ตัวทำลายศาสนาทั้งทางอ้อมและทางตรง
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา 8:40 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๘

ตัวทำลายศาสนาทั้งทางอ้อมและทางตรง

 

ก่อนจังหัน

พระให้เร่งภาวนานะ ที่จะให้รอว่างานการเบาบางแล้วค่อยภาวนา ตายทิ้งเปล่าๆ นะ เห็นไหมหนังสืออาจารย์เจี๊ยะท่านเขียนไว้นั่น ขึ้นเบื้องบนว่า สู้ตาย แล้วท่านว่า ไอ้ห่า.มึงเป็นพระให้เขากราบไหว้ แล้วมึงภาวนานั่งสู้ญาติโยมแก่ๆ ไม่ได้ แล้วมึงจะมาบวชทำไม. ไปอ่านดูก็รู้ นี่ไม่ใช่ความหยาบนะ โลกเขาถือเป็นความหยาบทั้งหมด แต่ธรรมถือเป็นธรรมบทหนักกระเทือนใจ กระทุ้งเข้าไปในใจให้ใจได้ตื่นตัว ความหมายว่างั้น นั่นละภาษาของธรรมกับภาษาของโลกจึงสวนทางกัน

โลกเขามีแต่นิ่มนวลอ่อนหวาน อะไรๆ นี้หวานมากกิเลส กิเลสหวานมาก แล้วพวกบ้ากิเลสก็ชอบมาก ถ้าเป็นธรรมแล้วอย่างอาจารย์เจี๊ยะนั่น นั่นละเราถึงใจนะ คือการปฏิบัติตัวของเราก็อย่างนั้น ท่านก็ปฏิบัติตัวของท่านมาอย่างนั้น ท่านจึงนำอย่างนี้ออกมา ท่านได้ผลเพราะเหตุนี้ เป็นอย่างนั้นนะ ขึ้นไอ้ห่า.... เราถึงใจเลย คือเคยอยู่ในสนามรบกับกิเลสมาแล้วแบบนี้ จะไปอ่อนๆ แอๆ ไม่ได้นะ ต้องเด็ดกันๆ เด็ดจนกิเลสเป็นของดีเยี่ยมแล้วเรียกว่าธรรม ไม่เด็ดกับกิเลสก็เป็นกิเลสไปด้วยกันเลย ใช่ไหมล่ะ พวกนี้จะเป็นกิเลสไปด้วยกันหรือจะเด็ดแบบว่า ไอ้ห่า....เราฟังแล้วเราถึงใจนะ นี่ท่านเป็นภาษาธรรมล้วนๆ แสดงออกมาจากความใจเด็ดของท่าน เด็ดอันนี้เด็ดฆ่ากิเลสของท่าน ได้ผลมาแล้วออกมาใช้

พระเราก็ให้ตั้งใจปฏิบัตินะ เอาให้ดี ที่พูดแล้วเป็นพื้นฐานสำคัญคือสติ ถ้าขาดสติเมื่อไรนั้นละความเพียรขาดไปเลย ถ้าสติติดอยู่กับตัวๆ เป็นความเพียรไปตลอดๆ สติเป็นพื้นฐานสำคัญ ตั้งแต่สติล้มลุกคลุกคลาน จนตั้งสติขึ้นได้เป็นสติปัญญาอัตโนมัติ ขึ้นถึงมหาสติมหาปัญญา ฆ่ากิเลสขาดสะบั้นลงไปจุดนั้นแหละ ไปตอนสุดท้ายคือมหาสติมหาปัญญา เราอยากให้ได้เห็นนักปฏิบัติ คำว่ามหาสติมหาปัญญาเราเห็นตั้งแต่ตำรับตำรา จืดชืดไปหมด หัวใจเราจืด ธรรมทั้งหลายถึงจะมีรสชาติขนาดไหนก็พลอยจืดชืดไปหมด ทีนี้เมื่อนำอันนั้นออกมาปฏิบัติ พอนี้เกิดเป็นรสเป็นชาติขึ้นมา ธรรมพระไตรปิฎกเป็นรสเป็นชาติด้วยกันทั้งนั้น เพราะท่านเป็นอยู่แล้วเป็นรสเป็นชาติ เป็นแต่ว่าจิตใจของเราจืดจางเท่านั้นเอง

เมื่อเอามาประกอบเข้าสู่ใจของเราแล้วจะได้เห็นอย่างชัดเจนทีเดียว ธรรมพระพุทธเจ้าเรียกว่าสดๆ ร้อนๆ จะมารู้กันที่ใจ สัมผัสกันที่ใจ ไม่มีกาลโน้นกาลนี้ สมัยโน้นสมัยนี้ กิเลสไม่มีสมัย อยู่กับหัวใจคน ธรรมะก็ไม่มีสมัย ท่านเรียกว่า อกาลิโก เลือกกาลสถานที่เมื่อไร ใครเลือกกาลคนนั้นตายนะ วันนี้ไม่ว่าง วันนั้นไม่ว่าง จนกระทั่งถึงวันตายแล้วว่างทันที เข้าใจไหม คนเราทุกคนถึงเวลาตายแล้วว่างด้วยกันทั้งนั้น อันนี้ไม่ว่าง อันนั้นไม่ว่าง จะคอยมอบให้วันตายตัดสินให้ พวกนี้พวกให้วันตายตัดสินให้ มันอืดอาดเนือยนาย ธรรมพระพุทธเจ้าจึงปรากฏขึ้นในใจไม่ได้ ก็ปล่อยให้กิเลสซึ่งเป็นเหมือนมูตรเหมือนคูถเหยียบธรรมแหลกๆ

นักปฏิบัติภาวนาของเราก็เหมือนกันนะ ศาสนาอยู่ที่พระเป็นสำคัญ เป็นแนวหน้า เป็นผู้นำ ถ้าพระอ่อนแอแล้วจะให้ประชาชนญาติโยมเขาพึ่งใคร พระต้องเข้มแข็ง มาตั้งแต่พระพุทธเจ้า พระสาวกทั้งหลายท่านเข้มแข็งตลอดมา แล้วธรรมะซึ่งเป็นผลแห่งความเข้มแข็ง ก็คือธรรมอันเลิศเลอที่ท่านได้นำมาสอนโลก ให้เรานำมาปฏิบัติต่อตัวของเรา ตั้งสติเป็นรากฐานสำคัญ เมื่อสติดีอยู่แล้ว กิเลสจะมากน้อยมันออกทำงานไม่ได้ เราเคยทำมาแล้วนี่ก็ดี ก็แบบไอ้ห่า...นั่นละ เข้าใจไหม

เราเคยเป็นไอ้ห่า...มาแล้ว ฟัดกับกิเลสนี่ โถ คือไม่ยอมให้เผลอเลย ตั้งสติตั้งแต่บัดนี้ พอระฆังดังเป๋งนี่เรียกว่าเอาละนะ จะไม่ให้เผลอ พอระฆังดังเป๋ง หมายความว่าตัดสินใจปุ๊บเท่ากับระฆังดังเป๋ง ฟัดกันเลยไม่ยอมให้เผลอ ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับ ไม่มีขณะไหนเผลอได้เลย เป็นก็เป็น ตายก็ตาย ทีนี้กิเลสตัวสังขารมันออกมา เป็นเครื่องมือของอวิชชา มันดันออกมาๆ อยากคิดอยากปรุง อยากรู้อยากเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นเรื่องของกิเลสทั้งหมด ทีนี้เมื่อสติกับคำบริกรรม เพียงสติเฉยๆ ไม่ทันนะ สติก็เผลอได้ เอาคำบริกรรมมาให้สติจับอยู่ตรงนั้นอีก สติก็แข็ง

เมื่อสติแข็งแล้วความดันของสังขารที่เป็นสมุทัยมันดันออกมา ไม่ออก ออกไม่ได้ คือพุทโธนี้ปิดช่องมัน แล้วสติตีตราเข้าไปอีก บัดกรีเข้าไปเลย เอาเสียจนกระทั่งอกมันจะแตกนะ เราทำแล้ว คือไม่ยอมให้เผลอเลย เหมือนนักมวยเขาต่อยกัน จะล้มลุกคลุกคลานขนาดไหนก็ตาม สติเขาจะเผลอไม่ได้ ถ้าเผลอแล้วตายเลยกับคู่ต่อสู้ คู่ต่อสู้เอาตายเลย อันนี้เผลอไม่ได้ กิเลสฟัดเอาตายเลย นี่ได้ผลมาแล้ว ทำมาหมดแล้ว รวมลงไปแล้วจึงลงในว่าไอ้ห่านี่ แหม ถึงใจเหลือเกินเรา เราฟัดกับกิเลสไอ้ห่านั่นน่ะ กิเลสตัวไอ้ห่า เราไม่ลืม ท่านพูดถึงใจ ใครจะไปว่าท่านพูดหยาบไม่ได้นะ นั่นละภาษาธรรมโดยแท้ ออกมาจากความเด็ดที่จะสังหารกิเลส เรื่องสติจึงเป็นของสำคัญ ให้พากันตั้งอกตั้งใจ

เวลานี้จะไม่มีอะไรเหลือให้หัวใจได้หมอบกราบเย็นสบายได้นะ เพราะกิเลสคือไอ้ห่านั่นมันเอาไปกินหมด พวกนี้มีแต่พวกไอ้ห่าเอาไปกินหมด ไปฟังไปดูท่านอาจารย์เจี๊ยะท่านเขียนไว้เราถึงใจมาก ธรรมแท้เป็นอย่างนั้นละ เด็ดๆ ทีนี้เวลาตั้งใจอยู่แล้วมันออกไม่ได้ วันนั้นทั้งวันเหมือนอกจะแตกนะ มันดันออกมาไม่ได้ คือสติตีเอาไว้ๆ เพราะฉะนั้นจึงกล้าพูดได้ว่า กิเลสจะหนาแน่นขนาดไหนถ้าสติตั้งให้ดีแล้ว กิเลสออกทำงานไม่ได้ เมื่อกิเลสออกทำงานไม่ได้ ความเดือดร้อนซึ่งเป็นผลของกิเลสก็ไม่เกิด ทีนี้งานของธรรมก็คือพุทโธ นี่เรียกว่างานของธรรม สติติดแนบบังคับงาน ต่อไปก็ค่อยเบา มันดันมาเต็มที่ในวันแรก วันสองค่อยเบาลง แต่สตินี้ไม่มีเผลอ บังคับๆ สุดท้ายความที่อยากคิดอยากพูดอ่อนลงๆ ทางนี้หนักเข้าๆ นี่ได้เห็นกันชัดเจน จากนั้นก็ซัดกัน เผลอไม่ได้ๆ ทางนั้นอ่อนลง จึงว่าเรื่องกิเลสจะหนาแน่นขนาดไหนก็เถอะ ถ้าลงสติดีแล้วขึ้นไม่ได้...กิเลส ตีหน้าผากมันไว้มันจะขึ้นช่องไหน

กิเลสขึ้นช่องสังขาร ความคิดความปรุง อวิชชาผลักดันออกมาให้คิด อยากคิดอยากปรุง อยากรู้อยากเห็น แหมมันอยากเหลือประมาณ อยากจนจะสลบไสลโน่นแน่ะเรื่องกิเลสพาให้เราอยาก ทีนี้เราก็จะตาย เอาพุทโธ หรือคำบริกรรมใดที่เราชอบตามจริตนิสัยของเรา มีสติติดแนบกำกับไว้เลย เห็นผลๆ พากันจำเอานะ การที่พูดเหล่านี้พูดด้วยความผ่านมาแล้วทั้งหมดเลยเทียว ผ่านบนเวทีคือไอ้ห่า..มาแล้ว โอ๊ เราถึงใจนะคำพูดอาจารย์เจี๊ยะ ถึงใจจริงๆ

พวกเราก็เอาให้ดีนะ ให้เจ็บแสบกับกิเลสให้ถึงขั้นไอ้ห่า ถ้าถึงขนาดนั้นแล้วจะฟัดจนเต็มเหนี่ยวแหละ เรียกว่าใจเด็ด ถ้าว่าเคียดแค้นให้กิเลสก็เคียดแค้นอย่างเต็มเหนี่ยว นี่ละความเคียดแค้นนี้เป็นธรรม ความเคียดแค้นอย่างกิเลสมันพาเคียดแค้นนั้นเสริมกิเลสขึ้นเรื่อย แต่ความเคียดแค้นให้กิเลสนี้เป็นธรรมๆ พากันจำเอานะพระเรา จะเหลวแหลกแหวกแนวไปหมดนะเวลานี้ พุทธศาสนานี้เลิศเลอสุดยอด ท่านทั้งหลายอยากเห็นข้อตัดสินใจข้อแน่ใจแล้วให้ภาวนา จะปรากฏขึ้นที่ใจ ธรรมพระพุทธเจ้าสดๆ ร้อนๆ เกิดที่นั่น ไม่เกิดที่เดือนปีนาทีโมงที่ไหนนะ จะเกิดที่ความเพียร มีสติกำกับตลอด ไม่ว่าขั้นใดๆ  พากันจำเอา

จิตเมื่อธรรมรักษาอยู่แล้ว กิเลสเข้ามารบกวนไม่ได้ ทีนี้ก็ไม่สร้างทุกข์ให้เจ้าของ งานของธรรมเป็นงานเพื่อความสงบร่มเย็น แล้วสง่างามขึ้นเรื่อยๆๆ เรียกว่างานของธรรม ส่วนมากมีแต่งานของกิเลสเต็มหัวอกๆ แล้วก็แบกฟืนแบกไฟมาอวดกันไม่เกิดประโยชน์ เอาละให้พร

หลังจังหัน

         ผู้กำกับ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์ ประจำวันนี้เขาจั่วหัวว่า “หลวงตาบัวท้ารบวิษณุ ปล้นพระฮุบธรณีสงฆ์”

หลวงตาบัวท้ารบ “วิษณุ” ลั่นยอมไม่ได้ให้ออก พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษยึดที่ธรณีสงฆ์ไปหากิน ชี้ทำลายศาสนา ปลุกคนไทยร่วมสู้ เชื่อ “แม้ว” ไม่รู้เห็น

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี เทศน์เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ คัดค้านการที่รัฐบาลจะผลักดันร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะในประเด็นการยึดที่ธรณีสงฆ์ไปทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ ว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เนื่องจากที่ธรณีสงฆ์เป็นสมบัติของพระสงฆ์ทั่วประเทศ ทางบ้านเมืองจะมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ธรณีสงฆ์จึงไม่สมควร

“สงฆ์เป็นสงฆ์ พระเป็นพระ ศาสนาเป็นศาสนา ไม่สมควรที่จะมาแบ่งมาแยกออกไป ถ้าแบ่งแยกออกไปแล้วศาสนาก็กลายเป็นโลกไปหมด โลกเอาไปถลุงกันหมด ไม่มีความหมายว่าอย่างนั้นเลย จึงไม่สมควรที่จะเอาเรื่องที่ธรณีสงฆ์ไปเกี่ยวกับเรื่องชาติเรื่องบ้านเมือง เราเห็นอย่างนั้น”

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมหาเถรสมาคมพิจารณาอนุญาตตามกฎมหาเถรสมาคมแล้ว เจ้าอาวาสอนุญาตให้เขานำไปจัดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษได้หรือไม่ หลวงตามหาบัวกล่าวว่า มหาเถรสมาคมมีความหมายอะไรทุกวันนี้น่ะ ซึ่งหากมหาเถรสมาคมหรือเจ้าอาวาสจะอนุญาตให้ผู้อื่นนำที่ธรณีสงฆ์ไปแสวงหากำไร จะอาบัติหรือไม่อาบัติก็ตาม บอกว่าผิดเท่านั้นเอง ส่วนจะแยกแยะว่าอาบัติหรือไม่ ก็เป็นอีกประเภทหนึ่ง บอกว่าผิด เพราะหากฆราวาสเอาไปถลุงหมดจะว่าไง เรื่องของฆราวาสมีขอบมีเขตที่ไหน พระสงฆ์ท่านมีขอบมีเขต ที่ธรณีสงฆ์ของวัดใด ท่านเป็นผู้รับผิดชอบตลอดมา ไม่ว่าที่ไหนเหมือนกัน ตามหลักธรรมวินัยมีอย่างนั้น ที่จะเอาไปทำอีลุ่ยฉุยแฉกอย่างนี้ ไม่ใช่ทางของที่ธรณีสงฆ์ที่จะปฏิบัติตามได้ ถ้าจะมาเอาไปก็ต้องเอาไปแบบหน้าดื้อหน้าด้าน แบบมหาโจรนั่นเอง

เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาดกล่าวโจมตีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี (หลวงตา.: เขาไม่ได้กล่าวบ้างหรือว่า นายวิษณุ เครืองาม มาโจมตีศาสนาให้แหลกหมด เขาไม่ว่าหรือ) (ผู้กำกับ: ต่อไปจะมีครับ) ที่ดำเนินการเรื่องนี้ว่า “ไอ้วิษณุ เครืองาม มันเห็นชอบหมด ถ้าอะไรที่จะไปทำลายศาสนาวิษณุมันเห็นชอบทั้งหมด มันเห็นด้วยทั้งหมด ที่จะให้คนไทยจมจากศาสนานี้ วิษณุเป็นผู้บ่งบอกทั้งนั้นแหละ อำนาจของนายวิษณุคืออำนาจทำลายศาสนา ไม่เห็นตรงไหนที่วิษณุจะมาส่งเสริมศาสนาให้เราได้อนุโมทนา เรียนมาด้วยกัน รู้มาด้วยกัน อันใดผิดอันใดถูก แล้ววิษณุมันไปเรียนคัมภีร์ไหน มีแต่คัมภีร์ทำลายศาสนาทั้งนั้นที่มันเรียน”

หลวงตามหาบัวกล่าวว่า จะเป็นแกนนำต่อสู้กับนายวิษณุหากจะมายึดที่ธรณีสงฆ์ ถึงขั้นฟัดกันเลย แต่จะให้ถอยเป็นไม่มี และขอให้คนไทยทั้งชาติร่วมกันต่อสู้ ดังนั้นเมื่อมีการตั้งรัฐบาลใหม่และมีข่าวจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีนั้น ก็ขอให้เปลี่ยนใจถอนเรื่องนี้ออกมาเสีย เรื่องนี้จะพึ่งมหาเถรสมาคมก็ลำบาก เพราะท่านเป็นสุภาพชน ยังไม่เห็นออกมาว่าอะไร

“ถ้าออกมาเมื่อไรซัดเมื่อนั้นเลย ไม่ต้องว่าควรไม่ควร เวลานี้คนไทยพร้อมแล้ว คนนี้คนเดียวมันเอาอำนาจบาตรหลวงมาจากไหนมาปกครอง มาบีบบี้สีไฟคนทั้งชาติซึ่งถือพุทธศาสนา มันเอาความวิเศษวิโสอะไรมาให้คนไทยกราบยอมรับ หมอบ ไม่มีหมอบ บอกไม่หมอบว่างั้นเลย เอ้า เก่งเข้ามา ว่างั้นเลย หลักความจริงมีอยู่ทำไมไม่ยอมรับกัน อันหนึ่งมีหลักมีเกณฑ์ที่เขารักษามาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ พุทธศาสนานี้เกิดมากี่ปีกี่เดือน มันมีแต่มาทำลาย มันจะเอาความวิเศษศักดิ์สิทธิ์มาจากไหน มาอวดคนไทยทั้งประเทศที่มีทั้งพระเจ้าพระสงฆ์ผู้ทรงศีลทรงธรรมมากมาย เอาอะไรมาอวดล่ะ มีอะไรว่ามาอีก”

ถามว่าถ้านายกฯ ไม่ยอมทำตามที่หลวงตามหาบัวพูดไว้จะทำอย่างไร หลวงตามหาบัวกล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้ทำ พวกเปรตต่างหากมันทำ ถ้าทำเราตีปากนายกฯ ก็ได้จะว่าอะไร ก็นายกฯ เป็นลูกศิษย์เรา เราทำไมตีปากนายกฯ ไม่ได้ อันนี้นายวิษณุทำต่างหาก

หลวงตา : นายวิษณุทำ จะไปหาเรื่องใส่นายกฯ ไม่ได้ ถ้านายกทำจริงๆ เราตีปากนายกก็ได้ หมดแล้วหรือ (ครับ) แล้วหนังสือพิมพ์อะไรอีกที่ว่า พิมพ์ไทย (คนซื้อยังมาไม่ถึงครับ) นี่ละเริ่มออกแล้วนะ ไอ้ตัวนี้มันตัวทำลายศาสนาโดยตรงเลย เราพูดจริงๆ นายวิษณุนี่เป็นตัวทำลายศาสนาโดยตรง แบบแผนคัมภีร์มีมันเหยียบไปหมด เราเห็นอยู่นี่ ที่มันเอามาใช้นี้มาจากไหนไม่มี หลักของพุทธศาสนามีกฎมีเกณฑ์ทุกสิ่งทุกอย่างมาดั้งเดิมแล้ว อันนี้มันมีมาจากไหน มีมาจากมหาโจรที่จะเหยียบย่ำทำลายศาสนาเท่านั้นเอง ถ้ามันมีกฎเกณฑ์ออกมาจะยอมรับได้ เพราะหาเหตุหาผลอยู่แล้ว นี่มันไม่มี มีแต่เรื่องจะทำลาย

เอะอะมีแต่ทำลายๆ ตัวแสบตัวสำคัญคือนายวิษณุนี้เอง ที่จะทำลายทั้งชาติทั้งศาสนาไปด้วยกัน ดีไม่ดีลุกลามไปถึงพระมหากษัตริย์ก็ได้ คนๆ นี้เป็นตัวสำคัญมาก เป็นตัวแสบมากที่สุด คือนายวิษณุ เครืองาม นี้แหละ เอะอะๆ มันเป็นเจ้าอำนาจตั้งกฎหมายข้อนั้นข้อนี้ เวลาออกมามันมีแต่กฎหมอย กฎหมา กฎหมัด ไม่ใช่กฎที่จะส่งเสริมชาติศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง มีแต่กฎเหล่านี้เอง แล้วจะชมเชยมันว่าดีได้ยังไง ข้อใดที่มันออกมานี้จะเข้าไปกระเทือนพุทธศาสนาเป็นอย่างน้อย เข้าศาสนาก่อน เข้าตรงนี้ๆ ออกแง่ไหนๆ มันมาแบบนี้ทั้งนั้น แบบจะทำลายศาสนาทั้งทางอ้อมและทางตรง คือนายวิษณุนี้เอง พี่น้องทั้งหลายชาวไทยให้จำเอาไว้นะ นี้เป็นภาษาธรรม เราพูดแบบภาษาธรรม ไม่เอียงโน้นเอียงนี้ เราพูดออกมาจากหลักเกณฑ์คือคัมภีร์วินัยของศาสนาออกมาพูด

อันนี้มันไม่มีคัมภีร์นี่ นี่เรียกว่ากาฝาก กาฝากนี้เป็นกาฝากมหาภัยต่อชาติศาสนา ลุกลามไปถึงพระมหากษัตริย์ด้วย ให้พี่น้องจำไว้ให้ดี นายวิษณุนี้เป็นตัวสำคัญในชาติศาสนาของเมืองไทยของเราเวลานี้ คือตัวแสบ แล้วก็ยกมันขึ้นเป็นเจ้ากฎหมายเสียด้วย ให้มันตั้งกฎนั้นขึ้นมาบังคับ ตั้งกฎนี้มาบังคับ มีแต่กฎที่จะทำลายทั้งนั้น ไม่มีกฎใดที่จะทำความเจริญให้แก่พุทธศาสนา ยังไม่เห็น ไอ้นี้ตั้งออกมากฎไหนไม่มี มีแต่เรื่องจะทำลายพุทธศาสนาทางอ้อมทางตรงไปเรื่อยๆ อย่างนี้เรื่อยมา ติดตามกันตลอด ผู้ที่คัดค้านต้านทานก็มีแต่หลวงตาบัวองค์เดียว ยึดหลักพระพุทธศาสนาไว้ เราปฏิบัติศาสนามาตั้งแต่วันบวชจนกระทั่งบัดนี้ เรียนธรรมเรียนวินัยก็เรียนมาด้วยกันทุกอย่าง มันไปเรียนที่ไหนๆ มา มันไปเรียนตั้งแต่วิชาโลกพินาศ ศาสนาพินาศ เท่านั้นเอง มันถึงเอาวิชาอันนี้ออกมาทำลายอยู่เวลานี้ แบบนั้นแบบนี้ ตั้งกฎเกณฑ์นั้นขึ้นมา ตั้งกฎเกณฑ์นี้ขึ้นมา ว่าเป็นเจ้าของกฎหมาย ความจริงก็คือมันเป็นเจ้าของกฎหมอยนั่นเองจะเป็นอะไรไป

มันทำมันยังทำได้ ทำไมเราพูดไม่ได้วะ จะว่าอะไร ผู้ทำผิดทำได้ แล้วผู้ทำถูกก็พูดได้ซี เรารักษาศาสนามา เราไม่ได้ทำลายศาสนาที่ไหน เทิดทูนที่สุดพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์เรายอมตาย แต่กับไอ้วิษณุเราไม่เคย แล้วใครเคยมีไหมชาวพุทธเราว่า วิษณุ สรณํ คจฺฉามิ เคยมีไหม มีแต่ พุทฺธํ ธมฺมํ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ นี่ละนายวิษณุจะมาทำลายอันนี้ แล้วจะเอาวิษณุขึ้นเป็น สรณํ คจฺฉามิ แทน ขี้หมามันก็ไม่มากราบ อย่าว่าแต่หมากราบเลย พูดตรงๆ อย่างนี้ละ

เป็นยังไงเหมือนจะกัดจะฉีก เวลาพูดเป็นอย่างนั้น เอาอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นไม่ได้นะ ไอ้นี้ตัวแสบที่สุด มันออกแง่นั้นแง่นี้ คอยดูซิกฎหมายที่มันออกมามันจะมาบีบบังคับ อันนี้เราได้ยินมาแว่วๆ เราก็จะพูดแบบแว่วๆ ว่าเวลานี้มันกำลังจะตั้งกฎเกณฑ์ข้อบังคับฝ่ายกรมป่าม้งป่าไม้ให้อยู่ในเงื้อมมือของมัน มันจะบังคับไปหมด แล้วกรมป่าไม้กับพระอยู่ด้วยกันมาดั้งเดิมแล้ว และพระพุทธเจ้าก็อยู่ในป่าด้วย พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญอยู่ในป่าและตรัสรู้อยู่ในป่า สาวกทั้งหลายมากต่อมากอยู่ในป่า บรรลุธรรมอยู่ในป่า เวลาบวชแล้วทุกองค์พระไม่มีปฏิเสธได้เลยว่าจะไม่ได้รับโอวาทข้อนี้ ข้อนี้คืออะไร

พอบวชเสร็จปั๊บแล้วให้พระโอวาทข้อนี้ขึ้นมาเลย รุกฺขมูลเสนาสนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโย บรรพชาอุปสมบทแล้วให้เธอทั้งหลายไปอยู่ตามรุกขมูลร่มไม้ ในป่าในเขา ตามถ้ำ เงื้อมผา ป่าช้าป่ารกชัฏ ที่แจ้งลอมฟาง ซึ่งเป็นที่สะดวกแก่การบำเพ็ญสมณธรรม ขอให้เธอทั้งหลายจงอยู่และบำเพ็ญในสถานที่นั้นตลอดชีวิตเถิด ภาษาบาลีที่ยกขึ้นมาแล้วนี้ แปลออกเป็นอย่างนี้ เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้พุทธศาสนา ถ้ามันไม่มาเป็นใหญ่ เอาอำนาจป่าเถื่อนเข้ามาบีบบังคับทางกฎหมายบ้านเมืองมันตั้งขึ้นมา กฎหมายกฎหมอยมันตั้งขึ้นมาจะมาบีบบังคับ มันเป็นเจ้าอำนาจอยู่ในป่า ทีนี้มันจะไล่พระเข้าไปอยู่ในส้วมในถานหมด นี่ละอุบายของมัน

มันออกทางโน้นก็กระเทือนมาถึงพระแล้วนี่ มันจะไล่พระออกจากป่า มันพยายามจะทำลายกรรมฐานอยู่ในตัวของมันนั่นแหละเวลานี้ พระกรรมฐานมันถือเป็นตัวแสบของมัน กรรมฐานท่านเป็นธรรมท่านก็ถือมันเป็นตัวแสบของศาสนาเหมือนกัน ตัวนายวิษณุนี่ ได้ยินแว่วๆ ว่าอย่างนี้ ถ้าตั้งขึ้นมานี้อย่างไรก็โลกแตกเลย ให้ถอยกันไม่ได้เลย พุทธศาสนาของเมืองไทยอยู่กับป่าแท้ๆ มันมาครอบครองในป่าแล้วมันจะขับพระที่บำเพ็ญอยู่ในป่าเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพานมาดั้งเดิมจนกระทั่งปัจจุบันนี้ มันจะขับไล่ออกให้หมด มันจะมาขังไว้ในห้องขังในส้วมในถานไหนก็ไม่รู้แหละ นี่แผนการได้ยินมาอย่างนั้น เราได้ยินพอแว่วๆ นะ เราจึงพูดพอแว่วๆ อย่างนี้ ถ้าตัวจริงออกมาจริงๆ แล้วจะซัดกันอย่างจริงๆ เลย วันนี้พูดเพียงแว่วๆ เพราะได้ยินเพียงแว่วๆ เท่านี้แหละ

นี่ละอุบายวิธีของมัน มันจะมาครอบป่าไม้ทั้งหมด มาเป็นใหญ่ผู้เดียว แล้วขับพระอยู่ในป่าออกหมด นี่ปริยายของมัน มันเอานั้นก่อน จากนั้นมาเป็นใหญ่แล้วก็ขับได้เลย นั่น มันอุบายของตัวแสบแห่งพุทธศาสนา ตัวแสบที่สุดได้แก่ตัวนี้ เมืองไทยเราคนทั้งประเทศไม่มีคนที่จะส่งเสริมศาสนา ให้ทางศาสนาได้ชมเชยบ้างไม่มีหรือ มีแต่คนๆ เดียวที่จะทำลายศาสนาอยู่ทุกแง่ทุกมุมนี้เหรอตั้งให้เป็นเจ้าของกฎหมายกฎหมอยน่ะ เมืองไทยเราหมดแล้วเหรอ คนดีหมดแล้วเหรอ มีแต่นายวิษณุคนเดียวนี้หรือที่ตั้งหน้าตั้งตาทำลายศาสนาทั้งทางตรงและทางอ้อมอยู่เวลานี้ มันไม่มีแล้วหรือเมืองไทยเรา หาดูซิมีไหม หัวใจมีทุกคนคนไทย ไม่มีหัวใจตั้งแต่มันคนเดียวนะ

เราไม่มีอะไรกับใคร พูดก็อยู่เหนือโลกว่าจริงๆ อย่างนี้ พูดได้อย่างสบาย พูดแล้วหายเงียบเลยไม่มีอะไร นี่ธรรมสอนโลก มันจะทำชาติศาสนาให้ล่มจม เรารักษาอยู่ด้วยกันทุกคนไม่มีผู้พูด ผู้พูดหากมี เข้าใจไหม ว่าจะไม่มีผู้พูดเหรอ ปากมีทุกคน ตั้งแต่ปากมันยังออกมาได้ มือมันยังเขียนได้เป็นอำนาจป่าเถื่อนมา ทางนี้ทำไมเอาของจริงออกมาพูด พูดไม่ได้มีเหรอ นี่ละอุบายทำลายศาสนาทำอย่างนี้ เราติดตามโดยลำดับ มันเริ่มขึ้นมาตั้งแต่ต้น ก็นี่ละตัวสำคัญ ถ้าไม่มีนี้จมไปเลย พูดจริงๆ นะเราไม่ใช่คุย พูดออกมาแง่ไหนมีแง่ทำลายเข้าไป ทางนี้ตีกลับๆ เรื่อยมาเลย

เวลานี้กำลัง เท่าที่ทราบมาเขาก็ว่าตัวนี้แหละตัวจะตั้งสังฆราชขึ้นมา นี่เห็นไหมมันทำลายหรือส่งเสริม จะตั้งสังฆราชขึ้นมา ทั้งๆ ที่สังฆราชของเราโลกกราบไหว้บูชาทั่วประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาแต่พระองค์เดียวเท่านั้น มีมาดั้งเดิม นี่มันอุตริมาตั้งอะไรมาเป็นสังฆราชขึ้นมาอีก จะมากินโต๊ะสมเด็จสังฆราชของเราที่โลกทั้งหลายกราบไหว้บูชา มันจะมากินโต๊ะกันอยู่เวลานี้ เห็นไหมปีนขึ้นมานี่ เวลานี้สงบได้เมื่อไร เป็นของดีแล้วเหรอ เป็นสิ่งทำลายหรือเป็นสิ่งส่งเสริม ฟังซิ สมเด็จสังฆราชตั้งขึ้นมา ได้ทราบว่าไอ้วิษณุนี่เป็นคนตั้ง ทราบมาว่าอย่างนั้นว่าไง ถ้าหากมาพูดต่อปากต่อคำจริงๆ เอ้ามา ว่างั้นเลยเรา ทันทีเลย แต่นี้ได้ยินเพียงแว่วๆ เราก็เอาแว่วๆ แค่นี้เสียก่อน ยังไม่หนักนัก เพียงแว่วๆ เสียก่อน

เขาว่าตัวนี้ตัวการที่ตั้งให้เป็นสมเด็จสังฆราชขึ้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งสมเด็จสังฆราช ไอ้นี้เป็นตัวใหญ่กว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมาตั้งสมเด็จสังฆราชขึ้นแข่งสมเด็จสังฆราชองค์ปัจจุบันที่พระองค์ทรงสถาปนาหรือตั้งเอาไว้ ให้โลกกราบไหว้บูชาสนิทตาสนิทใจทุกคน ทั้งฝ่ายพระเจ้าพระสงฆ์ ทั้งประชาชนญาติโยม อันนี้ใครจะไปกราบมันได้ลงคอ ตั้งขึ้นมาร้อยพันก็ไม่มีใครกราบ ของปลอมกราบอะไร

ทองคำประเภทซึมซาบได้ ๗๐ กิโลแล้วนะ นี่เห็นไหมถ้าไม่พูดอย่างนี้จะไม่มีเลยประเภทนี้ ขาดสะบั้นไปเลย ได้เท่านั้น ทีนี้เราเป็นห่วงใยลูกหลานพี่น้องชาวไทยเรา เราจึงคิดเอาไว้ๆ ก่อนเราจะตาย เพื่อให้นี้เป็นสารประโยชน์อันสำคัญ เป็นหัวใจของชาติไทยเราไว้ต่อไป เป็นเครื่องประกันชาติของเรา มีความสง่างามมากนะ เราจึงได้อุตส่าห์พยายาม ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้พิจารณาและเห็นใจหลวงตานะ อย่าว่ารบกวนอย่างนั้นรบกวนอย่างนี้ไม่หยุดไม่ถอย ไม่ใช่รบกวนอะไร รบกวนเพื่อเราทั้งหลาย เพื่อหัวใจของคนทั้งชาตินั้นแหละ เราทำนี่เราทำเพื่อหัวใจคนทั้งชาติ จะได้อยู่ด้วยความอบอุ่นทั่วหน้ากัน สำหรับเราไม่มีปัญหาอะไร ตายได้ง่ายมาก เราพูดจริงๆ พูดอย่างตรงไปตรงมา

เราไม่มีปัญหาอะไรกับความเป็นความตายของเรา เราบอกไม่มี เราจึงกล้าเทศน์เต็มอรรถเต็มธรรมเต็มภูมิหัวใจของเรา เราไม่มีสะทกสะท้านกับสิ่งใดในสามแดนโลกธาตุนี้ อย่างเรื่องราวเกิดขึ้นมานี้เราพูดได้อย่างจังเลย อะไรผิดอะไรถูก เราพูดได้เต็มปาก ออกมาจากธรรมล้วนๆ เราไม่เอนไม่เอียงกับผู้ใดทั้งนั้น พูดอย่างตรงไปตรงมา จึงถือเป็นสาระสำคัญไว้ปฏิบัติต่อไปได้ เราไม่พูดอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าหาหลักเกณฑ์ไม่ได้ เลื่อนลอยใช้ไม่ได้เลย ธรรมเท่านั้นเป็นที่ตายใจของโลกทั่วๆ ไป

เราเป็นลูกชาวพุทธ เป็นผู้ที่ถือธรรมเป็นหัวใจอยู่แล้ว จึงได้เผดียงพี่น้องทั้งหลายเพื่อชาติไทยของเรา เวลานี้ยังพอเป็นไปได้อยู่ หลวงตาก็ยังไม่ตาย ยังพอออดพออ้อนกับพี่น้องทั้งหลายได้อยู่ คนนั้นเท่าไร คนนี้เท่าไร แต่ไม่ทำเหมือนแต่ก่อน แต่ก่อนมานี้จับกระเป๋าตีเลย ไหนมีอะไรมาๆ เดี๋ยวนี้ลดแล้วอันนั้นไม่ใช้ อย่างมากก็ออดอ้อนเอา

ดีละผู้ว่าฯ หันเข้าศีลเข้าธรรม หันกับทางนอกหันมามากต่อมากแล้ว ทีนี้หันเข้าศีลเข้าธรรมเพื่อเป็นสาระแก่นสารของตัวเอง อบอุ่น ถ้าธรรมเข้าสู่ใจอบอุ่นทั้งหมดเลย สิ่งเหล่านั้นเราไม่ประมาท อาศัยชั่วกาลเวลาเท่านั้น เขาไม่พรากเราก็พรากจากกันไป ส่วนธรรมไม่พราก เอาละนะจะให้พร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก