เอารัฐบาลมาอ้าง (พระสุขภาพสมเด็จพระสังฆราชยังดี)
วันที่ 7 สิงหาคม 2547 เวลา 8:15 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

เอารัฐบาลมาอ้าง

 

ก่อนจังหัน

 

            นักภาวนาอย่าเผลอสตินะ รากฐานของการภาวนาอยู่ที่สติ ไม่ว่าธรรมขั้นใดจำเป็นตลอดสายจนถึงขั้นมหาสติ สติสำคัญมาก แม้ในกิจการงานใดก็ตาม คนทำไม่มีสติผลไม่ค่อยได้เท่าที่ควร และผิดๆ พลาดๆ เพราะความไม่มีสติ นักภาวนาจึงต้องเน้นหนักทางสติ ความเคลื่อนไหวไปมาของกาย ตลอดคำพูดคำจา มีสติติดแนบๆ ยิ่งเข้าสู่ความเพียรโดยตรงแล้วให้ติดกันเลยทีเดียว ท่านทั้งหลายจำคำสอนของพระพุทธเจ้านี้ไว้ ว่ามรรคผลนิพพานอยู่ที่ไหน เบื้องต้นของผู้ที่ก้าวเข้าสู่มรรคผลนิพพานคือสติธรรม ปัญญาธรรม วิริยธรรม หลักใหญ่อยู่ตรงนี้ ทุกอย่างสติจะเผลอไม่ได้

พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เลิศเลอสุดยอด หน้าที่การงานใดๆ ก็ตามทั้งทางโลกและทางธรรม ถ้าได้นำพุทธศาสนาไปใช้แล้วจะหาที่ต้องติไม่ได้สำหรับตัวเอง เข้าสู่สังคมก็เป็นสังคมที่สวยงามและสมบูรณ์ในผลงานทั้งหลาย  พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เลิศเลอ การแนะนำสั่งสอนวิธีการไม่ผิดไม่พลาด ขอให้ดำเนินตามนี้เราจะได้เห็นประจักษ์ในตัวของเราเอง ว่าศาสนาเป็นยังไงๆ ตามคัมภีร์ใบลานนั้นเป็นตัวหนังสือ เป็นกระดาษ ตัวหนังสือใหญ่อยู่กับเรา พระพุทธเจ้าท่านสอนลงมาที่ใจ คัมภีร์ชี้เข้ามาที่ใจ ให้ดูความเคลื่อนไหวของตัวเอง ท่านทั้งหลายจะทรงมรรคผลนิพพาน อย่าให้ผิดพลาดจากนี้ อยู่ที่ไหนจะร่มเย็นๆ

งานของพุทธศาสนาเป็นงานที่ละเอียดอ่อนมากที่สุด ต้องใช้ความขยันหมั่นเพียรทุกด้านทุกทาง อยู่กับพุทธศาสนาทั้งหมดนะ พากันจำให้ดี นี่ตั้งหน้าตั้งตามาประกอบความเพียรจำพรรษาที่นี่ตั้ง ๕๖ องค์ ให้ต่างท่านต่างทำหน้าที่ของตัวอย่าปล่อยอย่าวาง งานภายนอกไม่สำคัญยิ่งกว่างานจิตตภาวนามีสติเป็นพื้นฐาน นี้เป็นงานสำคัญมากนะ ให้จำไว้ ผมไม่มีโอกาสที่จะเทศน์อบรมพระ ให้ตั้งใจปฏิบัติตามนี้ก็แล้วกัน

งานการส่วนรวมเท่ากับเป็นงานของตัวโดยเฉพาะๆ โดยสมบูรณ์ ถ้าเราเคลื่อนไหวงานอะไรๆ บกพร่อง เคลื่อนไหวอะไรบกพร่องที่เราๆ งานจะสมบูรณ์ขึ้นจากแต่ละคนๆ ไม่มีความบกพร่องในหน้าที่ของตน รวมกันแล้วงานสามัคคีก็แน่นหนามั่นคงเรียบร้อยดีงาม สำคัญอยู่ที่เรานะ ทำทุกอย่างทำเพื่อเราอย่าไปเข้าใจว่าทำเพื่อใคร ที่มีที่แจ้งที่ลับนั้นเป็นเรื่องโลกหลอกลวงกัน ดังเขาขโมยกันขโมยเอาตอนเผลอๆ มีที่แจ้งที่ลับ สำหรับธรรมแล้วไม่มี ให้ดูตัวเอง จำตรงนี้ให้ดี ให้พร

 

หลังจังหัน

 

         ผู้กำกับ ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ ๖ สิงหาคม ๔๗ เขียนโดย เซี่ยงเส้าหลง

        มาฟัง “กรณี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก สักหน่อยเป็นไร จุดยืนของ “เซี่ยงเส้าหลง” ยังคงเหมือนเดิมที่เคยบอกเล่าไปหลายครั้งว่ากรณีนี้เนื่องจากลักษณะพิเศษแห่ง องค์สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ปัจจุบัน วิถีทางที่ดีที่สุดในการปฏิบัติต่อพระองค์ท่านไม่ว่าในกรณีใดๆ ควรให้เป็นพระราชอำนาจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ในเมื่อรัฐบาลและกระแสสังคมส่วนใหญ่ เลือกวิถีทางอื่น ถึงขนาดตราเป็นพระราชกำหนดก็แล้วไปเถิด จะไม่ขอฟื้นฝอยหาตะเข็บ ปล่อยให้เป็นไปตามกรรม

แต่ ณ ที่นี้เผอิญได้รับเอกสารสำคัญว่าด้วยข้อปฏิบัติต่อสมเด็จพระสังฆราช กรณีแขกที่มาเข้าเฝ้าและการลงพระนามในหนังสือต่างๆ ซึ่งเป็นการออกข้อบังคับเมื่อ วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๗ โดย สมวงศ์ ณ ระนอง ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าฝ่ายตำรวจวัง สำนักพระราชวัง อ้าง คำสั่ง ของ มล. จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองเลขาธิการพระราชวัง นายวัชรกิตติ วัชรโรทัย  ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวังฝ่ายที่ประทับ และนายศุภชัย พันธุกานนท์ ผู้อำนวยการกองวัง สำนักพระราชวัง เพราะอ่านแล้วให้สงสัยว่า ที่อ้างกันมาโดยตลอดว่าองค์พระประมุขพุทธศาสนาของประเทศนี้ประชวรจนไม่อาจทรงงานได้ ถึงขั้นจะต้อง เร่งรีบ จัดให้มีคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนั้น เอาเข้าจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไรกันแน่

         ข้อปฏิบัติดังกล่าว ที่กำชับให้เจ้าหน้าที่เวรประจำพระองค์ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด มีรวม ประการ ดังจะแยกให้เห็นเป็นย่อหน้าๆ ข้างล่างต่อไปนี้

         หนึ่ง ให้มีการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชได้โดยต้อง คำนึงถึงพระสุขภาพ โดยจะต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ในการเข้าเฝ้า (หากมาเข้าเฝ้านอกเหนือจาก การถวายสักการะ) และต้องมี พระภิกษุ, แพทย์ หรือพยาบาล, เจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง และลูกศิษย์ อยู่ช่วยถวายงานด้วยทุกครั้ง

         สอง ในกรณีผู้เข้าเฝ้าเป็นบุคคลสำคัญจะต้องมีหนังสือ หรือโทรศัพท์ติดต่อประสานงานกับ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช พร้อมแจ้งวัตถุประสงค์ และ จำนวนรายนามผู้ขอเข้าเฝ้า ซึ่งฝ่ายเลขานุการและเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวังจะพิจารณากำหนดเวลาเข้าเฝ้าโดยตัดสินใจร่วมกัน และการเข้าเฝ้าจะต้องมี พระภิกษุ แพทย์ หรือพยาบาล เจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง และลูกศิษย์อยู่ช่วยถวายงานด้วยทุกครั้ง

สาม ในกรณีเสนองานให้ลงพระนามในหนังสือต่างๆ ต้องถวายการอ่านเนื้อความโดยละเอียด เพื่อให้สมเด็จพระสังฆราชทรงพิจารณา ในการลงพระนามจะต้องมีแพทย์ เจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง ฝ่ายเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นพยาน และเมื่อลงพระนามแล้วจะต้องจดบันทึกเรื่อง วัน เวลา ไว้ในสมุดบันทึก ความตามข้อปฏิบัติดังกล่าวโดยเฉพาะข้อสามที่ “เซี่ยงเส้าหลง” ยกมานี้แสดงให้เห็นว่า สมเด็จพระสังฆราชอาจไม่ได้ประชวรถึงขนาดไม่มีพระสติสัมปชัญญะ และมิได้ประชวรถึงขนาดร้ายแรงจนรับแขกหรือลงพระนามอะไรไม่ได้ ดังที่ปรากฏในแถลงการณ์ของสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ประการใด

ความตามข้อปฏิบัติดังกล่าวโดยเฉพาะ ข้อสามที่ “เซี่ยงเส้าหลง” ยกมานี้แสดงให้เห็นว่าหากมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน คณะผู้ช่วยปฏิบัติหน้าที่ หรือฯลฯ ก็ย่อมสามารถเสนอให้พระองค์ทรงพิจารณา เพื่อทรงลงพระนาม ไม่จำเป็นต้องตราพระราชกำหนดแต่ประการใด

เรื่องนี้สำคัญมากเพราะฐานความจริงที่นำไปสู่ความขัดแย้งสับสนต่างๆ ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมาอยู่ตรงที่ รัฐบาลพยายามสื่อให้สังคมเชื่อว่าสมเด็จพระสังฆราชประชวรถึงขนาดไม่มีพระสติสัมปชัญญะ และประชวรถึงขนาดร้ายแรงจนรับแขกหรือลงพระนามอะไรไม่ได้ ถ้าฐานความจริงที่ว่านี้ ไม่จริง ผิดเสียแล้ว ปฏิบัติการที่ตามมา มีโอกาสที่จะพิจารณาได้ว่าเสียไปทั้งสิ้น ขอบันทึกไว้ให้พิจารณาแต่เพียงเท่านี้”

         อันนี้มีเสริมจากหนังสือพิมพ์ ว่า พระมหากษัตริย์กับพุทธศาสนา “เมื่อครั้งรัชสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชของประเทศอินเดีย พระเจ้าอโศกมหาราชได้ใช้อำนาจปราบปรามอลัชชีเดียรถีย์เหล่านั้นอย่างรุนแรง ได้ทรงประหารชีวิตพวกอลัชชีเดียรถีย์ไปถึงสามพันคน แม้ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นก็ปรากฏถึงความผันแปรวิปริตเกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงทรงกระทำสังคายนาและทรงชำระสิ่งแปลกปลอมในพระพุทธศาสนา โปรดเกล้าให้ถอดถอนพระมหาเถระออกจากตำแหน่งหลายรูป

         ดังนั้นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ไทย ควรอยู่คู่กับพระพุทธศาสนา เพราะเมื่อยามคับขันพระองค์ จะได้ทรงใช้พระราชอำนาจนั้นปราบปรามอลัชชีเดียรถีย์”

         ผู้กำกับ สรุปย่อๆ ก่อนหมายความว่าให้เป็นพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯโดยเฉพาะพระองค์

         หลวงตา ก็ถูกต้องแล้วนี่ มายุ่มย่ามๆ หาอะไร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระสังฆราชเป็นคู่กันอยู่อย่างนี้ ใครจะไปยุ่งไม่ได้ ไอ้นี้มันยุ่มย่ามๆ เข้ามา อยากเป็นใหญ่เป็นโตขึ้นช่องนั้นขึ้นช่องนี้ พวกเปรตว่างั้นเลยเรา มีหลวงตาองค์เดียวนี้พูดได้อย่างนี้ มันหาเรื่องราวอยู่ตลอดเวลายังบอกแล้ว หลักธรรมหลักวินัยเรียนมาด้วยกันทุกคน ความถูกต้องดีงามมันก็เห็นมา ผิดก็ต้องรู้ มันหาแต่เรื่องผิดมาตลอด กาฝากมหาภัยก็พูดแล้วพวกนี้ ที่แสดงอยู่เหล่านี้มีแต่กาฝากมหาภัยต่อชาติ ต่อศาสนา ต่อพระมหากษัตริย์ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจึงต้านกันเต็มเหนี่ยว ๆ

         ก็มีหลวงตานี้ละที่พูดอย่างตรงไปตรงมาตามอรรถตามธรรม นอกนั้นเป็นอะไรก็ไม่รู้แหละ นี่พูดอย่างตรงไปตรงมา ธรรมเหนืออะไรแล้ว เราเอาธรรมมาพูดผิดที่ไหน ยุ่งจริงๆ นะพวกนี้ หาเรื่องหาราวนั้นขึ้นมาๆ ๆ จะยกกองขี้ขึ้นให้คนกราบ พูดตรงๆ อย่างนี้ ใครจะกราบ ขี้ใครก็มีทุกคน มีไหมเหล่านี้มีขี้ไหม ใครจะกราบ ถ้าจะกราบก็กราบขี้เจ้าของซิใช่ไหม ขี้อย่างนั้นกราบหาอะไร ปั้นขึ้นมาตีลงไป ตกมานี้ขึ้นมาช่องนี้อีก ตีลงไปขึ้นมาช่องนี้อีกอยู่อย่างนั้นนะ อยู่ตลอด

         นี่ละตัวสังฆเภทจะคืออะไร พูดให้ตรงๆ เลย พวกนี้พวกจะทำสังฆเภท อนันตริยกรรมข้อที่ห้า คือสังฆเภททำสงฆ์ให้แตกจากกัน ทั่วประเทศไทยเวลานี้ระส่ำระสายไปหมด ยังไม่ได้ตั้งขึ้นเลยนะ ถ้าตั้งนี้ปั๊บก็เป็นสังฆเภทร้อยเปอร์เซ็นต์ แตกกระจัดกระจายเลย มันก็ยังฝืนขึ้นมาๆ อยู่อย่างนี้ จะไม่เรียกว่าพวกทำลายศาสนาจะเรียกว่ายังไง ทำลายชาติด้วย คนในประเทศนี้แตกกระจัดกระจายไปด้วยกันหมด จะไม่เรียกว่าชาติ-ศาสนายังไง นี่ละสังฆเภทใหญ่โตอยู่ตรงนี้

         เราก็พูดมาก่อนแล้วอันนี้น่ะ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยมันน่าจะพิจารณา เหล่านี้มีแต่ว่าตัวเป็นนักความรู้จอมปราชญ์ทั้งนั้นนะที่ออกมากวนอยู่เวลานี้ มันเอาอันธพาลออกมาละซิ โธ้ ทุเรศจริงๆ นะ ปั้นกันขึ้นๆ จะเอาอำนาจบาตรหลวงใหญ่ๆ นี้เหยียบศาสนาให้แหลก ถ้าตัวนี้ขึ้นแล้วแหลกหมด ศาสนาแหลก ทั้งพระสงฆ์ทั้งประชาชนอยู่ในอำนาจของมันหมด พูดตรงๆ นี้พิจารณาแล้วนะถึงได้พูดอย่างยันทีเดียว ไม่ผิด บอกงั้นเลย ถ้าลงได้ออกแล้วพุ่งเลย ไม่ผิดบอกงั้นเลย

         นี่พยายามปีนขึ้นๆ ตีลงเรื่อยๆ ปีนขึ้นเรื่อย ช่องนั้นช่องนี้ ไปเอารัฐบงรัฐบาลเข้ามายุ่งทำไม ศาสนาสมบูรณ์แบบแล้ว ธรรมวินัยพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติมาสมบูรณ์แบบแล้ว ขนบประเพณีที่มีสังฆราชมา ประชาชนชาวไทยเรากราบไหว้บูชามาตลอดไม่มีข้อขัดแย้ง กาฝากมหาภัยขึ้นมานี้เห็นไหมล่ะ ยุ่งไปหมดเวลานี้ เป็นของดีแล้วเหรอ กาฝากมหาภัยเหล่านี้ไม่มีคุณค่าอะไรเลย เป็นมหาภัยล้วนๆ กาฝากอันนี้ เรียกว่ากาฝากมหาภัย ทำลายได้ทั้งชาติ ทั้งศาสนา ทั้งพระมหากษัตริย์ กาฝากอันนี้น่ะกำลังตั้งขึ้นมาช่องนั้นช่องนี้ ตีลงเรื่อย ขึ้นช่องนั้นช่องนี้อยู่เรื่อย มันไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร

สมเด็จสังฆราชท่านมีมาดั้งเดิมก็ไม่เห็นมีอะไร มายุ่งหาอะไร นี่ที่มันน่าทุเรศมากนะ เอาขี้มาเป็นสังฆราชใครจะกราบ พิจาณณาซิ ไม่กราบ บอกอย่างนี้เลยเรา คอขาดก็ไม่กราบ มันรู้กันอยู่ทั่วโลกดินแดน ปั้นขึ้นมาหาอะไร มาหลอกคนทั้งประเทศ เขาไม่ใช่คนโง่นี่ ไปลากเอารัฐบาลๆ ก็ตัวสำคัญนั่นแหละอยู่ในรัฐบาลนั้นน่ะเป็นผู้ออกเรื่องราวมา ตัวรัฐบาลจริงๆ แล้ว ท่านเหล่านั้นท่านก็ไม่มีอะไร มีตัวสำคัญที่แทรกอยู่ในนั้นละ อยู่ในรัฐบาล แล้วเอารัฐบาลมาอ้างๆ ในนามของรัฐบาลอย่างนั้นอย่างนี้ ตัวสำคัญอยู่ในนั้นที่จะทำลายทั้งชาติ ทั้งศาสนา ทั้งพระมหากษัตริย์ อยู่ในนั้น เห็นว่ารัฐบาลเป็นใหญ่ก็เอารัฐบาลมาอ้างๆ ตัวเสนียดจัญไรจะได้ทำงานสะดวก เหยียบทั้งชาติ ทั้งศาสนา ทั้งพระมหากษัตริย์ลงได้สนิทใจ เมื่อเอารัฐบาลซึ่งว่าเป็นส่วนใหญ่มาอ้างแล้ว ตัวสำคัญตัวแสบๆ อยู่ตรงกลางเดี๋ยวนี้น่ะ พูดตรงๆ อย่างนี้แหละ

         ไหนได้ยินว่า ประชาชนเขาเสนอขับคนนี้ออก ตัวแสบนี้ออก

         ผู้กำกับ เขาลงชื่อแสนหกกว่า กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการของรัฐสภาอยู่ครับ

         หลวงตา ไหนว่าอันนี้มาแยกออกเป็นกฎหมอย กฎหมาออกไปว่าไม่ได้อยู่ในแผนกนั้นแผนกนี้

         ผู้กำกับ เขาแก้ตัว เพราะประชาชนเขาบอกว่าถ้ามีนายคนนี้อยู่ด้วยกับไทยรักไทย เขาจะไม่เลือกพรรคไทยรักไทย ทางนี้เขาบอกว่า เขาไม่ใช่เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย

         หลวงตา เขาเป็นสมาชิกผู้ทำลายต่างหาก ว่างั้นซิ ตัวนี้ตัวแสบไปอยู่ที่ไหนก็ตามขับตัวนี้ออกต่างหาก ไม่ได้ขับสมาชิก ไม่ได้ขับนั้นขับนี้ ขับตัวนี้ต่างหาก เขาไม่ได้ไปหาขับสมาชิกนั้นสมาชิกนี้ สมาคมนั้นสมาคมนี้ ขับตัวแสบนี้ต่างหาก ตัวแสบไปอยู่ที่ไหนขับออก ความหมายก็ว่างั้นประชาชนเขา เราได้ยินมาอย่างนั้นเราก็พูดอย่างนั้นแหละ เราไม่เห็นเอง ไปฟังมาเอง ถ้ายิ่งไปฟังมาเองแล้วผางเลยเชียวไม่รอใคร เดี๋ยวนี้เขาเสนอกันแล้วไม่ใช่เหรอ

         ผู้กำกับ กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบดำเนินการของรัฐสภาครับ

         หลวงตา อันนี้เรื่องของประชาชน เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเราก็ไม่เกี่ยวข้อง ถ้าเป็นเรื่องของเราออกทันที อันนี้เป็นเรื่องของประชาชนเขา เราก็เป็นแต่ฟังไปอย่างนั้นละ มีเท่านั้นแหละนะ

         เราพูดถึงเรื่องความเป็นธรรม ใครจะใหญ่โตขนาดไหนก็ตาม ผิดต้องบอกว่าผิด ช้างตัวหนึ่งมันเป็นแผลที่ขาก็บอกว่ามันเป็นแผล มันใหญ่ขนาดไหนมันมีแผลก็บอกว่าแผลอยู่นั้น ก็เท่านั้นเอง วันนี้พูดเท่านั้นละไม่พูดอะไรมากนัก คอยฟังเรื่องราวไปอย่างนั้นละเป็นยังไง เราคอยฟังตลอด จ่อตลอด เรื่องศาสนาเป็นเรื่องสำคัญมาก เราก็อยู่ในนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์เลย

        

รับฟังรับชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และทางสถานีวิทยุกระจายเสียงทางอุดร AM 103.25 KHz

และทางสถานีวิทยุกระจายเสียงจากสวนแสงธรรม FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก