หาเกาในที่ไม่คัน
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2545 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๕

หาเกาในที่ไม่คัน

วัดป่าภูทอง บ้านภูเขาทอง หมู่ที่ ๒ ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส พร้อมคณะถวายเงินไทยจำนวน ๑ หมื่นบาท เงินดอลลาร์ ๑๐๑ ดอลล์ เงินมาเลเซีย ๒๐๔ เหรียญ เทียบกับเงินไทยแล้วรวมเป็นเงิน ๑๖,๖๘๖ บาท กฐินทองคำ ๔๒ กอง นี่พี่น้องจังหวัดนราธิวาสมาถวายทอง ถวายสมบัติต่าง ๆ เพื่อเข้าสู่หัวใจแห่งชาติไทยของเรา จึงขอให้ทุก ๆ ท่านได้อนุโมทนาสาธุการทั่วหน้ากัน (สาธุ) ดีแล้วพี่น้องทั้งหลาย นราธิวาสนี้ไกล หลวงตาเคยไปแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๑๓ หรือไงที่เขาฉลองเขากง กระทรวงมหาดไทยนิมนต์ไปในงานนี้ ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ได้ไป ดูว่าปี ๒๕๑๓ ชักลืม ๆ ไปเสีย

(ขออนุญาตถ่ายรูปครับ) พูดอะไร ๆ พูดกันเสียก่อน มีอะไร ๆ ว่ากันเสียก่อน รูปนี่ใคร ๆ ก็มีไม่อดอยากขาดแคลน แต่ธรรมนี้อดอยาก สนทนาธรรม หาอรรถหาธรรมแหละดี ถ่ายไปหาอะไร อยู่ ๆ มีแต่ตั้งหน้ามาถ่ายรูป นึกว่าจะมาเสาะแสวงหาอรรถหาธรรมได้คติเครื่องเตือนใจกลับไปบ้าน กลับขอถ่ายภาพไปมันยังไง เอ้า มาถ่าย ให้เป็นกรณีพิเศษนะ ไม่ใช่จะให้ง่าย ๆ ให้ด้วยเหตุด้วยผลทุกอย่าง ทำอะไรทำมีเหตุมีผล ทำสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ใช่ธรรม จึงไม่เล่นด้วยเรา เอ้า ถ่ายภาพเสร็จเรียบร้อยแล้วหยุด อย่าซ้ำซาก

วันนี้ตั้งหน้าตั้งตามาหรือว่าไง

ครับผม ตั้งหน้ามาหาหลวงปู่โดยเฉพาะเลย

เพราะเหตุไรจึงมาหาหลวงปู่โดยเฉพาะ

เพราะอยากจะมาช่วยชาติ ผมมา ๓ ครั้งแล้วครับผม นำผ้าป่ามา ๓ ครั้งแล้ว เมื่อก่อนผมเคยมากราบนิมนต์หลวงปู่ไป ตอนนั้นพอดีคงจะมีอุปสรรคใด ๆ ทางใต้ ไม่เรียบร้อย หลวงปู่จึงไม่ได้ไป

แสดงว่าเคยเห็นหลวงตา ๓ ครั้งแล้ว

ครับผม (โยม พูดแทรกขึ้น ในทีวีเห็นบ่อยค่ะ)

เป็นไงล่ะเห็นในทีวีกับเห็นตัวจริงเป็นยังไงบ้าง

เหมือนกัน (อีกคนพูดแทรกขึ้น ตัวจริงหล่อกว่าครับ)

ไหนว่าไง

ตัวจริงหล่อกว่าครับ

ตัวจริงหล่อ ฟัง อย่าพูดมากนะผู้สาวเยอะ เดี๋ยวเขารุมหลวงตาตายเข้าใจไหม ไปพูดเรื่องหล่อเรื่องแหล่ไม่ได้นะ ผู้สาวได้ยินไม่ได้ เข้าใจหรือ ว่าผู้หญิงสวยก็เหมือนกัน ผู้ชายได้ยินไม่ได้ ฆ่ากันแหลกเลย เข้าใจหรือ เราพูดเรื่องอื่นดีกว่า

ชาวสุไหงโกลคเขาก็ช่วยบริจาคมา เขาอยากมาหลาย ๆ คน เขาช่วยกันคนละกอง ๆ

ก็ดีแล้ว เพราะงานนี้เป็นงานช่วยชาติเราทั้งชาติประเทศไทยเรา เรียกว่าหมดรอบประเทศนี้เป็นประเทศไทย นี่กำลังหนุนชาติไทยของเราขึ้น เวลานี้กำลังบกพร่องมาก เฉพาะทองคำรู้สึกบกพร่องมาก เราจึงรบกวนบรรดาพี่น้องทั้งหลายเกี่ยวกับเรื่องทองคำมากโดยลำดับ เวลานี้มีความมุ่งมั่นที่จะให้ได้ทองคำประมาณ ๑๐ ตัน ซึ่งเวลานี้ได้ไปแล้ว ๕ ตันกว่า ยังขาดอยู่ ๔ ตันกว่า จึงได้รบกวนบรรดาพี่น้องทั้งหลายให้ต่างคนต่างขวนขวายหาทองคำเข้าสู่คลังหลวงของเราซึ่งเป็นหัวใจของชาติ ชาติไหนก็ดีไม่มีหลักมีเกณฑ์ใช้ไม่ได้ ต้นไม้ถ้ามีแก่นก็แน่นหนามั่นคง ไม่มีแก่นแล้วล้มได้อย่างง่ายดาย ชาติใด ๆ ก็เหมือนกันต้องมีหลักมีแก่น ชาติเราและทั่วโลกถือกันว่าทองคำเป็นแกนเป็นแก่นของชาติแต่ละชาติ ๆ แต่สำหรับชาติไทยเรารู้สึกว่าเบาบางมาก เพราะฉะนั้นจึงได้รบกวนบรรดาพี่น้องทั้งหลายได้เสาะแสวงหาทองคำ ซึ่งเป็นหัวใจหรือเป็นแก่นของชาติให้แน่นหนามั่นคงมากขึ้น จึงได้ประกาศเรื่อยมา

ทางนราธิวาสก็ไป ดูได้ไปหนเดียวเท่านั้น ไปในงานที่กระทรวงมหาดไทยนิมนต์ไป เขาเรียกเขากงหรือไง (วัดเขากงครับ) เออ วัดเขากง ไปพักอยู่วัดประชาภิรมย์ แล้วก็ไปในงานเขา ไปหนเดียวแต่อยู่หลายคืน ดูเหมือน ๓ คืนหรือ ๔ คืน จากนั้นมาแล้วก็ไม่ได้ไปอีกเลยจนกระทั่งป่านนี้แหละ ดูเหมือนปี พ.ศ.๒๕๑๓ หรือไงลืม ๆ ไปแล้วมันนาน แต่ก่อนมันยังหนุ่มกว่านี้ รูปหล่อกว่านี้อีกเข้าใจไหม เดี๋ยวนี้กำลังจะตายยังมายอว่าหล่อมันฟังไม่ได้นะ ทางภาคใต้ก็ไปอยู่เรื่อย ๆ แต่ส่วนมากไปธุระก็เหมือนกับเป็นผู้ต้องหาไป ต้องจองจำไปตามวันตามเวลาที่นั่นที่นี่ ไม่ได้เป็นอัธยาศัยของตัวเอง จึงไม่ค่อยสะดวกสบาย ไปหลายครั้งเหมือนกัน ไปทางเครื่องบินก็ไป ไปทางรถยนต์ก็ไป

จากนั้นมาแก่แล้วยังรู้สึกเสียใจ ยังประกาศออกให้พี่น้องทางภาคใต้เราทราบทั่วถึงกันอยู่ว่า เราตั้งโปรแกรมไว้เรียบร้อยแล้วทั่วประเทศไทยนะ คือในการช่วยชาติคราวนี้เราจะไปเทศน์ทุกภาคเลย กำหนดไว้เรียบร้อยนะ ภาคใต้เป็นภาคใหญ่ เรากำหนดไว้วาระสุดท้าย พอไปภาคนั้นภาคนี้เสร็จแล้วก็จะลงภาคใต้ จนกระทั่งทั่วถึงหมดแล้วค่อยขึ้นมา ทีนี้จากนั้นมาแล้วเราจะพักผ่อนหย่อนใจหรืออะไรก็แล้วแต่เรา แต่หลักใหญ่เรากำหนดไว้อย่างนั้น ทีนี้เวลาเที่ยวไปเทศน์ไป ๆ อ่อนลง ๆ สุดท้ายภาคอื่น ๆ ก็จะไม่หมด ภาคใต้เลยไปไม่ได้เลย เพราะเหตุนี้เองนะ

ได้ประกาศทางนี้ให้บรรดาพี่น้องทางภาคใต้ทราบทั่วถึงกัน อย่าเสียใจอย่าน้อยใจ หลวงตาเป็นหลวงตาของพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ ไม่ได้เป็นของผู้ใดผู้หนึ่งโดยเฉพาะนะ ทีนี้ไปไม่ได้ก็เป็นความจำเป็น เพราะธาตุขันธ์มันอ่อนลง ๆ อย่างทุกวันนี้ก็อ่อนลงทุกวัน ๆ แต่จิตใจมีกับชาติบ้านเมืองเราก็อุตส่าห์ไปตามกำลังของสภาพธาตุขันธ์นั้นแหละ ที่จะให้ไปเหมือนแต่ก่อนมันไม่ได้แหละ การเทศนาว่าการก็หลง ๆ ลืม ๆ เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน คือธาตุขันธ์เครื่องมือสำหรับใช้ของธรรมมันไม่เอาไหน อ่อนลง ๆ เคยได้ฟังเทศน์หลวงตาบัวไหมล่ะ

ได้ฟังครับผม

ฟังที่ไหนว่าซิ

มาเมื่อไรก็ขอเทปไปฟังเรื่อย มานี้ก็เต็มย่าม

ถามทีไรแพ้ทุกทีแพ้อย่างหลุดลุ่ยเลย ถามทีไรแพ้ทุกทีแพ้อย่างหลุดเลย แพ้แบบไม่มีทางต่อสู้ ว่าเคยเห็นไหม มานี่ไม่รู้กี่ครั้ง แน่ะ มันเป็นอย่างงั้นนะ ว่าเคยฟังเทศน์ไหม ฟังตลอดฟังเทป งัดออกมาจากย่ามอีก มันไม่หงายได้ไงคนเราเมื่อถูกสองหมัดสามหมัดเข้าไป มันก็หงาย เทศน์ในที่ต่าง ๆ ที่เขาถ่ายทอดสดนี้มันทั่วถึงไหม

เคยเห็นครับผม

เช่นอย่างเทศน์สนามหลวง เขาถ่ายทอดสดทั่วประเทศ มันถึงไหม

ถึงครับผม

ฟังว่าทั่วโลกมันก็ถึงนะ คือเทศน์ถ่ายทอดสดนี้จะมีเป็นครั้งคราว ไม่มีตลอดไปนะ ส่วนเทศน์ในที่ทั่ว ๆ ไปทั่วไปหมดนั่นแหละ ไปเทศน์ที่นั่นที่นี่ แต่การถ่ายทอดสดเขาจะมีเป็นระยะ ๆ ที่เป็นงานใหญ่ ๆ พอสมควรเราก็ไปเทศน์ เช่นเทศน์สนามหลวง ก็เรียกว่าเทศน์ให้ฟังทั่วประเทศไทย เป็นงานใหญ่เขาก็ถ่ายทอดสดให้ฟังหมด วันนั้นได้ฟังไม่ใช่เหรอ จำได้ไหมว่าเทศน์อะไรบ้าง คราวนี้จะเอาละนะมันแพ้แล้วผูกอาฆาต เข้าใจไหม

หลวงปู่พูดถึงเรื่องการทอดผ้าป่า แล้วการเมืองนิดหน่อย

ตอนท้ายที่ให้ศีลให้พรจำได้ไหมเทศน์ว่ายังไง

จำไม่ได้แล้วครับ

นั่นซี เห็นมองโน้นมองนี้ดูท่าจะหาทางออก

วันนี้ทองคำได้เท่าไรนะ อ่านอีกทีหนึ่งนะ วันนี้ได้ทองคำมาจากวัดป่าภูทอง บ้านภูเขาทอง หมู่ ๒ จังหวัดนราธิวาส พระอาจารย์สมัคร และนายประจวบ เร่งพิมาน กำนันตำบลภูเขาทอง จังหวัดนราธิวาส พร้อมคณะได้ถวายเงินไทยจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท เงินดอลลาร์ ๑๐๑ ดอลล์ เท่ากับเงินไทย ๔,๖๔๖ บาท เงินมาเลเซีย ๒๐๔ เหรียญ เท่ากับเงินไทย ๒,๐๔๐ บาท รวมเป็นเงิน ๑๖,๖๘๖ บาท ทองคำ ๔๒ กอง โอ้ ไม่ใช่เล่น ๆ นะ เพราะฉะนั้นมันถึงอ่านตาฝ้าฟางไปหมดเพราะมันมากต่อมาก ให้ต่างคนต่างช่วยกัน ๆ

มาจากไหนนี่ ฟัง หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง ถวายทองคำ ๒ กิโล ๓ บาท ๕๐ สตางค์ ดอลลาร์ ๓๐๕ ดอลล์ เงินสด ๓,๒๐๐ บาท กรุณาอนุโมทนาทั่วหน้ากัน สาธุ เก่งอยู่นะธรรมลีไม่ใช่เล่นนะ ได้ทองคำมาแต่ละครั้ง ๆ นี้ไม่ย่อยนะ ผาแดงหนึ่ง ภูสังโฆหนึ่ง มาทีไรนี้โอ๋ย.หงายไปเลยละเรา เราก็อยากหงายกว่านี้ ถ้าถึง ๕ กิโลเราหงายทันทีเลย นี่ไม่หนักเท่าไรก็ไม่หงาย พอทรงได้ ได้มาเรื่อย ๆ ธรรมลีนี้หาทองคำเก่งนะ เราสู้ไม่ได้ แต่การรับนี้ได้มาเท่าไร ๆ ธรรมลีสู้เราไม่ได้ เรารับหมดทั้งโคตรเลย แต่เวลาเอามาให้ธรรมลีเก่งกว่าเรา เวลาเรารับนี้เก่งกว่าธรรมลีคือรับได้ทั่วประเทศเลยเรา

โยม เขื่อนลำตะคอง ๑ บาทครับ

หลวงตา คนไหนลำตะคลอง นี่เหรอ มันจำหน้าไม่ได้นะ ลำตะคอง เป็นยังไงลำคลองที่อ่างใหญ่เป็นยังไง

โยม ดีครับ ดีอยู่ค่ะหลวงตา

หลวงตา เราขึ้นไปดูเหมือน ๒ ครั้งแล้ว ครั้งแรกไป ครั้งสองไปอีกที

เมื่อวานนี้ไปเทศน์ที่อำเภอโนนสะอาด ได้ทองคำ ๗ กิโล ๑๗ บาท ๙๘ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๒,๘๘๓ ดอลล์ เงินสดได้ ๙๒๓,๔๗๕ บาท บวกอย่างนี้เข้าไปเรื่อย บวกเรื่อย ๆ ๆ

โยม จังหวัดภูเก็ต ๔ กองครับ

หลวงตา เออ พอใจ ๆ ทองคำเราเวลานี้กำลังเร่งนะ หลวงตารู้สึกจะหมุนจี๋อยู่ภายในใจ เพื่อทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน แต่เวลานี้เพื่อทองคำน้ำหนัก ๕๐๐ กิโล คือวันที่ ๑๐ ธันวา เดือนหน้า วันที่ ๑๐ จะมีงานขึ้นที่ธนาคารชาติ ซึ่งธนาคารครบรอบ ๖๐ ปี แล้วจะมีงานธนาคารชาติขึ้นมา เขานิมนต์เราไปเรียกว่าเป็นหัวหน้าแหละ เกี่ยวกับจะเอาทองเข้า เขานิมนต์เราไป ทีนี้จึงกำหนดไว้แล้วว่า ทองคำเราจะมอบธนาคารชาติคราวนี้ ๕๐๐ กิโลเป็นอย่างน้อย ได้ประกาศแล้วเวลานี้ ทองคำเรากำลังริบรวม ๆ ยังไม่พอ แต่เราได้สั่งทางโรงหลอมไปเรียบร้อยแล้วเขาได้จัดให้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ว่าให้ได้ทองคำ ๕๐๐ กิโล คือให้โรงหลอมจัดให้ครบเลย ๕๐๐ กิโล เรากำลังริบรวมทองคำ เงินสดเราควรจะซื้อทองคำก็จะนำไปซื้อ ถ้าเป็นทองคำสำเร็จรูปแล้วก็เอาไปเลย ให้ได้ครบจำนวน ๕๐๐ กิโล

เวลานี้เราจึงกำลังร้อน หลวงตาไปไหนพวกญาติโยมฮือ ๆ เลย แตกฮือยังไง พอเห็นนี่ ไหนล่ะทองคำ เขาจะไม่แตกยังไงใช่ไหมล่ะ ไหนล่ะดอลลาร์ ไหนล่ะเงินสด มันก็กลัวละซิคน ใช่ไหม นี่ละเวลากำลังร้อน ไปที่ไหนคนแตกฮือๆ เพราะเราจะเร่งให้ได้ทองคำน้ำหนัก ๕๐๐ กิโล คือเราจะมอบครั้งละ ๕๐๐ พอ ๕๐๐ ครั้งที่สองก็ ๑ ตัน เวลานี้ทองคำที่เราได้เรียบร้อยแล้ว ๕,๓๙๐ กิโล ที่ขาดไปก็ ๔ พันกว่ากิโล นี้ได้ ๕ พันกว่าแล้ว เฉพาะครั้งนี้เราจะให้ได้มอบ ๕๐๐ กิโล พูดกันอย่างตายตัวแล้ว ขึ้นเวทีแล้วว่างั้นเถอะ มีแต่ต่อยถ่ายเดียว คอยดูแพ้ชนะ ต่อยนี้ขึ้นแน่ ๆ เพราะเราเป็นผู้ประกาศเองว่า การช่วยชาติคราวนี้ที่จะมีงานธนาคารชาติขึ้นนี้ ให้ได้ทองคำน้ำหนัก ๕๐๐ กิโล ส่วนดอลลาร์นั้นแน่นอนแล้ว ๒ แสนดอลล์ กะแน่นอนแล้ว เราจะมอบคราวนี้ทั้งหมด

จะเขยิบขึ้นไปเรื่อย อย่างไรขอพี่น้องทั้งหลายทุกภาคทุกจังหวัดในประเทศไทยเราให้ต่างคนต่างหายใจร่วมกัน นำทองคำ ดอลลาร์ เงินสดเข้าสู่คลังหลวงของเรา ให้ได้หายใจโล่งทั่วหน้ากัน หลวงตาก็จะสบาย ตายไปก็เป็นสุข เวลานี้ไม่เป็นสุขนะ ไปที่ไหนจี้คนนั้นจี้คนโน้น จนเขาจะแตกบ้านแตกเมืองไปหมด หลวงตามาแล้ว วิ่งเข้าป่าเข้ารกไปละ ไม่วิ่งไม่ได้จี้เอาเลย ไหนล่ะทองคำ ไหนล่ะดอลลาร์ มันก็กลัวละซิ ก็ไม่มีดอลลาร์ให้ ไม่มีทองคำให้ มันก็วิ่งละซิ เอาตัวรอดไปเลย

เดี๋ยวนี้กำลังหมุนติ้ว ๆ ยังไงเราจะต้องให้ได้ ๕๐๐ กิโล เพราะเราได้สั่งทางโรงหลอม ให้จัดให้ ๕๐๐ กิโลเรียบร้อยแล้ว เงินของเราพวกทั้งกฐินทั้งทองคำที่ได้มาแล้วนี้ยังไม่พอ แล้วกำลังรวบรวมอยู่ พออันนี้ได้เรียบร้อยแล้วเมื่อไร ขาดเท่าไรเราจะหาใหม่มาเพิ่มอีกให้ได้ ๕๐๐ กิโล ถ้าไม่ขาดก็เอาเข้าพอดีเลย ถ้าหากว่าพวกกฐินของเราที่ได้ตั้ง ๘๔,๐๐ กองนี้ มันยังเศษเหลืออยู่บ้าง เพราะทองได้จำนวน ๕๐๐ กิโลแล้ว เราก็จะเก็บไว้ก่อนเป็นส่วนที่เห็นว่าเหลือนะ เอาไว้สำหรับคราวหน้า คราวหน้าจะต้องมอบ ๕๐๐ กิโลเหมือนกัน เป็นพัก ๆ ไป ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วถึงกันอย่างนี้

ให้มีความพร้อมเพรียงสามัคคีซึ่งกันและกันนะ ชาติไทยเรานี้จะขึ้นด้วยความรักชาติ ด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคี ด้วยความเสียสละของเรา ไม่ขึ้นอย่างอื่น จะขึ้นในจุดนี้แน่นอน จึงให้ต่างคนต่างรวมจิตใจของเราเข้าสู่จุดใหญ่คือคลังหลวง เมื่อทองคำได้เข้าสู่คลังหลวง และดอลลาร์เข้าสู่คลังหลวงแล้ว เราจะอบอุ่นทั่วประเทศไทย แล้วสมบัติเหล่านี้ก็จะหมุนออกเป็นประโยชน์แก่ชาติของเราอีกเช่นเดียวกัน ตลอดไปเลยนะ ออกหมุนไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ หลวงตาจึงได้ร้อนอยู่มากทีเดียวเวลานี้ เพื่อพี่น้องชาวไทยทั้งหลายเรา ให้ได้สมมักสมหมายมีความร่มเย็นเป็นสุขหายใจทั่วท้อง หายใจโล่งสบาย ๆ ให้พากันตั้งอกตั้งใจทุกคน ชาติไทยเราเป็นชาติที่ใหญ่โต คนตั้ง ๖๒ ล้านคน เวลาขาดแคลนอย่างนี้ก็เป็นเรื่องของคนไทยทั้งชาติจะต้องได้ช่วยกันเต็มกำลังความสามารถด้วยกันทุกคน ๆ ต้องความสามัคคีเป็นสำคัญนะ

โยม อันนี้เขาส่งมาถามหลวงตา

หลวงตา ถามว่ายังไง ใครถามมา ชื่อพนอครับ

หลวงตา ผู้หญิงหรือผู้ชาย

โยม ผู้หญิงครับ

หลวงตา ถามเรื่องอะไรก็ไม่รู้ เราอ่านไม่คอยชัด ลองอ่านดูซิเป็นยังไง

โยม กราบเท้าพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่เคารพยิ่ง ขณะนี้สังคมไทยกำลังสับสนและถกเถียงกันเรื่องบั้งไฟพญานาค มีการสัมภาษณ์ คนลาวบอกว่าไม่มีใครดูบั้งไฟพญานาคเหมือนอย่างคนไทย นอกจากนั้นบริษัทแกรมมี่ยังทำภาพยนตร์เกี่ยวกับบั้งไฟพญานาค โดยเน้นที่บั้งไฟ ว่าพระลาวเป็นผู้ทำขึ้นมากกว่าข้อสันนิษฐานอย่างอื่น ข้าน้อยคิดว่าความเชื่อเรื่องบั้งไฟพญานาค มีผลต่อความเชื่อในศาสนาพุทธเกี่ยวกับภพภูมิต่าง ๆ ที่ตาเนื้อมองไม่เห็น รวมทั้งเรื่องตายแล้วเกิด และเรื่องกฎแห่งกรรม จึงขอให้พ่อแม่ครูบาอาจารย์โปรดกรุณาตอบเรื่องบั้งไฟพญานาค เพื่อให้เป็นหลักฐานแก่คนทั้งโลกได้ยินในครั้งนี้ด้วย ด้วยจิตคารวะ พนอ ภู่สน

หลวงตา อันนี้เราก็เคยอธิบายมาแล้วตั้งแต่ยังไม่ถามปัญหานี้ขึ้นมา เรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องตายแล้วสูญ นี่เราเทศน์แทบทุกวันละมัง อันนี้มันล้วนแล้วตั้งแต่เรื่องของกิเลสหลอกสัตว์โลกที่เป็นนักเกิดตายด้วยกัน ไม่มีใครด้อยกว่ากัน การเกิดการตายนี้เป็นนัก นักเกิดนักตายมาทั่วหน้ากันหมด จำนวนการเกิดของตัวเองแต่ละคน ๆ นี้มีจำนวนเท่าไร ๆ นับมา เกิดมากี่กัปกี่กัลป์นับไม่ได้เลยด้วยกัน แต่กิเลสหูหนวกตาบอดมันก็มาบีบหูบีบตาคนเราซึ่งเป็นนักเกิดนักตายด้วยตัวเองนั้นแหละ ให้เชื่อตามมันว่า ตายแล้วสูญ นี่คือความโกหกของกิเลส ฝั่งของกิเลสว่าตายแล้วสูญจากใจดวงเดียวกัน ส่วนฝั่งของธรรมนั้นตายแล้วเกิดตลอดกัปตลอดกัลป์มา แล้วยังจะต้องตายแล้วเกิดต่อไปอีกถ้าเชื้อแห่งความเกิดยังไม่สิ้นซากจากจิตใจ แล้วความเกิดจะเกิดต่อไปตลอด ไม่มีต้นมีปลายเช่นเดียวกัน นี้คือหลักความจริงแห่งธรรม

กิเลสมันไม่ได้พิสูจน์อะไรมันหลอกเอาเลย ว่าตายแล้วสูญ ๆ ลบล้างพวกเราที่เป็นนักเกิดนักตายตลอดสัตว์ทั้งหลายทั่วหน้ากันหมด ไม่มีงดเว้นว่าใครตายแล้วยังอยู่ไม่สูญ มีแต่ตายแล้วสูญ นี้เป็นโวหารของกิเลสหลอกลวงต้มตุ๋น หรือลูบหน้าปิดตาของสัตว์โลกให้เชื่อตามมันว่าตายแล้วสูญ นี่คือฝั่งของกิเลส ทีนี้ฝั่งของธรรม คำว่าฝั่ง ใจนี้เทียบเหมือนกับแม่น้ำลำคลอง ฝั่งทางนี้เป็นฝั่งกิเลสลบล้างอรรถธรรมความจริงทั้งหลาย ฝั่งข้างนี้เป็นฝั่งของธรรม ลบล้างตัวจอมปลอมคือกิเลสที่มันหลอกลวงโลกมาตลอดเวลาให้หายซากไป ทรงไว้แต่ความจริงล้วน ๆ เท่านั้น

ทีนี้ฝั่งของกิเลส สัตว์โลกทั้งหลายที่ตายเกลื่อนมานี้นับกัปนับกัลป์ไม่ได้ แล้วยังจะเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกนับไม่ได้อีกเหมือนกัน กิเลสมันก็ลบล้างว่าตายแล้วสูญ นี่คือฝั่งของกิเลสตัวหลอกลวงสัตว์โลก ทีนี้ฝั่งของธรรมตายแล้วเกิด เพราะเหตุไร ทำไมถึงว่าตายแล้วเกิด กิเลสทำไมถึงว่าตายแล้วสูญ สูญเพราะเหตุไร กิเลสไม่มีเหตุผลว่าสูญเฉย ๆ สูญเพราะเหตุไรตอบไม่ได้ แต่ธรรมนี้ว่า ตายแล้วเกิด เกิดเพราะเหตุไรธรรมนี้พิสูจน์ได้เลย คืออวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา ฝังอยู่ในหัวใจสัตว์ ให้พาไปเกิดไปตายอยู่ตลอดมา ทีนี้เวลาธรรมนี้ชะล้างสิ่งปิดบังทั้งหลายให้สัตว์ทั้งหลายหลงงมงายว่า ตายแล้วสูญนี้ออกตามหลักความจริงว่าตายแล้วเกิดด้วยธรรม คือให้สะอาดสะอ้านภายในจิตใจ

ชำระล้างจิตใจเข้าไปเรื่อย ๆ เฉพาะอย่างยิ่งด้วยจิตตภาวนา อันนี้เห็นชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างอื่นพิสูจน์ได้ยาก และพิสูจน์ไม่เห็นไม่มีทาง แต่เรื่องจิตตภาวนาออกจากหลักพุทธศาสนาของเราด้วยแล้วร้อยทั้งร้อย พิสูจน์เข้าไปจะไปเห็นตัวจริง ตัวที่เป็นเงาติดอยู่ในจิต พาให้สัตว์เกิดสัตว์ตายได้แก่ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา เป็นต้น นี้แลตัวแทรกอยู่ในตัวจิต เป็นเงาอยู่ในตัวจิต แต่ทำลายตัวจิต หมุนตัวจิตให้เกิดให้ตายไม่มีเวลายับยั้งหรือหยุดยั้งได้เลย คือตัวนี้เอง เวลาภาวนาเข้าไป นี่เราพูดให้นักภาวนาได้พิสูจน์ด้วยว่า อยากจะเห็นเรื่องนี้ให้ภาวนา ทำจิตใจให้มีความสงบเย็น ใจของเราวุ่นวายส่ายแส่ มีแต่กิเลสผลักดันออกไปให้คิด ให้ปรุงฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมไม่มีวันเข็ดหลาบอิ่มพอ หมุนอยู่อย่างนั้นตลอดไป นี้คือฝั่งของกิเลสลากสัตว์โลกให้เป็นเพื่อความลุ่มหลงตลอดไป

ทีนี้ทำจิตที่มันวุ่นวายทั้งหลายนี้ให้เข้าสู่ความสงบ เอ้า ความสงบเราจะเอาอะไรมาเป็นเครื่องกำกับใจของเราก็ได้ เช่น อย่างทางพุทธศาสนานี้ การที่จะนำคำบริกรรมมาเป็นที่เกาะที่ยึดของจิตนี้มีมากต่อมาก เช่น ท่านว่ากรรมฐาน ๔๐ ห้องมีได้ทั้งนั้น แต่เราจริตนิสัยชอบในบทใด เช่น ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้เป็นจำนวนมากก็คือว่า พุทโธบ้าง ธัมโมบ้าง สังโฆบ้าง อานาปานสติบ้างหรือว่ามรณัสสติ เป็นคำบริกรรมติดอยู่กับใจ นึกบริกรรม หรือว่าเราตาย ๆ อย่างนี้ก็ได้ หรือมรณัสสติว่าความตาย ๆ อยู่กับเราทุกคนอย่างนี้ก็ได้ ให้มีสติกำกับดูอยู่ในนั้น จิตของเราจะค่อยสงบลง ๆ พอจิตสงบลงแล้วเราจะเริ่มเห็นรากฐานของใจที่ตัวเงามันพาให้เกิดให้ตายคือ อวิชชา เราจะเริ่มเห็นเป็นลำดับลำดา

จิตใจมีความสว่างไสวขึ้นเท่าไรก็ยิ่งจะเห็น ทั้งตัวของเราทั้งเงาที่เป็นภัยต่อเราอีกเป็นลำดับ จนกระทั่งพิจารณาชำระซักฟอกหมดเงาของกิเลสได้แก่ อวิชฺชายเตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ เรื่อยไปเลย ทีนี้เมื่ออวิชชาดับภายในจิตใจแล้ว สังขาร วิญญาณ นาม รูป ดับหมด นี้แลเข้าถึงจิตที่ตัวตายแล้วเกิด ตายแล้วสูญ รู้ตัวนี้ แต่เวลาจิตได้เข้าถึงนี้แล้วเรียกว่า คำว่าตายแล้วเกิด ตายแล้วสูญหมดปัญหาไปเลย เหลือแต่ธรรมธาตุล้วน ๆ ปรากฏอยู่ภายในจิตใจ นี่ไม่มีเกิดไม่มีตาย ธรรมชาติที่เลิศเลอคือธรรมชาตินี้ ที่กิเลสมันต้มมันตุ๋น มันตีเสียแหลกว่าตายแล้วสูญ ๆ ไสสัตว์ให้ไปเกิดนรกอเวจี ที่ไหน ๆ เกิดหมดตายหมด ได้รับความทุกข์เพราะกิเลสหลอกด้วยกันทั้งนั้น ทีนี้พอกิเลสตัวนี้ตายแล้ว เรื่องตายแล้วสูญมันก็ไม่มี เพราะมันไม่เคยมี กิเลสหาเรื่องเฉย ๆ มีแต่ตายแล้วเกิด เมื่อชำระตัวตายแล้วเกิดนี้ออกหมดแล้ว ถึงความบริสุทธิ์เต็มที่แล้ว ทุกขํ นตฺถิ อชาตสฺส ทุกข์ย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่เกิด ไม่เกิดก็ไม่ตายอันเดียวกัน แล้วจะมีทุกข์มาจากไหน นี่พูดถึงเรื่องอะไรที่ถามปัญหานี่ลืมแล้วนะ อย่างนั้นนะ

โยม บั้งไฟพญานาคครับ

หลวงตา อย่าเอามายุ่งบั้งไฟพญานาคนั่น ให้พูดถึงนี้ ที่มันพันหัวใจเราอยู่เดี๋ยวนี้มันอะไร บั้งไฟพญานาคไม่ไปหาพัน เราไปพันมันต่างหาก

โยม เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด

หลวงตา เออ นี่ละ ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตาย ธรรมพิสูจน์อย่างนี้ แล้วจะเห็นตายแล้วไม่สูญ อมตะไม่ตายด้วย มีเท่านั้น มีอะไรอีกล่ะ

โยม ตกลงว่ามีบั้งไฟพญานาคจริง หรือว่าคนไทยถูกคนลาวหลอก คือหนังสือพิมพ์และไอ ที วี เขาไปทำสกู๊ปข่าวว่า ที่ไปดูบั้งไฟกันเป็นแสน ๆ เป็น ๕-๖ ปีมานี้ ที่ทำเนี่ย เขาว่าคนไทยนี้โง่ คือคล้าย ๆ กับคนไทยโง่เพราะฝั่งลาวไม่มีใครดูกัน เป็นทหารลาวเขายิงปืนส่องแสง ยิงปืนนำวิถีค่ะ ฉลองเทศกาลพญานาค แล้วคนไทยก็ฉลองเทศกาลออกพรรษา ไอ ที วี เขาทำข่าวว่า คนไทยที่ไปดูนั้นคล้าย ๆ กับเป็นคนโง่งมงายเจ้าค่ะ ทีนี้สังคมไทยก็ถกเถียงกันมาตั้งแต่งานบั้งไฟ จนบัดนี้หนังสือพิมพ์ยังเถียงกันอยู่

หลวงตา เราจะตัดสินนะ ทางลาวว่าคนไทยเราโง่ใช่ไหม ที่ไปดูบั้งไฟนะ ถ้าคนลาวไม่ไปดู คนลาวโง่ที่สุดเลยเข้าใจไหม เอาตรงนี้เลย เอาตรงนี้ละซิ ทำไมเขาดูกันทั้งประเทศเมืองไทย ทำไมไม่ดูถ้าไม่โง่เกินไป ก็มีเท่านั้นแหละ

โยม เขาบอกว่าทหารลาวยิงปืนเจ้าค่ะ

หลวงตา นี่หมัดหยอกเล่น เข้าใจไหม ไอ้เรื่องโง่มันโง่ด้วยกันทุกคน ฉลาดด้วยกันทุกคนนั่นแหละ เข้าใจไหม แต่เรื่องบั้งไฟมันมีหมัดรับหมัดต่อย ก็ต่อยกันไปอย่างนั้น ไม่พูดละเรื่องนี้ช่างมันเถอะ มันมีอยู่ทั่วไป ไปหาดูวับ ๆ แวม ๆ อยู่ตามริมแม่น้ำโขง ฟาดขึ้นฟ้าดูพระอาทิตย์ ถ้าไม่กลัวตาแตกดูทั้งวันก็ได้ มันยากอะไร ไปหาเกาในที่ไม่คัน อุ๊ย.ยังไงกัน เอาจุดมันสำคัญ ๆ นี่ ที่เทศน์วันนี้เป็นคติเข้าใจไหม ตายแล้วเกิดตายแล้วสูญ พิสูจน์จิตดวงนี้ จ้าขึ้นมาแล้วคำว่าตายแล้วเกิดตายแล้วสูญหายทันทีเลย เหลือตั้งแต่ธรรมอันเลิศเลอ คือธรรมธาตุของจิตดวงนี้บริสุทธิ์แล้ว ไม่มีคำว่าเกิดว่าตายเข้าไปแทรกเลย นั่น ธรรมตัดสิน ตัดสินอย่างนี้แหละ ก็มีเท่านั้นแหละ

อันนี้ก็เคยตอบแล้วตั้งแต่ที่ยังไม่ได้เขียนจดหมายมา ว่าเราจะไปเทศน์สอนบรรดาพี่น้องภาคใต้ทั้งหมด ไม่ว่าแต่เพียงจังหวัดนราธิวาสจังหวัดเดียวนะ เราจะไปทั้งหมด แต่นี้เราไปไม่ได้แล้ว การตอบของเราจึงตอบก่อนถาม ก่อนถามว่ายังไง กราบเรียนนิมนต์หลวงตาไปรับผ้าป่าช่วยชาติจังหวัดนราธิวาสด้วย สุดแท้แต่หลวงตาจะโปรดกรุณา ก็โปรดอย่างนี้ละ เข้าใจไหม ก็ยอมแล้ว มันไปไม่ได้ หมดกำลังแล้วถึงได้ประกาศยอมตนว่าไปไม่ได้แล้วต่อบรรดาพี่น้องทางภาคใต้ทั้งหลายอย่าเสียใจ เราไม่มีแง่ไหนหนักแง่ไหนเบา ภาคไหนหนักภาคไหนเบากับภาคไหนไม่มี เราเป็นคนไทยหัวใจกลางของชาติไทยด้วยกันทุกคน ให้ต่างคนต่างเห็นอกเห็นใจชาติไทยของเรา แล้วอุตส่าห์พยายามขวนขวายเข้ามา เงินทองข้าวของได้เท่าไรหนุนเข้าไปนี้เป็นที่พอใจนะ เอาละต่อไปนี้จะให้พร

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก