โค่นหมดไม่ให้มีเหลือ
วันที่ 13 สิงหาคม 2547 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

โค่นหมดไม่ให้มีเหลือ

ก่อนจังหัน

         พระให้เร่งความเพียรนะอย่าสนใจกับอะไร งานโลกไม่มีสิ้นสุด งานนั้นมางานนี้ไป สับสนปนเปให้เกิดความยุ่งเหยิงวุ่นวายในการประกอบความเพียรชำระกิเลสเรื่อยๆ ไปอย่างนี้แหละ ถือเอาประมาณไม่ได้นะเรื่องโลก เรื่องโลกกับเรื่องวุ่นอันเดียวกัน เรื่องธรรมกับความสงบสุขเย็นใจ ไม่มีอะไรกวนนั้นก็เป็นอันเดียวกัน ให้พากันสนใจปฏิบัติ โลกไหนก็ตามในสามโลกธาตุนี้ มีธรรมเท่านั้นที่จะทำโลกให้สงบร่มเย็น นอกนั้นเป็นฟืนเป็นไฟไปหมด เพราะเป็นโลกของกิเลส คือโลกวุ่นวาย โลกฟืนโลกไฟเผาไหม้ทั่วดินแดน ธรรมมีอยู่ที่ไหนเป็นน้ำดับไฟๆ สงบใจได้ พากันเร่งความพากเพียร เท่านั้นละไม่พูดมาก พูดยากพูดเสียงไม่ออก เป็นหวัด เมื่อวานนี้พูดไม่ได้เลย พอ ให้พร

หลังจังหัน

         ทองคำเมื่อวานนี้ได้ ๒๖ กิโล เฉพาะงานนี้และที่รวมเก็บไว้ทางบ้านบ้างรวมกันไปเลย อยู่ทางกรุงเทพก็มีบ้าง รวมแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า ๓๐ กิโลแหละ คาดเอาไว้

พวกเด็กนักเรียนแต่ละคนๆ ที่มาศึกษาอยู่ตามโรงร่ำโรงเรียนนั้น อย่าเข้าใจว่าเป็นสัตว์ไม่มีเจ้าของนะ พ่อแม่สละชีวิตจิตใจสมบัติเงินทองทุกอย่างมอบไว้กับลูก เวลาลูกมาเรียนหนังสือพ่อแม่ก็เป็นกังวลดูแล อยู่ภายนอกก็ดูแล ภายในจิตใจไม่ได้ห่างเหินจากลูกเต้านะ มาจากที่ไหนเวลามาเรียนหนังสือ จิตใจพ่อแม่มาอยู่กับลูกแต่ละคนๆ ให้เห็นใจพ่อแม่นะ มาแล้วเตร็ดเตร่ มาคบกับเพื่อนกับฝูงโกโรโกโสเลยกลายเป็นอันธพาลไป เราพูดชัดๆ อย่างนี้ คือภาษาธรรมจะพูดอย่างอื่นไปไม่ได้ ต้องพูดเป็นภาษาธรรมกลางๆ ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก ไม่งั้นเอาเป็นหลักเป็นเกณฑ์ไม่ได้ ถ้าเอนไปโน้นเอนไปนี้ไม่ใช่ธรรม ธรรมต้องเป็นธรรมเสมอ ไม่มีคำว่าอคติ เอียงหน้าเอียงหลังไม่มี

ลูกหลานทุกคนมาเรียนก็ให้พึงทราบว่า พ่อแม่ติดมากับกระหม่อมเราทุกคนนะ รับผิดชอบมาตั้งแต่วันอ้อนวันออก ทุกอย่างรับผิดชอบอยู่ในลูกหมดเลย ชีวิตจิตใจของพ่อแม่ก็มาอยู่ที่นั่น ให้เห็นใจพ่อแม่นะ ให้เป็นลูกที่รู้จักกตัญญูกตเวที รู้บุญรู้คุณของพ่อแม่ ที่ส่งมาศึกษาเล่าเรียนก็เพื่ออนาคตของลูกนั้นแหละ พ่อแม่ไม่ได้สนใจกับอนาคตของตัวเอง เพราะตะเกียกตะกายอยู่แล้ว ลูกที่เกิดมาทีหลังก็สร้างอนาคตให้ เพื่อความแจ่มใสของอนาคตจากความรู้วิชา คนมีความรู้วิชาหากินได้ง่าย การงานก็เบิกกว้างออกไป ไม่เหมือนคนไม่ได้เรียนรู้ มันตีบตันอั้นตู้ มันต่างกัน

แล้วถ้ามีแต่หลักวิชาๆ นี้เป็นวิชาโจรได้นะ ความรู้มากนั่นแหละพวกอันธพาล อย่างทุกวันนี้มีแต่ความรู้มากๆ เป็นอันธพาลอาละวาดชาติบ้านเมือง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่เวลานี้ มีแต่ความรู้ที่ยกยอกันว่าสูงๆ นั่นแหละที่มาทำลาย นี่คือความรู้ไม่มีธรรม ให้พากันจำเอาไว้ มีแต่ความรู้ล้วนๆ กิเลสก็เป็นเจ้าของ กิเลสเป็นตัวพิษตัวภัย ไปที่ไหนสร้างแต่ความเดือดร้อนวุ่นวายให้ส่วนรวมทั่วๆ ไปเพราะไม่มีธรรม ถ้าความรู้มีธรรมแล้ว ใครมีความรู้มากเท่าไรยิ่งให้ความร่มเย็นแก่โลกมากเท่านั้นๆ

ถ้าตัวอันธพาลคือกิเลสมันแทรกในใจแล้ว เป็นเครื่องเสริมกิเลสให้พองตัวหนักขึ้นๆ ลืมเนื้อลืมตัว มาเป็นเจ้าอำนาจบาตรหลวง เป็นอย่างนั้นนะ กิเลสมันชอบพองตัว เหมือนอึ่งอ่างนั่นแหละชอบพองตัว แล้วก็อึ่งอ่างนั่นแหละท้องแตก อึ่งอ่างกับวัว วัวได้แก่ธรรม ธรรมเป็นความจริง อึ่งอ่างพองตัวใส่ธรรม ท้องแตก ท้องอึ่งอ่างนั่นแหละ ไอ้เราไปพองตัวอย่างนั้นแล้วท้องเราจะแตก เราจะเสียคนนะ ให้ลูกหลานจำกันไว้ นี่เอาภาษาธรรมมาสอน ให้พากันศึกษาเล่าเรียนและให้มีธรรมในใจ ประพฤติตัวในสิ่งที่ดีงาม สิ่งใดไม่ดีอย่าทำ อย่าแสดงออกมา อยู่ในตัวเองมันก็เผาตัวเองอยู่แล้ว ให้เอาแต่สิ่งดีงามออกมาปฏิบัติ โอ๊ย พูดยาก ลำบาก เอาเท่านั้นละลูกหลาน อย่าให้พูดมากเลย พูดเสียงไม่ออกด้วย เอาเท่านั้นละนะ พูดเสียงไม่ออก ตะเบ็ง เหนื่อยมาก ว่าจะพูดอะไรก็พูดไปไม่ได้

มีเรื่องอะไรก็อ่านให้ฟังซิ พี่น้องชาวไทยเป็นเจ้าของของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้พากันฟัง เวลานี้มหาโจรจากความรู้มากนั่นละ กำลังอาละวาดชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มันจะเอาให้แหลกจริงๆ นะ นี่ความพองตน เข้าใจไหม มันจะเหยียบให้หมด ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่มีความหมายเท่าอึ่งอ่างตัวนั้นแหละ เอ้าลองอ่านซิเป็นยังไง เพื่อเตือนพี่น้องทั้งหลายที่เป็นเจ้าของสมบัติในประเทศ

ผู้กำกับ จากหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย รายวัน คอลัมน์วิจารณธรรม หัวข้อ

พิจารณาซิ ใครตัวทำลายศาสนา

ใบปลิวแจกจ่ายไปทั่ว ที่ลากเอา “พิมพ์ไทย” เข้าไปอยู่ในวงจรอุบาทว์ทำลายศาสนา ผมเองถ้าจะออกมาปกป้อง “พิมพ์ไทย” เสียเองก็ดูเหมือนจะแก้ตัว ไร้น้ำหนัก ลองมาฟังเสียงจากภายนอกบ้างดีกว่า ดูซิว่าเขาจะมีมุมมองอย่างไร

คอลัมน์ “ข่าวปนคน คนเป็นข่าว” ของนักเขียนอาวุโส เซี่ยงเส้าหลง ในน.ส.พ.ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ ๖ สิงหาคม  ๒๕๔๗ ได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชตอนหนึ่งว่า

ในกรณีเสนองานให้สมเด็จพระสังฆราชลงพระนามในหนังสือต่างๆ ต้องถวายการอ่านเนื้อความโดยละเอียด เพื่อให้สมเด็จพระสังฆราชทรงพิจารณา ในการลงพระนามจะต้องมีแพทย์ เจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง ฝ่ายเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นพยาน และเมื่อลงพระนามแล้วจะต้องจดบันทึกเรื่อง วัน เวลา ไว้ในสมุดบันทึก

การออกข้อปฏิบัติต่อสมเด็จพระสังฆราชของสำนักพระราชวังครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่า สมเด็จพระสังฆราชปฏิบัติหน้าที่ได้ ดังนั้นมติมหาเถรสมาคมวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๔๗ ต้องเป็นโมฆะ มหาเถรสมาคมย่อมไม่มีสิทธิ์ตามวรรค ๕ ของมาตรา ๑๐ ที่รัฐบาลพึ่งออกพระราชกำหนดแก้ไขพ.ร.บ.คณะสงฆ์มาใช้ ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราชทรงปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ต้องให้เป็นพระอำนาจของพระองค์เท่านั้น ในการวินิจฉัยว่า ควรมีผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์หรือไม่ หากพระองค์ไม่ทรงแต่งตั้งผู้ใด มหาเถรสมาคมจะไปแต่งตั้งขึ้นมาแซงหน้าพระองค์ไม่ได้

มติมส.ในวันที่ ๒๐ จึงผิดทั้งกฎหมาย ผิดทั้งธรรมวินัย

นอกจาก เซี่ยงเส้าหลง แล้ว ลองมาฟังเสียงอีกทางหนึ่งบ้าง เรื่องราวเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชตั้งแต่ต้นมาจนบัดนี้ ความเป็นจริงของเรื่องทั้งหมดก็คือ ตัวเจ้าปัญหานั้น ในวงการสงฆ์เขารู้กันทั้งนั้นว่า มันเป็นคนห่มผ้าเหลือง ยังแต่หาพยานหลักฐานมามัดตัวมันไม่ได้เท่านั้น เรียกว่าเปรตก็ได้เพราะไม่มียางอาย กระสันอยากมีอำนาจ อยากเป็นใหญ่เป็นโต โดยไม่ดูเงาหัวตัวเอง สมคบอ้างอาการพระประชวรสมเด็จพระสังฆราชเป็นเหตุ แล้วยึดอำนาจของสมเด็จพระสังฆราชแบบหน้าด้านที่สุด จากนั้นก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สังคมยอมรับ บิดเบือนข้อมูล ใส่ร้ายป้ายสีพระป่า ให้บริวารออกมาโจมตีทุกด้าน ทั้งทางวิทยุและหนังสือพิมพ์ เพื่อให้สังคมเข้าใจผิดและเสื่อมศรัทธาในพระป่า เพราะถ้าทำลายพระป่าลงได้ วงกรรมฐานก็สั่นคลอน รากฐานของศาสนาก็พลอยสั่นคลอนไปด้วย เพราะหัวใจของศาสนาก็คือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อันเป็นทายาทผู้สืบทอดอริยวงศ์มาตลอดสายนั่นเอง

แผนทำลายศาสนาก็คือ ทำลายพระป่าในทุกวิถีทาง ผลักดันให้พระอลัชชีทุศีลขึ้นมามีอำนาจ โดยใช้ลาภยศเป็นเครื่องล่อ แล้วใช้พระทุศีลเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการปกครองสงฆ์ ออกกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ อันขัดต่อพระธรรมวินัย ส่งเสริมให้พระแสวงหาลาภสักการะหนักยิ่งขึ้น  และแก่งแย่งกันเป็นใหญ่เป็นโตมากขึ้น  ทำลาย ศาสนวัตถุ ตลอดจนยุบวัดร้างและสำนักสงฆ์ที่จะเกิดใหม่ คุมกำเนิดวัดต่างๆ ให้เจ้าอาวาสอยู่ในอำนาจกฎหมายที่ขัดต่อพระธรรมวินัย ใครไม่ปฏิบัติตามก็หาเรื่องลงโทษ ในที่สุดจะหาพระดีมาเป็นที่พึ่งของพุทธศาสนิกชนไม่ได้ นี่แหละแผนอุบาทว์ที่จะทำลายศาสนาของพวกเปรตนี้

หลวงตาพระมหาบัว ท่านมีญาณหยั่งรู้ลึกซึ้ง มองเห็นภัยร้ายแรงของศาสนา จึงออกมาเป็นผู้คัดค้านต่อการออกมายึดอำนาจของสมเด็จพระสังฆราชในครั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมาแม้สมเด็จพระสังฆราชจะทรงพระประชวร ก็ไม่เคยมีการวางแผนอุบาทว์ช่วงชิงอำนาจกันเหมือนในครั้งนี้ แม้จะมีการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ก็ล้วนเป็นสมเด็จพระสังฆราชทรงตั้งของท่านเอง ซึ่งก็เป็นความชอบธรรมอย่างยิ่งแล้ว สังฆมณฑลจึงสงบร่มเย็นมาโดยตลอด

ขอให้ชาวพุทธจับตาดูพฤติกรรมอุบาทว์ของเปรตตัวนี้ให้ดีๆ ตอนนี้จะพยายามวางมาดเป็นผู้ดีให้ถึงที่สุด เพื่อให้สังคมยอมรับ พอได้ทีแล้วก็จะค่อยแสดงลวดลายเป็นเปรตออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน แต่พวกเราชาวพุทธต้องรอดูจนเห็นมันทำอย่างนั้นไม่ได้แน่ ยังไงก็ต้องไล่มันไปก่อนที่จะสายเกินแก้

ผมคงไม่ต้องสรุปอะไรอีกแล้ว

                                                            ณ หนูแก้ว

หลวงตา อันนี้เราเคยเทศน์แล้ว ถอดออกมาจากหัวใจมาเทศน์เลย ยันกันเลยเทียวนะไม่ใช่ธรรมดา เพราะชาติไทยเรามันหดหัวอยู่ในกระดอง มันจะจมกันทั้งประเทศ ทั้งชาติ ทั้งศาสนา ทั้งพระมหากษัตริย์ นี่ความหมอบตัวอยู่ในกระดอง เพราะฉะนั้นจึงดึงออกมาเลย นี้เป็นกาฝากมหาภัย บอกตรงๆ เลย ไม่มีชิ้นดีความดีแม้นิดหนึ่งติดอยู่ในกาฝากมหาภัยนี้เลย กำลังลุกลามเข้ามาเกาะต้นไม้ ประเทศไทยเราก็คือพระศาสนาหนึ่ง ชาติหนึ่ง พระมหากษัตริย์หนึ่ง นี่ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาแก่ประชาชนชาวพุทธในเมืองไทยเราตลอดมา

พวกกาฝากมหาภัยนี้กำลังเกาะตรงนั้น กำลังเกาะตรงนี้ แล้วสร้างอำนาจขึ้นมา ด้วยวิธีการดังที่กล่าวนี้แหละ แผลงฤทธิ์ทางนั้น แผลงฤทธิ์ทางนี้ ซึ่งไม่เคยมีเลยในขนบประเพณีที่ว่า ฆราวาสจะมาตั้งพระให้เป็นสังฆราช มันก็มีขึ้นมาแล้วเห็นไหม นี่ละตัวสำคัญอยู่จุดนี้แหละ เวลานี้อำนาจของมันแผลงฤทธิ์ทั่วประเทศไทยเราแล้ว ในสังฆมณฑลเสียก่อน อยู่ที่ไหนมันเอาเหยื่อล่อปลาไปติดปลายเบ็ด แล้วยื่นให้ปลาตัวโง่เห็นแก่กินก็คาบไป มันก็ตวัด มันเอาเบ็ดเกาะปากๆ เพราะดินเหนียวติดหัว ลาภ ยศ สรรเสริญ ตั้งคนนั้นให้เป็นนั้น ตั้งพระองค์นี้ให้เป็นอย่างนี้เพื่อจะเป็นกำลังของมัน เข้าใจไหม มันเป็นกำลังใหญ่ผลิตอันนี้ออกไป กระจายออกไป ไอ้พวกปลาโง่ทั้งหลายกินเหยื่อมันแล้ว มันก็เอาเบ็ดเกาะปากๆ จูงไปไหนก็ได้ เพราะเห็นแก่ลาภแก่ยศแก่ดินเหนียวติดหัวนั่น

เวลานี้พระ พูดอย่างตรงๆ ไปเลย เราเคยเทศน์ทางวิทยุแล้วว่า ทางฝ่ายปริยัติของเราเวลานี้ไม่มีน้ำยาแล้วนะ ว่างี้เลย เรียนมาด้วยกันรู้มาด้วยกัน เป็นปลาโง่ให้เหยื่อล่อเป็นเบ็ดเกาะปากลากไปที่ไหนก็ได้ สั่งให้ทำยังไงก็ได้ ตั้งแต่สมเด็จเจ้าคณะใหญ่ลงมา อยู่ในเบ็ดเกาะปากทั้งนั้น สั่งนู้นสั่งนี้จากตัวใหญ่ที่มันเป็นดินเหนียวให้ ตัวนี้ตัวอำนาจใหญ่อยู่ตรงนี้ ทีนี้พอมันได้พวกโง่เง่าเต่าตุ่นเป็นเครื่องมือของมันแล้ว มันก็ลากเข้ามาเสี้ยมสอนทุกอย่างๆ กระจายออกไปตั้งแต่เจ้าคณะภาคคณะแพกลงมา แล้วคณะแต่ละคณะนี้มีบริษัทบริวาร ก็สั่งไปตามบริษัทบริวาร ด้วยอำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ ของกาฝากมหาภัยนั้นแหละ จนกระทั่งถึงประชาชนญาติโยม

ประชาชนญาติโยมอยู่ที่ไหนก็มีวัดมีวา ถือเป็นที่สักการบูชาเป็นครูเป็นอาจารย์ มันก็จะให้พระที่เป็นลูกมือของมันที่ถูกเบ็ดเกาะปากแล้วไปเสี้ยมไปสอน หาอุบายต่างๆ ให้ทำลายศาสนาลงไปโดยลำดับ ทีนี้พระเณรก็เริ่มเป็นภัยต่อศาสนา ประชาชนก็ถูกเสี้ยมสอนให้เป็นภัยต่อศาสนา สุดท้ายเมืองไทยเรานี้ที่เป็นลูกชาวพุทธมากต่อมาก กลายเป็นลูกชาวผีไปหมด และทำลายศาสนาให้แหลกไป จากนี้ก็ก้าวเข้าชาติ เหยียบชาติไม่ยาก เพราะอำนาจของศาสนานี้ใหญ่โตมาก เหยียบชาติ เหยียบพระมหากษัตริย์ หมดชาติไทยของเรา

นี้ถอดออกมาพูดจริงๆ มันจะเป็นจะตายจริงๆ มันจะไม่มีทางไป เอา ใครจะเชื่อก็เชื่อ ไม่เชื่อหลวงตาบัวมันจมแน่ๆ ว่างั้นเลย เราแน่ ถ้าลงได้หยั่งลงไปตรงไหนชี้ขาดแล้วไม่ผิด บอกตรงๆ เลย เพราะฉะนั้นจึงได้เตือนพี่น้องทั้งหลายเวลานี้ ให้ตื่นเนื้อตื่นตัว มันกำลังปีนขึ้นตกลงๆ จะเป็นสมเด็จสังฆราช ตัวใหญ่นี่ ปีนขึ้นตกลงๆ ด้วยศีลด้วยธรรมของ...ก็คือพระป่านั่นแหละเป็นผู้ทรงศีลทรงธรรมมาตลอด ไม่ได้เคลื่อนคลาดจากหลักธรรมวินัย เอานั้นละมาชะมาล้างมาตีลง ตกลงนี้โผล่ขึ้นตรงนี้อีก ตีตรงนี้โผล่ขึ้นทางนี้อีก มันหาอุบายที่จะโผล่ขึ้นอยู่ตลอด

ถ้าตัวนี้ขึ้นได้แล้วหมดศาสนา เราจะบอกอุบายวิธีอีก มันไม่ได้ทำลายทีเดียวนะ คือพอมันได้แล้วมันจะทำลายกิ่งนั้นกิ่งนี้ วิธีนั้นวิธีนี้ มีแต่อุบายทำลายๆ โดยถ่ายเดียว จนกระทั่งหมดศาสนาไม่มีเหลือ เรียกว่าเป็นภัยแล้ว พวกนี้เป็นภัย พระหัวโล้นๆ นี่ละพาเป็นภัย ประชาชนที่ถูกเสี้ยมสอนก็เป็นภัยด้วยกัน ทีนี้เหยียบชาติไม่ยาก เหยียบยากอะไร ชาติก็เป็นลูกชาวพุทธ พวกชาวพุทธหันมาเป็นชาวผี ชาติก็กลายเป็นผีไปด้วยกัน แล้วเหยียบเข้าไปหาพระมหากษัตริย์

เราเคยเทิดทูนมานานเท่าไรพระมหากษัตริย์ ท่านให้ความร่มเย็นแก่ชาติไทยของเรา เป็นลูกมีพ่อมีแม่ ลูกไม่มีพ่อมีแม่ มีมากน้อยขนาดไหนไม่มีหลักมีเกณฑ์ ลูกมีพ่อมีแม่มีผู้รับผิดชอบ ถึงจะนั่งอยู่ในบ้านเฉยๆ ลูกก็เกรงกลัว ลูกก็รัก ลูกก็ได้รับความอบอุ่น อันนี้วงศ์กษัตริย์แต่ละพระองค์ๆ ท่านเป็นพ่อใหญ่ของชาติทั้งชาติ ให้ความร่มเย็นมามากขนาดไหน แล้วท่านเคยทำความเดือดร้อนแก่ใคร ตัวนี้ตัวมหาภัยกำลังทำความเดือดร้อน จะโค่นหมดไม่ให้มีเหลือ จะคืบคลานเข้าไปหาพระมหากษัตริย์ จะไม่ให้มีชาติ มีศาสนา ไม่ให้มีพระมหากษัตริย์ ตัวใหญ่กำลังผลิตตัวขึ้นมาเวลานี้ทุกแง่ทุกมุม หลอกลวงต้มตุ๋นไปได้ทุกแบบ

เราเอาธรรมมาพูด หลวงตาบัวพูดผิดเอาคอไปตัดเลย เราพูดเพื่อชาติบ้านเมืองของเรา ออกทุกแง่ทุกมุม เก็บไว้ขนาดไหน มันจะไปไม่ไหวแล้วเหรอ ถอดออกมานี้ไม่ผิด บอกงั้นเลย ได้พิจารณาตัวเองเต็มเหนี่ยวแล้ว ฆ่ากิเลสก็ฆ่าด้วยวิธีของสติปัญญาหรือญาณ เรื่องเหล่านี้จะหนีไปไหนจากธรรมของพระพุทธเจ้า ไม่ผิด ว่างั้นเลย เราจึงได้ยันให้พี่น้องทั้งหลายทราบเสีย หลวงตาบัวยังไม่ตายให้ยึดคำนี้ไว้ให้ดี ถ้าเคลื่อนนี่แล้วจมได้ ทั้งชาติ ทั้งศาสนา ทั้งพระมหากษัตริย์ของเรา จมได้ไม่สงสัย ถ้ายึดนี้แล้วขึ้นได้ ฟื้นได้ อะไรมาตีลงๆ สิ่งเหล่านี้มีแต่กาฝากมหาภัย ไม่มีชิ้นดีติดแม้นิดหนึ่งเลยที่จะมาเป็นคุณต่อชาติพอจะนำมาพิจารณา เอ้อ อันนั้นถูกอันนี้ดี ควรปฏิบัติตาม ไม่มีเราพิจารณาแล้ว มีแต่เรื่องกาฝากที่จะกลืนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ทั้งนั้น จึงต้องปัดๆ ว่างั้นเลย จำให้ดีทุกคน

นี่พูดเสียงไม่ออก แต่กำลังของใจมันออก เพื่อชาติ เพื่อศาสนา พระมหากษัตริย์ เราจึงเอาออกมาอย่างนี้ จำให้ดีนะคำนี้ หลวงตาบัวตายแล้วคำนี้จะไม่เป็นสอง จะเป็นหนึ่ง ถอดออกมาจากหัวใจเพื่อบูชาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เรา เอาละพูดเท่านั้น เหนื่อยมาก มีอะไรอีกไหม

ผู้กำกับ มีอีกหนึ่งคอลัมน์ครับ เขาว่า งานแบบนี้พระสงฆ์ท่านทำไม่เป็นจริงหรือ คืองานเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เขาเลือกผู้อำนวยการมา ส่วนใหญ่ราชการคือฝ่ายรัฐบาลเลือกมา

หลวงตา รัฐบาลก็ตัวนี้แหละ ตัวแสบอยู่ในวงรัฐบาล รัฐบาลแท้ๆ ท่านไม่เป็นอะไร เอานามของรัฐบาลมาใช้ เลยรัฐบาลทั้งหลายเลอะไปหมด ถูกตำหนิติเตียน ประชาชนไม่เคารพนับถือ รัฐบาลเหมือนว่าเละไปหมด ความจริงมีตัวเดียวสองตัวอยู่ในนั้น มันเอารัฐบาลออกมาอ้างๆ เอะอะเอารัฐบาลมาอ้าง เอาอำนาจใหญ่หลวงมาอ้างๆ รัฐบาลทั้งหลายที่ท่านเป็นคนดีเลยพลอยบอบช้ำไปตามๆ กัน เละไปตามๆ กัน เพราะตัวแสบตัวหนึ่งสองตัวอยู่ในนี้ คือใครบ้าง ก็แสดงออกอยู่ทุกคน บอกชื่อไม่บอกชื่อก็รู้เข้าใจไหม นี่ละตัวแสบอยู่ในวงรัฐบาล เขาจึงเรียกว่าฟากรัฐบาล คือตัวนี้เอง เขาขับออกนอกรัฐบาล บอกว่าคนผู้นี้แหละคนฟากรัฐบาล คือถ้าอยู่ในวงรัฐบาล รัฐบาลจะเลอะไปหมด เลยต้องไล่ออกไปอยู่ฟากรัฐบาล

เอะอะเอารัฐบาลมาอ้างๆ มาอวด เอาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาอวดๆ ทั้งๆ ที่เกี่ยวข้องไม่เกี่ยวข้องก็ตาม ถือว่าตัวนี้ยิ่งนี้ใหญ่สนิทสนม เป็นเจ้ากี้เจ้าการเจ้าแรงงานทุกอย่าง นักปกครองอยู่ในคนๆ เดียวตัวเท่าอึ่ง เข้าใจไหม มันจะเหยียบคนทั้งชาติ นี่แหละที่ว่ารัฐบาลเขาเขี่ยออกไป หนังสือพิมพ์ก็บอกว่านอกคือฟากรัฐบาล คืออยู่ในนี้มันจะเลอะรัฐบาลจะเลอะ เลยเขี่ยออกไปให้รัฐบาลได้ปกติบ้าง รัฐบาลทั้งหลายท่านดีอยู่แล้ว มีตัวแสบนี้เท่านั้นเองมาทำลายรัฐบาลให้เละเทะขาดความนับถือของประชาชน เข้าใจไหมล่ะ เอาแค่นี้ก่อน

ผู้กำกับ เพิ่มเติมข้อมูลครับ เขาอยากให้พระสงฆ์นี่หรือในนาม มส.นี่มีส่วนมีสิทธิ์ในการเลือกผู้อำนวยการสำนักงานพุทธฯด้วยครับ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะเป็นฝ่าย..

หลวงตา มีส่วนอะไรท่านมีเต็มตัวของท่านอยู่แล้ว มายุ่งอะไรท่าน พวกนี้แหละพวกยุ่ง ศาสนาเต็มอรรถเต็มธรรมแล้ว พระพุทธเจ้าสอนมาสมบูรณ์แบบสอนโลกมาสมบูรณ์แบบ พวกนี้เป็นตัวทำลายต่างหาก ไปแก้ตัวของมันลบตัวของมันออก ตัวสกปรกนี้ออกเสียศาสนาก็สงบ ประชาชนก็สงบเท่านั้นเอง มีตัวนี้แหละตัวสำคัญ ตั้งนั้นตั้งนี้ คิดดูซิสมเด็จพระสังฆราชมีมากี่พระองค์ ท่านก็เป็นสมเด็จพระสังฆราชเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวแผ่นดินไทยเรามาเท่าไรแล้วไม่เห็นมีอะไร พอมาตั้งคู่แข่งขึ้นมา คู่แข่งมันเป็นขี้ทั้งกองนั่นซิ ใครจะกราบไหว้บูชา จะยกขี้นี้ขึ้นมาเป็นทองคำใครก็รู้อยู่ว่าขี้ ใครจะไปกราบได้ลงคอ ไม่กราบบอกตรงๆ เลย มีอะไรอีก เอาละพูดเท่านั้นแหละ

อยากให้อย่างนั้นอยากให้อย่างนี้ ก็เป็นความอยากของพวกมูตรพวกคูถพวกสกปรกพวกกาฝากมหาภัย ไม่ใช่ความอยากเพื่อความเจริญ แล้วมันเอามาประดับลิ้นดีนะ เขาต้องการอยากให้ศาสนาเจริญอย่างนั้นอย่างนี้ ที่ไม่สะดวกเวลานี้ก็คือหลวงตาบัวกับนายทองก้อน มาทำการกีดขวางเราอยู่ ที่จะทำศาสนาให้เจริญจึงทำไม่ได้สะดวก เขาว่างั้น ทางนี้ก็ตอบไปเลย ก็ตัวมันที่พูดอยู่นี้มันตัวสำคัญ เราก็เอาไม้ค้ำคอเข้าไปเลย เข้าใจไหม ตัวนี้ตัวสำคัญ

หลวงตาบัวทำความเสียหายแก่ใคร ไม่เห็นมาตอบว่ะ เข้าใจไหม นี่แหละตัวสำคัญตัวทำลาย ใครทำดีที่ไหนไปเที่ยวทำลายหมดไปเผาหมด ตัวนี้ตัวสำคัญ เราไม่ได้ไปเผามีแต่ส่งเสริมเท่านั้น เข้าใจเหรอ นี่ละค้านกันทันทีเลย เอาละแค่นั้นแหละ

ผู้กำกับ เขาเขียนเป็นข้อความมาก็น่าฟังครับ ผมอ่านนะครับ

คิดไปไกลตามประสาคนวิตกจริตว่า สักวันหนึ่งผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอาจไม่ใช่ชาวพุทธ เป็นเพื่อนสนิทจากศาสนาไหนก็ไม่รู้ เจอเข้าเมื่อไรแล้วจะรู้สึก และอีกตอนหนึ่งบอกว่า ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธฯคนต่อไป มส.ท่านพอจะรู้ภูมิหน้าภูมิหลังกันค่อนข้างดีอยู่แล้ว ไม่ถือตัวว่าเก่งกว่าพระ จัดสรรงบประมาณถวายสงฆ์ให้โครงการอบรมประชาชนให้ไหลลื่น ไม่ถ่างขาอ้าแขนปกป้องงบประมาณเอาไว้เสียเอง นี่ครับเขาบอกว่า ควรจะให้พระในนาม มส.นี้มีส่วนเลือกตัวผู้อำนวยการครับ

หลวงตา มาเลือกอะไรพระอยากเป็นบ้าอยู่เหรอ ว่าอย่างนี้เรา พระเป็นพระ ธรรมวินัยเป็นธรรมวินัยแล้วท่านปฏิบัติของท่านอยู่แล้วมายุ่งอะไร ที่มันยุ่งอยู่เวลานี้ก็เพราะพวกนี้มันหิวมันโหย มันงาบโน้นงานนี้อยู่งั้น เข้าใจเหรอ พระท่านไม่หิว อย่างพระป่าท่านไม่เป็นบ้ายศ ท่านมาแสดงตามศีลตามธรรม ไอ้พวกบ้ายศก็ร้อนใจซิ จะไม่ได้สะแตก เข้าใจเหรอ ก็เท่านั้นเอง มีเท่านั้นนะ เอาละพอเหนื่อยแล้ว

 

รับฟังรับชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และทางสถานีวิทยุกระจายเสียงทางอุดร FM 103.25 KHz

และทางสถานีวิทยุกระจายเสียงจากสวนแสงธรรม FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก