หลักของผู้นำ
วันที่ 13 มกราคม 2548 เวลา 8:35 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

หลักของผู้นำ

 

ก่อนจังหัน

พระให้ตั้งใจภาวนานะ พระวัดนี้มีหน้าที่ภาวนาชำระกิเลสโดยถ่ายเดียว ไม่ให้มีงานยุ่งๆ เหยิงๆ งานสกปรก งานโลกงานสงสาร ยุ่ง ให้มีแต่งานชำระกิเลส ความสกปรกของกิเลสมันทำให้ยุ่งให้เป็นทุกข์ อยู่ที่ไหนให้มีสติ อย่าลืม คำว่าสติเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อไร ศาสดาองค์เอกและ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ มีแต่ท่านผู้บำเพ็ญสติจนกระทั่งเป็นมหาสติแล้วมาสอนพวกเราทั้งนั้นแหละ อย่านอนใจนะ

เรามองดูพระดูเณร มองดูเรามองดูพระดูเณรมันดูไม่ได้นะเดี๋ยวนี้ เลอะเทอะขนาดนั้นละพุทธศาสนาในเมืองไทยเรา ดูตั้งแต่วัดป่าบ้านตาดนี้ออกไป จนจะดูไม่ได้นะดูพระ มันเลอะขนาดนั้น เลวที่สุด สกปรกที่สุด หน้าด้านที่สุดพระเวลานี้ โหย น่าทุเรศจริงๆ เหยียบหัวพระพุทธเจ้าไปตลอดเวลาโดยข้ามเกินธรรมวินัย ไม่สนใจธรรมวินัยยิ่งกว่าความสกปรก พากันตั้งใจให้ดี  ภาวนา อย่าปล่อยเวล่ำเวลาให้เสียไปเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร เอาละให้พร

หลังจังหัน

         ทองเราก็ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นะ ตั้งแต่ให้มีทองประเภทน้ำซับน้ำซึม ค่อยๆ มาเรื่อยๆ นะ ถ้าหยุดแค่ที่ว่านั่นแล้วก็ขาดไปเลย และขาดไปตลอด ทั้งๆ ที่ทองคำเรามีในคลังหลวงน้อยมาก เพราะฉะนั้นเราจึงได้รบกวนบรรดาพี่น้องทั้งหลาย เพื่อหัวใจแห่งชาติไทยของเราคือทองคำ ให้มีหนุนไว้ๆ  เรื่องว่าเลิกแล้วมันก็ไม่แล้ว มันเป็นห่วงอยู่ภายใน เราไปเห็นเองนั่นซี คนอื่นคนใดมาเล่าให้ฟังเป็นอีกอย่างหนึ่ง นี้เราไปเจอเองประจักษ์ตาเราแล้ว มันเลยติดหูติดตาอยู่อย่างนั้น เพราะฉะนั้นจึงได้รบกวนบรรดาพี่น้องทั้งหลายเรื่อยๆ มา ก็รู้สึกว่าได้มาตลอดที่ว่าประเภทน้ำซับน้ำซึม ทองคำประเภทน้ำซับน้ำซึม มันก็มาแบบนั้นละ มาแบบน้ำซับน้ำซึมไม่ขาด มาอยู่เรื่อยๆ ดูเหมือนแทบไม่ขาดวัน วันเล็กวันน้อยประเภทน้ำไหลซึม ซึมเข้ามา

ตั้งแต่หลังจากเรามอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้มาอีกประเภทน้ำไหลซึม ทองคำประเภทน้ำซับน้ำซึมนี้ได้ถึง ๕๐ กิโลเดี๋ยวนี้นะ หลังจากเรามอบเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ขอให้เป็นประเภทน้ำซับน้ำซึม มันก็เลยซึมมาเรื่อย ได้ ๕๐ กิโลแล้ว ถ้าไม่ขอให้เป็นอย่างนี้ก็ไม่ได้เลย ก็จะขาดอยู่อย่างนั้นตลอดไป พอขอให้เป็นอย่างนี้ก็ค่อยซึมเข้ามาเรื่อยๆ ก็ค่อยหนาแน่นขึ้นๆ มา เราเป็นห่วงบรรดาพี่น้องลูกหลานชาวไทยเรา กาลยืดยาวนานความแน่นหนามั่นคง ความอบอุ่นแห่งชาติไทยของเรา รวมแล้วจะอยู่ที่จุดไหน ก็มาจุดที่ทองคำละซี เราจึงได้ออดได้อ้อนพี่น้องทั้งหลายเสมอมา ถ้าไม่ได้ระยะนี้ก็จะไม่ได้เลย

คิดดูซิทองคำใครเคยเอามาให้เป็นกอบเป็นกำแต่ก่อน ไม่มี ทีนี้พอพี่น้องทั้งหลายเราได้ร่วมมือร่วมใจกันช่วยชาตินี้ ทองคำได้มาตั้ง ๑๑ ตัน ของเล่นเมื่อไร แล้วยัง ๓๗ กิโลครึ่งอีก และยังประเภทน้ำซับน้ำซึมมาอีก แน่ะอย่างนั้นแล้ว แต่ก่อนไม่เคยได้ นี่ก็ยังได้ตั้ง ๑๑ ตัน แล้ว ถ้าหากว่าเราปล่อยไปเสียเลยทั้งๆ ที่ขาดอยู่ มันก็จะขาดอยู่อย่างนี้ต่อไป เมื่อยังพอเป็นไปได้อยู่เราจึงได้พิจารณา ประสานให้มันค่อยเป็นไปๆ อย่างนี้ เป็นประเภททองคำน้ำซับน้ำซึมไป มันก็ไม่ได้ล่าได้สายอะไรนี่ ไม่รีบไม่ด่วนไม่เร่ง ค่อยเป็นค่อยไป มันก็ค่อยมา ตั้งแต่มอบเดือนเมษามานี้ ก็ได้ ๕๐ กิโลแล้ว นี่ละประเภทน้ำซับน้ำซึม เรายังคิดว่าจะได้อีกๆ อยู่

เราต้องคิดซิ เราอยู่ในบ้านอยู่ในเมือง อยู่ในชาติของเรา เราต้องคิดถึงบ้านถึงเมืองถึงชาติของเรา สังคมครอบครัวของเรา คิดย้อนหน้าย้อนหลังซิเราเป็นเจ้าของ จะอยู่เฉยๆ ไม่เหมาะนะเราเป็นเจ้าของ ปู่ย่าตายายที่ท่านพาถ่อพาพายมาท่านเป็นเจ้าของมา ท่านรับผิดชอบมาเรื่อยๆ แล้วพวกเราลูกหลานไม่รับผิดชอบต่อสายกันไปมันก็ฉิบหายได้ ต้องต่อสืบทอดกันไป ต้องคิดพวกเรา คิดทุกคนนะ คิดเพื่อความแน่นหนามั่นคงแห่งชาติของตน แล้วยังต้องคิดถึงความสงบสุขของบ้านเมืองอีก ต้องคิดหลายแง่หลายทาง อย่าเอาแต่ความอยากความทะเยอทะยาน ความเอาตามใจชอบๆ ความตามใจชอบมันมีแต่ฝ่ายต่ำนะ ไม่ได้มีฝ่ายสูงคือธรรมแทรกเลย ถ้ามีธรรมแทรกเข้าไป ถึงฝืนก็ฝืนเป็นยาๆ ไปเรื่อย ขมก็ขมเป็นยา เป็นอย่างนั้นนะ จึงควรพิจารณาพี่น้องทั้งหลาย

เราก็ได้อุตส่าห์พยายามช่วยพี่น้องทั้งหลายมาเป็นเวลานานแล้ว เฉพาะที่เปิดเผยชัดเจนนี้ก็เป็นเวลา ๖ ปีแล้ว เรียกว่าเราทุ่มลงทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อพี่น้องลูกหลานไทยเรานั่นแหละ เราไม่ได้เพื่อเรา เราพูดตรงๆ แม้เม็ดหินเม็ดทรายเราบอกตรงๆ เราไม่ได้เพื่อเรา เราพอทุกอย่างแล้ว นี้เราเพื่อลูกเพื่อหลานพี่น้องชาวไทยเรา ควรดุเราดุ ควรว่า-ว่า ดุก็ดุเพื่อดี ว่าก็ว่าเพื่อดี ไม่มีอะไรเสียหาย ภาษาธรรมเป็นอย่างนั้นนะ ภาษาธรรมไม่เสียหาย ถ้าภาษาของกิเลสนี้แหลก แหลกไปเรื่อยๆ แหละ แต่ใครก็ชอบแต่ภาษากิเลส มันถึงได้เดือดร้อนชาติของเรา อะไรก็บกพร่องๆ เพราะใครก็จะเอาๆ ไม่หามา มีแต่จะเอา กินตับกินปอดกันเข้าไป ไม่มีที่กินก็มากินตับกินปอดกันเอง

มันก็ไม่พ้นไปได้แหละ ในฐานะที่เรามีศาสนา เราเป็นลูกชาวพุทธ ทีนี้ลูกชาวพุทธผู้ที่นำธรรมะออกมาก็ต้องเป็นฝ่ายพระฝ่ายครูอาจารย์เสียมากต่อมาก อันนี้ก็อยู่ในนามของเราที่ช่วยพี่น้องทั้งหลายทั้งทางโลกทางธรรม เราช่วยจริงๆ เราไม่ได้ทำลายนี่นะ สิ่งที่ทำลายไม่มีในจิตของเราแม้เม็ดหินเม็ดทราย ไม่มีเลย จะดุจะด่าจะเด็ดจะเดี่ยวขนาดไหน หรือคัดค้านต้านทานอะไร ก็เพื่อความดีงาม เพื่อความมั่นคง เพื่อความราบรื่นไปทุกสิ่งทุกอย่าง เราไม่ได้เพื่ออะไรนะการสอนพี่น้องทั้งหลาย

ที่เราออกช่วยชาตินี้เราก็ได้คิดไว้แล้วแต่ต้น ก็เป็นไปตามที่คิด ที่ว่า เอ้า จะนำ พอว่าเราจะเป็นผู้นำ เวลานี้สมบัติเงินทองข้าวของของเรานี้จนจะไม่มีลมหายใจอะไรเหลือแล้วในคลังหลวงของเรา แล้วจะทำยังไง ต่างคนต่างหายใจอยู่ทุกคนนี่นะ เมื่อไม่มีลมหายใจจะหายใจมาจากไหน จะเอาลมมาจากไหนในเมื่อไม่มีลม เอ้า ขวนขวายหาลม คือสมบัติเงินทองที่บกพร่องสาบสูญไปๆ จนจะไม่มีอะไรเหลือติดชาติทั้งชาติ ชาติไทย ๖๒ ล้านคนฟังซิ จะไม่มีอะไรติดเนื้อติดตัวมันดูได้ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นจึงบอกว่า เอ้า จะนำ ได้มากได้น้อยเท่าไรก็นำ จะเป็นผู้นำขวนขวายหาสมบัติเข้ามาสู่ลมหายใจของเรา นี่โลกทั้งหลายก็ทราบกันหมดแล้ว พอว่าอย่างนั้นก็แสดงถึงด้านวัตถุ เงินทองข้าวของต่างๆ ที่เข้ามาหนุน แต่ธรรมะคนจะไม่คิดนะ เราคิดพร้อมหมดเลย เห็นไหมล่ะ คราวนี้ธรรมะจะได้ออกพร้อมกัน

ชาวพุทธเราเหินห่างจากธรรมนี้มาก เพราะฉะนั้นถึงได้เดือดร้อนถึงขั้นจะล่มจม นี้เพราะเรื่องของกิเลสไม่ใช่เรื่องของธรรม ธรรมไม่ได้เข้าไปแทรกเลย ทีนี้เวลานำนี้ธรรมจะแทรกไปพร้อมกัน คราวนี้คราวธรรมจะได้ออกสู่ตลาดของประชาชนทั่วประเทศไทยเราเป็นอย่างน้อย มากกว่านั้นก็ออกไปเมืองนอกเมืองนา จะกระจายออกไปแหละ ไปที่ไหนก็ต้องเทศน์ใช่ไหมล่ะ ๖ ปีเต็มนี้เทศน์มาสักกี่กัณฑ์ พิจารณาซิ ถ้าพูดถึงคัมภีร์จนจะแบกไม่ได้นั่นนะ มันหนักต่อหนัก เทศน์มามากต่อมาก นี่ละธรรมะออก ธรรมะไปพร้อมกัน

วัตถุก็ค่อยเป็นค่อยไป ส่วนใหญ่หยุดไปแล้ว ส่วนด้านธรรมะนี้ไม่ได้หยุด ยิ่งออกเรื่อยๆ ทุกวัน ออกทั่วโลกจะว่าอะไร อินเตอร์เน็ตหรืออะไร เมืองนอกเมืองนาเขาได้ยินได้ฟังไปหมด เขาพูดมาเขาบอกมาชัดเจนเลย มีพยานอย่างนั้นละ เขาพออกพอใจ คือเขาอยู่เมืองนอกไม่มีเพื่อนมีฝูงเหมือนอยู่เมืองไทยเรา ไปที่ไหนเมืองไทยเราเป็นเมืองสมัครสมาน เมืองชาวพุทธ ไปที่ไหนสนิทสนมกันไปหมด เรื่องธรรมเป็นอย่างนั้น ไม่ได้มียิงเขี้ยวยิงฟันใส่กัน หน้าบึ้งหน้าเบี้ยวใส่กัน มียิ้มแย้มแจ่มใส เขาจึงเรียกเมืองไทยเป็นเมืองยิ้ม ก็ยิ้มละซี คนมีธรรมต้องยิ้มได้ซิ คนมีแต่ทุกข์จะยิ้มได้ยังไง นั่นมันเอานั้นออกตอบกัน เมืองไทยเราเป็นอย่างนั้นเรื่อยมาจนกระทั่งป่านนี้

ทีนี้เมื่อธรรมออกไปแล้วก็ยิ่งประสานสิ่งเหล่านี้ให้แนบเนียน ให้ละเอียดสุขุมเข้าไป การปฏิบัติไปตามก็ค่อยเป็นไปๆ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ค่อยดีขึ้นๆ เรานำพี่น้องทั้งหลายเรากล้าพูดได้ทุกอย่าง ไม่ว่าเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดขนาดไหน เราไม่มีเรื่องกิเลสเข้ามาแฝงในหัวใจเราเลย เรามีแต่ธรรมล้วนๆ ออกสอนโลก ไม่ว่าจะเป็นการคัดค้านต้านทานแบบไหนก็ตาม เป็นเรื่องของอรรถของธรรมที่จะให้เป็นความแน่นหนามั่นคงในชาติของตน หรือในจิตใจของคนเท่านั้น เราไม่ได้เพื่อทำลาย เพราะฉะนั้นเราถึงพูดได้เต็มปากทุกอย่าง ถ้าเป็นธรรมเราพูดได้ทั้งนั้น เพราะธรรมนี้เหนือกว่าทุกอย่างแล้วในโลกอันนี้

เช่นอย่างเรามาเกี่ยวข้องอยู่กับทางบ้านทางเมืองนี้ บางคนเขาก็หาว่าเรามาเล่นการบ้านการเมือง เราอยากพูดให้เต็มปากไปเลยทีเดียวว่าเล่นการบ้านการเมืองหีพ่อหีแม่มึงยังไงวะ มึงสกปรกจนจะตายจนตัวคนทั้งคนมองหาตัวไม่เห็น เห็นแต่มูตรแต่คูถสกปรกเต็มตัว กูเอาน้ำมาชะล้างมึงยังว่ากูมาเล่นการบ้านการเมือง นี้ธรรมสอนโลกรู้ไหม นั่นความหมายว่าอย่างนั้น มาเล่นอะไรการบ้านการเมือง มันเหมือนกับขี้ เอาน้ำสาดลงมาๆ คือธรรม...น้ำ ยังมาหาว่าเรามาเล่นการบ้านการเมืองสกปรก เราไม่ได้สกปรก หัวใจสง่างามจ้าอยู่ตลอดเวลา สกปรกที่ไหนหัวใจเรา

         การพูดการจาออกมาจากความสะอาดจะเสียหายไปไหน นั่นฟังซิ การสอนพี่น้องทั้งหลายเราสอนด้วยอรรถด้วยธรรมล้วนๆ ไม่ว่าแง่ใดมุมใดเราไม่มีภัยต่อโลก เราสอนด้วยความเป็นคุณเป็นธรรมต่อโลกทั้งนั้น เราไม่ได้มีเรื่องเป็นภัยต่อโลก ไม่มีบอกตรงๆ ค้านตรงไหนก็ตรงนั้นผิด ถ้าผิดแล้วก็เป็นพิษเผากัน ค้านเข้าไปนั้นอย่าทำอย่างนั้น แน่ะมันก็ถูก เมื่อถูกแล้วก็ไปราบรื่นซิ นั่นละภาษาธรรม ธรรมท่านสมบูรณ์แบบทุกอย่างแล้วมาสอนโลกที่บกพร่องเต็มเนื้อเต็มตัวทุกผู้ทุกคน เต็มชาติบ้านเมือง ตลอดเต็มโลกเต็มสงสาร มีแต่ความบกพร่องของกิเลสสั่งสมขึ้นมาเต็มหัวใจคน กิริยามารยาทการแสดงออกมีแต่ฟืนแต่ไฟจากกิเลสดันออกไปทั้งนั้น ธรรมนี้เป็นน้ำดับไฟ ชะล้างไปเรื่อยๆ อย่างนี้ตลอดมา

         นี่ละที่ว่าเราช่วยโลกธรรมะได้ออกคราวนี้ ออกเรื่อยๆ ทางวิทยุเวลานี้ก็ออกตั้งหลายสถานีแล้วนะ ที่ไหนบ้างมากต่อมากเวลานี้ตั้งกันเรื่อย ทางสกลนครก็ดูว่าจะสิบสถานี ตั้งวิทยุเสียงธรรมออกทางวิทยุออกไปเรื่อยๆ ก็ค่อยเป็นประโยชน์แก่จิตใจของโลกขึ้นไปเป็นลำดับ ชาวพุทธเราก็จะได้คิดบ้างในแง่อรรถแง่ธรรม เพราะเราประกาศจนหมดเนื้อหมดตัวแล้วนะ สอนโลกที่ออกเปิดเผยเต็มที่นี้ก็ ๖ ปีเต็ม ออกอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยทั่วประเทศเขตแดน ก็ควรจะได้เป็นคติบ้างถ้าจะเป็นมนุษย์ติดตัวอยู่บ้างนะ ถ้าเป็นแบบสัตว์เสียเลยมันก็เหลือประมาณ นี้เราไม่ใช่แบบสัตว์ เราแบบมนุษย์ลูกชาวพุทธเสียด้วย ควรจะฟังเสียงครูเสียงอาจารย์ เสียงอรรถเสียงธรรม อะไรอย่าทำแบบตั้งแต่จะตักจะตวงจะเอาท่าเดียวๆ

         นี่กำลังเริ่มร้อนแล้ว นี่เสียงธรรมออกแล้วนะ กำลังเริ่มร้อน พรรคนั้นพรรคนี้กำลังโจมตีกันแหลกกันไปหมด แล้วเอาตับเอาปอดพี่น้องชาวไทยเราขึ้นบนเขียง พวกนี้ขึ้นยำอยู่บนเขียง เวลานี้กำลังพรรคนั้นพวกนี้ มีแต่จะขึ้นยำคนเราอยู่บนเขียง ไปที่ไหนให้เรียนฟรีให้อะไรฟรีๆ ติดอยู่ตามนั้น มันฟรีมันแฟหีพ่อหีแม่มันอะไรก็ไม่รู้แหละ มันจะกินตับกินปอดมันไม่เห็นพูดคำนั้น ประชาชนเป็นอาหารว่างของมันอยู่บนเขียง สับยำลงไปตรงนั้น เวลานี้กำลังแย่งสับยำตับไตประชาชน มีกี่พรรคกี่พวกอยู่นี้พิจารณาซิ ยุ่งไปหมด

         ไปที่ไหนเห็นแต่ติดป้ายไปหมด ประกาศโฆษณา โอ๋ย หยดย้อยนะ อ่านแล้วหยดย้อยเคลิ้มหลับไปตามมัน ไอ้พวกเซ่อๆ ซ่าๆ อย่างพวกเรานี้เซ่อตามให้มันสนุกยำ เข้าใจไหมล่ะ ผู้ไม่เซ่อมีอยู่ซิ จะว่าไง มันต้องอ่านต้องคิดซิเรื่องเหล่านี้ เป็นยังไงมายังไง ผลได้ผลเสียเป็นยังไงๆ มันกำลังเลอะเทอะนะเวลานี้ ถ้ามีธรรมเข้าจะเป็นพรรคใดๆ เข้ากันได้ทั้งนั้นแหละ ถ้าว่าเพื่อชาติพรรคไหนก็พรรคเพื่อชาติๆ จะเป็นผู้นำของชาติ นำแบบไหนต้องคิดซิถ้าผู้มีธรรม นำแบบหมากัดกันจะเป็นธรรมได้ยังไง มันก็หมากัดกันเท่านั้นเอง

         ให้พากันพินิจพิจารณานะ เรื่องอรรถเรื่องธรรมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เราได้สอนโลกนี้เราปฏิบัติธรรมนะเรามาสอนโลก เราพูดเต็มภูมิของเราเลย เรามาสอนโลก ตั้งแต่ล้มลุกคลุกคลานมาจนกระทั่งถึงจ้าสง่างามครอบโลกธาตุ หมดเรื่องความบกพร่องตรงไหนๆ ในหัวใจไม่มีเลย มีแต่ความพอสมบูรณ์แบบ บรมสุขเต็มหัวใจ สอนโลกที่เต็มไปด้วยความรุ่มร้อนเราไม่มีความรุ่มร้อน สอนโลกด้วยความบรมสุขภายในใจของเรา ควรจะเอาไปพินิจพิจารณาบ้าง นี่ผลของธรรมเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่สอนโลกด้วยความรุ่มร้อน แล้วเขาจะเอาความเย็นมาจากไหน ไอ้เราผู้ไปสอนโลกก็เป็นฟืนเป็นไฟ แล้วเขาผู้ที่จะมารับอรรถรับธรรม เขาก็เป็นฟืนเป็นไฟ ไฟต่อไฟใส่กันมันก็เผาโลกพินาศละซิ

ธรรมท่านไม่ร้อนนะ สอนโลกอย่างนี้เหมือนกันเราไม่ได้ร้อนกับโลก ถึงจะเสียงแผดไปขนาดไหน หัวใจเราไม่เคยร้อน มีแต่ความสว่างจ้าอยู่นั้น ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อพระพุทธเจ้า หรือจะเชื่อแต่กิเลสอย่างเดียวนั้นเหรอ กิเลส สรณํ คจฺฉามิ นี้ไม่มีใครพูด แต่ขาจนจะไม่มีติดตัว วิ่งตามกิเลส มีสองขาขาด สามขาขาด ไปยืมขาหมามาระวังมันจะกัดเอานะ ขาวิ่งตามกิเลสจนไม่มีขาติดตัว แล้ววิ่งไปเอาขาหมา ระวังหมาไอ้ปุ๊กกี้เรามันมีเขี้ยวมันจะกัดเอาหลงทิศไปนะ วิ่งตามกิเลส ไม่ยับยั้งชั่งตัว ไม่พินิจพิจารณาทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อย นำกันแบบไหนน่ะ อยากถามว่าอย่างนั้น

พระพุทธเจ้านำโลกท่านนำแบบไหน เอามาพิจารณาซิ สาวกทั้งหลายท่านนำโลกท่านนำแบบไหน ครูบาอาจารย์ผู้ทรงศีลทรงธรรมนำโลกท่านนำแบบไหน แล้วเวลานี้เรานำกันนำแบบไหน ควรจะเอาธรรมะเข้ามาแทรกในหัวใจบ้าง จะได้คิดในทางผิดถูกชั่วดี คัดเลือกได้บ้างพอประมาณ โลกพอจะมีความชุ่มเย็น ซุกหัวนอนกันได้บ้าง สมว่าบ้านเมืองเรามีผู้ใหญ่มีผู้นำ นำกันไปแบบไหน ต้องได้คิดซิ ผู้นำต้องเป็นผู้คิดมากนะ ไม่ใช่คิดแต่จะกินจะกลืน กินบ้านกินเมือง คิดเพื่อให้ชาติบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง จึงเข้าในหลักของผู้นำ เป็นอย่างนั้นนะ เอาละวันนี้พูดเท่านี้แหละพอ

        ทองคำที่ได้รับหลังมอบเรียบร้อยแล้วจนกระทั่งถึงวันที่ ๑๒ มกราคม ได้ทองคำน้ำหนัก ๕๘ กิโล ๔๓ บาท ๓๗ สตางค์ นี่ทองคำประเภทน้ำไหลซึม ค่อยซึมเข้าไปเพื่อคลังหลวงของเราจะเป็นลมหายใจ บรรจุลมหายใจของพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศได้สูดลมหายใจออกจากคลังหลวงของเรา หลวงตาจึงได้รบกวนพี่น้องทั้งหลายอยู่เสมอเพื่อลูกเพื่อหลาน ไม่ได้เพื่อเรา เราเพื่อลูกเพื่อหลาน บ้านเมืองของเรา ปู่ย่าตายายของเราก็นำมาด้วยแบบนี้ เพื่อลูกเพื่อหลานมาเรื่อยๆ ทีนี้เราเป็นลูกเป็นหลานมาแล้วเราจะนำแบบไหน หรือจะนำชาติไทยให้จมเหรอ ต้องคิดกันบ้างซิ

         ทองคำที่เราได้หลังจากมอบเรียบร้อยแล้วเป็นทองคำประเภทซึมซาบ ได้ตั้ง ๕๘ กิโล ๔๓ บาท ๓๗ สตางค์แล้ว มาถึงวันนี้นะ ไม่ใช่น้อยๆ มันจะค่อยได้ไปเรื่อยๆ แล้วก็อบอุ่นไปเรื่อยๆ หลวงตาตายจะหายห่วง ห่วงลูกห่วงหลาน เราไม่ได้ห่วงเรา นั่นเห็นไหมทำเมรุไว้นั่น เราว่าจะเผาเรา เรายังไม่ตาย ท่านปัญญาตายแล้วจับท่านปัญญาไสเข้าไปเผา เราไม่ทราบจะเผาที่ไหน เราเลยไม่แน่นะ การเผาเรา เราก็เลยไม่แน่ เราจะทำเพื่อเผาเราอย่างสบาย อย่างมากอย่างธรรมชาติแท้ๆ มันจะตายแล้วหรือ ปั๊บเข้าในร่มไม้ร่มไหนปั๊บๆ ดีดผึงไปเลย เราพูดจริงๆ เราตายง่าย เราพูดตั้งแต่ยังไม่ตาย เราไม่ได้ตายยากนะ

         มันยากแต่สอนโลกเวลานี้ เราดีดเราดิ้นจะเป็นจะตายอยู่นี่ สอนเราเราสอนมาเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้วหยุดการสอนเราเวลานี้ เราพูดจริงๆ พอแล้วทุกอย่าง มีแต่สอนโลกเท่านั้น เวลาตายเราจะเดือดร้อนมาจากไหน ไม่งั้นจะว่าพอเหรอ ตายยังดีดยังดิ้นเป็นบ้าอยู่ ไม่เป็น บอกตรงๆ นี้แหละ มันแน่อยู่ในหัวใจทุกอย่าง พระพุทธเจ้าตรัสรู้ผางไม่ต้องถามใคร สาวกตรัสรู้ผางขึ้นมาไม่ต้องถามใคร หัวใจดวงเดียวกัน ธรรมอันเดียวกัน เข้าถึงใจแล้วจะถามใคร ว่างั้นนะ เอาละพอ ให้พร

         (ตัวแทนกลุ่มชาวพุทธรวมกันมีจดหมายกราบเรียนหลวงตา เรื่องขอความอนุเคราะห์สนับสนุนจัดตั้งกระทรวงพระพุทธศาสนา แก้ไขรัฐธรรมนูญรับรองให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และมีการจัดตั้งธนาคารพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย) คำสนับสนุนมันพูดได้ง่าย แต่ผู้ทำมันไม่ได้ทำไปตามความมุ่งหมายของพุทธศาสนานะ มันแหวกแนวไปหากิเลสเสียทั้งนั้นจึงอ่อนใจเหมือนกันนะเรา ตั้งอะไรขึ้นมาก็อย่างนั้นละ แม้แต่ในวัดจริงๆ ซึ่งเป็นสถานที่อยู่ของพระผู้ทรงศีลทรงธรรม มันยังกลายเป็นส้วมเป็นถานเป็นมูตรเป็นคูถไปได้ในวัดไม่สงสัย จะทำยังไง

         มูตรคูถคือตัวพระตัวเณรเองปฏิบัติเหลวแหลกแหวกแนว ตำหน้าตำตาอยู่ทุกวันนี้ มันหัวใจกระทรวงมิใช่เหรอ พระแต่ละวัด แล้ววัดก็เลอะๆ เทอะๆ ไปหมด มีแต่เรื่องกิเลสตัณหาเต็มวัดเต็มวา หาวัตถุที่จะเป็นวัดตามทางพุทธศาสนามันไม่มี แล้วหาพระหาเณรตามทางของพระพุทธเจ้าก็เรียกว่าจะไม่มีอีกละ มันมีแต่มูตรแต่คูถคือความปฏิบัติเหลวแหลกของพระ แล้วมีแต่ส้วมแต่ถานก็คือสถานที่อยู่ของพระเรียกว่าวัด มันเลอะเทอะไปหมดทั้งสองอย่าง จะตั้งกี่กระทรวงมามันก็อย่างว่า คนมันไม่ได้เป็นไปตามนั้น

         ถ้าหากว่าจะให้เป็นไปตามพุทธศาสนา ธรรมวินัยไม่บกพร่อง เวลานี้มีแต่พวกกิเลสตัณหามันยื้อแย่งแข่งชั่วแข่งเลวไปทำลายพุทธศาสนา ศาสนาจึงเหลวไป ตั้งเท่าไรมันก็แบบว่า เราจึงอ่อนใจเหมือนกัน ถ้าตั้งใจปฏิบัติดีแล้วไปไหนเต็มตัวๆ ด้วยศีลด้วยธรรม ไม่จำเป็นต้องหาใครมาส่งเสริมเพิ่มเติม ไปที่ไหนเต็มตัวด้วยศีลด้วยธรรม ไปไหนสง่างามไปหมดเลย พูดตรงๆ อย่างนี้ละ อันนี้มันมีตั้งแต่เรื่องมูตรเรื่องคูถโปะเต็มเนื้อเต็มตัวมองหาพระก็ไม่เห็นถ้าว่าพระก็ดี มองหาชาวพุทธก็ไม่เห็น เห็นแต่มูตรแต่คูถเต็มตัวชาวพระชาวพุทธ ชาวฆราวาสเข้าใจไหม

         เรายังตอบอะไรไม่ได้ละ เอาแค่นั้น เราไม่แน่ใจกับผู้ดำเนินงาน จะตั้งกระทรวงพุทธศาสนาขึ้นมามันก็จะไปหากินอยู่ในกระทรวงนั้นอีก เลอะเทอะไปหมด สำนักงานพุทธศาสนาก็ไปหากินอยู่นั้นจนกระทั่งได้ไล่ออก ไล่ออกมาแล้วมันก็มาเป็นมหาโจรอยู่ในวงมหาเถรสมาคม มหาโจรเป็นผู้สั่งเอามา จัดเข้ามาในนั้น มันเป็นอย่างนี้จะให้ว่าไง เมื่อสองสามวันเราก็พูดระบุชื่อด้วยใครเป็นหัวหน้ามาทำลายพุทธศาสนา เป็นมหาโจรตัวร้ายกาจมาทำลายพุทธศาสนาอยู่ในวงมหาเถรสมาคม วงมหาเถรสมาคมเวลานี้เป็นวงมหาโจรแล้วอยู่นั้น จนชาติไทยผู้ทรงศีลทรงธรรมท่านไม่เข้าไปยุ่งเลย ท่านปัด ให้เป็นโรงงานมหาโจรไปเสียเวลานี้

         มหาโจรใหญ่ก็เป็นขั้นสมเด็จมาเป็นอยู่นั่นเวลานี้ เอ้า ค้านมา เราพูดนี้มีหลักมีเกณฑ์มีแบบมีฉบับ เราไม่ได้มาอุตรินี่นะ มันก็เป็นอยู่อย่างนี้จะให้ว่าไง ตั้งขึ้นมากี่กระทรวงมันก็จะเป็นแบบเดียวกันนี้ เพราะคนไม่สนใจปฏิบัติ ถ้าสนใจปฏิบัติธรรมวินัยสมบูรณ์แล้ว ไปหาธรรมวินัยที่ไหนเลิศกว่าพระพุทธเจ้ามา ไม่มี นี้มันไม่ปฏิบัติตามน่ะซิมันถึงเลอะเทอะ เอาละ เลิกๆ ไป

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก