เลวกว่าหมา
วันที่ 10 สิงหาคม 2547 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

เลวกว่าหมา

 

         (ทองคำ ๒ บาท เงินสด ๓,๐๐๐ บาทครับ นายอนันต์ จันทศิลป์ ผอ.โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี) เออ พอใจๆ ให้แก้หน้าเสียบ้าง โรงพยาบาลอำเภอเพ็ญมันมาเหยียบหัวหลวงตา หมอวิชัย เดี๋ยวนี้เราเปลี่ยนชื่อให้มันแล้ว เป็นหมาวิชัย โรงพยาบาลโรงนี้ได้มากที่สุดแหละเราสงเคราะห์ รถรา ห้องผ่าตัดอะไรๆ เราให้ด้วยความจำเป็นเป็นล้านๆ ไม่ใช่เล่นนะ ตอนนั้นมันเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลมาขอเรา มีอุบายเสียด้วยนะ ขอรถขอราว่าชำรุดมากแล้ว เวลาเราออกมาเอารถโปเกที่ใช้ไม่ได้เลยมาขวางหน้าทางเราออก ดูซิอุบายวิธีการของมันคิดว่าเราไม่รู้ เราดูเราก็ให้เลย ก็มันคันโปเก มันเอามาขวางหน้าเพื่อรับการสงเคราะห์จากเรา หมาวิชัยนี่ จะเป็นหมอที่ไหนไป

นี่ละธรรม ภาษาธรรมว่าอย่างนี้เลย ตกลงเราก็สั่งมาให้ทันทีเลย จากนั้นก็เข้าดูห้องหับ เครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ เฉพาะอย่างยิ่งห้องผ่าตัด โถ ปาเข้าไปหลายล้าน เราก็สงเคราะห์ๆ พอมันออกจากโรงพยาบาลนั่นแล้ว มันก็ขี้รดโรงพยาบาลด้วย แล้วก็มาขี้รดหัวเราด้วย มันจะมาตรวจสมบัติเงินทองข้าวของที่เราช่วยโลกนี้ รั่วไหลแตกซึมไปที่ไหน มันจะมาตรวจเงินหลวงตา ฟังซิมันฟังได้ไหม มนุษย์เราที่เป็นภาษามนุษย์ธรรมดานี้ทำไม่ลง กระเทือนทั่วโลกธาตุแล้วที่เราช่วยโลก ไม่มีอะไรที่เราจะหยิบจะฉวยเอามาเป็นของตน เราประกาศลั่นมาแล้ว นี่มันจะให้คนมาตรวจดูเงินทองข้าวของ จับจ่ายใช้สอยไปเท่าไรๆ อย่างนั้นมันก็ทำนะ

เราก็เลยไม่พูดถึงละเรื่องจับจ่ายใช้สอยไปเท่าไร เราก็ว่าไอ้หมานี่ ว่างั้นเรา มันเป็นหมอแล้วมันเปลี่ยนเป็นหมาเสียนี่ มันเลวกว่าหมา หมายังรู้จักคุณของเจ้าของ นี่มันไม่รู้จักคุณของเจ้าของ มันเลยหมาไปแล้วไอ้นี่น่ะ ว่างั้นละ มันเป็นอย่างนั้นนะ ฟังว่าอยู่ในอุดรนี้มันปากสกปรกมากนะหมาตัวนี้ เดี๋ยวฟ้องคนนั้นแล้วฟ้องคนนี้อยู่เรื่อย ตั้งแต่ผู้ว่าราชการฯ เทศมนตรี มันไปฟ้องหมด ฟังว่าจะออกมาฟ้องเรา แต่มันยังไม่ตั้งท่าฟ้อง มันขู่มาให้เราทราบ อย่างนั้นแหละ ปากสกปรกมากคนนี้

มันไม่เจริญนะบอกจริงๆ มันสะเทือนทีเดียว ไม่เจริญคนนี้ว่างั้นเลย โถ ลงหาที่ใส่บ่อบุญบ่อคุณมันจะเอาความเจริญมาจากไหน ธรรมเป็นธรรม บาปเป็นบาป บุญเป็นบุญ พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์เป็นศาสดาเอกของโลกร้อยเปอร์เซ็นต์ๆ สอนตามหลักความจริง จะปีนไปไหนว่ะ มันจะปีนอำนาจของบุญของกรรมที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์สอนไว้อย่างถูกต้องได้ยังไง นี่ที่น่าสลดสังเวชนะเรา ใครอย่าไปฟังคนมืดบอดหนา มันจะเอาความมืดบอดทะลุไปเลย ดุดันไม่ฟังเสียงใคร ความมืดบอดของกิเลสไม่หาเหตุหาผล เรื่องธรรมท่านดู

พอพูดถึงเรื่องนี้ โรงพยาบาลอำเภอเพ็ญก็มารับของอยู่เรื่อยๆ เหมือนโรงพยาบาลไหนๆ โรงพยาบาลอำเภอเพ็ญ มารับอยู่ทั่วๆ ไปเหมือนโรงพยาบาลทั้งหลาย เราก็ให้สม่ำเสมอกันไปเรื่อยๆ อยู่อย่างนั้น เหตุที่มาสะดุดใจเอามากก็คือหมาวิชัยนี่ จะมาตรวจเงินตรวจทองเรา เราใช้ไปทางไหนๆ อู๊ย เราสลดสังเวชนะ ทำไมมันหยาบเอาขนาดนั้น เราจึงบอกให้ขั้นเลยหมาลงไป เอาแค่นี้ก็พอละไม่เอามากกว่านั้น จากหมอมันก็เป็นหมาไปเลย ทุเรศ ทำไมถึงหยาบเอามากมาย เราทำประโยชน์ให้โลกนี้สักเท่าไร โลกเขากระเทือนไปหมดด้วยความดีของเรา อนุโมทนาสาธุการทั่วประเทศ ที่เราอุตส่าห์ขวนขวายหาสมบัติเงินทองเข้ามาหนุนชาติตัวเองจนฟื้นขึ้นมาอย่างเห็นนี้ใช่ไหมล่ะ

ทองคำวันที่ ๑๙ นี้จะเพิ่มเข้าไปอีก ๑ ตันเป็น ๑๑ ตัน ส่วนดอลลาร์นั้นเราก็บอกแล้ว คงจะได้เพียงเท่านั้น ดอลลาร์ได้ ๑๐ ล้าน ๒ แสนกี่หมื่นไม่รู้ เราคิดว่าดอลลาร์จะไม่ได้เข้าคู่เคียงกับทองคำ เพราะความจำเป็นของประชาชนทั่วประเทศมีมาก มีมากกว่าเดิมที่มาขอร้องความช่วยเหลือจากเรา เราจึงโอนเอาเงินดอลลาร์หมุนมาช่วยเงินไทย นี่เราก็บอกนะ อันไหนที่เข้าก็เข้า อันที่ไม่เข้าจะไม่ได้แหละ เพราะตั้งแต่เราหยุดเทศนาว่าการช่วยชาตินี่แล้ว วัตถุปัจจัยไทยทานที่ได้มาเพื่อช่วยชาติก็ขาดไป เมื่อขาดไป แต่คนขอเราไม่หยุดไม่ถอยซี ขออยู่ทุกแห่งทุกหน เฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลขอมากที่สุด ขอตลอดมา เงินก็มีดังเกิดขึ้นมาอย่างนี้แหละ เกิดขึ้นมานี้เราก็ทุ่มลงๆ เงินกองผ้าป่าไม่มีก็ต้องเอาเงินของเราออกๆ นี่ละมันร่อยหรอลงๆ จึงหมุนเงินดอลลาร์เข้ามาช่วยกันดังที่พี่น้องทั้งหลายเห็น

เรานี่เขียนประวัติศาสตร์ได้อย่างจังๆ เลย เพราะเราเอาธรรมออกช่วยโลก เรียกว่าอย่างจังๆ ในความบริสุทธิ์ของเรา อย่างจังทีเดียว บาทหนึ่งเราไม่เคยแตะฟังซิน่ะ หาที่ไหนได้ทั่วประเทศไทย ไม่มีความมัวหมองเลย จะมัวหมองได้ยังไงก็เมตตาธรรมครอบโลกธาตุ เป็นห่วงชาติไทยที่จะพากันเอาหัวจมลงทะเลหลวงด้วยความล่มจม อันนี้น้ำหนักมากทีเดียวนะ เลยย้อนไปหาปู่ย่าตายายของเราที่พาถ่อพาพายพาเป็นพาไป ก็ยังไม่เห็นความเดือดร้อนถึงขั้นที่จะพากันจมลงทะเลหลวงในปีนี้ว่างั้นเลย วาดภาพดูแล้วมันเป็นอย่างนั้นแหละ

ถึงขนาดเราร้องโก้ก นั่นฟังซิ ก็เลยเกิดความเมตตา เอาจะเป็นหัวหน้า จะช่วย เป็นไรเป็นกัน จากนั้นมาก็ก้าวเรื่อยๆ ก็ด้วยอำนาจวาสนาของพี่น้องชาวไทยเราซึ่งเป็นลูกชาวพุทธ ฟังเสียงครูเสียงอาจารย์ เสียงอรรถเสียงธรรม ว่ายังไงก็ก้าวเดินตามๆ เพราะความรักชาติเป็นพื้นฐาน ชาติเป็นที่รักของสัตว์ของคน อย่าว่าแต่มนุษย์รักชาติเลย มดเขาก็รักชาติของเขา ปลวกรักชาติ สัตว์ทุกประเภทรักชาติทั้งนั้น แล้วเรามนุษย์ถึง ๖๒ ล้านคนไม่รักชาติมีเหรอ วาดภาพไปซิ แล้วชาติที่เรารักมากๆ นี้จะจมลงในทะเลหลวงเป็นไปได้ยังไง พิจารณาซิ นี้ละที่เอากันอย่างหนัก

เอ้า พลิกขึ้นมาละที่นี่ ความล่มความจมที่เป็นมานี้ก็เป็นเพราะความประมาทของพี่น้องชาวไทยเรา ไม่ตำหนิติเตียนใครแหละ เราว่า เราเป็นผู้พาให้ล่มให้จมเองด้วยความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ความลืมเนื้อลืมตัว จ่ายแบบสุรุ่ยสุร่าย มันก็พาให้เสียได้จมไปได้อย่างนี้แหละ ที่นี่เอ้าฟื้นตัว ให้ทำความรู้สึกตัวทุกคนๆ ให้ขวนขวายหามา การอยู่กินใช้สอยให้ประหยัดมัธยัสถ์ อย่าลืมเนื้อลืมตัวเหมือนแต่ก่อนมันจะพาจมอีก ขวนขวายได้มาเท่าไรก็ช่วยชาติของเรา ชาติเป็นที่รักของเราทุกคนๆ เอ้า ช่วย มันก็ไหลมาเรื่อยเห็นไหมล่ะ

เทศน์ที่ไหนพูดจริงๆ ไม่มีละที่ว่าคนจะน้อย ไม่มีเลย แน่นๆ บางทีเลยตั้งจังหวัดให้ อำเภอนะแต่คนมันมาก มันมากเสียจริงๆ นี้ตั้งจังหวัดให้เลย อย่างนี้มีหลายแห่ง คือคนมากต่อมาก หลั่งไหลมาๆ เงินอันนี้แหละเข้าหนุนชาติไทยเรา โรงพยาบาลพอหายใจได้นะ โห เราช่วยมากจริงๆ โรงพยาบาล เอะอะก็มาๆ โรงพยาบาลนี่เราคิดมากนะ ฟังแล้วฟังเล่า พิจารณาแล้วพิจารณาเล่า พอเป็นหนี้ติดเลย นั่นฟังซิ เพราะเห็นความจำเป็นของมัน โรงพยาบาลนี่ เราก็ช่วยทั่วประเทศ ทั่วประเทศนะโรงพยาบาล ไม่ใช่มีแต่ภาคอีสาน ภาคไหนๆ ก็มีตามความจำเป็น เราช่วยหมดนั่นแหละ

ก็ภาคต่างๆ เป็นอวัยวะของประเทศไทยทั้งนั้น ทำไมใครจะไม่เห็นจำเป็นในอวัยวะของตน บกพร่องที่ตรงไหนก็แสดงความทุกข์ความลำบากขึ้นตรงนั้น ต้องช่วย นั่น เราจึงได้ทำอย่างนั้นเรื่อยมา ช่วยทุกแห่งไม่ว่าภาคไหนๆ ตามแต่ความจำเป็นมากน้อย เราช่วยมาตลอด นี้ก็ก้าวขึ้นมาๆ ด้วยความรักชาติ ความสามัคคี ความเชื่อถือพระพุทธศาสนา ก็ได้มาๆ โดยลำดับ ไปเทศน์ที่ไหนคนแน่นๆ บางแห่งเทศน์ถึงสามหนสี่หนก็มี แต่ละจังหวัดนี่ไปหลายแห่งหลายครั้งหลายหน เทศน์ๆ เรื่อยเทียว พอมาประกาศนี้แล้วเงินผ้าป่าที่จะมาช่วยชาตินี้ก็ขาดไป ทีนี้เงินที่เขาถวายเราตามอัธยาศัยของเขามันก็ร่อยหรอลงๆ ผู้ที่มาขอนี้ขอมากนะ ทุกวันๆ เราก็แบ่งรับแบ่งสู้ไปเราจะตาย

เดี๋ยวนี้เห็นไหมล่ะ วันที่ ๑๙ นี้จะเต็ม ๑๑ ตันแหละไม่ต่ำกว่านั้น ต่ำไม่ได้เลย คอหลวงตาบัวต้องขาด เข้าใจไหม ได้บังคับไว้แล้ว ๑๑ ตัน อันนี้คอขาดเลย วันจะมอบทองคำยังขาดอยู่เท่านั้นเท่านี้ ต้องเอาคอขาดเลย จะขาดไปไม่ได้ทองคำ คอเราขาดๆ จะเอาตรงนี้ ค่อนข้างแน่นอนแล้วเวลานี้ รวมเข้ามาๆ แล้ว นี่ก็กำลังศรัทธาของพี่น้องทั้งหลายช่วยกันทั้งบ้านทั้งเมือง มีแต่คนรักชาติ จึงต้องมีแต่คนเสียสละเพื่อชาติของตนๆ มากเข้าๆ มันก็หนัก ทองคำได้ถึง ๑๑ ตันหาได้ที่ไหน พิจารณาซิ ส่วนเงินสดนั้นกี่พันกี่หมื่นล้าน มาก มันไหลไปหมดอย่างที่ว่า ไหลไปเลย เราก็อุตส่าห์พยายามช่วย

นี่พูดถึงเรื่องทองคำ ๒ บาท อำเภอเพ็ญนะ มันเลยลุกลามไปหาหมาวิชัย มันเลวกว่าหมาไอ้นี่ ไปที่ไหนปากสกปรก ทราบว่าเกิดเรื่องเรื่อยๆ ไอ้นี่ไปไหน แปลกอยู่นะ เดี๋ยวฟ้องคนนั้นแล้วฟ้องคนนี้ ไม่ได้ที่ไหนแล้วก็จะมาฟ้องหลวงตาบัว มาค้นดูผลรายได้ยังไง ถ้าไม่สมดุลตามที่เขาต้องการด้วยความทุจริตป่าเถื่อนของเขาแล้ว เขาจะจับหลวงตาบัวเข้าคุก ความหมายก็ว่างั้น เราเลยบอกว่าหมอวิชัยมันเป็นหมาวิชัยแล้วหรือ ขึ้นเท่านั้นซี เราเลยไม่คิดเรื่องของเราสกปรกยังไง เราคิดอันนี้ หมาวิชัยขึ้นทันที จนชี้นิ้วมันจะไม่เจริญนะไอ้นี่ มันสะเทือนใจ ไปไหนไปเถอะคนแบบนี้ เจริญไปไหนก็เจริญอยู่ในขวากในหนามในฟืนในไฟ จะเจริญด้วยความชุ่มเย็นเป็นสุขไม่มีถ้าลงทำอย่างนี้ได้ลงคอแล้ว เราพูดจริงๆ

นี่ถ้าลงได้พุ่งตรงไหนแน่เลยๆ ไม่พุ่งง่ายๆ นะ แน่แล้วผางออกเลย นี่วันที่ ๑๙ เราก็จะมอบ จากนั้นเราก็จะประกาศให้พี่น้องชาวไทยทราบทั่วหน้ากันว่าหยุดโดยประการทั้งปวง ทีนี้ให้เป็นปรกติหมด ไม่ว่าดอลลาร์ ทองคำ เงินสด ให้ขอแบบโครงการช่วยชาติเราไม่ขอแหละ ส่วนที่จะเกิดมีขึ้นมากน้อยมันก็เป็นธรรมดาของลูกพระพุทธเจ้า การทำบุญให้ทานแยกกันไม่ออกก็เป็นอยู่ธรรมดา แต่โครงการที่มีลักษณะกฎเกณฑ์หรือบีบบังคับอย่างนี้เลิก ก็ว่าอย่างนั้นแหละ จากนั้นเราก็จะประกาศทั่วกันไปหมด แม้เช่นนั้นทองคำที่เขาบริจาคมาข้างหลังๆ ไหลเข้ามาซึมเข้ามานี้ เรายังต้องเก็บไว้ตามเดิมนะ เก็บไว้ไม่ให้รั่วไหลไปไหนเลย พอหลอมก็จะหลอม เสร็จแล้วเอามาไว้ที่ตู้นิรภัยธนาคาร พอสมควรที่จะมอบแล้วเราก็มอบ ไม่รั่วไหลไปไหนแหละ กรุณาพี่น้องทั้งหลายทราบเอาไว้

วันนี้พูดถึงเรื่องทองคำ ๒ บาท เลยกระเทือนไปหาหมาวิชัยนะ แล้วมีอะไรอีกว่าไปซิ

ผู้กำกับ ต่อจากเมื่อวานนี้ครับ หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย วัฒนธรรมสัญจร วันอาทิตย์

 

จับเท็จความจอมปลอมกลางสภา !! (ต่อ)

ความดีหรือความเลวถ้าพิจารณากันด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ก็ย่อมจะแยกแยะถึงความดีและความเลวได้ไม่ยาก เสียงธรรมจากพระคุณเจ้าที่เทศนาพร่ำสอนสาธุชนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า การทำดีย่อมได้ดีและการทำชั่วย่อมได้ชั่ว ถ้าก่อกรรมดีเอาไว้มากก็ย่อมได้รับอานิสงส์แห่งกรรมดีนั้นมาก แต่ถ้าก่อกรรมชั่วก็จะไม่รอดพ้นจากวิบากกรรมนั้นไปได้เลย

นี่คือหลักธรรมที่เราๆ ท่านๆ เคยเชื่อถือกันมานับแต่ครั้งบรรพกาล แต่มาสมัยนี้คนทำชั่วกลับได้ดี คนทำดีกลับได้รับคำประณาม

พระภิกษุที่ใฝ่ธรรม มีเจตนามุ่งพิทักษ์รักษาพระธรรมวินัยไว้เพื่อไม่ให้ล่มสลาย กลับกลายเป็นฝ่ายที่ต้องถูกกล่าวประณามกลางสภา ซ้ำยังถูกกล่าวโทษให้เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตเอาผิดฐานเข้าไปก่อกวนการประชุมมหาเถรสมาคม

เสียงของนักการเมืองฟากรัฐบาลที่กล่าวอภิปรายในสภาว่า เหตุที่กรรมการมหาเถรสมาคมต้องอพยพย้ายไปจัดประชุมที่พุทธมณฑล ก็เพราะถูกกลุ่มม็อบเข้าไปรบกวนการประชุมในวัดบวร จึงแสดงให้เห็นว่าความจริงกำลังถูกบิดเบือนกลางสภา

คณะผู้นำในรัฐบาลและประชาชนทั่วไปคงไม่ได้รับรู้ความจริงหรอกว่า พระผู้ใหญ่ระดับผู้นำคณะสงฆ์สมัยนี้ท่านนิยมชมชอบกับพฤติกรรมที่โหดร้ายรุนแรง ! ดังจะเห็นได้ว่าการย้ายที่ประชุมมหาเถรสมาคมไปยังพุทธมณฑลนั้น ทุกครั้งที่มีการประชุม ฝ่ายสถานที่จะต้องจัดให้มีกลุ่มม็อบโพกผ้าแดง ผ้าเขียว และกองเชียร์สมเด็จเกี่ยวจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองสถาบัน จัดให้เข้าไปก่อความไม่สงบในทุกครั้งไป และสิ่งที่จะขาดเสียมิได้ก็คือกลุ่มม็อบจากศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาในการกำกับดูแลของ "พระราชกวี" เลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ วัดราชาธิวาส และจะขาดเสียมิได้อีกเช่นกันก็คือกลุ่มม็อบจากวัดสระเกศ !!

ถ้าไม่นิยมชมชอบกับความโหดร้ายรุนแรงดังที่ว่าแล้ว ระดับหัวแถวของกลุ่มม็อบเหล่านี้จะได้รับการเสนอรายชื่อให้เลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นชั้นเทพชั้นธรรมทำไม ??

ท่านผู้ชมลองพิจารณาซิว่า ในวันประชุมมหาเถรสมาคมที่พุทธมณฑลทุกครั้งนั้นมีเหตุการณ์ที่เป็นความดีหรือความชั่ว? ในการประชุมครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๔๗ ได้มีการวางแผนลับป้องกันไม่ให้นักข่าวเข้าไปทำข่าว มีการปกปิดการย้ายสถานที่ประชุมไม่ให้กรรมการ มส.รู้ล่วงหน้า และจะแจ้งให้รู้ก็เมี่อเหลือเวลาอีกเพียง ๑-๒ ชั่วโมงเท่านั้น ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธจังหวัด กลับได้รับการแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้เดินทางเข้าถวายสักการะและให้กำลังใจแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์

การวางกำลังรักษาความปลอดภัยค่อนข้างจะรัดกุมคุมเข้ม มีการตั้งด่านสกัดที่บริเวณปากทางเข้า มีการใช้แผงเหล็กปิดกั้นกลางถนน ใช้รถสายตรวจจอดขวางเปิดสัญญาณไฟแดงวับวาบๆ ต่อให้กลุ่มนายทองก้อนยกขบวนกันเข้าไปเป็นกองพันก็ไม่สามารถจะฝ่าด่านสกัดด่านนี้เข้าไปได้เลย แต่สำหรับกลุ่มม็อบของศูนย์พิทักษ์กับกลุ่มม็อบจากวัดสระเกศกลับได้รับการเอื้ออำนวยอนุญาตให้ผ่านเข้าไปได้โดยดี

เมื่อเข้าไปได้แล้วยังได้รับอนุญาตให้ใช้ห้องประชุมใหญ่เป็นที่ซ่องสุมกำลัง (ภายในเปิดเป็นเวทีอภิปราย) เพื่อลวงตาฝ่ายข้าศึกว่าในวันนี้มีแต่ความสงบสงัด บรรยากาศโดยทั่วไปดูเงียบเชียบเป็นปรกติ

หลังจากมหาเถรสมาคมเริ่มเปิดการประชุมแล้ว จึงได้มีคณะลูกศิษย์หลวงตามหาบัวประกอบด้วยพระภิกษุ ๖ รูปกับฆราวาสผู้ติดตามอีกประมาณ ๔-๕ คนเดินทางโดยรถตู้ ๒ คันเข้าไปยังสำนักงานพระพุทธฯ นายสมชาย  สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธฯเป็นผู้ออกมาให้การต้อนรับพร้อมกับเชื้อเชิญให้เข้าไปยังภายในอาคาร เมื่อพระวัดป่ายื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารบรรณเรียบร้อยแล้ว จึงได้รับการเชื้อเชิญให้ลงไปทางบันไดด้านหลังสู่ลานจอดรถ

ฉับพลันนั้นกลุ่มม็อบที่แฝงตัวอยู่ในห้องประชุมก็ออกมาพรึบ กำลังฝูงชนหลายร้อยคน (ไม่ใช่นับพันคนดังที่คนของรัฐบาลพูดโกหกกลางสภา) ทำการสกัดกั้นปิดเส้นทางรถออกไว้สนิท !!

คณะลูกศิษย์หลวงตามหาบัวถูกล้อมกรอบ !

ประตูที่เดินออกมาจากอาคารเมื่อสักครู่ถูกคำสั่งให้ลั่นดานปิดสนิท !

เสียงปลุกระดมด้วยถ้อยคำที่ก้าวร้าวรุนแรง ดังผ่านเครื่องขยายเสียงลั่นสนั่นไปทั่วบริเวณ เสียงนั้นเป็นเสียงของพระภิกษุระดับผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ส่งผลให้ฝูงชนที่ชุมนุมเกิดความฮึกเหิมและเคียดแค้นชิงชัง มือของทุกคนที่ถือด้ามธงโบกไสวต่างกำกระชับแน่น

"ตีนมีเอาไว้อย่าให้เปล่าประโยชน์ ด้ามธงต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ มันทุกตัวจะหนีรอดออกไปได้ก็ให้มันรู้ไป อย่าปล่อยให้มันเล็ดลอดออกไปได้แม้แต่ตัวเดียว วันนี้ต่อให้มันดำดินหนีไปก็ไม่พ้น" เป็นเสียงของพระผู้ใหญ่ในมจร.!!

จากนั้นพระภิกษุผู้นำม็อบได้กล่าวนำให้พระนิสิตหนุ่ม สามเณรน้อย สาธุชน และฝูงชนที่โพกผ้าเขียวได้ร่วมกันประกอบศาสนพิธีสวดพระอภิธรรม สวดมาติกา สวดบังสุกุล และก่อไฟเผาหุ่นนายทองก้อน จนไฟลุกท่วมโขมงกลุ่มควันลอยคลุ้งขึ้นไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องด้วยความสะใจ

เหตุการณ์ดังที่กล่าวนี้คือความจริง ที่ถูกนำไปพูดบิดเบือนกลางสภาอันทรงเกียรติ ให้เหตุผลว่าการย้ายที่ประชุมมส.ไปยังพุทธมณฑล ก็เพื่อความสงบและความปลอดภัย แท้ที่จริงได้เกิดความโกลาหลไปทั่วบริเวณ กลุ่มม็อบเชียร์สมเด็จพระพุฒาจารย์เข้ากลุ้มรุมทำร้ายฝ่ายของนายทองก้อนเพียงฝ่ายเดียว ทำให้ได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจไปตามๆ กัน

ท่านผู้ชมที่ต้องการชมภาพและเสียงที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์จริงในวันนั้น ขอให้ติดต่อขอรับวิซีดีได้ฟรี ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-4023-4482

การประชุมมหาเถรสมาคมนัดถัดมาในวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ก็ยังมีการว่าจ้างกลุ่มม็อบโพกผ้าแดงให้เข้าไปก่อกวนความไม่สงบในบริเวณที่มีการประชุม มีการประกาศเสียงดังลั่น"วันนี้กูจะมาเอาวิญญาณไอ้ทองก้อน" เป็นเสียงพูดของกลุ่มม็อบโพกผ้าแดงที่แต่งกายด้วยชุดยมทูต

นอกจากนี้ยังขนเอาพระนิสิตจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ เข้าไปตั้งแถวเชียร์สนับสนุนนับเป็นพันๆ รูป  มีพระสังฆาธิการจากภาค ๘ ธรรมยุตได้เข้าไปเชียร์ให้กำลังใจ และในการประชุมเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ก็ยังมีกลุ่มม็อบโพกผ้าแดงและยังเกณฑ์เอาพระสังฆาธิการและพระนิสิตเข้าไปยืนเป็นแถวขึงแผ่นผ้าเชียร์ให้กำลังใจด้วยเช่นกัน

เหล่านี้เป็นพฤติกรรมดีหรือพฤติกรรมเลว ไปเอาแบบอย่างนี้มาจากไหน?? หลักธรรมทางพุทธศาสนาสอนว่าทำความดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว กรรมใดใครก่อย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้น แสดงว่าพระผู้ใหญ่ในวันนี้มีแนวสนับสนุนให้คนทำชั่วมากขึ้น ด้วยกลุ่มพระที่เป็นระดับผู้นำม็อบ ต่างได้รับการเสนอรายชื่อให้ได้เลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นชั้นเทพชั้นธรรมเป็นหางว่าว

ทำลายวัฒนธรรมของชาติยังไม่พอ ยังจะทำลายสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ด้วยการหนุนคนเลวให้เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน !!

เอวัง… ไม่ให้พร ?!

 

                                                                                    "ทีมข่าวศาสนา"

ผู้กำกับ อันนี้จากสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ลงวันที่ ๙ สิงหาคม ที่ประชุมวุฒิสภาเห็นชอบ พรก.คณะสงฆ์

ที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ให้ความเห็นชอบพระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคณะสงฆ์แล้ว โดยรองนายกรัฐมนตรียืนยันว่า การดำเนินการเรื่องนี้ รัฐบาลไม่ได้ตัดสินใจเองโดยลำพัง การประชุมวุฒิสภาวันนี้มีการพิจารณา พรก.แก้ไขเพิ่มเติมพรบ.คณะสงฆ์ เป็นการเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยให้มีการเลือกใช้อำนาจในรูปคณะ มีการอภิปรายจากสมาชิกวุฒิสภาอย่างกว้างขวาง ซึ่งหลายคนเห็นว่า การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช น่าจะเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์มากกว่า ขณะที่หลายคนสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการดังกล่าว และเห็นว่าปัญหาที่ยังคงอยู่ไม่ได้เกิดจากฝ่ายสงฆ์ แต่เกิดจากฝ่ายฆราวาสบางคนเท่านั้น ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยืนยันว่า การดำเนินการเรื่องนี้รัฐบาลไม่ได้ประโยชน์อะไรแต่ต้องทำ เพราะต้องการรักษาพระพุทธศาสนา และรักษาศักดิ์ศรีของสมเด็จพระสังฆราช

หลวงตา นั่นเห็นไหมมันแก้ปั๊บเดียว ไม่ได้ประโยชน์อะไรมีแต่โทษโดยถ่ายเดียวมันไม่ว่า เข้าใจไหม ตัวนี้ตัวสำคัญ กับเรามันจึงโดนกันจังๆ ตลอด ไม่มีอ่อนกับไอ้นี่ เข้าใจไหม ไอ้นี่ตัวจะทำลายทั้งชาติทั้งศาสนาทั้งพระมหากษัตริย์ ตัวนี้เป็นตัวสำคัญมาก ฝังอยู่ในนี้เลย เพราะฉะนั้นจึงผึงตลอดเราไม่มีอ่อนนะ เอา ว่าไป

ผู้กำกับ และรัฐบาลก็ไม่ได้ตัดสินใจโดยลำพัง เพราะได้มีการปรึกษาหารือ

หลวงตา หลีกออกแล้วๆ ไม่เป็นท่าก็หลีกออก ทีแรกว่าจะงาบว่างั้นเถอะ ถูกตีปากแล้วก็หลบออกไป เอ้าว่าไป

ผู้กำกับ เพราะได้มีการปรึกษาหารือกับมส.มาตลอด รวมทั้งได้กราบบังคมทูลทุกขั้นตอนต่อองค์พระมหากษัตริย์ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีพรก.ออกมา แต่ก็คงไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น เพราะสภาพปัญหาได้เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นหากมีปัญหาก็คงต้องหาทางออกกันต่อไป ซึ่งที่ประชุมวุฒิสภาก็ได้ลงมติให้ความเห็นชอบกับ พรก.ฉบับนี้ จบครับ

 

รับฟังรับชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และทางสถานีวิทยุกระจายเสียงทางอุดร FM 103.25 MHz

และทางสถานีวิทยุกระจายเสียงจากสวนแสงธรรม FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก