หลักของการภาวนาอยู่ที่สติ (พรบ.เศรษฐกิจพิเศษทำลายชาติ)
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา 8:40 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๘

หลักของการภาวนาอยู่ที่สติ

 (พรบ.เศรษฐกิจพิเศษทำลายชาติ)

 

ก่อนจังหัน

พูดถึงเรื่องภาวนา พูดแต่เป็นเรื่องส่วนรวมๆ หลักที่จะยึดจะเกาะให้เป็นที่แน่ใจ เป็นแก่นของการภาวนาจริงๆ ไม่ค่อยมีใครพูด เพราะฉะนั้นจึงย้ำเสมอว่า สตินี่เป็นแก่นทีเดียวจำให้ดี สติเป็นแก่นเป็นหลักจุดศูนย์กลางของการภาวนา เราจะภาวนาวิธีใดก็ตาม สติต้องเป็นที่หนึ่งๆ เป็นแกนอยู่ภายใน ท่านผู้ปฏิบัติอยากได้หลักได้เกณฑ์เข้าสู่ใจตนเองแล้วอย่าปล่อยสติ ใครจะพิจารณาหรือภาวนาในธรรมบทใดอารมณ์ใดก็ตาม สติต้องติดแนบๆ นี่ละรากฐานแห่งการภาวนาจะเกิดที่นี่ ธรรมทั้งหลายจะเกิดขึ้นที่นี่ สติเป็นพื้นฐานตลอด ตั้งแต่สติล้มลุกคลุกคลาน จนกระทั่งถึงมหาสติมหาปัญญา สติจำเป็นตลอด การภาวนาแล้วแต่อุบายวิธีการของผู้ใดที่จะนำมาภาวนา แต่ที่ขาดไม่ได้นั้นคือสติ จำให้ดี นี้คือหลักของการภาวนา ภาวนาไม่มีหลัก ไม่มีที่เน้นหนักไม่ได้หลักได้เกณฑ์นะ จุดสำคัญของการภาวนาคือสติ จำให้ดีทุกคน อยู่ไหนไม่เผลอสติแล้ว ไม่ว่าการงานภายนอกภายในต้องดีไปเรื่อยๆ ไม่ผิดไม่พลาด

เรานี้อยากเห็นนักปฏิบัติของเราซึ่งเป็นแนวหน้าของบริษัททั้งหลายด้วยกัน คือภิกษุบริษัทสำคัญมากที่จะเป็นผู้นำของผู้ตามหลังทั้งหลายนั้น ด้วยความมีหลักมีเกณฑ์ เรื่องศีลไม่ต้องพูด ต่างคนต่างรักษาไว้แล้วโดยสมบูรณ์ คือหลักของการภาวนาตั้งแต่ศีล แล้วก็สมาธิ ปัญญา ท่านพูดย่อๆ สมาธินี่รวมไปเลยในความสงบทุกระดับเข้าสู่สมาธิ จากนั้นก็ออกปัญญา คำว่าปัญญาก็ตั้งแต่ ตรุณวิปัสสนา ปัญญาอ่อนๆ แล้วขึ้นไปๆ จนเป็นมหาปัญญาไม่พ้นจากสติ รวมแล้วอยู่ที่นี่ ขอให้ทุกๆ ท่านจับหลักนี้ไว้ให้ดีในการภาวนาทั้งหลาย

ส่วนมากถามไม่ค่อยได้เรื่องได้ราว คือหลักเกณฑ์ที่จะให้ตั้งเป็นรากเป็นฐานขึ้นภายในใจ ไม่มีใครที่จะจับจะยึด และไม่มีใครสอนกันอย่างเน้นหนัก ให้ยึดเป็นหลักจริงๆ คือสติ นี่เราแสดงให้ท่านทั้งหลายทราบเสีย หลักของการภาวนาอยู่ที่สติ เอาให้ดี ประกอบหน้าที่การงานไม่เลือก ชาติชั้นวรรณะ หญิงชาย นักบวชฆราวาสอะไรไม่เลือก สติใช้ได้หมด งานทางโลกสติก็จำเป็น งานทางธรรมสติก็จำเป็น จึงขอให้นำสตินี้ออกไปใช้ หลักพุทธศาสนาขึ้นสติเป็นสำคัญ ในการที่จะกระจายออกแนะนำสั่งสอนโลกก็ดี เอาออกจากนี้ ขอให้พากันยึดให้ดี

ภาวนาไม่มีหลักมีเกณฑ์ไม่ได้เรื่องได้ราวนะ โลเลๆ อยู่ที่ไหนเวลาถามหาหลักของการภาวนา มีอะไรเป็นหลัก เหลวไหลทั้งนั้นนะ เราอยากจะว่าทั้งนั้น เพราะไม่มีผู้สอนอย่างเน้นหนักเอาไว้ในจุดสำคัญๆ ภาวนาก็ว่าไปๆ อะไรเป็นสำคัญไม่สำคัญไม่ทราบ เลยไม่ได้เรื่องได้ราว ให้มีจุดสำคัญอย่างนี้ นักภาวนาอยากทรงมรรคทรงผล ไม่พ้นจากสตินี้ไปได้เลย สติเป็นพื้นฐานที่จะหนุนธรรมทุกขั้นๆ จนกระทั่งถึงวิมุตติหลุดพ้น พ้นสติไปไม่ได้ ให้มีหลักยึดซิการภาวนา ไม่มีหลักยึดรวนเรใช้ไม่ได้นะ จำให้ดีนักปฏิบัติทุกๆ ท่าน ทีนี้จะให้พร

หลังจังหัน

         ผู้กำกับ ร่าง พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจพิเศษ

กฎหมายขายชาติ ขายแผ่นดิน ฉบับใหม่

         อันเนื่องมาจากมีการยกร่าง พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ..... เพื่อให้บุคคลคณะหนึ่งมีอำนาจเด็ดขาด ในการเพิกถอนสาธารณสมบัติของแผ่นดินทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นวนอุทยานแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ ที่ดินสาธารณะ ที่ธรณีสงฆ์ โดยวิธีการซื้อ เช่าซื้อ เช่าระยะยาว แลกเปลี่ยน ถมทะเล หรือการเวนคืน เพื่อให้ที่ดินที่ต้องการดังกล่าวให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจัดตั้งเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ และมีฐานะเป็นองค์การมหาชน สามารถนำไปขายหรือให้คนต่างด้าวเช่า เพื่อประกอบกิจการได้ทุกชนิด โดยกำหนดว่า ต้องให้เช่าไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี และไม่เกิน ๙๐ ปี (มาตรา ๒๓ , ๔ , ๒๕ , ๒๖ ) และหากองค์การฯ ขาดทุนจากการนำทรัพย์สินที่ได้มาโดยวิธีดังกล่าวข้างต้นไปขาย หรือให้บุคคลต่างด้าวเช่า รัฐต้องจ่ายเงินให้เท่าตามจำนวนที่ขาดทุนอีกด้วย (มาตรา ๗๖ )

         ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว มีผลให้สิทธิและอำนาจในที่ดินนับตั้งแต่กรรมสิทธิ์ในที่ดินของสถาบันพระมหากษัตริย์ จนถึงของราษฎร และสาธารณสมบัติที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของราษฎร ที่ดินอันเป็นอุทยานแห่งชาติ ที่ดินที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ที่ชลประทาน ตลอดจนที่ธรณีสงฆ์ อันเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาหมดสิ้นไป ทันทีที่คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษกำหนดว่า ที่ดินดังกล่าวอยู่ในแนวกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษ

         โดยผู้ที่เช่า หรือผู้ที่เข้าครอบครองที่ดินตามที่คณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษ อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์แทนเจ้าของเดิม ไม่ว่าจะเป็นนายทุน หรือเป็นบุคคลต่างด้าวก็ตาม ได้รับการยกเว้นภาษีทุกชนิด และนำเงินผลประโยชน์ออกนอกประเทศได้โดยเสรี (มาตรา ๓๐ , ๓๑ , ๓๓ , ๓๔ , ๖๒ , ๗๐ )

การกำหนดพื้นที่ใดๆ ก็ได้ในพระราชอาณาจักร เพื่อให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของคณะกรรมการดังกล่าว กระทำได้โดยไม่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของระบบรัฐสภา และอำนาจการกำหนดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น ยังมีอำนาจเหนือกว่าสิทธิและอำนาจการจัดการที่ดินใดๆ ที่อยู่ในสิทธิและอำนาจการปกครองของส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นอีกด้วย (มาตรา ๑๖ , ๒๑ , ๓๕ )

หากเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หรือราษฎร หรือพระสงฆ์ ผู้อยู่อาศัยในที่ดินมาแต่ดั้งเดิม ก่อนประกาศจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไม่ยินยอมออกจากที่ดินหรือไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างใดๆ ตามคำสั่งของคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ต้องรับโทษทางอาญา เช่น จำคุก ๓ เดือน ปรับไม่เกิน ๒ แสนบาท และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย และค่าเสียหายในการที่คณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษดำเนินการรื้อถอนเอง อีกทั้งให้อำนาจคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษ นำทรัพย์สินต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ บังคับขายทอดตลาดได้ทันทีโดยมิต้องนำคดีขึ้นสู่ศาล (มาตรา ๕๙ , ๖๐ , ๖๑ )

ความเป็นมาของการยกร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว สืบเนื่องมาจากคณะรัฐมนตรีได้ปรารภว่าจะให้มีกฎหมายกำหนดให้บางพื้นที่เป็นเขตพิเศษ ครอบคลุมกิจการที่หลากหลาย เช่น การอุตสาหกรรม การเกษตรกรรม การพาณิชยกรรม การท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งเดิมคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ดำเนินการ

(๑)         เรื่องการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนเชียงราย

(๒)         เรื่องการจัดตั้งเมืองใหม่ ที่นครนายก

(๓)         โครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

โดยให้นายวิษณุ เครืองาม เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ

แต่ร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษฉบับนี้ ไม่ได้เป็นตามหลักการ ๓ ข้อที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ดำเนินการ

ในการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจพิเศษฉบับนี้ ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘  ที่ห้อง ๓๗๐๑ ชั้น ๗ อาคารรัฐสภา ๓ ได้มีการเปิดเผยว่า การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าจ้างให้สำนักงานกฎหมายของนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นผู้ยกร่าง พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจ กฎหมายขายชาติขายแผ่นดินฉบับใหม่นี้

นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นผู้นำเสนอให้นายวิษณุ เครืองาม พิจารณา

นายวิษณุ เครืองาม เห็นชอบ แล้วนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๔๘ คณะรัฐมนตรีรับหลักการ ขณะนี้อยู่ในขั้นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา

หลวงตา ฟังซิ เราได้นำพี่น้องชาวไทยมาสักเท่าไร เราพูดจริงๆ เราทำโดยธรรมล้วนๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะก้าวเดินยังไงได้พิจารณาเต็มเหนี่ยวแล้วออกๆ เป็นธรรมล้วนๆ เป็นความชุ่มเย็นแก่พี่น้องชาวไทยเรามาตลอด ก็ไม่เคยได้ยินคำตำหนิติเตียนถึงเรื่องการดำเนินงานของเราทางด้านวัตถุนี้ผิดไป แล้วการเทศนาว่าการให้พี่น้องทั้งหลายทราบ เรียกว่าทั่วโลกแล้วเวลานี้ ก็ไม่มีใครที่ค้านขึ้นมาว่าธรรมะที่เราแสดงนั้นผิดไป ทำให้โลกพินาศฉิบหายได้ด้วยโอวาทคำสอนหลวงตาบัว ไม่เคยได้ยิน เพราะฉะนั้นที่เราเตือนท่านทั้งหลายไว้ทุกอย่างๆ นั้นเราพิจารณาโดยธรรมแล้ว ควรจะนำไปพิจารณาทุกคนในฐานะที่ว่าเราเป็นเจ้าของของชาติ อย่าให้พวกเปรตพวกผีพวกโจรพวกมารที่คอยจะทำลายชาติอยู่เวลานี้ตั้งแง่นั้นขึ้นมา ตั้งแง่นี้ขึ้นมา มีแต่พวกดาบพวกปืนพวกระเบิดชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ทั้งนั้น

โผล่ออกมาเรื่อย ตีกันลงไปเรื่อยไม่รู้กี่ครั้งเห็นไหม ใครตีมา ก็ไม่พ้นหลวงตาบัวนี้ละออกหน้าอยู่ตลอดมา เพราะจะเป็นภัยต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเรา ทั้งสามพระองค์นี้เราเทิดทูนมาตลอดไม่ให้ใครมาแตะต้อง แล้วเรื่องราวมันก็ค่อยโผล่ขึ้นมาแบบนั้นแบบนี้อย่างเห็นนี่แหละ ให้พากันพิจารณาทุกคนนะ เราพูดนี้ไม่ผิดบอกตรงๆ พิจารณาแล้วค่อยพูดออกมาทุกคำๆ ไม่ว่าจะเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดขนาดไหน เป็นคำพูดที่ออกมาจากน้ำหนักของธรรม ไม่ได้ออกมาจากน้ำหนักของกิเลสที่จะเผาบ้านเผาเมืองเผาศาสนา พระมหากษัตริย์แต่อย่างใดเลย แม้เม็ดหินเม็ดทรายเราไม่มีในหัวใจเรา เราพูดเพื่อพี่น้องชาวไทยทั้งนั้น

เพราะฉะนั้นคำพูดใดที่ออกไปแล้วว่าเป็นภัย ให้ถือว่าเป็นภัยจริงๆ ให้พิจารณา เราไม่ผูกขาดให้พิจารณา แล้วปฏิบัติตามถ้าเห็นด้วยแล้วนะ ถ้าไม่เห็นด้วยแล้วเราก็ไม่แน่ใจนัก ว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเรานี้จะเป็นยังไง เพราะเวลานี้เรื่องฟืนเรื่องไฟที่จะเผาไหม้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กำลังลุกเข้ามาเรื่อยๆ เราไม่เคยเอนเคยเอียง ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูกตลอดมา ในสายของธรรมจะพูดเอนเอียงไปไม่ได้ ไม่เรียกว่าธรรม ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีคำว่าสูงว่าต่ำ พูดอย่างมีเหตุมีผลเป็นอรรถเป็นธรรมล้วนๆ ไปเลย ให้พากันพิจารณาก็แล้วกัน นี่ละที่เราพูดตรงไหนผิดไหม เรื่องราวมันก็เป็นมาเรื่อยๆ ก็ได้เอากันอยู่เรื่อยๆ ดังที่เห็น ถึงขนาดที่ว่าประชุมพระเป็นหมื่นกว่าองค์ที่วัดอโศการาม นั่นเกิดความเดือดร้อนกับพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่ในป่าในเขา ให้วุ่นวายไปตามๆ กันกับพวกฟืนพวกไฟเหล่านี้ตลอดมาอย่างนี้แหละ ให้พิจารณาให้ดีอย่านอนใจ

ฟังซิ ที่พูดนี้ผิดไหม เวลานี้พอพูดไปๆ ก็ไปหานายวิษณุ เครืองาม เห็นดีด้วย ก็เห็นดีซิก็เป็นโครงการของนายวิษณุ จะเป็นโครงการของใคร มันก็ต้องเห็นดีเมื่อเป็นตามโครงการของมันแล้ว ต้องเห็นดี เป็นอย่างนั้นละ พูดผิดไหม ตัวนี้ละตัวแสบ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ในจุดนี้เป็นจุดใหญ่ พูดให้ตรงไปตรงมา เอา ใครจะเอาคอหลวงตาบัวไปตัดไม่เสียดายยิ่งกว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราตายได้เลย ตายตามความจริงของเรานี่ละไม่มีผิดมีเพี้ยนไปเลย นี่ละตัวสำคัญจำให้ดีนะ ตัวที่ได้รับการปรึกษาอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสังหารชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไปอยู่กับจุดนี้แหละ พี่น้องทั้งหลายจำให้ดี

เวลานี้กำลังเป็นใหญ่เป็นโตป่าๆ เถื่อนๆ กฎหมายเป็นกฎหมอย กฎหมา กฎหมัดออกมาใช้ตลอดเวลาให้เมืองไทยเดือดร้อนไปตามๆ กันหมด ก็เพราะจุดนี้เป็นตัวสำคัญ จำให้ดี เราพูดนี้พูดอย่างเป็นธรรม ใครไม่ก่อเราไม่บอกว่าก่อ ตาสีตาสาตามท้องนาเขาไม่ก่อเรื่องราวอะไร ตัวสำคัญนี้ละกินเงินเดือนของพี่น้องชาวไทย มันกินสักกี่พุงตั้งแต่วันไหนมาจนกระทั่งป่านนี้ แล้วมันก็กัดตับกัดปอดพี่น้องชาวไทย จะเอาพี่น้องชาวไทยเราให้จมลงในหลุมนรกอเวจีหลุมไหนก็ไม่ทราบแหละ นี่มันกำลังเวลานี้ เห็นไหมเงินที่เอาไปเลี้ยงมันเกิดประโยชน์อะไร มีแต่เครื่องสังหารเราทั้งนั้นเวลานี้ ออกมาแง่ไหนๆ เราฟังไม่ได้เราบอก ตั้งแต่ไอ้นี้มันออกมาแง่ไหนปั๊บ ได้โต้ตอบกันละกับเรา ต้านทานกันมาตลอด เพราะมันผิดเอาอย่างมหาศาล เรียกว่ากาฝากมหาภัย นี่ละตัวกาฝากใหญ่ มหาภัยต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กำลังครองอำนาจป่าเถื่อนอยู่เวลานี้

รู้ไหมนี่ละอำนาจป่าเถื่อนที่มันครองอยู่เวลานี้ พี่น้องชาวไทยให้ทราบเสีย ถ้าไม่ทราบจมนะเมืองไทยเรา ศาสนาจม พระมหากษัตริย์จมไปด้วยกัน จำให้ดี นี้ภาษาของธรรม เราพูดอย่างตรงไปตรงมา เรานี้ได้ออกรับเพื่อพี่น้องทั้งหลายตลอดด้วยความเป็นธรรม ไม่มีอย่างอื่น ด้วยความเป็นธรรมล้วนๆ ออกรับข้าศึกศัตรูมหาภัยทั้งหลายเหล่านี้ตลอดมา เรื่องเป็นมาตั้งแต่เมื่อไร ฟังซิ อู๊ย น่าทุเรศนะผู้มันจะทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มันทำลายอยู่ในวงศูนย์กลาง นี่อำนาจป่าเถื่อนมันเอามาใช้ นี่อ่านจบลงไปนี้ไม่ป่าเถื่อน ไม่เป็นไฟเผาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะเป็นไฟเผาใคร มันทำอยู่อย่างนี้มันดูได้หรือ มีอะไรอีก

ผู้กำกับ ลูกศิษย์เขาให้ความเห็นเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องเหมือนกับเป็นมหาภัยในการขายชาติขายแผ่นดิน มี นายมีชัย ฤชุพันธ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ แล้วก็นายวิษณุ เครืองาม สามมหาภัยใหญ่ๆ นี่ละครับ

หลวงตา เออ ตัวใหญ่ๆ สำคัญนี่ ได้ยินทั่วถึงกันหรือยัง นี่ละตัวใหญ่ๆ ตัวสำคัญ

ผู้กำกับ สามรายนี่ละครับ เวลาเกี่ยวกับกฎหมายของประเทศชาติต่างๆ มีสามมหาภัยนี่ละครับเป็นตัวยกร่างที่เป็นการขายชาติ ขายแผ่นดิน

หลวงตา เอาละเข้าใจกัน เข้าใจทุกคนแล้วนะ จำให้ดี วงราชการเราอย่านอนใจนะ พี่น้องชาวไทยเรามอบความไว้วางใจให้แล้วทุกสิ่งทุกอย่าง  เลี้ยงดูตลอด เงินเดือนเท่าไรๆ ไม่เสียดาย มอบให้ด้วยความไว้วางใจ ขอให้ปกครองชาติไทยด้วยความไว้วางใจของพี่น้องชาวไทย อย่าเป็นภัยต่อพี่น้องชาวไทยทั้งหลาย ซึ่งเป็นความเสียเอามากมายทีเดียว ไม่มีคุณแม้แต่นิดหนึ่งเลยคนประเภทนี้ หรือข้าราชการประเภทนี้ เสียหายหมด อย่านำมาใช้ในวงชาติไทยของเราซึ่งเป็นวงแห่งชาวพุทธ ให้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรมบ้าง

ผู้กำกับ มีเรื่องกราบเรียนนิดหนึ่งครับ ในช่วงนี้ดูแล้วเสียงของรัฐบาลมาก ฝ่ายค้านน้อย รวมกันแล้วมี ๑๒๔ เสียง ไม่สามารถจะคัดค้านเรื่องราวต่างๆ ที่สำคัญๆ ได้

หลวงตา ก็คนทั่วประเทศไทยมีมากขนาดไหน ที่ไม่เห็นด้วยก็คือคนให้ปกครอง เมื่อปกครองไม่ถูกประชาชนทั้งประเทศคัดค้านได้ ทำไมจะคัดค้านไม่ได้ รัฐบาลใครเป็นคนตั้งขึ้นมาถ้าไม่ใช่ประชาชนเป็นคนตั้งขึ้นมา ไปหย่อนบัตรหัวซุกหัวซุนจะเป็นจะตาย ไปหย่อนมาแล้วเอาดาบมาตัดคอประชาชนที่ไปหย่อนบัตรให้มีอย่างเหรอ

ผู้กำกับ จะกราบเรียนหลวงตาว่า ต่อไปฝ่ายค้านที่แท้จริงคือพลังประชาชนครับ

หลวงตา อย่างนั้นแล้ว อย่างไหนที่จะฉิบหายชาติไทยมันจะหามา พวกเปรตพวกผีพวกยักษ์พวกมารของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ของเรา แล้วมีอะไรอีก

ผู้กำกับ อันนี้เป็นคำสัมภาษณ์หลวงตาวันที่ ๑๓ เขาเอามาเขียนแล้วเพิ่มเติมความเห็นเข้าไปด้วย หลักใหญ่ก็สอดคล้องที่กราบเรียนมาแล้วครับเกี่ยวกับเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ สรุปว่าหลวงตาเป็นผู้ชี้ให้เห็นภัยอันนี้ แล้วตอนท้ายหลวงตาได้เผดียงว่า เทศน์กัณฑ์นี้ก็คงกระเทือนทั่วประเทศไทยแล้วนะ ให้มันถึงขีดถึงแดน ถ้าลงเข้ามาทำลายศาสนาแล้วเป็นไม่ถอย ขอผู้เป็นเจ้าของประเทศชาติ ศาสนา ทุกท่านทุกคน ขอจงช่วยกันติดตามว่าร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษฉบับนี้ ลองฟังการชี้แจงจากฟากรัฐบาลซิว่าจะเป็นผลดีต่อประเทศชาติ ศาสนา หรือว่าจะเข้าข่ายเป็นกฎหมายทำลายพุทธเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต

หลวงตา หลวงตาได้ชี้ให้เห็นภัยอันนี้แล้วให้พากันไปพิจารณา วงราชการไหนๆ ก็ประชาชนนั่นเองเป็นคนตั้งขึ้นมา ไปหย่อนบัตรคนทั่วประเทศมีใครเว้น ไปหย่อนบัตรให้วงราชการรักษาบ้านเมือง ไม่ใช่ไปหย่อนบัตรให้มาสังหารชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นะ วงราชการฟังให้ดีเรื่องเหล่านี้น่ะ ไม่ได้ตั้งขึ้นมาสังหารชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นะ ตั้งขึ้นมาเพื่อเทิดทูนต่างหาก เท่านี้ละ มีอะไรอีก

ผู้กำกับ ลูกศิษย์หลวงตาเขารอฟัง ถ้าหลวงตาประกาศเป็นผู้นำเมื่อไรเขาจะเดินตามหลวงตา

หลวงตา เดินตามซิ ก็เราสอนเพื่อให้ดำเนินตาม เราไม่ได้สอนให้หดหัวอยู่ในกระดองเหมือนเต่านี่ เดี๋ยวเขาไปฟาดหลังเต่ามันตายหมดนะ มาหดหัวอยู่ได้เหรอ เราเป็นเจ้าของของชาติ มีสิทธิเต็มตัว คอขาดขาดไปเลย เพื่อสมบัติของชาติได้คงอยู่แล้วเป็นที่พอใจ ตายด้วยความพอใจอย่างนี้ นั่นซิถึงเรียกนักรบเพื่อสมบัติของตัวเอง เห็นไหมมดแดง เอามือไปจี้มันมันยังรุมเข้ามาเลย เราไปทดลองดู มดแดงมันอยู่เป็นจุดๆ ตัวอยู่ในรังเต็มอยู่แล้ว พวกรักษาการในรังอยู่เป็นจุดๆ ห่างๆ กัน เราไปทดลองดู พอเอามือทำท่าไปจ่อๆ เขาขยับใส่เลยไม่มีถอยมดแดง ตัวนี้ขยับใส่ เอามือจ่อไปตัวนั้นตัวนั้นขยับเข้ามา จ่อตัวนี้ตัวนี้ขยับเข้ามา ต่างตัวต่างขยับรุมเข้ามา พวกอยู่ในรังก็มี ที่ไปบอกข่าวในรังว่าข้าศึกใหญ่เกิดแล้วจากอีตาบัว เขารุมออกมา โอ๋ย เต็มรังเลย ออกมาข้างนอก นั่นเห็นไหมล่ะ

พอเขาออกมาแล้วเราก็เลยสอนเขา กูทดลองสูเฉยๆ ว่าสูมีความรักชาติสามัคคีกันแค่ไหน มาทดลองดูนี้กูขอชมเชยสูว่า มีความรักชาติ มีความสามัคคีกันเป็นอย่างดี เอาพากันเข้ารังนะ กูไปละ นี่เราไปทดลองมดแดง เห็นไหมมดแดง เราขี้ริ้วขี้เหร่ยิ่งกว่ามดแดงมีเหรอ เอามาสอนเจ้าของซิ

ร้อนไปหมดนะเวลานี้ ศาสนาก็ร้อนไปตามๆ กัน ดังที่เคยพูดแล้วเมื่อสองสามวันนี้ ที่ว่าได้ยินแว่วๆ นั่นน่ะ นี่ละจะทำลายศาสนา เกี่ยวกับเรื่องป่าไม้ เอาอำนาจป่าเถื่อนมาครอบไว้แล้ว พวกป่าไม้ที่เคยอยู่กับพระเจ้าพระสงฆ์ในป่าในเขาหมดความหมาย ไอ้ยักษ์ใหญ่มาครอบไว้แล้ว ทีนี้เมื่อครอบไว้แล้วก็ไล่พระเข้าอยู่ในตุ่มในไหในส้วมในถานไหนก็ไม่รู้แหละ นั่นละศาสนาจะหมด เพราะมันถือกรรมฐานเป็นข้าศึกต่อมัน มันจึงต้องพยายามจะครอบป่าแล้วมาไล่ อ้างเหตุผลท่านั้นท่านี้มาไล่พระ ทีนี้เป็นพระของพระพุทธเจ้าละซิ พระของพระพุทธเจ้าเป็นยังไง พระพุทธเจ้าอยู่ในป่า ศาสนานี้รากฐานจริงๆ แล้วอยู่ในป่า พระพุทธเจ้า สาวกทั้งหลายอยู่ในป่าทั้งนั้น นี่ที่มันจะมาปะทะกันแรงก็อย่างนี้

ศาสนานี้อยู่ในป่า แล้วพวกนี้ก็จะมาขับไล่พระพุทธเจ้าโดยลำดับลงมาให้เข้ามาอยู่ในตุ่มในไห ขังปิดประตูตายไว้เหมือนปิดประตูตีหมา มันจะให้พระทั้งหมดตั้งแต่พระพุทธเจ้าลงมาจนถึงพระปัจจุบันนี้ขี้แตกอยู่ในตุ่มในไห ปิดประตูตีหมา เข้าใจเหรอ มันจะทำอย่างนั้น แต่เรามันไม่ใช่หมาละซีจะไปยอมขี้แตกอยู่ในนั้นเหรอ ใครจะขี้แตกก็ไม่ทราบแหละ เอาตรงนี้ คนแท้ๆ อยู่ในเมืองไทยนี่

รวมข้าวเปลือกในงานวันที่ ๑๓ นี้ ข้าวเปลือกกระสอบใหญ่ได้ ๑๐,๗๖๙ กระสอบ ถุงปุ๋ย ๓,๘๒๕ ถุง ตักใส่รถสิบล้อ ๔ คันรถ ฟังซิ ตักเอาในลานที่กองพะเนิน ตักใส่รถสิบล้อได้ ๔ คัน ไม่ใช่น้อยนะ อนุโมทนานะทุกคน (สาธุ) สมบัติอันนี้จะออกกระจายทั่วประเทศไทยเราไม่ไปไหน เกี่ยวกับเรื่องสงเคราะห์สงหาเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก่อสร้างนั้นนี้ตลอด ก็พอดีเงินเราร่อยหรอมากทุกวันนี้ จนตรอกจนมุม ไอ้พวกมาขอไม่เว้นแต่ละวัน มาเรื่อย ก็ไม่ทราบจะเอาเงินที่ไหนมาให้ ทีนี้ก็มีเงินอันนี้ละออกช่วยไป สำหรับหลวงตาแล้วแบเลย ไม่มีแม้บาทหนึ่งในตัวของเรา ขนาดนั้นละช่วยพี่น้องทั้งหลาย พิจารณาซิ เราดำเนินมาด้วยความเป็นธรรมล้วนๆ ไม่เอาอะไร ช่วยโลก ดังที่เคยพูดแล้วถึงขนาดร้องโก้ก เราวิตกวิจารณ์เมืองไทยเรา ๖๒ ล้านคน ต่างคนต่างหัวจ่อลงในทะเลแห่งความจม จึงได้พากันฟื้นขึ้นมาเต็มกำลังความสามารถจนกระทั่งบัดนี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีอะไรติดตัวเรา เราไม่เอา ไม่เอาทั้งนั้น

ทองคำประเภทน้ำไหลซึมเวลานี้กำลังจะเข้าถึงร้อยกิโลแล้ว ค่อยไหลเข้าๆ นี่หลวงตาพาพี่น้องทั้งหลายพยายามอุ้มชาติของเราขึ้นหลายวิธีการ แล้วแต่วิธีไหนที่จะได้มากน้อยเพียงไร เราก็ช่วยเต็มกำลังอย่างนี้ละ เอาละที่นี่ให้พร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก