คัดเลือกผู้นำลงนรกหรือผู้นำไปไหน
วันที่ 10 ธันวาคม 2547 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

คัดเลือกผู้นำลงนรกหรือผู้นำไปไหน

 

ก่อนจังหัน

เราได้เห็นคนเข้าวัดเข้าวา ฟังธรรม จำศีล เราพอใจ รู้สึกว่าชื่นใจด้วยนะ ไอ้เห็นเข้าแต่โรงนรกอเวจีนั่นมันดูไม่ได้ เวลานี้เรียนวิชามามีแต่เรียนวิชาเข้านรกอเวจี ไม่ได้เรียนวิชาเข้าสู่ความสุขความเจริญ มันแหวกแนวๆ มีแต่ความรู้มากๆ ทั้งนั้นในเมืองไทยเรา เรียนมาแล้วพากันจมๆ จนกระทั่งถึงวงรัฐบาล มันจะรวมหัวกันให้ชาติบ้านเมืองจม พูดให้ชัดๆ อย่างนี้ละ ธรรมดูหมดไม่ได้พูดเล่นๆ นะ ดูจริงๆ ธรรม ไม่เอียงหน้าเอียงหลัง ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก มันจะกว้านกันลงนรกให้หมดนั่นแหละไอ้พวกความรู้มากๆ มีแต่พวกดอกเตอร์ด๊อกแต้ทั้งนั้น

ดอกเตอร์ขี้หมาอะไรเราก็ไม่รู้นะ มันเสกสรรปั้นยอกันขึ้นไอ้ดอกเตอร์ด๊อกแต้นั่น เรื่องความสกปรกในหัวใจและความประพฤติมัน เพื่อความจมในตัวเองตลอดส่วนรวม รวมทั้งประเทศชาติ มันเต็มหัวใจๆ เรียนมามีแต่วิชาอย่างนี้แหละเวลานี้น่ะ วิชากิเลสเหยียบหัวคนๆ แล้วก็ภูมิใจว่าเรียนชั้นนั้นชั้นนี้ มันอวดกันหาอะไร นี่ละกิเลสมันชอบอวด ของดีมันไม่เอาละ มันชอบอวดๆ มันทำแต่ของชั่วๆ ว่าเป็นของดี เลอะเทอะนะเมืองไทยเราเวลานี้

นี่กำลังจะคัดเลือกผู้นำ ผู้นำลงนรกหรือผู้นำไปไหนก็ไม่รู้ หรือนำเข้าพุงเจ้าของก็ไม่รู้ มันมีพรรคมีพวกมีคณะอยู่นั้น กว้านเข้ามาๆ เอาตับประชาชนมากินๆ เพราะฉะนั้นการหย่อนบัตรนี้ประชาชน โอ๋ย อกจะแตกนะไม่ทราบจะหย่อนลงตรงไหน เขาบังคับให้หย่อนนี่ ครั้นหย่อนลงไปแล้วก็มีแต่ให้ยักษ์ให้ผีกลืนกันไปกินๆ มันสลดสังเวชนะชาวพุทธเรา มันชาวผีอะไรก็ไม่รู้ ฟังให้ดี ไม่มีใครพูดอย่างนี้ละ นี่ภาษาธรรมฟังเอา ตรงไปตรงมาอย่างนี้ แต่ภาษากิเลสมันหวาน หวานแท้ๆ กินคนก็หวานเลย เลอะเทอะขนาดนั้นนะเวลานี้ ศาสนาถูกเหยียบย่ำทำลายๆ ฟื้นกิเลสที่สกปรกๆ ขึ้นมาโปะหัวกันทั้งประเทศเวลานี้

ฟังให้ดี หลวงตาบัวตายแล้วไม่มีใครพูดอย่างนี้ หาทั่วประเทศไทยไม่มี นี่พูดอย่างจังๆ ตามอรรถตามธรรมร้อยเปอร์เซ็นต์ๆ นี่ละธรรมเป็นอย่างนี้ ไอ้ขี้หมูราขี้หมาแห้งมันเป็นอย่างที่เห็นนี่ เลอะเทอะไปหมดทั้งบ้านทั้งเมือง นี่กำลังเตรียมกัน เดินไปสองฟากถนนมองไปมีตั้งแต่ติดประกาศๆ ช่วยบ้านช่วยเมือง ทวงประเทศไทยคืน ประเทศไทยจมไปไหนจึงทวงคืน ใครทำให้ประเทศไทยจมจึงทวงคืน ทวงคืนมาหาอะไร มันพูดอย่างนั้นซิ ประจบประแจงท่านั้นท่านี้ไอ้พวกเปรตพวกผีนี่น่ะ มันกินแต่ตับแต่ปอดคน กินอื่นมันไม่กินพวกนี้ เอาละให้พร

หลังจังหัน

ผู้กำกับ จากนสพ.พิมพ์ไทย คอลัมน์วิจารณธรรม วันศุกร์ที่ 10 ธ.ค.47

 

อย่าได้คิดขบถต่อแผ่นดินเกิด !

 

กรณีการล้มโรงเรียนวิถีพุทธ ทราบมาว่าได้มีการอ้างชื่อกลุ่มเครือข่ายองค์กรชาวพุทธเพื่อนำมาเป็นน้ำหนักในการล้มโครงการปลูกฝังวิถีพุทธสู่เยาวชนไทย ที่เพิ่งเริ่มดำเนินโครงการยังไม่ได้ครบ 2 ขวบปี ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจนักว่าเขาพวกนี้เป็นกลุ่มบุคคลคณะไหนกันแน่ที่มีความพิเรนๆ ถึงกับพยายามส่งลูกให้กับคนนอกศาสนาเพื่อใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่มาล้มโรงเรียนวิถีพุทธในสังกัดกรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ

ไม่รู้ว่าหลักไตรสิกขาอันเป็นหัวใจของหลักสูตรโรงเรียนวิถีพุทธ มันหนักกระบาลใคร ถึงได้พยายามเหลือเกิน พยายามที่จะเอาประเพณีวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาออกจากหลักสูตรการเรียนการสอนในชั้นเรียนให้จงได้

คนกลุ่มนี้เป็นคนไทยกันหรือเปล่า ?

มือไม่พายแล้วยังจะเอาเท้ามาราน้ำ !

ขอถามสักคำเถอะว่า เคยมีความรับผิดชอบต่อแผ่นดินเกิดกันบ้างมั๊ย ?

เคยสำนึกกันบ้างหรือไม่ว่าวิกฤตศีลธรรมในเด็กและเยาวชนในวันนี้ ได้สร้างความเดือดร้อนต่อสังคมมากมายขนาดไหน ถ้ายังขืนปล่อยเอาไว้อย่างนี้ ยังปล่อยให้เด็กและเยาวชนตั้งอยู่ในค่านิยมที่ผิดๆ ฟุ้งเฟ้อในสิ่งที่ผิดๆ อนาคตของประเทศชาติคงต้องดับวูบภายในไม่ช้า เพราะเด็กๆ เหล่านี้คืออนาคตของชาติ

เคยสำนึกรับผิดชอบต่อปัญหาบ้านเมืองกันบ้างมั๊ย ?

ใครกันเล่าที่ดักขว้างปาก้อนหินใส่รถยนต์ตามถนนหนทาง ใครกันเล่าที่ควบมอเตอร์ไซค์วิ่งแข่งความเร็วกันบนถนนสาธารณะ และใครกันเล่าที่ควบมอเตอร์ไซค์พุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ ถ้าไม่ใช่เด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติไทยเรา

ใครกันเล่าที่ฉุดคร่าลูกสาวชาวบ้านเอาไปกลุ้มรุมข่มขืนทำอนาจาร แล้วใครกันเล่าที่ต้องตกเป็นข่าวฉาวโฉ่ว่าเล่นหนังโป๊หนังลามกอนาจาร ถ้าไม่ใช่เป็นเด็กที่ยังอยู่ในวัยเรียน

กลุ่มพวกเสพยา กลุ่มพวกเล่นการพนัน กลุ่มพวกที่หมกมุ่นอยู่แต่เรื่องอบายมุขและความรุนแรงทั้งหลาย กลุ่มนี้พวกนี้ไม่ใช่เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ล้วนแต่เป็นเด็กซึ่งเป็นอนาคตของชาติทั้งนั้น

อย่าเที่ยวไปโทษเด็กๆ เหล่านั้นว่าเป็นเด็กไม่รักดี หรือเป็นเด็กเกเรใช้ไม่ได้ ควรที่จะส่งตัวเข้าดัดสันดานหรือกักขังไว้ในสถานพินิจ  เด็กๆ เหล่านี้เขาขาดการปลูกฝังสิ่งที่ดีงามในจิตใจต่างหาก เขาขาดการเรียนรู้ที่ดี เขาขาดความรู้ในเรื่องวิถีพุทธ และเขาก็ไม่รู้จักกับวิถีชีวิตที่แท้จริงของคนไทย

กว่าที่กระทรวงศึกษาธิการและมหาเถรสมาคม จะให้การยอมรับกับโครงการโรงเรียนวิถีพุทธนั้นแสนจะยาก เมื่อดำเนินโครงการมาจนเป็นรูปเป็นร่างเป็นรูปธรรมดีแล้ว กลุ่มคนพวกนี้ยังจะมาลบทิ้ง มันเป็นการสมควรแล้วหรือ

แม้หัวใจหลักของพระพุทธศาสนาคือไตรสิกขา อันได้แก่หลักของ ศีล สมาธิ ปัญญา พวกคุณก็ยังยอมรับกันไม่ได้ อยากทราบนักว่าหัวจิตหัวใจของพวกคุณไปรับเอาลัทธิป่าเถื่อนมาจากไหน ทำไมถึงมากีดกั้นเด็กและเยาวชนไม่ให้ได้เรียนรู้ถึงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

โรงเรียนวิถีพุทธเป็นโรงเรียนที่มุ่งให้ผู้เรียนได้ปัญญาทั้ง 3 ประการด้วยกัน คือ  1. สุตมยปัญญา ความรอบรู้อันเกิดจากการรับข้อมูลหรือรู้จักจำ 2. จินตามยปัญญา ความรอบรู้อันเกิดจากการคิดหรือรู้คิด 3. ภาวนามยปัญญา ความรอบรู้อันเกิดจากการทำหรือรู้ทำ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “ปญฺญา สุตวินิจฺฉีนี” แปลว่า “ปัญญาเป็นเครื่องวินิจฉัยสุตะ” หมายความว่า จินตามยปัญญามีหน้าที่ตรวจสอบด้วยวิจารณญาณ เมื่อพินิจพิจารณาดีแล้วจึงลงมือปฏิบัติ ดังนั้นผู้ที่เรียนในโรงเรียนวิถีพุทธจึงมีความยั้งคิดก่อนที่จะกระทำการใดๆ ลงไป

หลวงตา สุตมยปัญญา ปัญญาเกิดขึ้นจากการได้ยินได้ฟัง จินตามยปัญญา ปัญญาเกิดขึ้นจากการคิดอ่านไตร่ตรอง ภาวนามยปัญญา ปัญญาเกิดขึ้นจากการภาวนา ดังพระพุทธเจ้าของเราเป็นศาสดาเอกของโลก เกิดขึ้นจากภาวนามยปัญญา สำคัญมากอันนี้ ปัญญานี้เกิดขึ้นแล้วครอบโลกธาตุ...ภาวนามยปัญญา อันหนึ่งอันสองเป็นพื้นฐานค่อยไสเข้าไป พอไปถึงภาวนามยปัญญานี้แตกกระจายครอบโลกธาตุ ใครยังไม่เคยภาวนาให้ภาวนาเสียบ้าง อย่าหาตั้งแต่ศาสนาเปรตศาสนาผีเข้ามาเหยียบย่ำทำลายพุทธศาสนา ซึ่งเป็นองค์ภาวนามยปัญญา เป็นศาสนาที่เอกออกจากภาวนามยปัญญา เดี๋ยวนี้มันกำลังเอาศาสนาพวกขี้หมูขี้หมาสัตว์เดรัจฉานเข้ามาเหยียบพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาเอกนะเวลานี้ เหยียบเข้ามาทุกด้านทุกทาง นี่ก็ไม่ทราบว่าจะเอาศาสนาไหนมาประชันขันแข่งกันกับพุทธศาสนาเรา พวกเปรตพวกผีกำลังดันเข้ามาหาพุทธศาสนาที่เป็นศาสนาชั้นเอก นำโลกให้มีความสงบร่มเย็นมามากต่อมาก สามโลกธาตุพระพุทธเจ้าสอนให้ได้รับความสงบร่มเย็นทั่วหน้ากัน อันศาสนาเหล่านั้นมันสอนใครที่ไหนให้ได้รับความร่มเย็น นอกจากจะไปรุกรานศาสนาต่างๆ แล้วก็เหยียบเข้ามาหาพุทธศาสนานี่เท่านั้นไม่มีอะไร เอ้า อ่านต่อไป เราสอดเข้าไปนี้สักหน่อยเถอะมันคันฟัน พูดตรงๆ ภาวนามยปัญญาเกิดจากไหน อยากว่าอย่างนี้นะ มันไม่เคยภาวนาแล้วมาเหยียบย่ำทำลายไปหมด เอ้าว่าไป

ผู้กำกับ เมื่อมีปัญญาพิจารณาดีแล้ว จะกระทำความชั่วไม่ได้ !

เป็นที่น่าเสียดายเพียง 1 ปี มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการโรงเรียนวิถีพุทธมากถึง 15,000 โรงเรียน (นับถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2547)

หลวงตา โรงเรียนวิถีพุทธเราเห็นด้วยทันที ศาสดาพาเห็นด้วยเราเห็นด้วยทันทีเลย พวกนี้มันไม่เคยภาวนามีแต่เหยียบลงๆ เอ้าว่าไป

ผู้กำกับ และก็เป็นที่เสียใจยิ่งที่กลุ่มคนเพียงไม่กี่คนจะมาล้มโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ !!

 

                                                                        ณ. หนูแก้ว

         หลวงตา ก็อย่างนี้แล้ว เหมือนไม้ขีดไฟก้านเดียวสองก้านเผาได้หมดศาลาหลังนี้ เข้าใจไหม นี่พวกเผาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือพวกนี้เอง มีใครบ้างบอกชื่อมันมา เราจะได้อธิบายชื่อมันสักหน่อย ออกถึงโคตรถึงแซ่มันเลย ไอ้พวกไม้ขีดไฟห้าก้านหกก้านนี่ มันเผาได้ทั้งชาติ ทั้งศาสนา หมดเลยละไม้ขีดไฟ นี่ละตัวมหาภัยเวลานี้ มันกำลังเกิดขึ้น ฟังนะพี่น้องทั้งหลาย เราเป็นผู้รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องฟังให้ดีให้ถึงใจ ค้านจังๆ เลย เราเป็นผู้รักษาอยู่มาทำลายหาอะไร ศาลาหลังหนึ่งสร้างนี้หมดกำลังไปเท่าไร หมดเงินไปเท่าไร ไม้ขีดไฟมันมีประโยชน์อะไร มันมีแต่เป็นมหาภัยเท่านั้นเข้าเผา อันนี้ก็มหาภัย พวกมหาภัยกำลังเผาอยู่เวลานี้ เอ้า อ่านต่อไป เราจะค่อยแทรกเข้าไป

ผู้กำกับ จบแล้วครับ

หลวงตา โอ๊ย เสียดาย อยากให้อ่านอีกวะ อย่างนี้ซิฟังแล้ว ก็ยังดีนะยังมีผู้ค้านกันอยู่ ยังดีอยู่นะ ไม่ได้ปล่อยให้มันเหยียบเสียทีเดียวๆ หัวคนทั้งประเทศให้มันเหยียบหมดได้เหรอ มันได้หัวหมามาจากไหนพอเราจะเหยียบมันไม่ได้ เข้าใจไหม มันก็เหยียบเหมือนกันละซิ ว่าไปอย่างนั้นแหละกับโลกอันนี้ โลกฟืนไฟเผาไหม้กัน โห เรื่องพุทธศาสนาเป็นของเล่นเมื่อไร ที่ไหนไม่มีพุทธศาสนา ที่นั่นจะร้อนเป็นไฟไปนะ พุทธศาสนามีที่ไหนจะมีที่ร่มเย็น เหมือนน้ำดับไฟ เป็นของเล่นเมื่อไรพุทธศาสนา

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลก นั่นเป็นยังไง นี่ละจอมปราชญ์ของโลกนี้ไม่มีใครเสมอพระพุทธเจ้า จอมปราชญ์จากพุทธศาสนาคือท่านผู้รู้จริงๆ ไม่ใช่รู้แบบหลอกลวงแบบเผาบ้านเผาเมืองอย่างนี้ ความรู้เหล่านี้เป็นไฟทั้งนั้นเผาไปหมด ความรู้ขุยไม้ไผ่ เคยเห็นไหมไม้ไผ่ ไม้ไผ่จะหนาแน่นขนาดไหนก็ตาม ถ้าเกิดขุยขึ้นมาแล้วตายหมดเลยไม่มีเหลือ อันนี้ก็ความรู้ขุยไม้ไผ่เผาแหลกไปหมด ตายไปหมดเลยละ เผาบ้านเผาเมือง มีอะไรอีก

ผู้กำกับ อยากกราบเรียนเพิ่มเติมครับ สมัยก่อนไม่มีละครับที่ว่าเอาก้อนหินปาใส่รถยนต์ขณะกำลังแล่น แล้วพวกมอเตอร์ไซค์ซิ่งแข่งกันบนท้องถนน ไม่คำนึงว่าทรัพย์สินและชีวิตใครจะเสียหายหรือเป็นอย่างไรบ้าง ฯ เขาก็เอาโรงเรียนวิถีพุทธมาสอนเพื่อให้เด็กมีศีลธรรม จริยธรรม แต่ก็มีคนบางกลุ่มบางพวกซึ่งไม่ต้องการให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาล้มโครงการนี้

หลวงตา ปัดมันลงทะเล มีกี่คนปัดมันลงทะเลทั้งโคตรของมันอย่าเอาไว้ โคตรนี้โคตรฉิบหาย โคตรทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่าเอาไว้ ไปหาตัวมันมา ไม่มีใครปัดเราจะปัดให้คนเดียวลงหมดโคตรเลย มันมีกี่โคตรพวกนี้น่ะ โคตรทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นี่ ปัดลงให้หมด ไม่อย่างนั้นฉิบหายทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่มีเหลือละ เหลือก็เหลือตั้งแต่ไอ้พวกหางงอๆ หางสั้นหางยาว นั่นเขาเรียกว่าหมา หางหลายประเภท

เล่นกับโลกก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ก็เราไม่มีอะไรกับโลก พูดจริงๆ นะ ฟังแต่เรื่องสกปรก เรื่องฟืนเรื่องไฟเผาไหม้กันตลอดเลย น่าทุเรศนะ นี่ก็ยังดียังมีหลวงตาบัวว้อๆ อยู่ตรงท่ามกลางชาติไทยของเรานี้ ทางศาสนาหลวงตาบัวก็ออกว้อๆ ดีไม่ดีทางชาติยังออกอีก ถ้าขวางธรรมแล้วออกทั้งนั้น มันจะมาเผาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรารักสงวนมากขนาดไหน ศาสนานี้เป็นเครื่องรักษาทุกสิ่งทุกอย่าง ใครมีศาสนารักษาตนได้ รักษาหน้าที่การงานทุกสิ่งทุกอย่าง การอยู่การกินใช้สอย การประพฤติเนื้อประพฤติตัวจะเรียบร้อยไปเลยคนมีศาสนา คนไม่มีศาสนาฉิบหายทั้งตัวและผู้อื่นนั่นละ ไม่มีอะไรเหลือ ศาสนาจึงเป็นของจำเป็นมาก ขอให้ส่งเสริมศาสนาขึ้นภายในตัว เราจะแคล้วคลาดปลอดภัย ความประพฤติ หน้าที่การงานทุกอย่างจะเรียบร้อยไปหมดถ้ามีศาสนา มีสติปัญญาพิจารณาไตร่ตรองผิดถูกชั่วดีติดตามกันไปด้วย สิ่งใดไม่ดีไม่ทำ นั่น เรียกว่าศาสนากลั่นกรองที่สุด ละเอียดที่สุดคือพุทธศาสนาของเรานั่นละ เอาแค่นี้ละวันนี้ พูดเท่านี้ก็เป็นเทศน์กัณฑ์หนึ่งแล้ว

หลวงตาไม่มีอะไรติดมือเลยนะ ไม่มี เราพูดจริงๆ เราปล่อยหมด มีแต่เสียสละให้ประเทศชาติบ้านเมือง พอดีไปเมื่อวานไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเขาขี่มอเตอร์ไซค์ขายของอยู่ตามถนน เราก็ไปจอดรถซื้อของเขา อันใดที่ควรจะเอาก็เอาๆ นี่ราคาเท่าไร เขาว่าสามร้อยบาท เราเลยให้พันบาท (สาธุ) อย่างนั้นละยังบอก เมตตาไปไหนเป็นอย่างนั้นนะ ให้พันบาท เราเอามาแต่ของที่จำเป็นนอกนั้นก็ให้เขาเอาไป ไม่เอาหมดแหละ ก็ซื้อด้วยเมตตาจะไปเอาอะไรนัก เอามาพอเป็นเครื่องหมาย(ว่าซื้อ) เท่านั้นเอง ไปที่ไหนเป็นอย่างนั้น หลวงตานี้ไม่มีอะไรติดเนื้อติดตัวละ เพราะอำนาจแห่งเมตตาธรรมนี้กระจายออกหมดเลย ท่านทั้งหลายไม่เคยเห็นเห็นเสีย นี่ละภาวนามยปัญญา ออกจากภาวนามยปัญญา สุตมยปัญญา จินตามยปัญญา ภาวนามยปัญญา

ภาวนามยปัญญาดังพระพุทธเจ้า สาวกอรหันต์ท่าน ปัญญาเกิดขึ้นจากการภาวนา กระจายไปหมดเลย นี่ก็พูดให้มันตรงเราจวนจะตายแล้ว เปิดออกด้วยภาวนามยปัญญา เทศน์มานี้กี่ปีกี่เดือนแล้วฟังซิ จนกระทั่งป่านนี้ เราไม่เคยคิดว่าเป็นของเก่าของใหม่ อาจงัดของเก่าออกมาเทศน์ด้วยก็ได้ แต่เราว่าเราเทศน์ไม่จบ นั่นเห็นไหมล่ะ นี่ก็ภาวนามยปัญญา เราปฏิบัติมาอย่างนี้ พิจารณามาอย่างนี้ เรียนวิชาทางไหนเราก็เรียนมา เอามาผ่านกับด้านภาวนามยปัญญา พอผ่านภาวนามยปัญญา ภาวนามยปัญญานี้ครอบหมดเลย แตกออกจากนี้แล้วก็กระจายออกไปหมดเลย นั่นภาวนามยปัญญา ไม่มีสิ้นสุดนะ เพียงตัวเท่าหนูมันก็เป็นอยู่ในหัวใจนี้ พระพุทธเจ้าองค์ศาสดาจะเป็นอย่างไรบ้าง พิจารณาซิ

นี่ละภาวนามยปัญญา นี่วิถีพุทธศาสนา วิถีพุทธศาสนาเป็นอย่างนี้ ไม่ได้ทำคนให้โง่นะ วิถีพุทธ เป็นวิถีที่ทำคนให้เฉลียวฉลาด รอบคอบในตัวเอง ผิดถูก ชั่วดีรู้ๆ รู้รอบกระจายออกไปข้างนอก ผิดถูกชั่วดีก็รู้ ควรแนะก็แนะ ควรสอนก็สอน พาดำเนินไปยังไงก็ดำเนินไปในทางที่ถูกที่ดีทั้งนั้น นี่เรียกวิถีพุทธ

วีถีผี วิถีเปรต วิถียักษ์ มันมาค้านอย่างนี้ละ จะลบล้างวิถีพุทธออก เขี่ยมันลงทะเล มันมีกี่คน ถ้ามีน้อยคนเรียกโคตรมันมาอีก เขี่ยลงให้หมด อย่าให้มันเหลืออยู่แดนแห่งพุทธศาสนาของเราเลยคนประเภทนี้ คนขวางชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่าเอาไว้ มันฉิบหายจริงๆ นะ ถ้าปล่อยพวกนี้ไว้แล้วฉิบหายหมดไม่มีอะไรเหลือ ต้องเขี่ยออก หาแต่ของดีมาไว้ประดับบ้านเมืองไม่เฟ้อ ของชั่วนี้อันเดียวก็เฟ้อแล้ว ถ้ามามากกว่านั้นฉิบหาย

ของดีไม่มีคำว่าเฟ้อ ธรรมไม่เคยเฟ้อ แต่กิเลสเฟ้อตลอด อยู่ในหัวใจของคนใดทำเจ้าของให้หมดค่าหมดราคา เฟ้อแล้วนั่น มีเท่าไรๆ เฟ้อไปหมด ธรรมนี้มีมากเท่าไรยิ่งดียิ่งเด่น ยิ่งเลิศยิ่งเลอ ไม่มีคำว่าเฟ้อ เข้าใจเหรอ เอาละพอ ว่าจะหยุดมันก็หยุดไม่ได้ละเดี๋ยวก็แหย่เข้ามา พอจะหยุดแล้วแหย่เข้ามาเรื่อย มันก็ออกเรื่อยละซิ

อย่างนี้ละสอนโลก สอนอยู่อย่างนี้ตลอด วันหนึ่งๆ ออกทั้งทางชาติ ทางศาสนา เป็นจุดศูนย์กลางของประเทศไทยเลย ทางชาติก็ไม่พ้นที่จะเข้าไปแนะนำตักเตือนหรือดุด่าว่ากล่าว ทางศาสนาก็เหมือนกัน มันมีความสกปรกอยู่ในนั้นเหมือนกัน ต้องกลั่นกรองออกไปเรื่อยๆ คัดออกๆ เพราะฉะนั้นการเทศน์จึงต้องได้มีอยู่ตลอดเวลา วันนี้ก็มีอีกแบบหนึ่ง เจ้าของเทศน์แล้วจำไม่ได้ พอพูดแล้วจบหายเงียบเลย วันหลังขึ้นใหม่ๆ งัดเอาของเก่ามาขึ้นก็ไม่รู้ เป็นอย่างนี้ละ เอาละให้พร

โยม ขอโอกาสเจ้าค่ะ เจน บราวน์ ลูกศิษย์จากอังกฤษ เขาเขียนจดหมายมาบอก กราบขอบพระคุณซาบซึ้งพ่อแม่ครูจารย์มาก เพราะว่า (ซาบซึ้งเรื่องอะไร) เรื่องสามีเขาซึ่งไม่ได้เข้าวัด ไม่ได้เข้าศาสนา เดี๋ยวนี้ไปวัดกับเขาแล้ว ไปฟังเทศน์ ไปรับพรกับเขาด้วย  เขาว่าสามีนั้นซาบซึ้งพ่อแม่ครูจารย์มากที่เมตตาสั่งไปบอกว่า ให้เจนเชื่อฟังสามี ที่ว่าไม่ต้องให้มาเมืองไทย ให้ภาวนาอยู่กับบ้าน ให้มีความสุขกันสองคน เขาซาบซึ้งมาก เขาซาบซึ้งพ่อแม่ครูจารย์มาก

หลวงตา เออ เอาละ เราขอฝากไปว่า หลวงตาพอใจในความซาบซึ้งของเขา

นี่ไปก็ไปทำประโยชน์นะ ไปช่วยในที่ต่างๆ ทุกวันๆ เมื่อวานนี้ไปโรงพยาบาลภูเรือ ได้ให้เงินหมื่นนึง ของที่เอาจากมอเตอร์ไซค์เขานั้น ก็เอาไปให้โรงพยาบาล เลยได้ให้เงิน หมื่นหนึ่งเมื่อวานนี้ ไปให้โรงละหมื่นๆ ถ้าโรงไหนจำเป็นมากเพิ่มเข้าอีก ไปอย่างนั้นทุกวันๆ ว่างเมื่อไรไปเลย นี่ละอำนาจแห่งความเมตตาจึงบอกแล้ว เราไม่เคยกลัวหมดกลัวยังนะ มีแต่จะเอาจะให้ทั้งนั้นๆ คือ เอามาเพื่อให้ๆ ทั้งนั้น ไม่เคยคิดว่ากลัวว่าจะหมดอย่างนั้นหมดอย่างนี้ ถ้าคิดอย่างนั้นแล้ว ทำไม่ได้นะ อันนี้มีแต่จะทำๆ อย่างเดียว เป็นอย่างนั้นละ เอาละที่นี่นะ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก