ฝากนายกฯ ไว้
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา 8:40 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๘

ฝากนายกฯ ไว้

 

มีประจำลัทธินั้นลัทธินี้ ศาสนานั้นศาสนานี้ ไม่ใช่มีแต่เมืองไทยเราปัจจุบันนี้ มีมาแต่ครั้งพุทธกาล ครั้งไหนๆ ก็มีมาอย่างนั้น เพราะคนดีคนชั่ว คนเห็นผิดเห็นถูกมาตลอด สัตว์โลกเป็นอย่างนั้น เอาศาสนาว่าเป็นใหญ่เป็นโตไปบีบบังคับคนอื่นเขามันก็เป็นข้าศึก ศาสนานั้นก็เป็นศาสนามหาภัยไป คือไปบีบบังคับคนอื่นให้เขานับถือ ให้เขาปฏิบัติตาม ขัด เขานับถือเขารักเขาชอบใจเขานับถือของเขาเอง เป็นหลักธรรมชาติของใครของเรา ลูกของใคร พ่อของใคร แม่ของใคร ผัวของใคร เมียของใคร เขารักของเขาเองชอบของเขาเอง พ่อใครแม่ใครเขานับถือของเขาเอง

ลูกเกิดมาแต่ละคนมีพ่อมีแม่ พ่อแม่ของเขาจะทุกข์จะจนข้นแค้นขนาดไหน เป็นเศรษฐีกุฎุมพี เขายอมรับว่าเป็นพ่อเป็นแม่ตลอด เขาไม่ได้ถือความมั่งมีดีเด่นหรือทุกข์จนอะไร พอที่จะแยกจากความเป็นพ่อเป็นแม่ไป จะทุกข์จะจนก็พ่อแม่ของเขา จะมั่งจะมีก็พ่อแม่ของเขา เด็กยอมรับ ฝังใจ แยกไม่ออก นี่ศาสนาแต่ละศาสนาใครก็รักศาสนาของใคร เท่ากับพ่อแม่ของใครๆ ก็ให้นับถือกันไปซิ จะไปแยกลูกจากพ่อ ลูกจากแม่ไปได้ยังไง พ่อของเขาแม่ของเขา ทุกข์จนหนโลกก็เป็นพ่อเป็นแม่ของเขาจะแยกเขาไปไหน จะเปลี่ยนพ่อเปลี่ยนแม่ให้เขาได้ยังไง เปลี่ยนพ่อเปลี่ยนแม่มีไหม ฟังซิ

ที่ศาสนาไหนเป็นศาสนาใหญ่ๆ บ้าง แล้วเอาอำนาจของความเป็นใหญ่เป็นโตไปบีบบังคับเขา เหมือนว่าเศรษฐี หรืออำนาจมากอย่างนี้นะ ไปบีบบังคับคนจนทั้งหลายอย่างนี้ไม่ถูก ให้เขามานับถือศาสนาตน ศาสนาแต่ละศาสนาเป็นพ่อเป็นแม่ของผู้นับถือ ผู้นับถือทั้งหลายเป็นลูกของศาสนานั้นๆ เท่ากับเราเป็นพ่อเป็นแม่ของเด็ก เด็กกี่คนก็เป็นเด็กของเรา และเด็กกี่คนเขาก็นับถือว่าเราเป็นพ่อเป็นแม่ตลอดแยกไม่ออก เรื่องของศาสนาต้องให้เป็นอย่างนั้นถึงถูก ถ้าเป็นความสมัครใจเขามานับถือเองเป็นเรื่องอันหนึ่งต่างหาก เพราะเรื่องศาสนาพื้นเพเป็นมาอย่างนั้น แต่ใครจะแยกแยะโดยเหตุโดยผลว่าศาสนาใดผิดศาสนาใดถูก เพราะศาสนานี้เป็นกลางๆ ใครจะแยกแยะยังไงก็พิจารณาเหตุผล ใครเห็นว่าศาสนาไหนดีถูกต้องเขาก็นับถือๆ เป็นความลงใจของเขาเอง ไม่ใช่จะหาเที่ยวบีบบังคับกันไปหมดด้วยอำนาจบาตรหลวงของตัว ใช้ไม่ได้เลย เขาเรียกศาสนามหาภัย

(ลูกศิษย์เก่ามากราบ) แม่เขากับเราสนิทกันมาก เราเรียกแม่เขาว่าพี่ทิพย์ เรายังไม่ลืมนะพี่ทิพย์ ปีพ่อแม่ครูจารย์มั่นมรณภาพยังไม่ทันเอาเข้าโลงเข้าอะไรแหละ แกไปถึงแต่เช้า พี่ทิพย์ไปถึงแต่เช้า ตี ๒ กับ ๒๓ นาทีหลวงปู่มั่นเสีย เขาออกทางวิทยุ ทางนั้นก็มาทางนี้ก็มา พี่ทิพย์ไปแต่เช้า โอ๋ย ร้องห่มร้องไห้ไม่สนใจใครเลย ไปจับเท้าของท่านถูหัว มันอายใครที่ไหน นี่เห็นไหมหัวใจเข้าใจไหม ไม่ได้สนใจใครเลย มันไปจับเอาเท้าของท่านถูหัว ร้องไห้ด้วยนะ เราก็ดูอยู่นั้น พี่ทิพย์นี่แหละ พี่ทิพย์นี่พ่อแม่ครูจารย์โปรดนะ โปรดมาตั้งแต่พ่อแต่แม่ของพี่ทิพย์อีกทีหนึ่ง เรื่องราวเป็นอย่างนั้น สกุลนี้เป็นสกุลลูกศิษย์พ่อแม่ครูจารย์มั่น พ่อแม่ของพี่ทิพย์อยู่ทางบ้านผือ เกี่ยวข้องกันมาแต่โน้นเรื่อยๆ ท่านไปอยู่บ้านผือ ชื่อเสียงท่านโด่งดังแต่โน้นเลยละ

นี่ละที่เราได้จับเอามาถาม ชื่อพระสีนวล ท่านมาจากบ้านนามน พอดีเราออกพรรษาแล้วรีบมา มาไม่ทันท่านไปก่อน หวุดหวิด เสียท่า เลยไปหนองคายเสียก่อนเรา แล้วจึงจะย้อนกลับไปตามท่านทีหลัง ไปหาท่านทีหลัง เราอยู่วัดทุ่งสว่าง พระสีนวลท่านมาจากโน้นมาพักวัดทุ่งสว่างด้วยกัน ว่าพึ่งมาจากสกลฯ มาจากบ้านโคกนามนสำนักพ่อแม่ครูจารย์มั่น พอว่าพ่อแม่ครูจารย์มั่น หือๆ ขึ้นเลยเราก็ดี คึกคักเลย เพราะเราได้ยินชื่อเสียงท่านโด่งดังอยู่ที่อำเภอท่าบ่อ วัดอรัญญิกาวาส อำเภอท่าบ่อ อรัญญิกะก็แปลว่า ป่า อยู่กลางป่ากลางดงจริงๆ  เดี๋ยวนี้ตลาดล้อมไปหมด ตอนเราลงมาจากภูเขาไปถามถึงวัดอรัญญิกาวาส เดินทางมามันไม่มีรถแต่ก่อน กลางวันร้อนมาก เดินตอนกลางวันไม่ไหว เดือนเมษามันร้อน เราต้องออกเดินทางกลางคืน มาถึงอำเภอท่าบ่อก็พอดีเวลาบิณฑบาต เราปลดของลงที่นั่นแล้วก็ออกบิณฑบาต

เราถามว่าวัดอรัญญิกาวาสอยู่ไหน ก็นี่แล้ว เขาชี้ใส่กำแพง อ้าว นี่เหรอ เรายังไม่เชื่อ คือเหล่านี้มันเป็นบ้านคนหมดแล้ว แต่ก่อนเป็นดง ท่านอาจารย์มั่นท่านไปอยู่ที่นั่น วัดอรัญญิกาวาสเป็นวัดป่าลึกลับ ห่างจากนี้ไปหาอำเภอกับตัวตลาดนี้กิโลหนึ่ง เป็นดงทั้งนั้น ชื่อเสียงท่านโด่งดัง เราเคารพนับถือมาตั้งแต่โน้นแล้ว พอว่ามาจากบ้านนามน ท่านอาจารย์มั่น มันจะเข้าร่องรอยละที่นี่ ไหนเล่าให้ฟังหน่อยนะ มาจากท่านอาจารย์มั่นจริงๆ เหรอ ว่ามาจากท่านอาจารย์มั่นจริงๆ ออกจากโน้นก็มานี้ เวลานี้มีพระอยู่กับท่านกี่องค์ล่ะ ดูเหมือน ๖-๗ องค์ ท่านไม่รับพระมาก ไหนได้ทราบว่าท่านดุมากใช่ไหม ใช่ ดีไม่ดีท่านขับออกจากวัด ถึงใจเลยนะ แทนที่จะเป็นผลลบไม่เป็น กลับเป็นผลบวกเลย นี่ละอาจารย์ของเรา ขึ้นทันทีเลย

เอ้า ท่านจะดุแบบไหน จะขับไล่ไสส่งแบบไหน เราจะเอาตัวเราเป็นพยานเลย โอ๋ย อยู่ได้ ๓ วันก็ไปเลย ให้ได้ดูเอง ท่านอาจารย์มั่นนี้เราเคารพนับถือ ชื่อเสียงท่านโด่งดังมาตั้งแต่อำเภอท่าบ่อ ว่ามาทางบ้านผือ เอ้า จะเป็นยังไง ท่านจะดุด่าว่ากล่าวชนิดไหนๆ เราจะฟังเอง จะถูกขับไล่ไสส่งให้เราเป็นตัวการเอง จะไปดูเอง ถึงใจ นี่ละอาจารย์ของเรา เด็ด ดุ ไปจริงๆ ผึงเลย สามวันไป ไปก็ถูกจริงๆ ด้วย มีแต่ผลบวกนะไม่มีผลลบเลย ท่านย้ายจากบ้านนามนมาอยู่บ้านโคก มาสร้างวัดใหม่ที่นั่น ไปถึงกลางคืน อันนี้กลางวันก็ร้อนเหมือนกัน

ไปถึงกลางคืน เดินซุ่มซ่ามๆ เข้าไป ไปดูวัดนั่นแหละ ท่านเดินจงกรมอยู่เงียบๆ กลางคืน เราก็เซ่อซ่าๆ มองดู กำลังวินิจฉัยศาลาหลังนี้ นี้เป็นกุฏิหรือเป็นศาลาน้า ถ้าว่าเป็นศาลาก็จะเล็กไปสักหน่อย ถ้าเป็นกุฏิก็จะใหญ่ไป พอนึกอย่างนั้น เสียงท่านก็ดังขึ้น ใครมานี่ ท่านว่างั้นนะ กระผม พอว่ากระผมเท่านั้น โอ๋ย เสียงแผดขึ้นเลย อันผมๆ นี้ตั้งแต่คนหัวล้านมันก็มีผมตรงที่มันไม่ล้าน เอ้าแย้งซิ พอท่านว่าอย่างนั้นเราเปลี่ยนทันทีเลย กระผมชื่อพระมหาบัว เอ้อ ก็ว่าอย่างนั้นซิ นี่ว่าผมๆ ตั้งแต่เด็กมันก็มีผม เอาอีกแหละ พูดตรงไหนหาที่แย้งไม่ได้เลย ถึงใจๆ ทุกอย่าง เสียงท่านแผดขึ้นตรงนั้น แล้วพระเณรที่เงียบๆ เดินจงกรมอยู่ในป่าแตกออกมาละ ท่านใส่เปรี้ยงๆ มีแต่ผลบวกทั้งนั้นเลย เสียงเปรี้ยงๆ มันถึงใจทุกอย่าง คือมีเหตุมีผลๆ ทุกอย่าง ตั้งแต่คนหัวล้านมันก็มีผมตรงที่มันไม่ล้าน เอ๋า แย้งซิ ผมๆ ตั้งแต่เด็กมันก็มีผม เอาอีกแหละ หาที่แย้งไม่ได้ ซัดเปรี้ยงๆ

นั่นละถ้าพูดถึงเรื่องว่าดุด่า เราไปดูเอง เอ้า ท่านเป็นยังไงให้ดู คิดดูซิท่านดุขนาดไหนเราสนใจเมื่อไร เราจะเอาแต่เหตุแต่ผลเท่านั้น จึงเป็นผลบวกตลอด ท่านใส่เปรี้ยงๆ มีแต่ผลบวกๆ รับเต็มหัวใจ ขึ้นไปท่านก็เทศน์อย่างถึงเหตุถึงผลถึงพริกถึงขิง ไล่เบี้ยหาเรื่องมรรคผลนิพพาน ที่ไหนๆ ไม่ใช่มรรคผลนิพพาน ไม่ใช่กิเลส ย้อนเข้ามา กิเลสแท้ๆ มรรคผลนิพพานแท้อยู่ที่ใจ ลงนี้เลย ให้ท่านเน้นหนักลงที่ใจ เรื่องจิตตภาวนาให้เร่งนะ ท่านจะได้เห็นมรรคผลนิพพานอยู่ที่ใจ ต้นไม้ภูเขาดินฟ้าอากาศไม่ใช่กิเลสตัณหา ไม่ใช่มรรคผลนิพพาน กิเลสตัณหามรรคผลนิพพานอยู่ที่ใจๆ ซัดลงนี้เลย นี่เราก็ไม่ลืม ไม่ลืมนะ

มีแต่ผลบวก...ไปหาท่าน แล้วอยู่กับท่านตั้งแต่นั้นมาจนกระทั่งท่านมรณภาพจากไปเป็นเวลา ๘ ปี ได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง โอ๋ ว่าท่านดุ ท่านดุอย่างนี้เอง นั่นเห็นไหมล่ะ แผดตรงไหนมีแต่ธรรมล้วนๆ ออก ไม่มีกิเลสเข้ามาแทรก แม้นิดหนึ่งไม่มี เด็ดเท่าไรดุเท่าไร ธรรมะยิ่งเน้นหนักออกมาๆ ไหลออกมาเลย มันก็สนุกฟังละซิ โอ๋ ท่านดุแบบนี้เอง ลงใจ ต่อมาอยู่กับท่านนานเข้าๆ ก็รู้อัธยาศัยใจคอท่านทุกอย่างมีแต่ธรรมล้วนๆ แล้ว ทีนี้เวลาท่านดุใครต่อใคร บางทีพูดหยอกเล่นด้วยความเทิดทูนนะไม่ได้พูดทะลึ่ง โอ๊ย ก็ทำท่าไปอย่างนั้นแหละ ฟังซิเราว่า ก็ท่านไม่ได้ดุ ยิ่งหัวใจของท่านแล้วจ้าอยู่ตลอด เอาอะไรมาดุ มีแต่ธรรมออกมา นี่ละเรื่องครูบาอาจารย์เป็นอย่างนั้นละนะ

มีแต่หลวงปู่มั่นแหละ ได้ฟังถึงพริกถึงขิง เรื่องดุเรื่องด่าเรื่องเด็ด มีแต่ธรรมทั้งนั้นไม่มีอย่างอื่นเลย ใครไปฟังแต่เสียงข้างนอกๆ ไม่ได้เข้าถึงตัวจริง เวลาเข้าถึงตัวจริงแล้วไล่ก็ไม่ไป เป็นอย่างนั้นละพ่อแม่ครูจารย์มั่น นี่ละผู้หาธรรมต้องหาอย่างนั้นซิ เราพูดจริงๆ ตั้งแต่ปั๊บเข้าไปหาท่าน ท่านใส่เปรี้ยงๆ แทนที่จะหลบจะกลัว ไม่นะ มันจะฟังเหตุฟังผลๆ ทุกอย่างๆ ถึงใจๆ  เราก็เสาะแสวงหาธรรมอยู่แล้ว หาครูบาอาจารย์ ตั้งแต่ได้ยินว่าท่านอาจารย์มั่นไม่รับพระมาก ท่านดุมากเด็ดมากทีเดียว ดีไม่ดีท่านขับไล่ออกจากวัด แทนที่จะเป็นผลลบแล้วกลัวท่านอย่างนั้นอย่างนี้ไม่มีนะ นี่ละอาจารย์ของเรา เอาเราเป็นประกันเลย เราจะไป ท่านดุขนาดไหนเป็นยังไง เราจะฟังเองดูเอง ขับไล่ก็ให้ถูกเราเองเป็นคนถูกขับไล่ เพราะเหตุผลกลไกอะไร  ไม่มีเหตุผลกลไกที่จะขับไล่แบบโลกๆ ไม่มี มีแต่เรื่องธรรมล้วนๆ เรื่องท่านเป็นอย่างนั้น ธรรมแท้เป็นอย่างนั้น อยู่ข้างนอกก็กลัวอย่างว่า พอเข้าถึงแล้ว โหย ไม่มีอะไรจะเย็นยิ่งกว่าหลวงปู่มั่นนะ เสียงนี่เหมือนฟ้าดินถล่ม แต่เวลาฝนตกมานี้มันเย็นไปเสีย ฟ้ากระหึ่มๆ เปรี้ยงๆ เข้ามา เวลาฝนตกมามันเย็น อันนี้เปรี้ยงๆ ธรรมเย็น นั่น วันนี้ก็พูดเพียงเท่านี้ มีอะไรเอ้าว่ามา

ผู้กำกับ จากหนังสือพิมพ์ มติชน ครับ เขาบอก ทส.คุมพระธุดงค์ป่าต้องมีใบอนุญาต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ ได้ลงนามในคำสั่ง ๒ ฉบับ เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ เรื่องนโยบายและมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ กำหนดให้ต่อไปพระสงฆ์ที่ต้องการธุดงค์ในเขตป่าสงวนฯ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องขอใบอนุญาตก่อนเข้า

หลวงตา พระสงฆ์ท่านเป็นมหาโจรไปปล้นบ้านปล้นเมือง ทำลายป่าไม้และฆ่าสัตว์ตัดชีวิตที่ไหน จึงต้องมามีกฎข้อบังคับท่าน พวกโจรพวกมารพวกมันเองนั่นละทำลายทุกสิ่งทุกอย่างเวลานี้ ทำไมไม่พูดถึงมัน พระสงฆ์ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้า สาวกทั้งหลายออกมาจากป่า เกิดมาจากป่าทั้งนั้น แล้วท่านทำความเสียหายอะไร ท่านทำความร่มเย็นให้แก่สามโลกธาตุ คือพระพุทธเจ้า พระสงฆ์สาวกทั้งหลาย ตลอดพระสงฆ์ทุกวันนี้ท่านไปอยู่ในป่า ได้ทราบไหมว่าพระสงฆ์เหล่านี้ท่านไปทำความเสียหายให้ใคร ทำไมจึงต้องมาตั้งกฎเกณฑ์ให้ท่าน ถ้าไม่ใช่เป็นเปรตเป็นผีของศาสนา ทำลายศาสนาโดยถ่ายเดียวเท่านั้นไม่เป็นอย่างอื่น กฎข้อบังคับอันนี้ตั้งขึ้นมาก็ตั้งหน้าทำลายพระพุทธเจ้าทำลายศาสนา ทำลายพระสงฆ์สาวก ทำลายพระสงฆ์ที่อยู่ในป่า เพื่อจะขับไล่ไม่ให้ของดิบของดีเหล่านี้อยู่ในป่า ก็มีตั้งแต่เปรตแต่ผีแต่โจรแต่มารอยู่ในป่าแทน เป็นอำนาจบาตรหลวงป่าเถื่อนแทนเท่านั้นเองไม่เป็นอย่างอื่น ตั้งขึ้นมาหาอะไร

พระสงฆ์เหล่านี้ เอ้า หามาซิ องค์ไหนที่ไปทำความชั่วช้าลามกถึงจะต้องมีข้อบังคับกฎเกณฑ์กับท่าน หลักธรรมหลักวินัยของท่านมี ท่านอยู่ตามหลักธรรมหลักวินัย อยู่ในป่าท่านก็อยู่ตามหลักธรรมหลักวินัย ยกตัวอย่างขึ้นทันทีเลย พระพุทธเจ้าเองเป็นผู้ประทานพระโอวาทให้ รุกฺขมูลเสนาสนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโย บรรพชาอุปสมบทแล้ว ให้ท่านทั้งหลายไปอยู่ตามรุกขมูลร่มไม้ ในป่าในเขา ตามถ้ำเงื้อมผา ป่าช้าป่ารกชัฏ ที่แจ้งลอมฟาง ซึ่งเป็นที่สงบสงัด ประกอบความเพียรได้ดี ท่านทั้งหลายจงอยู่และบำเพ็ญในสถานที่เช่นนั้นตลอดชีวิตเถิด นี่เป็นศาสนาครอบเมืองไทยเราทั้งเมือง อันนี้มันเอาอำนาจมาจากไหนมาบีบบังคับศาสนา คนนี้เอาอำนาจมาจากไหน ไล่ไปหาตัวมันซิ ใครกราบมันคนๆ นี้น่ะ ชื่อว่ายังไง มีใครกราบมัน พระพุทธเจ้า พระสงฆ์สาวก คนกราบทั่วโลกธาตุในบรรดาลูกชาวพุทธทั้งหลาย อันนี้ใครกราบมัน

มันตั้งหน้าตั้งตาจะทำลายศาสนาด้วยอุบายวิธีการต่างๆ พวกนี้เกิดขึ้นมาๆ เพื่อทำลายศาสนาทั้งนั้นแหละ นี่ออกกฎมานี้ก็เป็นกฎทำลายศาสนา เรียนมาทุกคนทำไมจะไม่รู้ มันเรียนหรือไม่เรียน มีแต่ตั้งหน้าตั้งตาจะทำลายของดิบของดีมีอย่างเหรอ ถ้าไม่ใช่เปรตใช่ผีทำลายศาสนาเท่านั้น แล้วมีอะไรอีก เอ้าว่าต่อไป เราจะตอบ

ผู้กำกับ ต่อนะครับ นายเจนศักดิ์ วิชาวุฒิพงษ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าปัจจุบันมีการตั้งที่พักสงฆ์ในพื้นที่ป่ารวมทั้งสิ้น ๔,๑๙๙ แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด เรื่องนี้ก่อให้เกิดปัญหาการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ใกล้เคียงที่พระสงฆ์เหล่านั้นพักอยู่

หลวงตา หยุดเสียก่อน พระสงฆ์เหล่านั้นเหรอไปทำลายป่า พวกรักษาป่า พวกป่าไม้เป็นพวกทำลายป่า พระเจ้าพระสงฆ์ท่านมีแต่พระปฏิบัติดี ท่านเล่าให้ฟังเป็นคำสัตย์คำจริง อยู่ที่ไหนพวกนี้ขับไล่ออกจากป่า เขาขนไม้ออกมาจากในป่า พวกป่าไม้นั้นแหละมันขนไม้ออกจากในป่า กลางคืนขนไม้ตลอดคืน กลางวันนี้เงียบๆ พระไปอยู่ที่นั่นไม่ได้จะไปกีดขวางทางเดินของเขา กลัวว่าพระไปเห็นเข้าแล้วพระจะมาพูดเรื่องอะไรต่างๆ ผลประโยชน์อันใหญ่หลวงของเขาที่เป็นเปรตเป็นผีมากินป่าไม้ทั้งหลาย หรือสัตว์ป่าเหล่านี้จะฉิบหายไป เขาถึงไล่ท่านหนี เรื่องราวเป็นอย่างนั้น ท่านไปทำลายอะไร พระไปอยู่ในป่าท่านไม่ได้ทำลาย เหล่านี้เป็นพวกนี้ทำลายต่างหากนะ มาหาเรื่องใส่พระๆ

ยกตัวอย่างภูทอกก็เหมือนกัน ออกหนังสือพิมพ์กระจายทั่วโลก จนกระทั่งเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอที่ไหนไปดู ครั้นไปดูแล้วไปถามท่านจวน ไหนเขาออกหนังสือพิมพ์ว่าท่านตัดไม้ทำลายป่า ตัดที่ไหน ท่านว่าไม่ได้ตัดที่ไหนไม่ได้ทำอะไร นอกจากพวกนี้เท่านั้นทำ เวลาพระเห็นกลัวจะเป็นภัยต่อเขา เขาจึงขับไล่พระออกหนี ว่าพระทำลายป่า ตัวเขาเองเป็นผู้ทำลายป่า อันนี้ก็ตัวพวกนี้เอง ลูกน้องของมันเต็มป่าอยู่นั้นทำลายป่า แล้วมันตั้งหน้าที่จะทำลายศาสนา มันก็ยกกฎหมาย กฎหมอย กฎหมา กฎหมัด ขึ้นมาบังคับ เหยียบหัวพระพุทธเจ้า ไสพระพุทธเจ้าลงทะเลหลวง หรือไล่พระพุทธเจ้าเข้าอยู่ในตุ่มในไหในมูตรในคูถที่ไหนก็ไม่รู้ เขาจะมาครองบ้านครองเมือง ทำลายศาสนาลงไปแล้วเขาจะครองบ้านครองเมืองด้วยลัทธิเปรตผีนรกอเวจีนี้ทั้งนั้นแหละ

พระองค์ไหนตั้งสำนักเท่าไร ตั้งเท่าไรจะเป็นไร ตั้งพระที่เป็นคนดิบคนดีพระดิบพระดี วัดกี่วัดมันครึมันล้าสมัยที่ไหน ไอ้คนชั่วต่างหากมันเป็นคนครึคนล้าสมัย คนที่ออกกฎเกณฑ์นี้ต่างหากเป็นคนล้าสมัย เป็นคนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ที่นี่หมด ไม่ได้อยู่ที่ไหน ตั้งขึ้นมานี้ก็ผิดทันที ตั้งแต่ยังไม่ได้ตั้งมันก็ผิดแล้วเวลานี้ เอา ว่าไปเราจะตอบ มันพวกเปรตพวกนี้น่ะ มันหาแต่เรื่องทำลายชาติ ศาสนาทั้งนั้น ไม่มีข้อใดส่งเสริม ที่พูดมานี้ไม่มีข้อส่งเสริม พระตั้งกี่วัดจะเป็นไร คนดีมีเท่าไรครึล้าสมัยที่ไหนไม่เคยมี มีแต่คนชั่วคนเดียวเท่านั้นคนทั้งบ้านทั้งเมืองนอนตาไม่หลับ พระพวกโจรพวกมารมันคอยขโมยสิ่งของ ทำลายทรัพย์สินของเขา จึงนอนไม่หลับ พวกสองสามคนเท่านั้น อันนี้พวกเปรตไม่กี่คนก็ตามมันทำลาย เวลานี้จะทำลายศาสนาให้หมดไปจากเมืองไทย นี่คืออุบายทำลายศาสนาของพวกนี้ พากันเข้าใจ

พระไปตั้งวัดกี่วัดกี่วา ตั้งมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ตั้งแต่น้อยไปถึงมาก มีแต่ตั้งสถานที่บำเพ็ญความดิบความดีทั้งนั้น ท่านไม่ได้ทำลายที่ไหน ไปตั้งวัดที่ไหนท่านขนปืนผาหน้าไม้ไปที่ไหนไปทำลายประชาชนญาติโยม สัตว์ป่าหรือสมบัติต่างๆ ที่มีอยู่ในนั้นให้เสียไป ไม่มี มีแต่พวกนี้มันทำเอง แล้วมันกลัวจะไปแย่งถ้วยลาบของมัน มันจึงขับหนี กลัวมันจะไม่ได้สะแตก ทุกสิ่งทุกอย่างมีแต่พวกนี้เป็นตัวทำลาย ตั้งโก้ๆ ไปอย่างนั้นละ ตั้งป่าม้งป่าไม้อะไร แต่พวกทำลายจริงๆ คือพวกนี้ พระสงฆ์อยู่ในที่เหล่านั้นไม่ได้ หนีไปก็เพราะพวกนี้ไล่ ท่านเล่าให้ฟังชัดเจนมาก

ตั้งวัดนี้มันผิดที่ตรงไหน พิจารณาซิ มันเอามาพูดทำไมการตั้งวัดตั้งวาของผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ โจรมารเต็มบ้านเต็มเมือง ขนเข้ามาในเรือนจำจนไม่มีที่อยู่ ทำไมไม่ว่า ทำไมไม่ไปหาจับหากุมคนเหล่านั้น ไปหากดขี่บังคับผู้ที่ทำดิบทำดีในนามพระเจ้าพระสงฆ์เสียด้วย ไปทำหาอะไรพวกนี้น่ะ เลวที่สุดพวกนี้น่ะ ไม่มีใครเลวยิ่งกว่าพวกที่จะทำลายศาสนาเวลานี้ นี่กำลังก่อตัวขึ้นเพื่อทำลาย ตัวทำลายตัวแสบๆ ก็สองสามคนที่พูดแล้ว นี่ละตัวทำลาย อำนาจมาอยู่กับสองสามคน คนทั้งประเทศไม่มีปัญญาหรือจะพิจารณากับเปรตผีทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เวลานี้ ชาติไทยของเราไม่มีปัญญาหรือ จึงปล่อยให้มาเพ่นพ่านๆ เหยียบหัวพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ แล้วก็เหยียบชาติ ศาสนา ลงมาโดยลำดับ ทำไมจึงต้องปล่อยให้มันเหยียบได้ลงคอ ให้รีบพิจารณานะกฎหมาย กฎหมอยข้อนี้ เป็นภัยต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ทั้งนั้นละ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นดี เอ้า ว่าไป

ผู้กำกับ นายสมชาย สุรชาตรี กองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกล่าวว่า หลายกรณีมีชาวบ้านที่อยู่ในเขตอุทยานฯ ได้นิมนต์ให้พระเข้าไปจำพรรษาในป่า การมีพระอยู่ทำให้เสียหายต่อพื้นที่ป่าบ้าง แต่ไม่มากเท่านายทุน พระที่บุกรุกอุทยานฯ อาจจะมีเป็นส่วนน้อย อยากให้ ทส.ทำหนังสือมาที่ มส.เพื่อนำมาพิจารณาต่อไป

หลวงตา ท่านจะทำความเสียหายอะไรพระ ประชาชนเขาใจบุญ เขานิมนต์พระเข้าไปอยู่ในป่า พระที่น่ากราบไหว้บูชาส่วนมากท่านอยู่ในป่า ไอ้พระโกโรโกโสเต็มบ้านเต็มเมือง ทำไมไม่เห็นไล่พระพวกนี้ พระพวกเปรตพวกผีเวลานี้หัวหน้าพระถึงขั้นสมเด็จนะ ที่มาทำลายศาสนาอยู่เวลานี้ ออกแง่ไหนๆ นี้หัวหน้ามหาโจรตั้งแต่ขั้นสมเด็จลงมาเป็นหัวหน้ามหาโจร ทำไมไม่ไปทำลายพวกนี้ ท่านเหล่านั้นท่านทำความเสียหายที่ตรงไหน ไปทำลายท่านหาอะไร ถ้าว่าเก่งก็เก่งตามอรรถตามธรรมตามเหตุตามผลซิ เก่งแบบนี้เก่งหมาขี้เรื้อน เก่งมหาโจรทำลายชาติ ทำลายศาสนา พระมหากษัตริย์ เอ้าว่าต่อไปอีก

ผู้กำกับ จากหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย รายวัน คอลัมน์วิจารณธรรม วันศุกร์ที่ 18 ก.พ.

 

ตื่นขึ้นมาดูแลทรัพย์สินของวัดได้แล้วครับ

 

กฎหมายใหม่ที่จะเข้ามายึดทรัพย์สินของวัด ได้ผ่านความเห็นชอบในหลักการของคณะรัฐมนตรีไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2548 แล้ว แต่คณะสงฆ์ผู้มีหน้าที่บริหารดูแลเรื่องศาสนสมบัติยังไม่ตื่นขึ้นจากจำวัด ยังไม่มีการตื่นขึ้นมาแสดงความคิดเห็นใดๆ เลย

การประชุมมหาเถรสมาคมครั้งที่ผ่านมา นักข่าวได้สัมภาษณ์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คุณหมอจักรธรรม  ธรรมศักดิ์ ภายหลังการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้มหาเถรสมาคมได้หยิบยกเอากรณีการจะฮุบที่ธรณีสงฆ์ตามร่างกฎหมาย “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” เข้าหารือหรือวางมาตรการป้องกันอย่างไรหรือไม่

คำตอบที่ได้รับก็คือ มหาเถรสมาคมยังไม่ทราบเรื่องนี้ และสำนักงานพระพุทธฯก็ยังไม่รับทราบ ด้วยยังไม่มีการแจ้งมาจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี!?

ตื่นเถอะครับพระคุณเจ้า ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบของการออกกฎหมาย “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” เขาได้เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาครบกันทุกหน่วยงานแล้ว ครบแล้วตั้งแต่ปีมะโว้นู่น และข้อคิดเห็นที่ทุกส่วนราชการเสนอเข้าไปก็ได้ผ่านการพิจารณาไปแล้ว จะมีก็แต่องค์การบริหารสูงสุดของคณะสงฆ์เท่านั้นที่ยังทำเป็นหลับไม่รู้ ทำคู้ไม่เห็น

ไม่ทราบว่าจะมีการหมกเม็ดอะไรไว้หรือเปล่า ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีไม่แจ้งเรื่องการร่าง พรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ...... ให้ส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ทราบเหมือนๆ กับส่วนราชการอื่นๆ ในเมื่อไม่มีการเสนอความคิดเห็นเข้าไป ก็เท่ากับมหาเถรสมาคมไม่มีความเห็นขัดแย้งกับร่างฉบับนี้

เท่ากับยินยอมให้คณะบุคคล ที่แฝงตัวมาในนามของคณะกรรมการบริหารนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้เข้าไปยึดครองที่ธรณีสงฆ์จากทุกวัดได้อย่างนั้นหรือ ??

ในเมื่อไม่มีการแสดงความคิดเห็นเข้าไป ที่ประชุมครม.จึงตั้งข้อสังเกตว่า บทบัญญัติในร่างมาตรา 31 (5) ที่จะเข้าฮุบที่ธรณีสงฆ์ ทางแก้อาจทำได้โดยการแก้ไขร่างมาตรา 16 ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายรัฐวิสาหกิจและกฎหมายสงฆ์ ทั้งนี้เพื่อเปิดช่องให้สามารถนำกฎหมายคณะสงฆ์มาใช้บังคับได้ในส่วนของการจัดรูปที่ดิน เพราะกฎหมายสงฆ์กำหนดให้รัฐวิสาหกิจสามารถนำที่ดินมาใช้ได้โดยการจ่ายค่าผาติกรรม

เห็นไหมล่ะ จะถูกตีขลุมเอาไปกินฟรีๆ โดยไม่มีใครออกมาคัดค้าน !

แม้จะเป็นที่ธรณีสงฆ์ก็เถอะ ถ้าลองถูกประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นแล้ว พระสงฆ์เองก็ไม่สามารถเข้าไปกระทำกิจการใดๆ ได้อีกต่อไป หากยังคิดว่าที่นี่ก็คือที่ธรณีสงฆ์ก็อาจถูกลงโทษถึงขั้นติดคุกติดตะราง

เพราะในร่างมาตรา 88 ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไป หรืออยู่ในเขตประกอบการเสรี เว้นแต่จะได้รับอนุญาต กับมาตรา 99 ที่มีบทบัญญัติว่า ผู้ใดเข้าประกอบกิจการหรือใช้ประโยชน์อื่นในที่ดินของเขตเศรษฐกิจพิเศษโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน

เข้าไปรับบิณฑบาต ก็เท่ากับการเข้าไป หรือเข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยและอาหารซึ่งเป็นประโยชน์แก่ตนและผู้อื่นใช่หรือไม่เล่า ??

ในร่างมาตรา 23 วรรคสาม ที่ดินที่เขตเศรษฐกิจพิเศษได้มาตามมาตรา 31 (ที่ธรณีสงฆ์) ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเมื่อได้พัฒนาแล้ว ให้มีอำนาจขาย ให้เช่าซื้อ (ซื้อเงินผ่อน) ให้เช่า หรือแลกเปลี่ยนได้

รู้ร้อนรู้หนาวบ้างหรือยังเล่าครับพระเดชพระคุณท่าน ??

 

                                                                        ณ. หนูแก้ว

 

         หลวงตา มันมีแต่เรื่องทำลายศาสนาทั้งนั้นใช่ไหมนี่ ที่ธรณีสงฆ์ก็มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์กาลไหน พวกนี้มันพึ่งเกิดเมื่อวานนี้พวกยักษ์นี่ มันพึ่งเกิดมาเมื่อวาน มาตั้งข้อนั้นข้อนี้บีบบังคับพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ที่ธรณีสงฆ์เป็นสมบัติของศาสนา มันบีบหาอะไร มันไม่มีที่หากินหรือพวกนี้น่ะ มันอดมันอยากขนาดนั้นหรือมันจึงมาบุกรุกศาสนาเอาไปเป็นอาหารว่างของตัวเอง พวกนี้พวกหากินกับศาสนา เอาพระพุทธเจ้าเป็นอาหารว่าง รวมแล้วศาสนาเป็นอาหารว่าง พวกนี้พวกสิ้นปัญญา พวกบัดซบพวกนี้น่ะ

         ท่านมีมาดั้งเดิมมันมาตั้งขึ้นหาอะไร ตั้งขึ้นข้อไหนมีแต่เรื่องทำลายศาสนาๆ พวกนี้พวกมหาโจรที่กำลังปล้นศาสนาเวลานี้ ขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบทุกคน ว่าขึ้นตรงไหนๆ เช่นว่ามหาเถรสมาคม มหาเถรสมาคมนี้ก็เป็นแหล่งแห่งมหาโจรอยู่แล้ว ตั้งแต่สมเด็จเกี่ยวนั้นน่ะเป็นต้นเหตุมา เอาคนเป็นมหาภัย ลากคนเป็นมหาภัยเข้ามาเป็นใหญ่ในมหาเถรสมาคมอยู่เวลานี้ ชื่ออะไรนายอุดมอุแดม นี่เป็นคนที่พระสงฆ์ไทยเราไม่พึงปรารถนา ขับไล่ออกจากสำนักงานพุทธศาสนาแล้ว แล้วนายกฯก็ได้สั่งให้ออกตามที่พระสงฆ์ไทยเสนอเข้าไป

         แล้วเขาก็ขอว่า ขอให้อยู่ไปถึงเกษียณอายุ แต่เวลาอยู่ไปถึงเกษียณอายุ ในระหว่างที่ยังไม่เกษียณอย่าไปก่อเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้นมา นายอุดมมันก่อขึ้นมาตลอดเวลา มันฟังเสียงเมื่อไร จากนั้นก็สมเด็จเกี่ยวหัวหน้ามหาโจรนี่เอง เป็นผู้ไปลาก นายอุดมนี่เข้ามาสู่ท่ามกลางมหาเถรสมาคม เป็นใหญ่อยู่ในนั้นเวลานี้ มหาเถรสมาคมตามหลักธรรมชาติ ฆราวาสเข้าไปยุ่งได้ที่ไหน อันนี้ก็เอาฆราวาสไปเป็นใหญ่เป็นโตอยู่ในมหาเถรสมาคม มหาเถรสมาคมนั้นก็เป็นแหล่งมหาโจร แล้วใครจะนับถือ เสนอไม่เสนอก็ไม่มีปัญหาอะไร พระสงฆ์ไทยปัดออกหมดแล้ว

         นี่ละพวกนี้พวกมหาโจรสั่งสมตัวเองขึ้นโดยอ้างมหาเถรสมาคมอย่างนั้นอย่างนี้ อ้างไปหาอะไรมันเป็นมหาภัยแล้ว เป็นแหล่งมหาโจรแล้วมหาเถรสมาคม ถ้าไม่เป็นมหาโจร มหาเถรสมาคมนั้นเป็นพระที่ทรงอรรถทรงธรรม ทรงคุณวุฒิอะไรตามความนิยมของโลก ต้องมีการคัดค้านต้านทานกัน คนทั้งโลกเขารู้กันหมด ทำไมมหาเถรสมาคมจึงไม่รู้ จึงต้องรับคนประเภทมหาภัยนี้เอาไว้ เดี๋ยวนี้ก็ยังฝังจมอยู่นั้น เป็นเจ้าอำนาจบาตรหลวงอยู่แกนกลางนะ ว่าเป็นที่ปรึกษาอย่างนั้นอย่างนี้ ปรึกษาอะไร เข้าไปเป็นหัวหน้าใหญ่บังคับมหาเถรสมาคมให้อยู่ใต้อำนาจของตัวเอง มาจากสมเด็จเกี่ยวมหาโจรตัวใหญ่

สมเด็จเกี่ยวนี่ตัวหนึ่งกำลังทำลายศาสนาเวลานี้ ออกประกาศไปทุกแห่งทุกหน เอาอำนาจป่าเถื่อน ผู้ท่านตั้งท่านมีคุณธรรมขนาดไหนมาตั้งให้เป็นสมเด็จ ให้เป็นสมเด็จแล้วเพื่อจะทำลายพระศาสนาให้ล่มจมด้วยวิธีการต่างๆ ของสมเด็จมหาโจรองค์นี้เหรอ เราอยากถามว่าอย่างนี้ เป็นยังไงจึงเป็นอย่างนั้น นี่เรื่องมันเห็นอยู่อย่างนี้ มันจะปีนไปไหนความจริงมีอยู่นี้ มหาโจรกำลัง นายอุดมเวลานี้เข้าไปอยู่ในนั้น พูดประจบประแจงทำท่าเอาไปปรึกษาหารือ ปรึกษาหาอะไร พระในมหาเถรสมาคมไม่มีปัญญาหรือ เอานายอุดมเป็นคนมีปัญญามากๆ ในการทำลายศาสนานั้นหรือเป็นที่ปรึกษา นอกจากเข้าไปเหยียบหัวมหาเถรสมาคมให้แหลกเหลวไปหมด

เพราะฉะนั้นมหาเถรสมาคมจึงไม่มีความหมายทุกวันนี้ ในนามพระสงฆ์ไทยผู้ทรงศีลทรงธรรมท่านไม่ยอมรับ จะมาอ้างเท่าไรท่านก็ไม่ยอมรับ ไม่ปฏิบัติตาม ปฏิบัติตามอะไรก็มันผิดทั้งนั้น ท่านดำเนินมาถูกขนาดไหน ทำไมมันไปพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงหลายสันพันคม ฟันใส่หัวพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ลงมา ศาสนาๆ นั่นละฟันลงมา แล้วเป็นยังไงเวลานี้ มีแต่เรื่องอย่างนี้ขึ้นมา เรื่องจะทำลายศาสนาทั้งนั้นออกแง่ไหนๆ เวลานี้โครงการทำลายศาสนาของพวกมหาโจรกำลังระบาดนะ ท่านทั้งหลายจำให้ดี ไม่ยอมฟังง่ายๆ ละ ถ้าไม่ถูกไม่เอา หลวงตาบัวนี่คอขาดขาดไปเลยไม่ได้เสียดาย เอาหลักเอาเกณฑ์ขึ้นมาตั้งกันซิ เราพูดอย่างนี้เราพูดโดยอรรถโดยธรรม เราไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีต่อผู้ใด แต่เรื่องที่มันทำมันทำอยู่นั่นเห็นไหม มันดื้อขนาดไหนพวกนี้ มันไม่ได้ฟังเสียงนะ มันดื้อด้านขนาดนั้น สันดานหยาบที่สุดคือพวกมหาโจรนี่แหละกำลังทำลายศาสนาเวลานี้ เอาแค่นี้เสียก่อน

         ผู้กำกับ        เขาอธิบายดีกับ เกี่ยวกับว่าเอาที่ดินมาทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ บทความเขาบอกว่า คนไทยเอ๋ย ประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว

            “ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐ ผไทผองไทยทุกส่วน อยู่ธำรงคงไว้ได้ทั้งมวล...”

แปดนาฬิกาของทุกวัน ปวงชนชาวไทยจะลุกขึ้นยืนตรงเคารพธงชาติ และเพลงชาติ ซึ่งเพียงแต่ขึ้นต้นเพลงชาติคนไทยทุกคนต่างก็รู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นไท และต่างก็รู้ซึ้งแก่ใจดีว่า ประเทศไทยที่เรากำลังยืนเคารพธงชาติ และเป็นที่ซุกหัวนอนอยู่ทุกค่ำทุกคืนนี้ ทุกตารางนิ้วของแผ่นดินไทย ปวงชนชาวไทยได้รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยสร้างเอาไว้ให้เป็นผืนแผ่นดินไทย คำว่า “เป็นประชารัฐ” จึงหมายถึงคนไทยทุกคนไม่ว่าจน ไม่ว่ามี ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นนักลงทุนระดับนำของประเทศ หรือว่าตามา ยายมี ซึ่งเป็นชนชั้นระดับรากหญ้า เมื่อหลอมรวมกันแล้วจึงได้ชื่อว่าเป็น “รัฐ” ประชารัฐก็คือรัฐของปวงชน มิใช่คำว่าว่า “รัฐ” คือสมบัติของชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เมื่อประเทศไทยเรานี้เป็น “ประชารัฐ” ประเทศไทยจึงธำรงคงอยู่ได้ทั้งมวล

เวลานี้ประเทศไทยของเรากำลังจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ส่วนจะเปลี่ยนแปลงไปในทางดีขึ้น หรือจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวลงจนสูญสิ้นสกุลไทย ก็คงต้องอยู่ที่การใช้กฎหมายของประเทศชาติ และกฎหมายที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ผิดแผกไปจากเดิมได้ก็คือ “กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ” ที่กลุ่มบุคคลคณะหนึ่งกำลังเร่งรีบดำเนินการกันอยู่เวลานี้

กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ห้ามมิให้มีการแบ่งแยกดินแดน แผ่นดินไทยจะต้องเป็นผืนเดียวกันเท่านั้น ใครหรือคณะบุคคลใดจะมาแบ่งแยกผืนแผ่นดินไทยให้เป็นรัฐอิสระหรือรัฐอื่นใดก็มิได้เป็นอันขาด

“เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ที่กำลังจะถือกำเนิดมาจากร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ...... ซึ่งมีทั้งหมด 110 มาตรา เมื่อได้พิจารณาในเบื้องต้นแล้วก็น่าจะตีมีความหมายได้ว่า การแบ่งแยกดินแดนไทยให้กลายเป็นผืนเล็กผืนน้อย ให้ต้องตกอยู่ภายใต้สิทธิการครอบครองของคณะบุคคลเพียงกลุ่มหนึ่ง กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายฉบับนี้

หลวงตา ศักดิ์สิทธิ์ สามารถตัดคอคนไทยขาดไปหมดทั้งประเทศใช่ไหม ว่างั้นเลยเรา

ผู้กำกับ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ได้ยกให้ “กลุ่มบุคคลคณะหนึ่ง” อยู่เหนือกฎหมายทั้งมวลที่ตราไว้บังคับใช้กับประชาชนทั้งแผ่นดิน

กลุ่มบุคคลคณะหนึ่งนี้เป็นใคร ปัจจุบันยังไม่มีตัวตน แต่อนาคตอันใกล้นี้คนไทยทุกคนจะต้องรู้จัก เพราะเขาจะถือกำเนิดเมื่อกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ เขาจะเกิดมาเติบใหญ่ในรูปแบบของ “องค์การมหาชนพิเศษ” ที่มีอำนาจเหนือกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 49 เหนือกฎหมายเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายสิ่งแวดล้อม

กฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ เขตคุ้มครองรักษาพันธ์สัตว์ป่า เขตอุทยานแห่งชาติ กฎหมายเกี่ยวกับสาธารณสมบัติของแผ่นดิน กฎหมายสงฆ์ ประมวลกฎหมายแพ่งเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยการกำหนดผังเมือง กฎหมายว่าด้วยคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร กฎหมายการจัดเก็บภาษีอากร กฎหมายการร่วมทุน ประมวลกฎหมายที่ดิน กฎหมาย.... กฎหมาย....และกฎหมายต่างๆ อีกมากมายหลายฉบับ

จึงเท่ากับ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายบางมาตรา ถ้าไม่ให้เรียกว่าประเทศไทยถูกแบ่งแยกดินแดนให้เป็น “รัฐพิเศษ” แล้วจะให้เรียกว่าอะไร?

เพราะการกำหนดเอาพื้นที่ใดๆ ในประเทศเพื่อให้เป็น “เขตพื้นที่เศรษฐกิจ”โดยการออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ทำให้พื้นที่นั้นๆ ต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเขตพื้นที่เศรษฐกิจ ใครหรือผู้หนึ่งผู้ใดจะเข้าไปอยู่อาศัยหรือเข้าประกอบการใดๆ จะมิได้อีกต่อไป ไม่ว่าผู้เป็นเจ้าของประเทศคนนั้นๆ จะเข้าไปทำไร่ทำนา เข้าไปเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ หาปูหาปลา การเข้าไปหาเห็ดหาหน่อไม้ หรือพระจะเดินธุดงค์อยู่ป่าก็ไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าใครขัดขืนจะต้องถูกปรับหรือถูกทั้งปรับทั้งจำ

เขตเศรษฐกิจพิเศษ “เป็นนิติบุคคล” เป็นองค์การมหาชน เหมือนกับเป็นบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งบริหารกิจการโดยคณะบุคคลผู้ที่เข้าร่วมหุ้นเข้าร่วมลงทุน สามารถขายเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ กระจายหุ้นได้ สามารถให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาร่วมถือหุ้นได้โดยเสรี จึงเท่ากับเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาถือครองแผ่นดินไทย เข้ามาแสวงหากำไรจาก สาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้วนำรายได้ออกนอกประเทศ

บุคคลคณะหนึ่งซึ่งยังไม่รู้ว่าจะมาจากประเทศไหนหรือศาสนาใดบ้าง จำนวนไม่เกิน 10 คน จะได้เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งหากคณะบุคคลกลุ่มนี้นี้ต้องจะเอาสนามบินสุวรรณภูมิไปเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกตน ก็สามารถกระทำได้ หรือต้องการจะเอาจังหวัดภูเก็ตทั้งจังหวัดให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ก็สามารถกระทำได้ เพราะในร่าง พรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษได้เขียนเปิดทางไว้เป็นกรณีพิเศษอยู่แล้ว

ผู้ร่วมดำเนินการยกร่าง พรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้ถูกเปิดโฉมหน้าออกมาแล้ว ท่านผู้นี้คือ นายมีชัย  ฤชุพันธุ์ นักกฎหมายมือหนึ่ง และเจ้าของร่างผู้รับผิดชอบในกรณีนี้ก็คือ นายวิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

         หลวงตา นี่แหละตัวเพชฌฆาตใหญ่สองสามรายนี้แหละ ตัวเพชฌฆาตใหญ่กำลังจะทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่เวลานี้ พี่น้องทั้งหลายจำเอานะ เดี๋ยวนี้กำลังจะโผล่ มันวางอำนาจใหญ่โตมากนะ ไอ้วิษณุเวลานี้ มันจะทำลายชาติ ศาสนาให้ฉิบหายไปในเร็วๆ นี้ ถ้ามันทำได้วันนี้มันจะเอาให้หมดในวันนี้ นี้มันยังทำไม่ได้ มันยังรออยู่ เตรียมพร้อม กำลังลับหินลับดาบ ลับปืนอะไรอยู่นี่ที่จะยิงหัวพี่น้องทั้งหลาย ตัดคอคนทั้งชาติให้ฉิบหายไปเวลานี้ มันกำลังเตรียมอาวุธอยู่เวลานี้ ไอ้วิษณุ เครืองาม

         มีตั้งแต่มันที่จะปรับคนนั้นปรับคนนี้ เข้าโทษคนนั้นคนนี้ เมืองไทยทั้งประเทศ มันไม่มีโทษหรือนายวิษณุนี่น่ะ มันมีแต่คุณอย่างเดียวหรือ ไม่ได้ยินว่าปรับโทษมันเลย เราไม่เคยได้ยิน มีแต่มันปรับโทษคนทั่วประเทศไทย แต่คนประเทศไทยนี้นอนหลับตาปี๋ๆ ตื่นหรือยัง แล้วเป็นยังไงคนไทยมีหัวใจไหม ถ้ามีหัวใจ นายวิษณุมีหัวใจ นายวิษณุมีมือ มีมือฉันใดคนไทยมีมือฉันนั้น นายวิษณุมีดาบคนไทยมีดาบ นายวิษณุมีปืนคนไทยมีปืน นายวิษณุมีอะไรคนไทยมี นายวิษณุมีคุณอย่างล้นหลามที่จะเหยียบหัวประเทศไทย คนไทยก็ต้องเห็นนายวิษณุนี้เป็นโทษอย่างเหลือประเทศไทยละ

         ทีนี้จะปรับวิษณุยังไงบ้างก็เป็นเรื่องของคนไทยเองจะพิจารณาเรื่องเหล่านี้ มีแต่วิษณุมันยกคุณๆ ขึ้น โทษนายวิษณุไม่มีเหรอ คนอย่างนี้เอาไว้ทำไมให้มันหนักแผ่นดินไทย เวลานี้มันกำลังจะเหยียบแผ่นดินไทยสดๆ ร้อนๆ  อยู่นี้ ท่านทั้งหลายเห็นหรือยัง นี้เราพูดเป็นธรรม เราไม่ได้พูดแบบนั้นแบบนี้ เอียงนั้นเอียงนี้ไม่พูด เราพูดตามความจริง หลักที่มันพูดออกมาทั้งหมดมีแต่เรื่องจะทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ทั้งนั้น ความดีของมันมีที่ตรงไหน แล้วเมื่อความดีไม่มี ความชั่วมันมีไหม มีก็ติดตามกันดูซิมันเป็นยังไงเรื่องเหล่านี้น่ะ

         นี่พูดเป็นธรรม พิจารณาซิท่านทั้งหลาย เราไม่ได้ปรับโทษผู้ใด ใครทำผิดผู้นั้นเป็นโทษเอง มีหูมีตาทุกคนฟังเอาซิ เวลานี้มันกำลังแผลงฤทธิ์แผลงอำนาจไอ้พวกสองสามคนนี้ มีนายวิษณุเป็นหัวหน้า กำลังจะทำลายชาติ-ศาสนาให้แหลกเหลวป่นปี้ไปในเร็วๆ นี้ กำลังเริ่มเวลานี้ ฟังทุกคนนะ ให้ฟังทุกคน ถ้าเป็นเจ้าสมบัติของเมืองไทยเราเป็นคนไทยเราแล้วให้ฟังทุกคน คิดทุกคน อย่าปล่อยให้ตั้งแต่พวกอำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ เข้ามาเหยียบบ้านเหยียบเมือง มันจะลงทะเลจมไปหมดนะ แค่นี้ก่อน

ผู้กำกับ ต่อครับ ความคิดความเข้าใจของ “ทีมข่าวศาสนา” จะผิดหรือถูกประการใด ท่านทั้งสองดังที่ได้ถูกเปิดเผยนามมาข้างต้น ก็ควรจะต้องออกมาชี้แจงแสดงเหตุผลให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินได้เข้าใจบ้าง และก่อนที่ประชาชนจะรับฟังคำชี้แจงใดๆ ก็ควรจะได้ศึกษาเนื้อหาของร่างฉบับนี้โดยละเอียดและทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อน

อาจารย์ประสิทธิ์  บุตรศรี ผู้ดำเนินรายการ “เสียงธรรม เสียงทิพย์” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ทุกวันจันทร์ ในฐานะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชนด้านประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา ได้ออกมาเรียกร้องให้ปวงชนในทุกภาคส่วนของประเทศได้ร่วมกันศึกษาร่างฉบับนี้โดยละเอียด ให้ละเอียดชนิดที่เรียกว่านำออกมากางให้ได้เห็นกันแบบจะจะกันไปเลย แล้วมาร่วมกันพิจารณาว่าร่างฉบับนี้มีจุดด้อยจุดเด่นอย่างไรบ้าง ซึ่งในบางมิติอาจมองแตกต่างกัน อย่างกรณีที่ธรณีสงฆ์ถ้าเจ้าอาวาสตกลงให้เขตเศรษฐกิจพิเศษเช่าหรือขายให้แล้ว และทางวัดก็ได้รับค่าผาติกรรมตามกำหนดของมหาเถรสมาคมแล้ว ที่ธรณีสงฆ์แปลงนั้นก็จะต้องตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะบุคคลนานถึง 70-90 ปี มันจะเกิดผลดีผลเสียต่อพระพุทธศาสนาอย่างไรบ้าง และการให้อำนาจแก่คณะบุคคลได้มีสิทธิ์เพิกถอนกรรมสิทธิ์ได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ หรือกฎหมายอื่นๆ มันเป็นอำนาจที่เกินขอบเขตที่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่

อาจารย์ประสิทธิ์ เน้นย้ำว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนควรใช้สิทธิตรวจสอบและศึกษาให้รอบคอบให้รู้ให้เข้าใจดีเสียก่อน ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการทำประชาพิจารณ์ เพราะเรื่องสาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องใหญ่ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่มีการก่อตั้งประเทศไทยมา

อาจารย์แสวง  อุดมศรี นักการศาสนาอาวุโสแห่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ให้ความเห็นว่า เห็นทีจะถึงคราวต้องเสียที่ธรณีสงฆ์ให้แก่คณะบุคคลอื่นซะแล้ว เพราะมหาเถรสมาคมอ่อนปวกเปียกเหลือเกิน สิ่งใดที่รัฐบาลต้องการ มหาเถรสมาคมจะต้องโอนอ่อนผ่อนตามไปด้วยทั้งหมด

หลวงตา จะไม่ไปด้วยยังไง ก็มันเป็นมหาโจรอยู่แล้ว มหาเถรสมาคมนั่นแหละ เขาว่ายังไงมันก็วิ่งตามละซี มันอยากได้สักสิบขาวิ่งตามเขาอีก พวกมหาเถรสมาคมพวกตาบอด ทางคณะพระสงฆ์ไทยผู้ทรงศีลทรงธรรมไม่ยอมรับแล้ว ก็มีเท่านั้นเอง มันเอามาอวดเฉยๆ ก็เป็นพวกมหาโจรมหาเถรสมาคมจะเป็นอะไรไป มันว่าออกไปแง่ไหนก็มีแต่แง่มหาโจรของตัวมหาโจรใหญ่นั่นเอง จะเป็นอะไรไป

ผู้กำกับ มหาเถรสมาคมจะต้องโอนอ่อนผ่อนตามไปด้วยทั้งหมด ทำไมต้องอิงกับอำนาจรัฐ คงไม่ต้องไปดูที่อะไรอื่น ดูแต่เรื่องที่รัฐต้องการจะแต่งตั้งให้สมเด็จเกี่ยวปฏิบัติหน้าที่เป็นพระสังฆราช ทั้งๆ ที่ออกกฎหมายมาผิดๆ และผิดจารีตประเพณี มหาเถรสมาคมก็ยังยินยอมยกให้ ไม่เห็นว่าจะออกมาคัดค้านกับรัฐบาลให้ได้ยินเลยสักแอะ

หลวงตา จะไม่เห็นด้วยยังไงก็เขาเป็นพวกเดียวกัน จะให้ว่าอะไรอีก ถ้าเขาไม่ใช่พวกเดียวกันเขาก็ไม่เห็นด้วย คนทั้งแผ่นดินไทยที่ไม่เห็นด้วยมีมากขนาดไหน มีแต่สองสามเจ้าหน่อ อยากว่าอย่างนั้นนะ

ผู้กำกับ ต่อนะครับ ขนาดสมเด็จพระสังฆบิดรยังปกป้องไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับที่ธรณีสงฆ์ที่มีค่าต่างตอบแทนเชิงธุรกิจให้

ขอเรียนความจริงให้ทราบว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ปัจจุบันมีอยู่เพียงไม่กี่คน มีเพียงไม่กี่ตระกูลเท่านั้น กิจการทั้งหลายแหล่ของประเทศชาติก็ต้องตกอยู่ในกำมือของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ๆ เหล่านี้ทั้งหมด ที่ยังคงเหลืออยู่เป็นของประเทศชาติล้วนๆ ก็ได้แก่การประปาและการไฟฟ้าเท่านั้น หากร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้รับการแก้ไข สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ยังคงเหลือไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำลำธาร หรือที่ธรณีสงฆ์ก็อาจต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ๆ เหล่านี้ทั้งหมด

ประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว !!!!

 

                                                                        “ทีมข่าวศาสนา”

         หลวงตา พูดเท่านั้นแหละ นี่เรื่องก็ออกแล้ว เข้านี้หมดแล้ว ได้ฟังทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นเราจึงทนฟังเอา เพื่อจะให้เรื่องราวออกทั่วประเทศไทยเรา เราทนเหยียดแข้งเหยียดขาฟังเอา ฟังเพื่อชาติ ให้ชาติเราได้พิจารณาเต็มเหนี่ยวนะ คราวนี้เป็นคราวเอาจริงเอาจังละ เล่นเฉยๆ ไม่ได้ เรื่องศาสนาเป็นเรื่องใหญ่โตมาก ลงว่าไล่พระออกจากป่าให้เข้าไปอยู่ในส้วมในถานกับพวกเปรตนี่แล้ว พระไม่ใช่เปรตไม่ไปอยู่ เข้าใจเหรอ พระเป็นพระ เปรตเป็นเปรตให้อยู่ตามประสาของเปรต พระจะอยู่ตามประสาของพระ พระที่เคยอยู่ในป่ามาเป็นหลักของศาสนาใหญ่โตคือป่า นั่นละ พระท่านจะอยู่ไป พวกที่อยากอยู่ในส้วมในถานก็อยู่ในส้วมในถานอย่าโดดออกไป จะโดดออกไปหาอะไร ป่าไม่ใช่ที่อยู่ของเปรต เป็นที่อยู่ของพระ เอาละพอ

         ผู้กำกับ ลูกศิษย์เขากระซิบว่าผู้นำรัฐบาลควรจะพิจารณาเรื่องนี้ให้ดี ขนาด ๓ จังหวัดภาคใต้ยังลุกเป็นไฟอยู่ ถ้าเรื่องนี้ผ่านลุกเป็นไฟหมดทั้งประเทศครับ

         หลวงตา หมดนั่นแหละ ไอ้พวกเปรต ถ้าอ่อนข้อแล้วหมด ก็มีเท่านั้นละจะให้พูดอะไรอีก

         โอ๊ย เล่นของสกปรกนี้เราก็พูดเพื่อพี่น้องทั้งหลายชาวไทยเท่านั้น เราเองปัดทีเดียวหายหมด ไม่มีอะไรเหลือ พวกขี้พวกมูตรพวกคูถปัดทีเดียวหมด นี้เราก็ฟังไป  อย่างนั้นละ เราก็อยู่ในโลกมูตรคูถอันเดียวกัน เขาดิ้นเราก็ดิ้น ก็มีเท่านั้นละนะ เอาไปพิจารณา บ้านเมืองของเรามีเจ้าของอยู่แล้ว

         เราก็อยากเตือนลูกศิษย์ของเรา นายกรัฐมนตรีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นี้เป็นนายกใหญ่ ขอความกรุณาให้ช่วยดูแลศาสนาเป็นอันดับหนึ่ง จากนั้นก็ดูแลทั่วประเทศไทย อย่าปล่อยให้พวกยักษ์พวกมารมันตั้งอำนาจบาตรหลวงเหยียบหัวนายกฯเราไป มันจะลุกลามไปเหยียบหัวพระพุทธเจ้าอีก ขอให้พากันรักษา เรื่องศาสนาเป็นเรื่องสำคัญ หัวใจของชาติไทยเราชาวพุทธคือศาสนานั้นแหละ เราฝากนายกฯไว้นะ นายกฯจำให้ดี นายกฯจำให้ดีข้อนี้นะ นี่หลวงตาบัวฝากลูกศิษย์นะ ไม่มีใครฝาก ก็ฝากนายกฯเรานี่แหละ พอเขาได้เป็นใหญ่แล้วเขาจะมาเหยียบหัวนายกฯเราอีกนะ ให้ระวัง หลวงตาสงวนหน้านายกฯไว้ ไม่ให้มาเหยียบหัวนายกฯ เอาละ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก