่าไรถ้าเป็นพันเป็นอะไรไป เราก็จะเอาหัวพันเพิ่มเข้าในสองแสนนั้น ยังเหลือเท่าไรก็เอาไว้ก่อน หากว่าพอจะขยับได้ถึงสามแสนก็เอาเลย

เราอ่านป้ายที่ติดไว้ข้างครัวได้สิ่งที่สะกิดใจแห่งหนึ่ง อ่านตรงไหน ๆ มีที่สะกิดใจเป็นจุด ๆ เวลาว่างค่ำ ๆ เรามักจะมาอ่าน หน้าศาลาก็เหมือนกัน แต่หน้าศาลากว่าจะมาอ่านได้ต้องถึงกลางคืน กลางวันมาไม่ได้พวกต่อพวกแตนมันเยอะ มันไล่รุมเอาหลงทิศไปเลย ต้องลอบมาเวลาพวกต่อพวกแตนมันนอนหลับ กลางวี่กลางวันเวลาอื่นใดมาไม่ได้ทั้งนั้น ต้องมาเวลากลางคืนเงียบ ๆ ว่าง ๆ นะ ไม่ใช่ตั้งใจจะมา พอมองนั้นมองนี้ว่างปั๊บก็ไปอ่าน ได้ข้อคิดต่าง ๆ  ที่ครัวก็เหมือนกัน ที่ครัวอ่านวันหนึ่งได้ข้อคิดอันหนึ่งขึ้นมา  อ่านหน้าหนึ่งได้ข้อคิดอันหนึ่งขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างนี้ละ

เราไปอ่านก็ไปสู่จุดสำคัญที่เรานำทองคำและดอลลาร์เข้าคลังหลวงนี่ โห ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เครื่องเสริมกันเข้าไปมีเยอะนะ มันเหมือนกับมีอะไรบันดาลอยู่ในนั้น แทรก ๆ อยู่ในนั้น อ่านแล้วอดคิดไม่ได้ สะดุดจิตแปลบ ๆ คืออันนี้กับอันนั้นรับกัน ๆ เรื่อย ๆ ไม่ใช่อ่านแบบลวก ๆ อ่านจริง ๆ อ่านพินิจพิจารณา เมื่อวานนี้ก็ไปเจอเอาเรื่องทองคำ ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนเราก็ทราบอยู่แล้ว แต่มันมีปลีกย่อยออกไปอีกที่จะให้เป็นข้อคิดอีก อย่างทองคำและดอลลาร์เข้าคลังหลวง เข้าไปแล้วอะไร ๆ มันเป็นบริษัทบริวารไหลตามกันมา นี้อันหนึ่งที่น่าคิดอยู่ อันนี้เราก็ทราบแต่ก่อนแล้ว มันยังมีแง่อะไรให้คิดอีกอยู่

เมื่อวานนี้ได้อ่านดู ว่าทองคำกับดอลลาร์ที่เรามอบเข้าคลังหลวงนี้ มันเหมือนหนึ่งว่าเป็นเชื้อมหากุศล หรือดวงชาตาของชาติไทยเรา สำคัญเป็นเชื้อนะ พออันนี้สอดเข้าไปปั๊บอันนี้ไหลตามเข้า อันนี้สอดเข้าปั๊บไหลตามเข้า ๆ เป็นอย่างนั้นนะ มันพูดยากเหมือนกัน เออ ดวงชาตาของชาติไทยเราสำคัญอยู่นะ เราบืนนี้เราก็ทบทวน พออันนี้เป็นเชื้อเข้าไปเท่านั้น บริษัทบริวารจะตามเข้า ๆ เรื่อย อันนี้เข้าเรื่อย อันนั้นตามเข้า ๆ เอ๊อ ชอบกลอยู่ มาคิดอีกตอนที่พันธบัตรนี่ อันนี้ยิ่งเด่นชัด คิดดูซิว่าไม่มีใครเชื่อเลย ฟังซิน่ะ แม้แต่ผู้ใหญ่สุดของเราในวงรัฐบาลลงมาโดยลำดับ บอกว่าไม่มีใครเชื่อ ตัวเจ้าของธนาคารเองตัวการก็ว่าเหลือเชื่อ พูดด้วยความตื่นเต้น เหลือเชื่อแต่ก็ได้เชื่อแล้วจะทำยังไง คือหลักฐานพยานมันยืนยัน ไม่เชื่อเท่าไรก็ต้องยอมเชื่อ นี่อันสำคัญอันหนึ่ง

ที่ว่าดวงชาตาของชาติไทยเราก็คือว่า เวลานี้กำลังช่วยชาติอยู่เต็มกำลัง มันหาทางออกไม่ได้ ติดหนี้เขาก็มากจะทำยังไงเรา ปรึกษาหารือผู้ใหญ่ ปรึกษาหารือกัน ตกลงก็เสี่ยง เอ้า เสี่ยง มีทางออกอันนี้ทางเดียวเท่านั้น อันนี้เป็นเรื่องของผู้ว่าการพูดเบา ๆ ว่า ได้เขียนในนั้นเหน็บเข้าไปว่า พันธบัตรออมทรัพย์ช่วยชาติ คือตั้งสัจอธิษฐานแล้วก็เอานี้ไปสอดปั๊บ ตั้งสัจจะในการช่วยชาติ แล้วก็ออกเลยที่นี่ว่า พันธบัตรออมทรัพย์ช่วยชาติ เป็นเครื่องหมายของการช่วยชาติ ตั้งสัจอธิษฐานแบบลึก ๆ ลับ ๆ อยู่ในนั้นแหละ สามแสนล้านนะฟังซิ ก็เคยพูดให้ฟัง แต่ก่อนเพียงสองหมื่นล้านฟาดอยู่หลายเดือน ขายไม่ออก ขายยากลำบากเหลือเกิน อันนี้ไม่มีทางไปจริง ๆ ก็หมุนเข้ามานี้ เอ้า เสี่ยงกัน  จึงว่าได้เสี่ยงกันทั่วประเทศไทยก็ว่าได้นะ ลงในจุดพันธบัตรออมทรัพย์ช่วยชาติ แล้วก็มีอธิษฐานแปลก ๆ เข้าไปในนั้น

สามแสนล้านขายได้เท่าไร ๆ จะออกทางหนังสือพิมพ์ให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วกัน ดูว่าไปเช่าหน้าหนังสือพิมพ์ไว้เจ็ดแปดฉบับ พอวางขายนี้สองวันครึ่งเท่านั้นพรึบหมดเลย จึงต้องคืนที่เช่าหน้าหนังสือพิมพ์เขาไว้คืนให้เขา แล้วเสียค่าเช่าให้เขาครึ่งหนึ่ง คือเราเช่าเขามาเท่านั้น แล้วคืนเขาก็ขอเสียครึ่งหนึ่ง ไม่งั้นก็เสียหมดเพราะเช่าไว้เป็นจำนวนหลายวัน ประกาศทางหนังสือพิมพ์ แต่นี้เพียงสองวันครึ่งเท่านั้นหมดพรึบ หนังสือพิมพ์ตื่นนอนยังไม่ได้ล้างหน้า ทางนี้หมดเรียบร้อยแล้ว เลยต้องคืนหนังสือพิมพ์เขา ขอเสียครึ่งเดียว

อันนี้ก็เป็นเครื่องหมายดวงชาตาของชาติไทยเรา จะเป็นอะไรที่ไหนไป อำนาจของชาติ ของศาสนา ชาติก็ชาติถือพุทธ ศาสนาพุทธ เวลาออกเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายจริง ๆ ก็หมุนเข้ามาหาศาสนาหาธรรมเป็นที่เกาะที่ยึด ก็อธิษฐานเข้าไปในจุดนั้น ๒ วัน กับครึ่งวันพรึบเดียวเท่านั้นหมดเลย นอกนั้นยังหลั่งไหลมาอีก หลั่งไหลมาเอาอีก ยังจะมากกว่านี้อีกถ้าปล่อยไปหลายวัน แต่นี้คำนวณถึงเรื่องดอกเบี้ย ขนาดนี้ดอกเบี้ยพอดี แล้วเงินพื้นของเรานี้ก็หนุนแหละที่นี่เต็มที่ พอใจ ดอกก็พอดี ถ้ามากกว่านี้จะกระทบดอก เลยเอาแค่นี้

ผู้ว่าการจึงได้พูดว่าทีนี้เงินพื้นฐานเราได้เรียบร้อยแล้ว มีแต่จะก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ พื้นฐานรองรับเรียบร้อยหนาแน่นแล้ว มั่นคงแล้ว นี่ผู้ว่าการมาพูดเอง พูดด้วยความตื่นเต้น บอกว่าไม่เชื่อ คือเหลือเชื่อว่างั้นเถอะ แล้วมันก็ได้เชื่อเสียเอง เพราะหลักฐานพยานยืนยัน ยอมรับ แม้แต่ผู้ใหญ่สูงสุดมา วงไหนก็ตามเหลือเชื่อด้วยกันทั้งหมด ก็ยอมรับด้วยกันทั้งหมดไม่มีใครค้านกันได้เลย แล้วฟังว่าตบมือว่างั้นนะ พอใจ ตบมือที่เหลือเชื่อ แต่ได้เชื่อแล้วว่างั้น ก็อย่างนั้นละ

คราวนี้จึงเป็นคราวที่ว่ากวน ถ้าว่ากวนก็กวนพี่น้องทั้งหลายเต็มที่ละเรา คือกวนด้วยน้ำใจของเราที่มีต่อชาติ ไม่ได้กวนเพื่อจะเอามาขยำย่ำยีให้เสียอะไรเลย แม้เม็ดหินเม็ดทรายเราไม่มี เราบอกตรง ๆ เลย ที่เรากวนพี่น้องทั้งหลาย ๆ จนบางรายอาจจะรำคาญ เอะอะพูดแต่เรื่องทองคำ ดอลลาร์ เงินสด ช่วยชาติ ๆ ก็เพราะชาติของเรามันจะจมอยู่แล้วทั้งประเทศ จะไม่พูดได้ยังไง ก็เราเป็นคนรักษาชาติ นั่น เมื่อเป็นอย่างนั้นเราต้องห่วงต้องใยเป็นกังวล ต้องเสาะแสวงหาเครื่องหนุนช่วยกันทั้งบ้านทั้งเมืองเรา เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ต่างคนต้องถือเป็นภาระด้วยกัน เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องมีหัวหน้า เมื่อมีหัวหน้าก็ต้องกวนกันเข้าใจไหม หัวหน้าไม่ไปกวนบริษัทบริวารจะไปกวนใคร ก็ต้องไปกวน

นี่ละที่กวนพี่น้องทั้งหลาย เพราะจิตใจเรามันหมุนรอบตัวตลอดเวลา ตั้งแต่เริ่มออกช่วยชาติมาหมุนจริง ๆ เพราะเราไม่เหมือนใคร ว่าอะไรเป็นจริงทุกอย่างเลย อันนี้ก็หมุนเพื่อเมืองไทยของเรา ไม่ใช่เพื่ออะไร แต่ก็เดชะอยู่ ก็รู้สึกว่าฟื้นขึ้นมา ๆ ตั้งแต่บัดนั้นเรื่อยมาจนกระทั่งป่านนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นผลบวกมาเรื่อย ๆ นี่ละเป็นที่พอใจ เพราะฉะนั้นเราจึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้คิดถึงทองคำเราน้ำหนัก ๑๐ ตัน ขอให้เป็นเครื่องหมายของชาติอย่างเด่นชัดทีเดียวนะ อย่าให้หลุดให้ขาดไป นี่ละจะเป็นเครื่องเสริมชาติไทยของเราให้มีความสง่างาม ลบล้างสิ่งเลวร้ายที่จะพาเมืองไทยเราให้ล่มจมลงไปได้ไม่สงสัย

หลวงตาถึงขนาดที่ว่าเมื่อได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันแล้ว หากว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เราจะปัดลูกศิษย์ไว้ข้างหลังเราจะออกสนามคนเดียว นี้ก็พูดแล้วไม่ใช่เหรอ นี่ละถ้าได้จุดนี้แล้วถึงใจเราแล้ว เอ้า ใครจะมาว่าอะไรว่าเถอะ เราจะออกสนามคนเดียวฟัดกันเลย ให้มันตกทะเลหมดทั้งโคตรมันละ ใครมาว่าให้เรานะ เข้าใจไหม พี่น้องชาวไทยเราจะไม่ให้มีบอบช้ำ เราจะกันไว้หมดไม่ให้ใครไปแตะได้เลย เราจะออกคนเดียว เพราะคำนี้เป็นคำของเราบ่งบอกออกมาว่าให้ได้ ๑๐ ตัน มันก็เป็นเวลานี้เท่านั้นขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วหน้ากัน เป็นเวลาที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ทุกอย่าง ไม่มีที่ต้องติที่ว่าเราช่วยชาติไทยของเรา นี่ละอันสำคัญ

เราพยายามขวนขวายถึงจะบอบช้ำบ้างเล็กน้อยก็ตาม เพื่อส่วนใหญ่ที่เป็นคุณมหาศาล นี่ละตรงนั้นตรงที่เราเอานะ ถึงจะมีบอบช้ำบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นส่วนของเรารวมกันอย่างนี้ แต่ส่วนใหญ่ของเราจะแน่นหนามั่นคงสง่างามครอบประเทศไทยของเรา เราจึงถือเป็นสำคัญมาก ได้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบว่ากาลนี้เป็นกาลที่เหมาะสมแล้ว ที่เราจะพยายามขวนขวายหาทองคำและดอลลาร์เข้าสู่คลังหลวงของเรา เพื่อเป็นความสง่าราศีแก่ชาติไทยของเรา ถ้าเลยจากนี้แล้วจะไม่ได้นะ ใครจะเอาทองคำมาโยนให้ตูม อันนี้ทองคำช่วยชาติ โดยที่ไม่มีเหตุมีผลตั้งไว้ก่อนอย่างนี้จะไม่ได้นะ แต่ก่อนก็ไม่เคยมีอยู่แล้ว แล้วต่อไปก็จะไม่มีอีก ที่มีก็มีอยู่ในจังหวะนี้พอดี

นี่ละเราจึงให้พร้อมหน้าพร้อมตากัน เอ้า ทุกข์ก็ทุกข์เถอะ ทุกข์เพื่อชาติไทยของเรา หัวหน้าคือพระพุทธเจ้าพาทุกข์ เอ้า ทุกข์ ไม่จม คือธรรมมานำชาติของเรา ชาติเราเป็นชาติแห่งชาวพุทธ จึงขอให้ยึดถึงคำสอนพระพุทธเจ้า ให้ฟังเสียงธรรมนะ อย่าฟังเสียงเรื่องซิบ ๆ ซาบ ๆ กระซิบกระซาบ เรื่องที่มาทำเราให้ล่มจม กระซิบกระซาบมาแง่นั้นแง่นี้ที่จะมาทำลายมีเยอะนะ ให้ระวัง อย่าสนใจอันนี้ ให้เอาตั้งแต่สิ่งที่ธรรมท่านบ่งบอกยังไง หัวหน้าพูดยังไงให้ฟัง ก่อนที่เราจะนำมาพูดกับพี่น้องทั้งหลายได้คิดเต็มเหนี่ยวแล้ว ถึงได้ออกทุกระยะ ๆ ไม่ใช่ว่าพรวดพราดออกมานะ พิจารณาเรียบร้อยแล้วออก ๆ เลย พุ่งเลย ๆ ไม่รอ ถ้าอันไหนออกเต็มเหนี่ยวแล้วออกเต็มเหนี่ยวเลย อันไหนที่ยังไม่ควรออกมันก็รู้กันเอง รู้กันเองอยู่ภายในนั้นละ ถ้าสมควรที่จะออกแล้วออก

นี่สมควรอย่างยิ่งแล้วน้ำหนักทองคำ ๑๐ ตัน เหมาะสมกับชาติไทยของเราอย่างยิ่งในภาวะเช่นนี้ ถ้าเลยจากนี้แล้วเราจะไม่ได้นะทองคำ เพราะคลังหลวงของเราทองคำบกพร่องมาก ก็ได้เรียนให้พี่น้องทั้งหลายทราบแล้ว เราไปดูเองจึงออกมาโฆษณาเพื่อพี่น้องทั้งหลายได้รู้เรื่องของตัวเอง เวลานี้เมืองไทยเราตับของเรามีอะไรบ้าง ตับของเราก็มีทองคำ เวลานี้ทองคำซึ่งเป็นตับเป็นปอดของชาติไทย ลมหายใจของชาติไทยเราบกบางมากนะ ได้บอก จึงต้องได้รีบเร่งอยู่นี่นะ ขอให้ได้อันนี้เข้ามาแล้วจะหายใจโล่ง ถึงไม่เต็มปอดก็โล่ง ไม่เป็นไร ขอให้ได้ ๑๐ ตันนี้เถอะ

กาลนี้เป็นกาลสมควรมากทีเดียว ไม่มีกาลใดสมัยใดที่จะเหมาะสมยิ่งกว่ากาลนี้ที่เมืองไทยของเราจะล่มจม แล้วคนทั่วโลกเขาเห็นกันหมด ทีนี้เราช่วยชาติของเราทั่วโลกเขาก็เห็นกันหมด จึงเหมาะสมกับเหตุการณ์ทุกอย่าง ซึ่งควรจะได้ทองคำมาอย่างน้อยอย่าให้ต่ำกว่า ๑๐ ตัน เอาตรงนี้ ถ้าได้ตรงนี้แล้วจะโล่งทั่วประเทศไทย สง่างามไปหมด พูดได้ทั่วหน้ากันเลยไม่เป็นไร หลวงตาพาพูดหลวงตาไปดูเรียบร้อยแล้วจึงออกมาพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง เพราะฉะนั้นจึงขอให้พยายาม

อันนี้เป็นจุดใหญ่มาก กาลนี้เป็นกาลเหมาะสมมาก ที่จะได้ทองคำมาก็ได้กาลนี้เท่านั้น กาลนอกนั้นเรามองไม่เห็น มันตีบตันไปหมด มองเห็นว่าปิดตันเลย ปิดตันข้างหน้าข้างหลังไม่เห็น กาลนี้โล่ง ๆ ๆ เพราะฉะนั้นเราถึงหมุนแต่กาลนี้แหละเข้าใจไหม กาลนี้โล่ง โล่งเพื่อชาติไทยของเรา จะได้หายใจโล่งทั่วหน้ากัน เมื่อได้ทองคำตามจำนวนที่คนทั้งชาติช่วยกันให้เต็มเหนี่ยวแล้วนี้ ตรงนี้สำคัญมากนะ ถ้าได้ตรงนี้แล้วหายใจโล่ง ไม่เป็นไรละหมุนได้

ทีนี้ทองคำก็ดี ดอลลาร์ก็ดี ประโยชน์ของอันนี้ โอ๋ย.รอบด้านนะ ทองคำไม่เคลื่อนไหว แต่ผลประโยชน์เคลื่อนออกเรื่อยๆ ไหลรอบตัว ดอลลาร์ก็ไหลรอบตัวหมุนรอบตัว เป็นประโยชน์มากมาย การที่เราจะพิมพ์ธนบัตรออกใช้ก็รู้สึกว่าโล่งใจ ๆ เพราะอันนี้หนุนไว้ ๆ ให้พิมพ์ธนบัตรออกใช้ทั่วประเทศไทยของเรานี้ได้มากขึ้น ๆ นี่อันสำคัญ เราจึงได้หมุนในจุดนี้ สำหรับหลักใหญ่แตะไม่ได้ทองคำ เป็นคลังหลวง เป็นหัวใจของชาติ  หายใจฝอดแฝด ๆ อยู่ในนั้นหมดทุกชีวิต เพราะฉะนั้นใครจะมาแตะไม่ได้ ถ้าอันนี้โค่นลงไปเมืองไทยนี้เป็นหมา ๖๒ ล้านตัว ไม่ใช่พลเมือง ๖๒ ล้านคนนะ

ไอ้กี้เราไม่ทราบมันจะโดดไปไหน มันก็ไม่เคยทุกข์จนขนาดนั้นไอ้ปุ๊กกี้ แต่มาทุกข์จนแล้วไอ้ปุ๊กกี้มันจะมีโลกอยู่หรือไม่มีก็ไม่รู้นะ เพราะฉะนั้นขอให้ไอ้ปุ๊กกี้เรามีโลกอยู่ เมื่อเจ้าของมันมีโลกอยู่แล้วหมาก็มีโลกอยู่ ถ้าเจ้าของไม่มีโลกอยู่แล้วอย่าว่าแต่ไอ้ปุ๊กกี้ ทุกอย่างในประเทศไทยยุบยอบไปหมดเลยนะ หลักใหญ่อยู่ตรงนี้ เรายกเป็นข้อตลกมาเรื่องไอ้ปุ๊กกี้ ความหมายว่าถ้าส่วนใหญ่ได้ยุบยอบลง อะไรก็ยุบไปหมดเลย ความหมายว่าอย่างนั้น ไม่มีอะไรดีในเมืองไทยเรา มองดูทุกสิ่งทุกอย่างไปยุบยอบหมดเพราะหลักใหญ่เสียไปหมด ล้มระนาวไปหมดแล้วอะไรจะดีขึ้นไม่มีเลย จึงเรียกว่าเสียหมดตลอดหมู หมา เป็ด ไก่ ที่ไหน ๆ หาชิ้นดีไม่ได้ ถ้าเจ้าของพาดีทุกสิ่งทุกอย่างดีหมด นั่น มันอยู่จุดนี้นะ

นี่ละขอให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้คำนี้ว่า ทองคำเราคราวนี้เป็นคราวที่เหมาะสมมากที่สุดแล้ว เอ้า ให้พากันทุ่มลงไป มีมากมีน้อยทุ่มลงไป นี่คำว่ามหากุศลก็รื่นเริงบันเทิงในจิตใจของเรา มหากุศลที่เราสร้างที่ไหนจะเป็นมหากุศลได้อย่างที่เราช่วยชาติไทยทั้งชาติคน ๖๒ ล้านคน แผ่นดินชาติไทยหนักขนาดไหนจะจมอยู่ ที่ผ่านมาแล้วนี้เห็นอยู่ทั่วหน้ากัน บัดนี้กำลังฟื้นขึ้นมา ๆ เอ้า หนุนขึ้นมาให้ได้เต็มสัดเต็มส่วน แล้วเราจะโล่งใจทั่วหน้ากันไปหมดนั่นแหละ จุดนี้เป็นจุดสำคัญนะ

แล้วขอให้ฟังหัวหน้า ใครจะมายุแหย่ก่อกวนแบบไหน ให้ฟังเสียงหัวหน้าเป็นน้ำหนักเทียบกันทันที ๆ ถ้าใครว่าอะไรมาเป่ายังไงก็ล้มตามเขาจมนะ เมืองไทยจม ให้ฟังเสียงหัวหน้าคือธรรม ธรรมนั้นละเป็นหัวหน้า พระพุทธเจ้าออกมา เราก็ได้ทำงานสนองพระมหาบารมีของพระองค์ ได้ทำงานแทนพระองค์ และมาเกี่ยวข้องกับพี่น้องทั้งหลายแล้วขอให้ต่างคนต่างมีความพร้อมเพรียงสามัคคี มีความรักชาติเป็นแกนสำคัญ มีความเสียสละและมีความพร้อมเพรียงเป็นสิ่งแวดล้อมแล้วจะสง่างามไปหมด ว่าอะไรว่าอย่างเดียวกันถึงกัน ๆ ขึ้นได้

ถ้าต่างตัวต่างดีดต่างดิ้น ดังที่ท่านแสดงไว้ในชาดกเราก็เคยมาพูดให้ฟังแล้ว นกกระจาบมันมี ๒ พวก พวกหนึ่งนกกระจาบของพระโพธิสัตว์ พวกหนึ่งนกกระจาบของพระเทวทัต พระเทวทัตเป็นคู่กรรมคู่เวรก่อกรรมก่อเวรต่อพระพุทธเจ้า ทีนี้นกกระจาบที่เป็นบริษัทบริวารของพระเทวทัตนั้นไม่ลงรอยกัน ไปที่ไหนมักแตกร้าวสามัคคี ทะเลาะเบาะแว้งกันไปเรื่อย ๆ บริษัทบริวารของพระเทวทัตคือนกกระจาบ ๕๐๐ ตัว ไปที่ไหนก่อกวนกันเรื่อย ยุ่งกันเรื่อย หัวหน้าก็จะเป็นจะตายเทวทัต

แล้วอีกฝ่ายหนึ่งก็เป็นนกกระจาบอีกเหมือนกันมี ๕๐๐ ตัว เป็นบริษัทบริวารของพระโพธิสัตว์คือพระพุทธเจ้าของเรา ทีนี้เวลาลงไปกินข้าวในนาเขา นกตั้ง ๕๐๐ ตัวมันก็สิ้นเปลืองมากเจ้าของเขาก็เคียดแค้น เขาก็วางตาข่ายครอบละซิ พอลงไปนี้ตาข่ายเขาก็ครอบเลยทีเดียว นี่เป็นพวกแรกบริษัทบริวารของพระเทวทัตลงไปกินข้าวในนาเขา เขาเอาตาข่ายครอบไว้นี้ต่างตัวต่างดิ้น หัวหน้าสั่งอะไรไม่ยอมฟังเสียง ใครก็จะดิ้นเอาตัวรอด ๆ สุดท้ายนกกระจาบ ๕๐๐ ตัวตายเรียบหมดเลย นั่นเห็นไหม นี่เพราะโทษแห่งความไม่ลงรอยกัน แตกความสามัคคีกัน สุดท้ายตายกันทั้งหมด นั่น นี่เป็นตัวอย่างอันหนึ่ง ให้พิจารณาถึงเรื่องความร้าวราน ความแตกร้าว ความยุแหย่ก่อกวนซึ่งกันและกันในวงแห่งชาติไทยด้วยกัน ไม่สมควรอย่างยิ่ง จะจมกันได้ดังนกกระจาบ นี่เป็นข้อสาธกอันหนึ่ง

ข้อสาธกอันที่สอง นกกระจาบเป็นบริษัทบริวารของพระโพธิสัตว์ ท่านสอนไว้เรียบร้อยทุกอย่าง บริษัทบริวารของท่านมีความกลมกลืนสามัคคีกัน ฟังเสียงหัวหน้า หัวใจของบริษัทบริวารตัวใด ๆ คอยฟังเสียงหัวหน้า ๆ หัวหน้าสั่งยังไงพรึบ ๆ ๆ เลย ทีนี้ไปกินข้าวในนาเขาอีกเหมือนกัน พอไปกินข้าวในนาเขาแล้วเขาก็วางตาข่ายครอบอีกแหละ เพราะเขาเคยได้ด้วยวิธีการใดเขาก็ทำ พอไปกินข้าวนี้เขาวางตาข่ายเขาครอบพรึบทีเดียวเลยที่นี่ หัวหน้าบอกว่า นี่ฟังซิคำบอกอย่างนี้เราเคยได้คิดไหม แต่เป็นเรื่องอุบายของพระโพธิสัตว์ พอถูกตาข่ายครอบแล้วหัวหน้าสั่งว่า ให้ต่างตัวต่างตายคนละแบบ ฟังซิน่ะ คือนกกระจาบทั้งหลายไม่ตายละ อย่าดิ้นอย่าดีดให้ต่างตัวต่างตายคนละแบบละฉบับ ตายหงายตายคว่ำ ตายแบบไหนเหมือนสัตว์ตายแล้วว่างั้นนะ อย่าดีดอย่าดิ้น สั่งลูกน้องแล้วเงียบ

พอดีเจ้าของตาข่ายเขาก็มา รีบสั่งกันไว้คือถ้าดิ้นอย่างนี้แล้วออกไม่ได้ ต้องเป็นเจ้าของเขามาเปิดถึงจะออกได้ เข้าใจไหม เพราะต่างตัวต่างที่จะหาออกช่องนั้นช่องนี้มันออกไม่ได้แล้ว ถ้าออกก็ออกหมด เขาเปิดนี้มันก็ออกหมดถ้าตายก็ตายหมด อย่างนกกระจาบพวกแรกนั้นตายหมด นกกระจาบพวกสองนี้หัวหน้าสั่งไว้เลยทีเดียวว่าให้ตายคนละแบบ ทั้ง ๆ ที่ไม่ตายนะนกกระจาบ ให้ทำตัวเป็นนกตายคนละแบบ ๆ เต็มอยู่ในนี้ เมื่อนายพรานเขามาแล้ว ให้ฟังหัวหน้าที่จะให้สัญญาณ แน่ะบอกไว้อีกด้วยนะ ทีนี้เจ้าของตาข่ายก็มา อู๊ย.นกเหล่านี้มันเป็นยังไง ตะโกนขึ้น ตาข่ายก็ไม่เห็นรุนแรงอะไรนัก ทำไมมันตายได้ยังไง ดูซิน่ะ มันตายคว่ำตายหงายตายอยู่ทุกแห่ง ตัวไหนอยู่ที่ไหนเหมือนตายมาตั้งกัปตั้งกัลป์

เขาก็เลิกตาข่ายขึ้นละซิ ก็มันตายหมดแล้วจะไประวังอะไรใช่ไหม มันตายคนละแบบ ๆ นี่เห็นไหมพระโพธิสัตว์ท่านสั่งกันสอนกัน ทีนี้พอได้จังหวะแล้วโพธิสัตว์คอยจ้องดูอยู่นี่หัวหน้า พอได้จังหวะแล้วก็ขึ้นสัญญาณว่า ไปได้เท่านั้นละ พรึบไปหมดเลย ไอ้นั้นเลยตายแทน บักห่านั่นเลยตายแทนเข้าใจไหม มันไม่ได้สะแตกนกกระจาบละซิ มันโง่กว่านกกระจาบเข้าใจไหม มันเลยตายแทน แล้วผ่านไปได้เรียบ

นี่คือความพร้อมเพรียงสามัคคีและฟังเสียงหัวหน้า หัวหน้าก็ได้แก่โพธิสัตว์ หัวหน้านี้ก็ศาสดาเอก ที่มานำพี่น้องทั้งหลายเวลานี้คือศาสดาเอก เรานำธรรมมานำพี่น้องทั้งหลายนี้ก็เท่ากับนกกระจาบ ๖๒ ล้านตัวเข้าใจไหม ถ้าแตกสามัคคีกันตายหมดนะ ถ้าต่างคนต่างมีความพร้อมเพรียงสามัคคีแล้ว ความจนนั้นแหละมันจะตายอย่างแหงเลยเข้าใจไหม เราเหยียบหัวมันไปเลย ให้จำเอานะข้อนี้ เป็นคติเครื่องเตือนใจอันหนึ่ง เรื่องก็มีเท่านั้นละวันนี้ ไม่ได้พูดอะไรมากแหละ ไม่มากอะไรมันมากพอแล้ว จนไม่มีน้ำลายจะพูดแล้ว

 

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.or.th

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก