เราไม่เคยมีอคติในหัวใจ
วันที่ 8 กันยายน 2547 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๗

เราไม่เคยมีอคติในหัวใจ

 

         ผู้กำกับ จากหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย ประจำวันนี้ หัวข้อเรื่องว่า

“จะรั้งชายจีวรพระอยู่ทำไม”

ถ้าจะยึดถือความมีสัจจะของพล.ต.ท.อุดม เจริญ ผอ.ใหญ่สำนักงานพระพุทธฯ ก็นับถอยหลังได้เลยว่า จะเหลือบงการคณะสงฆ์ได้อีกเพียง ๗-๘ วันเท่านั้น และนับจากนั้นไปก็จะเหลือเวลาอีก ๑๕ วันก็จะครบเกษียณอายุราชการพอดี

คงจะสิ้นสุดเพียงเท่านั้นสำหรับสถานการณ์ที่น่าห่วงใย

ทั้งนี้ก็เพราะ พล.ต.ท.อุดม ได้เคยพูดจาออกมาเป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่า พอถึงเวลาที่ตนก็จะต้องไป ก็จะขอไปก่อนวันครบเกษียณ คือเมื่อถึงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๔๗ ตนก็จะมอบหมายให้ว่าที่ ผอ.สำนักงานพระพุทธฯคนใหม่ได้เข้ามาทำหน้าที่ไปพลางก่อน ซึ่งคำพูดคำจาของ พล.ต.ท. อุดมที่กล่าวออกมานั้น “ปู่โอม” เจ้าของคอลัมน์ “วิวาทะ” ได้เคยเขียนติงเอาไว้ว่า ขอให้ พล.ต.ท.อุดม ระวังคำพูดคำจาให้ดี เดี๋ยวจะกลายเป็นคนไร้สัจจะ

อำนาจการบงการกิจการคณะสงฆ์นั้นมันเป็นสิ่งหอมหวาน คนที่ตัดความโลภไม่ได้ถ้าลองลิ้มรสเข้าแล้วจะต้องติดใจ ไม่รู้ว่าจะเป็นด้วยเหตุนี้ไหมนะ พล.ต.ท.อุดม ถึงต้องเหนี่ยวรั้งชายจีวรของพระผู้ใหญ่เอาไว้สุดๆ ไม่ยอมให้หลุดมือไปง่ายๆ

ที่ว่าพยายามเหนี่ยวจีวรเอาไว้ก็หมายถึงการรั้งตำแหน่งที่ปรึกษา ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพียงจะเหนี่ยวชายจีวรอย่างเดียวก็อาจหลุดมือได้ จึงรั้งชายสบงพระผู้ใหญ่เอาไว้อีกมือหนึ่ง ซึ่งก็หมายถึงความเมตตาของพระผู้ใหญ่รูปนั้น ที่ประกาศท่ามกลางที่ประชุมมหาเถรสมาคม ขอแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษามหาเถรสมาคมหลังเกษียณอายุราชการ ให้มีสิทธิ์กลั่นกรองและตรวจสอบเรื่องทุกเรื่องที่จะเข้าและออกจากมหาเถรสมาคม

ให้มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมกับมหาเถรสมาคมได้ทุกครั้งตลอดอายุ

ถือว่าเป็นการตอบแทนซึ่งกันและกัน ซึ่งฝ่ายหนึ่งเขียนมติมหาเถรสมาคมแต่งตั้งให้เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชโดยไม่มีวันหมดอายุ กับอีกฝ่ายหนึ่งจึงต้องตอบแทนกันแบบหมูไปไก่มา

ถ้าจะว่าไปแล้วความมีสัจจะของพล.ต.ท.อุดม สามารถพิสูจน์ได้ไม่ยาก ดังที่ลั่นวาจาไว้แต่แรกว่า จะบริหารงานในสำนักงานพระพุทธศาสนาฯแบบโปร่งใส และให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน แต่พอเอาเข้าจริงก็ยังคงหมกเม็ดๆ ๆ อยู่เหมือนเดิม

หลายครั้งที่พระคุณเจ้าพระธรรมยุตสายวัดป่าเข้าไปติดต่อราชการ เพื่อติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับหนังสือที่เสนอเข้าไป สิ่งที่ได้รับคำตอบก็คือหมกเม็ดในทุกเรื่อง ติดตามความคืบหน้าใดๆ ไม่ได้เลยสักเรื่อง

เรียกว่าขาดโปร่งใสและตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย

สิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนที่สุดอีกเรื่องหนึ่งก็คือการเลือกปฏิบัติ มีอยู่สองสามครั้งที่สำนักงานพระพุทธฯกีดกันไม่ให้พระคุณเจ้าเข้าไปติดต่องานราชการ เข้าไปทุกครั้งจะต้องถูกสกัดไว้ที่หน้าประตูทางเข้าสำนักงานฯทุกครั้ง และบางครั้งยังไม่ให้เข้าแม้แต่เขตพุทธมณฑล การเลือกปฏิบัติทั้งหมดได้มีการบันทึกภาพไว้ให้ได้เห็นอย่างชัดเจน

พระคุณเจ้าเหล่านั้นเป็นพระภิกษุในบวรพระพุทธศาสนาหรือไม่ และพระคุณเจ้าเหล่านั้นท่านมีฐานะเป็นประชาชนพลเมืองของประเทศใช่หรือไม่?

มีเหตุผลอะไรถึงปิดกั้นสิทธิของพระคุณท่าน

อีกประการหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด สำหรับความมั่นคงของพระพุทธศาสนา นั่นคือเรื่องการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระพุทธศาสนา(องค์การมหาชน) ที่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ แต่งตั้งให้ พล.ต.ท.อุดม เป็นประธานคณะกรรมการการพิจารณาจัดตั้งฯ

เขียนกันออกมาได้อย่างไรว่า ให้โอนศาสนสมบัติรวมทั้งทรัพย์สินใดๆ ที่ติดอยู่กับที่ดินศาสนสมบัตินั้นๆ ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานทรัพย์สินฯ แต่พอถูกตามจับได้ไล่ทันก็ออกมาโป้ปดต่อประชาชนทั้งประเทศว่าได้ยกเลิกทั้งหมดแล้ว จะไม่จัดตั้งอีกต่อไปแล้ว แต่แล้วท่านก็ยังซุ่มทำอยู่เงียบๆ เพื่อให้รอดพ้นจากสายตาของสื่อมวลชน

หลวงตา ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่เรียกมหาโจร เข้าใจไหม ไปทำอย่างเปิดเผยก็เป็นความสะอาด ต้องไปทำแบบมหาโจร หลบๆ หลีกๆ ลี้ๆ ลับๆ ซ่อนๆ อย่างนั้นเรียกมหาโจร กำลังปล้นศาสนาเวลานี้ ยังจะปล้นชาติเข้าไปอีกนะ อย่าเข้าใจว่าหยุดเพียงแค่นี้ หลักใหญ่คือพุทธศาสนาของเรา พวกนี้กำลังจะกุมบังเหียนเอาไว้ ก็มีพระป่าเท่านั้นออกมาค้ำคางมันไว้ ค้ำคางอย่างแบบหงายหมานั่น อ้าว ทางนี้มีหลักมีฐาน มีกฎมีเกณฑ์ มีธรรมมีวินัย อันนั้นไม่มี มีแต่กาฝากมหาภัยทั้งนั้น เข้ามาจะงาบๆ เราก็ตีปาก ตีกลับๆ อยู่เรื่อยๆ มาเห็นไหมล่ะ นี่ละฟังเอาซิ จึงว่ากาฝากมหาภัย ก็พูดอยู่เสมอ ไม่มีประโยชน์อะไรเลยกาฝากเหล่านี้ มีแต่โทษโดยถ่ายเดียวเท่านั้นๆ จึงต้องได้ปัดออกตลอดมา นี่เราก็เคยพูดเสมอมิใช่เหรอ เราพูดเราจำได้ว่าเราพูดเสมอ เพราะพวกเหล่านี้มันทะลึ่งอยู่ตลอดเวลา พวกเปรตพวกผีนี่ ทะลึ่งที่จะงาบพุทธศาสนาให้อยู่ในเงื้อมมือของมัน แล้วก็จะงาบชาติ พระมหากษัตริย์ ไปด้วยกัน พร้อมๆ กันทั้งสามพระองค์นี้ในอุบายวิธีการของมัน

พูดอย่างนี้เป็นอรรถเป็นธรรม เราไม่ลี้ลับ เราพิจารณาเต็มหัวใจแล้วออกผึงเลย เราพูดอย่างนี้เราไม่สะทกสะท้าน อุบายวิธีการเหล่านี้จะงาบทั้งสามพระองค์นั่นแหละ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะไม่ให้มีเหลือแผ่นดินไทย จึงขอให้ทราบเอาไว้ หลวงตาบัวตายไปแล้ว คำสัตย์คำจริงนี้จะไม่เคลื่อน ตรงเป๋งเลยเทียว ถ้าไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของเราซึ่งเป็นเจ้าของสมบัติแล้ว ยังไงต้องจมอย่างว่านะ จำให้ดีคำนี้ก็ดี นี้พูดไม่เอียงหน้าเอียงหลัง พูดเป็นธรรม  ผิดแง่ไหนถูกแง่ใด บอกชัดเจนๆ ไปเลย ไม่มีคำว่าได้ว่าเสีย เราไม่มีอะไรกับใคร เราพูดให้โลกที่มีความได้เสียอยู่นี้ได้พินิจพิจารณา เพื่อคัดเลือกต่างหาก เราไม่ได้พูดเพื่อเหยียบย่ำทำลายผู้ใด เพราะฉะนั้นจึงพูดได้เต็มปากตลอดมา ไม่มีคำว่าปิดปาก เหตุการณ์ยังไงมาที่ควรจะพูดยังไง เราพูดได้ทั้งนั้นๆ ไปเลยเทียว

เพราะเราไม่มีส่วนที่จะได้จะเสียกับสิ่งเหล่านี้ เราไม่ต้องการทั้งนั้น มีแต่จะทำโลกให้ร่มเย็นในชีวิตของเราที่เป็นพระเป็นธรรมอยู่ในนี้เท่านั้นเอง ที่จะทำประโยชน์ให้โลกเต็มกำลังของเรา ก็มีเท่านั้น

ผู้กำกับ มีอีกบรรทัดหนึ่งครับเป็นภาษาอีสาน

ให้ระวังเด้อ อย่ารั้งให้แรงนัก ระวังเดี๋ยวสบงผืนนั้นจะหลุด?

                                                            ณ หนูแก้ว

หลวงตา หลุดก็ปล่อยหำออกมาซี ข้างในมันมีหำอยู่นี่น่ะ ปล่อยออกมาซี เขาก็มีหำ เรามีหำ ใครปล่อยเห็นทั้งนั้น ทั้งหำทั้งหีละถ้าปล่อย นอกจากไม่ปล่อยเท่านั้น ถ้าปล่อยออกมาเห็นหมด พวกนี้พวกคืบคลานตลอดเวลาๆ เผลอไม่ได้ จึงบอกว่าเผลอไม่ได้ พวกมหาโจรมันจะเอาตอนเผลอๆ นั่นละ จึงเรียกมหาโจร ปล้นชาติ ปล้นศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ในนี้หมดเวลานี้ จำให้ดีคำนี้ก็ดี หลวงตาบัวตายไปแล้วขุดขึ้นมาศพหลวงตาบัวถ้าพูดไม่จริง ว่างั้นเลย เอามาตีมาฟาดหลวงตาบัวให้แหลกอีกนะถ้าพูดไม่จริง เราพูดเพื่อชาติบ้านเมืองด้วยความเมตตาของเรา โดยความเป็นธรรมล้วนๆ เราไม่ได้เอาคำโกหกมา พิจารณาหมด ออกมาคำไหนไม่เคยผิดเคยพลาด

อย่างนำพี่น้องทั้งหลายมาตลอดได้เป็นเวลา ๖ ปีเต็ม ไม่เคยผิดพลาดไม่เคยด่างพร้อย พิจารณาเอาธรรมเป็นเกณฑ์ไปเลย ใครจะพูดผิดถูกชั่วดีประการใด เจตนาดีขนาดไหน ถ้าขัดต่อธรรมแล้วปัดออกๆ เจตนาก็เห็นใจ แต่เวลาจะก้าวเดินไปจะผิดนี้ ปัดออกไม่ให้ก้าว อย่างนั้นแหละ เราดำเนินมาอย่างนั้นจนกระทั่งปัจจุบันนี้ เราจึงเปิดเผยได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ด้วยการพิจารณาเรียบร้อยแล้วทุกอย่าง เราเชื่อธรรมของพระพุทธเจ้า ฝากเป็นฝากตายกับพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ไม่เสียดายชีวิตเลย กับผู้ใดก็ตามเราไม่เคยฝาก แต่พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกันแล้วนี้เราฝากตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเราจึงพูดได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยตามอรรถธรรมที่พิจารณาแล้ว จึงไม่สะทกสะท้าน

เราไม่เคยมีอคติในหัวใจเรา เราตรงเป๋งตลอดเวลา เพราะเป็นธรรมเหนือโลกอยู่แล้ว เอาธรรมมาพิจารณามาพูด ใครจะฟังไม่ฟังก็เป็นกรรมของสัตว์ กรรมดีกรรมชั่วของสัตว์เท่านั้น ส่วนธรรมแล้วไม่มีเคลื่อนไหวไปมาว่าจะผิดจะพลาดไปอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่มี ตรงแน่วตลอด วันนี้พูดเพียงเท่านั้นไม่พูดอะไรมาก ให้พร

โอ้ หอยทากเมื่อคืนนี้ก็เหยียบตายตัวหนึ่งอย่างนั้นแล้ว หอยทากกำลังชุมนะ ใครให้ระวัง ตามทางจงกรม เวลานี้หอยทากกำลังออก เราจากนี้ไปกุฏิจับได้สี่ตัว จากนี้ไปตอนค่ำเมื่อวานไปกุฏิได้สี่ตัวอยู่ตามทาง ต้องได้ฉายไฟจ่อไม่ยังงั้นไม่เห็นมันนะ มันกับเม็ดหินมันคล้ายกันมาก ต้องดู จับได้ถึงสี่ตัวจากนี้ไปถึงกุฏิ ทีนี้พอเข้าไปทางจงกรม ก็ไปจับอยู่ตามทางจงกรม โอ๊ย ทำไมมันออกมากมายนักนะเดี๋ยวนี้ มีไหมข้างใน มีหรือเปล่า มีเหมือนกันเหรอ ต้องให้ระวังนะ เหยียบตายตัวหนึ่งๆ เราสลดสังเวช จะทำยังไง เราก็ระวังเต็มขีดนะ

ก่อนเดินจงกรมนี้ฉายดูละเอียดลออ ไม่ใช่ธรรมดานะ คือตัวเล็กมี ตัวใหญ่มี ถ้าตัวใหญ่มันก็เห็นได้ง่าย ตัวเล็กไม่ได้ง่ายนะ เห็นได้ยาก ต้องส่องดูแล้วเก็บออกๆ เอาไปวางนอก วางนอกๆ เราเดินจงกรมพอสมควรแล้วก็ฉายอีก กลัวมันมาอีกอยู่อย่างนั้น เลยเป็นกังวลเดี๋ยวนี้นะ โธ้ ทำไมหอยทากจึงมากมายนัก มันเป็นฤดูของมันหรือไง ก็คิดดูจากนี้ไปกุฏิจับได้ถึงสี่ตัว ตามทางนี้นะ ส่องดูมันอยู่กับหิน ไม่เห็นนะ เราเหยียบตัวหนึ่งเมื่อคืนนี้ก็ดี แกร้บ อ้าว มันยังไงก็เราดูนี่ ที่ไหนได้เหยียบเอาตายแล้วๆ อย่างนั้นนะ มันผสมอยู่กับหิน ตัวมันกับตัวหินคล้ายคลึงกันมากนะ มีลักษณะขาวๆ ต้องได้ดูให้ละเอียด ทุกคนให้เตือนให้ทราบกันนะ เวลานี้หอยทากกำลังออกเพ่นพ่าน ให้ระวังให้ดีการเดินจงกรม เขี่ยเก็บมันออกเสียก่อน โฮ้ พิลึกจริงๆ นะเดี๋ยวนี้ เมื่อคืนนี้ก็เหยียบเสียตัวหนึ่งจนได้นั่นแหละ แล้วเก็บออกจากทางจงกรมหลายตัวนะ เมื่อคืนนี้ เก็บออกส่องดูแล้วเก็บออกๆ ทำไมจึงมากมายนัก

เมื่อวานนี้ก็ได้ยินว่าเอาหนังสือไปส่งทางคณะนายกรัฐมนตรี ทางโน้นเขาก็โทรมาหาเรา เราอยู่นี้ต้องติดต่อโทรศัพท์ตลอดทั้งทางหนองคาย ทั้งทางอุดรฯ อุดรฯ ก็ผู้ว่าฯ กับทางโน้นติดต่อห้ามทางนี้ไม่ให้ไป คอยฟังเรื่องราวจากเราเห็นไหมล่ะ ต้องคอยฟังอยู่อย่างนั้นนะ คือเราจะพิจารณาทุกอย่าง เหมาะสมไม่เหมาะสมพิจารณาแล้วสั่งออกไปอย่างนั้นนะ เมื่อวานทางโน้นโทรฯ มาหาเราตลอด

ตกลงเราเลยกลายเป็นหัวใจของชาติ ของศาสนาแบบไม่รู้ตัวนะ ไม่รู้ตัวนะ อย่างนี้แล้ว เมื่อวานโทรฯ มาติดต่อทั้งทางหนองคาย ทั้งทางอุดรฯ หนองคายก็ทางผู้ว่าฯ ทางโน้น ทางนั้นก็ทางผู้ว่าฯ ทางนี้ แล้วทางประชาชนก็แน่นอยู่ทางด้านนี้ ด้านโน้น เราจะปฏิบัติยังไงคอยฟังเสียงเรา พอเราสั่งปั๊บก็ปฏิบัติตามนั้นทันทีๆ ถ้าเราลงได้สั่งแล้วเรียกว่าขาดสะบั้นไปแล้วนะนั่น พิจารณาแล้ว ขาดสะบั้นไปเลย เอา ใครจะมาๆ นั่น ถ้าลงได้ลั่นคำออกไปแล้ว ได้พิจารณาเต็มสัดเต็มส่วนแล้ว เอา เปิดออกๆๆ เราไม่ได้ทำสุ่มสี่สุ่มห้านะ

เราทำเพื่อชาติ ศาสนา ด้วยความเป็นธรรมล้วนๆ ทุกอย่าง อะไรสมควรไม่สมควรต้องพิจารณาเสียก่อน แล้วแง่หนักแง่เบาเป็นยังไงบ้าง เอามาเทียบกันทันทีๆ ควรจะไปในแง่ใด ออกปุ๊บๆ เลย ไม่ใช่จะเอาไปตามความต้องการนะ ความต้องการเป็นอย่างหนึ่ง เหตุผลเป็นอย่างหนึ่ง คือเหตุผลควรหรือไม่ควรเป็นเรื่องของธรรม ไอ้ความต้องการเป็นเรื่องของความอยากธรรมดา เป็นกิเลสก็ได้ เป็นธรรมก็ได้ ถ้าพิจารณาโดยเหตุผลเรียบร้อยแล้วเป็นธรรม นั่น อย่างนั้นนะ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก