มาวัดเพื่อเป็นคติเครื่องเตือนใจ
วันที่ 5 ธันวาคม 2547 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

มาวัดเพื่อเป็นคติเครื่องเตือนใจ

 

ก่อนจังหัน

 

พระต่างชาติอยู่วัดนี้มากนะ เราก็เห็นใจแต่รับไม่ได้มาก พระไทยก็มีหัวใจ พระที่ไหนๆ ก็คน มีหัวใจเหมือนกัน จึงต้องเฉลี่ยๆ ให้สม่ำเสมอ ประเทศละองค์สององค์ เพราะเมืองไทยเราคนไทยมาก ทางนี้ต้องมากกว่าตลอดๆ แบ่งให้ทางโน้น แบ่งให้ทางนี้ ให้สม่ำเสมอ ศาสนาเรียกว่าความเสมอภาคคือธรรม เป็นวัดก็เหมือนกัน วัดต้องเป็นธรรมสำหรับวัดนั้นๆ เฉพาะอย่างยิ่งเจ้าอาวาสเป็นสำคัญ เจ้าอาวาสต้องเป็นธรรม คือรับพระสม่ำเสมอ เดี๋ยวนี้มันเป็นโลกไปแล้ว เมืองไทยเรานี่มันเลยโลกไปแล้ว วัดก็เป็นโลกไปแล้ว กลายเป็นบ้านไป

พระที่จะมาอยู่เป็นพวกของตัวเอง ภาคของตัวเองนี่ใช้ไม่ได้นะ นี่สร้างความแตกร้าวต่อกัน เป็นพวกของตัวเอง เป็นภาคของตัวเอง แล้วรับๆ ไม่ใช่พรรคใช่พวกใช่ภาคของตัวเองแล้วปัดออกๆ นี้เลว เจ้าอาวาสองค์ไหนเป็นอย่างนั้นเลว นี้ละธรรมเป็นอย่างนั้น ศากยบุตรมีหัวใจทุกองค์ๆ ควรจะรับได้มากน้อยเพียงใดให้เล็งดูอรรถดูธรรม ยิ่งกว่าจะเอาตามใจเจ้าของชอบ ใจเจ้าของมันเป็นกิเลส เดี๋ยวนี้เป็นโลกไปหมดแล้ว เลยโลกไปแล้วนะวัด วัดกลายเป็นบ้าน เห็นแก่พรรคแก่พวกแก่ภาคไปแล้ว นี่น่าสลดสังเวชนะ พระเราทำไมจึงเป็นอย่างนั้นได้

แล้วหยาบไปทุกวันๆ วัดเลยกลายเป็นบ้าน พระเลยกลายเป็นฆราวาส เลวกว่าฆราวาสไป เพราะไม่มีธรรมในหัวใจ ถ้ามีธรรมในหัวใจต้องเป็นแบบพระตลอดไป ไม่ว่ากิจการงานใดๆ เป็นแบบพระ พระออกมาจากแบบหลักธรรมหลักวินัย ต้องถือหลักธรรมหลักวินัยเป็นสำคัญ จะถืออำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ ใช้ไม่ได้นะ อันนั้นเป็นเรื่องเลว โลกผู้ดีเขาก็ไม่ทำกัน พระไปทำอย่างนั้นเลวกว่าโลก นี่ละที่ว่าธรรมกับโลกต่างกัน ต่างอย่างนี้เอง ให้ท่านทั้งหลายคิดเอา บรรดาพระที่มาจากที่ต่างๆ นี้มีหัวใจทุกองค์ รับก็รับไว้ แยกโน้นแยกนี้ให้สม่ำเสมอ ถ้าจะรับมากจริงๆ ก็ไม่ได้ ประเทศอื่นประเทศนั้นประเทศนี้ เช่นอย่างเมืองไทยมีมากก็ต้องรับจำนวนมากดังที่เห็นอยู่นี้ เมืองนั้นเมืองนี้แบ่งรับ ทุกแห่งทุกหน เพราะมีหัวใจด้วยกัน ธรรมแล้วประสานได้หมดเลย ให้พร เอาแค่นี้ก่อน

หลังจังหัน

         เมื่อวานนี้ทองคำได้ตั้ง ๖ กิโล ๑๑ บาท ของเล่นหรือ เงินสดที่ได้เหล่านี้ เรื่องทองคำเราคิดมากอยู่นะ แต่เงินสดนี้ความจำเป็นรอบด้านๆ ถ้าพอได้เราจะเอาเงินสดนี้ไปซื้อทองคำอยู่นะ แต่ซื้อไม่ได้เพราะไม่พอๆ ตลอด ได้มาทีไรก็หมุนรอบข้าง ที่ไหนที่มาขอรถยนต์ตั้งสองคันเมื่อวาน (ตำรวจสภอ.เมืองอุดรครับ) เป็นรถยนต์ประเภทใดบ้าง (รถปิกอัพสายตรวจครับ) กองเมืองนี้เราให้แล้วเท่าที่จำได้ก็ ๒ คัน คันหนึ่งตรวจในเมือง คันหนึ่งตรวจนอกเมือง (๓ คันทั้งจราจรครับ) ก็อย่างนั้นแล้ว ตชด.เป็นรถเมล์ใหญ่มีห้องส้วมอยู่ในนั้น ดูเหมือน ๖๐ ที่นั่ง ให้คันใหญ่เพื่อพวกนักเรียนพวกอะไรด้วย อีกคันหนึ่งเป็นรถตู้หรือไง..ตชด.แล้วเราก็มอบเงินให้เป็นมูลนิธิ ๑๒ ล้าน แต่(ตำรวจ)ทางหลวงไม่ค่อยได้มาก ให้รถตู้คันหนึ่งหรืออะไรเราก็ลืม แต่ช่วยอย่างอื่นช่วยอยู่เรื่อยๆ ไม่ช่วยทางนี้ก็ช่วยทางนั้นอยู่อย่างนั้น เช่นรถเสียรถอะไรนี้ เราให้ส่งเข้าไปซ่อมเลยๆ เรียกว่ายกเครื่องเลย ถ้าเราลงว่าให้ซ่อมแล้วยกเครื่องใหม่เลย เอาอย่างนั้น มีอยู่สาม ทางหลวง ตชด. กองเมือง ที่เกี่ยวอยู่กับวัดนี้ตลอด กองเมือง ๓ คัน ตชด. ๒ คัน ทางหลวงคันหนึ่ง เป็นรถตู้หรืออะไร นี่หมายถึงรถ แล้วเมื่อวานนี้ก็มาขอสองคันเลย

เราพยายามทุกด้านที่จะให้เป็นความแน่นหนามั่นคงต่อชาติของเรา ในโอกาสที่ยังมีอยู่บ้างในชีวิตของเราซึ่งได้เริ่มต้นมาแล้ว อยากจะหนุนไปเรื่อยๆ จนหมดกำลังของเราแล้วก็ปล่อย สมบัติกลางเป็นของสำคัญนะ เราถือเป็นสำคัญมาก สมบัติกลาง สมบัติรวม ถือสำคัญมากทีเดียว เช่นอย่างคลังหลวง จิตใจจดจ่ออยู่ตรงนั้นๆ เช่นอย่างทองคำก็รบกวนพี่น้องทั้งหลาย ได้มาตั้ง ๑๑ ตันกับ ๓๗ กิโลครึ่ง ก็นับว่าพอกับความต้องการทุกอย่างในขั้นนี้ ครั้นมองดูรอบๆ กองทองคำ ๑๑ ตันกับ ๓๗ กิโลครึ่งนี้มันบกพร่องอยู่หมดรอบด้าน เพราะฉะนั้นเราจึงจะซ่อม ถ้าเป็นจอมปลวกก็ให้มันมีเป็นจอมเป็นเจดีย์ขึ้นไปอย่างนั้น นี่ละเราเป็นอารมณ์อยู่ เราจึงได้รบกวนพี่น้องทั้งหลายเพื่อหัวใจแห่งชาติไทยของเราจะได้มั่นคง

เวลานี้ก็รบกวนท่านทั้งหลาย บทเวลาหลวงตาตายไปแล้ว ไม่มีทองคำเข้านั้นแล้วจะได้คิดถึงหลวงตานะล่ะ ตอนนี้ว่ารบกวน เห็นหน้าแล้วหลบ กลัวเดี๋ยวจะมาเคาะกระเป๋าเอาทองคำละซี หลบหน้าหลบหลัง แต่แทนที่จะเป็นอย่างนั้น ออกไปนี้ดูซิเขาจะรุมใส่เรา ไม่ใช่เขาจะหลบนะ เขารุมใส่ ว่าเขาจะหลีกเขาไม่หลีกนะ เราอยากจะทำไว้เวลามีชีวิตอยู่ซึ่งพอมีกำลังจะทำได้ วันนี้ได้ถึง ๖ บาทกับ ๑๘ สตางค์ เมื่อวานได้ ๖ กิโลกับ ๑๑ บาท วันนี้ได้มาอีก มันค่อยได้ไปเรื่อยๆ อย่างนี้แหละ จะออดอ้อนเอากับพี่น้องทั้งหลายเข้าไปในคลังหลวงของเรา เพื่อให้มีความหนาแน่นขึ้น เวลายังพอเป็นไปอยู่นี้เราก็อยากขวนขวายหามาเสียเวลานี้ ถ้าเลยนี้ไปแล้วมันสุดวิสัย เช่นอย่างเราตายแล้วก็ขาดไปหมดเลย นั่น ก็เป็นอย่างนั้นละ นี้เรายังไม่ตายเราก็อยากได้สมบัติกลางเข้าสู่ชาติไทยของเรา เราก็ทำเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็เป็นไปตามเจตนาที่เราคิดไว้แล้วทุกอย่างไม่เห็นผิด

เริ่มต้นช่วยโลกทีแรกก็บอกว่า เราจะเป็นผู้นำช่วยเต็มกำลังความสามารถของเรานั้นแหละ ก็เริ่มมาด้านวัตถุ ด้านวัตถุนี้เปิดเผย ใครบริจาคมามากน้อยเปิดเผยทั่วประเทศไทยเรา แต่ส่วนธรรมแทบจะไม่มีใครคิดว่าธรรมะจะออกในระยะเดียวกัน แต่เราคิดไว้หมดแล้ว ส่วนวัตถุนี้จะออกโดยความเปิดเผย และมีที่สิ้นสุดยุติ แต่ธรรมะนี่จะออกไปพร้อมๆ กัน ออกกระจายไปเรื่อยๆ ระยะนี้เป็นระยะที่ธรรมะจะเข้าสู่ใจพี่น้องชาวพุทธเราทั้งในและนอกประเทศของเรา เราคิดไว้แล้วก็เป็นไปอย่างนั้นแหละเดี๋ยวนี้

เทศนาว่าการนี้ก็ตั้งแต่เริ่มแรก เทศน์ไม่ทราบว่ากี่กัณฑ์แหละ ฟังซิ ๖ ปีกว่าที่เราช่วยชาติอยู่นี้ เทศน์ตลอดนะ จากนั้นธรรมะที่เทศน์เหล่านี้เป็นเทปแล้วออกทางวิทยุ ออกทางอินเตอร์เน็ต เรื่อยมาเลยจนกระทั่งทุกวันนี้ ออกทุกวันเลย ธรรมะออกไม่หยุดไม่ถอย ก็สมเจตนาที่เราคิดไว้ ว่าคราวนี้ธรรมะจะได้เข้าสู่ใจพี่น้องชาวพุทธเราในเวลาที่ช่วยชาติคราวนี้นอกจากด้านวัตถุไปแล้ว ก็เป็นอย่างที่ว่านั้น ด้านวัตถุก็ค่อยไหลเข้ามาอย่างนี้ แต่ธรรมะนี้ไหลออกกว้างมากทีเดียว ออกนอกเมืองไทยเราไปอีก เมืองนอกเมืองนา ที่ไหนเขาก็ดูอินเตอร์เน็ตทั่วไปหมด มันหลายประเทศนะ ประเทศที่ใหญ่คืออเมริกา มากกว่าเพื่อน วันหนึ่งตั้งหลายพันคนที่เข้ามาดูอินเตอร์เน็ต มากมายอยู่

เรียกว่าเราช่วยทุกทางที่จะช่วยได้ ทางด้านวัตถุ ด้านธรรมสอนโลกก็สอน อย่างที่เราสอนอยู่นี้ เราสอนหมดไม่ว่าวงราชการ วงศาสนา ธรรมนี้ออกหมด สอนได้หมดเลย เพราะเราไม่ถือว่าเป็นฝักเป็นฝ่าย ไม่ถือว่าความแพ้ความชนะ ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้เราไม่มี ธรรมครอบไปหมดเลย ใครผิดใครถูกที่ไหนจึงบอกได้ว่าได้โดยธรรมๆ ที่เหนือโลกอยู่แล้ว เราจึงพูดได้หมด ไม่ว่าวงราชการ ไม่ว่าวงศาสนา ไม่เหนือธรรมไป ธรรมเป็นผู้ชะล้างแนะนำสั่งสอน ตรงไหนผิดพลาดประการใด เราว่าโดยอรรถโดยธรรมล้วนๆ ถึงจะดุด่าเผ็ดร้อนบ้างก็ตาม หรือเผ็ดร้อนมากก็ตาม เป็นไปด้วยธรรมทั้งนั้น เราไม่มีกิเลสเข้ามาแทรกในหัวใจ นำแสดงออกด้วยความโมโหโทโสอย่างนี้เราไม่มี ถึงกิริยาจะเผ็ดร้อนขนาดไหน ก็เป็นกิริยาของธรรมออกทำงานเพื่อโลก เพื่อประโยชน์แก่โลกโดยถ่ายเดียวเท่านั้น เราไม่มีอย่างอื่น

เพราะฉะนั้นใครจะว่าอะไรกับเราเราจึงไม่สนใจ เพราะความเมตตามันครอบไปหมดแล้ว เกินกว่าสิ่งเหล่านี้จะมาต้านทาน ต้านทานไม่อยู่ ถึงเวลาที่ควรจะพูดหนักเบามากน้อยออกทันทีๆ เลย กรุณาพี่น้องทั้งหลายทราบไว้นะ ที่เราทำอยู่นี้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเรานี้มีแต่ธรรมล้วนๆ ไม่มีโลกแบบที่โลกเขาทำกัน เป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้กันอย่างนั้น เราไม่มีในเรา โลกร้อน หัวใจเราไม่ร้อน โลกเป็นทุกข์ลำบากลำบนแสนสาหัสก็มีมากมายก่ายกอง ในหัวใจเราไม่มี เราสอนด้วยความเมตตาล้วนๆ ทุกอย่าง สอนด้วยความพอในหัวใจของเรา ในบรรดาธรรมที่ได้อุตส่าห์พยายามบำเพ็ญมา และนำออกแสดงแก่พี่น้องทั้งหลายทั่วไปๆ ตามแต่จะหนักเบามากน้อยเพียงไรที่เข้ามาเกี่ยวข้องเรา ที่จะนำออกสงเคราะห์กัน แก้ไขดัดแปลงกันไป จะออกตามนั้นๆ เลย

จึงเรียกว่าเราได้ทำเต็มความสามารถของเรา ที่มีชีวิตอยู่ในเวลานี้ เมื่อสิ้นชีวิตไปแล้วกิริยาอย่างนี้จะไม่มี จะยังเหลืออยู่ก็พวกเทปพวกอะไรเหล่านั้นที่ฟังตามหลังกันไปเท่านั้น ส่วนกิริยาของเราที่จะออกให้เห็นให้ได้ยินอย่างนี้ไม่มี ตายไปแล้วจะเอาอะไรมามี เวลามีชีวิตอยู่ เราก็ช่วยเต็มกำลังความสามารถทุกด้านทุกทาง โดยที่เราไม่มาเกาะมาเกี่ยวมาคิดกับสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่เม็ดหินเม็ดทราย ที่เราหวังจะมีส่วนกับสิ่งเหล่านี้ เราไม่มี เราไม่ได้เทศน์เพื่อหวังนั้นหวังนี้อะไรทั้งหมด เทศน์ด้วยความเมตตาล้วนๆ จะหนักจะเบาแง่ใดมุมใด  เราจึงพูดได้ทุกแบบทุกฉบับตามความสัตย์ความจริงที่ได้เห็นได้ยินมา ไม่เคยที่จะไปกลัวกับอันนั้น กล้ากับอันนี้ เราไม่มี ความกลัวเราก็ไม่มี ความกล้าเราก็ไม่มี ความได้ความเสีย ความเอารัดเอาเปรียบ ความแพ้ความชนะ ไม่มีในธรรมทั้งหลาย เพราะธรรมนั้นเหนือโลกแล้ว เรานำธรรมนั้นมาสอนโลก

เพราะฉะนั้นผู้ที่ยังมีความบกพร่องในจุดใดอยู่ ก็ควรจะนำธรรมเข้าไปพิจารณาแก้ไขดัดแปลงตนเอง จะได้เป็นคนดีขึ้นมาๆ อย่าให้ดีแต่ชื่อเฉยๆ ตั้งชื่อฟากจรวดดาวเทียม แต่คนอยู่ใต้ก้นนรกดูไม่ได้นะ ขอให้ฟิตตัวปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี ไอ้ชื่อไอ้นามตั้งกันไว้อย่างนั้นละ ตั้งมาอะไรก็ไม่มีอะไรสำคัญยิ่งกว่าตัวของเราที่จะทำดีหรือทำชั่ว สำคัญอยู่จุดนี้ ให้มาดูตัวเอง อย่าไปเอาแต่ชื่อแต่นาม อย่างเขาเป็นบ้ากันอยู่ทุกวันนี้ ยิ่งหนักนะ ไอ้ชื่อไอ้นาม ชื่อเสียงนี่ แหม

แม้แต่ในวงพระเราก็เป็นบ้ายศ บ้าลาภ บ้าสรรเสริญเยินยอ บ้าอำนาจบาตรหลวง กลายเป็นอำนาจป่าเถื่อน ทำลายชาติ ศาสนา ไปในตัวมากมายเวลานี้ เพราะเห็นแก่โลกามิสมาทับถมธรรม ธรรมในใจเลยไม่มีแก่ผู้บวชมาเพื่อปฏิบัติธรรม ธรรมเลยไม่มีในใจ มีแต่มูตรแต่คูถ แต่ส้วมแต่ถาน สกปรกโสมม อันเป็นเรื่องของโลกล้วนๆ เข้ามาสู่หัวใจ ตลอดกิริยาที่แสดงออกเป็นแต่สิ่งที่เลวร้ายทั้งหลายเหล่านั้น ทีนี้ศาสนาก็เลยกลายเป็นมูตรเป็นคูถไปเสีย ศาสนากลายเป็นกวนบ้านกวนเมืองไปเสีย ความจริงแล้วศาสนาไม่เป็น คนผู้ไปแอบอ้างศาสนามาเป็นตัวของตัวนั่นแหละ แล้วมันไม่เป็นตัวละซิ มันเป็นเปรตเป็นผี เป็นยักษ์เป็นมาร เป็นบ้าไปละกับยศกับลาภ ก็ไม่ทราบว่ามันเป็นอะไรไอ้ยศลาภนี่ เราพูดตรงๆ

         ยกตัวอย่างเช่นสมณศักดิ์ วันที่ ๕ ที่วันเฉลิมพระชนม์นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯอกจะแตกนะ เพราะพวกนี้กวน พวกพระนี่เป็นบ้ากวน พระบวชมาแทนที่จะเสาะแสวงหาอรรถหาธรรม ไม่หานะ ไปหาแต่ยศแต่ลาภ เสนอกันเป็นขั้นๆ ขึ้นไป ตั้งแต่เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด ถึงเจ้าคณะภาค เสนอแต่ชื่อแต่เสียงแต่สมณศักดิ์ ขอเลื่อนสมณศักดิ์ ขอตั้งเป็นสมณศักดิ์นั้นนี้ หาแต่นอกๆ นานา เป็นแบบโลก เลยโลกไปเลยเวลานี้ ไม่ได้หาศีลหาธรรมภายในใจ สมกับบวชมาเพื่อศาสนาเลย มันเลวขนาดนั้นเวลานี้ เลวลงทุกวันๆ ศาสนา

         พระเป็นผู้นำในทางที่ถูกที่ดีงาม ให้เป็นความสงบร่มเย็นแก่โลกทั้งหลาย กลายเป็นพระเป็นฟืนเป็นไฟเผาบ้านเผาเมือง เผาชาติเผาศาสนาไปแล้วเวลานี้ ท่านทั้งหลายเห็นมิใช่หรือหูมีตามี นี่ก็พูดมาตามที่ได้เห็นได้ยินมานั่นเอง ไม่ได้หาเรื่องนะ เราพูดตามความจริง เพราะสิ่งเหล่านี้หลักพุทธศาสนาไม่มี ที่จะให้มาสั่งสมเสาะแสวงหาสิ่งเหล่านี้ไม่มี มีแต่ปัดออกๆ เสาะแสวงหาแต่ธรรมโดยถ่ายเดียวเท่านั้น สมชื่อสมนามว่าบวชมาหาอรรถหาธรรม นี้มันไม่ได้บวชมาหาอรรถหาธรรม บวชมาหาแต่มูตรแต่คูถ ชื่อเสียงเรียงนามอะไรก็แล้วแต่เถอะ หาไปเรื่อยๆ เป็นบ้าทางโลกไปหมด ศีลธรรมไม่มีในตัวเลย

         เราอย่าว่าพระมีศีลธรรมนะทุกวันนี้ ผู้ที่เลว เลวขนาดนั้น ใหญ่เท่าไรยิ่งเลว ใหญ่เท่าไรยิ่งเป็นหัวหน้าโจร เป็นมหาโจร ปล้นชาติปล้นศาสนาไปในตัวเสร็จๆ นี่เพราะยศเพราะลาภมันพาให้พระเป็นบ้า จนชาวบ้านชาวเมืองผู้ดีทั้งหลายเขารำคาญ อย่าว่าแต่พระผู้ดีท่านรำคาญเลย ประชาชนเขาก็รำคาญเหมือนกัน เพราะพระกวนบ้านกวนเมืองในสิ่งที่ไม่ใช่ทาง ผิดทาง พวกพระเดียวกันที่เป็นศีลเป็นธรรมดูกันไม่ได้นะเวลานี้ เป็นยังไงจึงเป็นอย่างนั้น พระดูพระดูไม่ได้เลย พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสะอาดสะอ้าน กาย วาจา ใจ ท่านสะอาด กับมาดูที่พวกเลอะๆ เทอะๆ ด้วยกาย วาจา ใจ ความขวนขวายทุกอย่าง มีแต่เรื่องมูตรเรื่องคูถ มันดูกันไม่ได้ นี่ละที่ว่าพระดูหน้ากันไม่ทั่วถึงก็เพราะอย่างนี้เอง

         ผู้ดีก็คือผู้สะอาด ผู้ไม่ดีก็คือผู้สกปรก ความสกปรกกับความสะอาดจะเข้ากันได้ยังไง มันต้องแตกต้องแยกเป็นข้าศึกต่อกัน ชะล้างกันตลอดเวลาอย่างนี้ละ เวลานี้กำลังได้เห็นชัดเจน หลวงตายังไม่ตายได้มาเห็นชัดในคราวนี้แหละ เฉพาะอย่างยิ่งก็คือคราวที่ว่าช่วยบ้านช่วยเมือง เราก็เข้าไปอยู่ในท่ามกลางแห่งมูตรแห่งคูถโดยตรงอย่างนี้ละ ธรรมแท้ท่านไม่เป็นมูตรเป็นคูถนะ ท่านเป็นธรรมล้วนๆ แต่เข้าไปอยู่ในจุดศูนย์กลางของโลกสกปรกก็เลยกลายเป็นสกปรกทั้งเขาทั้งเรา ไม่ทราบจะตำหนิใคร ไอ้เราก็ตำหนิเขา เขาก็ตำหนิเรา

         แต่ที่ว่าตำหนินี้เราเชื่อแน่ในหัวใจของเรา ที่นำธรรมพระพุทธเจ้ามาตำหนิ ไม่มีมลทินแฝงออกมาเลย ความโลภ ความโกรธ หรือว่าความหงุดหงิดฉุนเฉียวในหัวใจ แล้วแสดงออกด้วยกิริยาอย่างนั้นเราไม่มี ถึงจะแสดงกิริยาอะไรก็เป็นเหมือนน้ำชะล้างสิ่งสกปรก สิ่งสกปรกมีมาก น้ำที่ชะล้างก็ต้องลงหนักมือๆ ไปอย่างนั้น ไม่ได้เอาของสกปรกไปโปะกัน เพิ่มกันนะ เอาของสะอาดไปชะล้าง

         พี่น้องทั้งหลายขอให้พากันตั้งอกตั้งใจ หันหน้าเข้าสู่ธรรมนะ เวลาเข้ามาวัดมาวาก็ให้มาเพื่อศึกษา สำเหนียกธรรมอันดีงามอยู่แล้วออกไปประพฤติปฏิบัติ อย่าเอานิสัยสกปรกเข้ามาในวัดในวา คละเคล้าในวัดในวา การแต่งเนื้อแต่งตัวเวลานี้จะดูไม่ได้นะ มันเหมือนลิงเหมือนค่าง ทนดูเอา ครั้นเข้ามาแล้วกิริยายังไงก็ทำไปตามแบบฉบับของตัวที่เคยจนชินชาหน้าด้านไป ไม่ได้ดูหน้าดูหลัง เช่นอย่างตะกี้นี้เอะอะก็มาถ่ายรูปภาพเข้ามานี้ก็ใส่เสียเปรี้ยงละซิ นั่นละมันทนไม่ได้ใส่เสียเปรี้ยง

         นี่ละลัทธิหน้าด้านที่เคยมาในสันดานตั้งแต่เป็นฆราวาส  เวลาเข้ามาในวัดในวามันก็ลืมเนื้อลืมตัวมาตลอด จนกระทั่งพระได้กระตุกเอาบ้าง อย่างกระตุกเมื่อเช้านี้ นั่นละกระตุกให้รู้ตัวนะ ไม่ได้ทำให้เสียหายนะที่ว่านี่ ไม่ได้ว่าให้ใครเสียหาย กระตุกให้รู้เนื้อรู้ตัวว่านี้คือวัด เป็นสถานที่อบรมบ่มนิสัยใจคอให้ดิบให้ดี ถ้าไม่ดีตรงไหนให้แก้ไขดัดแปลงนั้นต่างหาก ที่มาวัดมาวาเพื่อเป็นคติเครื่องเตือนใจ มาสร้างคุณงามความดีด้วยการให้ทาน รักษาศีล ฟังอรรถฟังธรรมเป็นคติเครื่องเตือนใจต่างหากนะ ไม่ได้มาเพื่อจะเอามูตรเอาคูถเข้ามาโปะหัวพระ ดังที่มาอย่างนี้ นี่ใครมาก็เอามูตรเอาคูถมาโปะหัวพระๆ

         การแต่งเนื้อแต่งตัว ขนบประเพณีของชาติไทยเราเวลานี้จะไม่มีเหลือแล้วนะ ขนบประเพณีอันดีงาม ประเทศต่างๆ เขามีขนบประเพณี การแต่งเนื้อแต่งตัว การประพฤติตัวยังไงๆ ประเทศนั้นเมืองนั้นๆ เฉพาะอย่างยิ่งการแต่งเนื้อแต่งตัว เขามีกฎมีระเบียบประจำชาติของเขา แต่ชาติไทยของเรามันมากต่อมาก มากกว่าทุกชาติไปนะ กฎหรืออะไรก็ไม่รู้ เราไม่พูดละกฎนี่นะ มันเลอะเทอะไปหมด อะไรมาก็คว้ามับๆ เอามาอวดกันๆ ลิงอวดลิง ค่างอวดค่าง ของสกปรกมาอวดกัน จะเอาความสะอาดมาจากไหน มันก็มีแต่ความสกปรกเพิ่มเข้าไปโดยลำดับลำดานั่นละ นี่ละที่น่าทุเรศมากอยู่นะ เราก็ไม่พูด นอกจากมาสะดุด อย่างเมื่อเช้าเอาเสียบ้าง ถ้าธรรมดาเราเหมือนหูหนวกตาบอด

การแต่งเนื้อแต่งตัวควรจะคำนึงถึงชาติเจ้าของบ้าง ขนบประเพณีของชาติไทยเราปฏิบัติตัวยังไงบ้างควรจะดู อะไรมาคว้ามับๆ มาคละเคล้ากันแล้วเป็นนครลิงในเมืองไทยเรา มันดูไม่ได้เป็นนครลิงนครสัตว์ อะไรมาคว้ามับๆ มันดูไม่ได้นะ เราเป็นลูกชาวพุทธ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่มีกฎมีระเบียบอันสวยงามสะอาดสะอ้านมากทีเดียว แต่ไม่เห็นติดเนื้อติดตัวของชาวไทยเรา เห็นแต่นิสัยของลิง ของค่างบ่างชะนี คว้ามับๆ เต็มบ้านเต็มเมือง ดูขนบประเพณีอะไรไม่มี การแต่งเนื้อแต่งตัวกี่ร้อยกี่พันราย กิริยาอาการแห่งการแต่งเนื้อแต่งตัวมาแสดงต่อกันไปคนละแบบๆ นี่แสดงว่าไม่มีหลักมีเกณฑ์อะไรเลย อะไรมาก็คว้าๆ ไม่มีเนื้อหนังเป็นของตัวเองเลย มันน่าคิดนะ พี่น้องทั้งหลายขอให้คิด ไม่มีใครพูดอย่างนี้ละ ธรรมพูดได้ นี่เรื่องของธรรมพูดได้อย่างนี้

         พระท่านผู้มีศีลมีธรรมท่านมีกฎมีระเบียบอันเดียวกันเลย การครองผ้าเป็นยังไงๆ ท่านบอกไว้ เช่นอย่างผ้าสบงอย่าให้รุ่มร่ามเกินไป อย่าให้เขินเกินไป ให้นุ่งพอดี ท่านว่ากึ่งแข้ง นี่ๆ ชายสบงมาถึงกึ่งแข้งพอดี ไม่ให้รุ่มร่ามลงไป ไม่ให้ดึงขึ้นไปจนเห็นหีเห็นหำ เข้าใจไหม ไม่ให้รุ่มร่ามลงไปมันดูไม่ได้ ท่านให้นุ่งสบงให้อยู่ในย่านกึ่งแข้ง  นี่ท่านบอก จีวรห้าขันธ์ เจ็ดขันธ์ เก้าขันธ์ เป็นแบบฉบับของท่าน เวลาครองผ้าท่านก้มีแบบมีฉบับ.พระท่านมีแบบฉบับของพระ พระผู้ทรงศีลทรงธรรมแล้วท่านจะมีแบบฉบับอย่างนี้ด้วยกัน

         ดูที่ไหนเราก็ไม่อยากหาดูนักละ เอา ให้ดูวงกรรมฐานสายพ่อแม่ครูจารย์มั่น นี่ละวงของท่านที่เป็นจอมปราชญ์ในสมัยปัจจุบันคือหลวงปู่มั่น พาดำเนินมาอย่างนี้ ดูที่ไหนก็เหมือนกันหมดๆ นี่ระเบียบของท่าน กฎของท่าน กฎของพระท่านเป็นอย่างนั้น แต่ออกจากนี้ไปแล้วเราทราบไม่ได้ ยังได้ยินข่าวว่ายังจะไปหาสั่งเอาผ้าที่ไหนเมืองนอกเมืองนามาตัดสบงจีวร ตัดให้เป็นพิเศษพิสดารอย่างนั้นท่า เราได้ยินเฉยๆ นะเราก็พูด นี่มันกำลังเป็นบ้าหนักเข้าอีกแล้ว เวลานี้มันก็บ้าเต็มตัวแล้วมันจะเอาอะไรมาล้นตัวไปอีกล่ะ บ้านี้มันเต็มตัวแล้ว แล้วจะไปหาอะไรมาให้ล้นตัวจนมองไม่เห็นตัวอีกล่ะ นี่มันอดคิดไม่ได้นะ

         นี่ละกิเลสตัณหามันเย่อหยิ่งจองหองพองตัวตลอดเวลา ต่ำเท่าไรมันยิ่งยกตัวว่าให้สูง สูงไปไหนก็เหมือนยกขี้ขึ้นหัวคน ยกขี้ขึ้นบนหัวคนน่าดูไหม ไอ้ของต่ำนี้ยกขึ้นเป็นของสูงก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ขอให้ท่านทั้งหลายพินิจพิจารณานะ เทศน์อย่างนี้ไม่มีใครเทศน์ละเทศน์แบบหลวงตาบัว เกรงนั้นเกรงนี้ลูบหน้าปะจมูกเสีย นี้ไม่ปะอะไร ธรรมแล้วชะล้างไปได้หมด ไม่ว่าอยู่ที่สูงที่ต่ำธรรมชะล้างได้หมดเลย นี่เรียกว่าธรรม เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้

เมื่อวานนี้ได้เงินสด ๒,๘๘๓,๕๐๐ บาท เงินสดในงานเมื่อวานนี้ ดอลลาร์ได้ ๒๑๙ ดอลล์ ทองคำได้ ๖ กิโล ๑ บาทแต่เขามาถวายเมื่อวานนี้ตอนบ่ายๆ นั้นดูว่า ๑๐ บาท บวกกันแล้วก็เป็น ๑๑ บาท ทองคำก็เรียกว่าได้ ๖ กิโล ๑๑ บาท ๒๗ สตางค์

ทองคำจะได้มาทางไหนก็ตาม คนที่รับใช้เหล่านี้จะเป็นอื่นไปไม่ได้ บอกว่าคอขาดเลย บริสุทธิ์เต็มที่ ผู้ที่รับใช้เราต้องเป็นผู้บริสุทธิ์เต็มที่เหมือนกับเราเองเลยเชียว ถ้าใครมาขัดมาแย้งด้วยความเลอะๆ เทอะๆ ตะกละตะกลาม มาเอาแบบทุจริตอย่างนี้กับเราคอขาดเลย ตั้งแต่บัดนั้นไปคนนี้จะเข้ากับเราไม่ได้เลย ไม่ว่าใกล้ว่าไกล เราไม่มีญาติมีวงศ์ ญาติเราทั่วโลกดินแดน สพฺเพ สตฺตา อันว่าสัตว์ทั้งหลายคำเดียวครอบโลกธาตุ การให้สงเคราะห์ซึ่งกันและกันนี้ต้องเป็นศีลเป็นธรรมเสมอหน้ากันหมดเลย เราไม่มีวรรคมีตอน ไม่มีใกล้มีไกล ว่านั้นเป็นญาตินี้เป็นญาติ เราจะให้คนนั้นคนนี้ ไม่ได้กับเรา เสมอหมด ธรรมเป็นความเสมอภาค นั่นละจึงว่าเป็นที่แน่ใจแก่สัตว์ทั้งหลาย ไม่มีใครมาแบ่งเอาไป ว่าธรรมท่านเอียงไปโน้น ไปหนักทางโน้น ไปเบาทางนี้ ธรรมไม่เสมอใช้ไม่ได้ ธรรมต้องเสมอภาคตลอด

นี่ละที่ใครเอามาอย่างที่เราว่าเขาเอามาทางโน้นก็ตาม ถึงไม่ได้บอกนี้ก็เข้าแล้ว เข้าที่แล้วเก็บแล้วๆ เป็นความบริสุทธิ์สุดส่วนสำหรับเราปฏิบัติหน้าที่ กับคนของเราที่ปฏิบัติต้องเป็นแบบเดียวกัน ใครมาทำพิรุธให้เราเห็น คนนี้ชี้หน้าแล้วไล่ทันที ไม่ให้เข้ามาเลยไม่ให้มาเกี่ยว นี่เราปฏิบัติอย่างนั้น

เพราะฉะนั้นเราจึงแน่ใจว่าทองคำจะมาจากที่ไหน เงินก็ดี ดอลลาร์ก็ดีมาจากทางไหนๆ เราเห็นหรือไม่เห็นก็ดี เขาจะเก็บไว้ตามจุดๆ ที่เคยเก็บๆ เขาจึงมาบอกเราทีหลังเท่านั้นเอง ไอ้เราจะเห็นทุกแง่ทุกมุมไม่เห็น แต่เรื่องก็มาถึงเราทุกอย่างแล้วบริสุทธิ์ทุกชิ้นทุกอัน ให้พี่น้องทั้งหลายทราบ เราถึงได้ชี้นิ้วเลยว่าเราช่วยชาตินี้ ช่วยด้วยความบริสุทธิ์สุดส่วน ที่เราจะมีในใจของเราแม้หนึ่งบาทนี้ไม่มี ไม่เคยมีเลย นี่ละเราตายใจขนาดนั้นช่วยพี่น้องทั้งหลาย เราจึงช่วยด้วยความภูมิใจของเรา เขียนประวัติศาสตร์ก็ได้เรา

ถึงใครจะมาโจมตีหลวงตาบัวว่าเอาเงินไปยังไงต่อยังไงดังที่เขาโจมตี พวกเปรตพวกผี พวกหมาอมขี้มาเห่า มันเห่ามาก็มีแต่ขี้ละ เข้าใจไหม ไอ้เรามีแต่ความจริงล้วนๆ ออกมาแค่ไหนมีแต่ความจริงความจอมปลอมไม่มี เราพูดได้เต็มปาก เราช่วยโลกได้เต็มกำลังความสามารถของเราทุกสัดทุกส่วนตลอดมา และจะตลอดไปถึงวันตายอีกด้วย ชีวิตของเรากับความสุจริตเป็นธรรมล้วนๆ นี้จะเป็นอันเดียวกันตลอดไป กรุณาทราบตามนี้ เอาละทีนี้จะให้พร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก