เสียงธรรมกระจายออก
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา 8:35 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๘

เสียงธรรมกระจายออก

 

หลวงตา มีอะไรว่ามา

โยม แวะมากราบท่านหลวงตาครับ

หลวงตา เออ แวะมาแล้วให้แวะกลับไป ฟังแล้วไม่น่าฟังเลย แวะมาแล้วให้แวะออก อย่างนั้นซี พูดว่าแวะมา เหมือนวัดเป็นของเศษของเดน ครูบาอาจารย์พระเณรทั้งหลายเป็นของเศษของเดน แล้วแวะมาดู  เพื่อรับกันก็ว่าแวะมาแล้วก็แวะออก พูดมันต้องคิดบ้างซี

         (ลูกศิษย์มาขอเมตตาเครื่องส่งวิทยุขนาดกำลังส่ง ๑ กิโลวัตต์เพื่อติดตั้งที่ โรงเรียน...อ.สะเดา จ.สงขลา ถ้าได้ฟังเสียงหลวงพ่อจะได้เป็นกำลังทั้งทางชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะพวกนั้นกำลังมีทุกข์อยู่พอสมควร เขาจะได้หลักของใจถ้าได้ฟังเทศนาของหลวงพ่อตลอดเวลาเจ้าค่ะ) วิทยุ ๑ กิโลวัตต์ ท่านคลาด จังหวัดพังงา ขอไปทางโน้น ทางนี้ก็ให้ทันทีเลย เมื่อให้ทันทีแล้วเราก็คิดทันทีอีกแหละ ย้อนหลังปั๊บ ทางภาคใต้เรารู้สึกว่าห่างเหินทางด้านธรรมะอยู่มาก บอกตรงๆ คือพูดภาษาธรรมต้องเป็นธรรมตลอด รู้สึกว่าห่างเหินอรรถธรรมอยู่มากผิดภาคทั้งหลาย เรื่องราวจึงมักจะเกิดเสมอ มีแต่กิเลสทำงาน เครื่อง ๑ กิโลวัตต์จึงไม่พอ เลยให้ขนาด ๑๐ กิโลวัตต์ไปเลย ให้ไปแล้วเครื่อง ๑ กิโลวัตต์ท่านจะแยกไปตั้งที่ไหนอีกก็แล้วแต่ คือให้ทั้งสองเลย (ลูกปรึกษากับท่านอาจารย์ณรงค์ วัดกกสะทอน แล้วท่านปรึกษาไปที่อาจารย์คลาด ท่านก็ไม่ขัดข้องที่จะเอาไปตั้งที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เจ้าค่ะ) ตั้งที่ไหนก็แล้วแต่ท่านคลาดจะพิจารณานะ เราให้ไปทั้งสองเลย (งั้นลูกขออนุญาตหลวงพ่อเลย จะไปขออนุญาตท่านอาจารย์คลาด เครื่องส่ง ๑ กิโลวัตต์จะเอาไปตั้งที่โรงเรียนของลูกศิษย์ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา คิดว่าไม่เกินสองสามเดือนคงจะทำเสร็จเรียบร้อย กุมภา มีนา น่าจะเสร็จเจ้าค่ะ)

ทางบ้านตาดก็กำลังขึ้นเวลานี้ ทางร้อยเอ็ดก็กำลังขึ้น ๑๐ กิโลวัตต์ทั้งนั้น แล้วขึ้นเรื่อยๆ ต่อไป ทางสกลนครก็ตั้ง ๑๐ แห่ง ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว คือคนนี้ได้ยิน คนนั้นได้ยิน ต่อกันไปๆ ก็ขยายอย่างรวดเร็ว เราอยากจะให้พี่น้องทางภาคใต้เราได้ยินเสียงอรรถเสียงธรรมบ้าง ไม่มากก็ขอให้บ้าง มันจะซึ้งเข้าในใจทันที( เขามีหนังสือหยดน้ำบนใบบัวในโรงเรียนแล้ว พอถึงวิชาพุทธศาสนาก็ให้เด็กเข้าไปอ่าน แล้วให้ฟังเทปด้วย และจะไปเกณฑ์ให้ครูออกข้อสอบด้วย เด็กจะได้อ่านและได้ฟังเจ้าค่ะ) ดีแล้วเราพอใจ เป็นอันว่าที่อำเภอสะเดาแห่งหนึ่ง แล้วที่จังหวัดพังงา ท่านคลาดแห่งหนึ่ง อันนั้น ๑๐ กิโลวัตต์ อันนี้ ๑ กิโลวัตต์ หากว่าจำเป็นอะไรที่ควรจะเฉลี่ยออกไปอีก ขยายออกไปอีก ก็ค่อยพิจารณากันไปเรื่อยๆ

เรื่องเงินไม่มีคุณค่าเท่าหัวใจนะ หัวใจนี้มีคุณค่ามหาศาล โลกอยู่ได้ด้วยหัวใจ ฉิบหายเพราะหัวใจ พินาศฉิบหายได้เพราะหัวใจไม่มีธรรม มีกิเลสเข้าแทน ก็คือฟืนคือไฟล้วนๆ ถ้าธรรมแทรกเข้าตรงไหนก็เป็นน้ำดับไฟๆ นี่ธรรมะไปตรงไหนก็เป็นน้ำดับไฟ ทำความสงบเย็น เฉพาะอย่างยิ่งผู้ได้ยินได้ฟังใกล้ชิดแล้วจะซึมซาบๆ ขยายออกไปเรื่อยๆ แล้วเราขอเปิดอกพูดอีกว่า ธรรมะทุกขั้นทุกภูมิที่เราออกแสดงให้พี่น้องทั้งหลายฟังตั้งแต่ ๒๔๙๓ มา เป็นธรรมะที่ถอดออกจากหัวใจ พูดตรงๆ เลยว่าที่บริสุทธิ์ล้วนๆ เลย ไม่มีสงสัยในแง่อรรถแง่ธรรมข้อใดเลยจากหัวใจ และถอดจากหัวใจนี้เทศน์ตั้งแต่นั้นมาจนกระทั่งป่านนี้ เพราะฉะนั้นการเทศน์นี้ไม่ว่าธรรมะขั้นใดภูมิใด จึงไม่สงสัยว่าจะผิดไป ตรงแน่วๆ ถอดออกจากนี้

ที่นี่เป็นที่อยู่แห่งความมั่นคง แห่งความแน่นอนทุกอย่าง ถอดออกไป กิ่งก้านสาขาดอกใบแง่ไหนออกไป ออกจากไม้ต้นนี้ ออกจากจิตดวงนี้ๆ เราจึงพอใจที่บรรดาพี่น้องทั้งหลายได้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรมบ้าง ฟังแต่เสียงโลกเสียงสงสารเสียงฟืนเสียงไฟ มันเผาไหม้กันทั่วโลกดินแดน กิเลสพาโลกให้เจริญตรงไหน เจริญก็เจริญแต่วัตถุอันเป็นเรื่องของกิเลสหลอกลวงเท่านั้น ที่จะเจริญที่หัวใจให้ได้รับความสงบร่มเย็น เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันอันเป็นเรื่องของธรรมล้วนๆ ไม่มี ธรรมเข้าไปตรงไหน ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เฉลี่ยจิตดวงนี้ไปทั่วโลกเหมือนกันหมด เมื่อเป็นเช่นนั้นมันก็เห็นใจกันคนเรา นี่ละธรรมกระจายออกไปหมดอย่างนี้

เมื่อธรรมเข้าไปตรงไหน ความอ่อนของจิตจะอ่อนรับกันๆ ไม่แข็งกระด้าง ไม่โหดร้ายทารุณ เรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องของกิเลส มีแต่จะเอาชนะท่าเดียว ความแพ้ไม่มี แต่ว่าแพ้วันยังค่ำเพราะกิเลสหลอกลวง เรื่องธรรมนั้นแพ้ๆ ตามโลกเขา สงบเรียบร้อยๆ แต่เป็นการชนะหัวใจสัตว์โลก เข้าใจไหม ไม่ผาดโผนโจนทะยาน เราจึงอยากให้ธรรมนี้ออก ธรรมพระพุทธเจ้าก็เหมือนพระองค์ท่านอยู่ในหัวใจเรา เราพูดตรงๆ เราไม่สงสัยพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ จ้าขึ้นที่นี้แล้วกระเทือนถึงกันหมด เหมือนน้ำมหาสมุทร จ่อลงตรงไหนเป็นน้ำมหาสมุทรๆ นี่ก็พับเข้าไปปั๊บเข้าตรงมหาวิมุตติมหานิพพานอันเดียวกันหมด จึงไม่จำเป็นต้องไปทูลถามพระพุทธเจ้า

เราสอนโลกเราสอนด้วยความแน่นอนอันนี้ หัวใจเราไม่มีอะไรในจิต นี่จวนจะตายแล้ว เพื่อจะได้อรรถได้ธรรมให้ลูกหลานทั้งหลายได้ยินได้ฟัง ได้สืบต่อแขนงกันไป ความร่มเย็นจะกระจายออกไป ศาสนาพุทธเรานี้ออกตรงไหนจะกระจายไปด้วยความถูกต้องแม่นยำๆ ทั้งนั้นแหละ การแสดงธรรมช่วยพี่น้องทั้งหลายก็บอกมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๔๙๓ เปิดจ้ามาตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งบัดนี้ การแนะนำสั่งสอนจึงมีแง่หนักแง่เบาตามผู้ที่มารับฟังที่จะได้รับผลประโยชน์มากน้อยเพียงไร ถ้าควรจะทุ่มก็ออกทันทีเลย จ้าออกทันทีเลย ถ้าไม่ควรออกก็เหมือนล็อกไว้ ดึงออกก็ไม่ออก ธรรมเป็นอย่างนั้น ถ้าควรจะออกมากน้อยจะออกๆ ควรจะคว่ำถังก็คว่ำเลย คนนี้ถึงเวลาจำเป็นที่จะควรได้อย่างนี้แล้ว มันจะออกรับกันทันทีๆ เลย

เรายิ่งจวนจะตายเท่าไร แทนที่จะมาห่วงเราแม้เม็ดหินเม็ดทราย เราบอกเราไม่มี ที่พยุงสังขารร่างกายไว้นี้ก็พยุงเพื่อโลกนะ รักษานั้นรักษานี้อยู่ตลอดเวลา นี่เรารักษาเพื่อโลก สำหรับเราเองเราไม่มี ธาตุขันธ์ก็เป็นธรรมดาเจ็บไข้ได้ป่วยเหมือนโลกทั้งหลาย เป็นแต่เพียงว่าไม่เข้าถึงใจเท่านั้น เป็นหลักธรรมชาติ จะทำอย่างไรก็ไม่ถึง เป็นคนละฝั่งละฝาแล้ว อันนี้เป็นสมมุติ อันนั้นเป็นวิมุตติ เข้ากันไม่ได้ นี้เป็นหลักธรรมชาติ ทีนี้จิตก็ครองขันธ์ เขามีกิริยาอาการยังไงเราก็มีเหมือนโลกเขาทั่วๆ ไป ควรเมตตาสงสารแบบไหนเราก็ทำแบบนั้นๆ ควรแสดงออกด้วยความสงสารแบบไหนก็ทำแบบนั้นๆ ธรรมชาตินั้นไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับอันนี้เลย เข้าใจเหรอ กิริยาแห่งสมมุติใช้ไปตามสมมุติอย่างนั้นแหละ ควรตบหัวก็ตบ ควรจะทำอะไรก็ทำตามความเหมาะสมในจิตๆ จะออกจากจิตทุกอย่าง ไม่ใช่ออกแบบกิเลสตัณหา ออกสู่โลก ถึงจะเผ็ดร้อนขนาดไหนเป็นธรรมล้วนๆ นิ่มนวลอ่อนหวานขนาดไหนก็เป็นธรรมล้วนๆ เหมือนกัน ตามแต่ผู้มาเกี่ยวข้องจะได้รับธรรมประเภทใดออกไป กิริยาอาการใดออกรับกัน มันจะออกทันทีๆ กรุณาทราบเอาไว้

        ท่านคลาดนี่เป็นลูกศิษย์วัดป่าบ้านตาดนะ เราอยากจะพูดตรงๆ เลย ลูกศิษย์วัดป่าบ้านตาดเรานี่อยู่ภาคใต้น้อยเมื่อไร เดี๋ยวนี้ก็มีอยู่ไม่ทราบกี่องค์นะอยู่นี่ ครั้นไปแล้วจมน้ำป๋อมๆ มันตายหมดลูกศิษย์หลวงตาบัว ยังเหลืออยู่ท่านคลาดคนเดียว เราพูดขนาดนี้ละมันโมโห เลี้ยงลูกมันไม่ใหญ่ไม่โตพอเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรบ้างเลย พอโผล่ขึ้นมาลงทะเลป๋อม เงียบๆๆ นี่พูดถึงภาคใต้ ภาคไหนก็เหมือนกัน เวลานี้เราพูดภาคใต้ก็ขยี้ภาคใต้บ้างซี พูดภาคไหนก็เอาภาคนั้น

ธรรมะได้ออกไปทางโน้นเราก็รู้สึกว่าเย็นใจเบาใจ เมื่อธรรมะเข้าถึงไหนจิตใจมันจะลดตัวของมันทันที ลดจากความเป็นพิษเป็นภัย ลดลงๆ ต่อไปเห็นใจกันหมด ไม่เห็นแก่เขาแก่เราแก่พรรคแก่พวกแก่ภาคแก่อะไร ไม่มีเรื่องของธรรม หัวใจเป็นอันเดียวกัน หวังพึ่งกันและกันด้วยกันหมดนั่นแหละ เมื่อโลกหวังพึ่งกันมันลืมพึ่งตัวเอง พระพุทธเจ้าก็ยกภาษิตขึ้นมาว่า อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนนั้นแลเป็นที่พึ่งของตน อันนี้เลิศกว่าสิ่งทั้งหลาย พึ่งแต่ผู้อื่นๆ มันเป็นเรื่องภายนอก พึ่งตัวเองเป็นเรื่องภายใน พึ่งตัวเองแล้วแข็งแกร่งเลย ไปที่ไหนแข็งแกร่งตลอด เพราะฉะนั้นเราจึงอยากให้ธรรมะเข้ามาพึ่งตัวเอง แล้วก็เฉลี่ยออกภายนอกจะได้พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เป็นอันว่าตกลง สองเครื่องให้ไปแล้วเรียบร้อย (กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ จะได้เป็นหลักของใจของชาวใต้เจ้าค่ะ)

เราเป็นห่วงลูกห่วงหลานในด้านวัตถุ เช่นอย่างทองคำก็ดีอะไรก็ดี เฉพาะอย่างยิ่งทองคำเรารู้สึกว่าบกพร่องอยู่มาก ตั้งแต่วันเราไปดูแล้ว ไปดูซอกแซกทองคำเป็นตับๆ เดินเข้าไปซอกแซกดูไปหมดเลย แล้วเวลามาถาม พอดูเสร็จเรียบร้อยกับหัวหน้าผู้รักษาคลังหลวงละ หัวหน้าใหญ่เลยเชียวนะ เป็นหัวหน้าใหญ่เลย หัวหน้าใหญ่นี่แหละนิมนต์เราเข้าไปดูทองคำ บอกว่าทองคำนี้ได้มาดูสองท่าน สมเด็จพระเทพฯหนึ่ง กับหลวงตานี้แหละ ว่างั้น วันนั้นเป็นวันที่เราไปมอบทองคำพร้อมทั้งดอลลาร์

         พอเสร็จนี้แล้วหัวหน้านี่ก็นิมนต์เราเข้าไปดูทองคำ ท่านก็คงมีความหมาย เพราะเราไปมอบทองคำ พอเข้าไปดูเราก็ดูจริงๆ ตามความมุ่งหมายของผู้นิมนต์เราเข้าไป พอออกจากนั้นแล้วก็ไปคุยกันสองต่อสอง เราก็ถามด้นเดาไป แต่ด้นเดาด้วยความคิดแล้ว ไม่ใช่ด้นเดาเฉยๆ ทองคำนี้เอาไปฝากไว้ประเทศไหนเท่าไรๆ เราถาม เพราะมันเกี่ยวโยงกันอยู่การซื้อการขาย การติดหนี้ติดสินต้องเอาทองคำเป็นเครื่องประกัน เราคิดไว้อย่างนั้นนะ

         พอไปถามก็ตรงเป๋งเลย ประเทศนั้นมีเท่านั้น ประเทศนั้นมีเท่านั้นๆ ว่างั้นนะ แล้วก็ย้อนมา แล้วส่วนประเทศไทยของเราล่ะ มีเท่าไรสำหรับจะค้ำประกันชาติไทยของเรา มีเท่านั้น ใจหายวูบลงไปเลย เรียกว่ามันตกใจ คน ๖๒ ล้านคนกับทองคำประเภทนี้เข้ากันไม่ได้ เครื่องประกันไม่พอ นี่ละออกมาจึงได้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบตั้งแต่บัดนั้นมาเลยจนกระทั่งทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ได้แล้วตามความต้องการของพี่น้องทั้งหลายที่ร่วมมือร่วมใจกันทุกสิ่งทุกอย่าง ได้ทองคำเต็มอัตราๆ ที่กำหนดไว้ ดอลลาร์ก็ได้ตามนั้น

         พอหยุดนี้แล้วมันก็จะขาดไปเลย ทีนี้ทองคำที่ได้มานี้ก็ยังไม่พอกับประชาชน ๖๒ ล้านคนพอที่จะยึดจะเกาะได้ เราจึงต้องให้เป็นประเภททองคำน้ำไหลซึม ที่มานี่นะ ได้ประเภทนั้นแล้วก็ต้องเอาอันนี้อีก เป็นประเภทน้ำไหลซึม และก็ได้มาเรื่อยๆ เวลานี้ได้ ๖๐ กว่ากิโลแล้ว นี่ละประเภทน้ำไหลซึมได้ถึง ๖๐ กว่ากิโล พอหลอมเราก็จะหลอม พอเก็บเก็บไว้เสียก่อน พอได้เต็มที่ควรที่จะมอบแล้วเราก็จะมอบเป็นระยะๆ ไปอย่างนี้ ประเภทน้ำไหลซึม

         กรุณาพี่น้องทั้งหลายทราบไว้ คือเราเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องลูกหลานทั้งหลาย ทางด้านวัตถุที่อาศัยกันทั่วโลก เราจึงได้เป็นห่วงมาก ขอประเภทนั้นแล้วก็ขอประเภทนี้ แต่ขอประเภทนั้นเห็นหน้าใครไม่ได้นะ เห็นหน้าเคาะกระเป๋าปั๊บมีทองคำเท่าไร ขู่เรื่อยแต่ก่อนที่นำออกทีแรกนะ พอหยุดนั้นแล้วทีนี้ประเภทน้ำไหลซึม เป็นแต่เพียงว่าระบายให้ทราบ แอบๆ บิณฑบาตบ้าง แล้วกระซิบกระซาบบ้าง มีทองคำบ้างไหม ไม่ได้ใช้อุบายเหมือนแต่ก่อน เพราะอันนี้เป็นประเภทน้ำไหลซึม ต้องให้เข้ากันได้อย่างนั้นละ จึงน้ำไหลซึมมาเรื่อยๆ นี่ก็ได้ ๖๐ กว่ากิโลแล้ว นี้เราพอใจ ที่พี่น้องทั้งหลายจะได้อาศัยต่อไป ลูกหลานไทยเรานั่นละจะได้อาศัยเหล่านี้ เราเป็นห่วงมากจึงได้ทำอย่างนี้ วันพรุ่งนี้ก็จะรวมข้าวเปลือกแหละ

         ผู้กำกับ ผู้แสดงความคิดเห็นจากเว็บไซค์หลวงตา หลังจากที่ญาติโยมและลูกศิษย์ ได้ดูถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เน็ตเมื่อสามวันก่อน ได้ยินหลวงตาปรารภถึงธาตุขันธ์อ่อนลงๆ ลูกๆ หลานๆ จึงเร่งภาวนามากกว่าที่เคยปฏิบัติ ความคิดเห็นที่ไม่ได้นัดหมายกันคือ ปฏิบัติบูชาพระคุณหลวงตาที่เหน็ดเหนื่อยทนอยู่เพื่อลูกหลาน คือการเร่งจิตตภาวนาเพื่อแก้ไขกาย วาจา ใจตนเอง มีญาติโยมแสดงความคิดเห็นเข้ามาในเว็บไซค์หลวงตา แม้กระทั่งทางสถานีวิทยุทางเชียงใหม่วัดป่าดอยแสงธรรม ซึ่งเปิดแต่เทศน์ของหลวงตา ชาวบ้านและเด็กนักเรียนได้ยินเสียงเทศน์ของหลวงตาก็เริ่มหัดภาวนา  เสียงพระธรรมท่านมีความอัศจรรย์ชุ่มเย็น ผู้ฟังเมื่อได้ยินก็น้อมเข้ามาปฏิบัติทันที สอบถามการภาวนาเข้ามา และต่อไปจะได้นำปัญหาธรรมะมากราบเรียนถามหลวงตาสำหรับสถานีที่เชียงใหม่

         ลูกหลานขอกราบเรียนว่า สิ่งที่หลวงตามุ่งหวัง นอกจากสมบัติในแผ่นดินที่ให้ลูกหลานได้อยู่บนแผ่นดินไทยได้สมกับความเป็นไทย และธรรมเลิศเลอที่หลวงตาปฏิบัติมาแทบล้มแทบตายมาสั่งสอน ลูกหลานจะเร่งปฏิบัติตามคำสอน ยิ่งหลวงตาปรารภว่าธาตุขันธ์อ่อนลงๆ ลูกหลานยิ่งมีความเพียรพยายามมากขึ้น มีความอัศจรรย์ในพระธรรมท่านที่ต้องให้เร่งภาวนา ถึงจะล้มลุกคลุกคลานกันในขณะนี้ แต่ก็ไม่ให้ล้มตายไปอย่างเดียว ส่วนใหญ่จะไม่ได้อยู่ใกล้หลวงตา แต่เสียงธรรมของหลวงตาบันทึกไว้ที่จิต พร้อมสติ ปัญญา ศรัทธา ความเพียร ที่จะนำมาใช้พร้อมกัน

         ขอตั้งจิตปฏิบัติบูชาพระคุณที่ประมาณค่ามิได้นี้น้อมถวายแด่หลวงตา องค์ซึ่งเป็นทั้งพ่อแม่ครูอาจารย์ของพวกเรา แลพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์

         เขาเล่าถึงการภาวนาจากญาติโยมที่เขียนเข้ามาในเว็บไซด์หลวงตา

         คนแรก  นั่งสมาธิภาวนาร่วมหกชั่วโมง ไม่ได้ลุกจากที่

         หลวงตา นั่งเท่าไรชั่วโมง

         ผู้กำกับ ๖ ชั่วโมงครับ

         หลวงตา เก่งอยู่ นั่งนับว่าเก่งอยู่     

         ผู้กำกับ ไม่ได้ลุกจากที่ เวทนากล้ามาก จนรู้สึกว่าขากลายเป็นถ่านไฟ ก็พิจารณาไป จนหายไปเป็นพักๆ แล้วมันก็โหมมาใหม่ เกิดดับๆ ก็พิจารณากันไป ลมหายใจมันก็ละเอียดเข้าๆ หลังนั่งสมาธิเสร็จก็อธิษฐานขอน้อมเอาบุญกุศลถวายพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกรูป โดยเฉพาะหลวงปู่มหาบัว ขอนิมนต์ท่านอยู่เป็นร่มโพธ์ร่มไทรของลูกหลานต่อไปอีกนานๆ (จาก บัวใต้น้ำ)

         คนที่สอง ระยะอาทิตย์นี้จิตใจอยู่กับหลวงตา ในใจก็เลยพุทโธๆ เหมือนมีสติแน่นกว่าเดิม คือเวลาทำงานก็ต้องมีเรื่องเร่งด่วนตลอด มีเรื่องให้หงุดหงิด แต่พุทโธๆ ก็ก้องในใจ น่าอัศจรรย์ อาจเป็นเพราะใจตัวเองอยู่กับหลวงตา คือศรัทธาในพระธรรม แบบนี้คงเป็นเรื่องของกำลังใจที่ให้มีกำลังตั้งใจภาวนาสู้กิเลส ล้มแล้วลุกไปก่อน ยังดีกว่าไม่ลุกมาสู้เลยนะคะ ขอให้หลวงตาของพวกเราเป็นร่มโพธิ์ใหญ่ๆๆ ให้พวกเราตราบนานเท่านานด้วยเทอญ (จาก ศิษย์กรุงเทพ)

         ทีนี้เรื่องสถานีวิทยุเอฟเอ็ม ๑๐๓.๒๕ มีโอกาสได้ฟังเป็นประจำ เนื่องจากอยู่ไกล เมื่อฟังเสียงธรรมจากสถานีวิทยุก็เหมือนอยู่ใกล้ ความเมตตาของหลวงตานี้เต็มโลกเต็มสงสาร เมตตาของหลวงตาหาประมาณมิได้ จากรายการวิทยุนี้ทำให้เขารู้จักหลวงตามากขึ้น ธรรมะจากวิทยุทำให้นำไปปฏิบัติภาวนาเป็นผลดีแก่ลูกศิษย์ทั้งหลายที่ฟัง จากลูกอุษณี

         หลวงตา มีแต่คำบอกเล่ามาธรรมดา ไม่มีปัญหาถาม ไม่มีปัญหาก็ไม่ตอบ

         โยม ลูกนำปัจจัยทั้งหมด ๒๓๕,๙๗๐ บาทมาถวายวิทยุบ้านตาด เสียงธรรมเพื่อประชาชนค่ะ

         หลวงตา เงินเข้ามาในที่บ้านตาดนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของหลวงตา ขาดเหลือเท่าไรหลวงตาเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด หากว่ามีความจำเป็นที่หลวงตาจะแยกอันนี้ออกไปทางวิทยุต่างๆ ก็ไม่ขัดข้องละมัง หรือขัดข้อง

         โยม ไม่ขัดข้องค่ะหลวงตา

         หลวงตา เพราะเหล่านี้อยู่ในหัวอกของเราหมดรับผิดชอบ ทีนี้เวลาทางไหนจำเป็นๆ เราอาจจะแยกเงินเหล่านี้ไปช่วยก็ได้ เข้าใจตามนี้นะ (สาธุ) คือเราจะพูดเป็นความจริงทั้งนั้น ไม่มีอ้อมแอ้มๆ ซุบซิบๆ สำหรับเรา เมื่อจะมีข้อแยกเราก็บอกไว้ เวลาเราจะแยกก็ไม่มีปัญหา เพราะเราพูดไว้เรียบร้อยแล้ว พอใจๆ ได้มากมายนะ วิทยุกำลังกระจายเดี๋ยวนี้ ส่วนมากไหลเข้ามานี้หาเรา พอมาปั๊บยังขาดนั้นขาดนี้ ขอนั้นขอนี้ แล้วจะทำยังไง อันนี้จึงพูดเผื่อไว้ พอทางไหนขาดก็แบ่งออกๆ ทางนั้นทางนี้ ชื่อว่าไงนะนี่ (ชื่อเสาวลักษณ์ สหเวชภัณฑ์ค่ะ)

         ถ้าให้อ่านเราจะอ่านแบบอ่านให้ผู้ใหญ่จูมบ้านห้วยทรายฟัง เคยได้ยินไม่ใช่หรือ ผู้ใหญ่จูมบ้านห้วยทราย ทางปลัดอำเภอคำชะอีเขาว่า คือจมูกคนนั้นบี้ๆ พูดไม่ชัดเป็นเสียงบี้ๆ ว่าผู้ใหญ่จูมนี้เวลาแต่งตัวข้าหลวงสู้ไม่ได้ แต่เวลาเขียนหนังสือเหมือนไก่เขี่ย (หลวงตาท่านทำเสียงจมูกบี้) เขาว่าเขียนหนังสือเหมือนไก่เขี่ย คืออ่านไม่ออก ให้อ่านก็อ่านไม่ออก ทีนี้แกเขียนหนังสือมาหาเราซิเราดูแล้วก็ดูไม่ออก เราก็เลยเหน็บไว้ข้างหลัง อีกสองสามวันแกก็มา พอหนังสือมาถึงแล้วสักสองสามวันแกก็มาหาที่วัด

         ท่านอาจารย์ได้รับจดหมายผมหรือยัง ได้รับแล้ว เป็นยังไง แกคงสงสัย อ่านได้ไหม แกว่างั้นนะอ่านได้ไหม โอ๋ยทำไมจะอ่านไม่ได้ พอว่าเราก็จับออกมา นี่ฉบับนี้ ลองอ่านให้ผมฟังดูซิ คือนอกนั้นมันอ่านไม่ได้ อ่านได้แต่ลายชื่อของแกกับนามสกุล เหล่านี้เราก็เลยอ่านว่าอืออาๆๆ ขำ คือนามสกุลเขา ผิวขำ จูมก็อ่านไม่ออก ได้แต่ขำคำเดียว เราก็เลยอ่านว่าอืออาๆๆ ขำ ทำไมจึงอ่านอย่างนั้น ก็เขียนมาอย่างนี้ก็อ่านอย่างนี้ นั่น อย่ามาเล่นนะเล่นกับเรา เขียนแบบนั้นมาเราก็อ่านแบบนั้น เอาละพอ

         ผู้กำกับ นายวันชัย วงศ์แสงอนันต์ จากสมุทรปราการ ถามสั้นๆ ครับ ตอนนี้ในวาระตรุษจีน เขาทำอาหารไหว้บรรพบุรุษ เผากระดาษเงินกระดาษทองไหว้บรรพบุรุษ เขาถามว่าจะได้บุญไหม แล้วบรรพบุรุษได้รับไหมครับ

         หลวงตา       ถามคุณเอง เราไม่ใช่จีน (โยมหัวเราะ) อย่างนั้นซีตอบรับกันเหมาะไหมล่ะ มันก็เหมือนขำ จะให้ว่าไง

         นับดูซิตอนเช้าวันนี้ได้เท่าไรน้ำไหลซึมเรานะ (ถึงวันที่ ๑๐ นี่ ๖๑ กิโลกับ ๑ บาท ๙๑ สตางค์ครับผม) ตั้งแต่ต้นมาถึงบัดนี้ แล้ววันนี้ได้เท่าไร (๓๙ บาทค่ะ) นู่นน่ะไม่ใช่เล่นตั้ง ๓๙ บาท

         (สถานีอนามัย อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี มาขอความอนุเคราะห์รถยนต์จากหลวงตาในการปฏิบัติงานหมู่บ้านชุมชนหลังเขา เขตชายแดน โครงการพระเทพฯ) ยังไม่ได้รถยนต์เราจะให้ล้อเข็นใต้ถุนไปล่วงหน้าก่อน ไม่ไหวจริงๆ นะ โอ้โห เมื่ออาทิตย์ผ่านมานี้ก็ไปสองคันแล้ว ปากคาดคันหนึ่ง ชาติตระการคันหนึ่ง กำลังสั่งยังไม่ตกมา แล้วส่วนอื่นอีก แหม มากระยะนี้ จ่ายเป็นหลายๆ ล้านนะดังที่พูดตะกี้นี้ จ่ายไม่หยุดไม่ถอย

         ทีนี้เงินแต่ก่อนเราเทศนาว่าการเมื่อเขาถวายมา ก็ทำประโยชน์ให้โลกได้ราบรื่นดีงามสะดวกสบาย ทีนี้เราหยุดการเทศน์นั้นแล้วเงินประเภทนั้นก็ไม่มา ก็เงินประเภทเหล่านี้ละมา แล้วออกมันไม่ทัน เพราะการขอนั้นไม่ลดเลย ไม่มีลดหย่อนลงมาเลย ไม่เหมือนรายได้ รายได้เดือนนี้ลดจนแทบไม่มี ที่ว่าไปเทศน์ที่นั่นที่นี่แต่ก่อนเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว ก็มีแต่อย่างนี้ที่ถวายมา เพราะฉะนั้นมันถึงไม่ทันกัน ขออภัยไว้ก่อนนะ ยังรับไม่ได้ละเวลานี้

         โยม หลวงพ่อเจ้าขา เช็คสองซอง หายไปกรุงเทพได้มาสองซองค่ะ

         หลวงตา เราเสียดายพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์มีถึงสาม อันนี้มีสองซอง ขาดพระรัตนตรัย

         โยม มีค่ะหลวงพ่อ ซองที่สามครบสงฆ์พอดีค่ะ

         หลวงตา เออพอใจๆ สามรัตนะแล้วพอ

         โยม ไปกรุงเทพคราวนี้เห็นคนตื่นเต้นเลือกตั้ง อย่างไม่เคยพบเคยเห็นตั้งแต่เกิดมา หนูว่าบารมีท่านผู้ใดหนอช่วย (คนหัวเราะทั้งศาลา)

         หลวงตา โห มันตีเอาเราหงายเลย เราก็ฟังเถ่อ มันใส่ปั๊บเข้านี้เปิดเลยเชียว โธ่ๆ หงายก็ยอมรับว่าหงายมันไม่ได้ตั้งตัว ไม่ได้ตั้งใจ เอาละให้พร

        

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก